[เต๋า- คชา] The Roommate

ตอนที่ 4 : 4th Knock

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ธ.ค. 54

The Roommate

4th  Knock

 

ความประทับใจแรกที่มีกับรูมเมทของตัวเอง

*เต๋า* : ยิ้ม.... ยิ้มสวยอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

          บ่ายโมง

            ร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงฝั่งตัวเองด้วยท่าทางกระสับกระส่าย... สายตามองไปที่ประตูห้องน้ำสลับกับนาฬิกาบนหัวเตียง   เสียงร้องเพลงแบบหลงบ้าง เพี้ยนบ้าง ผิดคีย์บ้างลอยออกมาพร้อมกับเสียงน้ำจากฝักบัว    เขาถอนหายใจพลางกัดเล็บด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ  

          เรื่องบางเรื่องก็พูดยากมากกว่าที่คิด

          เนิ่นนานสำหรับการรอคอย   เรือนกายสูงใหญ่ก้าวออกมาจากห้องน้ำพร้อมด้วยหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนผิวกายขาวสว่าง สีผิวที่แทบจะกลืนไปกับผ้าขนหนูขาวสะอาดที่ปิดท่อนล่างไว้   คชาหันกลับไปหาพร้อมด้วยหน้าตายุ่งเหยิง จนคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จขมวดคิ้วกลับ

            “เอ้า ไม่ไปไหนเหรอ”

            เสียงทุ้มเอ่ยทัก  ขณะที่กำลังใช้ผ้าอีกผืนเช็ดเส้นผมที่เปียกชุ่มของตัวเอง   

            “มะ... ไม่”

            “แล้วไม่ไปกินข้าวกินปลาวะ ไม่หิวหรือไง”

            “อะ...เอ่อ”

          คนตัวเล็กทำท่าจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา   ดวงตากลมสีดำสนิทสะท้อนความรู้สึกที่เต๋าอ่านไม่ออก  ก่อนที่หน้าหวานจะก้มลงมองปลายเท้าตัวเอง  และถอนหายใจ

            เต๋ามองอย่างไม่เข้าใจ.... 

            แต่ที่ไม่เข้าใจที่สุดก็คือตัวเอง... ไม่รู้จะไปใส่ใจอะไรกับดวงตาของอีกฝ่าย  เผลอทีไรก็ชอบจ้องเข้าไปในตาใสๆคู่นั้น   ดวงตาที่เหมือนจะแสดงอะไรๆออกมามากกว่าสีหน้าและคำพูด    และดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจภาษาที่อยู่ในตาคู่นั้นมากกว่าสิ่งที่เจ้าตัวพยายามจะสื่อสารมันออกมาทางคำพูด 

            แต่บางทีมันก็ยากเกินไปที่จะเข้าใจทุกเรื่องหากไม่ยอมเอ่ยปากออกมาเลย

            “เงียบอีก...” เต๋าเอ่ยอย่างเซ็งๆ   มือเรียวดึงไดร์เป่าผมขึ้นมาจัดการผมหยักศกของตัวเอง “แล้วหายป่วยหรือยังนิ”

            “เอ่อ... หายแล้ว”

          เจ้าของร่างกายสูงใหญ่แอบกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายกับการสนทนาแบบ ถามคำตอบคำ กับเพื่อนร่วมห้อง  และอดตั้งคำถามในใจไม่ได้...   

            จะอยู่ด้วยกันให้รอดตลอดปีได้ไหมเนี่ย?

            “ดี... แผลที่แก้มล่ะ”

          เต๋าหันมองอีกฝ่าย    คนตัวเล็กใช้มือจับๆที่แก้มด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเคย  ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบา  แผ่วหวิวราวกระซิบ     

            “โอเคแล้ว...เดี๋ยวก็หาย เจ็บนิดเดียว   แล้วคุณล่ะ...”

            เต๋าเบ้ปากเล็กน้อยให้กับสรรพนามที่เจ้าตัวเล็กเรียกเขา... 

สาบานเถอะว่าอายุเท่ากัน

เต๋าส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ  แต่ก็ขี้เกียจพูดอะไรไป เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่อง ก่อนก้าวไปหน้ากระจกบานใหญ่เพื่อตรวจเช็คหน้าตาและบาดแผลของตัวเอง  โชคดีที่แผลบริเวณที่โดนหมัดไม่แตก  จึงปรากฏแค่รอยเขียวผสมแดงแบบช้ำๆให้เห็น  แต่โชคร้ายสำหรับผิวขาวเกินมนุษย์ทั่วไปของเขา  ร่องรอยที่อยู่บนหน้าจึงชัดเจนอย่างน่ากลัว  มือเรียวยาวลูบแผลเบาๆ ตอบคำถามที่อีกฝ่ายถาม

“ก็โอเคแล้ว  แต่ยังไม่ค่อยเวิร์คว่ะ  หน้าช้ำหมด”

“....”

            เงียบ...

            เต๋าไม่ใช่คนพูดมาก    หลายครั้งก็มีคนบอกเหมือนกันว่าเขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เข้าถึงยาก   แต่น่าแปลก ที่พอมาเจอคนแบบคชาแล้ว เต๋ากลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนพูดมากไปในทันที 

            “เคยอยู่หอไหม”

            “อะ...เอ๋?

          อีกฝ่ายหันกลับมามองเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ   เต๋าสบตากับอีกฝ่ายผ่านกระจกใส ขณะพยายามทำทุกวิถีทางให้ผมแห้งโดยเร็ว เพราะรู้สึกถึงกระเพาะที่กำลังพยายามเรียกร้องอาหารมื้อแรก  หลังจากเขาเพิ่งตื่นนอนตอนเที่ยงๆนี่เอง

            “ถามว่าเคยอยู่หอไหม  แบบ อยู่กับเพื่อนก็ได้”

            เจ้าของหน้าหวานส่ายหน้า  สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆเช่นเคย

“ไม่”

เต๋าพยักหน้ากับคำตอบนั้น  และยิงคำถามต่อไป

“แสดงว่าอยู่แต่บ้าน...  แล้วเพื่อนเยอะไหม”

“...ถามทำไม”

“เอ้า.. แค่ถามดู ไม่เห็นต้องทำตาดุเลย ...ไม่ต้องเถียง  เห็นนะ  ตาดุเกินหน้าไปแล้ว ... ” 

            เต๋ารีบพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของคนตัวเล็ก    และทันทีที่อีกฝ่ายรู้ตัวว่าถูกอ่านออก  หน้าหวานๆ เหมือนทอมก็ก้มลงมองพื้นอีกครั้งพร้อมเม้มปาก

“.....”

            “ถ้าไม่เคยอยู่กับคนอื่นก็ต้องหัดนะโว้ย  คนเรามันอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก  ยังไงก็ต้องเข้าสังคม  ต้องรู้จักคนโน้นคนนี้  ถ้าเอาแต่เงียบไม่พูดกับใครแบบนี้ ใครจะไปเข้าใจวะ ”

            ริมฝีปากได้รูปสีชมพูอ่อนพยายามอ้าปากขึ้นๆลงๆอยู่ครู่หนึ่ง..  เต๋าแอบมองผ่านกระจกและลุ้นตามว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยอะไรออกมา แต่ที่สุดแล้ว ผลก็คือความเงียบ... จนเต๋าพยักหน้าปลงๆกับตัวเองในกระจก

          ชายหนุ่มร่างสูงจัดการตัวเองจนเสร็จ     เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด  และคิดว่าคงไม่ได้ออกไปไหนนอกจากโรงอาหารใต้หอ  เต๋าจึงแต่งตัวแบบสบายๆ  เสื้อยืด กางเกงกีฬาขาสั้นเก่าๆ   โดยไม่ลืมที่จะเช็คหน้าตาหล่อเหลาและทรงผมของตัวเองก่อนออกจากห้อง

              เต๋าเลิกสนใจคนตัวเล็กที่นั่งยุกยิกอยู่ที่เตียงอีกฝั่ง   แต่ไม่ทันที่เขาจะก้าวไปทางประตู  เสียงทุ้มหวานก็เรียกชื่อเขาดังลั่น จนเขาตกใจ  

            “เต๋า”

          “อะ...อะไร  ตกใจหมด”

            เต๋าเอามือทาบอก และหมุนตัวไปหาคนที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นและมองเขาด้วยดวงตาตื่นๆ

            “จะ จะไปไหน”

            “หือ”

            “ไปกินข้าวดิ หิวจะตายอยู่แล้ว”

            เต๋าตอบแบบงงๆ   ยิ่งงงขึ้นไปอีกเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

            “งั้น...ไปด้วย”

            “กะ... ไปก็ไปสิ ...ใครว่าอะไรล่ะ”

            “ดะ...เดี๋ยว”

            พอชายหนุ่มทำท่าจะหันหลังกลับไปที่ประตู คชารีบรั้งเขาไว้ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ปนไม่มั่นใจแบบที่เขาฟังแล้วอดสงสัยไม่ได้  

            “คือ...ได้เก็บ... เอกสารของผมไว้หรือเปล่า”

            “หือ...”

            “เอกสารของหอ ...อาจารย์บอกว่าฝากมาให้ผม”

            “อ๋อ   ที่เป็นแฟ้มๆใหญ่ๆใช่ไหม?

            คชาพยักหน้ารัว  ตาจับจ้องมาที่เขาด้วยความหวัง 

            “เออ ว่ะ...เมื่อวานวุ่นๆ  ลืมให้เลย ”  เต๋าก้าวยาวๆไปที่โต๊ะของตัวเอง และหยิบแฟ้มเอกสารสีเขียวเข้มที่ไทด์ฝากมาตั้งแต่เมื่อคืนยื่นให้กับเจ้าของ  พออีกฝ่ายคว้าไปจากมือเขาก็รีบไปพลิกๆดูอย่างร้อนรนราวกับกลัวว่าเขาจะหนีไปก่อนซะอย่างนั้น

            คชาไม่ได้อ่านเอกสารทั้งหมด ทว่าเปิดหา และกวาดสายตาดูสิ่งที่แนบไว้อยู่ที่แฟ้ม  กระทั่งมือเล็กดึงบัตรแข็งๆขนาดเท่านามบัตรขึ้นมาและโชว์ให้เขาดู   

            “อันนี้...ใช่บัตรอาหารหรือเปล่า?

            เต๋าดู และพยักหน้ารับ     ฉับพลันที่เห็นแววตาเหมือนโล่งใจปรากฏในดวงตาสีดำสนิท  เต๋าก็ปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้ทันที    ที่โรงอาหารข้างล่างจำเป็นจะต้องใช้บัตรอาหารสำหรับการซื้ออาหารพอถึงสิ้นเดือนก็เติมเงิน   นักศึกษาทุกคนที่อยู่หอนี้ต้องมี   ถ้าไม่มีก็ซื้ออาหารไม่ได้ 

“อย่าบอกนะว่ารอไอ้นี่....”

            “คือ.... ผมลงไปข้างล่างแล้วเค้าบอกว่าต้องมีบัตร.. ถามอาจารย์ก็บอกว่าฝากแล้ว... แล้ว... ถามประธานหอที่ชื่อไทด์ เค้าก็บอกว่าฝากเต๋ามา... ผมก็.. ก็... ก็เลย  ขึ้นมารอ ”

            คชาพยายามๆอธิบายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก... หน้าขาวใสเริ่มซีดลงเรื่อยๆ   ไม่รู้ว่าเต๋าอุปทานไปเองหรือไม่... แต่รู้สึกว่าเขาจะได้ยินเสียงท้องร้องโครกครากมาจากอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

เป็นครั้งที่สองในรอบสองวันที่เต๋ารู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปที่ตาตุ่ม   ความรู้สึกผิดรุมเร้าเข้ามาในใจยิ่งขึ้นเมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียงแล้วพบว่ามันบ่ายโมงกว่าแล้ว..

            “แล้วได้กินอะไรหรือยัง”                              

            คนหน้าหวาน  ยิ้มแห้ง ... ก่อนส่ายหน้า

            “ตั้งแต่เช้า???

            เต๋าพยายามถาม  คาดหวังว่าคำตอบของคนตัวเล็กกว่าจะไม่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีมากไปกว่านี้  หากหน้าซีดๆที่ก้มมองพื้นนิ่งก็ตอบคำถามของเขาได้ดีอยู่แล้ว  

            “แล้วทำไมไม่ออกไปหาอะไรกินข้างนอก  เซเว่นอยู่ตรงนี้เอง  เดินไปแค่ห้านาทีก็ถึง ข้างๆตึกสีเขียวๆ   

            “ออกไปแล้ว... “

“แล้ว...”

"หาไม่เจอ”

“หลง ?

เต๋าถาม... ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก   โดยเฉพาะเมื่อคชาพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก   

“หิวไหม”

เต๋าถามเสียงแห้ง    รู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงักอย่างจริงใจที่สุด ...ไม่มีวี่แววที่จะถือโทษว่าเป็นความผิดของเขาเลยแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มร่างสูงกลืนน้ำลาย...     ก่อนถาม

 “แล้วทำไมไม่ปลุก”

หน้าเซียวๆ ตอบกลับมา... พร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ไม่อยากกวน... เห็นกำลังหลับ... ”

เต๋านิ่งงัน....  พูดไม่ออก  ไม่รู้จะบอกว่ารู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ตรงหน้า   

ไม่รู้ว่าจะสงสาร   เห็นใจ... หรืออ่อนใจกับความคิดของคนตรงหน้าดี    

“ให้มันได้อย่างนี้สิเฮ้ย!

เต๋าสบถกับตัวเองอย่างแรง   ก่อนก้าวฉับๆไปคว้าคอมาคชามากอดและรีบลากไปที่ประตู   ไม่แยแสแม้อาการขัดขืนและเสียงร้องโวยวาย       

“เฮ้ย...อะไร”

 “ไป... ไปกินข้าว  เดี๋ยววันนี้เลี้ยงเอง”

“ไม่ต้อง ผมจัดการเอง”

คชาร้องเสียงหลง แต่เต๋าไม่สนใจ 

“เอาน่า บอกว่าจะเลี้ยงก็เลี้ยงสิวะ  เดี๋ยวชกหน้าอีกรอบหรอก”

“คิดว่ากลัวหรือไงเล่า ปล่อยซี่.. ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยโว้ย ไอ้บ้า... บ้าเอ้ย!!!

เต๋าไม่นำพากับเสียงร้องและท่าทางต่อต้านแบบไม่เต็มใจที่สุดนั้น    เพราะเขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติการลาก สลับดึงร่างบอบบางแรงน้อยนิดตรงไปยังโรงอาหารอย่างรวดเร็ว

ถ้าไม่ติดว่ากลัวโดนหมัดหนักๆเสยที่ปลายคางอีกรอบ เต๋าเชื่อว่าเขาคงไม่รีรอที่จะอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นหลังพาวิ่งไปโรงอาหารอย่างแน่นอน

    

------------------------------------

 

“ไม่ต้องรอก็ได้นะ”

คชาเอ่ยขึ้นก่อนตักข้าวใส่ปาก  และเคี้ยวตุ่ยๆอย่างไม่รีบร้อน   อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้เมื่อคนตรงข้ามนั่งสบายๆมองทางโน้นทางนี้เรื่อยๆ  ทั้งๆที่ข้าวตรงหน้าหมดไปแล้วครู่หนึ่ง     

“เดี๋ยวกลับพร้อมกัน”

“ไม่ได้ตัวติดกันซักหน่อย...”

คชาเหลือบมองอีกฝ่าย พลางเขี่ยข้าวที่เหลืออยู่เกือบครึ่งจานด้วยความรู้สึกแปลกๆ คชายอมรับว่าเป็นคนทำอะไรช้า...  บางทีก็เบื่อตัวเองที่ทำให้คนอื่นต้องมาคอย  เขาจึงสะดวกใจที่จะทำอะไรๆคนเดียวมากกว่าจะให้คนอื่นมานั่งรอทั้งๆที่ธุระไม่ใช่   

พูดไปแล้ว คนตรงหน้าก็ไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ  คชาลอบถอนหายใจเบา ก่อนมองข้าวที่เหลือด้วยสายตาเสียดาย  สองมือรวบช้อนกับส้อมอย่างถอดใจ  

 “อิ่มแล้ว”

แต่คนที่มองอยู่ตลอดอย่างเต๋ากลับรีบเอ่ยทันควัน

“ไม่ได้! กินให้หมด”

“อะไร?

“กินให้หมด  กินให้หมดเลย กว่าชาวนาจะปลูกข้าวออกมาได้แต่ละเม็ดมันเหนื่อยแค่ไหนรู้ไหม”

“ก็อิ่มแล้ว”

“อิ่มที่ไหน กินข้าวเท่าแมวดม  กินเข้าไปเลย กินให้หมดด้วย”

“มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง?

“มีสิ”

“สิทธิ์อะไร”

คชาไม่ยอมแพ้  เขาขึ้นเสียงสูง  คิ้วเริ่มขยับเข้ามาติดกัน

“สิทธิ์...  ” เต๋าชะงัก...  ก่อนเชิดหน้าใส่ และพูดด้วยเสียงของคนที่เหนือกว่า  “สิทธิ์ของคนจ่ายค่าอาหารไง”

“แล้วใครให้จ่าย”

คชาย่นจมูกใส่แบบเพลียๆ

“ไม่รู้ล่ะ ถ้ากินไม่หมดจะต่อยอีกหมัด”

“เอาเด้ คิดว่ากลัวเหรอ”

“กินเข้าไป อย่าชักช้าได้ไหม เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเลย  กินๆ”

คชากำหมัดแน่น ... พยายามๆกลั้นใจไม่ให้เหนี่ยวไปที่หน้าของคนพูดไม่รู้เรื่องอีกครั้ง    ถ้าไม่ติดว่าเขาเองก็ยังไม่อิ่ม คงได้มีการแลกหมัดกลางโรงอาหารอีกแน่

“กินเข้าไปให้อิ่ม เผื่อมื้อเช้าด้วย... กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ”

“คชาไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

คชาเอ่ย  และยอมตักข้าวเข้าปากในที่สุด   

 คนตรงข้ามยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ  ก่อนที่สมองจะประมวลผลสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่  ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างตกใจ และเอ่ยขึ้นในฉับพลัน

“เมื่อกี้เรียกว่าอะไรนะ”

“หืม?

“คชาใช่ไหม...เรียกงี้แหละ น่ารักดี”

            คิ้วของคชาผูกโบว์เล็กน้อย  แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเนื่องจากปากยังเคี้ยวข้าวเต็มปาก

            “เรียกแทนตัวเองด้วยชื่อ น่ารักดีนะ  ดีกว่าผมกับคุณอีก  ใช้งี้นะ ห้ามใช้อย่างอื่น เข้าใจ๋”

            คนที่ถูกบอกให้เรียกโดยไม่สมัครใจมองคนที่นั่งตรงหน้า และส่งเสียงอู้อี้ปฏิเสธ  แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ

“กินให้หมดล่ะ เคี้ยวละเอียดๆ เดี๋ยวข้าวติดคอ  เด็กน้อยๆ ”

คชาส่งสายตาอาฆาตแค้นให้กับเจ้าของรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างสนุกของเพื่อนร่วมห้องจอมกวน  รู้สึกโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่จะปฏิเสธ  ... แต่จะให้รีบกลืนข้าวทั้งๆที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียดก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรทำ  คชาถูกสอนมาว่าอาหารทุกคำควรค่อยๆเคี้ยว ให้ลิ้นสัมผัสทุกรสชาติอย่างละเอียดก่อนกลืน 

 

คชารักม้า  คชาเชื่อม้า! คชาเป็นเด็กดี

“ดีมากๆ ... เด็กน้อยๆ”

คชาฮึดฮัดขณะเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ มองคนที่นั่งตรงข้ามที่อมยิ้มอย่างมีความสุข  และร้องลั่นอยู่คนเดียวในใจ

ไม่ใช่เด็กนะ!!!

ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายใช้ความพยายามแค่ไหนในการกลั้นยิ้มแทบจะแตกให้กับภาพตรงหน้า

เด็กชายคชาตัวน้อยเคี้ยวข้าว

 

 น่ารักเป็นบ้า...

.

.

.

          “ฮ้า..”

            คชาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างสุขใจ    พลางลดมือที่ถือแก้วน้ำลงบนโต๊ะ   

            “อิ่มแล้ว?

            คนถูกถามพยักหน้า    เต๋าจึงลุกขึ้นเต็มความสูงในทันที ก่อนดึงจานอาหารทั้งหมดมารวมกัน   จนคชาเบิกตากว้าง 

 “ไม่ต้อง.. เดี๋ยวเก็บเอง”

คชายื้อจานข้าวตรงหน้าเอาไว้  ส่ายหน้าแรง

“จะเก็บให้”

“ เก็บเองได้”

“ไม่ได้ จะเก็บให้”

เต๋าเอ่ยเสียงแข็ง

“คชาเก็บได้”

“ไม่เอา จะเก็บให้”

“คชาเก็บเองได้!!!

“ไม่ได้....”

ยื้อยุดอยู่พักใหญ่ กระทั่งน้ำในชามก๋วยเตี๋ยวของเต๋ากระฉอกออกมาเลอะโต๊ะ  มือของทั้งสองผละหนีราวถูกของร้อน    คชาทำหน้ายู่และเงยหน้ามองคนตัวสูง    

“ไอ้บ้าเอ้ย หกหมดแล้วเนี่ย”

“เพราะใครล่ะ”

“ก็ใครล่ะดึงอยู่ได้”

“เอ้า... หวังดีนะเนี่ย หวังดี 

“ไม่ต้องหวังดีเลย.. ไอ้บ้า   บ้าเอ้ย”

ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องดวงตาคมที่ทอดมองลงมาอย่างถือโทษ   แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอม จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ 

.

.

.

“ไอ้บ้า!

คชาหลุดเสียงหัวเราะเบาออกมา และเป็นฝ่ายเบือนสายตาออกมาก่อน    เจ้าของร่างสูงใหญ่ยักไหล่เล็กน้อย ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วย  

“บ้าพอกันแหละ”

เต๋าเอ่ยบ้าง 

คนตัวเล็กส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับตัวเองและเพื่อนร่วมห้อง  มือเรียวเล็กควานหากระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวที่หกบนโต๊ะ   มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังกลั้นยิ้ม

เต๋ามองตาม และโคลงศีรษะ  ริมฝีปากวาดยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้

“เต๋า   ว่างไหม?

ไม่ทันที่ศึกครั้งนี้จะประกาศผลผู้ชนะ  เสียงทักคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลัง  เต๋าเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนหมุนกายไปหาต้นเสียง    

 “หือ””

ไทด์ก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม  โดยเฉพาะเมื่อเห็นอีกคนที่อยู่ไม่ห่างจากเพื่อนสนิทของตน  

“อ้าว สวัสดี คชาใช่ไหม เราเจอกันเมื่อเช้า จำเราได้ใช่ไหม”

คชาพยักหน้า

“จำได้ ขอบคุณนะที่ช่วย”

“ไม่เป็นไรหรอก  หน้าที่เราอยู่แล้ว” ไทด์โบกมือให้อย่างอารมณ์ดี  และหันไปหาคนที่ตั้งใจมาหาตอนแรก  “เออ เต๋า ไปกรอกเอกสารที่ห้องหน่อยสิ  เอกสารยังไม่เรียบร้อย”

“ต้องตอนนี้?

“ว่างไหม พอดีเป็นเอกสารด่วน”

“ว่าง.. แต่เอาจานไปเก็บก่อน จะตามขึ้นไปนะ”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเก็บให้  ไปทำธุระเหอะ”

“เต๋าเลี้ยงแล้ว เดี๋ยวคชาเก็บให้เอง”

เต๋าชะงัก... แทบไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน  ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงที่อ่อนลง หรือสรรพนามที่เปลี่ยนไป.. ที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

“แหม... เมื่อคืนแทบจะตีกันตาย...วันนี้หวานเยิ้มเชียวนะ”

ไทด์ประชด  มองคนทั้งสองอย่างไม่เชื่อสายตา

ให้ตายเถอะ!

            “ใครว่าเราตีกัน ... โหย  เราออกจะรักกันใช่ไหมคชา”

            เต๋าส่ายหน้าปฏิเสธ และยักคิ้วให้ไทด์ จนหนุ่มร่างเล็กเอ่ยประชด

            “แหม... ขอให้มีลูกหัวปีท้ายปีนะ”

            เต๋าหัวเราะเสียงดัง ขณะที่คชามองคนสองคนตรงหน้าและกัดปาก  ก่อนกระแทกเสียง

            “ถามผมไหม ???

            “เรื่องแบบนี้เค้าไม่ถามกันแล้ว”

            เจ้าของร่างสูงใหญ่เอ่ยหน้าตาเฉย  จนคชาแทบจะกระทืบพื้นให้ได้ ... แต่ด้วยมารยาทต่อหน้าเพื่อนใหม่อย่างไทด์  เขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากบ่นอุบอิบกับตัวเองด้วยเสียงที่ดังพอจะส่งไปถึงอีกฝ่าย

          “ไอ้บ้า!

“เอาน่า  รักๆกันไปเหอะ  ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน นะจ้ะ”

เต๋าพูดเสียงหวาน   หันมาขยิบตาให้ด้วยท่าทางกวนๆ 

            “งั้นฝากเก็บด้วยนะครับ เต๋าไปก่อนนะแอทเลิฟ   คืนนี้รออยู่ที่ห้องนะจ้ะ จะรีบกลับไปหา”

            เต๋ายิ้มกว้างขณะก้าวตามไทด์ออกมาจากโต๊ะที่นั่งด้วยอารมณ์ที่ดีจนแทบจะลอยได้  ถึงจะได้ยินเสียงเก็บจานแบบกระแทกกระทั้นดังจากข้างหลังก็เถอะ  

            ไทด์ส่ายหัวให้กับพฤติกรรมกวนๆของเพื่อน     

            “เออ...แล้ว แอทเลิฟแปลว่าอะไรวะ”

            เต๋าเลิกคิ้ว  ก่อนหันไปส่งยิ้มกว้างให้ และอธิบายศัพท์ที่เพิ่งบัญญัติขึ้นมาอย่างสดๆร้อนๆด้วยสีหน้าระรื่น 

            “ที่รักไง แอทก็ที่ เลิฟก็รัก”

            ไทด์ฟังแล้วทำหน้าเพลียกับความคิดสร้างสรรค์แบบผิดชาวบ้านนั้น   เขาส่ายหัว และพูดประชด

            “สร้างสรรค์จริงๆพ่อคุ๊ณ”

            เต๋าหัวเราะลั่น  แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่างเขาจึงหันกลับไปทางโต๊ะที่เพิ่งเดินจากมา  เสียงทุ้มๆร้องเรียกแบบไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน  

            “ชา... คชา “

            ร่างเล็กที่กำลังจดจ่อกับจานชามบนโต๊ะหันควับมาตามเสียงเรียก   เต๋าส่งยิ้มกว้างแบบกวนๆให้ และโบกมือแรง

“บาย”

            “ไอ้บ้า  เผือกกวนเอ้ย!

            เต๋าไม่ได้ยินเสียงใดๆดังออกมา  แต่อ่านปากคนตัวเล็กได้อย่างนั้น    และไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด  สิ่งที่เขาพบไม่ใช่ใบหน้าเรียบเฉยเหมือนที่เห็นมาเกือบหนึ่งวันเต็ม  หากเป็นใบหน้าที่พยายามกลั้นหัวเราะ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนไป

คชาโคลงศีรษะ  ก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ออกกว้างอวดฟันขาว    ดวงตากลมเล็กหยีลงจนเหมือนสระอิ  
 



            ยิ้ม.....

            สว่างไสว

 

            เต๋าเหมือนคนที่ถูกฉุดลงไปในหลุมดำ  ... เวิ้งว้าง ว่างเปล่า ...  ล่องลอย... ไร้สติ

            ร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งอยู่กับที่   ห้วงความคิดเอาแต่ฉายภาพเดียวที่เห็นเมื่อครู่วนซ้ำๆ

           ยิ้มแรกที่เคยเห็น

            รอยยิ้มของคชา




            .

            .

            .

          “เออ แค่นี้แหละ”

            เต๋าวางปากกาลง... และเลื่อนกระดาษข้อมูลส่งกลับคืนให้เจ้าของห้อง 

            “หมดแล้วใช่ไหม ”

            “เออ ใช่”

            “เฟรมมันไปไหนวะ”

            เต๋าเอ่ยเสียงเนือยขณะกวาดสายตาไปทั่วห้อง  แล้วไม่พบกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เขารักเหมือนน้องชายอีกคนอยู่ในห้อง    ปกติแล้วถ้าไม่มีอะไรทำเขามักจะมาขลุกเล่นดนตรี ร้องเพลงกับเฟรม  ถึงความสามารถของเขาจะไม่ได้ครึ่งของน้องก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยเวลาว่างไปแบบเปล่าๆ  ....

            เฟรมมีความฝัน ...  เด็กหนุ่มอยากเป็นนักดนตรี  อยากเป็นศิลปิน เขามักเห็นไฟและแววตาที่ระยิบระยับอย่างมีความสุขทุกครั้งที่เฟรมได้เล่นดนตรี   เต๋าเชื่อว่าเฟรมเป็นเด็กอนาคตไกล  และคงจะถึงฝันได้ในไม่ช้า

            ไม่เหมือนเขา... อนาคตคืออะไรยังไม่เคยคิดเลย

            “ไปซ้อมเมียมันที่ห้องมิ้ว”

            ไทด์หมายถึงห้องซ้อมดนตรีที่อยู่ปีกซ้ายของตึก    ส่วนเมียของเฟรมในที่นี้ก็หมายถึงกีตาร์คู่ใจที่เจ้าตัวหอบหิ้วไปด้วยทุกที  สมกับที่เข้ามาเรียนที่นี่ได้ด้วยอายุยังน้อย เพราะพรสวรรค์ของศิลปินและความสามารถอันโดดเด่น   

            เต๋าพยักหน้ารับ   ก่อนครุ่นคิดอะไรบางอย่างเงียบๆในใจ  จนเพื่อนต้องทัก

“มึงเป็นอะไรวะ  เหม่อๆ ”

            เต๋าเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนพร้อมคิ้วที่ผูกเป็นปม    ไทด์มองอย่างระแวงๆ  โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

“ไหนยิ้มซิ”

            ?

            “ยิ้มดิๆ  ยิ้มๆ  ยิ้มกว้างๆ ตาหยีๆ”

            “อะไรของมึงวะ” 

“ยิ้มเหอะ ยิ้มๆ”

ไทด์มองเพื่อนราวกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อน ... ชายหนุ่มร่างเล็กส่ายหน้าอย่างมึนงง และเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ

“ยิ้มใช่ไหม?

            พออีกฝ่ายพยักหน้า ไทด์ก็อวดยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่ให้    แต่คนขอกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับรอยยิ้มนั้น  เต๋ามองนิ่งๆอยู่พักใหญ่  ก่อนขมวดคิ้ว...

            “ไม่ใช่ว่ะ”

            “อะไรของมึงวะ”

            “ช่างเหอะ กูไปล่ะ ขอบใจมากมึง”

            ไทด์ยืนงง มองเพื่อนที่ถือถุงพลาสติกถุงใหญ่ออกไปจากห้องด้วยท่าทางล่องลอยแบบผิดปกติ    และเกาหัวแกร่กๆด้วยความไม่เข้าใจ   พอประตูห้องถูกปิดลง  ร่างเล็กจึงหมุนตัวไปหากระจกใสๆ และยิ้มหวานๆแบบที่คิดว่าหล่อที่สุดให้กระจก     

“ก็ออกจะดูดี... สงสัยเดี๋ยวนี้เราหล่อมากไป  เต๋าแม่งหงอยไปเลย”  

            ประธานหอพักพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของตัวเอง  ก่อนกระพริบตาข้างเดียว ส่งวิงค์ให้กับเงาของตัวเอง

            “หล่อเหมือนกันนะเรา โคตรหล่อเลย”

 

            ------------------------------------

 

            Room 323

            ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาพาร่างสูงใหญ่ของตัวเองมาหยุดที่ประตูห้องตัวเอง   เต๋ารู้สึกเหมือนตัวเองสติหลุดลอยไปตั้งแต่ที่โรงอาหาร  ... 

            เขาอมยิ้มให้กับภาพที่ยังคงติดอยู่ในหัว  

            รอยยิ้มที่สว่างไสวอย่างน่าแปลกใจ   ยิ้มทั้งปากและตา...  ดวงตาหยี  มุมปากยกขึ้น... อวดฟันขาวๆเรียงเป็นระเบียบ      

สวย..   ยิ้มสวยขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยิ้มบ่อยๆนะ

            .....      

ไม่สิ...ความจริงนานๆยิ้มทีก็ดีนะ ...

อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอีกคนที่อยู่ในด้านมืดเข้ามากระซิบข้างหู  ... เต๋ารู้สึกเหมือนเป็นนักล่าสมบัติที่เพิ่งค้นพบสมบัติที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก  สมบัติที่ไม่มีใครสนใจค้นหา... แต่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนเช่นกัน 

            เต๋าหัวเราะให้กับความคิดของตัวเอง.. ก่อนสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดประหลาดๆนั้นออกไป    มือหนายกขึ้นเคาะประตูห้องตามมารยาทที่ควรจะเป็นเมื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น

          ก๊อก ...ก๊อก

ก๊อก

          เต๋าบิดลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อค และผลักเข้าไป

          น่าแปลก...ที่ความคิดพวกนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ในใจ    แม้กระทั่งตอนที่เห็นใบหน้าหวานที่หันมามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย   หากดวงตามีร่องรอยแปลกใจเมื่อได้ยินเขาเอ่ยขึ้น...  มือหนายกขนมถุงใหญ่ที่กึ่งกรรโชก กึ่งขโมย มาจากห้องเพื่อนขึ้นประกอบคำพูด  

            “กินขนมไหม ”

รอยยิ้มที่ได้รับเมื่อครู่ลอยกลับมาหาเขาอีกครั้ง...  เต๋ามองตาเล็กหยีพร้อมประกายวิบวับด้วยความดีใจราวเด็กได้ของเล่นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก 

            เต๋าส่งยิ้มกลับไป.. และครุ่นคิดอย่างเงียบๆ




          สมบัติหายาก

คงจะดีถ้าเขาเป็นคนที่ค้นพบ  และได้เป็นเจ้าของมัน

            .......แต่เพียงผู้เดียว





 

TBC.











TALK



 
 


เนื่องจากวป.หลงไหลในความโมเอ้ของเด็กชายคชาเวลาเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยๆ
เลยเอามาใส่ซะเลย! (ช่างเป็นฟิคที่สนองนี้ดคนแต่งเสียเหลือเกิน)
เด็กเหลือเกิน
>//< น่ารักเหลือเกิน โมเอ้เหลือเกิน 
(.___.)ตายล่ะงี้เค้ารู้หมดสิว่าวป.เมนคชา
(คชา : อย่างกับเค้าไม่รู้เลยเน้อ)

ขอบคุณทุกคนมากที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน และติดตามฟิคเรื่องนี้ 
วป.เองก็ไม่มีอะไรจะขอบคุณนอกจากเขียนฟิคมาให้ทุกคนอ่านเรื่อยๆ
^__^  ขอบคุณมากๆค่ะ ที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้กัน
ทุกคอมเมนท์ ทุกๆคำติชม ทุกๆกำลังใจเป็นแรงขับเคลื่อนให้วป.เขียนฟิคต่อไป
ถ้าไม่มีทุกคน วป.ก็คงหงอยและหมดพลังเขียนไปในที่สุด T_T
อยากเขียนฟิคเรื่องนี้ไปให้จบจริงๆ... มีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเขียน อยากจะบรรยายออกมา
โดยเฉพาะเรื่องราวความน่ารักของเต๋า และคชา...  เป็นเรื่องที่พูดกันสามปีก็ไม่หมด
ถ้าเห็นว่าฟิคนี้มีอยู่บ้าง ก็อยากจะให้ทุกคนช่วยติดตามฟิคเรื่องนี้ไปเรื่อยๆด้วยนะคะ T_T
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ =/\=
เอารอยยิ้มของคชามาเป็นคำขอบคุณ



ป.ล. ตอนห้ายังไม่ได้เริ่มเลย...จะลงวันไหนเนี่ย *บ่นเบาๆกับตัวเองแล้ววิ่งหนีไป*


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #126 FaiiHnnny (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 14:32
    ชาน่ารักอ่ะ
    #126
    0
  2. #122 megane (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 01:04
    ชาน่ารักอ่า
    #122
    0
  3. #112 sorrowful (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 00:08
     ฮาเต๋าตอนให้ไทด์ยิ้มอ่ะ ไทด์ก็งงนะ
    แต่ก็ทำ มีแอบชมตัวเองหล่ออีก
    เพลียเหลือเกิน

    เต๋ากับคชาเริ่มดีขึ้นมาแล้ว
    ต้องเอาขนมมาล่อเยอะๆ แล้วนี้ดีแล้วเต๋า
    >3<

    #112
    0
  4. #106 ชูชิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 08:15
    ไรเตอร์แต่งเก่งอะ
    สนุกดี

    เราก็ชอบคชายิ้ม ชอบเวลากินข้าว น่ารักอ่ะ

    รอตอนต่อไป
    #106
    0
  5. #89 fontk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:23
    เห็นด้วย ชอบโมเม๊นตอนชากินข้าวที่บ้านแมค . มากกกกกกกกกกกกกกกก เป้นเด็กที่น่ารัก น่ามองมากอ่ะเวลากินและยิ้ม อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    อัพต่อเร็วๆน๊า ^^
    #89
    0
  6. #88 yao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 18:15
    กี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสส น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ถูกต้อง เห็นด้วยที่สุด เราก้อชอบเห้ดตอนกินเหมือนกัน คิดมานานแล้วว่าเวลามันกินน่าร๊ากกกกมากกกกก แบบว่าเหมือนเด็กๆเลยอ่ะ แล้วในที่สุดอิพี่เต๋าก้อเห็นความจริงข้อนี้ 55555 เห็ดในเรื่องขี้เกรงใจอ่ะเนอะ แต่ยิ่งอ่านฝ่ายเต๋าก็ยิ่งแสดงความเป็นคนดีนะเนี่ย แบบว่ามีน้ำใจมากพอดู พี่เต๋าแอบปิ๊งน้องอด่ะไม่แปลกหรอก แต่ว่าเห็ดนี่ดิท่าทางจะอีกนานเลยกว่าจะรู้ตัวว่าถูกชอบเนี่ย
    #88
    0
  7. #87 *๑๓๗_eternity (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:55
     เด็กชายคชายิ่มน่ารัก ><
    #87
    0
  8. #86 akameinlove (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 12:15
     โมเอ้ที่สุดในสามโลกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #86
    0
  9. #85 เอ๋อหลงเห็ด (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 00:04
    เห็นด้วยกับไรเตอร์ทุกอย่างคชาเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักและโมเอ้ที่สุดในโลกกกกกกกกกกก >/////<
    อ่านแล้วชอบมากมาก ทั้งคำบรรยาย เนื้อเรื่องและภาพประกอบที่โดนเหลือเกิน
    เป็นกำลังให้นะ เป็นเรื่องโปรดของเราตอนนี้เลย
    รักรอยยิ้มของคชามากๆ ยิ้มทีไรทำเอาเราเกือบตาย เพ้ออออ 
    #85
    0
  10. #84 janechaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 19:26
    แอร๊ยยยยยยยยยยยย

    น่ารักอ่ะ ถูกต้องที่สุดค่ะไรเตอร์คชาน่ารักมากจริง

    ข้าน้อยเองก็เป็นเมนคชาเหมือนกัน

    หลงใหลในรอยยิ้มเน้ความโมเอ้ที่มีในตัวโดยไม่ต้องเสแสร้ง

    บวกกับอาการมึนๆเบลอรั่วๆฮาๆที่เห็นแล้วแบบ

    แอร๊ยยยยยย ละลายในบัดดล

    ราคชัก รักคชาที่สุดเลย

    เต๋าเอ้ยยยยยยย

    ระวังจะหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นเหมือนข้าน้อยเด้ออ

    สมบัติของเต่าหรอแบ่งให้ข้าน้อยได้ป่ะสมบัติชิ้นเนี้ยย

    ....................

    อยากได้อ้อเดี๋ยวปัดเหนี่ยวเลย

    พี่เต๋าโหดอ่ะ

    เวิ่นซะไม่มีสาระเลย เอิ้กๆๆๆ

    สุดท้ายอยากบอกว่ารักไรเตอร์ที่สุดเลย

    #84
    0
  11. #83 pippin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2554 / 12:54
    โอ๊ยยยย ตอนนี้ทำไมน่ารัีกอย่างเน้~~~~ *กรีดร้อง*



    ชอบเต๋าเวอร์ชันนี้มากๆเลยค่ะ อารมณ์ผ้าขี้ริ้วห่อทองมากๆ 55555

    อ่อนโยนในแบบเถื่อนๆ แอร๊ยย ชอบอ่ะ

    คชาก็น่ารักมากกก ชอบตอนไม่กล้าปลุกอ่ะ

    คิดถึงตอนนั่งรอเต๋าตื่นในบ้านขึ้นมาเลย เดจาวูเบาๆ



    ชอบการเขียนของคุณ วป. จริงๆ (บอกแล้วก็จะบอกอีก เกรียน 555)

    มันเบลนด์ตัวตนของทั้งคู่เข้ากับคาร์แรคเตอร์ได้ดีมากๆ

    ไม่มากไปจนนึกว่าดูเต๋าคชาตัวเป็นๆอยู่ และก็ไม่น้อยไปจนเหมือนเป็นนิยายที่มีตัวเอกชื่อเต๋าคชาอ่ะค่ะ

    ให้3คำ "ลงตัว พอดี เพอเฟคต์!!!~"



    โดยเฉพาะความรู้สึกเต๋าตอนท้ายที่พบสมบัติล้ำค่านั้นแล้วอยากเก็บไว้คนเดียว

    โฮกกกกก เป๊ะอ่ะ! มันต้องฟีลนี้เลย

    ไม่รู้จะบอกยังไง แต่เป็นการเขียนที่มีลำดับเรื่องราว และกิมมิคของเรื่องโดนใจเรามากกกกก

    ขอยกนิ้วให้~ พร้อมจุ๊บ1ที ((คุณ วป บอกไม่เอาาาาา))



    สนุกมากค่ะ ไม่ผิดหวังเลย^^

    แล้วเดี๋ยวจะแอบไปอ่านฟิคอื่นๆที่แต่งนะ ตอนนี้ขอปั่นงานป.โทก่อน หัวฟูได้ที่ละ -*-



    ขอบคุณมากค่ะที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่าน

    รอตอนหน้านะ *ม๊วฟฟ*



    #83
    0
  12. #82 WonBum (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 19:22
    ได้ข่าวว่าตอนแรกทะเลากันแทบตาย?? 5555533
    หวานมากกกกกกกกกกกก
    #82
    0
  13. #81 nottonorth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 18:26
    น่ารักเกิ๊นนนนน

    ฮั่นแน่ ต๋าวเอ๋อ คิดอะไรอยู่...

    ชาน้อยน่ารักขนาดนี้ ตกหลุมรักได้ง่ายๆเลยนะนี่!!
    #81
    0
  14. #80 nijikii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 00:59
    ถ้าไม่รีบอัพต่อ

    ขอให้คชาไม่รักนะ

    อะ..ล้อเล่น 55

    ซาดิสในช่วงแรกๆ

    แต่เริ่มมาหวานเนี่ย มัน..

    โอ้ยยยย..ตายค่ะตาย ><

    ยังไงก็ขอหวานกว่านี้

    เอาให้คนอ่านกระอักเลยนะไรเตอร์ 55

    เป็นกำลังใจให้จ้า ^^
    #80
    0
  15. #79 syoneo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 21:39
    ให้ตายเหอะ คชาน่ารักไปไหน



    อ่านไปแล้วนึกภาพตาม //ฟินมวาก!



    โอ้ยยย ฮั่นแหน่!พี่ต๋าวๆหลงเสน่ห์ชาก่อนนี่หว่าา อั๊ยย๊ะ!!!



    น่าร้ากกกอ่ะ! < ฟีลลิ่งมันประมาณนี้จริงๆนะไรเตอร์

    แอร๊ยยยย รีดเดอร์คนนี้ก็ชอบเต๋าคชานะ

    ไม่ได้ลำเอียงจริงจริ๊งงง แต่ในเครื่องมีแต่รูปรอยยิ้มตัวเล็ก 5555555555





    โอ้ยยย ไม่ไหวจะเวิ่นค่ะ ยิ้มแล้วน่ารักจริงๆ หน้าเหวี่ยงๆก็น่ารัก[เอ๊ะ]

    สรุปน่ารักทุกตอน 555555 5



    ชอบค่าา รอๆ x]
    #79
    0
  16. #78 Bii_rain (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 20:14
    ตอนแรกมันอึมครึม มึนๆ เทาๆ มีปนเลือดกันเล็กน้อย

    ไหงตอนนี้มันหวานชมพู (อมม่วง) ละเนี่ยย ~



    พี่เต๋าหลงเสน่ห์ช้างน้อยแล้วอะเด้ =..=

    ไม่ซึนด้วยนะ ยอมรับความรู้สึกโต้งๆ กันเลยทีเดียว

    เจอรอยยิ้มช้างน้อยเข้าไป อย่าว่าแต่พี่เต๋าเลย

    คนอ่านก็น็อคเอาท์เหมือนกัน (=w=)b

    ถ้าวป.จะขยันหารูปมาประกอบกันขนาดนี้

    อ่านฟิคไป มองรูปไป ตาเยิ้มกันเลยทีเดียวเจ้าค่าเอย 55555555555

    พี่เต๋าก็เยิ้มวิ้งวับไม่แพ้กันละน่าา ~~



    แต่ว่า ..เพิ่งจะตอนที่สี่เองนะ แอทเลิฟแล้วหราา อั๊ยย้าาา

    ไวไฟจริงๆ เต๋าคชา :P



    เดี๋ยวต่อไปจะเริ่มครวญเพลง 'อยากรู้แต่ไม่อยากถาม' แล้วแน่ๆ

    (เปิดฟังไปอ่านไปได้ฟีลมากเลยฮะวป. >w
    #78
    0
  17. #77 Underscore (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2554 / 21:27
    น่ารักเน้ออออ มึนกับความหลงตัวเองของหัวหน้าหอ ชอบค่ะพี่ไทด์...เต๋าตกหลุมชาซะแล้ววววว

    #77
    0
  18. #76 rain (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 23:28
    หวานมากกกก



    เป็นกำลังใจให้เล้ย อัพเยอะๆ นะคับ จะรออ่าน..
    #76
    0
  19. #75 mylaiceps (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 21:12
    จริงๆคชาไม่ได้โมเอ้แค่ตอนกินข้าวนะ

    โมเอ้ทุกอริยบท 55555

    อัพไวๆนะไรเตอร์

    #75
    0
  20. #74 My-Akazuya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 20:59
    ชอบนะเวลาเต๋าดุชาอ่ะ สั่งเหมือนน้องเป็นเด็กตัวเล็่กๆเลย

    ส่วนเด็กน้อยทำผิด อยากโวยวายแต่ทำไม่ได้เนี่ย น่ารักที่สุด

    แต่ตอนนี้ละลายตายไปกับเด็กน้อยเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยก่อนนะ น่ารักน่าฟัดมากกกกกก

    แล้วคนที่เจอในระยะประชิดแบบเต๋าจะไม่หวั่นไหวได้ไงเนี่ย

    ยิ่งมาเจอรอยยิ้มแบบนี้ของตัวเล็กอีกนะ ตายยยยยยยยยสนิท

    เด็กน้อยโมเอ้ที่สุดในสามโลกกกกกกกกกกกกกก

    สมบัติหายากของเต๋า เค้าก็หวังจะให้มันเป็นของเต๋าเพียงคนเดียวนะ

    ที่สำคัญรักษาไว้ให้ดีด้วยเน้อ



    รักฟิคเรื่องนี้ รักคนเขียนด้วยนะจ๊ะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ ด้วยน้า พี่ชอบมากกกกกก >___<

    เฝ้ารอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อเลยจ้า เป็นกำลังใจให้ด้วยเน้อ ^__^
    #74
    0
  21. #73 นัท (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 20:46
    น่ารักเบาๆอิอิ
    #73
    0
  22. #72 อลิคเซีย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:41
    อัพไวๆน้าาาา
    #72
    0
  23. #71 KRN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:27
    เต๋าาาาา ชั้นขอหลงรอยยิ้มสว่างไสวนั่นด้วยคนได้ป่ะ



    วป.เค้าบรรยายซะ ชา น่ารักขนาดนั้น



    ชั้นเป็นเมนแกนะ แต่เรื่องนี้ชั้นขอเอียงมาเปนเมนชาได้มะ



    เรื่องนี้ชาน่ารัก โมเอ้มว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก



    ฉากเคี้ยวข้าวตุ้ยๆนั่น อ่า เห็นภาพ
    #71
    0
  24. #70 `the.cfholic13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:16
    เวลาคชากินข้าวเป็นอะไรที่
    โมเอ้มาก !!!!!!
    #70
    0
  25. #69 [Unlovable] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:12
     เห็นด้วยกะคนเีขียนทุกอย่าง -/////-
    รอยยิ้มเด็กน้อยน่ารักจริงๆ พี่คชาเป็นผุ้ชายที่่ยิ้มได้น่ารักกว่าผู้หญิงหลายๆคนอีกนะ
    ชอบฟิคเรื่องนี้มากจริงๆ แม้ตัวเรื่องจะไม่ใช่เรียลฟิค แต่เวลาอ่านแล้วมันสัมผัสได้ถึงตัวตน
    ของคนทั้งคู่อ่ะ ผ่านการบรรยาย การกระทำของตัวละครต่างๆเป็นธรรมชาติมาก
    คชาไม่โมเอ้บ้องแบ้วจนน่ารำคาญ หรือพี่เต๋าก็ไม่ได้โคตรสุภาพบุรุษ คือเป็นตัวของตัวเองทั้งคู่
    ไรเตอร์มาต่อไวๆเน้อ ~
    ปล. ฟิคเรื่องนี้ก็เหมือนสมบัติเรื่องหนึ่งของเค้าเลยนะ เพราะสนุกมากและนานๆทีจะหาแบบนี้เจอ -3-
    #69
    0