[เต๋า- คชา] The Roommate

ตอนที่ 3 : 3nd knock

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ธ.ค. 54

The Roommate

3rd  Knock

 

ความประทับใจแรกที่มีต่อรูมเมทของตัวเอง

*คชา* :ความใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ....ล่ะมั้ง

 

 

 

 

          มุสาวาทาเวระมณีสิกขาปะทังสมาทิยามิ

            ไหนๆก็ผิดมาเกือบทุกข้อแล้ว...  วันนี้ขอผิดศีลอีกสักข้อจะเป็นอะไรไป

          “เฮ้อ”

            เต๋าถอนหายใจอยู่ในความมืดเพราะไฟในห้องถูกปิดหมดทุกดวง  เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟของเล่นดวงเล็กบนโต๊ะเขียนหนังสือ    ดูท่าทางถ้าวันนี้ไม่ใช่วันซวยของเขา   ก็คงเป็นเพราะไอ้คนที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงเมื่อพักใหญ่   นำความซวยมาให้เขาเป็นแน่แท้  มีอย่างที่ไหน เข้ามาปุ๊บ   ตีกับเขาปั๊บ   แถมเขาหายไปไม่ทันไร กลับมาอีกทีนอนขดเป็นกุ้งอยู่บนพื้น เลือดกำเดาอาบหน้า  ให้เขาตกอกตกใจยกใหญ่เพราะนึกว่าตัวเองจะกลายเป็นฆาตรกรซะแล้ว  

            ถ้าเต๋ารู้สักนิดว่าเพื่อนร่วมห้องจะบอบบาง อ่อนแอ ร้องไห้โยเยตอนป่วยขนาดนี้  เขาก็คงจะยับยั้งชั่งใจไม่ให้ปล่อยหมัดออกไปเหมือนเมื่อเย็นอย่างแน่นอน   โชคดีที่ตัดสินใจเดินกลับไปขอกล่องปฐมพยาบาลมาจากห้องของเฟรมกับไทด์ และกลับมาทันเวลา ... อย่างน้อยก็ทันห้ามเลือดกำเดาที่ไหลทะลักออกมาเป็นลิ่มไม่ให้ไหลเยอะกว่าเดิมจนเหี่ยวตายเป็นผีเฝ้าห้องของเขาล่ะนะ       

          เต๋ารู้สึกว่าตัวเองควรไปเรียนพยาบาลมากกว่าเรียนร้องเพลงก็วันนี้  ถ้าให้คะแนนตัวเองได้ เขาคงไม่รีรอที่จะเขียนหนึ่งร้อยเต็มให้ทันที  เพราะเป็นคนจัดการตั้งแต่ปฐมพยาบาลคนเป็นเลือดกำเดาเบื้องต้น และประคบน้ำแข็งจนเลือดหยุดไหลในที่สุด   จัดการทำแผลที่ถูกต่อยจนปากแตกและขึ้นรอยบวมช้ำอย่างน่ากลัวด้วยแอลกอฮอล์และปิดแผลเรียบร้อย  ไล่ไปจนถึงเช็ดตัวที่ร้อนเป็นไฟจนไข้ลด   และปลอบเด็กชายตัวน้อยที่ร้องไห้หาแม่อย่างน่าสงสารให้สงบลงได้

            ที่จริงแล้วถ้าไม่ติดว่าจะถูกสอบสวนเรื่องรอยแผลบนหน้าเขาและเพื่อนร่วมห้องคนใหม่  เต๋าคงเลือกวิธีที่จะเรียกรถพยาบาลและส่งไอ้คนบอบบางนี่ไปให้ถึงมือหมอมากกว่าดูแลเองอย่างที่ทำมามากกว่า   ... ใครจะไปเชื่อ  อยู่ๆก็ต้องมานั่งดูแลคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสองชั่วโมง   จะออกไปตามใครมาช่วยก็ไม่กล้าปล่อยคนป่วยเอาไว้ในห้องคนเดียว  แถมโทรศัพท์ไปหาเพื่อนรักคนไหน  ... แค่เอ่ยประโยคแรกที่เขาเอ่ยออกไป มึง... เมทกูป่วย.... เพื่อนที่รักทุกคนก็แทบจะพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า 

เรื่องของมึง จัดการเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้ไทด์!!! ที่หัวเราะใส่เขาทันทีที่เล่าเรื่องทั้งหมดจบ....แถมนอกจากไม่ช่วยแล้วมันยังมีหน้ามาตอกกลับให้เขาเจ็บใจเล่นด้วยว่า สมน้ำหน้า!’

            ขอบคุณเพื่อนรัก....

            อย่างไรก็ตาม ...เขาผ่านมันมาได้แล้ว  เรียกได้ว่าทำทุกวิธีเลยก็ว่าได้  แม้กระทั่งหลอกเด็กร้องหาแม่!

          ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ  แค่จับมือ ลูบหัว  ปลอบนิดหน่อย จากคนที่เพ้อด้วยพิษไข้  กลับสงบอย่างน่าประหลาด

          “...หม่าม๊าจะอยู่กับคชาครับ.... คชาหลับนะครับ”

          เด็กติดแม่ชัดๆ!  แค่เขาปลอบแบบหลอกๆก็เชื่อ... มือเล็กจับมือเขาแน่น  แล้วก็หลับไปเลย

          หลอกง่ายชะมัด ....

เต๋าคิดพลางย่นจมูกมองคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงอย่างพิจารณา   แสงสลัวจากโคมไฟส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าสะอาดหมดจด ใบหน้าที่เหมือนส่วนผสมระหว่างเด็กผู้ชาย..กับเด็กผู้หญิง   ไม่ว่าจะคิ้วเข้มๆ แต่เป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด  ขนตาหนาเป็นแพ  จมูกได้รูปสวย ไม่ได้โด่งมากจนโดดเด่นดึงสายตาไม่ให้สนใจกับส่วนอื่น   ส่วนหวานๆแบบผู้หญิงก็มีแก้มยุ้ยๆ แค่เห็นก็รู้ว่ามันคงนุ่มนิ่มไม่ผิดกับสาวน้อย   ริมฝีปากอิ่มสีชมพูสด...แบบที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางเลย ที่สำคัญคือ รูปร่างเล็กๆ บอบบาง... เบาหวืออย่างไม่น่าเชื่อ ไม่แปลกจริงๆที่ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นทอม

เต๋าหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองในใจว่าไม่ใช่ความผิดของเขาเลยที่คิดว่าเพื่อนร่วมห้องคนใหม่เป็นทอม ...

ก็มันเหมือนไหมล่ะ!

ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ ก่อนเบือนหนี ...

“หลับสบายเลยนะ”

 เต๋าบ่นงึมงำกับตัวเองเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจอีกรอบ  วันนี้คงเป็นวันซวยของเขาจริงๆ  ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ จะทำให้เขากลายเป็นทั้งรูมเมท  บุรุษพยาบาล  นักแสดงดีเด่น   แถมพ่วงด้วยตำแหน่งคนเฝ้าไข้กิตติมศักดิ์ภายในวันเดียว... ไม่สิ ภายในไม่กี่ชั่วโมงมากกว่า  

ไม่เรียกว่าซวยแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ!

“อือ...”

“เฮ้ย!

เต๋าสะดุ้งโหยง  เมื่ออยู่ๆร่างเล็กตรงหน้าก็ครางอื้อ  ... และเพียงไม่นาน ดวงตาที่ปิดสนิทเมื่อครู่ก็ค่อยๆลืมขึ้น 

“..ม้า”

เชื่อแล้ว..ว่าเด็กติดแม่ของจริง

“คุณ..ทำไม... ”

เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น   หลังจากฟื้น  ดวงตากลมกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง... ก่อนจะหยุดเมื่อสบตากับเต๋า...   ใบหน้าขาวซีดที่ดูดีขึ้นกว่าตอนแรกขมวดคิ้วยุ่งเหยิง  และค่อยๆขยับตัวขึ้นมานั่งอย่างอ่อนแรง

“ผม...  เป็นอะไร”

“เป็นคนป่วย ใกล้ตาย เสียเลือดมาก ”

          เต๋าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  

          “ถ้าไม่กวนสักนิดมันจะตายไหม”

            “อ้าว..นี่.... พูดจาอะไรดูมั่งนะ  คนอุตส่าห์ช่วยดูแล..” เต๋าขึ้นเสียงและกัดฟันอย่างอารมณ์เสีย   หากประโยคท้ายบ่นงึมงำกับตัวเอง

            รู้งี้ปล่อยให้แห้งตายไปเลยก็ดี  

            “คุณช่วยผมเหรอ...”

            “โอ๊ย  ใครเห็นสภาพแบบนั้นก็ต้องช่วยทั้งนั้นแหละ  เกิดตายคาห้องขึ้นมา มีหวังเฮี้ยนตาย”

            เต๋ายักไหล่  และพูดราวกับเป็นเรื่องปกติ   ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหมุนตัวไปทางอื่น   ดวงตาคมเหลือบซ้ายแลขวามองทางโน้นทางนี้อย่างไม่มีจุดโฟกัส... อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าไม่อยากนั่งอยู่เฉยๆให้คนป่วยจ้องด้วยสายตาแปลกๆอีกแล้ว  ....แขนขาก็เกะกะจนไม่รู้จะวางไว้ไหน 

            “ขอบคุณ.. ”

          เสียงแผ่วหวิวนั้นทำให้เขาหันควับกลับมาหาทันที   เต๋าเบิกตากว้างเพราะไม่เชื่อหูตัวเอง

            “หา.. ว่าไงนะ!

          “เปล่า!

            คนตัวเล็กปฏิเสธทันที  พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปยังที่อื่นบ้าง  ...เต๋าอุทานเสียงหลง   

            “อ้าว!

            มันน่านัก... ไอ้ตัวเล็ก มันน่านัก

            “ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย”

          ไอ้ตัวเล็กที่เต๋าเรียกอยู่ในใจเงยหน้ากลับมามองเขาอีกครั้ง  มือเรียวคลึงขมับของตัวเอง  คงเพราะปวดหัว...   ไม่ก็หน้ามืดเพราะเพิ่งตื่นนอน

            “เต๋า ...เรียกเต๋านี่แหละ  ... แล้วชื่อ... คชาใช่ไหม?

            คนป่วยพยักหน้า   มือยังวุ่นวายกับหัวตัวเองไม่เลิก... จนเต๋าเริ่มห่วง

            “ดีขึ้นหรือยัง... 

            “ก็.. ดีแล้ว.. 

           ดีบ้าอะไรล่ะ...

เต๋าบ่นในใจ  ดวงตาคมปลาบไม่ยอมละสายตาจากคนที่คลึงขมับตัวเองด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี 

            “พาราอยู่บนหัวเตียง  กินซะ...จะได้หาย  ...เป็นผู้ชายซะเปล่า อ่อนปวกเปียกแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

            “ไม่เป็นไร..”  เต๋าทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง  แต่เสียงแหบๆเอ่ยขึ้นมาก่อนราวกับรู้ทัน “ พาราไม่หายหรอก...ผมมียาของผมเอง”

“อ้อ..” 

“แล้วคุณไม่เปิดไฟ?... ”

คนตัวเล็กมองไปยังโคมไฟบนโต๊ะสลับกับเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม     เต๋าเกาท้ายทอย และย่นจมูกเล็กน้อย...   

“จะนอนต่อหรือเปล่าล่ะ  ถ้านอนจะได้ไม่เปิด”

เป็นคำถามที่คล้ายจะ

คชามองอีกฝ่ายนิ่ง..  นาน... จนอีกฝ่ายเริ่มชักสีหน้า    

รู้สึกราวกับค้นพบอะไรบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อ  

... ปิดไฟให้เขา. . ??

คชาไม่ได้ถามออกไป... แต่รับรู้ได้ด้วยตัวเองว่าคำตอบนั้นคืออะไร

เช่นเดียวกับคำขอบคุณ... ที่เอ่ยเบาๆอยู่ในใจ

“ถ้าจะนอนก็นอนฝั่งโน้นไปละกัน... ผ้าห่มอยู่ในตู้    ขอไปอาบน้ำก่อน  ง่วงจะแย่แล้ว”

 “เอ่อ”

“มีอะไร?

            “ผม... ขอแยกเตียงเลยได้ไหม”

          “ว่าไงนะ”

            เต๋ามองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง... ไม่แน่ใจว่าได้ยินผิดไปหรือเปล่า

            “ผมขอแยกเตียงได้ไหม  ... อย่างที่บอก.. ผมไม่ชอบนอนกับคนแปลกหน้า”

          คำๆเดียวทำให้เขารู้สึกราวกับถูกกระบองตีแสกหน้า...

            คนแปลกหน้า... ใช่สิ

เขามันเป็นแค่คนแปลกหน้า!!!!!!!!!!!!!!!!

          เต๋าอยากจะต่อยกำแพงให้ทะลุเสียตอนนี้...     นั่นสิ...  เขามันก็แค่คนแปลกหน้า...  รู้งี้ไม่น่าเสียเวลาเสียพลังงานดูแลให้มันลำบากเลย!

            ปล่อยให้ตายไปเลยตั้งแต่แรกซะก็ดี

            “ไม่ได้โว้ย   จัดไว้แล้ว ขี้เกียจแยก” 

            “เดี๋ยวผมทำให้เอง.. คุณไม่ต้อง....”

            “ยังไงก็ไม่ได้ ”

          เต๋าบอกเสียงแข็ง  ท่าทางหาเรื่องจนคนที่ร้องขอหน้าเสีย   คชาพูดเสียงอ่อน... 

            “พูดดีๆไม่ได้หรือไง... ผมก็แค่อยากนอนคนเดียว”

          “ไม่ได้ ไม่ให้แยกเตียง ถ้าอยากนอนคนเดียวก็ไปนอนที่พื้นเลยไป๊“

            .

          .

          .

            บางที... เพื่อนร่วมห้องของเขาก็มีอะไรแปลกๆ มาทำให้เขาประหลาดใจอยู่บ่อยๆเหมือนกัน

            เต๋านุ่งผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกสบายใจกว่าตอนแรก   หากภาพแรกที่เขาเห็นกลับทำให้เขารู้สึกแปลกใจปนอ่อนใจ

            หลอดไฟในห้องถูกเปิดจนสว่างจ้า    เต๋าจึงเห็นข้างเตียงฝั่งติดระเบียงที่มีร่างเล็กนอนขดตัวอยู่บนผ้านวมสีขาวผืนหนาที่ถูกปูเป็นที่นอนชั่วคราว    ครึ่งหน้าถูกปิดด้วยผ้าปิดตาลายการ์ตูนสีเขียว    ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าอีกฝ่ายคงหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว....

            เต๋าถอนหายใจ

            “เออ..ดีนะ ป่วยแล้วยังไม่เจียม  แข็งตายขึ้นมาอย่ามาหลอกมาหลอนแล้วกัน”

            ชายหนุ่มร่างสูงส่ายหัวเล็กน้อย  ก่อนเดินไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า และเตรียมตัวพักผ่อน

            เขามันก็แค่คนแปลกหน้า...จะพูดอะไรได้วะ     

            …………..

00.23 น.

เต๋านอนแผ่หราอยู่บนเตียงกว้าง  ร่างกายสูงใหญ่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาอุ่น  ข้างกายมีตุ๊กตาหมีสีขาวตัวโตเป็นเพื่อนนอน    อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ  อุณหภูมิลดต่ำลงจนปลายเท้าของเขาเย็นเฉียบ   เขาลืมตาโพลงอยู่ในความมืด  ...ขณะนอนฟังเสียงลมหายใจติดขัด.. และเสียงฟันที่กระทบกันของคนที่นอนอยู่ข้างล่าง

            “คนแปลกหน้า...ยังไงก็เป็นคนแปลกหน้าล่ะวะ  เหอะ!                  

 

------------------------------------

 

          เช้าแล้ว

            คชาอ้าปากหาว บิดขี้เกียจ และลุกขึ้นมาจากที่นอนนุ่มอุ่นอย่างเชื่องช้า ...  สูดลมหายใจเข้าลึก   ก่อนมองไปที่ข้างนอกระเบียง   ต้นไม้สีเขียวสดข้างหลังหอและแสงแดดอ่อนๆทำให้เขาอยากจะลุกออกไปสูดอากาศข้างนอกโดยเร็ว   อาการปวดหัว และอ่อนเพลียจากเมื่อวานหายไปหมดแล้ว ... อาการไข้ก็ไม่มีเหลือ   มีแค่ความรู้สึกตึงๆที่มุมปาก   และหลังที่ปวดเล็กน้อยเพราะไม่ชินกับการเปลี่ยนที่นอน รวมไปถึงพื้นห้องแข็งโป้กที่นอนมาทั้งคืน      คชาซุกหน้าลงกับผ้าห่มหนาที่คลุมร่างอยู่และบิดขี้เกียจเป็นครั้งสุดท้ายอย่างมีความสุข  ก่อนที่ความคิดบางอย่างจะพุ่งเข้ามาในหัว

            ผ้าห่ม?

          เมื่อคืน...ก่อนที่จะหลับไปอีกครั้ง  คชาจำได้ว่าสำรวจจนแน่ใจว่าทั้งห้องมีผ้าห่มอยู่แค่สองผืน... คือของเขาที่พับอยู่ในตู้  ส่วนอีกผืนคือของเพื่อนร่วมห้องที่วางอยู่บนเตียง     จากความรู้สึกอ่อนเพลียและเหน็ดเหนื่อยที่จะทุ่มเถียงกับอีกฝ่ายเรื่องขอแยกเตียงนอน ทำให้เขาตัดสินใจเอาผ้าห่มและหมอนส่วนของตัวเองลงมาปูนอนบนพื้นอย่างที่อีกฝ่ายเสนอให้ทำ

            ผ้าของเขายังปูนอนอยู่ที่พื้น..  แต่อีกผืนล่ะ มาจากไหน?

            คชาหันควับไปที่เตียงขนาดสองคนที่วางอยู่กลางห้อง ...  แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง   

            ร่างสูงใหญ่อยู่ในเสื้อยืดสีชมพู ขับให้ผิวขาวๆเด่นชัดขึ้น  ท่อนล่างใส่บ๊อกเซอร์ตัวสั้น ...  นอนขดเป็นกุ้ง กอดหมีตัวโตอยู่กลางเตียง  ... 

            ไม่มีผ้าห่ม

          คชาลุกขึ้นและเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้

            “นอนกอดหมี  เด็กอนุบาลหรือไงนะ”

            คชาพึมพำ...  แต่ก็ต้องสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อเสียงทุ้มๆเอ่ยขึ้นในทันทีที่เขาพูดจบประโยค

            “ใครเด็กอนุบาลวะ”

            “ยังไม่หลับเหรอ”

            “ใครจะไปหลับลง... หนาวจะตายชัก แม่งเอ้ย”

เสียงสบถทำให้คชาหน้าเสีย  ... ความรู้สึกต่างๆไหลบ่าเข้ามากระทบหัวใจ  ทั้งรู้สึกผิด... และประหลาดใจในหลายๆเรื่อง   คชาอยากจะพูดคุยกับอีกฝ่าย... แต่ร่างสูงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมาหาพูดคุยกับเขาดีๆเลย

            คชาถอนหายใจเบา... ก่อนเอ่ยขึ้น

          “ขอบใจ...”

          “ไม่ได้ยิน”

            สิ้นเสียงทุ้ม... น้ำเสียงเย็นชาก็เอ่ยทันควัน   หากคราวนี้คชากลับอมยิ้ม...  ก่อนตะโกนเสียงดัง

          “ขอบใจ...ขอบใจ  ได้ยินหรือยัง!!!

          คชากลั้นยิ้ม เมื่ออีกฝ่ายโต้กลับมาพร้อมกับเอามือปิดหู 

            “ได้ยินแล้วโว้ย หูไม่ได้หนวก”

            คชาอยากหัวเราะ...แต่ไม่แน่ใจว่าควรหัวเราะอะไรดี ระหว่างเสียงโวยนั่น  หรือใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดนั้น  

          ความจริง...  มันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าที่คิดไว้  

             คชาคิด ขณะบรรจงคลี่ผ้าห่มที่หอบขึ้นมาจากพื้นคลุมร่างสูงใหญ่บนเตียงอย่างเบามือ   ไม่สนใจแม้แต่ท่าทางสะดุ้งเฮือกราวกับถูกของร้อนของอีกฝ่าย

 

           

 

            “ขอบคุณ...สำหรับทุกเรื่องนะ  เต๋า”

          “เอ๊ะ!

          อีกฝ่ายสะดุ้งโหยงอีกครั้ง  หากคราวนี้ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นมา และหันมองเขาด้วยสายตาประหลาด

“เต๋า...ขอเรียกงี้นะ”

คชาเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบๆ  ก่อนหันหลังไปเก็บหมอน และข้าวของที่วางอย่างไม่เป็นระเบียบบนพื้นขึ้นมา

            “เออ....   อยากเรียกไงก็เรียกเหอะ”

            “นี่... คืนนี้ผมนอนข้างบนก็ได้”

          “หา...”

            “ผมหมายถึง ... คืนนี้ผมนอนเตียงก็ได้ ”

            “จะแยกเตียงเหรอ...เดี๋ยว...”

            “ไม่ต้อง... ผมนอนแบบนี้ก็ได้    ไม่อยากเห็นคนนอนแข็งตาย”

          คชาส่ายหัว... ก่อนรีบปฏิเสธ    มือยังง่วนกับการเก็บของขึ้นไปวางไว้บนโต๊ะ

            “ใครกันแน่ที่จะแข็งตาย พื้นเย็นจะตายชัก ยังโง่ไปนอนอยู่ได้”

          เขาชะงักมือเล็กน้อย ...  ขณะเดียวกับที่พยายามห้ามไม่ให้มือนั้นขว้างหมอนใบใหญ่ในมือไปฟาดปากเพื่อนร่วมห้อง

          หมดกัน...  อุตส่าห์ห้ามใจไม่ให้หาเรื่องทะเลาะ    แค่เสียงกวนๆ นั่นก็แทบจะลบภาพดีๆที่อีกฝ่ายทำให้จนหมดแล้ว

            “... ไอ้บ้าเอ้ย”

            คชาพึมพำเบาอยู่คนเดียว   ก่อนตั้งคำถามอยู่คนเดียวในใจ

          คนอะไร..ดีทุกอย่าง....

ยกเว้นปาก

 

            .

          .

          .

 

 

          เต๋าได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัว  และเสียงเพราะอย่างไม่น่าเชื่อดังออกมาจากห้องน้ำ   ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นมาจ้องประตูห้องน้ำ  ก่อนแบะปากเล็กน้อย  และทิ้งตัวลงไปใต้ผ้าห่มอุ่นๆสองผืนอย่างสบายใจ ...   มือข้างหนึ่งดึงหมีตัวโตเข้ามาในอ้อมแขน     

          กลิ่นหอมที่ไม่คุ้นเคยลอยเข้ามาแตะจมูก

เต๋าครุ่นคิด..  ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะขาดห้วงไป 

          ผู้ชายอะไรวะ... ใช้น้ำหอมกลิ่นหวานขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

Kacha’s Diary

2nd Day

ถึง หม่าม้าที่คชาคิดถึงกว่าใครๆ ...และรักที่สุดในโลก 

ไดอารี่ของคชาวันนี้ ขอเขียนถึงม้านะครับ... คชาคิดถึงม้าจังเลยครับ

เมื่อคืนนี้คชาป่วยอีกแล้ว...เลือดกำเดาไหล  ไมเกรน...  แถมยังทรมานกว่าทุกครั้งที่เป็น

ถ้าคชายังอยู่กับม้า...คชาก็คงไม่ทรมานเหมือนเมื่อคืนนี้

แต่คชาจำได้ว่าม้าเคยสอนว่า “อุปสรรคทุกอย่างคือบททดสอบชีวิตของเรา”

ตอนนี้ คชาเจอบททดสอบแรกของชีวิตตัวคนเดียวแล้ว  และก็ผ่านมันไปได้

 ถึงจะรับมือกับมันได้ไม่ค่อยดีนักก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนทนไม่ไหว  

สักวันข้างหน้า... คชาคิดว่าคงชินกับมัน และรู้จักวิธีรับมือกับปัญหาทุกอย่างได้ดีกว่านี้

คชารู้ว่านอกจากม้าแล้ว ไม่มีใครเลยที่จะเชื่อว่าคชาจะออกมาอยู่คนเดียวได้ 

โดยเฉพาะป๊าที่ไม่เคยเชื่อว่าคชาจะใช้ชีวิตแบบนี้ได้  

ชีวิตที่ไม่มีป๊า ม้า  ไม่มีน้อง ไม่มีใครปกป้องเวลาเหนื่อย ท้อ หรือผิดหวัง  

ไม่มีเงิน.... มีแค่ความฝัน  และความสุขอันน้อยนิดของคชา

แต่คชาจะทำให้เค้าเห็น..ว่าคชาทำได้ และจะทำให้ดีที่สุดด้วย

คชาจะพยายามครับม้า    ม้าต้องเชื่อคชานะครับ 

......

สุดท้ายนี้ถึงแม้เพื่อนร่วมห้องคนแรกของคชาจะกวนอวัยวะเบื้องล่างแค่ไหนก็ตาม

แต่ดูๆไปแล้ว...เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก 

ส่วนดีก็พอมีอยู่บ้าง... ไม่สิ  ส่วนดีก็มีอยู่มากนะครับม้า

 คชาหวังว่า คงจะชินกับนิสัยและปากไม่ค่อยดีของเขาในเร็ววันนี้นะครับ

ม้าไม่ต้องห่วงนะครับ

ไม่ว่ายังไง....คชาจะอดทนครับ

คชาสู้ๆ \-_-/

 

           

TBC.

 

 

 ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่เข้ามาอ่านและเม้นท์ให้กัน
ป่านนี้เต๋าคชาคงใกล้ถึงแล้ว  ขอลงฟิคเลยแล้วกัน เดี๋ยวจะดึกมากไปกว่านี้

ส่วนตอนสี่จะพยายามรีบปั่นนะคะ *3* จุ๊บ


  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #125 FaiiHnnny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 14:23
    เริ่มจะ หวั่นไหวแล้วสินะต๋าวววววว
    #125
    0
  2. #121 megane (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 00:49
    เต๋าดีทุกอย่างยกเว้นปากจริงๆ
    #121
    0
  3. #111 sorrowful (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 23:39
     เต๋าเน้นจัง '   คนแปลกหน้า ' เนี้ย
    เริ่มหวั่นไหวแล้วชิมิล่าาาาาาาาาา
    อีกหน่อยนี่เต๋ากินเพดดีกรีได้แล้วนะลูก

    '  มีลูกขอไปเลี้ยงซักตัว  ' 55+
    อย่างชาว่าจริงๆ นั่นแหละ

    #111
    0
  4. #62 yao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 10:00
    แอ๊รกกกกกก พี่ต๋าวววววววว สุดประเสริฐมากค่ะคุณเศรษฐพงศ์ อ่านแล้วปลื้มเจงๆๆๆๆๆๆ พี่เต๋าซึนดาเระมากเลยอ่ะ คือแสนดีมากกกกแต่ปากนี่XXX 55555 อ่านตอนนี้แล้วยกโทษให้หมดเลยที่กสนทรีนนน (แต่ตกลงอิพี่นี่นึกว่าน้องเป็นทอมจริงๆแฮะ555) ดีใจกับคชาด้วยนะทืี่มีรูมเมทดีซ่อนในขนาดนี้ ตัวเล็กน่าจะมีความสุขขึ้นนะ
    #62
    0
  5. #61 *๑๓๗_eternity (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:41
     สู้ ๆ นะพี่คชา - -
    555555555
    เต๋าเอ๋อปากไม่ดี อิอิ
    #61
    0
  6. #60 akameinlove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 11:49
     พระเอกสุดหล่อช่างซึนนัก ใจดีก็บอกเถอะพ่อ >/////<

    ปล. หวั่นไหวอะเด่ะ มาเฟียเอ๊ยยย
    #60
    0
  7. #59 janechaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 18:29
    เขินจนตัวม้วนแล้วคร้าาาาตอนนี้

    พูดไดัคำเดียว ฟินนนนนน

    ชอบรูปคชาจูจุ๊ฟฟข้างล่างอ่ะ

    ไรเตอร์แต่งได้แบบแอร๊ยยย

    อธิบายไม่ถวกกกเลย

    เขินๆๆๆๆๆๆๆๆ

    มาอัพบ่อยๆนะคะม๊วฟฟฟ

    รักไรเตอร์จัง

    #59
    0
  8. #58 syoneo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 21:23
    ชาชาสู้ๆ!

    พี่เต๋าเทตแคร์ดีนะเอ้อชาน้อย



    ยอมน้อยข้างบนแล้วว

    /โลกส่วนตัวสู๊งงสูงนะตัวเล็ก



    ใครจะหวั่นไหวก่อนเนี่ยย
    #58
    0
  9. #57 mylaiceps (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 20:39
    คชาแอบอ่อนโยนเบาเบา อ่านตอนนี้แล้วเขิน 55555 .
    #57
    0
  10. #56 KRN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:07
    เต๋า เมทดีเด่นจริงๆ



    ที่จริงแล้ว เป็นคนน่ารักนะเราน่ะ



    เสียแต่ปากอย่างที่คชาบอกนั่นแหละ



    ชาก้อยอมๆมันหน่อยนะ
    #56
    0
  11. #55 My-Akazuya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 17:00
    ยกตำแหน่งเมทดีเด่นให้เต๋าไปเลยจ้า ทำได้ทุกหน้าที่ขนาดนี้ ทำแผล ดูแล เช็ดตัว

    น่ารักที่สุดก็ตรงปลอบเด็กน้อยเนี่ยแหละ น่ารักมากกกกก >__<

    ชาน้อยแอบดื้อนะเนี่ย ป่วยๆแล้วยังหนีไปนอนที่พื่นอีก เฮ้อ

    ถ้าไม่ได้คนใจดี ท่าทางคืนนี้จะมีเด็กหนาวตายนะ ^^"

    แอบฮาเล็กๆกับคนตัวโต(ได้ข่าวว่านักเลงเก่า)ติดตุ๊กตาอ่ะ คิดภาพตามแล้วน่ารักมากกก

    ตอนนี้คะแนนเต๋าพุ่งทะลุกราฟมากนะจ๊ะ หล่อและยังใจดีอีก เสียอย่างเดียวที่ปากจริงๆ 55+



    แอบลุ้นๆกับคืนนี้ดีกว่า นอนเตียงเดียวกันแบบนี้เต๋าจะเข้าใจผิดว่าตัวเล็กเป็นตุ๊กตาไหมจ๊ะ ^__^
    #55
    0
  12. #54 อลิคเซีย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 19:00
    น่ารักอ่าาา ไรท์แต่งดีมว้ากกก (วิบัติหมด 555) ชอบฟิคนี้
    #54
    0
  13. #53 yuiyui (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 13:36
    น่ารักมากค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะ อยากอ่านsfจัง *O*
    #53
    0
  14. #52 แซงทางโค้ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 19:20
    อดทนหน่อยนะคชา

    เดี๋ยวก็รักกันเองลูก 555
    #52
    0
  15. #51 mila (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 12:46
    น่ารักอ่ะ (เสียงทาทา)

    อ่านแ้ล้วเขินนน~

    เต๋าทำตัวดีมาก

    รอตอนหน้านะคะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ : )

    #51
    0
  16. #50 Little Bear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 00:38
    คืนนี้คชาจะนอนบนเตียง เต๋าอย่าตะบะแตกนะ คชาของเค้ายังเด็ก
    #50
    0
  17. #49 rainbiwly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 23:35
    พี่เต๋ายังกวนส้นเหมือนเดิม แต่ไม่เป็นไรแชปนี้ให้อภัยเพราะพี่เต๋าแอบอบอุ่น 5555555555

    รอตอนต่อไปอยู่นะไรเตอร์ สู้ๆ! :3
    #49
    0
  18. #48 kabu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 23:10


    จะดีให้ตลอดรอดฝั่งก็ไม่ได้นะ พี่สว่าง

    อีกคนเค้าเปื่อยอยู่นะ ..

    ชา้น้อย ไม่สบายแล้วอ้อนนน ได้น่ารักมากกก

    เหมือนพี่สว่าง จะระแวงงง ระแวงง อารายจ๊าาาา

    คืนนี้นอนเตียงเดียวกัน จะมีคนนอนไม่หลับเหรอเปล่า >> มองไปทางเต๋า



    พาร์ทนี้ทำตัวดี น่ารัก ให้ 11คะแนนเต็ม10

    ดูแลรูมเมทให้ดี ๆ ปากก็ดีน้อยหน่อยก็ได้ เห้ออออออ
    #48
    0
  19. #47 TAKARA KUN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 22:41

    ทนไปก่อนนะชาชา นั่นสิก้มีส่วนดีเยอะนะ เสียแต่ปากอย่างเดียว

    #47
    0