[เต๋า- คชา] The Roommate

ตอนที่ 2 : 2nd Knock

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,283
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ธ.ค. 54

The Roommate

2nd  Knock

 

รู้สึกอย่างไรตอนที่ได้พบกับรูมเมทครั้งแรก

*คชา* : เผือกกวนเอ้ย -_-   

 

 

 

          “ขอบใจนะเฟรม”

            “คร้าบ”

          ร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องของเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยสีหน้าบูดบึ้ง  มือหนากุมแก้มซ้ายที่มีพลาสเตอร์ยาปิดอยู่เหนือร่องรอยเขียวช้ำตัดกับผิวขาวๆจนเห็นได้ชัด   แต่ยังไม่ทันที่เต๋าจะเคลื่อนกายออกไปจากห้องนอนของเฟรม คนที่มาให้ทำแผล  เจ้าของห้องอีกคนก็เดินเข้ามาในสายตา  พร้อมกับส่งเสียงทักด้วยความตกใจ

            “เอ้า...เต๋า หน้ามึงไปโดนอะไรมาวะ”

            เต๋าลอบเบ้ปากเล็กน้อย  เขาถอนหายใจและยักไหล่ให้กับไทด์ 

            “ต่อยกับเมท”

          ประธานหอพักนักศึกษาเบิกตากว้างเล็กน้อย  ก่อนแสดงสีหน้าปั้นยาก   ไม่รู้จะเอือมระอา หรือชินชากับพฤติกรรมของเพื่อนสนิทดี

          “เมทมึงเพิ่งเข้ามาเมื่อเย็นไม่ใช่เหรอ  แล้วเอาเวลาไหนไปต่อยกันวะ”

            เต๋าทำหน้าเบื่อๆ  พร้อมบุ้ยปาก

“นั่นแหละ  เข้าปุ๊บ ได้เรื่องเลย   คนอะไรวะแม่ง... ต่อยมาได้ หน้าหล่อๆของกูเสียหมด”

ไทด์มองคนหน้าหล่ออย่างเซ็งๆ   ที่มันพูดก็จริงของมัน...เต๋ามันหล่อจริง   ถ้าเขาหน้าตาแบบนี้บ้างคงไม่อยากให้มีแม้แต่เศษเสี้ยวริ้วรอยให้เสียของเหมือนกัน

ก็ฟ้าลำเอียง ... เขาถึงได้หมั่นไส้มันเหลือเกินอยู่นี่ไง

            “มึงไปกวนอะไรเค้าหรือเปล่าวะ  คนบ้าอะไรอยู่ดีๆจะมาต่อยหน้าคนที่เพิ่งรู้จัก”

          ไทด์ถามอย่างยุติธรรมที่สุด  จนเต๋าชักสีหน้าใส่   คิ้วเข้มขมวดยุ่ง  ดวงตาคมมองอย่างหาเรื่อง 

            “ไทด์  มึงพูดงี้จะหาว่ากูไปหาเรื่องมันเหรอ มึงเพื่อนกูปะเนี่ย”

          เต๋าขึ้นเสียงเมื่อพบว่าเพื่อนไม่ยอมเข้าข้างเขาเอาซะเลย  .... เขาเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อนนะโว้ย   

“เออ กูเพื่อนมึง กูถึงรู้จักมึงดีไง  ปากหมาๆแบบมึง ใครทนได้ก็เก่งแล้ว”

“เดี๋ยวกูได้ต่อยมึงปากแตกอีกคน”

ไทด์ส่ายหน้าด้วยความเพลียกับนักเลงเก่า ก่อนเอ่ยถาม

“แล้วตกลงมึงไปทำอะไรเค้าล่ะ ” 

“เผลอไปเหยียบหางมันล่ะมั้ง”

            “ไอ้นี่  ปากงี้ก็สมควรแล้วล่ะ” ไทด์ใช้มือฟาดต้นแขนไอ้คนหน้าเทวดาแต่ปากหมาไม่แดกสุดแรง    และถอนหายใจแรง   “เออ แล้วไอ้นั่นไม่ตายไปแล้วเหรอ”

            เต๋ายกเท้าขึ้นหวังจะเตะคนที่ประทุษร้ายเขาซักทีให้หายเจ็บ  แต่อีกฝ่ายรู้ทันกระโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด   ตาคมมองอีกฝ่าย

            “แลกไปคนละหมัด  เลือดกบปากพอกัน” 

            “เฮ้ย จริงดิ หมัดเดียวจริงดิ  มีคนที่สู้กับนักเลงเก่าอย่างมึงได้ด้วยเหรอ  หุ่นหมีๆแบบเจ้าเจมส์ยังฟัดมึงไม่ไหวเลยนะ”

            “กูอ่อนให้เถอะ ”

เต๋าแย้งเสียงแข็ง   คิดไปแล้วก็เจ็บใจไม่ได้  เห็นหน้าสวยๆ ตัวเล็กๆ  ท่าทางบอบบาง สำอางค์ขนาดนั้นแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะมือหนัก แถมแรงเยอะจนเขาตกใจ    ตอนแรกที่มันโผเข้ามาหาเลยไม่ได้ตั้งรับอะไร   หมัดหนักๆเลยซัดผัวะเข้าให้ที่มุมปากเต็มๆ  

ทันทีที่รู้สึกถึงรสชาติของเลือดที่ซึมออกมาจากปาก   เต๋าก็จัดการแก้แค้นกลับด้วยหมัดของตัวเอง   อย่างที่คิด...ร่างเล็กลอยหวือไปกระแทกพื้น  เสียง ร่างบอบบางกระทบพื้นดังอั่กไม่ได้ทำให้เขาตกใจเท่ากับลิ่มเลือดที่ไหลบ่าออก มาจากปากและจมูกอีกฝ่ายจนเขาไม่กล้าจะเข้าไปซ้ำให้หายแค้นเพราะกลัวมันจะตาย คามือซะก่อน  แต่จะให้เข้าไปประคองประคบประหงมก็ใช่เรื่อง   ร่างสูงใหญ่เลยสบถใส่หน้าของเพื่อนร่วมห้องคนใหม่  และก้าวฉับๆออกมาจากห้องทั้งอย่างนั้น  

            คิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย...ยิ่งนึกถึงแววตาเย็นชาที่มองมาที่เขาหลังจากถูกต่อยมือมันก็ยิ่งกระตุก

            เสียดายหน้าตาดีซะเปล่า... แต่ทำหน้าเหมือนปวดขี้ตลอดเวลา  ตาก็แข็งเหมือนระแวงคนไปทั้งโลก     

          “เออ  เรื่องของมึงละกัน  กูบอกได้แค่ว่าทำอะไรๆก็ระวังด้วย จะต่อยตีกันยังไงก็อย่าให้พวกอาจารย์รู้”

            “กูรู้แล้วน่า”

            เต๋าปัดส่งๆ   ทำหน้าเบื่อ

          “แล้วนี่มึงจะกลับไปห้องใช่ปะ”  ไทด์ถาม  แต่ไม่ยอมให้อีกฝ่ายปฏิเสธ  เขารีบยัดเยียดแฟ้มเอกสารในมือให้กับคนร่างสูงอย่างรวดเร็ว  “อาจารย์ฝากให้เอากฎไปให้เมทมึงด้วย”

          “มึงจะบ้าเหรอ  กูเพิ่งต่อยกับมันมา”

          เต๋าร้องเสียงหลง

            “แต่ยังไงมึงก็ต้องอยู่กับเค้า  เอาๆไปให้เถอะน่า แล้วก็รีบดีกันซะ  ถ้ามึงไม่อยากโดนไล่ออกจากหอ  เพราะกฎข้อแรกของหอเราคือ “ห้ามทะเลาะวิวาท!  เข้าใจ๋?

            ชายหนุ่มร่างสูงมองเพื่อนด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก  ใจหนึ่งอยากปฏิเสธ  แต่ก็ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาบอกปัดความรับผิดชอบนี้   เขากลอกตาอย่างเบื่อหน่ายขณะยื่นมือรับแฟ้มมาถือไว้

          “เออ แล้วฝากเตือนเมทมึงเรื่องกฎหน่อยนะ มึงก็รู้ว่า หอนี้เข้าง่ายอยู่ยาก ออกแล้วออกเลย   ถ้าอยากอยู่ยาวๆก็ทำตัวดีๆหน่อยละกัน”

            “มึงก็พูดไป  กูโดดหอออกบ่อย ไม่เห็นมีใครจับได้เลย”

            “ใครจะสกิลเทพเท่ามึงล่ะ  อีกอย่างกูรู้ว่ามันห้ามไม่ได้หรอก แต่อย่าให้จับได้แล้วกัน”

            เต๋าพยักหน้ารับคำแบบไม่เต็มใจนัก

            “เออ เดี๋ยวบอกให้ ถ้าไม่ตีกันตายก่อนนะ”

            “บอกแล้วไงว่าห้ามทะเลาะวิวาท!

          ไทด์ขมวดคิ้ว ย้ำอย่างจริงจังก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนีไป   แต่เต๋ากลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ และตะโกนกลับมาพร้อมเสียงกวนๆ

          “รู้น่า แค่ไม่ให้โดนจับได้ก็พอใช่ไหม”

 

 

------------------------------------

 

           

            เต๋าเปิดประตูเข้ามาในห้องของตัวเองด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนขยับมือไปที่สวิชต์ไฟเพื่อไล่ความมืดที่ปกคลุมอยู่ในห้องให้หายไป     แต่ทันทีที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่กลางห้อง เขาก็ยืนตัวตรงแน่วด้วยความตกใจ

            ร่างเล็กนั่งเงยหน้าอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ    บนโต๊ะที่เคยว่างเปล่าบัดนี้เต็มไปด้วยกระดาษเปื้อนเลือดวางกองอย่างน่ากลัว   เต๋ากลืนน้ำลายลงคอและมองภาพตรงหน้าด้วยความสยอง   ใบหน้าที่เงยอยู่เหนือพนักพิงนั้นซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด  มุมปากและข้างแก้มแตกช้ำมีเลือดไหลซิบๆอยู่  ผิวขาวซีดปรากฏรอยสีเขียวปนแดงอย่างน่าเกลียด   แต่บริเวณที่น่าห่วงที่สุดคงเป็นจมูกที่กำลังถูกซับด้วยกระดาษทิชชู่...สีแดงฉานของเลือดตัดกับสีขาวของกระดาษอย่างเห็นได้ชัด  เต๋าเห็นมือเล็กเรียวข้างหนึ่งกดกระดาษไว้ที่จมูก ขณะที่มืออีกข้างวางอยู่เหนือกล่องทิชชู่ราวกับพร้อมที่จะดึงกระดาษชุดใหม่มาซับเลือดที่ไม่หยุด หัวใจของเขาตกลงไปที่ตาตุ่มทันที

            รู้อยู่หรอกว่าตัวเองหมัดหนัก... แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้              

            “เฮ้ย  ไหวป่าววะ”  เต๋าถามเสียงเบา   สีหน้าเคร่งเครียด ทว่าไร้เสียงตอบรับจากอีกคน   “ตายยังวะ”

            “.....ถ้าตายก็คงรู้” 

            “ถามดีๆก็ตอบดีๆดิวะ”

            เต๋าว่าเสียงดัง  เกือบอารมณ์ขึ้นอีกครั้งกับน้ำเสียงไร้อารมณ์นั้น  แต่พอก้าวเข้าไปใกล้ เขาก็แทบหมดแรงกับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง  ถ้าดูนาฬิกาไม่ผิด  เขาไปทำแผลในห้องเฟรมเกือบครึ่งชั่วโมง  ปากเขาแตกก็จริง  แต่ตอนนี้ร่างกายมันก็ซ่อมแซมตัวเองด้วยการปิดปากแผลจนไม่มีเลือดซึมออกมาแล้ว   ทว่า...อีกคนกลับยังอาการหนักกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากนัก

          เต๋ารู้สึกโชคดีที่ไม่ใช่คนกลัวเลือด   เพราะพูดแบบแมนๆเลย  แค่เต๋าเห็นหน้าซีดๆ กับเลือดที่ซึมผ่านกระดาษทิชชูออกมาก็อยากจะเป็นลมแล้ว 

            “เฮ้ย  ไปหาหมอไหมวะ”

            “ไม่ต้อง .. ยุ่ง”

          น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น    เต๋ากัดฟันมองเพื่อนร่วมห้องอย่างหมั่นไส้   เพราะคนเจ็บ(กว่า)ทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ จะพูดอะไรออกมาสักทีก็เหมือนใครบังคับให้พูด  

            “ไอ้นี่...ถามดีๆนะโว้ย  เห็นเจ็บหนัก”

            “แล้วจะให้ผมบอกอาจารย์ประจำหอว่าต่อยกับรูมเมทเหรอ...  ผมไม่โง่เสี่ยงให้ถูกไล่ออกจากหอตั้งแต่วันแรกหรอก”

          เสียงแหบๆตอบกลับมาแบบเย็นชาที่สุด... แต่เหตุผลนั้นก็ทำให้เต๋าเถียงไม่ออก

            “เออว่ะ...”

เต๋าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย...แม้จะอดสงสัยไม่ได้ก็เถอะว่าทำไมรู้ดีจริง   แต่อาการของคนป่วยก็น่าเป็นห่วงมากกว่าอะไรทั้งสิ้น    

“แล้วจะให้ทำยังไง”

            “ไม่ต้องทำไง...”

            “ถามดีๆ หัดตอบดีๆมั่งเด้”

            “แล้วผมตอบไม่ดีตรงไหน?

            ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะร่อแร่อาการปางตายมากก็ตาม   อย่างนี้สินะ ที่เค้าเรียกว่าคนอวดดี   จะตายอยู่แล้วยังไม่วาย...

            “เออ..อยากตอบยังไงก็ช่าง  เป็นอะไรก็เป็นไป  ตายเมื่อไหร่จะมาเก็บศพแล้วกัน!

            เจ้าของร่างกายสูงใหญ่กระแทกเสียงดัง   ก่อนจะกระทืบเท้าเสียงดัง และเดินดุ่มๆออกไปจากห้อง   

            “.......”

          “โว้ย!!!

         

 

 

ปัง!

            คชาได้ยินเสียงถอนหายใจของตัวเองพร้อมๆกับเสียงประตูกระแทกดังลั่นเป็นครั้งที่สองของวัน    

            “ถ้ามันพังขึ้นมา เชิญชดใช้ไปคนเดียวละกัน”

            ไม่แคร์....

            คชาบอกกับตัวเองหลังจากแน่ใจว่าอยู่เพียงลำพังในห้องอีกครั้ง

            เขาไม่หวังอะไรอยู่แล้ว.... ไม่ได้หวังที่จะมีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลัง  ไม่ได้หวังจะให้ใครมาใส่ใจเท่าไหร่นัก   ที่ตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตข้างนอกคนเดียวก็เพราะหวังว่าจะได้มีความสุขกับสิ่งที่เขาชอบ

            ร้องเพลง...เล่นดนตรี  

            คชาต้องการแค่นั้น

            ส่วนเพื่อน...จะมีหรือไม่   ยังไงก็ไม่สำคัญ    ขอแค่เขาได้เรียน... ได้ทำสิ่งที่เขารักก็เพียงพอแล้ว

          คชาครุ่นคิดอยู่เงียบๆ  ขณะที่เลือดกำเดายังคงไหลออกมาไม่หยุด   เปลือกตาหนักแสนหนักจนเขาลืมตาไม่ขึ้น ... และถึงลืมขึ้นมา ก็คงต้องหลับลงไปด้วยความทรมาน เพราะแสงไฟที่สว่างจ้าจนแสบตา

            ไมเกรน....

            อาการปวดหัวที่คอยรุมเร้าชีวิตของเขาเป็นประจำ  ปกติก็สร้างความทรมานให้เขามากพออยู่แล้ว   แต่วันนี้ มันกลับยิ่งทบทวีความรุนแรงยิ่งกว่าที่เคย 

            ดูท่าทางฟ้าจะส่งบททดสอบชีวิตมาให้เขาซะแล้ว

            ทะเลาะกับรูมเมท.... โดนต่อย... เลือดกำเดาไหลไม่หยุด  ไมเกรน     

คชาดึงทิชชู่ก้อนสุดท้ายจากกล่องมาอย่างยากลำบาก...  แขนขาและร่างกายอ่อนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ   ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาเสียเลือดไปเท่าไหร่   แค่เสียเลือดจนไร้เรี่ยวแรงก็แย่พออยู่แล้ว   ที่หัวก็ยังปวดจนเหมือนจะระเบิดตัวเองออกมาให้ได้

คชาหายใจแผ่ว ... รู้สึกถึงลมร้อนๆที่ลามเลียเหนือริมฝีปากบน   เลือดอุ่นๆไหลเรื่อยลงมาอาบแก้ม   ดวงตาผ่าวร้อนเหมือนทั้งร่างถูกสุมด้วยไฟ  กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างอ่อนปวกเปียก  

            บางที... เขาอาจจะตายลงไปในตอนนี้ก็ได้

            ม้า.... ม้าครับ

          คชาคิดถึงม้า

          .

          .

          .

            “เฮ้...  อย่าเพิ่งตายนะโว้ย   คนยิ่งกลัวๆผีอยู่... เฮ้ย ฟื้นๆๆๆ”

            คชารู้สึกเหมือนคนที่หล่นร่วงไปในหุบเหวลึก...ลึกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด   สติสัมปชัญญะขาดห้วงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่สามารถบอกได้  แต่ก่อนที่จะจมดิ่งลึกลงไปมากกว่านั้น  เขาก็ถูกฉุดดึงกลับขึ้นมาราวกับเล่นบันจี้จั๊มพ์

            “เฮ้ย ตื่นๆ”

            “ฮึก..”

            ทันทีที่รู้สึกตัว ดวงตาก็ลืมขึ้น   แสงสว่างจ้าพุ่งเข้ามากระแทกสายตาจนต้องหลับลงอย่างรวดเร็ว  อาการปวดหนึบตามกลับมาเล่นงาน  คล้ายมีใครสักคนถือไม้หน้าสามมาฟาดที่หัวของเขาแรงๆ  

            “เป็นอะไรไปอีก... ไหวไหมเนี่ย  ไปหาหมอไหม”

            เหมือนสัญญาณโทรทัศน์ที่ขาดหายเป็นช่วงๆ  คชาได้ยินน้ำเสียงร้อนรนดังอยู่ไกลๆ    ห้วงสำนึกอันพร่าเลือนบอกเขาว่าเป็นเสียงที่คุ้นเคย

          “ถ้าตื่นก็ลืมตาสิ...”

            คชา... ชา...

          ....

            “ม้า...  ชาปวดหัว”

ไกลเหลือเกิน...   ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนของหม่าม้ากำลังเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ     สองมือของคชาพยายามไขว่คว้า  ทว่า.... ทุกอย่างดูจะยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม   เพราะแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเอื้อมไปคว้ามืออุ่นคู่นั้น  เขาก็แทบจะไม่มี

            “ม้า... ม้า  ชาเจ็บจังเลย... ปวดหัว  ...ม้า  ชาจะตายไหม  ม้า...”

            คชาพยายามลืมตาขึ้น... แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งกว่าเก่า   ทั้งร่างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวน จนไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่นิดเดียว  เขาดิ้นรน... พยายามขยับทั้งมือและเท้า  แต่ก็ไม่เป็นผล

            “ม้า....ช่วยด้วย ”

            เนิ่นนานในความรู้สึก   ด้วยความร้อนรนและอ่อนแอ คชารู้สึกถึงน้ำอุ่นๆที่ไหลมาจากหางตา  เขาถอนสะอื้นด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้...   ปากพร่ำเรียกหาความอบอุ่นจากมารดา กระทั่งรู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบศีรษะของเขาอย่างอ่อนโยน   เสียงปลอบอ่อนหวาน.... และฝ่ามือที่กระชับแน่น

          “หลับซะนะครับ...  ไม่ปวด....เดี๋ยวก็หายแล้ว   หม่าม้าจะอยู่กับคชาครับ”

           

 

 

TBC.

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่เป็นกำลังใจให้วป.นะคะ
*ไล่ปล้ำจูบทุกคน*  ฝากติดตามต่อไปด้วยนะคะ
ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้วป.อย่างดีมากๆ
=/\= กราบขอบคุณ
เจอกันหลังคชากลับละกันน้า =_=;
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

133 ความคิดเห็น

  1. #128 หนนารก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 22:33
    โหดแบบอบอน
    #128
    0
  2. #124 FaiiHnnny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 14:17
     แหม !! ถ้าเปลี่ยนจากอ้อนมาหม้า มาออนคนข้างตัวดีกว่ายะชา
    #124
    0
  3. #120 megane (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 00:37
    คชาเจ็บหนักเต๋ารับผิดชอบเลยนะ
    #120
    0
  4. #115 ช้างเผือก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 12:14
    โดนอ่ะ ชอบเรื่องแบบนี้

    เต๋าดูแข็งแกร่ง แต่ก็่อ่อนโยน
    #115
    0
  5. #114 nn_bailamos (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2555 / 15:17
    หม่าม้าาาาา ><
    #114
    0
  6. #110 sorrowful (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 23:20
     ชอบเต๋าแนวเนีี้ย เถื่อ นๆ แต่อบอุ่น
    หมัดเต๋าหนักมากน่าดูเลย ต่อยซะชาเลือดไม่หยุดเลย
    แรงนะอ ิ พี่ต๋าววววววววว ~

    #110
    0
  7. #46 yao (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 09:43
    เฮ้ยยยยยยยย อิพี่เต๋าาาาา แกกล้าใช้กำลังกะน้องเห็ดเหรอ!!!! ใจร้ายยยย

    หึผู้ชายรุนแรง ....แต่ว่า....แอบเข้าใจนิดๆ เห็ดน้อยเฉยชามากคงทำให้เต๋าเสียเซลฟ์ 5555 สงสารชาเบาๆอ่ะ น้องน่าสงสารคิดถึงแม่ แล้วมาปวดไมเกรนอีก พี่เต๋าก้อใจดีอ่ะนะปลอบน้อง...แต่....ปลอบแล้วทำเสียงเป็นผู้หญิงด้วยเนี่ยนะ 5555 ทุ่มพอประมาณลดโทษให้กึ่งนึงที่ทำน้องเจ็บตัว
    #46
    0
  8. #45 *๑๓๗_eternity (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 22:32
     คชาน่ารักกกกก ><

    #45
    0
  9. #44 akameinlove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 11:35
     น่ารักมากมาย โถเด็กน้อยคชา มากอดปลอบทีนึงมะ *มาเฟียถีบ* (ฉันจะถีบแกต่างหากมาเฟีย มาทำลูกเห็ดฉันได้!!)

    ตามอ่านต่อค่ะ ><
    #44
    0
  10. #43 janechaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 18:13
    อูยถ้าคชาจะเจ็บหนักขนาดนี้ละก้อ

    จะตายมั้ยเนี้ยยยย

    ไม่ได้แช่งน้าาาาาา

    แค่ถามดู ต๋าวววววอยู่หนายยย

    มาดูแลชาชาที

    ถ้าไม่มาเดี๋ยวได้ต่อยกันจิงๆนะเฮ้ย

    เร็วเข้าาาาาาา

    #43
    0
  11. #42 syoneo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 21:06
    ไม่ต้องหวานแต่แรก



    ไม่ใช่รักแรกพบ ค่อยปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

    ชอบอ่าาา พล๊อตแบบนี้



    ชาเย็นชานะลุก ระวังไว้น้าาา พี่เต๋าจะเข้ามาเปลี่ยนชาๆนะเอ้อ xD
    #42
    0
  12. #41 mylaiceps (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 19:46
    คชาน่าสงสาร T_T
    #41
    0
  13. #40 My-Akazuya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2554 / 16:21
    โอ้โห คุณนักเลงเก่าคะ ต่อยน้องไปซะขนาดนี้ ชาทีรักเค้าจะรอดไหมเนี่ย

    เคืองนะจ๊ะเต๋า ตัวเองผิดเอง ปากพาซวยเอง ยังมาทำร้ายที่รักเค้าอีก ฮึ่มๆ

    ยิ่งมาเห็นสภาพน้องอีก อยากจะพุ่งเข้าไปชกเต๋าจริงๆ

    สงสารน้องอ่ะ ตัวเล็กขนาดนั้น เลือดออกขนาดนั้น จะหมดตัวก่อนไหม

    ไมเกรนขึ้นอีก อ๊ากกกกกก ตัวเล็กของเค้า T^T

    อารมณ์ป่วยหนักแล้วต้องอยู่คนเดียวนี่ น่าสงสารมากกกกกกก

    รูมเมทที่รักช่วยดูแลตัวเล็กด้วยนะ ไม่งั้นโดน 55+ *อินสุดชีวิต*
    #40
    0
  14. #39 แซงทางโค้ง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2554 / 19:08
    โห ถ้าจะเจ็บปางตายขนาดนั้น



    รักกันโหดไปไหน

    (ตบเกรียนแตก เค้ายังไม่ได้รักกัน)



    รออ่านต่อนะคะ
    #39
    0
  15. #38 kabu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 23:27
    ตัวเล็กจะช้ำใน ตายม๊ายยยยย.. หมัดหนักไปเหรอเปล่าคุณชาย

    ชา เวลาไม่สบายแล้วอ้อนนนน น่ารักได้อีก



    ทำให้ตัวเล็กไ่ม่สบาย มาดูแลเค้าเลยยยย พี่สว่าง
    #38
    0
  16. #37 อลิคเซีย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 20:04
    เต๋าโหดวะ 555
    #37
    0
  17. #36 KRN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 19:55
    ม้า นี่คือ อิคุณเต๋าใช่ป่าวววว



    คชาาาาาา จะเป็นอะไรมากไหมเนี่ย



    เต๋า ดูชาดีๆนะ ทำเค้าป่วยขนาดนั้นอ่ะ



    #36
    0
  18. #35 `the.cfholic13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 18:27
    พี่เต๋าคือคนที่ลูบหัวใช่บ่ ?
    รีบๆพาไปหาพยาบาลเร็วววว
    #35
    0
  19. #34 Deem (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2554 / 17:58
    เรื่องนี้สนุกนะ อ่านๆไปแล้วชอบมากอ่ะ

    ภาษาก็อ่านแล้วไหลลื่นดี น่าติดตาม

    แถมยังลุ้นดี ลุ้นว่าเต๋าจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง

    ต้องดูแลคนป่วยที่เพิ่งจะชกกันไปใช่ป่าว 555

    คชาก็อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ อดทนๆๆๆ



    ไรเตอร์จ๋า จะรอติดตามน๊าาาาาา สู้ๆ
    #34
    0
  20. #33 เปลวเพลิงสีเลือด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 23:15
     เผือกเอ๊ย ถ้า ชาเป็นอะไรไปนะ หึๆๆๆ แกจะตต้องเสียใจ ชริ
    #33
    0
  21. #32 Nokweed (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 22:53
    เต๋าเป็นคนลูบหัวและปลอบชาใช่ม้ายยย!!??
    #32
    0
  22. #31 nuforte (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 22:24
    โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ คชาน้อยน่าสงสาร ทั้งเลือดกำเดาไหล ทั้งไมเกรน ไม่ไหวเลยนะเต๋า

    ปล. มาอยู่ห้องพี่แทนมั้ยลูก รับรองมีเตียงนุ่มๆ แถมยังร้องเพลงได้ตามแต่ใจอยาก... สนมั้ยๆๆ (เปรี้ยง--ถูก...เสยปลายคาง)
    #31
    0
  23. #30 rainbiwly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 21:00
    อื้อหือพี่เต๋านั่นหมัดหรืออะไรหน่ะที่ต่อยไป?รุนแรงมากกก! 5555555555 คชาสภาพร่อแร่สุดๆเลยอ่ะ น่าสงสาร T T

    ฟิคเรื่องนี้สนุกมากเลยค่ะ เราชอบสุดๆ มาอัพต่อเร็วๆนะคะไรเตอร์ :D
    #30
    0
  24. #29 NomadSalvatore (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 20:11
    เผือกกวนทำคชาเจ็บ.. แอร๊ย เป็นไรมากป่ะนั่น!!

    เผือกกวนดูแลคชาดีดีหน่อยเซ่~



    รออ่านต่อค่ะไรเตอร์!! >3
    #29
    0
  25. #28 littleเต่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 18:50
    งื๊ดดด  TT พี่คชาเจ็บหนักอ่ะ

    พี่เต๋าช่วยพี่คชาทำแผลหน่อยเด้ 

    เดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมาอย่ามาเสียใจเอาทีหลังนะ
    #28
    0