[EXO] [KrisYeol] Prisoner of 'LOVE'

ตอนที่ 19 : ❀ 12. ❀

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ย. 57

12.❀❀

 

 

 

            

                คริสซ่อนมือที่ชื้นไปด้วยเหงื่อไว้ข้างหลัง ขณะมองผู้ให้กำเนิดที่นั่งจดจ่ออยู่กับแฟ้มเอกสารด้วยใบหน้านิ่งเฉย    แม้ว่าผมสีเลาที่แทรกทั่วเรือนผม และริ้วรอยลึกบนใบหน้าคมคายที่คริสถอดแบบมาจะบ่งบอกถึงการผ่านโลกมาเป็นระยะเวลายาวนาน  แต่รัศมีดุดันที่โอบล้อมร่างผึ่งผายของชายวัยห้าสิบยังคงไม่เลือนหายไปเลยแม้แต่น้อย  เป็นบุคคลที่ชายหนุ่มไม่เคยอาจหาญจะเทียบเท่า  ราวกับปราการใหญ่ที่ต่อให้เขาเก่งแค่ไหนก็คงไม่มีวันข้ามผ่านหรือทลายลงได้เลย  เขาเคยคิดว่าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ดำทะมึนนั้นไม่ต่างจากภูเขาที่กั้นไม่ให้เขาก้าวเข้าไปหาผู้ให้กำเนิดได้ 

                แต่ความจริงแล้ว...พ่อต่างหากที่เป็นกำแพงที่กั้นไม่ให้ก้าวเข้าไป

                “เด็กที่แกจับมาดูจะไม่ช่วยอะไรเรื่อง C เลย”

                “ครับ... ผมผิดเอง” ชายหนุ่มยอมรับ  “ผมพลาดเอง... เพราะคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้ C ออกมา”

                “เรื่อง C ฉันจะจัดการเอง แกไม่ต้องยุ่งแล้ว”  บิดาเขาบอกปัดอย่างง่าย ๆ จนชายหนุ่มประหลาดใจและตกใจไปพร้อม ๆ กัน

                “แล้ว...”

            ชานยอลจะเป็นอย่างไร

                “ได้ยินมาว่าเด็กคนนั้นเจ็บหนัก” น้ำเสียงนุ่มกล่าวราบเรียบ ไม่คาดคั้น หากตำหนิอยู่ในที  “แกนี่ดูแลของไม่ค่อยเป็นเลย ฉันอุตส่าห์ช่วยดูแลมาอย่างดี เอาไปไม่กี่วันพังซะแล้ว”

                “ผมเพิ่งรู้  พ่อให้คยองซูคอยอยู่กับชานยอล เพราะผมเหรอ”

                คำถามนั้นทำให้บิดาของเขาเงยหน้าขึ้นมา อู๋อี้หยูกระตุกยิ้มมุมปาก และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                “ทั้งใช่ และไม่ใช่ ตอนนี้คยองซูคงอยู่กับเด็กคนนั้นแล้ว”

                “ใช่ครับ... แต่ผมไม่ไว้ใจหมอนั่น!

                “คยองซูเก่งและไว้ใจได้  ไม่งั้นแกคงรู้เรื่องตั้งนานแล้ว”

                “ผมคิดว่าทุกอย่าง...เป็นเรื่องบังเอิญ”

                “ยกเว้นเรื่องนี้  ลูกชาย...”

                “ทำไมพ่อถึงให้หมอนั่นไปอยู่กับชานยอล   แค่คอยติดตาม หรือกลัวว่าผมจะกลับไปหาชานยอล”

                “ใช่...และไม่ใช่ ฉันมีเหตุผลของฉัน”

                ชายหนุ่มมีคำถามากมายที่อยากถามบิดาต่อ  หากประโยคนั้นทำให้เขากลืนสิ่งที่จะถามลงไปในคออย่างรวดเร็ว  คำของพ่อมีประกาศิตเสมอ... เหตุผลของพ่อ คือสิ่งที่เขาไม่สามารถล่วงล้ำได้    

                “ผมขออยู่กับชานยอลได้ไหม”

                เขารวบรวมความกล้าพูดออกไป   หากประโยคนั้นกลับถูกบิดาหัวเราะใส่

                “หลังจากสามปีที่แล้ว ฉันไม่คิดว่าแกจะพูดคำนี้ขึ้นมาอีกนะ  ความพยายามของแก...น่าชื่นชมนะ”

                ประมุขแห่งตระกูลอู๋ชมเปาะ  เจ้าลูกชายของเขาจริงจังกับความรักมากกว่าที่เขาเคยคิดไว้นัก นับตั้งแต่วันที่ยอมตัดใจจากเด็กคนนั้นไปเมื่อสิบปีก่อน  เด็กคนนี้ก็พยายามสร้างตัวตนของตัวเองให้แกร่งขึ้น  ราวกับต้องการเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้เขายินยอมให้ชานยอลเข้ามาอยู่ในชีวิตแบบไร้มลทิน  ความตั้งใจของเด็กหนุ่มมีมากกว่าที่เขาเคยคิดไว้จนอดขอบคุณความรักของชานยอลคนนั้นที่ช่วยให้ลูกชายของเขาเติบโตขึ้นมากขนาดนี้ 

                แต่นั่นก็ยังไม่พอสำหรับงานของเขา  

                อี้หยูไม่เคยห้ามการคบกันครั้งนี้ของเด็กทั้งสอง  หากมีข้อเสนอเดียวก็คือ ชานยอลจะต้องมาเป็นหนึ่งเดียวกับโลกของพวกเขา  คริสเข้ามาขอร้องเขามากกว่าห้าครั้ง  ก่อนที่ครั้งสุดท้ายจะจบลงเมื่อคริสอายุได้ 21 ปี 

                เจ้าหนุ่มน้อยอกหักยับเยินเมื่อพบว่าปาร์ค ชานยอลที่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ มาหลายปีปันใจไปให้คนอื่น ทั้งที่ตัวเองพยายามทำให้เขายอมรับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา  แต่กลับเป็นความเจ็บปวดที่งดงามสำหรับตระกูลอู๋ไม่น้อย   เพราะหลังจากนั้นเพียงแค่ไม่นาน ความฮึกเหิมของคริสก็ได้ทำให้เจ้าตัวกลายมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการทำงานให้เขาได้อย่างไร้ที่ติ  จนกระทั่งถึงวันที่อู๋อี้หยูคิดว่าคริสน่าจะพร้อมสำหรับการเริ่มสืบต่องานจากเขามากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

                “ผมรักชานยอล ... แล้วผมก็เพิ่งรู้ว่า  เขาก็ยังรักผม”

                “แล้วความรักมันให้อะไรแกบ้างล่ะ นอกจากความเจ็บปวด”

                สีหน้าของเจ้าลูกชายของเขาไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย คริสยังคงยืนนิ่งและสบตาเขาอย่างกล้าแกร่ง  ไม่หลบตาเหมือนทุกคราว

            เก่งขึ้นมากนะ เจ้าลูกชาย

            เขากล่าวชมอยู่ภายในใจ  และพึงพอใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินน้ำเสียงหนักแน่นของหนุ่มวัยฉกรรจ์

                “มันทำให้ผมมายืนอยู่ตรงนี้...ตรงหน้าพ่อ”

                “และมันจะพาแกไปอยู่ตรงไหนกันล่ะ  มั่นใจขนาดไหนว่ามันจะไปรอด”

            “ถ้าผมได้รับโอกาส ผมจะพามันไป....เพื่ออยู่จุดเดียวกับที่พ่อยืน”

            “อายุเท่าไหร่แล้ว... ฟ่าน” อี้หยูเรียกชื่อที่ถูกทิ้งไปนานแล้วอีกครั้ง  ครั้งนี้เจ้าหนุ่มดูจะตกใจกับคำถามของเขา จนดวงตาเฉียบคมที่ราวกับกระจกสะท้อนของเขาสั่นระริก

                “24...ย่าง 25 ครับ”

            “เป็นผู้ใหญ่แล้วนี่”  

            ชายสูงวัยหันร่างสูงใหญ่ไปยังหน้าต่างแผ่นกว้างที่เปิดโล่งให้เห็นถึงภาพสวนสวยที่เต็มไปด้วยแมกไม้สูงใหญ่ที่เขาเอาไว้ผ่อนคลายสายตาจากการทำงานหนัก   

            “ถ้าเจ็บปวด  ก็ต้องรับผิดชอบเองนะ”

 

           

            อู๋ อี้หยูยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางห้องทำงานกว้าง  มองเห็นรถสปอร์ตคันเล็กปราดเปรียวสีดำสนิทกลมกลืนกับความมืดยามราตรีของลูกชายคนเดียวพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วตามบุคลิกของเจ้าหนุ่มเลือดร้อน  ชายสูงวัยทอดถอนหายใจกับสิ่งที่กำลังอยู่ในหัว  ก่อนหมุนร่างไปยังผนังที่ประดับด้วยภาพถ่ายขนาดใหญ่ในกรอบหรูอันเป็นภาพถ่ายครอบครัวภาพสุดท้ายที่ได้มีโอกาสถ่ายด้วยกัน  ไม่ใช่ภาพถ่ายจากในสตูดิโอที่เคร่งขรึมและเงียบสงบ  แต่กลับเป็นภาพที่รวมทั้งเสียงหัวเราะและความสุขที่เขาเคยมีร่วมกับภรรยา ลูก  รวมไปถึงอีกครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังรูปถ่ายนี้

                อยู่ ๆ ความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาถาโถมที่อกซ้าย  ร่างของชายสูงวัยเซจนต้องใช้มือยันโต๊ะไม้ไว้และผ่อนลมหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะตามที่แพทย์แนะนำ

                สายตาเฉียบคมที่เริ่มจะพร่าเลือนตามวัยเบือนไปยังแฟ้มเอกสารที่เปิดทิ้งไว้และจับจ้องมาพักใหญ่  ภาพถ่ายพัฒนาการและการเจริญเติบโตของบุคคลที่เขาเฝ้ารอมาตลอดทำให้มุมปากของอี้หยูยกขึ้น   เขาทรุดนั่งลงบนเก้าอี้หนังบุนวมและทาบมือบนอกของตัวเองพลางกำมือขยุ้มเนื้อผ้าไว้อย่างรุนแรง

                C...

                ยิ่งแกพยายามซ่อนตัวจากฉันมากเท่าไหร่  ฉันก็ยิ่งเห็นแกชัดเจนมากเท่านั้น

            อย่าเล่นซ่อนหากันอีกเลย

             สัญญานั้น  ฉันจะรอสะสางกับแกเท่านั้น แค่แกคนเดียว

 

 

            “จำไว้สักวัน...ผม....”

 

                “ฉันรอแกอยู่... ”

                อู๋ อี้หยูหยิบปากกาขึ้นมาขีดฆ่าตัวอักษร C บนรูปของเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนยิ้มให้กันอย่างมีความสุข  หนึ่งในนั้นคือ ชานยอล คนที่ทำให้ลูกชายของเขาหลงรักหัวปักหัวปำมาเป็นสิบปี  ส่วนอีกคน... คือคนที่เขาเฝ้ารอ

                ประมุขแห่งตระกูลอู๋เขียนอักษรจีนลงไปบนรูป ข้างชื่อที่ถูกขีดฆ่านั้นด้วยความหนักแน่นจนรูปเป็นรอยปากกาลึก

               

 

 

***

 

                ภายในห้องที่ถูกปิดไฟทุกดวงจนมืดสนิท   บนเตียงที่ปูด้วยผ้าขาวสะอาด มีร่างเพรียวบางนอนนิ่งสนิทพร้อมกับลมหายใจนิ่งลึก สม่ำเสมอ  คริสขยับเก้าอี้ตัวโตมาวางข้างเตียง และทรุดนั่งลงอย่างเงียบกริบ  นอกจากเสียงทำงานของเครื่องปรับอากาศที่เบากว่าเสียงลมหายใจแล้ว  ก็ไม่มีอะไรมารบกวนคนหลับได้อีก

                หลังจากมั่นใจว่าชานยอลหลับไปแล้วด้วยฤทธิ์ยา  คริสก็ได้ทำการตกลงกับคยองซูว่าขอให้เขาเป็นคนดูแลชานยอลในช่วงเวลาที่หลับนี้เอง   แม้อีกฝ่ายจะแสดงท่าทีไม่ไว้ใจและพร้อมจะขัดขืนคำสั่งนั้นมากเพียงไร  แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ กระทั่งต้องขู่ด้วยการบอกว่าจะเป็นเปิดเผยความจริงที่ว่าอีกฝ่ายเคยชอบเขากับทุกคน   คยองซูจึงเป็นฝ่ายล่าถอยไปโดยดี   หมอนั่นเก่งทุกเรื่องจนคิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร  แม้แต่บิดาของเขาเองก็ให้ท้ายมาตลอด คงมีแต่เรื่องนี้เท่านั้นที่จะทำให้คยองซูพ่ายแพ้เขาได้   

                  ชายหนุ่มคิดด้วยความสนุก  ก่อนกลับคืนสู่คนที่หลับใหลไม่ได้สติด้วยสายตารักใคร่  เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปประคองมือเล็กข้างที่ไม่มีสายน้ำเกลือติดอยู่ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง  ประทับริมฝีปากลงบนผิวเนียนละเอียดอย่างนุ่มนวล และสั่นระริก  คริสกระซิบก่อนวางแก้มลงบนอุ้งมือเล็กพร้อมหยดน้ำตาที่รินลงมาอย่างไร้เสียง

                “เจ็บมานานแค่ไหนแล้ว... หือ เจ็บมากแค่ไหน  เจ็บเหมือนกัน.. .ไม่สิ ชานยอลก็ต้องเจ็บมากกว่าฟ่านอยู่แล้วล่ะ”   นานแค่ไหน มากมายเพียงไรคริสเองก็บอกไม่ได้  ในค่ำคืนที่แสนยาวนานนั้น  เขาพร่ำขอโทษคนเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับคนย้ำคิดย้ำทำ  พรมจูบนิ้วเรียวที่เต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วนเล็ก ๆ นั้น และจับจ้องดวงหน้ารูปไข่อย่างพิจารณาเพื่อหาทุกความเปลี่ยนแปลงที่เขาไม่มีโอกาสได้สังเกตมันอย่างเต็มตามาก่อน แม้จะอยู่ในความมืด  แต่มันก็กระจ่างชัดกว่าที่เคยทำได้เพียงแค่มองอยู่ไกล ๆ

                “ขอโทษ... ขอโทษ...ชานยอล  ขอโทษ”

 

 

***

                คยองซูเม้มปากแน่นสนิทขณะดึงกุญแจขึ้นมาจากกระเป๋า มือของเขาสั่นจนลูกกุญแจหลายดอกกระทบกันเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง หนุ่มร่างเล็กเหลือบมองบริเวณรอบ ๆ ตัวด้วยสายตาระวังภัย  แม้อพาร์ทเม้นท์เก่า ๆ แห่งนี้จะเป็นที่พำนักที่ปลอดภัยสำหรับเขาเสมอมา แต่ถึงตอนนี้ เขากลับหวาดระแวงและไม่วางใจอะไรทั้งสิ้น

                ที่ผ่านมา ทำอะไรก็รู้สึกปลอดภัยด้วยอิทธิพลของตระกูลอู๋ที่คุ้มกะลาหัวเขาอยู่   แต่เพราะสิ่งที่เขากำลังทำในตอนนี้คือการกระทำที่หากผิดพลาด ก็คงไม่มีใครช่วยอะไรได้   

                เขาไขแม่กุญแจที่ล็อคจากภายนอก และตามด้วยลูกบิดที่แข็งแรงกว่าสภาพที่พักมากนัก ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องพร้อมกับล็อคประตูด้วยความรวดเร็ว

                คล้ายกับว่าร่างสูงตรงหน้ารอเขาอยู่แล้ว  คงรู้ตั้งแต่ได้ยินเสียงเปิดประตู  ดวงตาคมลึกฉายร่องรอยแห่งความผิดหวังมายังเขา  แต่คยองซูยังคงยิ้มบางให้กับคนตรงหน้า ก่อนที่ท่าทีปราดเปรียวของชายหนุ่มจะพุ่งเข้ามาโดยมีเป้าหมายเพื่อจะเปิดประตูออกไปข้างนอก  หนุ่มร่างเล็กคว้าร่างใหญ่ไว้ก่อนผลักกลับเข้าไปข้างในด้วยพละกำลังทั้งหมด จนอีกฝ่ายล้มกลิ้งลงไปกับพื้น  แม้ศัตรูจะตัวใหญ่กว่ามาก แต่คยองซูก็ไม่เคยนึกกลัวเพราะเขาเรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก  เขาเป็นคนตัวเล็ก หากไม่ฝึกฝนอย่างหนักก็คงพ่ายแพ้คนตัวใหญ่ ๆ อย่างหมดสภาพได้  เขาพยายามมามาก  จนตอนนี้แทบไม่เคยครั่นคร้ามกับขนาดของร่างกายคู่ต่อสู้  ทว่าหนุ่มผิวเข้มคนนี้ก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ใหญ่แค่ตัวเท่านั้น  หากไม่ได้อยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมขนาดนี้ คยองซูเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสู้อีกฝ่ายได้หรือไม่

                “เป็นบ้าหรือไง!!” 

                “หลีกไป”

                “คิดอะไรอยู่ถึงจะออกไปด้วยสภาพนี้...คิดว่าเก่งนักหรือไง” คยองซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

                รอยฟกช้ำที่เป็นบาดแผลสดที่หน้ายังเป็นเครื่องยืนยันว่าแผลที่เกิดขึ้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่ถึงวัน  คยองซูกวาดตามองคนที่กำลังพยายามลุกขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกโกรธและสะเทือนใจ ขาที่ถูกรุมทำร้ายจนเคล็ดยอก ไม่อาจเดินได้คล่องตัวเหมือนเมื่อก่อน มือที่เต็มไปด้วยรอยถลอก และบอบช้ำไม่น้อยเลยทำให้สุดท้ายคนที่พยายามจะออกไปเผชิญ

                “ชานยอลรอผมอยู่... ได้ยินไหม... น้องผมรออยู่!” เขาตะโกนลั่นด้วยความกราดเกรี้ยว

                “ชานยอลรอแล้วไง!  ที่เป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะชานยอลเหรอ”

                “นั่นน้องผม  ไอ้พวกนั้นจะทำอะไรน้องผมบ้างก็ไม่รู้  คุณไม่เข้าใจหรอก”

                “นั่นก็เพื่อนผมเหมือนกัน! ชานยอลก็เพื่อนผม  แต่ถ้าคุณยังทำตัวไร้สติอยู่แบบนี้  คุณจะไม่มีวันได้ชานยอลคืนมาหรอก  ชิน!” คยองซูตะโกนกลับ  ก่อนโยนอาหารที่ซื้อมาลงบนโต๊ะรับแขกอย่างไม่ใส่ใจ  “ถ้าอยากช่วยชานยอล... ก็ช่วยดูแลตัวเองก่อนได้ไหม  สภาพนี้แบบนี้ แม้แต่หมามันยังหัวเราะเลย”

                ความเงียบคลี่คลุมลงมาระหว่างคนสองคน  โด คยองซูถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนเหลือเพียงแค่เสื้อกล้ามสีดำแล้วโยนไปที่ตะกร้าด้วยความหงุดหงิดใจ สายตากวาดมองรอบห้องด้วยความความขุ่นเคือง ก่อนจะเหลือบมองคนที่กำลังลุกยืนขึ้นเต็มความสูงด้วย                    

                “ข้าวเมื่อเช้ายังไม่ได้กินอีก...เป็นแบบนี้ก็คงจะช่วยใครได้หรอก” เสียงทุ้มประชด  ก่อนที่จะขาดห้วงไปเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้และคว้าตัวเขาไปในวงแขน

                กลิ่นเหงื่อและกลิ่นเลือดจากบาดแผลที่ถูกรุมทำร้ายโชยมาติดจมูกคยองซูจนเขาเบ้ปาก แต่ร่างเล็กกลับซุกหน้าลงกับอกกว้างแน่นยิ่งขึ้นพร้อมกับตวัดแขนโอบแผ่นหลังกว้างกลับ

                “ยังไม่ได้อาบน้ำอีก... ข้าวไม่กิน น้ำไม่อาบ จะมีแรงที่ไหนไปสู้กับใครได้” บอกด้วยน้ำเสียงอู้อี้  คยองซูพยายามพูดให้เรียบเฉยที่สุด ไม่ให้อีกฝ่ายสะเทือนใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   แต่ก็อดดุไม่ได้  เพราะคนตัวสูงไม่ยอมที่จะเชื่อฟังเขาเสียเลย

                “โกรธผมเหรอ” เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม

                “เปล่า” คยองซูปฏิเสธ

                “โกรธผมทีไร...คุณชอบเรียก ‘ชินทุกที”

                “ก็คุณชื่อชิน ผมผิดตรงไหน น้องคุณก็เรียกชิน ทุกคนก็เรียกชิน..”

                “โกรธจริง ๆ ด้วย” แม้จะไม่สบายใจนัก  แต่บทสนทนาของคนรักก็ทำให้เขาอดหัวเราะไม่ได้  เขาคลายอ้อมกอด  แล้วจึงก้มลงจูบกลีบปากนิ่มหวานเร็ว ๆ เพื่อง้อคนที่กำลัง ‘โกรธดวงตากลมโตถลึงมองเขาอย่างขัดเคือง ก่อนที่สายตาจะอ่อนลง พร้อม ๆ กับที่ชายหนุ่มคว้าร่างเล็กขึ้นมาแลกจูบหวานอีกครั้ง เป็นจูบที่เจือไปด้วยความห่วงหาและเคร่งเครียดจนคยองซูรู้สึกได้ สิ่งที่เขาทำได้ก็คือปล่อยให้อีกฝ่ายทำทุกอย่างตามที่ใจปรารถนา  กลีบปากหนักหน่วงบดเบียดซ้ำ ๆ และร้อนแรงจนร่างเล็กแทบหมดแรงไปในวินาทีนั้น ลิ้นชื้นแฉะแทรกผ่านเข้ามาอย่างโหยหา แลกเปลี่ยนความรู้สึกและสิ่งที่อยู่ในใจกันและกันด้วยสัมผัสลึกซึ้ง

                “คุณก็รู้...ว่าผมจะตายอยู่แล้ว” มือใหญ่ประคองดวงหน้ารูปไข่ของคยองซูไว้พร้อมกับจมูกโด่งที่ซุกอยู่บนแก้มนิ่ม  คยองซูแนบริมฝีปากลงบนมุมปากของอีกฝ่าย  

                “ใช่...ผมรู้  แต่คุณต้องหายก่อน... ดูแลตัวเองก่อน ไม่งั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับตอนที่คุณบุกเข้าไปแบบนั้น แผลทั้งหมดนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย”

                “ชานยอลจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม” น้ำเสียงของชายหนุ่มอายุมากกว่าที่ทั้งหวาดหวั่นและสั่นครือน่าจะทำให้คยองซูขำ หากอยู่ในสถานการณ์ปกติ   ใบหน้าคมคายและแววตาคมเข้มของชายหนุ่มดูไม่ใช่คนที่จะออดอ้อนได้น่ารักนัก  จนกระทั่งเขาได้มาสัมผัสด้วยตนเอง  แต่ครั้งนี้คยองซูรู้ดีว่าคนรักไม่ได้อ้อนเหมือนทุกครั้ง หากกำลังหวาดกลัวจริง ๆ

                เขารู้... รู้ดีว่ามันน่ากลัวมากแค่ไหน

                “พวกเค้าต้องการแค่คุณไม่ใช่เหรอ... ถ้าเค้าทำอะไรชานยอล  เค้าก็จะไม่ได้ตัวคุณ... ชานยอลต้องปลอดภัยอยู่แล้ว” คยองซูให้กำลังใจ

                “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น  ผมไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว” ตาคมเข้มทอประกายจริงจังขณะเลื่อนมาสบตากับเขา  คยองซูตื้นตันอยู่ภายในอกเมื่อได้ยิน “โดยเฉพาะน้อง....และคุณ... ”

                หนุ่มร่างเล็กยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย แล้วจึงฉุดคนที่เต็มไปด้วยบาดแผลมานั่งที่เบาะ  คนตัวโตกว่าก็ตามลงมาอย่างว่าง่ายไม่ต่างจากสุนัขเชื่อง ๆ

                “มา..ผมจะทำแผลให้  จะได้หายไว ๆ ”

                คยองซูหยิบกล่องพยาบาลที่วางอยู่ไม่ห่างมือ เพราะเพิ่งทำให้อีกฝ่ายเมื่อเช้ามาเปิด และลงมือช่วยดูบาดแผลทุกส่วนอย่างพิถีพิถัน  อีกฝ่ายมองตามมือของเขาอย่างหวาดระแวงตามประสาคนกลัวเจ็บ   แม้ว่าคยองซูจะมั่นใจว่าฝีมือทำแผลของตนเองนั้นเบาและนุ่มนวลเหมือนพยาบาลด้วยฝึกฝนมาอย่างดี  แต่เขาก็ต้องแสร้งแกล้งทำพลาดบ้างเพื่อไม่ให้คนเจ็บจับได้ถึงความเชี่ยวชาญเกินคนทั่วไป

                “ทำไมคุณต้องดีกับผมแบบนี้ด้วย” 

                “เราคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ” คยองซูเอ่ยเรียบ  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาและคว่ำปาก “หรือว่าคุณไม่คิดว่าผมเป็นแฟนคุณ  หลอกคบผมเพื่อให้ช่วยดูน้องชายตัวเองใช่ไหม!

                เจ้าของดวงตาคมทอประกายหวาน  หัวเราะขบขันกับประโยคนั้น  ก่อนจะเอ่ยต่อไปอย่างจริงจัง

                “คนธรรมดาแบบคุณ ไม่น่ามารู้จักผมแบบนี้  ถ้าคุณไม่รู้จักผม  ถ้าไม่คบกับผม... ก็คงไม่เสี่ยงอันตรายเท่านี้”

                “ไม่เสี่ยงหรอก... ผมยังไม่ได้เป็นอะไรซักอย่างเลย”  คยองซูสะท้านอยู่ในอกทุกครั้งที่ได้ยินผู้ชายตรงหน้าพูดแบบนี้  ไม่น่าเชื่อว่าเส้นทางของเขาจะมาบรรจบที่คนตรงหน้าได้

                ไม่น่าเชื่อว่าหัวใจของเขาจะหยุดที่คน ๆ นี้
             "ถ้าชานยอลกลับมา ผมจะบอกเรื่องของเราซักที"

 

 

                “ไค... เรียกผมแบบนี้นะ”

            “ไค ไม่ใช่ชินเหรอ”

                “ชื่อเก่าของผม... ผมแค่คิดว่าถ้าหากจะให้มีใครซักคนบนโลกที่รู้จักผมในชื่อนั้น ผมอยากให้เป็นคุณ”

            ...

            “ผมหมายถึง... ผมรักคุณ”

 

 

                ตั้งแต่เด็ก  คยองซูรู้จักคนในวงการมามาก  แต่กลับไม่เคยเห็นมือปืนคนไหนมีหัวใจที่บริสุทธิ์ และอ่อนหวานได้เท่านี้  น่าประหลาดที่ชายหนุ่มสามารถแสดงความอ่อนโยนได้ขนาดนี้กับน้องชาย และคนรัก

                แต่แค่ครั้งแรก และครั้งเดียวที่คยองซูเห็นผู้ชายคนนี้ฆ่าคน  เขาก็หวาดหวั่นและกลัวจับใจ

                 เฉียบขาด  รวดเร็ว และไร้ร่องรอย

 

                ยอดเยี่ยมอย่างหาตัวจับยาก...จนคุณอู๋ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้มาทำงานข้างตัว

                เก่ง...จนพาให้เขาเข้ามาพัวพันจนไม่อาจถอนตัวได้ง่าย ๆ  

                เขาไม่อยากคิดถึงอนาคต  หรือแม้แต่เส้นทางที่อยู่ข้างนอก

 

 

            “ขอบคุณที่รักผมนะ คยองซู  ”

                “ผม... ก็ขอบคุณ”

               

                สิ่งที่คยองซูทำได้ตอนนี้คือยื้อทุกอย่างไว้... และโกหกไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย
ทั้งที่เป็นคนแรก...และคนเดียวที่ได้รับสิทธิพิเศษขนาดนี้  ได้รับหัวใจของผู้ชายคนนี้มามากขนาดนี้แล้ว 
แต่สิ่งที่เขาทำทุกวันนี้คืออะไร....

                “ขอบคุณที่รักผมเหมือนกัน...ไค”

 

            สิ่งที่เขาทำก็คือการโกหกอย่างคนเห็นแก่ตัว...และหลอกลวง

 

TBC.

 
 

 =,.= มีคู่ใหม่มานำเสนอด้วย 
หวังว่าจะรับเลี้ยงคู่นี้ไว้ในใจนะคะ 
เป็นครั้งแรกเลยที่เขียนคู่นี้ >///< เลือกคู่นี้มาเพราะเหมาะกับเนื้อหาจริง ๆ
เนื้อหาอาจจะไม่ได้เริ่มต้นที่การพัฒนาความสัมผัสเหมือนเรื่องอื่น ๆ 
หวังว่ารีดเดอร์คงจะไม่งงนะคะ >_< ลองค่อย ๆ ทำความเข้าใจตัวละครไปพร้อม ๆ  กันเนอะ
 
มีอะไรอยากบอก อยากถาม หรืออยากติตงก็คอมเม้นท์มาได้นะคะ
ผู้เขียนรอติดตามอยู่เสมอ
ฝากแท็ก #นักโทษของคริส ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #675 I\'am Believe (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 19:55
    ไรท์มาต่อเหอะน่ะ เจ็บปวดกว่าคริสยอลก็รีดเดอร์นี้ล่ะ555
    #675
    0
  2. #674 Se Hanuen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2559 / 04:48
    ไรท์ไม่มาน่อแล้วหรอคะ รออยู่นะคะ
    #674
    0
  3. #670 Fhamint (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 23:43
    กลับมาอัพเร็วๆน้ะค้าา ยังไงจะรออ่านนะคะ อ่านไปนี่ปาดน้ำตาเลย
    #670
    0
  4. #667 Se Hanuen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2557 / 00:22
    ทำไมรู้สึกว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องคือคริสไม่ใช่ชานยอล แต่ก็นะชานยอลก็น่าสงสารพอๆกัน เพราะเรื่องของคนสองคนแท้ๆเลยทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ คายองนี่มีแววเลว
    #667
    0
  5. #666 znpyp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 22:17
    ฮื้อร้องไห้เลยเศร้าสุด สงสารง่ะ
    #666
    0
  6. #647 gfernzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 01:13
    ฮือออออออออ สงสารไคอะน้องคายองใจร้ายยย พี่คริสก็ใจร้ายยยทำอะไรน้องยอลไว้ น้องยอลจะเป็นไงมั่งถ้าพื้นขึ้นมา
    #647
    0
  7. #646 _MNIMD (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 01:02
    ฮือออ พี่คริส พ่อให้พี่ผ่านละนะ พี่คริสต้องสู้เข้าใจเปล่า พี่คริสต้องทำให้ชานยอลกลับ
    มาเป็นคนเดิมให้ได้ เป็นกำลังใจให้อี้ฟ่าน ฝานต้องเข้าหาน้องละทำตัวสดใสเหมือนที่
    ชานยอลเคยทำให้กับอี้ฟ่านตอนเด็กๆนะ ติดตามนะคะ ♥
    #646
    0
  8. #645 liuyue06 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 22:59
    โอ๊ยยย เเล้วจะรักกันได้ไหมเนี่ย Cคือชินเเละชินคือไค  โอเคไม่งง   ที่เเท้ ครอบครัวพี่คริสก็เป็นศัตรูกับพี่ชิน พี่ชายชานยอล นี่เอง โอ๊ยย อุปสรรคชิ้นเบอเร้อเลยอ่ะ
    #645
    0
  9. #632 Mermaidtears (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กันยายน 2557 / 11:48
    เจ็บแทนชยอลเจงๆเลือกที่จะเจบโดยการทำร้ายร่างกายตัวเอง เฮ้อ......คยองแกกำลังทำอะไรฟะ

    ชอบไร์ที่ใช้ประโยคในการบรรยายได้สวยมากค่ะเข้าใจง่ายและทำให้เข้าถึงคามรู้สึกแบบเน้นๆเลย

    ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะคะ กลับมาอัพไวไวนะค่ะ
    #632
    0
  10. #631 fchk (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 23:24
    อ้ากกพี่ชานยอลคือไคอ้าย คือรักกันช่ายมั้ยไคโด้ เฮ้อ อยากให้ชานยอลรีบหายไวๆ สงสารจังที่เจ็บปวดแบบนี้
    #631
    0
  11. #626 Sasoshi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 00:08
    ไคเป็นพี่ชายน้องยอลลลลงื้อออน่ารักที่สุด ดูแลน้องได้ขนาดนี้
    #626
    0
  12. #625 lovekyhh (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 21:54
    ยังงัยอะเนี่ย คยองกับพี่ชายชานยอล???
    คบแบบหลอกกัน โกหกกัน อ่อมมมมมม
    เรื่องนี้เริ่มทำเราเครียดแล้วนะ
    ไหนจะเรื่องอี้ฟานจะได้คบกับกับชานยอลจริงๆเหรอ
    คุณพ่อคิดจะทำอะไรหรือเปล่า หวั่นๆใจแปลกๆ
    #625
    0
  13. #623 Jah.ky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 19:45
    เห้ยยยยย ไคโด้! ไคซู! มันยังไงคะไรท์ คยองไม่ได้รักฟ่านเหรอ หรือว่าหลอกใช้ไค ไม่นะ TTT
    #623
    0
  14. #619 >>l_ucifer<< (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 15:49
    อร๊ายยยอนาคตคู่คริสยอลจะสดใสแล้วใช่มั๊ย !?? กลัว5555 เมื่อชานยอลจะตื่นน้าหลายตอนแล้วเนี่ยงือ ตอนอ่านคู่ไคโด้แล้วแอบคิดว่าแบบ ชื่อไคเถอะอย่าชื่อชินเลย แล้วมันก็เฉลยว่าชื่อไคจริงๆด้วยวุ้ย อรั๊ยย คู่นี้ดูคิ้วท์ๆ แต่คยองซูนี่ยังไงคะๆ 5555 ฝ่ายไหนคะฝ่ายไหน
    #619
    0
  15. #618 yeollykiss (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 12:59
    เห้อออ เรื่องซับซ้อน บลึกลับจิงๆ ต้องติดตาม จนกว่าจะคลี่คลายย 

    จิงๆแล้วพี่พี่คริสก้ไม่ได้ห้ามให้คบกัน หื้อออๆๆๆๆ ชยอลรีบๆหายน้าาา 
    #618
    0
  16. #616 เมียเก็บปาร์คชานยอล (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 10:44
    คนที่ฆ่าเเม่พี่คริสคือไคใช่ไหมมมมมมม TT
    #616
    0
  17. #615 lover pc (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 10:30
    ก้ตกใจอยู่ใครว่ะชินมาคู่กับโด้นางฟ้าของแพรได้ไงสรุปคือจงอินเคค่าคู่นี้ให้สามผ่านๆๆ
    #615
    0
  18. #613 บอใบไม้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 09:07
    อาจริงพ่อของพี่คริสก็ไม่ได้ห้ามเรื่องคบกับชานยอลใช่ไหม

    เพราะยังส่งคยองไปคอยดูแลเลย

    แต่ว่าอยากเห็นพี่คริสโตไปในทางที่แข็งแกร่งมากขึ้น

    มาตอนนี้มีปมเพิ่มมาอีกแล้วคยองซูกับไคนี่ยังไงอะ

    ตกลงคยองนี่จะพวกใครกันแน่สับสนอะจะหลอกฝั่งพี่คริสหรือฝั่งไค

    เป็นตัวละครที่เราเดาไม่ได้จริงๆอะ
    #613
    0
  19. #612 Diii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 01:59
    สงสารฟ่านอ่าาาา T_T
    #612
    0