[EXO] [KrisYeol] Prisoner of 'LOVE'

ตอนที่ 18 : ดอกไม้กลีบสุดท้าย ❀ 6. ❀

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ส.ค. 57

ดอกไม้กลีบสุดท้าย  ❀ 6. ❀

 

 

 

            เย็นวันนั้นชานยอลวิ่งมาหยุดอยู่ที่ใต้สะพานด้วยหัวใจที่พองโต   ท้องฟ้าครึ้ม เมฆสีแดงฉานอย่างน่ากลัว  สายลมพัดอื้ออึง  กลิ่นพายุลอยมา จนเดาได้ว่าคืนนี้น่าจะมีพายุใหญ่พัดกระหน่ำทั้งเมืองอย่างแน่นอน   หากชานยอลไม่ได้สนใจอะไรนัก   อะไรก็ไม่สำคัญเท่าร่างทั้งสองตรงหน้าที่อยู่ตรงหน้า   ชานยอลมองทั้งร่างสูงที่ยืนมองน้ำตรงหน้า สลับกับเจ้าสี่ขาขนฟูก่อนยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหู  เสียงเห่าสดใสทำให้เขาแทบกระโดดด้วยความดีใจ

            “ฮารุ!!

            สุนัขที่เขาถือสิทธิ์เป็นเจ้าของด้วยอีกหนึ่งคนเห่ากรรโชกดังรับชื่อตน  พร้อมกับวิ่งมาหาเขาราวกับตื่นเต้นดีใจ  ขาหน้าที่เจ็บและเป็นแผลลึกมาตั้งแต่แรก ไม่เป็นอุปสรรคอะไรเลยกับการวิ่งมาหาเขา  ชานยอลทรุดตัวลงกอดมันและคลอเคลียอย่างไม่รังเกียจ  ถ้าไม่ติดที่ขุนนุ่มฟูมีร่องรอยของโคลนและฝุ่นดิน เขาคงจะจูบมันสักหลาย ๆ ฟอดโดยไม่ลังเล

            “ฟ่านหาฮารุเจอเหรอ” ชานยอลเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น  ขณะจดจ้องอยู่แต่เจ้าหมาน้อยในอ้อมแขนด้วยความรักใคร่ ดวงตาใสบริสุทธิ์ของมันมองเขาด้วยความโหยหา  ฮารุดูจะอ้วนท้วนสมบูรณ์กว่าตอนแรกนัก

            “มันมาเอง... ”อี้ฟานตอบเสียงเบา

            “จริงเหรอ ฮารุมันฉลาดเนอะ   ดูสิ กลับมาที่บ้านของมันได้ด้วย”

            ร่างสูงใหญ่ของเด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก ชานยอลมองแผ่นหลังที่หันมาทางเขาและเสี้ยวหน้าที่แสดงความเคร่งเครียดด้วยความประหลาดใจ  อะไรบางอย่างในตัวของอี้ฟานดูต่างออกไปจากที่เคย    แต่อาจจะเป็นท่าทางการยืนที่สง่างาม ใบหน้าที่เชิดขึ้น และลำคอตั้งตรงนั่นก็ได้ที่ทำให้เขารู้สึกแปลก

            ดูมีอำนาจ  และน่ากลัวเล็กน้อย

            “ชานยอล”

            “หือ”

            เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น   ก่อนที่เด็กหนุ่มร่างสูงจะหันกลับมา  พร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า  ชานยอลปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ  ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นดอกไม้ดอกเล็กช่อใหญ่ที่รัดแน่นด้วยริบบิ้นสีฟ้าสดใส  หากเมื่อพิจารณาดี ๆ หน้าตามันก็คล้ายกับดอกหญ้าที่ขึ้นประปรายอยู่ทั่วริมฝั่งแม่น้ำ  เด็กชายมองดอกไม้สลับกับหน้าคนให้ที่เบือนไปอีกทาง ก่อนจะ หัวเราะลั่น และส่งเสียงในคอด้วยความแปลกใจ   ใบหูของอีกฝ่ายแดงจัด จนชานยอลเดาว่าน่าจะเพราะความขัดเขิน

            “ฉันให้”

            ริมฝีปากบางเม้มสนิท  ก่อนจะคลี่ออก และวาดยิ้มหวาน   ตาคู่ใสเปล่งประกายด้วยความดีใจ ขณะยื่นมือไปรับดอกหญ้าช่อใหญ่จากมือคนสูงกว่า  

            “ชอบไหม”

            ใบหน้าหล่อเหลาคมคายหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างกว่าทุกที  ดวงตาคมทอดมองตาใสแจ๋วที่มองดอกไม้และฮารุด้วยความสุข

            “ชอบสิ...ชอบทั้งดอกไม้และฮารุเลย ขอบใจนะฟ่าน”

            “ฉันรู้ว่าชานยอลต้องชอบ”

          และต้องยิ้มแบบนี้ให้ฉัน..... มีความสุขขนาดนี้ให้ฉันดู

          ชานยอลคนที่สดใสที่สุดของฉันจะต้องเป็นแบบนี้   

            อี้ฟานกระซิบอยู่ในใจตัวเองอย่างเงียบเชียบ   ดวงตาคมเฝ้ามองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายราวกับกำลังตั้งใจอ่านหนังสือสอบกับอาจารย์ที่บิดาส่งมาให้สอนเขาตัวต่อตัว   เขาไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร   แต่ทุกอย่างที่เป็นชานยอล...เขาจะจำไม่ลืม  

            จะจำให้ได้    จำทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้เอาไว้ให้มากที่สุด  ประทับรอยยิ้มนี้   เอาไว้ให้เนิ่นนาน  มองตาคู่นี้ให้ชัดเจนที่สุด      

“มิน่าล่ะ  ดอกหญ้าแถวนี้หายไปหมดเลย   ไปเก็บมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

รอยยิ้มของอี้ฟานคลายลงทีละน้อย จนไร้ความรู้สึก   เขามั่นใจว่าสีหน้าเขาตอนนี้คงไม่ต่างกับตอนที่เข้าไปพบกับบิดา  สีหน้าของคนที่แบกความหวังของตระกูลไว้ และจะต้องเป็นผู้นำของคนในความปกครองทั้งหมดแทนพ่อในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  เด็กหนุ่มนิ่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน  นานพอที่จะซึมซับความรู้สึกที่มีเอาไว้ได้จนหมด 

นานพอที่จะตัดใจ

เด็กหนุ่มตัดสินใจหันหลังอย่างแน่วแน่

“ชานยอลชอบที่สุดเลย” เด็กชายพึมพำบอก แล้วจึงลูบหัวเจ้าฮารุอีกครั้งอย่างอ่อนโยน   มือเล็กเรียวกอดดอกหญ้าสีขาวกำใหญ่ไว้กับอกพร้อมกับรอยยิ้ม   นัยน์ตาเป็นประกายมองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื่นตัน     ก้อนเนื้อในอกของเขาเต้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอเอาเสียเลย  รสชาติหอมหวานที่ลามเลียหัวใจของเขาอย่างเนิ่นนานจนเต็มปรี่ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้รู้จักกับอี้ฟาน

ความรักครั้งแรก... ทำให้เขาใจสั่น และแดงไปหมดทั้งหน้า

ถ้าพูดออกไปตอนนี้  อี้ฟานจะตกใจไหมนะ....  ถ้าจะเรียกอี้ฟานว่ารุ่นพี่อย่างที่อยากได้ยินมาตลอด  หน้านิ่ง ๆ จะกลั้นยิ้มไหวไหม  จะหน้าแดงแค่ไหนนะ!

ชานยอลคิดอย่างสนุก ก่อนขยับตัวลุกขึ้นเต็มความสูง และสะกิดไหล่ของคนที่สูงกว่าอย่างกระตือรือร้น  อี้ฟานหันกลับมาตามการสะกิดนั้น  เด็กชายจึงเขย่งปลายเท้าสุดตัว เพื่อส่งกลีบปากอิ่มไปประทับกับริมฝีปากอุ่นร้อนของอีกฝ่าย  เด็กหนุ่มรุ่นพี่ยืนนิ่งเมื่อชานยอลบดจูบอย่างนุ่มนวล  และอ่อนหวานจนอี้ฟานตอบรับอย่างเผลอไผล  ชานยอลทิ้งจูบหนักที่มุมปากของอีกฝ่าย ก่อนผละออกมาด้วยท่าทีร่าเริงแจ่มใส  และแก้มเรื่อแดงจัดไปด้วยเลือดฝาด ด้วยเป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มก่อน

“ระ ” ชานยอลสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อที่จะเอ่ยอี้ฟานด้วยสรรพนามใหม่  เพื่อเป็นของขวัญให้กับการกระทำทั้งหมด 

ทว่า... ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ชานยอลคาดหวังไว้   

 “อย่ามาที่นี่อีก”

ใบหน้าของชานยอลบิดเบี้ยว  ด้วยความงุนงงและสับสนที่ถาโถมเข้ามาในห้วงคิด สีหน้าของอี้ฟานว่างเปล่าและไม่มีแม้แต่ร่องรอยของ ฟ่านคนที่เขาคุ้นเคยมาหลายเดือน

“ว...ว่าอะไรนะฟ่าน”

“ฉันพูด....ว่าอย่ากลับมาที่นี่อีก” น้ำเสียงนั้นหนักแน่นเกินกว่าที่ชานยอลจะหลอกตัวเองว่านั่นคือการล้อเล่น   แม้ไม่ได้มีคำพูดอะไรมากกว่านั้น  แต่เพียงแค่นี้ ชานยอลก็รู้สึกตั้งตัวไม่ติด   เด็กชายชาวูบไปทั้งตัว   ช่อดอกไม้ตกลงจากมือทันทีที่สมองประมวลผลความหมายในประโยคนั้น 

ประโยคสั้น ๆ  ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทุ้มต่ำทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใด   ชานยอลลืมหายใจ   เหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาตัดขั้วหัวใจในฉับพลัน

 “เพราะฉันก็จะไม่มาอีกเหมือนกัน”

“หมายความว่ายังไง...เราจะเจอกันที่อื่นเหรอ  หรือว่า... ที่นี่เค้าไม่ให้พวกเราเอาฮารุมาเลี้ยง”      ด้วยน้ำเสียง  สีหน้า และแววตาของคนตรงหน้า  ชานยอลมั่นใจว่าสิ่งที่เขาพูดไปนั้น  เป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ที่เอ่ยออกมาเพื่อให้ตัวเองสบายใจเท่านั้น   ริมฝีปากของเขาสั่น ร่างกายเพรียวบางโอนเอนคล้ายสติจะหลุดหายไป  มือเย็นเฉียบ แต่เหงื่อกลับอาบชุ่มภายในระยะเวลาชั่ววินาที   

“ฉันจะไม่มาเจอนายอีก” เขาเอ่ยย้ำ

“ฟ..ฟ่านจะย้ายบ้านเหรอ...  ร..หรือว่าจะไม่อยู่แล้ว” เด็กชายคาดเดาอย่างไร้จุดหมาย   “จะไปต่างประเทศหรือเปล่า เราโทรคุยกันก็ได้นี่  เดี๋ยวชานยอลจะเก็บเงินซื้อโทรศัพท์ไว้โทรหาฟ่าน ถ้าโตแล้วชานยอลจะบินไปหาฟ่าน...”

บางทีนี่อาจเป็นแค่ฝัน

ชานยอลฝันไป                          

หากคำถามและคำพูดเหล่านั้น ไม่ต่างจากสายลมที่พัดผ่านแล้วหายไป  อี้ฟานเหม่อมองไกลไปยังทิศทางที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น  สายตาว่างเปล่า สีหน้าเรียบเฉย และเย็นชา  

“ไม่ได้ไปไหนเหรอ... แล้วทำไม ..ทำไมถึงจะเจอกันไม่ได้”

ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนชานยอลแทบมองไม่เห็น  น้ำใส ๆ เอ่อคลออยู่ในดวงตาแทบล้นทะลักออกมา  ลมหายใจที่สูดเข้าไปแสบร้อนอย่างน่าทรมาน    ก้อนสะอื้นพุ่งเข้ามาจุกอยู่ที่คอ 

“ฉันจะลืมว่าเคยรู้จักนาย จะลืมว่าเคยมาที่นี่   จะลืมทุกอย่าง”

“ทำไมล่ะ ทำไมจะต้องลืม  ”        

“โลกของเรามันต่างกัน”

น้ำเสียงเย็นชาที่เอ่ยประโยคนั้นทำให้ชานยอลแทบคลั่ง  เขาตะโกนสุดเสียง     แม้ว่าประโยคที่ออกมาจะไม่ดังเกินกว่าเสียงกระซิบก็ตาม

 “ไหนบอกว่า  อยากให้ชานยอลอยู่ข้าง ๆ  อยากให้ชานยอล   อยู่ตรงนี้ ไหนบอกว่า...รักกัน

“ลืมซะเถอะ  ความคิดเด็ก ๆ แบบนั้น... เด็กที่ไหนจะรักกันได้”

“ทำไม... อยู่ ๆ ก็เข้ามา... อยู่ ๆ ก็บอกรัก  แล้วอยู่ ๆ ก็มาบอกให้ลืม...ฟ่านจะลืมทุกอย่างได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ! เด็กชายตะโกนลั่น   

ไม่จริงใช่ไหมฟ่าน  บอกทีสิ...ว่ามันแค่เรื่องโกหก

ชานยอลเขาตะโกนร่ำร้องอยู่ภายในใจ         

 จะทิ้งกันไปเหรอ.... จะให้ลืมง่าย ๆ เหรอ  ฟ่านบอกว่าลืมได้ง่าย ๆ

 “เพราะฉันไม่ต้องการนายแล้ว....

เพราะฟ่านไม่ต้องการชานยอลแล้ว...ก็เลยจะทิ้งกันไป  ก็เลยจะลืมง่าย ๆ แบบนี้   

เขาไม่เชื่อ... ไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว

ฟ่านของเขา  ไม่มีวันคิดแบบนั้น

“ไม่จริง...”    

ชั่วพริบตา แทบไม่ทันได้ตั้งตัวชั่ว  ขณะที่ชานยอลกำลังสูดหายใจเข้าลึก  เขาก็สัมผัสได้ถึงวัตถุเย็นเฉียบสีดำมะเมื่อมที่จ่ออยู่ที่หน้าผาก   รวดเร็ว และฉับไวจนไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งตัว 

นี่หรือเปล่ามืออาชีพ

สิ่งที่ฝึกฝนมาอย่างที่บอกเขา

กระบอกปืน  ที่หันมาที่เขาได้อย่างไม่ลังเล

“ฟ่าน ”

รอยยิ้มเหี้ยมโหดแบบที่ไม่เคยพบมาก่อนปรากฏอยู่ตรงหน้า   ลูกแก้วสีดำสนิทในดวงตาคู่นั้นไร้วี่แววของดวงตาที่เขารู้จัก   แววตาที่มักทอประกายลึกซึ้งเวลามองเขา

เหลือเพียงความว่างเปล่า    และเงาสีดำของปืนในมือที่อยู่ในดวงตาคู่นั้น

“ฟ่าน” ชานยอลเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ ...ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ราวกับปรารถนาจะให้เจ้าของชื่อที่อยู่ในความทรงจำคืนกลับมาอีกครั้ง

“มันไม่ได้ยากเลย ชานยอล....มันง่ายจะตาย”   มุมปากของเด็กหนุ่มร่างสูงขึ้น    ข้อมือแกร่งขยับเบี่ยงทิศเพียงเล็กน้อย   พร้อม ๆ กับที่นัยน์ตาสีนิลวาบขึ้น

“ยะ  อย่า”

“ง่ายจะตายที่จะลืม ”

เสียงระเบิดของปืนดังลั่นทันทีที่นิ้วเรียวลั่นไก่   กลิ่นดินปืนคละคลุ้งอยู่รอบกาย    เลือดแดงฉานที่ไหลทะลักออกมาทำให้เข่าของชานยอลอ่อนยวบ  กลิ่นคาวเลือด... ทำให้เขาขาดสติ ชานยอลร้องเสียงหลง พร้อมกับเสียงโหยหวนของฮารุที่ดังก้องไปทั่ว

“ไม่  ม่าย”                                       

“ออกไปจากชีวิตฉัน”

            “ทำแบบนี้    ทำแบบนี้ทำไม  ฮา...ฮารุ”       น้ำเสียงสั่นเครือและหยาดน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุดไม่ได้ทำให้อีกคนนึกสงสารหรือกลับคืนเป็นคนเก่าของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ไปซะก่อนที่ฉันจะฆ่านายไปอีกคน!!  

เด็กหนุ่มตวาดเสียงดังลั่น  ตามด้วยเสียงระเบิดของดินปืนอย่างบ้าคลั่งอีกหลายนัดที่ตรงไปยังกลางแม่น้ำ  เป็นการขับไล่และลาจากที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ชานยอลเคยพบ 

            “ฉันไม่ต้องการนายแล้ว  บอกให้ไป ไม่ได้ยินเหรอไงไป๊!!!

            เสียงร้องโหยหวนของสุนัขที่น่าสงสารดังพร้อม ๆ กับเสียงร้องไห้ของชานยอล อี้ฟานสูดลมหายใจเข้าลึกและหันหลังให้ทั้งสองอย่างเย็นชา เขาควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความรู้สึกใดออกไป  และค่อย ๆ ก้าวออกไปจากที่นั่น  ละทิ้งทุกสิ่งที่เคยมี  ทิ้งทั้งสุนัขและความรักครั้งแรกของตัวเองไป   แต่กระนั้นอี้ฟานกลับก้าวไปได้เพียงสามก้าว และหยุดชะงักนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของอีกคน  พร้อม ๆ กับเสียงเห่ากรรโชกของหมาที่ถูกเขายิงไปกลางลำตัว  

            “โอ๊ย”    

            เลือดสีแดงฉานของเจ้าสุนัขเคราะห์ร้ายไหลทะลักออกมาไม่หยุด  ภาพที่เขาเห็นก็คือชานยอลถอดเสื้อนักเรียนสีขาวของตัวเองออกเหลือเพียงเสื้อกล้าม เพื่อที่จะช่วยห้ามเลือดให้ฮารุ  แต่ฮารุคงหวาดกลัวและเจ็บแผลจนไม่อาจไว้ใจใคร มันเลือดเข้าตาจนจำไม่ได้ว่าคนตรงหน้ามันคือใคร    และใช้แรงเฮือกสุดท้าย กระโดดเข้าใส่คนที่จะช่วยมัน   เด็กชายร่างเล็กป้องกันใบหน้าตัวเองตามสัญชาตญาณ  ทำให้ฮารุกัดแขนบอบบางนั้นจนจมเขี้ยว  ชานยอลร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด  แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะช่วยสุนัขของตัวเอง  มืออีกข้างพยายามเอาผ้าไปปิดรอยแผลที่เลือดไหลออกมาเป็นสายนั้นเพื่อช่วยห้ามเลือด   

            “ฉันจะช่วยแก... ฮารุ  ปล่อยฉัน... ฮะ...”

          ปัง!!

            เสียงปืนระเบิดลั่นอีกครั้ง  พร้อม ๆ กับสี่ขาที่ล้มลงในทันที  ปากของฮารุปล่อยจากแขนเล็ก   เลือดสีแดงฉานปะปนกันไปจนไม่รู้ว่าของคนหรือสัตว์  ชานยอลมองมายังต้นเสียงนั้นด้วยใบหน้าซีดเผือด แผลที่ถูกฮารุกัดนั้นฉีกขาดด้วยแรงกระชาก   ความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์นั้นสาหัสพอ ๆ กับความจริงที่พบว่า  คนที่ยิงฮารุซ้ำจนมันล้มลงไปคือคนเดียวกับที่เพิ่งฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น

          “ม..ม่าย... ม่าย!! อย่าฆ่ามัน”

จะลืมเหรอ....ฟ่าน    ฟ่านลืมได้ง่าย ๆ เลยเหรอ

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น... 

“ทำไม... ต้องทำแบบนี้” เป็นคำถามสุดท้ายที่เขาตั้งไว้  ก่อนที่ดวงตาจะปิดลงไปพร้อม ๆ กับสติที่ขาดห้วงเพราะความบอบช้ำทางร่างกายและจิตใจ  

ริบบิ้นสีฟ้าหลุดออกมาจากช่อของดอกหญ้าที่ผูกไว้อย่างหลวม ๆ จนปลิวไปตกที่แม่น้ำ  ขณะที่ดอกหญ้าบางเบาปลิวว่อนตามแรงลมที่กรรโชกแรงขึ้นทุกขณะ...

โปรยปลิว  และจากลาไปพร้อมกับบาดแผล กลิ่นคาวเลือด และกลิ่นดินปืน    

หลังจากนี้ ทุกอย่างคงเป็นแค่ความฝัน...ฝันที่ไม่มีวันเป็นความจริง

 

เสียงทุ้ม ๆ ที่เรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมานั่นก็คงเป็นความฝันเช่นกัน

 

 

 

แล้วชานยอลล่ะ....    ชานยอลต้องทำยังไงถึงจะลืม   บอกทีสิ...

ความรัก... ฮารุ และอี้ฟาน

ต้องทำยังไงถึงจะลืม   

                                                                                                       

 

 

*

 

          “เขาจะปลอดภัยใช่ไหม... ชานยอลจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคุณลี”

            ชายวัยกลางคนนึกไปถึงวันที่พาเด็กหนุ่มกลับจากโรงพยาบาล และเป็นธุระจัดการเรื่องโรงพยาบาลให้เด็กชายร่างเล็กที่ถูกสุนัขกัดที่แขนจนเป็นแผลเหวอะแหวะ โดยมีหน้าซีดเผือดของหนุ่มน้อยที่เขารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลอยู่มองตามอย่างไม่ละสายตา  อันที่จริงเขาพอรู้เรื่องราวทั้งหมด เพราะติดตามเรื่องไปเรียนกับบิดาของอี้ฟานมาตั้งแต่แรก ความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ของเด็กทั้งสองคงจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น หากอี้ฟานไม่ใช่ทายาทคนเดียวของตระกูลอู๋   ท่านประธานอู๋ อี้หยูผ่านความบอบช้ำทางจิตใจมาตั้งแต่ภรรยาและเพื่อนคนสนิทต้องถูกลอบสังหารเพราะผลประโยชน์ขัดแย้งทางธุรกิจ ช่วงเวลานั้นทำให้บริษัทและอำนาจของตระกูลที่ครอบคลุมทั้งเกาหลีและจีนต้องสั่นคลอนจนกลายเป็นจุดบอดของท่าน  กว่าท่านประธานจะอุดรอยรั่วเหล่านั้นและกลับคืนมาได้ผ่านไปเวลาหลายปี    เลขาลีจึงเข้าใจว่าทำไมจึงไม่ปรารถนาจะให้ลูกชายของท่านเกิดความรัก ความผูกพันกับใคร โดยเฉพาะในวัยที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ 

            อู๋ อี้หยู เข้าใจดีว่าความรักและความสูญเสียนั้นเป็นอุปสรรคเพียงใดในการก้าวขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งของวงการ

            เขาติดตามอู๋ อี้ฟานมาตั้งแต่วันนั้น  เด็กหนุ่มที่เอาแต่ซึมเศร้าและร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด  กลายมาเป็นคริสชายหนุ่มที่ได้รับการยอมรับในเวลาต่อมา แต่ถึงกระนั้น  เนื้อแท้ข้างในของคริส ยังคงไม่ต่างจากวันวานเลยแม้แต่น้อย  และยิ่งมาเห็นได้เด่นชัด  เมื่อเด็กคนนั้น...ปาร์ค ชานยอลกลับเข้ามาในชีวิต

            ถึงตอนนี้... เลขาลีมั่นใจอย่างถึงที่สุดว่า ถึงตอนนี้ แม้แต่บิดาของตัวเอง คริสก็คงไม่มีวันยอมให้พรากเอาคนที่รักไปอีกแล้ว  ต่อให้เป็นอุปสรรคในการขึ้นเป็นประธานคนต่อไป ชายหนุ่มก็คงจะไม่ยอมสูญเสียไปอีกเป็นครั้งที่สอง

          “ไม่ว่ายังไง...ผมก็จะไม่ปล่อยมือจากชานยอลอีกแล้ว” 

            เลขาลีรับฟังพลางทอดหายใจ ก่อนที่ความจริงบางอย่างที่ได้มีโอกาสรับรู้เมื่อไม่นานมานี้ จะทำให้เขารู้สึกหนักใจกว่าที่เป็นมา

 

**
TBC.


*โปรยผ้าซับน้ำตา*
พาร์ทดอกไม้จบล่ะ ไรท์เตอร์รักฟ่านยอลมากจริง ๆ T^T
ฮือออ  คิดถึงเจ้าดอกแดนดิไลอ้อน  เขียนไปสะอื้นไป เจ็บปวดรวดร้าว
ช่วงนี้ฟิตมาก ลงวันละตอน TT_TT ไม่รู้จะฟิตได้ถึงเมื่อไหร่  
ใครอ่านแล้วฝากคอมเม้นท์ไว้บ้างนะคะ  จะรออ่านของทุกคนเลยน้า
ฝากแท็กเหมือนเดิมนะคะ #นักโทษของคริส 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 มกราคม 2558 / 09:39
    พี่ฟ่านคนบ้า T____T ไรท์ด้วย กลับมานะ!! TOT
    #669
    0
  2. #644 liuyue06 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 22:43
    ฮรื่อออ ไม่ไหวเเล้ว  ขอร้องไห้ก่อน พี่คริสใจร้ายอ่ะ ฆ่าฮารุมันทำม้ายยยยยยยย  ฮารุเป็นพยานรักของพี่คริสกับชานยอลนะ  
    #644
    0
  3. #622 Jah.ky (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 19:10
    เกินไปแล้วนะคะไรท์ ทุกคนสาหัสมาก ทั้งฟ่านทั้งชานยอลและฮารุ ฟ่านจะรู้สึกแย่แค่ไหนที่ต้องทำร้ายหัวใจตัวเอง ต้องทำให้สิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจ ต้องทำให้คนที่ตัวเองรักต้องเจ็บและเสียใจขนาดนี้ แต่จะให้ทำยังไง มันเลือกไม่ได้ใช่มั้ยอี้ฟาน TT TT ส่วนชานยอล เอาจริงๆคือมีสิทธิ์เป็นบ้าได้เลย โดนคนที่ตัวเองรักที่สุดขนาดนั้นทำร้ายอย่างร้ายกาจที่สุด แล้วยังมาเห็นฮารุโดนยิง ฮารุที่เกิดจากความรักของชานยอลกับอี้ฟาน มันจะเจ็บซักแค่ไหนกันเชียว ไม่อยากจะคิดเลย มันคงเหมือนตายทั้งเป็น โอ้ยไรท์อึดมากที่เขียนมาได้จนถึงตอนนี้ เป็นกำลังใจให้ไรท์สุดๆเลยนะคะ ดาร์กมาก เศร้ามาก ดราม่ามาก TTTT__TTTT
    #622
    0
  4. #617 yeollykiss (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 12:49
    ขอผ้าเช็ดหน้า ซับน้ำตารัวๆ เศร้ามาก สงสารทั้งฟ่าน ชยอล ฮารุด้วย 

    ปวดหนึบที่กลางใจ ความรักที่บริสุกทธฺ์ทำไมต้องเจ๊บปวดแบบนี้ด้วย T.T
    #617
    0
  5. #610 Qwww (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 23:12
    เศร้าา สงสารฮารุ สงสารชานยอล ฮื้ออออ สงสารฟ่านด้วย ไรท์สู้ๆนะคะ เป็นกำลังให้น้าาา รอไรท์มาอัพนานมากกก
    #610
    0
  6. #609 ธัญฐา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 21:58
    น้ำตาไหลเลย T T
    #609
    0
  7. #608 AMinH Choi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 21:18
    ตอนนี้เศร้ามากค่ะไรต์ สงสารทั้งพี่คริสแล้วก็ชานยอลเลย
    #608
    0
  8. #607 fchk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 17:28
    อ้ากกตอนนี้เศร้าร้องไห้ ฮือมันสะเทือนใจจริงๆอะ มันเป็นอดีตที่เจ็บปวดทั้ง สองฝ่ายจริงๆ
    #607
    0
  9. #605 _MNIMD (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 13:58
    รู้สึกสงสารทั้งชานยอลและอี้ฟาน ที่อี้ฟานทำไปเพราะอยากให้ชานยอลตัดใจจากตัวเองได้
    ถึงแม้ตัวเองจะต้องเจ็บแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่อี้ฟานทำไปมันทำให้ชานยอลปวดใจมากนะ
    อี้ฟานต้องใช้ความพยายามมากใช่มั้ยในการยิงฮารุและไล่ชานยอลออกไปจากชีวิตทั้งๆที่
    ชานยอลเป็นทั้งชีวิตของอี้ฟาน อยากให้คริสในปัจจุบันกลับไปทำให้ชานยอลกลับมายิ้มได้
    กลับมาหัวเราะให้คริสและเป็นรอยยิ้มให้คริสอีกครั้งนึง สู้ๆนะพี่คริส ติดตามนะคะไรท์
    #605
    0
  10. #604 lovekyhh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 11:18
    วินาทีที่อี้ฟานลั่นไก วินาทีที่ออกปากไล่คนที่รักมาก มันต้องทำใจให้ตัวเองเข้มแข็มมากๆเลยใข่มั้ย
    แล้วเสี้ยววินาทีที่โดนไล่ ชานยอลคงใจสลายขนาดตะโกนตัดพ้ออี้ฟาน ไม่รู้ใครจะเจ็บกว่ากัน
    แต่ตอนนี้เราเจ็บ จุกมากๆนะ ยิ่งคุณไรท์มาอัพต่อๆกันหัวใจจะสลายตามทั้งคู่แล้วนะ
    แต่ชอบนะคะที่อัพถี่ๆ ขอบคุณนะคะ เอาให้เจ็บต่อเนื่องกันไปเลยเรายังไหว
    #604
    0
  11. #597 บอใบไม้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 09:39
    ฟ่านก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้แต่ที่ทำไปทั้งหมดนี่ก็เพราะหน้าที่ที่ตัวเองแบกรับไว้อยู่

    ตอนนี้เราว่าฟ่านโตและเรียนรู้มากพอที่จะปกป้องชานยอลได้แล้ว

    ต่อไปฟ่านต้องเข้มเเข็งให้มากกว่านี้แล้วห้ามปล่อยมือชานยอลไปอีกเป็นครั้งที่สองนะ

    #597
    0
  12. #596 p_chan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 09:05
    ไรต์ฟิตมาโดดจุ๊บที อ่านแล้วน้ำตาหมดไป3ถัง ฮรืออออT T
    #596
    0
  13. #595 OH.MyHunHan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 07:33
    พี่คริสไม่อยากให้มันเป็แบบนี้แต่ก็ต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่ ดูแลชานยอลดีๆนะต่อจากนี้อย่าเอาแต่ทำร้ายร่างกายและจิตใจน้องอีก TT
    #595
    0
  14. #594 mii_mew (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 03:27
    ซึ้งมากเลย ตอนนี้ร้องไปสามครั้งได้อ่าาา เศร้า TT
    #594
    0
  15. #592 iStyle~* (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 01:38
    ความจริงบางอย่างที่เลขาลีนึกถึง.. นี่นึกไปถึงพี่ชายของของชานยอลเลย
    มันจะมีอะไรที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำอีกแน่เลย
    #592
    0
  16. #591 เมียเก็บปาร์คชานยอล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2557 / 01:17
    ไรท์อ่าาาาา น้ำตาเค้าหมดเป็นปี๊ปแย้วววว
    #591
    0