[EXO] [KrisYeol] Prisoner of 'LOVE'

ตอนที่ 17 : ❀ 11. ❀

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 ส.ค. 57

11. ❀❀

ผมเสียใจ...

 

                ชายหนุ่มก้าวลงมาด้วยท่าทีทอดอาลัย  ไร้เรี่ยวแรง เลขาลีที่คงรอเขาอยู่นานแล้วเดินเข้ามาหาด้วยแววตาสงสัย คล้ายอยากจะเอ่ยถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับไม่พูดอะไรนอกจากถ่ายทอดคำสั่งของเจ้านายให้กับทายาทคนเดียวรับรู้

                “ท่านรออยู่ที่บ้านใหญ่ครับ  มีเรื่องแจ้งคุณ ผมให้คนเตรียมรถแล้ว”

                “ขอโทษที่ให้รอครับ อ้อ...ผมอยากจะคุยกับคุณนิดหน่อย  พอมีเวลาไหม”

                ชายวัยกลางคนพิจารณาสีหน้าและแววตาของคนหนุ่มด้วยความเข้าใจ และตอบรับอย่างใจเย็น

                “ได้สิครับ”  เลขาลีหันไปกระซิบขอกุญแจรถจากลูกน้อง  ก่อนพยักหน้าให้ชายหนุ่มเดินตามมา

                รถเคลื่อนออกจากตัวบ้านพักส่วนตัวของคริสด้วยฝีมือของเลขาผู้ได้รับความไว้วางใจอย่างสูง  ตามด้วยรถของบอดี้การ์ดที่เคลื่อนมาอย่างไม่ห่างนักสองคัน  เป็นเวลากว่าห้านาทีที่ไม่มีเสียงสนทนาหรือเสียงใด ๆ จากคนทั้งสองในรถ ชายหนุ่มนั่งคุดคู้อยู่ที่เบาะหน้าไม่ต่างจากสมัยยังเป็นเด็กชาย  แขนขายาวถูกเก็บแนบเข้ากับลำตัว มือเสยผมขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างหงุดหงิดใจ คล้ายกำลังต่อสู้กับสิ่งที่วนเวียนอยู่ในความคิด  เลขาลีหันมองด้วยสายตาของผู้ใหญ่ที่มองชายหนุ่มเติบโตมาตั้งแต่เล็ก   ทายาทตระกูลอู๋ที่วางท่าทีสง่าผ่าเผยในสังคมกลับดูไม่ต่างจากเด็กชายวัยสิบสี่สิบห้าที่เพิ่งรู้จักความรักครั้งแรกคนนั้นเลย  

                เลขาลีอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้เมื่อท่าทีของคริสราวกับกำลังซ้อนทับกับเด็กหนุ่ม อี้ฟานที่อยู่ในความทรงจำของเขาราวกับเกิดขึ้นเมื่อวานอย่างพอดิบพอดี

                “อย่าลืมคาดเข็มขัดสิครับ”

                “ผมควรจะทำยังไง...”  เขาพูดด้วยเสียงที่บอกถึงความสับสน ต่างจาก คุณคริสที่เป็นมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา  “ผมคิดว่ามันจบไปแล้ว คิดว่าเด็กคนนั้นจากผมไปแล้ว  คิดว่าเค้าไม่รักผมแล้ว ก็เลยทำแบบนั้น”

                “คุณคงเจ็บปวดมากที่คิดว่าถูกทรยศ”

                คริสหนึ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเลขาลีพูดดังนั้น  เขาส่ายหน้า และกำหมัดแน่นจนเล็บสั้นกุดจิกไปที่ฝ่ามือ ชายหนุ่มหลับตาลง  ก่อนสารภาพอย่างหมดใจ

                “ต่อให้ตอนนี้เค้ารักใคร...ผมก็ไม่มีสิทธิทำอะไรด้วยซ้ำ  ไม่มีสิทธิเลยแม้แต่น้อยที่จะเรียกร้อง”  คำพูดนั้นเจือความขมขื่น   “ผมทิ้งเค้าไปเอง  ยังมีหน้าไปโกรธที่เค้ามีชีวิตใหม่   ผมแทบบ้าตอนที่ได้ยินคนบอกว่าชานยอลเกลียดผม  แทบคลั่งตอนที่ได้ยินชานยอลเรียกไอ้งั่งนั่นว่ารุ่นพี่  ผมอยากจะฆ่ามันให้ตายด้วยมือผม   แล้วก็อยากจะทำทุกอย่าง   ทำให้ให้คนที่ทรยศเจ็บปวด  เหมือนที่ผมเจ็บ  ชานยอลบอกเองว่าไม่มีวันเกลียดผม... แต่ก็พูดออกมาว่าเกลียด  พูดออกมาว่าลืม  สิบปีที่ผมไม่เคยลืม... เด็กคนนั้นกลับบอกว่าลืม”

                หากฟังแค่นั้น เลขาลีคงจะคิดว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นหนุ่มเลือดร้อน เต็มไปด้วยความรุนแรง เจ็บแค้น และพร้อมที่จะทำร้ายทุกคนที่ทำให้เขาไม่พอใจ   แต่เพราะ รู้จักคริสดีกว่าใคร  เขาจึงมองร่างใหญ่ที่คุดคู้อยู่บนเบาะรถด้วยความเข้าใจ  ไหล่กว้างสั่นสะท้าน  เสียงกัดฟันกรอดนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เลขาลีรับรู้ได้ว่า เวลาที่ผ่านไปไม่ได้ช่วยให้คริสดีขึ้นเลย

                ที่ผ่านมา... เขาคงพยายามอย่างหนักที่จะสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งขึ้นมา เพื่อลบภาพเด็กหนุ่มที่พลาดหวังจากความรักนั้นไป 

                “ผมเลือดขึ้นหน้า มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น  ผมอยากจะทำให้เด็กคนนั้นเจ็บที่สุด  อยากให้ตายไปกับมือของผม  อยากทำให้ช้ำไปทั้งตัว...  ไม่อยากให้ไอ้รุ่นพี่คนไหนได้มาทำเหมือนที่ผมทำ   ผมเหมือนปีศาจ  แล้วผมก็ทำทุกอย่าง  ผมรู้สึกชนะ... ผมทำร้ายเด็กคนนั้นด้วยมือของผมเอง  ชานยอลเป็นของ ๆ ผม... ผมมีสิทธิทำอะไรก็ได้  เพราะนั่นน่ะ... ทุกอย่างเป็นของผม  ผมทำ...  ทำไปทั้งหมด”

                เลขาลีรับฟังโดยไม่ขัด  ชายหนุ่มต้องการแค่ใครสักคนที่รับฟังเรื่องราวทั้งหมดโดยไม่แสดงความเห็นโต้แย้ง   เพียงแค่รับฟัง...และเข้าใจความอ่อนแอของเขาก็คงเพียงพอแล้ว   เสียงของคริสสั่นพร่า แหบ และไร้พลังอำนาจ 

                ชั่วขณะนั้น เลขาลีก็ไพล่นึกไปถึงวันที่เจ้านายของเขาเองก็เป็นเช่นนี้   วันที่ความสูญเสียถาโถมเข้ามาหา จนกระทั่งไม่เหลือพื้นที่ใดให้แสดงความอ่อนแอ 

                เจ็บปวดมากเลยใช่ไหมครับ

                “ตอนที่รู้สึกตัว  ชานยอลก็ช้ำไปหมดแล้ว... เค้าไม่มองผมเลยด้วยซ้ำ  ไม่เรียกผมเลยแม้แต่น้อย  ทำเหมือนไม่รู้จักผม...ม... เหมือนผมเป็นคนแปลกหน้า  ผม... จำไม่ได้เหรอ  ยิ่งทำแบบนั้น...ผมก็ยิ่งโกรธ  ผมรู้สึกเหมือนกำลังแพ้  แต่ผมจะไม่แพ้... ผมจะต้องชนะ  ผมจะแพ้ไม่ได้... ผมจะทำให้เด็กคนนั้นรู้ว่า... ที่ผ่านมา  ผมลืมเรื่องพวกนั้นไม่ได้” 

                “กลัวสินะครับ” 

         คำนั้นพุ่งเข้ามาราวกับค้อนที่ตรงเข้ามาทุบปราการความรู้สึกที่เขาซุกซ่อนไว้จนหมด   อี้ฟานไม่เคยถูกสอนให้แสดงอารมณ์  และความรู้สึก  ไม่เคยแม้แต่จะได้รับโอกาสให้บอกความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจของตัวเอง  เขาไม่ได้รับอนุญาตให้อ่อนแอ หรือหวาดกลัวสิ่งใด   เมื่อเกิดความรู้สึกพวกนั้นขึ้น  สิ่งที่เขาควรจะทำคือซ่อน...หรือไม่ก็วิ่งหนีมันไปให้ไกล

                กลัว’  ใช่... เขากลัว   กลัวว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดจะผิดพลาด  กลัวความจริงที่ว่าการทอดทิ้งชานยอลในวันนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิด   สิ่งที่เขาทิ้งไปแล้ว มันก็ควรถูกทิ้งไว้อย่างนั้น...ไม่ควรเก็บมันขึ้นมาเชยชมอีก

                พ่อจะคิดยังไงกับสิ่งที่เขาทำ   ทุกคนจะมองเขาอย่างไรหากปล่อยให้ความอ่อนแอและความใจอ่อนครอบงำ 

                เขาไม่มีสิทธิทำหรือรู้สึกเช่นนั้น... หากจะอยู่เหนือผู้คนทั้งหมด  เขาก็ต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้

                “เมื่อก่อน...ผมเคยคิดเสมอว่า ถ้าผมเป็นเจ้าของอะไร  ผมก็มีสิทธิที่จะทำอะไรมันก็ได้... จะทำร้ายมัน  จะฆ่ามันก็ทำได้”

                คริสนึกถึงฮารุ เจ้าหมาขาเจ็บช่างออดอ้อนตัวนั้น 

                “แต่เค้าบอกผมว่า... เจ้าของ  ก็คือคนที่ต้องปกป้อง ดูแลของของตัวเอง ไม่ให้ใครมาทำร้าย...และจะไม่ทำร้ายของของตัวเอง  ถึงตอนนี้...ผมรู้แล้วว่า  ผมเป็นเจ้าของอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว   แม้แต่คนที่รัก... ผมก็ทิ้งให้เค้าทรมาน แล้วก็ทำร้ายเค้าด้วยมือตัวเอง”

                ถ้าฮารุพูดได้...มันจะบอกอะไรกับเขา   จะก่นด่า ต่อว่าเขา...หรือจะโกรธแค้นเขามากแค่ไหนที่เขาทำร้ายมัน  สร้างบาดแผลให้มัน  

                “แล้วตอนนี้  คุณรู้สึกยังไงครับ... รู้สึกยังไงกับสิ่งที่ทำไป”

          เลขาลีถามสั้น ๆ ไม่ท้วงติง หรือบริภาษการกระทำเหล่านั้น ด้วยแน่ใจว่าเด็กหนุ่มคงได้รับบทเรียนทั้งหมดด้วยตนเองแล้ว สิ่งที่เขาถาม  เป็นเพียงแค่ช่วยปลดโซ่ตรวนที่พันธนาการหัวใจของนักโทษผู้นี้  ให้ออกมาสารภาพความผิดด้วยตนเอง

            “ผมเสียใจ ผมรักเค้า... ผมรักชานยอล  ตลอดเวลาที่ผ่านมา...ไม่เคยมีวันไหนที่ผมไม่รักเค้า  ผมอยากอยู่เคียงข้าง...อยากเป็นคนที่ปกป้องเค้า อยากดูแลเค้ามากกว่านี้”  

                คริสกำลังร้องไห้ไม่ต่างจากเด็กชายอี้ฟานเมื่อสิบปีก่อน   ตอนที่ส่งทั้งคนและหมาที่เจ็บหนักเข้าโรงพยาบาลจนแน่ใจว่าปลอดภัย  กลิ่นคาวเลือดคละคลุงภายในรถคันหรูไม่ได้รบกวนจิตใจเขาเท่าเสียงร้องไห้โหยหวนของเด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปีที่แทบไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นแม้แต่ครั้งเดียว เสียงสะอื้นแหบพร่าเพราะกำลังเริ่มเข้าวัยหนุ่มสั่นหัวใจของเขานัก

                ในวันนั้น อี้ฟานก็ร่ำร้องด้วยประโยคเดียวกับตอนนี้

                “ผมรักชานยอล... คุณลี ผมรักเค้า ผมอยากอยู่กับเค้า ทำไมต้องเป็นแบบนี้  ทำไมผมต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วย”

 

            เลขาลีตบไฟเลี้ยวและจอดพักรถที่ข้างทางก่อนถึงคฤหาสน์หลังงามเพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร  ปล่อยให้ชายหนุ่มดูแลจิตใจตัวเองด้วยการปลดเปลื้องความผิดบาปและสิ่งที่เกาะหัวใจไว้ออกมาจนหมด ชายวัยกลางคนยื่นมือไปวางบนไหล่อันสั่นเทาของชายหนุ่มอย่างเบามือ พลางนึกย้อนไปถึงวันเก่า ๆ ในวันที่เขาได้รับหน้าที่ใหม่จากท่านประธาน

            “เรื่องที่ให้ผมสอนงานคุณอี้ฟาน... จริงหรือเปล่าครับ”               

            “อือ...ฉันไว้ใจนาย เลยอยากให้ช่วยดูแลฟ่านมันหน่อย”

                “คุณอี้ฟานเก่งมาก ผมคงสบายไปเลย”  เขากล่าวพลางหัวเราะ  ขณะที่ผู้มอบหมายหน้าที่กลับส่ายหน้า

            “มันเก่งก็เพราะเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงมาแบบผู้ใหญ่  ฉันให้ทุกอย่างที่จำเป็นกับงานทั้งหมดกับมันได้  แต่มันคงต้องการมากกว่านั้น  ฟ่านมันเหมือนแม่...ขี้ใจอ่อน แล้วก็อ่อนแอเกินไป”

                “คุณอี้ฟานเป็นเด็กอ่อนโยน  แล้วก็บริสุทธิ์มาก”

            “มันต้องดูแลงานทั้งหมดต่อจากฉัน  มันอ่อนโยนไม่ได้นักหรอก ไม่งั้นมันก็จะทำอะไรไม่ได้เลย  แต่อย่างน้อย...มันก็ควรจะมีใครสักคนที่เข้าใจมันอยู่ข้าง ๆ บ้าง”

            ในฐานะของคนที่ทำงานด้วยกันมานาน  ท่านประธานอู๋ คือเจ้านายที่ไม่เคยมีข้อบกพร่องเลยแม้แต่อย่างเดียว   ท่านเป็นนักธุรกิจที่ทั้งรอบคอบ  แต่ก็ยังคงเป็นนักเลงที่กล้าได้กล้าเสีย และไม่เคยหวั่นเกรงใคร ทั้งเรื่องกฎหมายและคู่แข่ง ธุรกิจที่ทำอยู่จึงได้รับการยอมรับทั้งโลกธุรกิจและตลาดมืด  ท่านเป็นคนที่เก่งแบบหาตัวจับยาก ทั้งยังเป็นที่รักของลูกน้องทุกระดับ ท่านคงมองออกว่าในวงการนี้ มีทั้งเสือ และหมาป่าคอยจ้องตะครุบส่วนแบ่งที่ท่านได้รับอยู่เสมอ  สิ่งที่ท่านต้องทำเพื่อให้ชื่อของตระกูลอู๋ยังคงเป็นหนึ่งได้  ก็คือการกำจัดจุดอ่อนและความอ่อนแอทั้งหมด ไม่ให้ใครได้เห็น

            ในฐานะนักธุรกิจ ท่านทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม...แต่ในฐานะของความเป็นพ่อ  จะไม่โอนอ่อนให้กับลูกเลยแม้แต่เรื่องเดียวก็คงทำให้เด็กชายเติบโตมาอย่างไร้หัวใจ ต่อให้เก่งแค่ไหน...ก็คงอ้างว้างว่างเปล่าในที่สุด

                เลขาลีโค้งศีรษะรับงานใหญ่ชิ้นนี้ด้วยความเต็มใจ

            “เข้าใจแล้วครับ ผมจะช่วยดูแลคุณอี้ฟานเอง”   

            “ฝากด้วยนะ... ฉันคงทำได้แค่นี้” 

             เปลือกนอกฉันจะหลอมเอง... แต่ข้างในใจของมัน ฝากด้วยนะ 

 

 

 

TBC.  



/me ปาดน้ำตา...เขียนไปร้องไห้ไป
มีใครเป็นเพื่อนร้องไห้กับเราบ้างคะ T^T
ฝากคอมเม้นท์และแท็ก #นักโทษของคริส ในทวิตเตอร์ด้วยน้า
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #664 ❥ Palmmiiz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 09:20
    ว่าแล้วววว ทำไมพ่อพี่คริสใช้อักษรจีนตัวนั้น นึกว่าเปิดการตามล่า ที่แท้ก็คือ ไคนี้เอง เอาใจช่วยคริสยอล มาอัพต่อไวไวนะคะ ^^
    #664
    0
  2. #629 Bro"Mean" (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2557 / 17:45
    อ่านไปน้ำตาซึมเลย เพราะรักถึงได้ทำ แต่ก็ลืมไปว่าสิ่งที่ตนทำได้ทำลายคนที่ตัวเองรักไปโดยไม่รู้ตัว
    #629
    0
  3. #621 Jah.ky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2557 / 18:49
    เพราะหน้าที่ของการเป็นลูกที่ต้องสืบทอดธุรกิจของครอบครัว เพราะห่วงและกลัวคนที่รักจะต้องมาเป็นแบบตัวเอง การเป็นอี้ฟานนี่โคตรเจ็บปวดเลย และเพราะความไม่รู้ ความเข้าใจผิด ทำให้ตัวเองต้องทำร้ายคนที่รักให้ตายทั้งเป็น ทำร้ายทั้งๆที่ยังรัก ดาร์กมากเลย โอ้ยไม่ไหวแล้ว TTTT_TTTT
    #621
    0
  4. #578 blue_bear (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 22:05
    ไรท์เขียนไปร้องไห้ไป เค้าก็อ่านไปร้องไห้ไปเหมือนกันค่ะ
    เข้าใจความรู้สึกเฮียเลย TT น่าสงสารมาก จิตใจถูกบีบบังคับให้เข้มแข็ง
    ทั้งๆที่ไม่อยากเป็นแบบนั้น สงสารชานยอลที่ต้องมารับอารมรณ์โกรธ
    จากจิตใต้สำนึกที่ยังหลงรักของอี้ฟาน ฮือ... คุณอู๋ใจร้ายจัง
    ถ้าตอนนั้นไม่บอกให้ฟานกำจัดจุดอ่อน ตอนนี้ทั้งคู่คงไม่เป็นอย่างนี้

    TT น้ำตาหยดเต็มโต๊ะเลยค่ะ ฮือ... บีบหัวใจจัง
    เพราะตอนนี้คริสกำลังได้รับบทเรียนของตัวเองแล้ว
    สิ่งที่ทำกับชาลยอลมันกำลังย้อนมาทิ่มแทงตัวเองแล้ว
    ฮึก... ขอชานยอลอภัย คริสใจเย็นลงได้ คุณอู๋ยอมรับฟังและปล่อยบ้างคงจะดีไม่น้อย
    #578
    0
  5. #577 OH.MyHunHan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 20:08
    รู้อยู่แก่ใจว่ารักเขาจนแทบบ้าแต่ก็ทำร้ายเขาอย่างไม่ใยดี รักเองเจ็บเอง พี่คริสคนบ้า ฮือๆๆๆๆ
    #577
    0
  6. #576 Se Hanuen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 19:48
    สงสารพี่คริสจากใจจริง...
    #576
    0
  7. #575 เมียเก็บปาร์คชานยอล (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 19:34
    เค้ารอมานอนเเล้วคืออ่านไปร้องไห้ไป TT
    #575
    0
  8. #571 gggoodgirl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 19:13
    โอยยเศร้าาาา นี่ก็นั่งปาดน้ำตาไปพิมพ์ไป อ่านแล้วรู้สึกเหมือนไปนั่งอยู่กับพี่คริส มันเศร้าาาฮื่อออ

    คุณเลขาหนูช่วยฝากดูแลหัวใจพี่คริสด้วยนะ ทำให้พี่คริสเลิกโง่ ช่วยปลดพันธนาการอะไรๆออกให้พี่คริสสักที TT

    อ่านถึงตอนนี้แล้วสงสารพี่คริสมากที่แก้ปัญหาแบบผิดๆ พยายามสร้างกำแพงขึ้นมามากมายเพื่อปิดบังความอ่อนแอในใจ

    คิดว่าตัวเองชนะ ทำร้ายทั้งหัวใจตัวเองแล้วก็คนที่ตัวเองรัก นักโทษเอ้ยยยย โฮรวววววว

    เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ พยายามหาทางแก้ปัญหาเข้านะน้องเอาใจช่วย จะได้กลับมารักกันเหมือนเดิม T^T
    #571
    0
  9. #566 fchk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 17:43
    ฮือออออพี่คริสสที่จริง จิตใจข้างในพี่ก็ดีเหลือ เกินนนโอ้ยยทำไมมันเศร้า แบบนี้ๆๆๆ
    #566
    0
  10. #564 บอใบไม้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 17:39
    นี่เราอินมากเลยอะ ฮือออออ่านแล้วรู้สึกหน่วงไปหมดเลย

    สงสารพี่คริสแต่คนที่ทำให้ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวของพี่คริสเองอะ

    ในเมื่อทุกอย่างมันกลายมาเป็นแบบนี้เพราะตัวเองแล้วก็ต้องแก้ไขด้วยตัวเองเหมือนกันนะพี่คริส

    ทำให้ชานยอลกลับมาเป็นคนที่น่ารักสดใสเหมือนเดิมให้ได้
    #564
    0
  11. #563 _MNIMD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 17:39
    ฮือออ หลังจากไม่ได้คอมเม้นท์มาหลายตอน สงสารพี่คริสถึงมากที่สุด ขอไบแอสพี่คริส ณ ที่นี้
    สงสารคริสอ่ะ คริสต้องปล่อยชานยอลไปเพราะพ่อของคริส คริสไม่อยากให้ชานยอลไปเป็นของ
    พ่อเลยต้องปล่อยไปใช่มั้ย คริสต้องเสียหัวใจตัวเองไป เสียรอยยิ้ม เสียสละอะไรหลายๆอย่าง
    อี้ฟานเป็นเด็กที่อ่อนโยนมากๆเลยนะแต่ถูกปลูกฝังให้กลายเป็นคริส ที่ต้องโตเกินอะไรหลายอย่าง
    พอมาเจอชานยอล ชานยอลเป็นคนที่ทำให้อี้ฟานแสดงความอ่อนโยน ความรัก สอนอี้ฟานหลายๆอย่าง
    เวลาอี้ฟานอยู่กับชานยอลเป็นอะไรที่น่ารักมากๆ ที่คริสทำไปทั้งหมดยอมรับว่าคริสผิด
    แต่ก็น่าสงสารไปพร้อมๆกัน โดนคนรอบข้างเป่าหูว่าคนรักของตัวเองมีคนใหม่ ไปรักคนใหม่ ลืมอี้ฟานไปแล้ว
    คริสก็เลยยิ่งโกรธ ยิ่งหึง และเวลาที่ยอลบอกรุ่นพี่ รู้แล้วว่าทำไมคริสถึงโกรธไม่ชอบ เพราะถูกคยองซู
    บอกงู้นบอกงี้ บอกเลยถ้าเป็นคริสก็ไม่ชอบเหมือนกัน หึง เชื่อคยองซูเหมือนกัน การแสดงออกของคริส
    มันดูเกินไปก็จริง แต่เพราะรักชานยอลมาก อยากให้คริสเอาคยองซูออกไป อ่านตอนที่แล้วละรู้สึกแบบ
    คยองซูมาเหนือมาก คริสต้องสู้นะ TwT คริสต้องเอาชานยอลกลับมาให้ได้ ปลุกชานยอลจากฝันร้าย
    ทำดีเยอะๆ ไรท์คะเรารอไรท์รวมเล่มอยู่นะคะ *^* ขอสเปสักสามสี่ตอน แฮ่ รอซื้อแน่นอนน ♥
    ติดตามนะคะ
    #563
    0
  12. #559 jkkriss (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 17:16
    คริสกำลังได้รับบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ จริงๆที่คริสทำทุกอย่างมันไม่ได้ตั้งใจ แค่ข้าใจผิดเท่านั้น

    แล้วยิ่งถูกปลูกฝังโดนทำให้ตัวเองเป็นผู้ใหญ่เกินตัวแบบนั้น สงสารคริสมากเลยนะ

    ตอนนี้ชานยอลได้ให้บทเรียนกับคริสแล้ว คริสกำลังจะตาย ทางออกมันมีไม่มากนัก

    คริสต้องพยายามให้มากกว่านี้ คริสเป็นคนทำทุกอย่างให้มันเกิดขึ้นมา ก็ต้องเป็นคนแก้ไขทุกอย่างที่ผิดพลาดไป

    เอาชานยอลคนเดิมกลับมาให้ได้ นี่ไม่ได้บอกว่าจะให้อภัยในสิ่งที่คริสทำนะ

    แต่คิดว่าชานยอลคงให้บทเรียนคริสเองแล้ว สู้นะ
    #559
    0
  13. #556 lovekyhh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 16:38
    บอกตามตรงสงสารเด็กชายอี้ฟานที่ต้องโดนเลี้ยงให้เติบโตมาในฐานะทายาทของตระกูลที่มีธุรกิจอย่างนี้
    ไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ เฮ้อถอนใจอีกครั้ง ทำงัยดีอะจะแสดงให้ใครเห็นก็ไม่ได้
    คุณพ่อนี่คงรักและเป็นห่วงลูกชายใช่มั้ยถึงส่งคุณเลขามาดูแล ขอบคุณที่มีคุณเลขาลีนะที่คอยรับฟังอยู่บ้าง
    อ่านแล้วเศร้าเนอะ ชานยอลจะหายมั้ยแล้วอี้ฟานจะเป็นยังงัย เพราะเหมือนโทษตัวเองที่เป็นคนทำเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น
    ฮือๆๆๆๆๆเราอยากใหัคนที่มีรัก ได้รักกันและสมหวังในรักนะ
    #556
    0