[EXO] [KrisYeol] Prisoner of 'LOVE'

ตอนที่ 12 : ❀ 8. ❀

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 มี.ค. 57

 

8. ❀ ❀

 

ถ้ากรีดลึกกว่านี้... จะเจ็บกว่านี้ใช่หรือเปล่า

ถ้าเจ็บกว่านี้... จะลืมทุกอย่างหรือเปล่า







 

            “อย่าให้ใครทำแบบนี้นะ....ให้แค่ฉันคนเดียวนะ  ห้ามให้ใครกอด... จูบเด็ดขาด” เสียงทุ้มแหบของเด็กชายวัยเริ่มแตกหนุ่มทำให้ร่างบอบบางในอ้อมกอดหัวเราะร่วน  แม้เสียงหัวใจจะเต้นแรงขึ้นกับท่าทางของคนขี้หวงนี้

            แบบนี้ใช่หรือเปล่านะ...ที่เขาเรียกกันว่า หึง

            “นอกจากฟ่านแล้วใครจะทำล่ะ”  เสียงใสยั่ว...แววตาสะท้อนประกายสดใส จนเจ้าของดวงตาคมเข้มฉายแววดุ พร้อมกับก้มลงฝังจมูกโด่งจัดลงบนแก้มนิ่ม และเลื่อนไปยังต้นคอที่อ่อนไหวจนทำให้ชานยอลเผลอครางหวิวด้วยความลืมตัว

            “ไม่รู้...นี่น่ะ ของฉันคนเดียว...ประทับตราแล้ว ตรงนี้ก็ด้วย...”

            “อื้อ... อ... เบา ๆ สิ... ”

            “มีเจ้าของแล้วนะ  ห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด”

            “ถ้าฟ่านไม่ยกให้ใคร   ก็ไม่ยอมให้ใครแตะหรอก” ยิ่งคนตัวเล็กพูดราวกับเป็นเรื่องล้อเล่นมากเท่าไหร่  อี้ฟานก็ยิ่งซุกไซ้หนักขึ้นราวกับต้องการประกาศว่าสิ่งที่เขาพูดอยู่นั้นจริงจังแค่ไหน  ร่างเล็กพยายามหลบเป็นพัลวัน  แต่ดูเหมือนอี้ฟานจะไม่ยอมให้ชานยอลหนีไปได้จากการ

“ฉันไม่โง่ยกให้ใครหรอก....  หอมขนาดนี้...นุ่มแบบนี้”

“เบา ๆ สิ... เดี๋ยวพี่ได้ยิน อ...อือ”

“ชานยอลนั่นแหละ ร้องเบา ๆ” เขากระซิบเบาลงกับข้างหูที่ขึ้นสีแดงจัด   ชานยอลหยุดดิ้นในที่สุด และกอดตอบเขาอย่างแน่นหนาพร้อม ๆ กับอุณหภูมิในร่างที่เพิ่มสูงขึ้น 

“ฟ่าน... ”

“หือ”     

“นอกจากพี่แล้ว... ชานยอลก็ไม่เหลือใครอีกแล้วนะ”

“ฉันเอง... ก็ไม่มีใครอีกแล้วเหมือนกัน นอกจากพ่อ... และชานยอล”

 

 

 

 

 

 

“ฮ...ฮารุ...   มารับชานยอลเหรอ”

เสียงแหบพร่าสั่นระริก  แววตาเลื่อนลอยพยายามจับภาพที่อยู่ตรงหน้าให้ได้ชัดเจนที่สุด  แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งทำให้มันพร่าเลือน... เงาร่างของสุนัขร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งอยู่ห่างออกไปจากเตียงกว้าง   ห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางดูกว้างใหญ่เคว้งคว้างจนชานยอลไม่อาจรับรู้ได้ว่าทิศทางไหนคือทางออก  ร่างเล็กในชุดสีขาวตัวโคร่งขยับกายอย่างยากลำบาก  ราวกับทุกอวัยวะบนร่างกำลังประท้วงไม่ให้เขาเคลื่อนไหว   

“ฮารุ...  ฮารุ มานี่สิ... ฮารุ”

เสียงสั่นพร่าเอ่ยจากลำคอ เบายิ่งกว่าเบา ก่อนที่ความว่างเปล่าเบื้องล่างจะผลักชานยอลให้ตกลงไปจากเตียงโดยไม่ทันตั้งตัว  ไม่มีเสียงหวีดร้องนอกจากร่างที่กระแทกลงมาจนจุก  สิ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและเสียงลมหายใจนั้นคือเหยือกบรรจุน้ำและแก้วใส่ที่มือเรียวบางปัดตกลงมาพร้อมกัน

เพล้ง!                               

ปัง!!!

ชานยอลสะดุ้งสุดตัวกับเสียงแก้วที่ตกกระทบพื้นและแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ   เพราะราวกับจะเรียกให้เสียงดินปืนระเบิดดังขึ้นมาจากความทรงจำ 

เสียงจากปืนสีดำมะเมื่อม  ที่มีอาณุภาพเพียงพอที่จะทำให้ทุกอย่างหายไปเพียงแค่เหนี่ยวไกเท่านั้น

หายไปหมดทุกอย่าง...ไม่ว่าความรัก  ความฝัน...หรือแม้กระทั่งชีวิต

หยดเลือดแดงฉานแผ่วงกว้างออกจากรอยแผลนั้น 

มือเรียวเล็กสั่นระริกเมื่อยกมือขึ้นและพบว่าของเหลวสีเข้มกำลังไหลออกมาจากบาดแผลที่ถูกเศษแก้วชิ้นเท่านิ้วมือปักอยู่กึ่งกลาง  ลูกแก้วดำขลับภายในดวงตาคู่ใสฉายประกายไหววูบเมื่อจับจ้องหยาดโลหิตที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผลทีละน้อย  ความปวดเจ็บใด ๆ แทบไม่ทำให้ชานยอลรู้สึกอะไรเลย....เมื่อภาพของสุนัขที่เขาเฝ้าดูแลอย่างดีปรากฏอยู่ตรงหน้า   แม้มันจะเลือนรางเพราะหยดน้ำตา  แต่ชานยอลกลับจดจำได้ดีถึงกลิ่นไอของพายุร้ายที่กำลังใกล้เข้ามา  กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณเพราะสายลมที่พัดโชยรุนแรง 

“ฮารุ...เจ็บไหม” ริมฝีปากไร้สีขยับขึ้นลงอย่างไม่มีเสียง   หากดังก้องอยู่ในใจจนเจ็บปวดยิ่งกว่าบาดแผลที่ได้รับหลายสิบเท่านัก  “ชานยอล...เจ็บที่สุด”

“ออกไปจากชีวิตฉัน  ไป๊!!!

เสียงทุ้ม แหบห้าวตวาดลั่น... สั่นสะเทือนโลกใบเล็กของเขาให้แตกสลายกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย   

ฮารุ... ฟ่านบอกว่า... บอกให้ใครก็ไม่รู้จับชานยอล

บอกให้... ใครที่ไหนไม่รู้... ทำอย่างนั้น

มืออีกข้างกระชากเศษแก้วออกจากฝ่ามือของตน  เปิดบาดแผลให้กว้างขึ้นจนเลือดไหลทะลักออกมา  สีแดงฉานตัดกับผิวกายขาวอย่างน่ากลัว โดยที่ชานยอลไม่คิดจะห้ามเลือด

“เจ็บเหมือนกันไหม....”

ชานยอลพึมพำ... บาดแผลแรกนั้นแทบไม่ทำให้เขารู้สึกอะไรมากกว่าอาการปวดและชา  ดวงตาของชานยอลไล่ไปตามร่างกายที่ถูกปกปิดด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว...  ก่อนที่ร่องรอยสีแดงช้ำบนนผิวกายจะทำให้เขาสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่

“ไม่!

เขาหวีดร้องลั่น   เมื่อนึกถึงริมฝีปากอันน่าขยะแขยงของชายคนที่จาบจ้วงและแตะต้องร่างกายของเขา  ร่างเล็กถอยร่นไปชิดกับขาเตียง  แล้วจึงรีบดึงเสื้อออกมาปิดรอยช้ำนั้น  

“ฟ่าน...   ชานยอล.. ชานยอลไม่ได้ผิดสัญญานะ  ฟ่าน...”

สัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่มีใครได้แตะต้องมันนอกจากฟ่าน...  ฟ่านจะเห็นไม่ได้

 ชานยอลคิดได้แค่นั้น   แต่เสื้อที่ถูกดึงลงเพื่อปกปิดรอยช้ำ  กลับเผยร่องรอยที่บอบบช้ำยิ่งกว่าให้เห็น  ภาพมือที่บีบเฟ้นและสัมผัสทั่วเรือนร่างของเขาอย่างหื่นกระหายนั้นปรากฎขึ้นมาในมโนสำนึกราวกับปีศาจที่ตามติดมาอย่างไม่ลดละ  ชานยอลกรีดร้องลั่นเมื่อพบรอยที่สอง...สาม  และสี่บนร่างของตัวเอง   กระดุมทั้งแถวถูกดึงออกอย่างแรง กระทั่งเผยให้เห็นแผ่นอกเรียบที่ชานยอลไม่อาจรับสภาพได้ 

“ไม่....ไม่”

รอยช้ำเหล่านั้นไม่ต่างจากรอยแผลเป็นเลยแม้แต่น้อย  รอยแผลที่ลบไม่ออก  ทั้งจากร่างกายและความทรงจำ  ชานยอลควานปะป่ายไปรอบตัว.. เศษแก้วน้อยใหญ่เกลื่อนกลาดพร้อมกับเศษน้ำ   ดวงตาหวาดระแวงแทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากม่านน้ำตา   เมื่อคว้าเศษแก้วที่อยู่ใกล้มือมากรีดรอยจูบสีแดงช้ำนั้นจนเปิดปากแผลให้เลือดไหลทะลักออกมาจนร่อยรองหายไป

“หายไปแล้ว..  ฮารุ ...หายไปแล้ว  แผลหายไปแล้ว”

ไร้ซึ่งความเจ็บปวด... มีเพียงความชินชาและหวาดกลัวเท่านั้นที่เกาะกุมอยู่ในหัวใจ เพียงไม่นานทุกพื้นที่บนผิวกายขาวสะอาดก็อาบชุ่มไปด้วยเลือด   แต่ดุเหมือนยิ่งพยายามลบ  ร่องรอยก็ยิ่งฝังลึกมากเท่านั้น    ชานยอลเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ตัว  ฮารุยังยืนมองเขาอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบและเศร้าสร้อย  ลูกตากลมโตของเจ้าหมาน้อยมองเขาราวกับกำลังร้องขออะไรบางอย่าง  ก่อนที่เสียงปืนจะดังลั่นอีกครั้งในความคิด  พร้อมกับร่างสี่ขาที่ล้มตัวลงพร้อมเสียงโหยหวนสุดท้าย

เลือดสีเข้มไหลทะลัก แดงฉานบนพื้นหญ้า  ดอกหญ้าไร้เดียงสาถูกอาบด้วยกลิ่นคาวเลือดอย่างหลบเลี่ยงไม่ได้   มันก้มหน้าค้อมกายลงแนบผืนดินอย่างพ่ายแพ้  

“ม...ม่าย... ฮารุ  ไม่!

ชานยอลจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น  ทุกอย่างพร่าเลือนจนไม่อาจจับภาพอะไรได้ชัดเจน   ทว่า..  สายตาตัดพ้อของฮารุยังคงอยู่ในใจ

“เค้าไม่ต้องการเราแล้ว... ฮารุ  ฟ่านไม่ต้องการเราทั้งคู่แล้ว”

แผ่นอกของชานยอลสะท้านขึ้นลงด้วยแรงสะอื้นถี่ เมื่อภาพฮารุตรงหน้าเลือนหายไป  แววตาเย็นชาของคนที่รักที่สุดคือมือเดียวกับที่กระชากขอนไม้เล็ก ๆ ในชีวิตของเขาไป  จนต้องยอมทิ้งดิ่งลงสู่ใต้สายน้ำอันเย็นยะเยือก  ไร้ทางดิ้นรนและทะลึ่งพรวดขึ้นมาหายใจ

บาดแผลสดนับสิบทั่วร่างกายยังคงปลดปล่อยหยาดโลหิตลงมาอย่างไม่ขาดสาย   หากไม่มีรอยแผลไหนที่ทำให้ชานยอลรู้สึกเจ็บมากไปกว่าบาดแผลที่อยู่ข้างในใจ 

ต้องมีสิ... ต้องเจ็บมากกว่านี้ถึงจะลืมเรื่องพวกนั้น 

เศษแก้วคมกริบขนาดเท่าฝ่ามือวางอยู่ไม่ห่างจากมือข้างที่ปราศจากบาดแผล   ชานยอลมองปราดเดียวก็ตรงปรี่เข้าไปคว้ามันขึ้นมา  มือเรียวกำแน่นจนขอบแก้วแหลมคมฝังเข้าไปใต้ผิวหนัง  ก่อนจรดคมแก้วนั้นลงบนข้อมือที่ขาวจนปรากฏร่องรอยของเส้นเลือดอย่างชัดเจน  แรงกดและความแหลมของแก้วทำให้บาดแผลกว้างขึ้นทีละน้อย...  และลึกลงทีละนิด   ชานยอลมองตามของเหลวที่ไหลออกมาด้วยความไม่มั่นใจ...     

“ฟ่าน....”

ทำไมบาดแผลพวกนี้มันถึงได้เจ็บน้อยกว่าสิ่งที่ฟ่านทำ... ทำไมถึงได้เจ็บน้อยกว่าตอนที่ฟ่านไล่ชานยอลออกไปจากชีวิต  ถ้าเจ็บมากกว่านี้... ชานยอลจะลืมสิ่งที่ฟ่านทำใช่ไหม

ถ้ากรีดลึกกว่านี้... จะเจ็บกว่านี้ใช่หรือเปล่า

ถ้าเจ็บกว่านี้... จะลืมทุกอย่างหรือเปล่า

พริบตาเดียวกับที่ชานยอลตัดสินใจได้   ด้วยการตัดสินใจอันฉับพลัน และแรงกดที่แรงเพียงพอ  บาดแผลยาวจากเศษแก้วยาวที่อาบชุ่มด้วยเลือดวางพาดบนข้อมือสวยพร้อมกับลิ่มเลือดที่ทะลักออกมาด้วยปริมาณที่ไม่ต่างจากที่ฮารุเคยเป็น

“เจ็บ.... ฟ่าน... ....เจ็บ”  มือที่กำเศษแก้วตกลงข้างกายด้วยความหวาดกลัว  วินาทีที่เส้นเลือดกำลังจะขาดสะบั้นออก  กลับเป็นช่วงเวลาที่ชานยอลสะอื้นปานขาดใจ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านออกมาจากบาดแผลลึกและกว้างนั้นราวกับจะยิ่งตอกย้ำว่าเขากำลังมืดบอด    

เพราะความจริงที่ได้รับรู้ในวินาทีที่ลิ่มเลือดทะลักออกมาจากบาดแผลก็คือแม้จะเจ็บมากขนาดนี้  เจ็บจนอาจจะตายได้ในไม่กี่วินาทีข้างหน้า ... แต่ชานยอลก็ยังไม่อาจลืมได้

ทั้งความรัก  และความเจ็บปวดจากคน ๆ นั้น...

ชานยอลยังไม่ลืมแม้แต่อย่างเดียว

 

 

 

 

 

คริสพยักหน้าเป็นสัญญาณให้การ์ดร่างสูงใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากประตูออกไปครู่ใหญ่แล้ว   หากเขากลับใช้เวลายืนอยู่หน้าประตูนานจนกระทั่งรวบรวมความกล้าของตัวเองได้ 

ยอมรับว่าที่ผ่านมาเขาต่อสู้กับสิ่งที่รุมเร้าในใจด้วยวิธีที่ไม่เข้าท่านัก

ทุกอย่างที่เขาทำไปล้วนแต่ทำเพื่อความสะใจของตัวเอง ทำทุกอย่างเพียงเพราะความคึกคะนอง เพียงเพื่อที่จะปฏิเสธตัวเองว่าเขาไม่ได้อ่อนแอ เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ควรลืม  

แต่มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว   

“ชานยอล  .....ชานยอล”

คริสตัดสินใจผลักประตูเข้าไปในที่สุด  หากภาพตรงหน้า กลับทำให้หัวใจของเขาตกลงไปอยู่ที่ตกวูบ ราวกับกำลังถูกผลักลงสู่ขุมนรกทีเขาเป็นคนก่อขึ้น

ภายในห้องที่แสนเงียบงันร่างเล็กนั่งอยู่ตรงนั้น นั่งอยู่ข้างเตียง ด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ขาเรียวยาวเหยียดตรง  ดวงตาว่างเปล่าเหม่อลอยมองตรงมาที่เขา 

ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างช้า ๆ  ลมหายใจกระตุก กับทุกอย่างที่เกิดขึ้น 

เศษแก้วกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น  กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง   สีแดงฉานของเลือดไหลทะลักออกมาจากร่างเล็กมากมายจนแทบไม่น่าเชื่อ  มือข้างหนึ่งถือเศษแก้วขนาดใหญ่ไว้  ส่วนอีกข้าง...  กำลังมีเลือดปริมาณมากไหลทะลักออกมาราวกับไม่มีอะไรกั้นขวางไว้  ทั้งแขน และขาที่ไม่มีเสื้อผ้าปกคลุมเต็มไปด้วยเลือดสด ๆ ที่กำลังไหลซึม

แก้มทั้งสองก็เช่นกัน   คริสแทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นบาดแผลที่กระจายอยู่ทั่วร่างได้อย่างชัดเจน

ราวกับร่างทั้งร่างกำลังตั้งใจที่จะอาบเลือด ....เลือดของตัวเอง

“ชานยอล ทำอะไร   นายทำอะไร!!”

เขาตะโกน  หากเสียงนั้นไม่ต่างอะไรจากเสียงกระซิบ   ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปที่กลางห้องโดยไม่สนใจเศษแก้วที่แตกละเอียดอยู่กับพื้นอย่างรีบเร่ง  เขาถอดเสื้อตัวเองและรีบใช้ผ้าปิดปากแผลที่น่าจะใหญ่ที่สุดด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  แม้จะคุ้นเคยกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเคยรับมือกับสถานการณ์การบาดเจ็บแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง  แต่การห้ามเลือดให้กับร่างบอบบางตรงหน้านี้กับเป็นไปได้อย่างยากลำบากยิ่งกว่า  ถึงเจ้าของบาดแผลจะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ หรือขัดขวางการกระทำนั้น มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวแผ่วหวิวเท่านั้นที่ยังคงผ่อนเข้าออกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกต่อต้านด้วยท่าทางอันพ่ายแพ้ต่อชีวิตนั้น  กำลังถูกปฏิเสธด้วยความว่างเปล่านั้น

คริสหยุดชะงักเมื่อใบหน้าโชกเลือดมีปฏิกิริยากับเสียงของเขา  ชานยอลเงยหน้าขึ้นมามองเขา   หากตาทั้งคู่กลับมองเหม่อราวกับไม่เห็นเขา  คล้ายกับว่ากำลังพูดกับใครอีกคนที่อยู่ในอดีตอันห่างไกล

“ชานยอล... ทำไม...ทำไม...”

“ฟ่าน...เจ็บ”

“ป.ปะ  ไปหาหมอ...เดี๋ยวจะหายเจ็บ  ต้องไปหาหมอแล้ว  เป็นแบบนี้.. ไม่ได้แล้ว  ลุกขึ้น  ไปหาหมอ  ฟ่านจะพาไปหาหมอ”

“เจ็บ...เจ็บมาก”

“ชานยอล...ปล่อยเศษแก้วเถอะ ฉันจะพาไปหาหมอ  เดี๋ยวก็หายเจ็บ”

 เขานั่งอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังจมอยู่กับอะไรบางอย่างที่เขาเข้าไม่ถึง  มือใหญ่พยายามดึงเศษแก้วชิ้นใหญ่ออกจากมือข้างหนึ่ง    ชายหนุ่มใช้ความพยายามทั้งหมดที่จะดึงแก้วนั้นออก...

แต่เพราะแก้วมันแตกไปแล้ว...  การจะดึงกลับคืนมา  มันยากเกินกว่าที่จะทำได้ง่าย ๆ    คมแหลมทิ่มแทงเข้าเนื้อของเขาเช่นเดียวกัน  แต่คริสกลับไม่ยอมแพ้  

“ชานยอลปล่อยนะ  ปล่อย ฉันจะพาไปหาหมอ  ปล่อยมันนะ”

คริสบอกด้วยเสียงอ่อนโยน  เขาไม่รู้เลยว่าชานยอลมีสติมากน้อยแค่ไหนขณะที่ค่อย ๆ แกะนิ้วเล็กเรียวออกทีละนิ้ว    ไม่สนเศษแก้วที่กำลังบาดตัวเองอยู่เลยแม้แต่น้อย   ร่างที่สั่นระริกแทบจะทำให้เขาเป็นบ้าได้ในทันที    ชายหนุ่มรู้สึกถึงอาการเขม็งเกลียวในช่องท้อง  เสียงแหบพร่านั้นแทบทำให้เขาขาดสติ

“ฟ่าน... ชานยอลไม่อยากเจ็บแล้ว”

โดยเฉพาะเมื่อเสียงแหบพร่าเอ่ยประโยคต่อมา

“ฆ่า     ฆ่าเถอะ   ฆ่าที ... ยิงชานยอลให้ตายไปที  ไม่อยากทรมานแล้ว...ท.. ทำเหมือนกับฮารุ... ฟ่าน...ชานยอล  ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว”

ดวงตาที่มองตรงมาที่เขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด  แววตาไหวระริก  เผยความทรมานอย่างสุดหัวใจออกมา    ก่อนที่เปลือกตาทั้งสองจะปิดสนิทพร้อมกับร่างที่ล้มลงในอ้อมกอดเขา

 “ชานยอล!

 

 

****

               

คริสยืนนิ่งมองร่างบอบบางที่นอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยความรู้สึกอึดอัดจนแทบทนไม่ไหว  พยาบาลสาวสองนางตรวจเช็คบาดแผลที่ถูกทำความสะอาดและเย็บเรียบร้อยแล้วโดยละเอียด   นายแพทย์ที่ถูกเชิญมากะทันหันเช็ดเหงื่อบนใบหน้าก่อนเดินตรงมาที่เขา   

“กรีดไปทั้งตัวขนาดนั้น    เสียดายผิวสวย ๆ หมด  ดีนะที่หน้ามีแค่ไม่กี่แผล ”

“ขอบใจว่ะ แล้วชานยอลจะตื่นเมื่อไหร่  มียาอะไรให้ไว้ไหม ฉันไม่อยากให้ชานยอลตื่นขึ้นมาเจ็บ”

หมอหนุ่มยิ้มบาง   เขาคุ้นเคยกับสีหน้าร้อนรนเพราะความห่วงใยของญาติคนไข้ดี  จึงไม่รู้สึกแปลกที่ชายหนุ่มตรงหน้าจะมีอาการเช่นนั้นด้วย แม้เท่าที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก และสนิทสนมกันพอสมควร  แต่คริสก็แทบจะไม่เคยแสดงอาการผิดปกติผ่านทางสีหน้า นอกจากสีหน้านิ่งเฉย และรอยยิ้มเรียบ ๆ ดูเย็นชาและไม่น่าเข้าใกล้

“ไม่เป็นไร  ฉันจัดยาไว้ให้แล้ว  ให้พักผ่อนเยอะ ๆ  ดูแลอย่าให้แผลอักเสบ  ยังไงฉันจะแวะเข้ามาดูอาการให้ทุกวันละกัน ใกล้ ๆ แค่นี้เอง”  

“เออ  ขอบใจ ”

“แต่แผลขนาดนี้ไม่น่าเชื่อนะว่าดูบอบบางแบบนี้ ...จะทำได้  เหมือนไม่เจ็บอะไรเลย... โชคดีที่เป็นเศษแก้ว  ไม่งั้นแผลใหญ่ที่สุดอาจจะลึกและตัดเส้นเลือดขาดไปเลย  แกก็ดูแลให้ดีแล้วกัน”

คริสหันกลับไปมองคนเจ็บอีกครั้ง รับฟังคำบอกจากนายแพทย์หนุ่มด้วยความรู้สึกที่อยากจะรับความเจ็บปวดนั้นบ้าง

“แต่บาดแผลภายนอกยังรักษาง่ายกว่าสภาพจิตใจนะ.... นั่นแหละ ที่ต้องดูแลมากกว่า”

คริสรับฟังประโยคนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนนายแพทย์หนุ่มกำลังเอามีดมาแทงที่หัวใจของเขาอย่างแรง  ภาพเหตุการณ์ตลอดหลายวันที่ผ่านมาถาโถมเข้ามาในความทรงจำจนรู้สึกหนักอึ้ง   

สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นกว่าตอนที่ที่ดูหมอและพยาบาลช่วยกันห้ามเลือด เย็บแผลให้กับชานยอลมากนัก

แพทย์หนุ่มมองเขาราวกับเข้าใจ  ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จักหน้าที่การงานของชายหนุ่ม ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเบื้องหลังธุรกิจที่เติบโตขึ้นทุกวันนี้มีอะไรบ้าง  เขามาที่นี่หลายครั้งเพราะเหตุฉุกเฉิน   และบางครั้งเขาก็รู้ว่าบาดแผลเหล่านั้นไม่ได้มาจากเรื่องที่ถูกกฎหมายนัก  แต่เขาก็เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีอำนาจหรืออิทธิพลอะไรจะไปต่อต้าน ทำได้เพียงแค่ทำตามวิชาชีพของตนอย่างสุดความสามารถ  

แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นที่ตัวคริสเอง   แม้จะรู้จักกันตั้งแต่มัธยมปลาย  แต่หนุ่มชาวจีนที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีตั้งแต่เด็กก็ให้เกียรติเขาในฐานะแพทย์  และให้ความสนิทสนมกับเขาในฐานะเพื่อนอย่างดี   สิ่งเหล่านี้มากพอที่จะทำให้เขาสะดวกใจที่จะเข้ามาทำงานด้วย    ไม่เหมือนบางคนที่แม้จะมีเงิน มีอำนาจ แต่ไม่รู้จักวิธีปฏิบัติกับคนอื่น    ชายหนุ่มตรงหน้ารู้จักใช้คน  และให้ค่าตอบแทนในราคาที่สูง    อี้ชิงจึงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจนักที่ต้องทำงานกับคนที่มือเปื้อนเลือดอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง   เพราะหน้าที่ของเขาคือการรักษาคน  คนเจ็บอยู่ตรงหน้า เขาจะไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร

 โชคดีที่เขาเรียกนายแพทย์ตรงหน้ามาก่อนหน้านั้น และบ้านหลังนี้ก็มีห้องพยาบาลโดยเฉพาะ  บาดแผลทุกอย่างบนร่างเล็กจึงถูกจัดการได้อย่างรวดเร็ว และฉับไว  เร็วพอที่จะเก็บลมหายใจของชานยอลเอาไว้ได้  บาดแผลใหญ่ที่สุดนั้นใหญ่แม้จะเฉี่ยวเส้นเลือดใหญ่ไปนิดเดียว แต่เลือดที่ออกมาก็เพียงพอจะทำให้คนที่บอบช้ำขนาดนั้นหมดสติไป พร้อมกับลมหายใจรวยริน... เลือดที่อาบชุ่มร่างมากมายจนทำให้ใครอีกคนจะขาดใจตายไปด้วย

 “แผลข้างนอกไม่กี่วันก็คงหาย แต่แผลข้างในคงต้องใช้เวลา...  ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นจากอะไรนะ แต่อยากจะบอกว่า แผลพวกนั้นไม่ได้เกิดจากการอยากตายธรรมดาหรอก....”

“ไม่ได้อยากตาย...แล้ว..ทำไม” 

“บางคนอาจมีเรื่องที่ทุกข์ทรมานสุดแสนสาหัส... ไม่ได้ต้องการตาย...  แค่อยากลืมเรื่องร้าย ๆ ไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น  เพราะเชื่อว่าการทำร้ายตัวเองจะทำให้ลืมได้ง่ายที่สุด มันคือการกระตุ้นเตือนตัวเองให้ตื่นจากภาพในอดีตอันโหดร้าย  บางคนที่จัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้...ก็เลยเลือกวิธีนี้”

ชายหนุ่มรับฟังเงยหน้าขึ้นมองเพดาน และกล้ำกลืนก้อนขม ๆ ในคอลงไปอย่างยากลำบาก

“นึกถึงนักโทษที่ถูกขังเดี่ยวในห้องมืด ๆ แบบนั้นน่ะ คนที่ถูกขังอยู่ในที่มืด  มองอะไรไม่เห็น   ไม่รู้ว่าทางตรงหน้าเป็นอะไร  อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ ตะโกนเท่าไหร่ก็ไม่มีใครได้ยิน หรือไม่มีใครสนใจ   สุดท้ายก็กลับมาทำร้ายตัวเองนี่แหละ ถ้าถามว่าเพื่ออะไร ก็คงตอบได้อย่างเดียว  เพราะว่ามันมองไม่เห็นอะไร ไม่สามารถสื่อสารอะไรให้ใครรู้ได้ เหมือนโลกนี้เหลือแค่ตัวเองคนเดียว   ตัวเองนี่แหละ เป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้รู้สึกได้มากที่สุด   ถ้าร่างกายรู้สึกเจ็บ รู้สึกทรมาน  จะได้ลืมความรู้สึกทรมานที่อยู่ในใจ มันเป็นการชดเชยความเจ็บปวด....ด้วยความเจ็บยิ่งกว่า”

 

หัวใจที่บอบช้ำขนาดนั้น 

เขาจะยังทำให้มันกลับมาแข็งแรงได้อีกไหมนะ จะยังกลับมามีรอยยิ้มเหมือนวันนั้นได้หรือเปล่า

มีรอยยิ้มให้กับฟ่านคนนั้น....ฟ่านคนที่ชานยอลรักที่สุด   

สายไปแล้วหรือเปล่า... 


ชายหนุ่มตั้งคำถามอย่างเศร้าสร้อย





 TBC.


ฝากแท็ก #นักโทษของคริส ด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก 
พญ.ทิพาวรรณ บูรณสิน 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #660 ❥ Palmmiiz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 09:03
    ฮื่ออออ ตอนเด็กทำเขินนน พอหลังทำหน่วงงง
    #660
    0
  2. #643 mojikoto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 17:24
    ไอ้พวกเดกแก่แดด!!!!!!!!
    #643
    0
  3. #511 RENMA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 20:05
    TT CRY CRY ดราม่าฝุดๆไปเลย

    มันแบบขมมาก ดาร์กสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ

    คริสทำให้ชานยอลกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมให้ได้นะ

    ดูแลชานยอลให้ดี เค้าสงสารชานยอลอ่าาาาา
    #511
    0
  4. #464 mmukpp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 17:20
    ฮือออ สงสารชานยอล

    ฟ่านรักชานยอลนะ อย่าทิ้งฟ่านไปสิ

    หรือนี่คือวิธีลงโทษคนใจร้าย

    ชานยอลกำลังลงโทษที่ฟ่านใจร้ายเหรอ T.T
    #464
    0
  5. #446 KrisYeol<3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 08:20
    เจ็บปวด....แต่ก็สะใจ สิ่งที่ทำลงไปอย่างมากฟ่านก็แค่เสียคนที่รัก...แต่สำหรับชานยอลมันคือการสูญเสียศรัทราในตัวเอง หมดสิ้นจริงๆ ㅠㅠ

    คริสอยากให้ชานยอลเกลียดเพื่อป้องกันความเจ็บปวดจากความรัก เลือกที่จะทำลายแทนการถนุถนอมเพราะกลัวใจตัวเอง....เชิญเลยค่ะ ต่อจากนี้กรงเปิดประตูรอแล้ว เดินเข้าไปเจ็บปวดยิ่งกว่านรกในใจ
    #446
    0
  6. #442 wanirpc (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 22:30
    หน่วงไปน่ะคะพาร์ทนี้เจ็บปวดทั้งในอดีตและปัจจุบันเลยกะไม่ให้ชานยอล

    ได้พักผ่อนหัวใจบ้างเลยเหรอ!!!!
    #442
    0
  7. #430 Aofapp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 20:36
    อี้ฟานสร้างรอยแผลรอยนั้นให้น้องทำไม น้องไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว

    ดูน้องทำร้ายตัวเองสิ เจ็บปวดกับทั้งอดีตและปัจจุบัน ฮือๆๆๆ สงสารชานยอล

    ทั้งที่น้องรักฟานคนเดียว รอมาตลอด ทำผิดแค่ไหน ทิ้งยอลไป ยอลก็ยังรักเสมอ

    แต่พอมาเจอกันอีก กลับทำร้ายกัน ฟ่าน ชานยอล เจ็บนะ........ หัวใจแทบสลายลงทุกนาที

    เราว่าชานยอลคงไม่อยากอยู่แล้ว ฟานถ้าไม่รักน้องแล้ว ก็ปล่อยน้องไปเถอะ สงสารชานยอลสุดๆ
    #430
    0
  8. #401 >>l_ucifer<< (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 19:34
    ชานยอลลลล T^T
    เหมือนเอาความฝันกับความจริงมาปนกันหมดแล้ว
    ตอนนี้ชานยอลเหมือนคนที่เสียทุกสิ่งทุกอย่างแล้วอ่ะ แง้ 
    สงสารง่ะ กลายเป็นเอาเรื่องในอดีตมาปนกับปัจจุบันหมดแล้ว

    ถึงขั้นทำร้ายตัวเองงี้ พี่คริสรู้สึกยังฮ้าา
    ใช่ มันจะสายไปรึเปล่าพึ่งมารู้สึกตัวตอนนี้
    T___T
    #401
    0
  9. #391 pluemss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 16:40
    เจ็บที่กายยังไม่เทียบเท่ากับการเจ็บที่ใจสินะ ..
    ถึงเวลาที่ฟ่านควรเอารอยยิ้มชานยอลกลับมาได้แล้ว
    #391
    0
  10. #366 exokrisyeol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 04:53
    ตา สว่าง แล้ว รึ ยัง อู๋ อี้ ฟาน !!!!!!!!?????? ชานๆลูกอย่าทำร้ายตัวเองเลย ฮืออออ น่าสงสาร เฮียช่วยกลับไปเป็น ฟานๆคนเดิมด้วนเถิ้ดด T[]T WRITER FIGHTING :)
    #366
    0
  11. #364 yeoliekris (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 03:25
    ฟ่านต้แงเรียกรอยยิ้มน้องกลับมาให้ได้นะฟ่าน ฟ่านคิดได้แล้วก็ต้องดูแลน้องดีๆนะ
    เอาน้องคนเดิมกลับมา สงสารน้องอ่ะ กรีดทั้งตัว สงสารที่สุด เพราะว่าไม่อยากเห็นรอยที่คนอื่นทำ
    ฮึกก เสียใจอ่ะ เจ็บปวดแทนน้องมากที่สุด ถ้าฟ่านไม่ยกให้ใครก็ไม่ยอมหรอก 
    แต่นี่ฟ่านยกน้องให้คนอื่น ฟ่านทำไปเพื่อความสะใจ แล้วฟ่านก็มาเจ็บแทบขาดใจ 
    เสียดายผิวสวยๆของน้อง ไม่อยากให้เป็นแผลเป็นเลย ที่หน้าอีก โอยย
    บาดแผลทางกายไม่เท่าไหร่ แค่แผลที่ใจนี่สิ น้องจะรับรู้อะไรอีกมั้ย
    น้องจะรู้มั้ยว่าฟ่านคนเดิมกลับมาแแล้ว สงสารน้องที่สุด ยิ่งอ่านอดีตแสนหวานยิ่งเจ็บ
    #364
    0
  12. #363 ยอลยอล (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 02:02
    สงสารชานยอลนะคริสทำเกินไปจริงๆ
    เจ็บปวดสุดคือการลืมไม่ได้เนี่ยแหละ
    #363
    0
  13. #360 เมียเก็บปาร์คชานยอล (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 22:21
    พี่คริสสส TT ทำไมตอนทำไม่คิดดดดดดดดดดดดด TT
    #360
    0
  14. #359 Oom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 21:56
    เศร้าจัง T.T

    ชานยอลจะกลายเป็นป่วยทางจิตรึปล่าว ?

    น้องขังตัวเองอยุ่กับอดีตตลอดเลยอ่ะ T^T

    ฟ่าน ช่วยน้องนะ อย่าปล่อยให้น้องเศร้าขนาดนี้สิ
    #359
    0
  15. #357 Namkhaengky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 21:15
    ชานยอลอ่า เจ็บมากมั้ยคะ?
    กรีดไปทั้งตัวนั่นเจ็บมากหรือปล่าว ฮึกก TT 
    มันคงเจ็บไม่เท่าแผลที่อยู่ในใจสินะ.. อดีตที่เลวนั่นยังคงกรีดให้ปากแผลกว้างกว่าเดิมใช่มั้ย? T////////////T
    และคนต้นเหตุที่จับมีดอยู่ก็คือพี่คริสสินะ!! หึ. สมใจอยากหรือยังล่ะ ที่เห็นน้องทรมานแบบนี้ คนใจร้าย! เกลียดพี่คริส งื้อออ Y///////////Y
    #357
    0
  16. #356 22222222 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 21:09
    ฟ่านต้องกลับไปเป็นคนเดิมของชานยอลนะ ชานยอลต้องการฟ่านคนเดิม ฟ่านคนนั้นที่รักชานยอล ไม่ใช่คนใจร้ายแบบนี้
    #356
    0
  17. #353 kty_01 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 20:10
    ชานยอล แงงงง สงสารชานยอลอ่ะ ฟ่านทำไมใจร้ายกับชานยอลแบบนี้ แล้วเป็นไง น้องฆ่าตัวตายเพราะการกระทำของตัวเอง เจ็บเองมั้ย
    #353
    0
  18. #352 fchk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 19:29
    โอ้ยยยยยฮือออชานยอล
    ทำแบบนี้ผิวสวยๆก็เป็นแผลนะซิ
    ฮือออพี่คริสดูแลยอลดีๆเลยนะกลับ
    มาอบอุ่นเหมือนแต่ก่อนนะ
    #352
    0
  19. #351 Bro"Mean" (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 18:10
    หน่วงมากก อ่านไปนี่นึกภาพตอนกรีดตามเลยอ่ะ
    ทั้งสองคนคงเจ็บน่าดูสินะ
    #351
    0
  20. #350 lovekyhh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 18:06
    โอ๊ยยยยยแทบจะเป็นลมไปกับชานยอลเลย
    คงหมดสติในการคิดสิ่งใดๆแล้วถึงทำขนาดนั้น
    นาทีที่ฟ่านเข้ามาเจอนี่เหมือเข่าเราจะอ่อนหมดแรงไปด้วยนะ
    ชานยอลบอบช้ำมากถึงมากที่สุด ฟ่านคงต้องใช้ยิ่งกว่าความรักที่มีในหัวใจเพื่อรักษาให้ชานยอลดีขึ้น
    สงสารทั้งคู่นะ ฟ่านต้องชดเชยสิ่งร้ายๆที่ทำไปอย่างมากนะ เราจะรอ
    #350
    0
  21. #348 บีเพื่อนคราย หว่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 17:20
    ฮืออออออออออออ สงสารน้องยอลอ่ะ TT TT

    คือรักฟ่านมาก ติดอยู่กับคำสัญญาในอดีตที่ให้ไว้กับฟ่าน

    แม้ฟ่านจะร้าย แต่ก้อลืมไม่ได้ เพราะเปนรักแรก และรักเดียว

    พอถูกกระทำแบบใจร้าย จึงเจ็บปวดมาก และยิ่งคิดว่าฟ่านไม่รักแล้ว

    ก้อเลยไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ...

    นังฟ่าน แกใจร้ายเกินไปแล้วนะ ดูสิเกิดไรขึ้นกะน้องยอล

    รักษาน้องยอลให้หายเลยนะ ชริ ... ก่อนที่มันจะสายไปนะยะ

    ไรท์ต๋า อ่านไปน้ำตาซึมไป ... มาต่อไวไวน้า สู้ๆๆๆๆ T Tv
    #348
    0
  22. #347 pero (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 17:12
    จิตใจชานยอลตอนนี้เหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว และยังฝังใจกับเรื่องในอดีตมากเลยอ่ะ T T

    (แต่ก็พอเข้าใจนะ เฮียภาคอดีตน่ารักขนาดนั้น ตอนนี้อย่างกับคนละคน)

    ตอนที่บอกว่ายกให้คนอื่นทำอะไรนั้น ชานยอลคงแบบใจสลายและเจ็บปวดมากจริงๆ

    เราว่าชานยอลหลุดโลกไปแล้ว เหมือนจมอยู่กับอดีตและความเจ็บปวด

    พี่คริสจะทำยังไงถึงจะแก้ไขได้ล่ะเนี่ย โอ๊ยยย เฮีย

    เรารุ้นะว่าจริงๆเฮียก็ยังรักชยอลอยู่อ่ะ แต่มีเหตุผลที่ทำใช่มั้ย T T

    ชานยอลต้องทำร้ายตัวเองถึงขนาดนี้เฮียอึ้ง เราก้อึ้ง ช็อคเลยนะ บอกเลย

    เอาใจช่วยนะพี่คริส และไรตืเตอร์ด้วยยย อ่า ติดๆ

    ชอบอ่ะเรื่องนี้มันทั้งโรแมนติค+ดราม่า เลยค่ะ สู้ๆนะไรต์ :)



    #347
    0
  23. #345 Cheyeon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 16:58
    ㅠㅠ ชานยอลคงเจ็บปวดมากๆ ฮารุตายด้วยฝีมือพี่คริสจริงๆด้วย อพค.ทำไมต้องใจร้ายและเย็นชานะ มันต้องมีเหตุผลแน่ๆ ชานยอลสู้ๆนะ ยังไงซะ เชื่อว่าต่อจากนี้ต่อไปพี่คริสคงไม่ทำร้ายชานยอลทั้งร่างกายและหัวใจแล้วแหละ ไรท์สู้ๆนะคะ รอร๊อรอ ^^
    #345
    0
  24. #344 pp1701 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 16:07
    ชานยอลน่าสงสารอ่ะคริสเองก้รักน้องแล้วจะปิดตัวเองทำไม

    เป็นไงล่ะทำร้ายน้องจนน้องไม่ปกติแล้วอ่ะตอนนี้ รับผิดชอบให้น้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมเลยนะ

    เศร้าแล้วก้หน่วงมากๆอ่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #344
    0
  25. #343 _MNIMD (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 15:32
    เหมือนชานยอลจมอยู่แต่ในอดีต
    มันเจ็บอ่ะตอนแรกที่คริสบอกว่า อย่าให้ใครจูบ อย่าให้ใครแตะต้อง แล้วน้องบอกว่าจะ
    ถ้าไม่ยกให้ใครจะไม่ให้ใครแตะต้องหรอก น้องรักพี่มากรู้ป่ะ ? ตอนที่พี่ยกให้เคยรู้บ้างมั้ย
    ว่าชานยอลจะรู้สึกยังไง ชานยอลเหมือนคนใจสลายปิดกั้นความรู้สึกตัวเองไปแล้ว
    และเหมือนจะจมอยู่กับในอดีต ตอนที่ชานยอลกรีดเนื้อตัวตามรอยจูบที่คนนั้นทำเพราะ
    ไม่อยากให้ฟ่านรู้เรานี่ร้องไห้เลย ชานยอลเหมือนคนไม่สนใจปัจจุบัน แล้วยิ่งตอนคริสเรียก
    แล้วชานยอลเหม่อลอย เหมือนพูดกับฟ่านอีกคนที่ไม่ใช่คริส ตอนชานยอลกรีดอ่ะไม่เจ็บหรอก
    เพราะว่าเจ็บกายมันไม่เท่ากับการเจ็บทางใจ ใจชานยอลก็เหมือนแก้วที่แตกออกมาถ้าจะ
    ให้ไปต่อก็คงยาก คริสบอกอยากได้รอยยิ้มของชานยอลในวันนั้น แล้วใครล่ะเป็นคนที่ทำให้
    ชานยอลไม่มีรอยยิ้มในวันนี้ ? เป็นไงล่ะอยากสะใจ คึกคะนองคิดว่าตัวเองลืมชานยอลได้
    คิดว่าตัวเองเก่งไงพี่คริส สักวันพี่คริสอาจจะไม่เหลือใครก็ได้นะ ที่ทำไปเพราะความสะใจใช่มั้ย
    พี่คริส ? ที่ยกชานยอลให้ใครต่อใครเพราะว่าสะใจที่ตัวเองชนะ สงสารชานยอล 
    อยากทำให้ชานยอลเจ็บแต่ผลสุดท้ายคริสก็เจ็บสักเอง ติดตามนะคะ
    #343
    0