[EXO] [KrisYeol] Prisoner of 'LOVE'

ตอนที่ 10 : ดอกไม้ในหัวใจ ❀ 2. ❀

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มี.ค. 57

     ดอกไม้ในหัวใจ

2. ❀❀





 

            เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์   เด็กชายชานยอลกลับมาหาเจ้าหมาน้อยที่ใต้สะพานแทบทุกวันที่มีโอกาส  เพราะกลัวว่าเจ้าหมาน้อยที่น่าสงสารตัวนี้จะถูกคนใจร้ายฆ่าทิ้งอย่างที่ขู่เอาไว้...   เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่มักนั่งรอเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง แววตาแข็งกระด้างชวนให้รู้สึกกลัวอยู่เสมอ แม้ว่าบางคราวจะรู้สึกได้ว่า  เด็กหนุ่มชาวจีนผู้นี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เห็นครั้งแรก

            แม้จะดูเย็นชาอยู่บ้าง... แต่ชานยอลกลับคิดไปว่า  ที่เป็นแบบนี้เพราะอีกฝ่ายไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไรหรือเปล่า

            “บ้านอยู่แถวนี้เหรอ? …

            “นายอายุเท่าไหร่”

            “นี่ ตอบคำถามคนอื่นก่อนสิ”

            เด็กตัวเล็กโวยวาย ขณะนอนกลิ้งเล่นกับหมาน้อยอยู่บนกระดาษหนังสือพิมพ์    หากอี้ฟานกลับไม่สนใจ

            “ฉันอายุ 14 นายอายุเท่าไหร่”เด็กหนุ่มถามด้วยดวงตาที่คาดหวัง

             “สิบ สอง”

            “เด็กกว่า  ต่อไปเรียกฉันว่ารุ่นพี่นะ   รุ่นพี่อี้ฟาน!! ได้ยินไหม”

            “แล้วทำไมต้องรุ่นพี่ล่ะ!” เด็กชายถามด้วยเสียงใส แววตาซื่อบริสุทธิ์ทำให้เด็กหนุ่มปั้นหน้าไม่ถูก   เพราะอยู่ ๆ  คนตัวเล็กก็สะกิดปมบางอย่างในใจเขาโดยไม่ทันตั้งตัว

            “เป็นเจ้าหนูจำไมหรือไง ถามโน่นถามนี่อยู่ได้”

            “อ้าว... ก็อยากรู้  เรียกว่าพี่อย่างเดียวไม่ได้เหรอ”

            อู๋ อี้ฟานไม่ได้บอกไปว่าที่ผ่านมา... เขาโตมาท่ามกลางคนที่แก่กว่า  แทบไม่เคยมีคนที่อายุน้อยกว่าเขาเลยสักคนเดียว   ที่อยากให้เรียกก็เพราะไม่เคยมีใครมาเรียกว่ารุ่นพี่เลย

            “ให้เรียกแบบไหนก็เรียกเถอะน่า ที่เกาหลีเค้านับถือตามความอาวุโสไม่ใช่หรือไง รุ่นพี่ให้เรียกอะไรก็เรียกเถอะ” เสียงทุ้มต่ำเพราะกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยหนุ่มบอกเสียงขุ่น    

            “นี่คิดว่าแก่กว่าแล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ” 

            “เด็กกว่าไม่มีสิทธิพูดนะ”

            “แน่ใจเหรอว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

            ชานยอลแยกเขี้ยวใส่  เด็กชายแก้มฟูกลิ้งไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว จนอี้ฟานคว้าไม่ทัน

            “จ้างให้ก็ไม่เรียกหรอก  ไม่ว่าจะพี่หรือรุ่นพี่ก็ไม่เรียก ชิ!

            “เด็กดื้อ”

            “ดื้อเฉพาะเด็กที่ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เท่านั้นแหละ”

            “นี่!

            “แบร่ ๆ ”

            อี้ฟานถลึงตาให้กับคนที่แลบลิ้นใส่เขา  ก่อนพุ่งเข้าไปล็อคคอคนตัวเล็ก และกดลงพื้นด้วยท่ามวยปล้ำ    ร่างบอบบางดิ้นรนพร้อมใช้ทั้งแขนและขาตอบโต้เขา 

            “ยอมหรือยัง หือ ยอมซะโดยดีเร็ว”

            มีหรือที่คนอย่างชานยอลจะยอมแพ้ ถึงตัวเล็กกว่า แต่ใจก็ใหญ่ไม่แพ้กัน    

            ดวงตาใสแจ๋วของไซบีเรียนพิการตัวเล็กมองคนสองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ   ก่อนที่จะตัดสินใจพุ่งเข้าไปร่วมวงด้วยพร้อมเสียงเห่าอย่างอารมณ์ดี  หมาน้อยพุ่งเข้าช่วยคนที่กำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างแข็งขัน  ฟันซี่เล็ก ๆ หากคมและเต็มปากงับเข้าบนข้อมือหนาของคนที่อยู่เหนือกว่าจนเด็กหนุ่มชาวจีนสบถแรง

            “หมาทรยศ”

            ชานยอลชะงักไปครู่หนึ่ง  กว่าจะรู้ตัวว่าฮารุเข้าข้างเขาอย่างสุดตัว อี้ฟานก็ถลึงตาใส่เจ้าหมาน้อยราวกับตั้งใจจะกินมันเข้าไปให้ได้   เด็กชายระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนดังก้อง

            “บ๊อก ๆ”

            เสียงหัวเราะลั่นของชานยอลดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงเห่าราวกับอารมณ์ดีนักหนาของลูกสุนัขตัวน้อย  อี้ฟานมองทั้งคนและหมาด้วยความแค้นเคือง  ถูข้อมือที่โดนกัดอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่แทบไม่เคยมีตอนอยู่ที่บ้าน

            ไม่สิ

            หัวเราะจริง ๆ เป็นอย่างไร  อี้ฟานก็เพิ่งรู้จักตอนนี้    

 

 

*

 

 

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่  อี้ฟานลืมวันเวลาไปโดยสิ้นเชิง    แม้ชีวิตของเขายังคงดำเนินไปบนเส้นทางสายที่เขาต้องเดินไปเหมือนอย่างเคย  หากทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เด็กหนุ่มที่สูงขึ้นทุกวันต้องวิ่งมารอใครบางคนอยู่ที่พื้นที่ใต้สะพานสูงแห่งนี้อย่างใจจดใจจ่อ  ใช้เวลาว่างทั้งหมดที่มี  เพื่ออยู่กับสุนัข และ เพื่อนคนเดียวในชีวิตที่มีอยู่ เพื่อนคนที่ไม่เคยแสดงท่าทางรังเกียจ หรือกลัวเขา  แถมยังตีสนิทกับเขาโดยการเรียกเขาว่า “ฟ่าน”  แบบที่ไม่มีใครกล้าเรียก  ซึ่งอี้ฟานก็ไม่ได้ขัดอะไร  เพราะรู้ว่าต่อให้ห้าม  เจ้าตัวก็คงดึงดันที่จะเรียกแบบนั้นอยู่ดี

            ความสนิทสนมของคนทั้งคู่มากขึ้นตามเวลาที่เปลี่ยนไป  พร้อมทั้งสภาพร่างกายที่เริ่มก้าวสู่วัยผู้ใหญ่  เสียงของอี้ฟานแหบพร่า และทุ้มต่ำลงกว่าเก่า  ร่างกายก็ขยายออก  มัดกล้ามเนื้อที่เคยแห้งติดกระดูกค่อยเพิ่มปริมาณขึ้นมาจนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ยกตู้  ไม่นับส่วนสูงที่พรวดพราดขึ้นเรื่อย ๆ  

            ทุกอย่างเป็นสัญญาณบอกว่าชีวิตเขาใกล้ถึงเวลาสละทิ้งความเป็นเด็กเสียที   อี้ฟานเก็บข้อมูลจากคำบอกเล่าของคนรอบตัวมาเป็นอย่างดีเขาจึงรู้ว่าเวลาที่จะ เที่ยวเล่น ของเขาเหลือไม่มากนัก  อีกไม่นานทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลง เขาต้องก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม

            เขาต้องเป็นผู้ใหญ่   เป็นคนที่มีความรับผิดชอบและเป็น นาย เหนือคนอีกร้อยหรือพันคนที่รอรับคำสั่งเขาอยู่

            หากในเวลานี้เวลาที่ยังเหลืออยู่ตอนนี้  อี้ฟานใช้เวลาที่มีทั้งหมดค่อย ๆ เก็บเกี่ยวความทรงจำที่ไม่เคยได้รับจากใครมาไว้จนเต็มหัวใจ   ความใสซื่อบริสุทธิ์ ความไร้เดียงสา ที่เขาไม่เคยได้สัมผัสจากใครมาก่อน

          และจากนี้ คงไม่ได้รับมันจากใคร

            “เรียบร้อยแล้วล่ะ”

            เด็กหนุ่มเลื่อนสมุดที่เขียนคำตอบทั้งหมดเอาไว้อย่างเรียบร้อยไปให้คนที่นั่งคอยด้วยสีหน้าตื่นตะลึง  

            “ว้าว!!! เก่งสุดยอด  ฟ่านใจดีที่สุดในโลก”  คนตัวเล็กกว่าตะโกนลั่นด้วยความดีใจกับคำตอบอันชวนปวดหัวในสมุดการบ้านของตัวเอง  แทบจะพุ่งเข้าไปกอด ฟ่านที่แสนใจดีของเขาให้เต็มรัก  กระทั่งถูกขัดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและใบหน้าเรียบเฉยของคนเก่ง

            “ง่าย ๆ แค่นี้ทำไมทำไม่ได้หือ”

            มือหนาผลักหัวทุยสวยเล่นเบา ๆ หากทำเอาคนตัวเล็กเซจนแทบล้ม   ชานยอลหน้าบูดขณะลูบส่วนที่ถูกผลักอย่างหงุดหงิด

            “ง่ายตรงไหน  ยากจะตาย  ครูก็โหดถามอะไรก็ไม่ตอบ  บทจะสั่งก็สั่งมาเลย”

            “เพราะชานยอลโง่น่ะสิ  โง่ ๆๆ”          

            “ทำไมต้องว่าล่ะ  แค่วิชาเลขเท่านั้นแหละที่ทำไม่ได้ วิชาอื่นฉันก็ทำได้นะ  ฟ่านเก่งเกินไปต่างหาก ไหนบอกว่าไม่ได้ไปโรงเรียนไง ทำไมถึงเก่ง”

            “ไม่ได้บอกว่าไม่ได้ไปเลยซักหน่อย ก็ไปเวลาสอบ ”

            อี้ฟานแย้ง  หากไม่ได้ใส่ใจนัก  โรงเรียนที่เขาอยู่ใช้เงินอุดหนุนจากบริษัทของเขาอยู่ไม่ใช่น้อย  คงไม่แปลกอะไรหากเขาไม่ไปโรงเรียนเลย แต่ก็ยังได้เลื่อนชั้นอย่างสบาย  ๆ   แต่เขาก็รู้ดีว่าต่อให้ไปเรียนเหมือนคนปกติทั่วไป  ความรู้ที่เขามีก็มากกว่าที่ครูแต่ละคนพยายามประเคนให้เขามากนัก

            เด็กหนุ่มเรียนอย่างเข้มข้นเกินเด็กทั่วไปมานานแล้ว. ความรู้ทุกอย่างอัดอยู่ในหัวเขาเพื่อรอวันเอามาใช้งานในอนาคต

            “ยังไงฉันก็ต้องเป็นทุกอย่างอยู่แล้ว เรื่องเรียนนี่จิ๊บ ๆ”

            “เป็นนี่....เป็นอะไรบ้างเหรอ”

            ชานยอลเอียงหน้าถาม   หากอี้ฟานกลับชะงักเพราะคำถามนั้น

            “ถ้าโตกว่านี้ถึงจะบอก”

            “อ้าว ฮึ.... เอะอะอะไรก็โตก่อน ๆ  ต้องโตแค่ไหนเนี่ย แค่นี้ฟ่านก็ตัวสูงเท่าเสาไฟฟ้าแล้ว”

            “เดี๋ยวชานยอลก็ต้องโตเท่าฉันเถอะ...”

            “ยังไงก็สูงไม่ถึงหรอก  กว่าฟ่านจะหยุดสูงก็เกิน 180 แล้วมั้ง  ใครที่ไหนจะเท่าได้”

            ชานยอลค้อนขวับ   จนอี้ฟานรู้สึกขำ  เด็กหนุ่มดีดหน้าผากมนแรง ๆ  อย่างถือสิทธิ์ 

            “แล้วเมื่อไหร่จะเรียกฉันว่ารุ่นพี่  เรียกเร็ว เด็กดื้อ!

            “โอ๊ย ไม่เอา”

            “ทำไม”

            “ก็ฟ่านไม่เหมือนรุ่นพี่นี่”

            “งั้นเรียกพี่เฉย ๆ ก็ได้”

            “ไม่เอา” ชานยอลปฏิเสธอีก “อยากรุ่นเดียวกับฟ่านนี่”

            “เดี๋ยวเถอะแก่แดด”

            อี้ฟานดุเสียงอ่อน  หากประโยคนั้นกลับทำให้เขาจมดิ่งลงไปในความทรงจำของตัวเอง 

            “ฉันไม่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันหรอก ไม่ได้อยากมีด้วย”

            “ทำไมล่ะ”

            “คนอื่นมีแต่คนที่ไม่ชอบฉัน”

            “ทำไมล่ะ”

            อี้ฟานอยากจะจับอะไรยัดปากเจ้าหนูจำไมช่างถามตรงหน้าเสียในทันที  บางครั้งชานยอลก็พูดและถามอะไร ๆ หลายอย่างจนเขาไม่รู้จะหาคำตอบใดมาอธิบายให้คนขี้สงสัยเข้าใจเสียที   แต่ด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา และแววตาคู่ใสที่ราวกับมีประกายระยิบระยับอยู่ข้างในกลับทำให้เขาต้องใจอ่อนทุกที

          ‘อย่าไปยุ่งกับเค้านะ..... นั่นน่ะลูกมาเฟีย

          ‘คนพวกนี้นอกจากมีเงินก็ไม่มีอะไรหรอก ทั้งเลือดเย็น ฆ่าคนได้ง่าย ๆ  อย่าไปใกล้นะลูก

          อี้ฟานนึกถึงเสียงซุบซิบของผู้ปกครองที่น่ารำคาญทั้งหลายในวันประชุมผู้ปกครอง   ความเจ็บปวดจากการถูกเพื่อนร่วมชั้นหวาดกลัวไม่เท่ากับความรู้สึกขยะแขยงการมีอยู่ของตัวเอง

            “เพราะฉันไม่เหมือนพวกเค้าน่ะสิ”

            บางทีเป็นคนธรรมดาอาจจะดีกว่า

          “ถ้านายรู้จักฉันมากกว่านี้. นายอาจจะไม่ชอบฉันก็ได้”

            อี้ฟานเอ่ยประโยคนั้นอยู่ในใจ   หากไม่กล้าแม้แต่จะพูดมันออกไป

            “ไม่เหมือนยังไง”

            เด็กหนุ่มหัวเราะ  

            อย่างน้อยคนพวกนั้นก็คงไม่เหมือนชานยอล

            ในขณะที่ชีวิตของชานยอลจับดินสอ ปากกา นั่งคิดเลข   อี้ฟานจับปืน

            ในขณะที่ชานยอลใช้เวลาว่างของตัวเองอ่านหนังสือนิทาน ปลูกดอกไม้ และเดินเล่น  เขากลับถูกพาไปยังสถานที่อโคจรทั้งหลาย   เพื่อรู้จักการ ควบคุมคน

            “มือฉันเปื้อน....แล้วก็คงจะเปื้อนมากกว่านี้  ตอนฉันโตขึ้น”

             กลิ่นดินปืน  กลิ่นเลือด เขาสัมผัสมาหมดแล้ว  ดวงตาของเขาพบความโหดร้ายของโลกมนุษย์มามากมายจนแทบจะรู้สึกเย็นชา  

            “ไม่เห็นเปื้อนเลย  ตรงไหนเปื้อน”

            ประโยคที่แสนใสซื่อนั้นทำให้อี้ฟานหัวเราะลั่น   กำปั้นหนัก ๆ เขกลงบนหัวทุยสวยด้วยความหมั่นไส้

            “เอะอะก็เขกหัว  เจ็บนะ”

            “ฉันดูสกปรกไหม”

            “ตรงไหน  สกปรกก็ไปอาบน้ำสิ”

            ชานยอลเอียงคอบอกเสียงซื่อ ขณะที่เก็บสมุดการบ้านเข้ากระเป๋า   อี้ฟานถอนหายใจให้กับความไร้เดียงสาของคนตรงหน้า .

            “แค่ชานยอลก็พอแล้ว.  ” 

            “หือ??

            “ชอบฉันหรือเปล่า”

            “เอ๊ะ?

            ดวงตางุนงง และสีหน้าประหลาดของอีกฝ่ายทำให้อี้ฟานยิ่งขำมากกว่าเดิม   เด็กหนุ่มหัวเราะลั่นอยู่ครู่หนึ่ง จนคนตัวเล็กหน้าบูดบึ้ง    อี้ฟานสบตาคู่นั้นพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน  ก่อนขยับไปดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้แน่นด้วยความต้องการจากหัวใจ 

            “แอ๊.....กอดทำไม”

            อี้ฟานรู้ในวินาทีนั้นเอง  เขาไม่ได้ต้องการเพื่อน

            “ชานยอล”        

            “ห..หะ หือ”

            “ไม่ชอบฉันก็ไม่เป็นไรนะ...”

            เขาแค่ต้องการแค่ใครสักคนที่เข้าใจและยอมรับ

            อี้ฟานมองแก้มยุ้ยที่ดูนุ่มนิ่มขึ้นสีแดงชัดด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้น   เขาไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้เรียกว่าอะไร   เพราะไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน   

            แต่เหนือสิ่งอื่นใด  เด็กหนุ่มมั่นใจเกือบเต็มร้อย

            ว่าชานยอลเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

            “แค่รู้ว่า...ฉันชอบนายก็พอแล้ว”

            ชานยอลคือคน ๆ นั้น                                          

            คนที่เขาเฝ้ารอมานาน

            เจ้าหนูจำไม....ที่เป็นรอยยิ้มหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา

            “กอดทำไม...ฟ่าน ปล่อยน้า”

 

*

 

 

            ชานยอลก้าวตามร่างสูงใหญ่มาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ  ฝ่ามือหนาที่เกาะกุมมือของเขาแน่นอุ่นก็จริง หากคงอุ่นเกินไป  เหงื่อชื้นจึงออกมาจนรู้สึกรำคาญ    ยิ่งเดินตามมาลึกเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกกลัว   ร่างเล็กชาตั้งแต่หัวจรดเท้า  หากทำอะไรไม่ได้ กระทั่งถูกพามาหยุดยังพื้นที่ประหลาดที่ไม่เคยเห็น   ชานยอลมองรอบพร้อมกับกลืนน้ำลาย

            “วันนี้เค้าปิดปรับปรุงส่วนด้านหน้าน่ะ  ก็เลยปิดข้างในด้วยเลย ”

            “ทะ..ที่นี่”

            “อือ....สนามยิงปืน”

            ใบหน้าของเด็กชายซีดเผือด   แค่ชื่อก็ทำให้ชานยอลสั่นไปทั้งตัว  ความหวาดวิตกถาโถมเข้ามาในหัวใจ  

            “อี้ฟาน”

            “แค่อยากให้ฝึกเอาไว้”

            “ ฝึกไว้ทำไม”

            อี้ฟานเอ่ยเบา ก่อนกุมมือเล็กไว้และบีบกระชับเพื่อให้กำลังใจ

            “ไม่รู้สิ  ถ้าวันข้างหน้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ดูแลตัวเองได้”

            น้ำเสียงทุ้มลึกเอ่ยอย่างจริงจัง  สีหน้าเคร่งเครียด และแววตามั่นคงทำให้ชานยอลคลายความตื่นกลัวเล็กน้อย

            “รู้อะไรไหม ถ้าเกิดเหตุผิดพลาดอะไรจริง ๆ  คนที่ถือปืนอยู่คือคนได้เปรียบแต่นั่นก็หมายความว่าปืนนั้นต้องถือโดยคนที่รู้จักมันด้วย  ไม่งั้น ปืนกระบอกนั้นแหละ จะเป็นเพชฌฆาตที่เอาชีวิตคนถือไปเอง”

            “มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ”

            อดถามไม่ได้ ถึงจะถูกดุว่าเป็นเจ้าหนูจำไมเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมาก็เถอะ 

            หนุ่มร่างสูงหัวเราะเบา  ชานยอลมองตามการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง  โดยเฉพาะเมื่อวัตถุสีดำสนิทถูกดึงขึ้นมาอยู่ตรงหน้า 

            “ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ฉันต้องมีติดตัวไว้ตลอด..... นี่ไม่เคยสังเกตเลยล่ะสิ”

            “อื้อ”  ชานยอลส่ายหน้าปฏิเสธ

            “ที่ต้องพกติดตัวตลอดก็เพื่อจะได้ปกป้องตัวเองได้   ฉันไม่รู้หรอกว่าอีกหนึ่งนาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง  ทำได้แค่ระแวงไว้ก่อน ”

            อี้ฟานอธิบายด้วยน้ำเสียงเนิบช้า  คล้ายกับที่ครูสอนยิงปืนคนแรกสอนให้จับปืนครั้งแรก   เขาเข้าใจความหวาดกลัวของชานยอลดี เพราะเขาเองก็เผชิญมันมาแล้ว  

            แม้จะนานมาแล้วก็ตาม  แต่เด็กหนุ่มยังจำสิ่งที่ครูสอนเขาได้อย่างชัดเจน

          ถึงไม่ได้เอาไปฆ่าใคร  แต่ต้องใช้ให้เป็นจะได้ปกป้องตัวเอง  ปกป้องคนที่รักได้

          ตลอดเวลาที่ผ่านมา  อี้ฟานใช้มันแค่ปกป้องตัวเอง 

            “ถ้าเกิดอะไรขึ้น วันนึงข้างหน้า  เผื่อนายต้องใช้มัน  ..มันอาจจะไม่จำเป็นกับนายตอนนี้ แต่มันจำเป็นกับฉัน”

            “จำเป็นกับฟ่าน? แล้วทำไมต้องให้ฉันมา”

            อี้ฟานยิ้มกว้าง                                                                                                     

            เกือบสองเดือนมาแล้ว  ไม่ใช่ระยะเวลาที่นานก็จริง    เป็นเพียงการใกล้ชิด สนิทสนมโดยไม่มีอะไรเกินเลย  อาจเป็นความรู้สึกชั่ววูบตามอารมณ์หวั่นไหวของวัยรุ่น  อย่างที่เคยได้ยินใคร ๆ พูดให้ฟัง  อาจเป็นแค่ความรู้สึกเด็ก ๆ  ที่อีกไม่นานก็จางหายไปตามกาลเวลา

            แต่ตอนนี้อี้ฟานมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกนั้น มันมากกว่านั้น   

            มากกว่าที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจได้แม้กระทั่งเจ้าตัวก็ตาม

            “เพื่อฉัน....และเพื่อตัวเอง”

            เด็กหนุ่มรู้ว่า การปกป้องตัวเองไม่ได้สำคัญอะไรมากมายเท่าที่เคยคิดไว้อีกแล้ว .

            เขาอยากดูแล อยากปกป้องคนที่อยู่ข้าง ๆ ด้วย

            “ไม่น่ากลัวหรอก ลองสัมผัสมันดูสิ”

            ชานยอลมองหน้าเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยไหวระริก  อี้ฟานประคองมือน้อยขึ้นมาและวางปืนพกประจำตัวให้คนตัวเล็กได้สัมผัส   มือสั่นระริกทำให้อี้ฟานยิ้มบาง

            “กลัวเหรอ”

            “อือ”

            “รู้ไหมว่าฉันยิงปืนเป็นตั้งแต่เจ็ดขวบ”

            “เอ๊ะ?..”

            “เพราะถ้าฉันไม่เป็น   ฉันก็อาจจะตายได้”  อี้ฟานถอนหายใจ    มือข้างหนึ่งจับเหนือมือเล็กเรียว และวางมันลงบนปืนสีดำมะเมื่อม    “แบบนี้แล้วยังจะอยากอยู่ใกล้ ๆ ฉันไหม”

            คำถามนั้นทำให้ชานยอลกะพริบตาถี่  . อะไรบางอย่างทับถมอยู่ในใจจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก

            “ตราบใดที่อี้ฟานยังไม่หันกระบอกปืนมาตรงนี้ ” ชานยอลดึงมือของตัวเองออกมาหนึ่งข้าง  นิ้วชี้จิ้มที่ขมับของตน  ก่อนขยับมาที่อกซ้าย  “กับตรงนี้ก็ไม่เป็นไรหรอก”

            “ไม่หรอก ไม่มีทาง ”

            อี้ฟานมองตาคู่อย่างหนักแน่นไม่ต่างจากคำสัญญา ก่อนชักปืนกลับไปวางไว้ยังที่ที่ปลอดภัยก่อนดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้แน่น  เด็กชายแก้มยุ้ยซบหน้าลงบนไหล่เขาด้วยความคุ้นเคยกับสัมผัสและซุกหน้ากับเจ้าของร่างสูงไปมาอย่างออดอ้อน

            “ขี้อ้อนเลียนแบบฮารุเหรอ”

            ชานยอลย่นจมูก และแกล้งงับไหล่คนใส่ร้ายจนเจ้าของไหล่กว้างโอดโอย

            “คนหรือลูกหมาเนี่ย!!!

            “เป็นพ่อหมาต่างหากเล่า เดี๋ยวกัดให้จมเขี้ยวเลย  แง่มๆๆๆๆ”

            เด็กชายตะโกนลั่น  และงับแรงขึ้นอีก  แต่คราวนี้คนถูกกัดกลับหัวเราะลั่นและแกล้งกอดคนตัวเล็กให้แน่นขึ้นอีก 

            กอดแน่น....ด้วยร่างกายที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม แนบชิดจนทำให้เลือดสูบฉีดแรง... และแทบหายใจไม่ออก

            แม้จะคุ้นเคยกับการโอบกอด  แต่เสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะนี้... คนทั้งคู่กลับไม่คุ้นชินเอาเสียเลย      

           

*

 

 


TBC.



>///< เมื่อวานใครแอบไปทักวป.ที่บูธบ้างคะ  ขอบคุณทุกคนที่ไปอุดหนุนนะคะ  
เห็นหลายคนแวะมาทวงนักโทษของคริส  ดีใจมาก  เลยอัพตอนน่ารัก ๆ มาให้อ่านกัน  
ยังไงจะรีบอัพรีบเขียนให้จบน้า ยังไงก็เก็บเงินไว้เนอะ เดี๋ยวจะเปิดเร็ว ๆ นี้แหละ ฮิ___ฮิ

ฝากแท็ก #นักโทษของคริส ด้วยนะคะ  ถ้าฟีดแบ็กดี จะรีบมาอัพเร็ว ๆ ไม่ห่างกันไปนาน ๆ

รักทุกคนนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

675 ความคิดเห็น

  1. #658 ❥ Palmmiiz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 08:54
    ฮื่อออ ฟ่านคนบ้าาา คนปากไม่ตรงกับใจ!!
    #658
    0
  2. #641 mojikoto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 17:00
    น่ากอ่าก่อนจูบต้องแปรงฟันด้วยน่ะคะเดกกกกๆ
    #641
    0
  3. #587 KeyLuhan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2557 / 23:13
    เศร้าได้อีก
    #587
    0
  4. #528 แพรวชิม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 23:53
    รุ่นพี่คือพี่คริสนั่นเอง

    ฮารุก็น้องหมา ชานยอลยังรักรุ่นพี่อี้ฟานอยู่สินะะ
    #528
    0
  5. #509 RENMA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 16:13
    ชีวิตช่วงวัยเด็ดดูมีความสุขดีจัง
    #509
    0
  6. #462 mmukpp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 16:35
    เจ้าหนูจำไม ที่เป็นรอยยิ้มหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา
    จุกอก หน่วงมาก ชีวิตอีพี่คริสนี่มันช่าง.. T.T

    *สารภาพเหมือนกันว่าเคยคิดว่าฮารุคืออีพี่คริส
    สรุป.. น้องหมา 55555555555555555555555555555
    #462
    0
  7. #431 wanirpc (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 20:49
    น่านนนว่าแล้วไงฮารุคือหมาน้อยนี่เอง...แต่พี่ฟ่านนเอ๋ยแกเคยเป็นหมาน้อย

    ในสายตาช้านนนมาแล้วในตอนก่อนๆๆๆ5555พี่ฟ่านนนเป็นฮารุในสายตาเรา

    โอ้ยยยคร้งกระโน้นเค้าเรียกกันได้น่ารักมากเห่อะะะะะะะะะ
    #431
    0
  8. #424 Aofapp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 20:11
    รุ่นพี่อี้ฟาน รุ่นน้องชานยอล เอ้ยยย น่าร้ากกกกกกก

    มีน้องฮารุเป็นสื่อใจ มุ้งมิ้งมาก ฟินอ่ะ อ่านแล้วแก้มจะปริบ อิๆ



    พี่อี้ฟาานมีเพื่อนเป็นน้องยอลคนเดียวสินะ ที่บอกว่าโตขึ้นตัวเองคงจัะเป็นคนที่ไม่เหมาะสมกับชานยอล เพราะเป็นลูกมเฟีย ใครๆก็รีังเกียจงอ ไม่หรอก ฟานแท้จริงแล้วก็เป็นเด็กร่าเริง เด็กดีแต่เพราะว่าสถานะของครอบครัวต่างหาก

    ไม่เป็นไร ยังไงซะเจ้าหนูจำไมคนนี้ก็จะอยู่เป็นเพื่อนฟ่าน แหะๆๆ พูดๆๆ เถียงๆๆ ไม่หยุดเลยหนูยอลเอ้ย



    วันนี้พาไปสนามยิงปืนด้วย น้อวยอลจะได้เห็นอีกด้านของอี้ฟานเน่าะ~
    #424
    0
  9. #355 yeoliekris (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 20:45
    พาร์ทนี้ฟินไม่ไหวจริงๆ ฟ่านเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว เริ่มรู้ตัวเองแล้วสินะ

    ถึงกับบอกกชอบน้องแล้วอ่า นารักมากๆเลย เขินสุดๆตอนสอนยิงปืน

    พี่ฟ่านรักน้องมากอยากจะปกป้องดูแลน้อง น้องยอลน่ารักมากจริงๆอ่ะ

    เด็กขี้อ้อน >////< ทำงี้ฟ่านอดใจไม่ไหวขึ้นมาจะทำไงฮึเด็กดื้อ

    ไม่ยอมเรียกเค้าว่าพี่เพราะไม่ได้มองเป็นพี่ใช่ป้ะน้องยอลอ่ะ

    อ่านไปทั้งฟินทั้งแอบหน่วง สงสารอ่ะ ฟ่านจะผิดสัญญา เพราะฟ่านจะจ่อปืนไปที่น้อง

    อยากร้องให้ท่ามกลางความฟิน ฟ่านนน ชอบชื่อนี้ที่สุดเลย แอบเศร้าจริงๆที่พี่คริสทิ้งชื่อนี้ไป
    #355
    0
  10. #331 Oom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 11:21
    อยุ่ด้วยกันแล้วน่ารักจัง สัมผัสได้ถึงความรัก ^^

    เป็นความทรงจำที่ดีของทั้งคู่จริงๆ



    รอค่ะ ^^
    #331
    0
  11. #329 OH.MyHunHan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2557 / 10:28
    เป็นพาร์ทในอดีตที่น่ารักจริงๆอ่า อ่านไปเขินไป ชานยอลนี่ก็น้าพูดมากจริงๆเลย พี่คริสเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยอ่ะ
    #329
    0
  12. #316 เมียเก็บปาร์คชานยอล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 22:19
    ไรท์รีบเเต่งเลยยยยยยยยยยย ><
    เราเตรียมเสียเงินให้ไรท์เเล้ว 555555555555
    #316
    0
  13. #297 kty_01 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 20:35
    ไม่ชอบฉันไม่เป็นไร รู้แค่ว่าฉันชอบนายก็พอ ><
    #297
    0
  14. #294 fchk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 18:53
    อ้ากกกกกไรทืเราอยากอ่าน
    ต่อแล้ววววเรื่องเราชอบบมากก
    ติดอะๆๆๆแต่ก่อนพี่คริสดีจังเลย
    #294
    0
  15. #293 kanakao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 18:33
    อ่าวสรุปเดาถูกแล้วจริงด้วย 5555555555

    พี่คริสกับชานยอลเมื่อก่อนน่ารักมากเลยง่าาา ช่างแตกต่างกับปัจจุบัน

    #293
    0
  16. #289 Cheyeon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 17:18
    ฮารุคือน้องหมาไซบีเรียนตัวนี้นี่เองง พี่คริสต้องเปนคนฆ่าฮารุแน่ๆเลย เพื่อการบอกลาชานยอลรึเปล่า ตัดใจฆ่าเพื่อให้ชานยอลเกลียดแล้วจะได้จากกันได้โดยไม่เหลือเยื่อ เดาไปเรื่อยเลย 5555555 รอนะคะไรท์ สนุกมากๆ รุ่นพี่ที่ชานยอลไม่ลืมนี่คืออี้ฟานรึป่าวนะ ตอนนั้นไม่ยอมเรียก พอจากกันก้เรียกหาแต่รุ่นพี่ 55555
    #289
    0
  17. #286 meow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 16:27
    จริงๆแล้วพี่ครสอ่อนโยนสินะ แต่เพราะต้องทำตามหน้าที่เลยต้องทำเป็นโหด

    อยากให้ฮารุๆออกมาแล้ว ฮารุๆต้องเป็นตัวมาเชื่อมให้พี่คริสกับชานยอลแน่ๆเลย

    พี่คริสอย่าใจร้ายกับชานยอลเลยน้า สงสารน้อง
    #286
    0
  18. #284 karnicha_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 14:08
    ตอนเด็กๆคือน่ารักมาก สวีทวี๊ดวิ้วเว่ออ่ะ



    ทำไมตอนนี้เศร้าจัง
    #284
    0
  19. #275 _MNIMD (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 12:49
    อดีตที่หวานมากกก รุ่นพี่คนนั้นคือคริสสินะ ส่วนฮารุคือหมา ตอนนี้น่ารักมุ้งมิ้งมาก
    ชอบ ที่ให้ชานยอลเรียกตัวเองว่ารุ่นพี่เป็นเพราะว่าโตมากับคนรอบตัวที่ไม่มีใครเป็นน้อง
    พอมาเจอชานยอลที่อายุน้อยกว่าก็เอ็นดู แล้วอยากให้เรียกว่า รุ่นพี่สินะ 
    แค่ชานยอลก็พอแล้ว  ฟ่านน่ารักไปไหน ไม่หันปืนไปใส่ชานยอลแน่สินะ เป็นคำสัญญา
    ที่คริสให้กับชานยอลเอาไว้ แต่ปัจจุบันพี่คริสใจร้ายมาก เชอะ ติดตามนะคะ
    #275
    0
  20. #272 pero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 10:46
    คือเวลาอยู่ด้วยกันน่ารักมากจริงๆ T T

    ชานยอลเป็นคนสดใสน่ารักอ่ะ เป็นตัวแทนความบริสุทธิ์ในโลกมืดมนของพี่คริส เฮ้ออ

    แบบนี้คงหลงรักไปแล้วแน่ๆเลย ( ชานยอลตอนเด็กน่าหมั่นเขี้ยวจริง ฮาา )

    ช่วงเวลาในวัยเด็กคือความทรงจำดีดี ไม่ต้องมีเรื่องภาระหน้าที่ หรือความรับผิดชอบมาให้คิดมาก

    แต่ตอนโตมาแล้วนี่เราแอบสงสารพี่คริสเหมือนกันนะ เฮียก็คงเสียใจที่ต้องทำแบบนั้น ฮรืออ

    ตอนนี้เฉลยหลายตอนเหมือนกันนะ สรุปฮารุคือน้องหมาป่ะ

    แล้วคำว่า -รุ่นพี่- นี่ ทำไมเราอ่านแล้วเศร้าจัง เป็นคำที่มีความหลังสินะ T^T

    โอยย แล้วทีนี้จะเป็นไงต่อไปอ่ะ หน่วงนะคะ บอกเลย แต่ชอบ ฮ่าๆๆ

    เป็นกำลังใจให้น้าเราชอบแนวนี้ ดราม่า มีปม แถมพระเอกร้ายก็แบบมีเหตุผล

    ไรต์เขียนดีด้วย ภาษาสวยงามอ่านเพลิน สรุปคือชอบมว๊ากก อิwอิ สู้ๆค่า
    #272
    0
  21. #270 liuyue06 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 09:59
    ความทรงจำในอดีต มันสวยงามมากเลย สำหรับพี่คริสเเละชานยอล อือหึ ฮารุคือสุนัขจริงๆด้วย ต้องขอบคุณเจ้าหมาตัวนี้จริงๆนะที่ทำให้พี่คริสเเละชานยอลมาพบกัน มีความผูกพันธ์ที่ลึกซึ้งสวยงาม พี่คริสในตอนนั้น หล่อมากเลย ใจก็หล่ออ่ะชอบอ่ะดูอบอุ่นเเละก็ใจดักับชานยอลมากก ใจดีกับชานยอลคนเดียวเลย ใครจะไปคิดเนอะว่าอนาคตเรื่องมันจะเป็นเเบบนี้ คำสัญญาที่เคยให้กันไว้ในอดีตไม่รู้ว่ายังจะจำกันอยู่ได้ไหม เนอะ 
    #270
    0
  22. #269 Armi열 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 09:57
    น่าร๊ากกกกกกก ฟ่านกับยอล -///- งื้ออออ
    ทำไมน้องน่ารักแบบนี้ แล้วอ่านมาถึงตรงนี้เริ่มสงสารพี่คริสแหะ
    พี่แกยังรู้สึกกับน้องแบบเดิมใช่ไหม ยังรักน้องเหมือนเดิมใช่ไหม
    แต่มีดหตุจำเป็นสินะ ถึงต้องผิดสัญญาโดยการหันปลายกระบอกปืนมาที่น้องแบบนี้
    โอ๊ยยย เศร้าาา แต่สนุกคะ อิอิ เขิน-///-
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ แอบเฟลไม่ได้ไปงานฟิค ฮือออออ
    สู้ๆนะคะ ติดตามต่อไปคะ><
    #269
    0
  23. #265 lovekyhh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 07:52
    อ่าาาาเฉลยแล้ว ฮารุกับรุ่นพี่
    ช่วงเวลาที่แสนมีความสุขของคริสกับชานยอลเลยนะตอนนี้ ชอบจัง
    อ่านแล้วก็แอบสงสารคริส ไม่มีเพื่อนเลยจะใช้ชีวิตแบบเด็กธรรมดาก็ไม่ได้
    แต่พอเจอชานยอลผู้ใสซื่อ เป็นเจ้าหนูจำไมเข้ามาในชีวิตคงรู้สึกดีมากๆ
    แล้วที่ต้องห่างกันไปแล้วทำหมางเมินโหดร้ายแถมประชดประชันความรักของชานยอลที่มีให้รุ่นพี่
    มันเพราะอะไรนะ ยังมีคำถามอยู่ในใจเราอะ?????
    #265
    0
  24. #264 apple (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 03:51
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ รักตอนนี้มากๆเลยอ่ะไม่รู้ทำไม

    เรายิ่งอ่านก็ยิ่งรักพี่คริส แงงงงงงงงงงงงง ชานยอลเหมือนแสงอาทิตย์อันอบอุ่นที่สาดส่องลงมาเติมชีวิตให้พี่คริสอ่ะ

    น้องเป็นสิ่งล้ำค่ามาก โอ้ยเอาจริงๆเราก็รักทั้งสองคน แต่เพราะเรารู้สึกว่าสิ่งที่พี่คริสต้องมาหนักหนาสาหัสมากมั้งเราเลยรู้สึกรักเด็กผู้ชายคนนี้มาก

    ความรักเป็นสิ่งสวยงามนะ แต่สังคมนั่นแหละที่ทำให้มันแย่และตั้งเงื่อนไขกับมัน

    รักฟิคเรื่องนี้เข้าแล้วล่ะค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ เราจะรอT^T
    #264
    0
  25. #263 ขาวดำแดงเทา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 01:08
    .ตอนนี้น่ารักสุดๆเลย ชอบตอนชานยอลเรียก ฟ่าน มันละมุนแบบบอกไม่ถูกจริงๆ
    #263
    0