เกลียด ; HATE #NIELONG

ตอนที่ 25 : 24 : Pretend 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

PART 24 : Pretend
- conceal one's feeling -





เปลือกตาหนักอึ้งเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ เมื่อความปวดเมื่อยแล่นไปทั่วร่างกาย องซองอูจำไม่ได้หรอกว่าตนเองเผลอหลับไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีนาฬิกาบนหัวเตียงก็บอกเวลาสามทุ่มเสียแล้ว



"ตื่นแล้วหรอ"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นไม่ไกลนักพร้อมกับภาพของร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆปรากฏขึ้นเด่นชัด ริมฝีปากหนายกยิ้มให้เขาอย่างเช่นทุกทีทว่าคราวนี้ดูเคร่งเครียดกว่าเดิม



"...."



"เหมือนจะมีไข้นิด ๆ เลยแฮะ"

ดาเนียลเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของคนแก่กว่าที่หยัดตัวขึ้นมานั่งข้างๆกันบนโซฟาตัวยาว ดวงตาคู่คมกำลังเพ่งไปยังโทรทัศน์อย่างใจจดใจจ่อโดยไม่หันมามองเขาเลยด้วยซ้ำ




          ร่อยรอยของดวงดาวทั้งสามดวงบนแก้มซ้ายจึงเป็นสิ่งเดียวที่ดาเนียลเห็นอยู่ในตอนนี้





          อยากจะยกมือขึ้นสัมผัส แต่คงดีกว่าถ้าปล่อยให้ดวงดาวเหล่านั้นอยู่ห่างไกลในระยะที่พอดี





"ปวดหัวไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
เขาเอ่ยถามซ้ำเพราะเห็นว่าร่างบอบบางนี้ดูโทรมลงตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ ปกติเจ้าตัวก็ไม่ใช่คนที่แข็งแรงอะไรอยู่แล้ว มาเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าเลยเป็นห่วงกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไม่ทันเปิดภาคการศึกษาใหม่ในสัปดาห์หน้า





          จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงกัน





"....."
คนถูกถามเพียงแค่ส่ายหน้าตอบเบาๆ




"กินยาแก้ไข้ดักไว้ก่อนแล้วกัน ถ้ามาป่วยตอนนี้เดี๋ยวแย่กันไปใหญ่"
ร่างสูงเดินลับไปสุดสายตาก่อนกลับมาพร้อมกับยาแก้ปวดและน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว



"....."



"อะ พี่กินยาก่อนนะเดี๋ยวผมหาอะไรมาให้ทาน"
เขาวางของในมือลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร่างบางนัก เจ้าของใบหน้าคมหันมามองเป็นเชิงขอบคุณก่อนกลืนเม็ดยาลงคอไปอย่างว่าง่าย




          ป่วยครั้งนี้ไม่ค่อยดื้อ สงสัยจะเจ็บจริง




"ขอบใจ"




"....."
ใบหน้าเรียวระบายยิ้มกว้างยามจ้องมองคนป่วยที่วางภาชนะบรรจุใสลงบนโต๊ะตามเดิม 





          ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ที่อยากเห็นทุกการกระทำของคนตรงหน้า





แอบมองใบหน้าคมที่หันไปสนใจโทรทัศน์ดังเดิม มือเรียวหยิบหมอนอิงขึ้นมาวางไว้บนตักตามด้วยฝ่ามือทั้งสองที่วางทับลงไปในขณะที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่นจนดาเนียลชักจะอิจฉาเจ้าโทรทัศน์เครื่องนั้นเสียแล้ว





ร่างสูงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นคอเสื้อเชิ้ตที่ขยับลงมาแบบหมิ่นเหม่จนเผยให้เห็นผิวเนียนภายใต้เนื้อผ้า แต่ความคิดทุกอย่างก็ต้องหยุดลงเมื่อคนแก่กว่าหันมามองสบตาเข้าอย่างจัง




"อยากคุยกับมินกุก"





"ค ครับ"
สารภาพว่าเผลอหลุดมาดไปเล็กน้อย เลิ่กลั่กจนจับสังเกตได้ เจ้าของห้องรีบควานหาเครื่องมือสื่อสารตามคำสั่งของอีกคนแล้วกดวิดีโอคอลไปหาผู้เป็นแม่ทันที




ไม่นานนักคู่สนทนาก็กดรับ ภาพที่พวกเขาเห็นคือโถงด้านล่างบ้านซึ่งปกติจะเก็บกวาดอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้กลับละลานตาไปด้วยของเล่นเด็กและคอกกั้นเป็นบริเวณกว้าง ในนั้นมีเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นหุ่นไดโนเสาร์จำลองอยู่ ริมฝีปากเล็กขยับพูดเจื้อยแจ้วตามจินตนาการทั้งยังหยิบของเล่นขึ้นมาต่อสู้กันอย่างสนุกสนาน เรียกรอยยิ้มให้คนปลายสายได้เป็นอย่างดี




"แปปนึงนะลูก น้องกำลังเล่นสนุกอยู่เลย"




"ครับแม่"
ดาเนียลตอบรับ แม้ว่าเขาจะเห็นภาพจากจอมือถือไม่ค่อยชัดเท่าไรเพราะอีกฝ่ายแย่งไปถือไว้ในทันทีที่ได้ยินเสียงของมินกุก รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปากของคนที่เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะรักเด็กได้ถึงเพียงนี้





ร่างสูงขยับกายเข้าไปใกล้อีกคนที่เอาแต่จ้องน้องชายของเขาผ่านจอมือถืออย่างไม่วางตา






"พี่ซองอู!!"


"คิดถึงจังเลย มินกุกเหงามั้ยครับ"


"ม่ายเยย มีคุณลุงกับคุณป้าเต็มไปหมด มีไดโนเฉาด้วย พี่ซองอูเห็นมะ"


"โห ไดโนเสาร์เยอะแยะเลยเนี่ย สงสัยมินกุกคงลืมพี่ไปแล้วมั้ง"


"ไม่น้า มินกุกคิดถึงพี่ซองอู อยากให้พี่ซองอูมาเล่นด้วยกัน"


"เอาไว้วันไหนเดี๋ยวพี่เข้าไปหานะ"


"พี่ซองอูกินข้าวหรือยัง"


"ยังเลยครับ"


"งั้นมินกุกปล่อยให้พี่ซองอูไปกินข้าวดีกว่า มินกุกก็จะไปเล่นกับไดโนเฉาแย้ว"


"ฮ่าๆ โอเคครับ บ๊ายบาย"


"บ๊ายบายย"




"โอ้โห ไม่มีการเมนชั่นคนที่นั่งอยู่ตรงนี้กันสักประโยค"
ดาเนียลเอ่ยแซวหลังจากกดวางสาย เรียกสายตาค้อนขวับจากคนเป็นพี่ได้เป็นอย่างดี แต่ซองอูก็ต้องชะงักไปเพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดาเนียลขยับเข้ามานั่งช้อนหลังเขาอยู่แบบนี้




          ดวงตาเรียวรีเป็นประกายแวววับเสียจนคนมองรู้สึกถึงความร้อนผะผ่าวบนใบหน้า



          แววตาขี้เล่นที่เขามักจะเห็น ตอนนี้ดูอันตรายกว่าที่คิดไว้



          ร่างบางเอนตัวออกมาเล็กน้อยเพราะเขานั้นไม่ใช่คนที่ชอบสกินชิพสักเท่าไร



          ใกล้....



          ใกล้จนแผ่นหลังของเราแนบชิดกันไปเกือบหมด





"อ อะไร"





"เปล่า ก็แค่มินกุกดูติดพี่มากกว่าผมซะอีก"
ดาเนียลยิ้มร่าก่อนเกยคางลงบนไหล่ลาดของคนตัวผอม เขาได้กลิ่นแชมพูกับครีมอาบน้ำจากตัวพี่ซองอูจางๆ




          ก็ใช้กลิ่นเดียวกัน แต่ทำไมมันหอมไม่เหมือนกันนะ





"อืม"





"ถ้างั้นผมติดพี่เหมือนมินกุกบ้างได้ป่ะ"
พูดจบก็รวบเอาเอวบางเข้ามากอดโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้มีเวลาขัดขืน 






"ปะ ปล่อย"
เอ่ยเสียงแผ่วเบาคล้ายว่าไม่ตั้งใจจะพูดให้อีกฝ่ายได้ยิน หากแต่กำลังเถียงกับร้อยพันความคิดในหัวของตัวเอง




          แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่าสุขระคนทุกข์




"ไม่ปล่อย จะไม่ปล่อยอีกแล้ว"
ดาเนียลซุกหน้าลงบนหลังคอของอีกฝ่าย สูดหายใจเอากลิ่นหอมที่เขาโปรดปรานเข้าปอด เปลือกตาหลับพริ้มเก็บสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากที่ประทับลงบนผิวขาวเนียนทีละเล็กทีละน้อย ไล่ตั้งแต่ลำคอระหงไปจนถึงแก้มซ้าย ก่อนหยุดลงบนกลุ่มดาวสามดวงที่เจ้าของของมันกำลังเอียงหน้าเพื่อรับสัมผัสอ่อนหวานโดยไม่รู้ตัว





          แย่



          แย่ที่องซองอูปฏิเสธไม่ได้ว่าการกระทำเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกดีอยู่ไม่น้อย




"ขยับออกไปได้แล้ว"
เสียงนิ่งๆเอ่ยขึ้นยามที่เจ้าตัวดึงสติที่เตลิดหายไปกลับมาได้ ฝ่ามือเล็กเอื้อมมาแกะมือของเขาให้หลุดจากเอวบาง ก่อนจะหันมามองเป็นเชิงตำหนิ




แต่เหมือนซองอูจะอ่านเกมส์ผิดไปนิด เมื่อการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันมากกว่าเดิม เขาคงไม่ได้คิดไปเองว่าดาเนียลกำลังขยับเข้ามาเพื่อลดระยะห่างระหว่างเราจนกระทั่งปลายจมูกของคนทั้งสองชนกัน 




ใกล้จนเห็นว่าดวงตาของเราต่างสะท้อนภาพของกันและกัน ราวกับต้องการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ที่มันกำลังดีขึ้น



แววตาคู่เรียวกำลังสะท้อนภาพแห่งความสุข โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกฝ่ายกำลังปิดบังอะไรไว้




องซองอูกำลังเก็บมันไว้ในส่วนลึกที่สุด เขาอยากให้เวลาที่เหลืออยู่เป็นไปตามที่ดาเนียลต้องการ อยากให้คนตรงหน้ามีแต่ความสุขอย่างที่อีกฝ่ายมักจะพร่ำบอก เป็นสิ่งเดียวที่เขามอบให้ได้ก่อนจะหายไปจากชีวิตอีกฝ่าย ....นานเท่าไรเขาเองก็ไม่รู้



ร่างบางปรับองศาให้ตัวเองสามารถเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างสูงได้มากขึ้น ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนประทับริมฝีปากลงไปบนส่วนเดียวกันของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ทุกอย่างหยุดอยู่แค่นั้นไม่มีการรุกล้ำเข้าไปมากกว่าเดิม




....นานจนพอใจก่อนที่ใบหน้าคมจะผละออก 





"ป่วยแล้วเพี้ยนหรอ"
เจ้าของคำถามจ้องมองแววตาคู่คมที่วูบไหวไปชั่วขณะ ทำไมดาเนียลจะไม่รู้ว่าพี่ซองอูเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเขา เพียงแต่การกระทำที่ได้รับจากเจ้าตัวคงเป็นสิ่งที่ดีกว่า เหมือนกับเป็นการปลดล็อคอคติในใจที่คนโตกว่าสร้างไว้จนสูงลิบตา




          หากยอมให้เขาเข้าไปใกล้กว่านี้ 







"ก็แค่อยากทำ อะไรที่ทำให้ได้ก็จะทำให้"
ตอบพลางเสตามองไปทางอื่น ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นราวกับสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็น




"งั้นขออยู่แบบนี้ตลอดไปเลยได้มั้ย"
แขนแกร่งรวบเอวบางเข้ามากอดอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับแน่นกว่าเดิม ริมฝีปากหนากดลงบนกลุ่มผมของอีกฝ่ายในขณะที่เรียวนิ้วไล้ไปตามใบหน้าอย่างแผ่วเบาโดยที่ซองอูไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด





ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขากำลังรู้สึกดี  หรือสิ่งที่อีกฝ่ายขอมันไม่มีทางเป็นไปได้





40% is loading




ความเงียบ อาจเป็นคำบอกลาครั้งสุดท้ายที่เสียงดังที่สุด





"ไปส่งฉันที่คอนโดของมินฮยอนหน่อยได้ไหม"
ร่างผอมกับส่วนสูงราวๆ 178 เซนติเมตรกำลังสวมเชิ้ตสีขาวลายทางกับกางเกงสีดำเรียบๆ มือข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกหยิบกระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมา ก่อนหันไปมองเจ้าของห้องที่คว้ากุญแจรถแล้วเดินนำออกไป 





          แต่แล้วร่างสูงกลับหยุดเดิน หันมามองคนแก่กว่าก่อนแขนคว้ากระเป๋าใบใหญ่ในมืออีกฝ่ายไปถือราวกับเป็นของตนเอง






วันนี้ดาเนียลออกไปทำธุระกับดงฮันจึงไม่สามารถอยู่ดูแลพี่ซองอูที่คอนโดได้ ในทีแรกก็ว่าจะส่งคนป่วยกลับบ้านแต่แล้วเจ้าตัวก็ยืนกรานว่าจะออกไปหาเพื่อนสนิท ร่างสูงพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนักก่อนเดินประกบอีกฝ่ายออกไปยังลานจอดรถด้านล่างอาคาร





          จะให้คลาดสายตาไม่ได้ เพราะกลัวว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นซ้ำ





          แค่นี้ก็เจ็บมากพอแล้ว





"รออยู่ที่คอนโดนะ ผมเสร็จธุระแล้วจะรีบไปรับ"
เปิดประตูให้คนเจ็บแล้วเดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ ดาเนียลกำลังทำทุกอย่างด้วยความเคยชิน ตั้งแต่พี่ซองอูเจ็บตัวเขาก็ดูแลพี่ซองอูทุกฝีก้าว คอยช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ไม่สามารถทำได้ถนัดนัก ทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติจนซองอูรู้สึกอึดอัด 



          ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ  แต่เพราะรู้ว่าอีกหน่อยคงไม่มีแล้วเลยใจหาย





ก่อนความคิดที่มีจะหายไปเมื่อร่างสูงเอี้ยวตัวมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้คนที่เข้าเฝือกแล้วกำชับเสียงเข้ม
"อยู่แต่ในคอนโดนะ"





"อืม"
ดวงตาคู่กลมจ้องกลับไปพลางหยักหน้ารับ ความรู้สึกแปลกก่อตัวขึ้นในอก ท่าทางขี้เล่นและความร่าเริงของดาเนียลที่เคยมีวันนี้ถูกเก็บไว้ที่ไหนหมดแล้วก็ไม่รู้





          เหลือแต่เพียงสีหน้าจริงจังกับแววตาที่เอาแต่ครุ่นคิดในสิ่งที่เขาไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย






             ไม่ชอบ






"ห้ามออกไปข้างนอกนะ"
บอกทั้งๆที่สายตาจดจ่อไปยังพื้นถนนตรงหน้า






"ฉันโตกว่านายนะ เลิกพูดจาซ้ำซากสักที"
ร่างบางจบบทสนทนาด้วยความหงุดหงิดก่อนหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาโทรหาเพื่อนรัก จริงๆเขาก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอก เพียงแต่ไม่อยากฟังอีกฝ่ายย้ำในเรื่องเดิมๆ เรื่องที่เขาเองก็จำจนขึ้นใจ






บรรยากาศในรถดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ มีเพลงเสียงดนตรีคลอเบา ๆ ปราศจากการพูดคุยกันเพราะต่างฝ่ายต่างก็จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง





อนุญาตให้เรื่องราวของอีกฝ่ายเข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึก ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวเหมือนดำดิ่งลงไปในความเป็นห่วงที่ไม่มีใครช่วยขึ้นมาได้





          ก็แน่ล่ะ เพราะเต็มใจที่จะก้าวลงไปเองทั้งนั้น




          แปลกดี 





พาหนะสี่ล้อค่อยๆชะลอความเร็วลงจนหยุดนิ่งอยู่ด้านหน้าคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย ร่างสูงมองเห็นเพื่อนสนิทของพี่ชายตัวเองกำลังยืนถือร่มพลางกวาดสายตาหาองซองอูที่น่าจะถึงจุดหมายแล้ว





"ผมส่งแค่นี้นะ"
หันไปมองใบหน้าคมที่กำลังกดส่งข้อความ ดวงตาคู่โตช้อนมองตอบคล้ายจะรับทราบ 




ดวงตาคู่นี้ที่ยิ่งอยู่ใกล้เท่าไรเขาก็ยิ่งละโมบอยากจะเอามาเก็บไว้เป็นของตัวเอง




"อืม"
ซองอูตอบรับในลำคอแผ่วเบา รับกระเป๋าจากมืออีกฝ่ายมาสะพายข้างแล้วจึงเปิดประตูฝั่งคนนั่ง




"...."
ดาเนียลลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองพลั้งปากจนทำให้อีกฝายหงุดหงิดถึงขั้นเงียบมาตลอดทาง




          ทำยังไงดีล่ะ




"พี่ซอ-"




"ขับ... ดีๆแล้วกัน"
พูดจบร่างบางก็รีบปิดประตูรถแล้วเดินออกไปจนสุดสายตา 





          โดยไม่รู้ว่ารอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าเนียนอยู่อย่างนั้นสักพัก




          ปากแข็งเก่ง





          ไม่เคยคิดว่าจะเห็นพี่ซองอูในมุมนี้เหมือนกัน






เหยียบคันเร่งในทันทีที่มินฮยอนเดินหายเข้าไปในตึกพร้อมพี่ชาย พาหนะคันงามมุ่งหน้าไปยังทิศที่หมายด้วยความเร็ว




          แขกคนสำคัญกำลังรอพบเขาอยู่




_____________________________________________




ห้องประชุมในบริษัทถูกเปิดใช้เป็นกรณีพิเศษ ร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ก่อนจะพบว่าคิมดงฮันนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ข้าง ๆ กันมีผู้ชายแปลกหน้ากำลังลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนโค้งทักทาย




"สวัสดีครับคุณคัง"





"ครับ"
ดาเนียลโค้งกลับตามมารยาท อีกฝ่ายก้มหน้ามองพื้นโดยไม่แม้แต่จะสบตากับเขาสักนิด ท่าทางที่เลิ่กลั่กยิ่งทำให้ชวนสงสัย แต่ทุกอย่างกลับถูกขัดจังหวะด้วยเครื่องดื่มร้อนจากแม่บ้านอาคาร




"ดื่มก่อนดิ ไม่ต้องรีบหรอก"
คนเด็กสุดเอ่ยอย่างติดตลกก่อนคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาจิบทีละนิด เขาหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ กลัวว่าการมาพบกันวันนี้จะไม่ได้สาระสำคัญอะไรกลับไปเหมือนครั้งเก่า ๆ




"โถ่ อย่ามองกันแบบนั้น รับรองว่าผมจะไม่ทำให้พี่ต้องผิดหวัง"




          และดงฮันก็สามารถอ่านความคิดเขาได้เสมอๆ




"ให้มันแน่"




"ฮ่าๆ"




"แล้วคุณไม่ทานหรือ คุณ...?"
หันไปมองบุคคลที่สามที่กำลังนั่งนิ่ง




"เขาชื่อคุณจงซู เป็นพยานในที่เกิดเหตุครับ"





"อ่า ทำตัวตามสบายนะครับคุณ ไม่ต้องเกร็งก็ได้ ขอบคุณมากๆเลยที่สละเวลามาพบกัน"
เขาผายมือออกก่อนพยักหน้าเล็กน้อย คู่สนทนายิ้มรับก่อนคว้าแก้วตรงหน้าไปถือไว้อย่างเก้ๆกังๆ





"แล้วพี่ซองอูเป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นหรือเปล่า"




"มีไข้นิดหน่อย แต่อื่นๆก็โอเคขึ้นมากแล้ว เหลือแต่เฝือกที่มะรืนต้องให้หมอเช็คอีกที"




"แล้ว.... อาการของคุณซองอูหนักมากไหมครับวันที่เกิดอุบัติเหตุ"
จู่ๆเสียงแปลกหูก็ดังขึ้นจากบุคคลที่สามที่พึ่งเข้าร่วมบทสนทนา คังดาเนียลหันไปมองพลางตอบไปตามจริง




"เข้าเฝือกที่แขนขวา ส่วนตามตัวก็มีรอยถลอกเล็กน้อยกับเย็บนิดหน่อย โชคดีที่อวัยวะภายในไม่ได้รับการกระทบกระเทือนครับ"



"อ่า"



"ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยใช่ไหมล่ะครับ แต่สภาพจิตใจต่างหากที่น่าเป็นห่วง"



"...."



"อยู่ดีๆก็ละเมอขึ้นมากลางดึก บางทีเสียงก็เหมือนจะร้องไห้ จากคนที่เคยชอบไปไหนมาไหนลำพังก็กลัวการอยู่คนเดียว ระแวงคนแปลกหน้า แถมยังไม่ค่อยกล้านั่งรถเลย อยู่ติดบ้านทั้งๆที่ปกติไม่ใช่แบบนี้"
จงซูมองเห็นแววตาคู่นั้นวูบไหวยามเอ่ยถ้อยคำออกมา มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันด้วยความกังวล


"...."



"สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องแค่นั้น แต่สำหรับคนในครอบครัวแล้ว ...ผมว่าเขาก็น่าเป็นห่วงอยู่นะครับ"




"ค ครับ"




"อ่าขอโทษครับ เผลอเสียมารยาทพูดไปซะยาวเลย คุณจงซูไม่ต้องใส่ใจมันหรอกครับ ผมแค่เครียดๆเลยอยากระบายออกมาบ้างก็เท่านั้นเอง"
ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนโค้งหัวเป็นเชิงขอโทษอีกฝ่าย ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงถ้อยคำที่บอกว่าไม่เป็นไร



"ผมเองก็อยากทราบเหมือนกันว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง"




"แล้วคุณพอจะเล่าเหตุการณ์ให้ฟังได้ไหมครับ ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น"








____________________________________________




"จะไปจริงๆใช่มั้ย"



"อืม"


"ต่อให้กูถามอีกครั้ง คำตอบก็ยังเหมือนเดิมใช่หรือเปล่า"


"อืม"


"ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจมึงได้เลยหรอวะ"


"...."



ความว่างเปล่าเป็นเพียงคำตอบเดียวที่เขาสามารถมอบให้อีกฝ่ายได้ ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องมินฮยอนก็เปิดประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อมทันที เขารู้ว่าเพื่อนสนิทกำลังบอกเป็นนัยๆให้เขาลองตัดสินใจดูใหม่ แต่เจ้าตัวก็เชื่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องแล้ว




เขาไม่ลังเลเลยที่จะไป  ...ไปจากสังคมเดิมๆที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นองซองอูคนนี้





ร่างบางเอนกายลงบนโซฟาสีขาวตัวเดิมที่คุ้นเคยตั้งแต่เจ้าของห้องเข้ามาจับจองแรกๆ เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่มินฮยอนย้ายจากบ้านมาอยู่คอนโดอย่างถาวร ทั้งยังเป็นเวลาสามปีกว่าๆที่ซองอูเรียกที่นี่ว่า 'หลุมหลบภัย' ที่พักพิงแรกและที่สุดท้ายที่คนอื่นจะหาเขาเจอ





          ฟังดูแปลกแต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ





นึกแล้วก็น่าใจหายอยู่ไม่น้อยที่อีกไม่นานตัวเขาจะต้องห่างไกลจากบ้าน จากผู้คนรอบๆกาย จากทุกสิ่งที่คุ้นเคย รวมไปถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้





          หวังว่าระยะทางที่เพิ่มขึ้นจะแปรผันตรงกับความคิดถึงคูณด้วยระยะเวลาที่ไกลกัน






เขาจ้องมองใบหน้ามนที่ยังมองมาที่เขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งๆที่ในใจมีถ้อยคำจะพูดมากมาย และเพราะคนๆนั้นคือมินฮยอนเจ้าตัวจึงเลือกที่จะเงียบเอาไว้ รู้ดีว่าองซองอูเลือกแล้ว และจะไม่ลังเลอีก





          ที่ถามในตอนแรกก็คงเช็คเฉยๆล่ะมั้งว่านี่ไม่ใช่ตัวปลอม




มือเรียวเอื้อมไปยังโต๊ะกาแฟข้างตัวเพื่อหยิบเทียนหอมกลิ่นโปรดขึ้นมาจุดแต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า กลิ่นอ่อนๆจากน้ำมันหอมระเหยเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานที่สุดเมื่อได้เข้ามานั่งในห้องนี้ แต่วันนี้กลิ่นหอมนั้นได้จางหายไปแล้ว






เหมือนกับเขา ....ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า






จากที่นั่งอยู่ตรงนี้  ก็เหลือเพียงคำว่า 'เคย' เท่านั้นเอง






ริมฝีปากหยักแค่นยิ้มให้กับตัวเองเมื่อสัมผัสได้ถึงมือที่วางอยู่บนบ่า เงยหน้ามองเจ้าของห้องที่ส่งยิ้มให้เขาอย่างฝืนๆ ดวงตาคู่นั้นคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส เจ้าตัวส่ายหน้าไล่ความรู้สึกมากมายที่แล่นขึ้นมาก่อนตบลงบนไหล่ลาดอย่างแผ่วเบา




"ขอให้มึงมีความสุข"



"...."
พยักหน้าเบาๆโดยไร้ซึ่งคำตอบกลับ



"จริงๆนะ"




"...."



"มึงต้องดูแลตัวเองให้ดี"




"...."
พยักหน้ารับอีกครั้ง 





"คนทางนี้ตั้งเยอะแยะที่เป็นห่วงมึง"




"...."
เม้มริมฝีปากแน่น จากคนที่เอาแต่พยักหน้ารับ ในตอนนี้ก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย





"กูก็ด้วย เป็นห่วงมึงฉิบหายมึงก็คงรู้"



"...."




"กูเชื่อว่าคนอย่างมึงจะผ่านมันไปให้ได้"





"ขอบคุณนะ"




"...."




"นอกจากพ่อแม่ก็มีแต่มึงที่ทำให้กูรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ เป็นคนที่มีความหมายสำหรับใครสักคน"



"...."



"ม.. ไม่มีมึงต้อง แย่มากแน่ๆ ฮะ ฮึก"
กะพริบตาถี่เพื่อไล่น้ำตาออกไป มือซ้ายยกขึ้นมากลั้นเสียงสะอื้นแต่ก็ไม่เป็นผลในเมื่อคนตรงหน้ากำลังเบียดเข้ามาใกล้ ก่อนโผเข้ากอดเพื่อนสนิทด้วยท่าทีที่ไม่ต่างกัน





ทั้งคู่ต่างสวมกอดกันและกัน กระชับวงแขนแน่นเสียจนไม่มีที่ว่างให้อากาศเล็ดรอดไปได้ ความชื้นแฉะก่อตัวเป็นวงกว้างที่เนื้อผ้ายามเปลือกตาปิดลงพร้อมกับริมฝีปากที่เอาแต่พร่ำขอโทษ






เราทุกคนต่างมีพื้นที่ส่วนตัวที่หวงแหน



แต่สำหรับองซองอู มันไม่ใช่สถานที่



เพียงแต่เป็นคนๆนี้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาต่างหาก




_____________________________________________________






"เลิกร้องได้แล้ว อีกแปปเดียวดาเนียลก็จะมารับมึงแล้วไม่ใช่หรือไง"



"กูไม่ได้ร้องแล้ว !"



มินฮยอนส่ายหน้าด้วยความเอือมระอากับท่าทีราวกับเด็กของคนตรงหน้า องซองอูที่ว่าเย็นชาและใจร้ายไม่เคยมีอยู่จริงสำหรับเขา องซองอูที่เขารู้จักก็เป็นเพียงคนอ่อนไหว ปากเสีย และแคร์คำพูดของคนรอบตัวมากๆต่างหาก





เพิ่มคำว่าน่าเอ็นดูเข้าไปนิดนึงก็ได้ หลังจากที่เขาเคยเห็นตอนอยู่กับดาเนียล





"บอกน้องหรือยัง"



"...."



"ซองอู.."



"...."



"เงียบแบบนี้แปลว่า ...มึงยังไม่ได้บอกหรอ"




"ใช่  กูไม่มีโอกาสที่เหมาะเลย"




"แล้วเมื่อไรถึงจะเหมาะ ก่อนมึงบินสองวันอย่างนี้หรือเปล่า"




"กู..."



"ปกติมึงไม่ใช่คนแบบนี้ มึงเคยจัดระเบียบทุกอย่างได้ดีนะ"



"เพราะกูเคยทำได้ดียังไงล่ะ เพราะกูเจอดาเนียลกูเลยรู้สึกว่าตัวเองกำลังเสียศูนย์"




"...."



"กูไม่ยอมรับเลยว่าตัวเองอ่อนแอ กูไม่ชอบเลยที่มันเป็นแบบนี้"



"เพราะมึงรู้ว่าเขาสามารถปกป้องมึงได้หรือเปล่า มึงเลยเลือกที่จะแสดงด้านนี้ออกมาให้คนอื่นเห็นทั้งๆที่ปกติมึงจะเก็บเอาไว้"




"เอ่อ"




"เราทุกคนก็มีอีกด้านที่ไม่เคยให้ใครได้รู้ มันอาจจะเป็นความกลัวที่อยู่ลึกที่สุด.. คงมีไม่กี่คนหรอกที่จะสำคัญถึงขั้นยอมให้เขาได้เห็น"



"..."



"มึงรู้มั้ยตั้งแต่คบกับมึงมา มึงเคยเป็นคนที่สดใสมากๆ มีความสุขกับชีวิต ไม่เคร่งเครียดและเย็นชาแบบนี้"



"...."



"จนกระทั่งมึงเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟัง กูดีใจมากเลยที่กูได้รับความเชื่อใจจากมึง"



"...."



"หลังจากนั้นมันเหมือนดวงอาทิตย์บนโลกของมึงหายไป คนที่เคยใจดี ยิ้มง่ายก็ค่อยๆลดทอนความเป็นตัวเองไปทีละนิด... มึงเริ่มสร้างกำแพงระหว่างตัวเองกับคนอื่น มึงพยายามแสดงออกว่าตัวเองเข้มแข็ง ไม่แคร์คำพูดใคร มึงสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งๆที่ความจริงมึงก็แค่คนๆหนึ่ง มึงแคร์คำพูดคนอื่นมากแค่ไหนมึงรู้อยู่แก่ใจดี มึงแค่ซ่อนมันเอาไว้แล้วบอกคนอื่นว่าไม่เป็นไรเพราะไม่อยากเป็นคนแพ้ในสายตาคนเหล่านั้น"



"...."




"กูชอบในความ perfectionist ของมึงนะ มึงเป็นคนที่เจ๋งมากเวลาทำงานแถมจัดการอะไรได้ดี ทุกอย่างเป็นไปตามแพลนของมึง แต่มึงรู้มั้ยว่าตัวเองน่ะไม่มีความสุขในเรื่องอื่นๆเลย"




"...คะ คือ"




"จนน้องกลับมานี่แหละมึงถึงได้มีความสุข ถามว่ากูรู้ได้ยังไงน่ะหรอ"




"ย ยังไง"





"เพราะมึงไม่ได้โทรมาบ่นกับกูเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้มาหากูบ่อยๆเหมือนตอนมีปัญหา ไม่ใช่จะบอกว่ามึงลืมกูนะ เรายังคุยกันปกติเหมือนเดิม แต่กูเห็นความสุขเวลามึงยิ้ม เวลามึงโทรมาหากูเสียงมึงมันไม่ได้เศร้าแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว"




"...."




"มึงได้ออกไปดูหนัง ไปหาอะไรกิน ซื้อของเขาเพนท์เฮ้าส์ ไปเที่ยวทะเล ทุกอย่างที่มึงบอกกูว่ามึงอยากทำมึงได้ทำหมดเลยกับน้อง มึงมีความสุขและดูไม่ค่อยกังวลเหมือนเมื่อก่อน มึงเคยรู้ตัวบ้างหรือเปล่า"




"...."



"มึงไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้นะ กูไม่อยากมีเพื่อนเก่ง"



"...."


"กูอยากมีเพื่อนที่มีความสุขแบบตอนนี้มากกว่า"



"...."



"ดวงอาทิตย์ของมึงอาจจะเป็นน้องก็ได้... มึงพยายามหนี แต่รู้ใช่ไหมว่าโลกที่ไม่มีดวงอาทิตย์มันมืดมนขนาดไหน"




"กูรู้ ..แต่มึงไม่คิดบ้างหรอว่าบางทีเราก็พยายามเข้าไปอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป"



"...."




"ทั้งสว่างทั้งสดใส แต่ถ้าอยู่ใกล้เกินก็ทำให้เราร้อนจนหลอมละลายได้"





"...."




"จนบางทีมันก็ทำให้กูคิดว่ากูไม่ควรอยู่ตรงนั้น... กลับไปใช้ชีวิตเงียบๆหม่นๆของกูแบบเดิมน่ะดีแล้ว"






"แล้วน้องล่ะ ความรู้สึกของน้องมึงเอาไปไว้ตรงไหน"





"...."






"มึงรู้ว่าน้องคิดกับมึงแบบไหน น้องก็รู้ว่ามึงคิดยังไงแล้วมันจะไม่เสียใจแย่หรอวะ คนที่มันแคร์ที่สุดไม่บอกอะไรมันเลย"





"เพราะกลัวว่าเป็นแบบนั้นกูถึงไม่บอกไง  กูเชื่อว่าเวลาจะทำให้เราดีขึ้น"





"ถ้ามึงคิดแบบนั้นกูก็พร้อมซัพพอร์ตมึงอยู่แล้ว แต่ถ้ามึงลองแล้วมันไม่เวิร์คก็ควรหยุด มันไม่ได้ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น"





"อืม... ขอโอกาสให้กูได้ทำอย่างที่ตั้งใจเถอะ"





"กูขอให้เวลามันนานไม่มากพอที่จะทำให้ดาเนียลหยุดรอมึงก็แล้วกันนะ"





tbc.
ฮื่อออ งงๆกันไหมคะ ฉากสุดท้ายคือไม่อยากบรรยายมากแต่เน้นบทสนทนาระหว่างเพื่อน มินฮยอนเป็นคนที่รู้จักซองอูดีกว่าที่ซองอูรู้จักตัวเองซะอีก เราอยากให้ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจมุมมองซองอูมากขึ้น ความรักไม่ใช่องค์ประกอบเดียวในความสัมพันธ์ ด้วยอุปนิสัยแล้วพี่ซองอูจึงคิดซับซ้อนกว่าดาเนียลค่ะ ทั้งเรื่องความเป็นพี่น้อง(?) และด้วยความรักความสมบูรณ์แบบสุดโต่งก็เลยรู้สึกว่าสูญเสียความเป็นตัวเอง พี่มินฮยอนเลยบอกว่าจริงๆแล้วตัวตนของซองอูน่ะเป็นแบบตอนที่ดาเนียลกลับมาแล้วต่างหาก ฉะนั้นให้เวลาสักหน่อยพี่ซองอูก็เข้าใจเองค่ะ



ปล.ตอนหน้าดาเนียลจะเกรี้ยวกราดแล้วนะคะ ตั้งแต่แต่งมายังไม่เจอดาเนียลมุมนี้ใช่มั้ยล่าาา คอยดูนะคะว่าน่ากลัวขนาดไหน คนขี้เหวี่ยงอย่างพี่ซองอูจะรับมือยังไง จะแรงกลับมั้ยหรือจะยอมอ่อนลงแทน :)


ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ




#เกลียดเนียลอง
Thank you for your attention

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #753 Kawaiimm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 23:51
    หูย ตอนหน้าเนียลจะโหมดโหดหรอ แง้ คงโมโหที่พี่ซองอูจะไปตปท แล้วไม่บอกใช่มะ
    #753
    0
  2. #734 oscheek (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 10:37
    หน่วงจัง สงสารดาแนียลลลล พี่ซองอูอย่าใจร้ายน้า
    #734
    0
  3. #731 ongnielisreal (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 10:38
    ทั้งคู่จะสมหวังใช่ไหมคะ _*_
    #731
    0
  4. #730 Monkeyellow (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 14:31
    ซองูใจร้ายยย
    #730
    0
  5. #729 ykoxdiv (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 11:02
    ใจร้ายจัง ไม่แม้แต่จะบอกน้อง
    #729
    0
  6. #728 WannableOngNiel (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 09:52
    พี่ซองอู ไม่ไปๆๆๆๆๆ
    #728
    0
  7. #727 babubabu_u (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 17:58
    จนตอนนี้ก็ยังไม่บอกดาเนียล ดาเนียลควโกรธมากแบบมากๆแน่ๆ เห้ออ แต่ยังไงก็เคารพการตัดสินใจของซองอูนะ
    #727
    0
  8. #726 khaojaokj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 15:07
    น้องต้องโกรธพี่แน่ๆเลยอ่ะ พี่จะไปก็รีบบอกน้องหน่อยสิ
    #726
    0
  9. #725 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 12:21
    เอาละ น้องเกรี้ยวกราดแน่ๆ ซองอูไม่เอาดิ่ แง ;______;
    #725
    0
  10. #724 KDKS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 09:03

    แง้งไม่อยากให้ซองอูไปเยย รออ่านต่อนะคะ

    #724
    0
  11. #723 kittenO (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 04:17
    ซองอูจะไปละเหรอออ ฮือออ ตอนนีประทับใจมินฮยอนมากจริงๆ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างซองอูมาตลอดนะ
    #723
    0
  12. #722 Anon_H (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 02:39
    ไม่ไปได้มั้ยพี่ซองอู
    #722
    0
  13. #721 mim7012 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 02:00
    ฮื่อก็สมควรที่น้องจะเก้งกาดอ่าซองอูไม่ยอมบอกน้องซักทีอีกแค่สองวันเองฮึกๆๆๆๆๆๆ
    #721
    0
  14. #720 Sawaddeeda (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 14:02

    เหมือนมันจะดีแต่มันก็เศร้านะคะที่รู้ว่าซองอูจะทิ้งน้องไป ;_; ได้โปรดอย่าทิ้งเนียลเถอะนะซองอู

    #720
    0
  15. #719 Wouldyoulikesometea (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 12:34
    จะมีมั้ยที่อ่านฟิคเรื่องนี้แล้วไม่แคปหน้าจอ ทำไมมันตอนอ่านมันเหมือนโดนกดไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ยิ่งเขาได้จูบกันมันไม่ได้ดีใจอ่่ะ มันจุกว่าเขาจะรักกันได้มั้ย อินมาก!
    #719
    0
  16. #718 babubabu_u (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 06:37
    ทั้งดีแล้วก็หน่วงไปในเวลาเดียวกันเลย ;-;
    #718
    0
  17. #717 Bright sky (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 22:54
    ซองอูจะไปจริงๆเหรอคะ;-; แล้วเนียลกะน้องมินกุกละ เหงาเลยนะ แงงงง
    #717
    0
  18. #716 Monkeyellow (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:11
    มันดีจนน่าใจหายอะ ;-;
    #716
    0
  19. #715 Cqppx (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:15

    หน่วงมากเลยย ไม่อยากให้ซองอูหายไปไหนเลยย

    #715
    0
  20. #714 Kawaiimm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 14:41
    เหมือนจะดีแต่แอบหน่วงจัง พี่ซองอูนี่คือทำส่งท้ายก่อนจะหายไปชัดๆ เศร้ารอแล้ว;-;
    #714
    0
  21. #713 oscheek (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 09:44
    เขินไม่สุดเลย ฮืออออออ ถ้าดาเนียลรู้ว่าพี่ซองอูจะไปแล้ว จะรู้สึกยังไงนะ ไม่อยากให้เสียใจเลยย รอเค้าเปิดใจกันตั้ฃนานน
    #713
    0
  22. #712 khaojaokj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 09:07
    โง้ยยยยย แต่ก็ยังคงความหน่วงนิดๆ
    #712
    0
  23. #711 yp3tm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 05:17
    ไม่อยากคิดถึงอนาคตเลย ฮือ มีความสุขปนความเศร้า
    #711
    0
  24. #710 Anon_H (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 03:33
    บ้าจริงเราหยุดยิ้มไม่ได้เลย
    #710
    0
  25. #709 ykoxdiv (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 01:36
    หน่วงจริงๆอะ ซองอูก็เก่งเนาะเก็บความรู้สึกเก่งเชียว
    #709
    0