เกลียด ; HATE #NIELONG

ตอนที่ 23 : 22 : Please 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    30 ก.ค. 61

PART XXIII :   please


 





เส้นความอดทนของผมขาดผึงหลังจากที่รู้ความจริงเรื่องมินกุกและการพาเด็กคนนั้นกลับไปยังโซลด้วยกัน มันคงไม่แปลกนักหากพี่ชายจำต้องพาน้องชายไปใช้ชีวิตที่ดีกว่าเมื่อในอนาคตการอยู่ที่นี่อาจส่งผลเสียต่อตัวเด็กได้




แต่ผมไม่คิดว่าการรบกวนและการทำตัวเป็นภาระของคนอื่นเป็นสิ่งที่พี่ชายที่ดีควรทำเท่าไรนัก



ต่อให้มันเป็นเหตุผลในการดูแลน้องก็ตาม




ผมปฎิเสธดาเนียลไปในทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเอ่ยขออะไร แววตาผิดหวังถูกส่งมาอย่างชัดเจนหากแต่ผมไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับมัน ไม่รู้แหละ ผมไม่ขอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพราะทุกวันที่เป็นอยู่ถือว่าผมให้เขาล้ำเส้นเข้ามามากแล้ว






"นายก็ย้ายออกไปอยู่กับแม่และน้องของนาย ฉันขอบอกไว้เลยว่าครั้งนี้ฉันไม่ยอมแน่ๆ"




ผมพูดสวนไปในทันทีอย่างเสียงดังฟังชัด  ...และมันคงดังจนเกินไปเมื่อคุณพ่อและคุณแม่ของผมที่กำลังเดินออกมาตามได้ยินเต็มสองหู ....รวมไปถึงพ่อของดาเนียลและมินกุกเองด้วย




          ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ยิ่งทำให้ผมอึดอัดกว่าครั้งไหนๆ




"ฮะ ฮ ฮึก ทำไมพี่ซองอูต้อง ฮือ ตะโกนด้วย ท ทำไมพี่ซองอูต้องใจร้ายกับพี่ดาเนียล ด ด้วย!"
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ เสียงสะอื้นดังไปทั่วสวนหย่อมเล่นเอาผมหายใจอย่างยากลำบาก เหมือนตัวเองเป็นคนผิด ทั้งๆที่ความจริงผมต่างหากควรโกรธอีกฝ่าย




"มินกุก ฮึก ไม่ชอบเลย ไม่ชอบให้คนทะเลาะกันเลย ฮือ"
มองในแง่ดีว่าเจ้าตัวเล็กอาจไม่ได้ใส่ใจฟังที่ผมคุยกับดาเนียล ไม่ใช่สงสารแต่คิดว่าเด็กอายุเท่านี้ไม่ควรต้องรับผิดชอบปัญหาที่ผู้ใหญ่ได้ก่อไว้ 



          และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องของผมเหมือนกัน




ผมหันไปมองผู้ใหญ่อีกสามคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ภาพสะท้อนของดาเนียลเกิดขึ้นยามที่ผมได้สบตากับเขา ..ดวงตาเรียวรีและสีหน้าที่แสดงถึงความเสียใจอย่างไม่มีปิดบังทำให้ผมยิ่งไปต่อไม่ถูก




          ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นนะ




"ผมขอตัวก่อนนะครับ ไม่ทราบว่าผมสามารถพักที่ห้องไหนได้บ้าง"
ผมเอ่ยถามไปอย่างตัดบท 



"ห้องแรกติดบันไดเลยลูก"
เป็นคุณพ่อที่ตอบกลับมาในขณะที่คนอื่นตกอยู่ในความเงียบ




"เดี๋ยวผมพาไป"
ดาเนียลพูดเหมือนรู้ดีทั้งๆที่ตัวเองก็เพิ่งมาถึงที่นี่พร้อมกัน ผมไม่ได้ขัดอะไรเพียงแค่เดินนำอีกฝ่ายเข้าไปในตัวบ้าน ความอึดอัดระหว่างเราสองคนเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะไม่รู้จะคุยอะไรกันดี ถึงมันไม่ใช่ความผิดของดาเนียลตรงๆแต่ผมกลับไม่ชอบใจกับความคิดของเจ้าตัวเอาเสียเลย




          คิดว่าตัวเองแบกรับได้ทุกอย่าง เลยเอาปัญหาทุกอย่างมาแบกไว้ที่ตัวเอง




ผมกับดาเนียลต้องอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันเพราะอีกห้องถูกจัดไว้ให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ก่อนแล้ว พวกเราวางกระเป๋าสัมภาระที่แบกมาไว้ตรงมุมห้อง ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นเพราะเกรงว่าเสื้อผ้าของตัวเองจะทำให้ที่นอนสกปรก ก




          ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างเต็มรูปแบบ




"พี่ซองอู"




"...."
ผมเงียบ ไม่ได้ตอบหรือแสดงท่าทีอะไรแต่กำลังรอฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดต่อ





"ผมขอโทษ"




"...."





"ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวให้เป็นภาระของพี่ ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พี่ทำให้ทุกวันนี้พี่ต้องอดทนมากขนาดไหน"





"...."
ผมยังคงเงียบต่อไปแม้รู้ว่าดาเนียลกำลังเข้าใจผมผิด อันที่จริงผมไม่เคยคิดว่าเขาเป็นภาระเลยด้วยซ้ำแม้ในบางครั้งจะรู้สึกรกหูรกตาเวลาดาเนียลชอบเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้าน มันเป็นเรื่องเล็กน้อยแทบไม่มีความสำคัญอะไร แต่จะให้อธิบายก็คงไม่ใช่เรื่อง




          ดีเสียอีกจะได้ตัดความรำคาญออกไป




"ขอโทษที่สร้างความลำบากใจนะครับ ผมแค่ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อไป เวลาที่มีปัญหาอะไรก็เลยคิดว่าพี่จะเป็นคนที่ช่วยได้ ...เหมือนทุกๆครั้ง"



"...."



"เหมือนตอนที่รถผมโดนชน ถึงพี่จะไม่ได้มาหาแต่ผมรู้ว่าสุดท้ายแล้วพี่ก็ไปจัดการกับประกันให้"



"...."



"ตอนที่ผมเครียดเรื่องสอบพี่ก็คอยให้คำปรึกษา วิชาเลือกที่เรียนเหมือนกันพี่ก็เอาชีทติวมาให้"



"...."



"ไหนจะเรื่องงานที่บริษัท พี่ก็คอยสอนผมตลอด รู้มั้ยว่าผมโคตรอิจฉาพี่เลย ทำไมพี่ต้องทำงานเก่งขนาดนั้นด้วยวะ ผมอยากให้ตัวเองเก่งได้ครึ่งหนึ่งของพี่บ้าง อย่างน้อยพ่อกับแม่ก็จะได้ภูมิใจ"



"...."



"ก็เคยคิดว่าอยากเป็นน้องที่พี่ภูมิใจด้วยเหมือนกัน อยากเป็นคนในบ้านที่พี่กล้าพูดได้เต็มปากว่านี่ก็น้องของพี่"



"นาย.."




"ผมพูดจริงๆนะ สักวันหนึ่งผมจะเก่งให้ได้แบบพี่บ้าง  ...จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระของพี่อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้"



"...."



"แม่ง... ผมขอโทษจริงๆ"
ร่างสูงสบถพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้ตา ปลายจมูกแดงก่ำเพราะก่อนหน้านั้นเจ้าตัวก็คงร้องไห้มาพักหนึ่ง





          ในขณะที่ผมยืนนิ่ง ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำจะพูดออกไป



"..."




"ผมไม่รู้ว่าควรพาน้องไปอยู่ที่ไหน ผมไม่มีบ้านเลยถ้าไม่นับบ้านหลังใหญ่ซึ่งมันคงไม่ดีถ้าเอาลูกใครก็ไม่รู้ไปให้เขาดูแล ...เลยนึกถึงเพนท์เฮ้าส์เป็นที่แรก"



"...."



          ทั้งๆที่ผมควรจะดีใจเมื่อดาเนียลรู้ตัว


          กลายเป็นว่าผมกำลังรู้สึกแย่


          อยากอธิบายว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น


          ผมต่างหากที่ผิด ใช้คำพูดโดยไม่คิดถึงใจคนฟังบ้างเลย




"การเลี้ยงเด็กคนนึงไม่ใช่เรื่องง่าย นายก็น่าจะรู้"


"...."




"แล้วจู่ๆนายก็มาบอกว่าจะรับเลี้ยงเด็กคนนึงแถมยังพาเข้ามาอยู่ในเพนท์เฮ้าส์ เอาตรงๆฉันรับมันไม่ทันหรอก"




"....."



"นายเคยคิดบ้างไหมว่าตัวเองมีความพร้อมพอที่จะดูแลน้องหรือยัง การเลี้ยงเด็กคนนึงมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะดาเนียล"



"....."



"ฉันไม่รู้ว่าบ้านอื่นเป็นแบบไหน แต่สำหรับฉันเราต้องให้ความสำคัญกับเขามากกว่าตัวเราเอง"



"...."



"เราต้องเป็นคนที่ดีขึ้น พร้อมดูแลเขา ไม่ใช่รับเขามาดูแลแล้วทิ้งขว้างเขาเหมือนเป็นสิ่งของ"



"...."



"และฉันคิดว่านายยังไม่พร้อม"



"แล้วพี่จะให้ผมทำยังไง"


"...."


"พี่เป็นลูกคนเดียวพี่ก็พูดได้"


"...."



"แต่มินกุกเป็นน้องของผม  ...เขาเป็นครอบครัวของผม"



"...."



"ต่อให้ผมไม่ดีพอ แต่ผมเชื่อว่าจะไม่มีใครพร้อมดูแลเขาได้เท่าผมอีกแล้ว"



"...."



"ในชีวิตผมมีคนที่สำคัญอยู่ไม่กี่คนหรอก มินกุกเองก็เป็นหนึ่งในนั้น"



"เฮ้อ"



"และถ้าไม่ใช่ผม ...น้องก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว"




"แต่นายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกเรื่องก็ได้ไง นี่มันเป็นปัญหาของพ่อไม่ใช่ของนาย"




"แล้วพี่จะให้ผมทิ้งน้องไว้อย่างนี้เนี่ยนะ"



"เอาล่ะ"



"...."




"เมื่อมาถึงขั้นนี้ ....ฉันก็คงต้องลองคิดดูอีกที"
ผมเห็นแววตาที่มองมาส่องประกายราวกับมีความหวังเมื่อได้ฟังผมพูด




          ให้ตายเถอะ  ดาเนียลเริ่มทำให้ผมสูญเสียความเป็นตัวเองเข้าไปทุกวัน


          ผมกลายเป็นคนกลับกลอก ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่อนุญาต แต่ตอนนี้กำลังจะเอ่ยปากชวนให้เขาพาเด็กคนนั้นเข้ามาอยู่ด้วย




"หมายความว่ายังไง"




"แค่ชั่วคราว ฉันให้เวลานายแค่เดือนเดียว...หลังจากนั้นนายต้องหาที่อยู่แล้วย้ายออกไปพร้อมเด็กคนนั้น"




"ขอบคุณนะ  ขอบคุณพี่มากจริงๆ"
จู่ๆแขนแกร่งก็ดึงผมให้หายเข้าไปในอ้อมกอด มือทั้งสองกระชับเข้าหากันยิ่งทำให้ลำตัวของเราทั้งคู่แนบชิดยิ่งขึ้น ด้วยความที่ผมเตี้ยกว่าดาเนียลไม่กี่เซ็น ลมหายใจอุ่นๆจึงรดลงที่ต้นคออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าเรียวกดลงบนไหล่ของผมเบาๆพลันส่งเสียงอู้อี้ที่พอจะจับใจความได้ว่า...




"ขอบคุณที่พี่ให้โอกาสน้อง เรามาเลี้ยงมินกุกด้วยกันนะ"




_________________________________________________



"ขอบคุณมากๆเลยนะครับคุณซองอุค คุณมินอา"



"คนกันเองครับคุณดงซู ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรติดต่อผมไปได้ตลอดเลยนะ"



"แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้วครับ เดินทางปลอดภัยนะ"



"ปะป๊า มินกุกไปก่อนน้า"



"ครับลูก แล้ววันไหนพ่อจะบินไปเยี่ยมนะ"
ผู้เป็นพ่อเอ่ยสัญญาลอยๆที่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงไหม นาทีนี้เขาหวังเพียงแค่ลูกชายคนเล็กจะได้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ เป็นเด็กที่ดีตามรอยพี่ชายของเขา



"ผมลาแล้วนะครับคุณอา"



"ขอบคุณนะซองอู ...อาไม่รู้จะตอบแทนเราด้วยอะไรเลย"



"ไม่เป็นไรครับ"



"ถ้าอย่างนั้นอารบกวนด้วยนะ วันไหนต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกดาเนียลได้เลย สิ่งที่อาพอจะตอบแทนให้เราได้ก็คงเป็นการตอบแทนโดยลูกชายคนโตของอานี่แหละ"



"ครับ"



"พ่อ"



"ไปแล้วนะ ...เราต้องได้เจอกันอีกนะ"



"พ่อก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน"





___________________________________________


พวกเราบินกลับก่อนกำหนดเพราะองซองอุคติดประชุมด่วนที่เกาหลี ยังโชคดีที่พ่อของดาเนียลทำเอกสารเตรียมไว้ให้มินกุกเรียบร้อยแล้วจึงถือโอกาสบินกลับมาพร้อมกันเลยเพราะเกรงใจพ่อดาเนียลหากอยู่ต่อ ดาเนียลโทรบอกแม่ของตัวเองเรื่องมินกุกทั้งยังให้ท่านซื้อ car seat มาเตรียมไว้ให้น้องชายต่างมารดาที่หลับปุ๋ยอยู่บนตักเขาในขณะนี้



"พ่อบอกว่าเดี๋ยวเย็นนี้จะเข้ามาหา"



"ครับ"



"แล้วแม่ของนายจะเข้ามาเมื่อไร"



"น่าจะเข้ามาพร้อมกันนะ"
ผมตอบพลางหยิบสัมภาระออกจากตัวรถ การอุ้มเด็กไปพร้อมกับแบกกระเป๋าเดินทางทำให้ผมเดินไม่ค่อยสะดวกนัก และพี่ซองอูคงคิดแบบเดียวกันจึงแย่กระเป๋าในมือผมไปถืออย่างไม่บอกไม่กล่าว




ทันทีที่พวกเรามาถึง ผมก็พาเจ้าตัวแสบเข้าไปนอนในห้องนอนผมแล้วจัดการกับเสื้อผ้าในกระเป๋าให้เรียบร้อย การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเวลานานทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียจนผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้




"พี่"
ผมได้ยินเสียงเรียกแว่วๆ ราวกับฝันอยู่



"พี่ดาเนียล"
แต่แรงสะกิดเบาๆที่ต้นแขนก็ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป




ทันทีที่ลืมตา ภาพปรากฏตรงหน้าคือดวงตาใสแจ๋วกำลังมองมายังผม ใบหน้าขาวเนียนส่งยิ้มให้พี่ชายตัวโตซึ่งเอนกายอยู่บนเตียงจนดวงตายิ้มหยี พวงแก้มขึ้นสีระเรื่อเพราะอากาศในห้องคงหนาวเกิน เหมือนเจ้าของห้องจะเข้าใจดีจึงลุกขึ้นไปลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศก่อนหันมาสนใจมินกุกที่นั่งรออยู่



"ตื่นนานหรือยังครับ"
ฝ่ามือหนาลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มเล็กๆปรากฏที่มุมปากอย่างไม่นึกสงสัย




"พอมินกุกตื่นแล้วก็ปลุกพี่ดาเนียลเลย เพราะมินกุกเหงา"



"ฮ่าๆ"



"มินกุกอยากออกไปเล่นกับพี่ซองอู"



"คงไม่ได้หรอกครับ พี่ซองอูกำลังหลับอยู่ถ้าไปกวนเดี๋ยวพี่ซองอูจะไม่สบายนะ"



ร่างสูงจูงข้อมือเล็กให้เดินออกมายังครัว เวลานี้น้องของเขาน่าจะหิว ตัวเขาเองก็เกือบลืมไปเสียสนิทเพราะปกติเวลาทานข้าวของเขามักจะยืดหยุ่นตามโอกาส




"โอ้โห บ้านพี่ซองอูใหญ่กว่าบ้านของปะป๊าอีก"
ดวงตาคู่โตฉายแววตื่นเต้นเมื่อเท้าทั้งสองเดินสำรวจไปทั่วๆ ยกไม้ยกมือขึ้นชี้ไปตามผนังและของใช้ต่างๆอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน



          ความสดใสของมินกุกเป็นสิ่งที่ผมจะพยายามรักษาเอาไว้



          ให้มันอยู่กับน้องนานที่สุด เท่าที่คนเป็นพี่จะทำให้ได้



"ใหญ่ขนาดนั้นเชียว ว่าแต่มินกุกชอบมั้ยครับ"



"ชอบสิครับ มีสระว่ายน้ำให้มินกุกเล่นด้วย เหมือนที่โรงเรียนเลย"
มือป้อมชี้ไปยังสระว่ายน้ำฝั่งตรงข้าม กระจกใสทำให้พวกเรามองเห็นทิวทัศน์ด้านนอก แสงแดดกระทบลงบนคลื่นน้ำสีอมฟ้าเป็นประกายสะท้อนเข้าตาจนผมรู้สึกพร่ามัว



"โห ตัวแค่นี้ว่ายน้ำเป็นแล้วหรอเนี่ย"
แล้วเสียงนุ่มๆของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมา หันไปมองก็พบกับเจ้าของบ้านที่เดินตรงมายังเจ้าตัวเล็กข้างๆที่ส่งยิ้มกว้างกลับไป



"เป็นแย้ว พี่ซองอูมาว่ายแข่งกันมั้ย มินกุกว่ายน้ำเก่งน้า"
คนขี้โม้ยกแขนทั้งสองข้างแล้ววาดเป็นวงจากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อสมมติท่าทางการว่ายน้ำของตน มันน่ารักเสียจนเรียกรอยยิ้มให้กับร่างบางได้




"ขู่ซะพี่ไม่กล้าแข่งด้วยเลย มินกุกแข่งกับพี่ดาเนียลแทนแล้วกันเนอะ"




"ได้เลยครับ แต่ตอนนี้มินกุกหิวข้าวมากๆ พี่ซองอูมีขนมให้มินกุกบ้างมั้ยงะ"




"ไม่มีหรอกขนม เป็นเด็กต้องกินของมีประโยชน์สิ"




"แล้วเป็นผู้ใหญ่ถึงจะกินขนมได้หรอครับ"
ผมหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นพี่ซองอูโดนเจ้าตัวน้อยยิงคำถามกลับ สายตาคมตวัดมองเจ้าของร่างสูงอย่างคาดโทษ



"เป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ควรกินครับ เดี๋ยวเรามากินข้าวกันดีกว่าเนอะ"





มื้อแรกของพวกเราสามคนเริ่มต้นขึ้นอย่างทุลักทุเล พี่ซองอูจัดเตรียมอาหารอยู่ในครัวส่วนผมก็ง่วงกับการประกอบเก้าอี้เด็ก มินกุกอยู่ในวัยกำลังโตแต่ก็ยังขัดคำสั่งบางอย่างอยู่ อย่างเช่นอาหารที่พี่ซองอูทำมาให้มินกุกก็ไม่ยอมทาน เจ้าตัวให้เหตุผลว่าอยากทานอย่างอื่นมากกว่า และแน่นอนว่าเป็นผมเองที่เริ่มดุเขา ต่างจากพี่ซองอูซึ่งเข้าใจมินกุกได้ดีกว่า




          จริงอย่างที่พี่ซองอูบอก



          เขาอาจเป็นพี่ที่ไม่ดีพอ



          แต่ผมเชื่อว่าพี่ซองอูจะเป็นพี่ที่ดีให้กับมินกุกได้




พี่ซองอูให้เหตุผลกับเจ้าตัวดื้อว่าในตู้เย็นไม่มีของอย่างอื่นแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้จะพาออกไปซื้อของที่มินกุกต้องการ น้องดูเข้าใจดีทั้งยังแบ่งอาหารให้พวกผมด้วยเพราะกลัวพี่ๆหิวกัน จนพวกเราได้แต่ขำกับความน่าเอ็นดู



"นาย.."



"...."



"ดาเนียล มองอะไร!"
ผมสะดุ้งโหยงเมื่อคนที่โดนแอบมองไหวตัวทัน ใบหน้าคมจ้องผมกลับก่อนยกมือขึ้นสำรวจใบหน้าตัวเองราวกับว่ามีอะไรผิดปกติ




"ครีมซอสมันติดตรงหน้าพี่อะ"
คนแก่กว่าชะงักไปครู่หนึ่งยามที่ปลายนิ้วโป้งของผมสัมผัสตรงมุมปาก ไล้เช็ดคราบครีมซอสที่เปรอะอยู่เล็กน้อยแล้วป้ายมันลงบนชายเสื้อตัวเอง แอบเห็นสายตาคมหลุบต่ำตอนที่ผมเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้



          เหมือนแก้มของพี่ซองอูจะขึ้นสี ถ้าผมไม่ได้ตาฝาดไป



"เอาไปเช็ดแบบนั้นได้ยังไง สกปรก!"
คนสะอาดบ่นอุบอิบก่อนหันไปสนใจมินกุกที่สะกิดเรียกอยู่นานแล้ว นาทีนี้พี่ซองอูดูมีความสุขกับมินกุกมากกว่าพี่ชายแท้ๆอย่างผมเสียอีก ใบหน้าคมยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



          ผมยิ้มให้กับภาพตรงหน้า




          นึกขอบคุณที่มีพี่ซองอูอยู่ด้วยกันแบบนี้





50% is loading



______________________________________________





"นายจะให้น้องนอนที่ไหน"
ซองอูที่โผล่จากประตูห้องนอนชั้นล่างมาแค่หน้าเอ่ยถามอีกฝ่ายหลังพามินกุกไปอาบน้ำปะแป้งเสร็จเรียบร้อย



          ที่ถามไม่ใช่ว่าอยากพามินกุกขึ้นไปนอนด้วย


          แต่เขากลัวดาเนียลนอนทับน้องต่างหาก



"ก็ต้องนอนกับผมสิ นี่น้องผมนะ"
ใบหน้าเรียวกดจมูกลงบนแก้มยุ้ยสองสามทีแล้วนอนฟัดน้องชายต่อหน้าต่อหน้าเจ้าของบ้านที่มองตามอย่างอิจฉา



          ดาเนียลรู้ว่าพี่ซองอูต้องการอะไร


          ไม่มีทางซะหรอก



"แต่นายตัวใหญ่"



"แล้ว"
ดาเนียลไม่สนใจคำค้าน ฟังดูก็รู้ว่าพี่ซองอูอยากชิงตัวมินกุกไปแทบแย่ เขาเลยกอดเด็กน้อยไว้แน่น



"มินกุกครับ ขึ้นไปนอนกับพี่ซองอูข้างบนดีกว่า บนเพดานน่ะมีดาวติดอยู่ด้วยนะ"




          ดูท่าพี่ซองอูจะตกบ่วงมินกุกไปเสียแล้ว



          ส่วนมินกุกก็ถูกพี่ซองอูซื้อไปแล้วเหมือนกัน




          เพราะเขาเห็นดวงตากลมโตส่องประกายยามที่ได้ยินคำเอ่ยชวน




"แต่มินกุกสัญญาว่าจะนอนกับพี่ดาเนียลแล้วนะ"
ถามน้องชายที่นอนหัวเราะคิกคักเพราะเขาใช้นิ้วจิ้มเอว เจ้าตัวดิ้นไปมาก่อนดันตัวเองออกมาจากผ้านวมผืนหนา




ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยคราบแป้งขาวมองพี่ชายสองคนสลับกันไปมาอย่างลำบากใจ




"มินกุกอยากไปดูดาวกับพี่ซองอู ...แต่   แต่ว่ามินกุกไม่อยากทิ้งพี่ดาเนียล"




"งั้นมินกุกขึ้นไปดูดาวกับพี่ซองอูก่อนดีมั้ย แล้วพี่ดาเนียลจะขึ้นไปรับเรามานอนกับพี่นะ"
ร่างสูงถามความเห็นของเจ้าตัวน้อย แต่ได้รับกลับมาเพียงการส่ายหน้าปฏิเสธ




"ทำไมล่ะครับ มินกุกเบื่อพี่แล้วหรอ"
ยังไม่ทันที่ดาเนียลจะได้แสดงฝีมือการแกล้งร้องไห้เรียกร้องความสนใจ เสียงแหลมเล็กของคนข้างๆก็ดังขึ้นก่อน




"ไม่ใช่น้า แต่ว่ามินกุกอยากให้พี่ดาเนียลไปดูดาวด้วยกัน แล้ว.."



"...."



"มินกุกก็อยากนอนกับพี่ซองอูและก็พี่ดาเนียลด้วย"




          ฉิบหายละ


          ดาเนียลคิดในใจ




"ได้สิครับ"



          มินกุกเงียบ


          ดาเนียลไม่ได้พูดอะไร


          แน่นอนว่าเสียงนั้นเป็นขององซองอู




"บ้าไปแล้ว"
คนเด็กกว่าได้รับสายตาที่มองมาเป็นเชิงตำหนิหลังสบถกับตัวเอง แขนเรียวรั้งร่างเล็กเข้าไปหาตัวก่อนจูงมือพาแขกคนใหม่ให้เดินตามไปยังห้องนอนซึ่งมีดาเนียลเดินตามไปติดๆ ทั้งที่ปกติเค้าไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ขึ้นไปเท่าไรนัก



บานประตูถูกเปิดออกเผยให้เห็นห้องนอนขนาดกว้างซึ่งตกแต่งและจัดวางของเป็นระเบียบเช่นเคย ร่างบางอุ้มเด็กน้อยให้นอนลงบนเตียงกว้างก่อนดึงผ้าห่มคลุมทั่วตัว



ดาเนียลไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนขนาบร่างเล็กอยู่ฝั่งขวา เขาจึงเลือกอ้อมไปด้านซ้ายก่อนเอนกายลงไปตามๆกัน มือใหญ่เอื้อมดึงชายผ้าห่มให้มาถึงตัวพลางลูบผมคนที่นอนอยู่ตรงกลางอย่างนึกเอ็นดู



          เด็กก็เหมือนผ้าขาว



"ไหนดาวล่ะครับพี่ซองอู"


ไฟในห้องดับลงทำให้พวกเขาเห็นแสงสว่างจากดวงดาวบนเพดานซึ่งแปะคละกันไปหลากหลายขนาด ดาเนียลก็พึ่งรู้ว่าพี่ซองอูหาอะไรแบบนี้มาติดไว้ วงแขนแกร่งยกขึ้นชี้ให้คนข้างๆดู ดวงตาคู่โตมองตามไปยังปลายนิ้วพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความประทับใจ



"สวยมากเลยยย"
มินกุกลากเสียงยาวแถมยังทำเอฟเฟกต์กับตัวเองอีก



"ถ้าชอบก็มานอนห้องนี้ได้นะ"
เป็นซองอูที่เริ่มทำคะแนนนำไปก่อน



"ชอบมากเลยค้าบบบ มินกุกชอบนอนดูดาว"



"พรุ่งนี้พี่ไปซื้อมาติดบ้างดีกว่า มินกุกชอบใช่มั้ย เดี๋ยวพี่ซื้อมาเยอะๆเลย"
ดาเนียลไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ รีบทำคะแนนตีตื้นไปตามๆกัน



"ดาวอันนั้นชื่อว่าอะไร"
นิ้วเล็กๆยกขึ้นชี้ไปยังเพดานด้านบน เด็กน้อยที่ไร้เดียงสาไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเพียงสารเรืองแสงไม่ใช่ดวงดาวจริงๆ



"ดาวลูกไก่"
ดาเนียลนึกอะไรไม่ออกจึงโพล่งไปส่งๆ เด็กวัยนี้มักขี้สงสัยและต้องการคำตอบ



"อ๋ออ เหมือนที่ปะป๊าเคยเล่านิทานให้มินกุกฟังเลย"



"อ่า มินกุกชอบฟังนิทานหรอครับ"
เป็นซองอูที่ถามไปบ้าง



"ชอบสิครับ ปะป๊านะมีนิทานเยอะมาก"



"...."



"งั้นพี่เล่านิทานให้ฟังบ้างดีมั้ย"



"เล่าเลยๆ มินกุกรอฟังพี่ซองอูอยู่นะ"




"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... โอไรอัน ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความรักระหว่างเทพโพไซดอน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเล และยูเรียล ราชินีแห่งลุ่มน้ำอะเมซอนผู้เป็นมนุษย์"


"...."


"โอไรอันเติบโตขึ้นเป็นนายพรานหนุ่มรูปร่างงามสง่า กล้าหาญ และมีสามารถเหนือมนุษย์ทั่วไป ด้วยฝีมือที่ไม่เป็นรองใครทำให้โอไรอันสามารถเอาชนะสิงโตตัวโตๆ ได้ไม่ยาก"



"โห โอไรอันนี่เก่งจังเลย"



"ท่านพ่อท่านแม่จึงมอบของขวัญเป็นสุนัขตัวใหญ่ให้เป็นเพื่อนโอไรอันยามออกไปล่าสัตว์ ซึ่งโอไรอันตั้งชื่อเจ้าสุนัขคู่ใจของเขาว่าซีรีอุส”



"....."



"โอไรอันและซีรีอุสออกเรือไปผจญภัยในทะเล กระทั่งเดินทางมาถึงเกาะคริส ที่นี่เขาได้พบกับหญิงสาวผู้เลอโฉมนามว่าอาร์ทีมีส”




"...."


"...."


"มินกุก.."


"...."


"น้องหลับแล้วอะ"
เสียงทุ้มกระซิบเบาๆก่อนก้มลงดูคนตัวเล็ก ลมหายใจสม่ำเสมอกับท่านอนนิ่งทำให้ดาเนียลมั่นใจว่าน้องชายเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว  ริมฝีปากหนากดลงบนหน้าผากเด็กน้อยอยู่สองสามทีราวกับเป็นการบอกฝันดีส่งท้ายคืนนี้



"อ้าว งั้นก็ไม่ได้ฟังนิทานเลยสินะตัวแสบ"



"โห นิทานชื่อโคตรยากเด็กที่ไหนจะไปจำได้ โอไรอันอะไรก็ไม่รู้"
ดาเนียลบ่นอุบ นิทานสำหรับเด็กในความคิดเขาต้องเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน เรียกจินตนาการเด็กๆได้ รวมไปถึงมีชื่อที่ง่ายต่อการจดจำ



"แสดงว่านายไม่รู้จักดาวนายพรานสินะถึงได้พูดแบบนี้"



"ใครจะไปจำได้ล่ะ โตๆกันป่านนี้ก็ลืมไปบ้างแหละ"
ร่างสูงหัวเราะในลำคอก่อนเงียบลงเพราะนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนที่หลับอยู่



"...."



"แล้วทำไมพี่ถึงเอาดาวพวกนี้มาติดล่ะ ชอบหรอ"
เขาชี้ขึ้นไปยังหมู่ดาวเรืองแสงบนเพดานอีกครั้งพร้อมถามเสียงค่อย



"อืม มองดาวก่อนนอนแล้วเพลิน ทำให้หลับฝันดีตลอดเลย"



"อาฮะ"



"รู้สึกผ่อนคลาย แล้วก็หลับไปแบบไม่ต้องคิดอะไรมากด้วยล่ะมั้ง"



"งั้นถ้าผมดูแล้วจะนอนหลับฝันดีใช่มั้ย"



"อาจจะช่ว-  ดะ เดี๋ยว!"
ริมฝีปากบางถูกปิดไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นของร่างสูง เจ้าตัวบอกให้ซองอูเงียบลงเพราะกลัวมินกุกที่นอนอยู่ระหว่างพวกเขาจะตื่น ดาเนียลตะแคงตัวไปหาผู้เป็นพี่ เท้าแขนมองอีกฝ่ายแล้วโน้มกายเข้าไปใกล้  ไหล่กว้างกับใบหน้าเรียวบังแสงจากดวงดาวบนเพดานจนหมด สิ่งที่เขาเห็นจึงมีเพียงแค่ดวงตาสีเข้มกับร่างหนาๆของอีกคน


          ใบหน้าของดาเนียลอยู่ห่างจากซองอูแค่ไม่กี่คืบ


          แววตาซุกซนกำลังจ้องคนด้านล่างอย่างไม่เกรงกลัว  ในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความประหม่า


           ใกล้จนลมหายใจอุ่นรดกัน


          ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักอยู่ในอก


          มือเรียวเผลอกำผ้าห่มแน่น เท้าทั้งสองเหยียดตรงเหมือนเด็กกำลังหวาดกลัว


          อย่างกับฝันร้ายกลางดึก  แต่ไม่น่าจะใช่ฝันร้าย


          อยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของคนเด็กกว่าจนซองอูทำตัวไม่ถูก ใบหน้าเรียวเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ




"พี่บอกว่าดูดาวก่อนนอนแล้วจะฝันดี"
ดวงตาหรี่ลงพร้อมริมฝีปากหนากระซิบเข้าที่ข้างหูเล่นเอาคนฟังหลับตาปี๋ ก่อนจะรู้สึกถึงใบหน้าที่ถอยห่างออกไป



ก้านนิ้วยาวสัมผัสลงบนแก้มเนียนอย่างช้าๆ
"รู้มั้ยว่าพี่ก็มีดาวอยู่เหมือนกัน"



ก่อนจะแตะย้ำที่จุดสามจุดบนแก้มซ้ายของซองอู
"มีตั้งสามดวงเลยแฮะ"



"...."
ลมหายใจขาดห้วงในยามที่แววตาของอีกฝ่ายสะท้อนเพียงใบหน้าของเขาอยู่ในนั้น



นิ้วยาวไล้ตามแก้มเนียนอย่างเนิบนาบ คลอเคลียอยู่อย่างนั้นก่อนถอนสัมผัสออกแล้วทิ้งตัวลงนอนเฉกเช่นเดิม




"เป็นดาวสามดวงที่สวยกว่าดาวบนเพดานเสียอีก"






หากคำพูดของพี่ชายเป็นความจริง
คืนนี้เขาต้องนอนหลับฝันดีกว่าใครๆ



__________________________________________________



"นายรู้มั้ยว่าเมื่อคืนน้องตื่นขึ้นมากลางดึก"
มือที่เทซีเรียลหยุดลงก่อนหันมาหาร่างสูงที่พึ่งนั่งลงหน้าเคาน์เตอร์ คังดาเนียลหลับลึกเกินกว่าจะเข้าใจจึงส่ายหน้าตอบกลับไปอย่างงุนงง



"ผมไม่เห็นรู้สึกตัวเลย"



"เฮ้อ คนอย่างนายนี่นะ ต่อไปนี้ให้มินกุกมานอนกับฉันก็แล้วกัน เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินจะได้รู้ตัว"



"โห ก็เมื่อคืนกว่าจะได้นอนตั้งกี่โมง เหนื่อยแทบแย่"



"แล้วทำไมถึงนอนไม่หลับ เมื่อคืนเราก็เข้านอนเร็วไม่ใช่หรือไง"



"ก็มัวแต่คิดถึงเรื่อ-"



"....."



"ไม่  คือก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ"
ไม่อยากบอกว่าเมื่อคืนเขามัวแต่คิดเรื่องพี่ซองอู



"อืม งั้นหรอ"
ร่างบางหันกลับไปเตรียมมื้อเช้าต่อโดยไม่เอะใจสักนิด



"พี่ดาเนียล มินกุกเสร็จแล้วว!!"
เสียงใสตะโกนดังลั่นพลางเดินออกมาในสภาพที่สวมกางเกงไม่เสร็จดี ร่างสูงเข้าไปจัดการแต่งตัวให้น้องชายจนเรียบร้อยแล้วจึงพามานั่งรอมื้อเช้าด้วยกัน



"อันนี้ของมินกุกนะ"
ร่างบางบอกพร้อมดันชามลายการ์ตูนไปยังคนตรงหน้า 



"ชามนี้ของนาย แล้วก็.. เดี๋ยวฉันออกไปทำธุระข้างนอกนะ"



"ไปทำอะไรหรอ"



"เอ่อ"
เสียงตอบแผ่วเบาจนเงียบไป ไม่รู้ทำไมองซองอูถึงได้ลำบากใจกับคำถามนี้



"ไม่เป็นไรๆ ผมแค่สงสัยเฉยๆเผื่อจะฝากพี่ซื้อขนมมาให้มินกุกบ้าง"



"เดี๋ยวฉันซื้อมาให้แล้วกัน อยู่บ้านก็ดูแลน้องดีๆ ระวังด้วยนะ"



"ครับ"


"...."
เขาควานหากุญแจรถในลิ้นชักก่อนจะเดินออกไป แต่ยังไม่ทันพ้นประตูเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง



"ขับรถดีๆนะ"



ใบหน้าขมวดมุ่นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทันทีโดยที่คนบอกไม่มีโอกาสได้เห็น




_____________________________________________



"นายจัดการเรื่องนี้เสร็จเมื่อไรค่อยว่ากัน"
ร่างสูงกรอกเสียงไปตามสาย อันที่จริงเขามีธุระสะสางแต่ต้องดูแลมินกุกเลยไม่สะดวกออกไปข้างนอก การคุยกันผ่านโทรศัพท์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด



"อีกไม่นานหรอก พี่ก็รอสักพักนึงแล้วกัน ว่าแต่จะให้เข้าไปหาไหม"



"ไม่ต้องหรอก นายก็รู้ว่าพี่ซองอูต้องไม่ชอบใจแน่ๆ"



"แต่ผมก็อยากเจอมินกุกบ้างนี่หว่า"



"ฉันบอกว่าไม่ต้อง"
เขายืนกรานคำเดิม ทำไมจะไม่รู้ว่าพี่ซองอูไม่ค่อยถูกชะตากับดงฮัน หากเขาอนุญาตให้ดงฮันมาหามินกุกที่นี่คงไม่ดีแน่



"เออๆ ไม่ไปก็ไม่ไป แต่ผมมีอะไรสำคัญจะบอกกับพี่ว่ะ"
ปลายสายเงียบเสียงไปทำให้ดาเนียลหวั่นใจอยู่ไม่น้อย



          ภาวนาอย่าให้เป็นเรื่องที่เขาคิดไว้



          อย่าให้มันแย่ไปกว่านี้ก็พอ




"พูดมา"



"คืองี้ เมื่อเช้ามีคนส่งจดหมายมาให้ผม ตอนแรกก็คิดนะว่าใครแม่งส่งมาว่ะ สมัยนี้แค่ e-mail มาก็ได้แล้ว"



"...."



"แต่มันเป็นจดหมายนิรนาม ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีชื่อเรื่องอะไรเลย"



"อาฮะ"



"แต่ข้างในนั้นมีจดหมายฉบับเล็กๆแนบมา"



"...."



"เขียนไว้ว่า 'คิมดงฮัน หากคุณยังให้นักสืบขอบคุณสะกดรอยตามคนของเราอีกผมจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่ อย่าลำเส้นเข้ามาอีก' "



"แล้วนอกจากนั้นมีอะไรอีกไหม"
ร่างสูงถอนหายใจยาว เป็นเรื่องที่เขาคิดเอาไว้ไม่ผิด



"ไม่มีแล้ว ผมจนปัญญาแล้วว่ะ ไม่รู้จะไปหาข้อมูลจากไหน ตอนนี้เลยสั่งให้นักสืบหยุดงานชั่วคราวเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยเขา แม่งเอ๊ย!"



"นายคิดว่ายังไง ฉันควรบอกพ่อดีไหม"



"อย่าพึ่งเลยพี่ ผมไม่รู้ว่าถ้าเราทำแบบนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ซองอูบ้าง"



"แต่เท่าที่เป็นอยู่มันก็ไม่ได้ดีเลยนะ"



"เอาไว้ถึงจุดที่มันไม่ไหวจริงๆผมว่าเราค่อยบอกจะดีกว่า"



"ระวังตัวก็แล้วกัน"



"อืม"



"แล้วถ้าเรารู้ว่าคนบงการเป็นใคร เราจะทำยังไงต่อ"



"แจ้งตำรวจเป็นวิธีที่ดีที่สุด"


"...."



"เงียบไมวะพี่"



"อย่าปล่อยไว้จนบานปลายก็แล้วกัน"



"...."



"เพราะถ้าพี่ซองอูเป็นอะไร ฉันจะโทษว่าเป็นความผิดของแก"




"เดี๋ยวนี้เป็นห่วงกันแล้วหรอ?"



          นั่นสิ



"...อ อะไร"



          แปลกดี


          จะบอกว่าไม่ห่วงเลยก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเป็นห่วงก็ไม่เชิง




"ก็ปกติพี่ไม่ค่อยถูกกับพี่ซองอูป่าววะ พูดแบบนี้ดูแปลกไปชิบ"




"เสือก"
เขาวางสายตัดความรำคาญจากอีกฝ่ายไป ก่อนจะเห็นว่ามีสายซ้อนเข้ามาโดยไม่รู้ตัว 




'องซองอู'


          สงสัยโทรมาถามเรื่องขนมแน่ๆ



"ครับพี่ซองอู"
ดาเนียลรับสายแล้วนึกเมนูโปรดของมินกุกไปพลาง



"นาย"
คนแก่กว่าเพียงเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเรียบ



"ฝากซื้อเยลลี่กับพุด-"



"มาหาฉันที่รพ. C หน่อย"
เสียงปลายสายเริ่มสั่นเล็กน้อย ไม่ต่างจากมือของเขาในขณะนี้



"พี่เป็นอะไร"



"รถ..."
แต่แล้วเสียงที่มีก็กลืนหายไป เหลือเพียงความเงียบกับใจของคนฟังที่เริ่มกลัว



          กลัวว่าพี่ซองอูจะเจ็บหนัก



          กลัวว่าพี่ซองอูจะโดนใครทำร้าย



          กลัวนู่นกลัวนี่ไปซะหมด เพราะไม่อยากให้คนตัวบางเจอเรื่องแย่ๆ



          ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตเขาได้มากขนาดนี้เมื่อไรกัน




"อ อะไร รถอะไรล่ะ?!"
เขาเผลอขึ้นเสียงใส่คนปลายสายเพราะลืมตัว นึกขอโทษแต่ไม่ได้บอกไป ทุกอย่างดูชักช้าไปเสียหมดสำหรับดาเนียล คนที่ต้องการรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากพี่ชาย




          ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่ตลอด




"จำที่ฉันเคยบอกนายเรื่องโดนสะกดรอยตามได้มั้ย"



"....."



"ฉันโดนรถคันนั้นปาดหน้าจนต้องหักหลบชนกับข้างทาง"



"...."



"ช ช่วยมาหาฉันที"



"10 นาทีผมจะไปถึง"



ร่างสูงไม่รอช้าคว้าเด็กน้อยขึ้นมาอุ้มในท่าที่ถนัด เขาจัดแจงปิดไฟและสวิตซ์ต่างๆให้เรียบร้อย ลิฟต์ของอาคารหรูใจกลางเมืองช้าลงไปถนัดตาเมื่อเขาต้องการไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด น้ำเสียงกระวนกระวายยังดังก้องอยู่ในหัว


"ช ช่วยมาหาฉันที"


 
          ปกติพี่ซองอูเคยขอร้องใครที่ไหนกัน ถ้าไม่ใช่เรื่องหนักจริงๆ



นับว่าเป็นโชคดีเพราะการจราจรในวันนี้ไม่ติดขัดเขาจึงไปถึงที่หมายตามเวลาที่กำหนด เยบินนั่งหน้าเครียดรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพราะเขาเป็นฝ่ายโทรไปบอก กำชับอย่างแน่นหนาห้ามไม่ให้พ่อและแม่ของพี่ซองอูรู้โดยเด็ดขาด




"ลูกนั่งรอพี่อยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวแม่พามินกุกไปเดินเล่นแถวๆนี้แล้วกัน"
มือเล็กเอื้อมไปกุมมือลูกชายเอาไว้ แววตาเป็นกังวลสะท้อนออกมาอย่างชัดเจน



"ทำไมแม่ไม่นั่งอยู่ด้วยกันล่ะครับ"



"ลูกก็รู้ว่าซองอูคงไม่ชอบใจเท่าไรถ้าออกมาแล้วเจอแม่น่ะ"



"อย่างนั้นก็ได้ ว่าแต่..."



"แม่เตรียมไว้ให้แล้ว"
เธอสวมกอดร่างสูงที่นั่งอยู่บนเกาอี้ตรงหน้า เจ้าลูกชายของเขาสีหน้าดูไม่ค่อยดีตั้งแต่มาถึงที่โรงพยาบาลแล้ว ความเหนื่อยล้าจากการทำงานรวมไปถึงดูแลเด็กตัวเล็กๆทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยได้พักผ่อนเท่าที่ควร ใบหน้าเรียวเกยไหล่ผอมพร้อมหลับตาลงเพื่อคลายความกังวลหลายๆอย่างออกไป 



"อยากเก่งได้เหมือนแม่จัง"



"ลูกของแม่เก่งอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เอง เนอะ!"
ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มจางๆก่อนมองคนทั้งสองเดินไปจนสุดสายตา แล้วเสียงเรียบที่เอ่ยเรียกก็ดึงความสนใจเขาไปได้อีกครั้ง





"ดาเนียล"

ร่างบางอยู่ในชุดเดิมกับเมื่อเช้า ต่างกันตรงที่มุมปากมีรอยแตก แก้มขวาที่เคยขาวเนียนขึ้นสีช้ำเป็นวงกว้าง รวมไปถึงแขนขวาที่เข้าเฝือกไว้ยิ่งทำให้คนมองใจเสีย



"เจ็บมากไหมเนี่ย"
เขาถามด้วยน้ำเสียงหยอกเล่นเพียงเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเครียดไปกว่านี้ เท้ายาวก้าวเข้าไปใกล้ สายตาคมไล่สำรวจตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมายันใบหน้าหงอยๆของอีกฝ่ายที่ช้อนตามองกลับมา ดวงตารื้นน้ำราวกับจะร้องไห้อยู่รอมร่อจนเขาต้องยกมือขึ้นลูบศีรษะอย่างแผ่วเบา




"...."
ร่างบางส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่ดาเนียลรู้ดีว่าอีกฝ่ายโกหก




"ไม่เป็นไรนะ"
มือที่ลูบอยู่บนศีรษะทุยยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนสังเกตเห็นว่าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา



"มะ มันน่ากลัวมาก มากๆ"
ดาเนียลถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน มองใบหน้าของคนเตี้ยกว่าแล้วรู้สึกผิดอยู่ในใจ ความหวาดกลัวถูกส่งออกมาผ่านน้ำเสียงสั่นเครือ มือซ้ายของซองอูกำเข้าหากันแน่น 



          ยิ่งเห็นก็ยิ่งโกรธ


          โกรธตัวเองที่ไม่ดูแลพี่ให้ดี


          ให้ตายเถอะ คังดาเนียลแทบบ้าไปแล้ว



"พี่ซองอู"


"...."


"เราไม่ควรกลับไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ ช่วงนี้มันไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย"



"...."



"คืนนี้พี่ไปนอนกับผมที่คอนโดนะ ผมให้แม่เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว"




tbc.
จะเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนจริงๆมันมีมานานแล้วค่ะ แต่เพิ่งได้ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เห็นได้ชัดเจนขึ้นก็ตอนนี้ พี่ซองอูกับดาเนียลเข้าใจกันดีขึ้น กล้าแสดงความรู้สึกต่ออีกฝ่ายมากขึ้นจนบางทีก็มากเกินคำว่าพี่น้องไปแหละเนอะ



ปล.ฉากโคมไฟใกล้มาแล้ว อุแง้ๆ

ขอบคุณและขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ




#เกลียดเนียลอง
Thank you for your attention



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #683 pa_rarin_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:00
    รอฉากโคมไฟนะคะไรท์อรุ่มๆๆ-,-
    #683
    0
  2. #661 oscheek (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 01:53
    เขินนนนนฮืออออออ รอวันที่เค้าเปิดใจคุยกันมานานมากกกกกกกก ชอบที่ได้ติดตามความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ ฮืออออ รอเฉลยปมด้วยนะ ะ
    #661
    0
  3. #660 Sawaddeeda (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 01:43

    สงสารพี่ซองอูไม่หยุดเลยอ่ะ ;-; ใครอ่ะคนที่จ้องจะทำร้ายซองอู โหววววฉากโคมไฟเนี่ยขอให้พี่ซองอูหายเจ็บก่อนนะคะ 555. เดี๋ยวมันจะลำบาก -///-

    #660
    0
  4. #655 นกนางแอ่น หวนกลับ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:02
    เขินนยนยยนนนยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
    #655
    0
  5. #652 _tanlowbatt_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 04:37
    ฮืออออออ ใครจะทำร้ายพี่ซองอู แดนดูแลพี่ดีๆ นะ ภาวนาให้ดงฮันสืบตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วเนอะ ส่วนฉากโคมไฟขอรออย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะค่ะ☺
    #652
    0
  6. #651 Monkeyellow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 19:31
    ดาเนียลลลช่วยดูแลพี่ซองอูด้วยนะ ไม่ปลอดภัยเลย
    #651
    0
  7. #650 korntaprit (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:32
    ใครปองร้ายพี่ซองอู ฮืออออออ
    #650
    0
  8. #649 0640074215 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 10:14
    เขินมากกกเขินมากกกกก
    #649
    0
  9. #648 Cqppx (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 09:00

    เขินนอ่านแล้วรู้สึกเอ็นดูไปหมดเลยฮือ

    #648
    0
  10. #647 ompso (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 07:35
    มีลูบหัวน่ารักละมุมเกินไปเเล้วชอบ
    ฉากโคมไฟนี้มันคืออารายย555
    #647
    0
  11. #646 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 06:27
    โง้ยยย เขิน ;-; ทำไมแดเนียลละมุนปานนี้คะ บิดเป็นเกลียวแล้ว ฮึก ;-;
    ป.ล.ฉากโคมไฟอัลไลคะ!!!!! กรี้ดดดดดดด
    #646
    0
  12. #645 ykoxdiv (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 04:54
    พี่ซองอูจะรู้ใจตัวเองแล้วแน่ๆเลย แดนละมุนมากๆๆๆๆๆๆ
    #645
    0
  13. #644 I AM NO ONE. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 02:16
    ทำไมถึงต้องตามซองอูอ่า คู่แข่งทางธุรกิจรึอะไร ถ้ายังไม่จัดการอะไรแดนก็ดูแลพี่ดีๆหน่อยนะ ;-;
    #644
    0
  14. #643 mim7012 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 00:03
    ฮือกลัวซองอูเป็นไรไปมากกว่านี้อะㅠㅠ แอบแปลกใจที่ซองอูโทรหาแดเนียลแทนที่จะโทรหามินยอนแปลว่าเชื่อใจแดเนียลมากเลยป้ะเนี่ย
    #643
    0
  15. #642 flydayzzz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 23:57
    โอ้ยยยย ขอให้เรื่องคนร้ายจบโดยเร็ว เป็นห่วงซองอู
    #642
    0
  16. #641 wayfareritz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 23:50
    ว้ายยนยย ฉากโคมไฟฟฟฟ เมื่อไหร่จะรักก๊านนนน
    #641
    0
  17. #640 บบตพ ♡ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 17:03
    ฮื่ออออ ปากว่างั้นงี้แต่เอาเข้าจริงก็ดูแลน้อง ฮืออออ แล้วที่มองพี่เค้าแล้วยิ้มนี่ยังไงคะแดเนียลลลล หือออ ;////;
    #640
    0
  18. #639 Monkeyellow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 15:28
    น่ารักมากๆเลยยย พ่อแม่ลูกมากๆๆ ㅠㅠㅠㅠ ความน่ารักของมินกุกต้องทำให้พี่ซองอู เปลี่ยนใจ
    #639
    0
  19. #638 Monkeyellow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 15:28
    น่ารักมากๆเลยยย พ่อแม่ลูกมากๆๆ ㅠㅠㅠㅠ ความน่ารักของมินกุกต้องทำให้พี่ซองอู เปลี่ยนใจ
    #638
    0
  20. #631 ykoxdiv (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 04:40
    มินกุกคือช่วยพัฒนาความสัมพันธ์เลยอะ น่ารักจังอย่างกับพ่อแม่ลูก อิอิ
    #631
    0
  21. #627 Sawaddeeda (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 13:14

    ประโยคที่แบบว่ามาเลี้ยงมินกุกด้วยกันนะคือแบบบบ....เขินมาก ยังกะปะป๊าไปง้อม๊าที่งอนกับบ้านมาเลี้ยงลูกด้วยกัน 555555

    #627
    0
  22. #626 thingthink8 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 08:09
    ซองอูคือปากร้ายปากไวแต่ใจดีจริงๆ
    #626
    0
  23. #625 frnyfurns (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 02:41
    ซองอูน่ะปากแข็งที่หนึ่ง!! ปากร้ายใจดี! ขอให้ซองอูใจอ่อนนะ สู้ๆแดเนียล!
    #625
    0
  24. #623 KDKS (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 00:06

    ซองอูน่ารักอะ อยากให้รักกันไวๆจัง คงน่ารักมากแง้

    #623
    0
  25. #622 mim7012 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:15
    พออยู่ไปเดือนนึงแล้วขอให้ซองอูใจอ่อนกับความน่ารักของน้องสาธุ๊ แดเนียลจะได้ไม่ต้องย้ายไปไหนนน
    #622
    0