เกลียด ; HATE #NIELONG

ตอนที่ 21 : 20 : tell me the truth 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 183 ครั้ง
    30 ก.ค. 61

PART XX :   tell me the truth







"นายอยู่ไหน"




"ผมออกมาข้างนอก พี่ซองอูมีอะไรหรือเปล่า"



"เปล่า ฉันกะจะชวนนายเข้าบริษัทซะหน่อยวันนี้ แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร"



"ขอโทษทีครับ"



ฝ่ามือใหญ่วางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะสีขาวภายในร้านอาหารอิตาเลี่ยนใจกลางเมือง จ้องมองเจ้าของใบหน้าหวานซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในชุดสบายๆแต่ดูดีเหมือนเดิม แพขนตาหนายิ่งขับให้ดวงตาคู่โตดูน่าจดจ้องไปเสียทุกอิริยาบถ ยิ่งไปกว่านั้นริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยเจื้อยแจ้วยิ่งเพิ่มความน่ารักของเจ้าตัวให้เพิ่มขึ้น



แต่สำหรับดาเนียลคงไม่ใช่ และไม่มีทางจะมองแบบนั้นได้อีก





"มีอะไรหรือเปล่าแดน"



"อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก พอดีคนที่บ้านโทรมา"



"อ่า มิน่าล่ะยิ้มกว้างเชียว"



"ฮ่าๆ ก็ปกติอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง"



"จริงสิ ปกติแดนยิ้มบ่อยนะ แต่ไม่ค่อยจะยิ้มกว้างขนาดนั้น"



"สงสัยเราจะอารมณ์ดีเกินไป ทานอาหารกันดีกว่า"



"ว่าแต่ วันนี้ที่ชวนเรามามีอะไรหรือเปล่า"



"อืม มีสิ"



"........."



"แต่ทานก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันจะไม่อร่อยเอา"




__________________________________________________________



"มาไม่บอกไม่กล่าวเลยนะมึง"
เสียงนุ่มเอ่ยทักทายเจ้าของร่างบางในชุดลำลองสีขาวสบายตา องซองอูทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างคุ้นเคยก่อนยื่นเค้กจากร้านโปรดให้เจ้าของห้องที่งงอยู่ไม่น้อย



"กูไม่ได้บอกให้ซื้อมาสักหน่อย"
เจ้าของเค้กส่งยิ้มให้บางๆแล้วเอ่ยตอบเหมือนเคย



"เออน่า รู้ว่ามึงชอบเลยแวะไปซื้อมาให้"




          ก็อย่างนี้แหละ เวลาองซองอูใส่ใจใครก็ดูแลคนนั้นดีจนน่าใจหาย




"แล้วมาหากูถึงห้อง มีอะไรหรือเปล่า"
เขาสบตาคู่คมโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้กล่าวปฏิเสธ ใบหน้าคมพยักรับก่อนเอ่ยปากชวนเพื่อนสนิทออกไปเที่ยวในวันมะรืน



          วันคล้ายวันเกิดของเขาเอง




"มะรืนนี้มึงว่างหรือเปล่า กูอยากออกไปเที่ยวสักหน่อย"




"ว่างอยู่ แล้ววันเกิดปีนี้ไม่กลับบ้านหรือไง"
ปกติซองอูจะกลับบ้านไปฉลองกับครอบครัวแล้วไปเที่ยวกับเพื่อนทีหลัง หรือไม่ก็ไปกับเพื่อนก่อนแต่ที่สำคัญคือวันเกิดทุกปีเจ้าตัวจะตรงดิ่งกลับไปหาพ่อแม่ น่าแปลกที่ปีนี้เจ้าตัวเลือกที่จะไปเที่ยวกับเพื่อนแทนการกลับไปหาครอบครัว



          ซึ่งเขาก็พอรู้เหตุผลอยู่บ้าง




"ไม่รู้ว่ะ ไม่ค่อยอยากกลับเท่าไร"
ใบหน้าคมเสมองไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการจับผิดจากมินฮยอน เขาน่ะรู้ดีว่ามินฮยอนอ่านใจเขาได้แม่นยำ รู้แม้กระทั่งเขาคิดอะไรและวางแผนทำอะไร มันก็ดีแต่บางทีเขาก็แอบเซ็งเพราะเขากลับจับทางเพื่อนรักไม่ถูกเลย




"งั้นไปแดกเหล้ามั้ยล่ะ ไม่ต้องไปไหนไกลหรอก"




"ก็ดีนะ ชวนเพื่อนมึงมาด้วย เดี๋ยวกูไปบอกแจฮวานก่อน"



"ดีล เดี๋ยวกูจองร้านไว้ให้เอง "
ร้านของเพื่อนในคณะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับปาร์ตี้วันเกิด อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้มีโต๊ะวีไอพีนั่งแบบไม่ถูกรบกวนจากคนอื่น เพราะนานๆทีซองอูจะอยากไปดื่ม แถมยังเป็นคนชวนเองเสียด้วย



"โอเค"
หมดเรื่องคุยแล้ว แต่ร่างบางก็ไม่มีทีท่าว่าจะกล่าวลาและขอตัวกลับ จนคนสูงโปร่งอดสงสัยไม่ได้ แววตาคู่คมดูมีอะไรปิดบังอยู่ และเขาต้องการจะรู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร



"ว่าแต่.."



"หืม"



"แน่ใจนะว่าที่จะพูดมีแค่นี้"
ตาคู่เรียวจ้องมองซองอูที่พยายามหลีกเลี่ยงการสบตาอย่างไม่ลดละ 



"เออ"



"อย่าโกหกกูซองอู"
น้ำเสียงจริงจังทำให้อีกฝ่ายยอมสารภาพ




"ไอ้สัส รู้แล้วก็อย่าจี้ดิวะ"
คนถูกต้อนส่งเสียงในลำคอด้วยความหงุดหงิด




"เร็วๆ"



"คือ"



"..."




"สามวันที่ผ่านมานี้ กูรู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตาม"






__________________________________________________________




'อย่าออกไปไหนคนเดียวบ่อยๆ'

'ถ้าเลือกได้คือไม่ต้องออกไปไหนเลย'

'เหงาก็กลับไปอยู่บ้าน ให้คนคอยขับรถให้'

'มีอะไรฉุกเฉินให้โทรหา'

'หรือไม่ก็บอกคังดาเนียล'


คำแนะนำจากมินฮยอนมีประโยชน์เสมอเว้นเสียแต่ประโยคสุดท้าย ริมฝีบางปากเม้มเข้าหากันแน่นเพราะตอนนี้สมองกำลังประมวลผลถึงทางหนีทีไล่หากตัวเองต้องเผชิญกับสถานการณ์เฉพาะหน้า เขาเป็นคนชอบวางแผนล่วงหน้าไว้เสมอเพราะคิดว่าการแก้ปัญหาแบบขอไปทีเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันทำ


มือเรียวหมุนพวงมาลัยเพื่อนำรถเข้าจอดในที่ประจำ พลันขาเรียวก็ก้าวลงและเดินเข้าอาคารไปอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าจะมีคนสะกดรอยตามอีก



เสียงเปิดประตูจากผู้มาใหม่เรียกให้คนในเพนท์เฮ้าส์หันมามองพร้อมกันอย่างอัตโนมัติ แทนที่ซองอูจะเป็นคนประหลาดใจมากกว่าเมื่อเห็นพ่อแม่ของตัวเองนั่งดูโทรทัศน์อยู่กับดาเนียลในเวลานี้



"กลับมาแล้วหรอลูก"
เสียงหวานของคุณแม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ร่างบางเดินเข้าไปหาก่อนสวมกอดด้วยความคิดถึง



"มาทำอะไรกันครับ"
คนเด็กกว่าถามคุณแม่ของตนโดยไม่แม้แต่จะสบตากับผู้เป็นพ่อ องซองอุคถอนหายใจก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา



ตั้งแต่วันนั้นเขากับซองอูก็ไม่ได้เคลียร์ปัญหา เรียกว่าไม่ได้คุยกันเลยจะดีกว่า



สงสัยเขาต้องเป็นคนโอนอ่อนไปเสียก่อน


"มาเยี่ยมลูกยังไงล่ะ"
ร่างบางสะดุ้งไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือกร้านเอื้อมมาลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของตน จนเจ้าตัวเผลอหลับตารับสัมผัสนั้นอย่างเนิ่นนาน เพราะตั้งแต่โตมา ถึงเขาจะสนิทกับพ่อก็จริงแต่ไม่ค่อยได้แตะเนื้อต้องตัวกันเท่าไรนัก



อ้อนเป็นแมวเลยแฮะ



กล่องความคิดของคังแดเนียลผุดขึ้นมาหลังจากเข้าไปหาอะไรดื่มเล่นจากโซนครัว พอออกมาก็เจอภาพของผู้เป็นพี่อ้อนพ่ออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน



          พี่ซองอูมุมนี้ก็น่ารักดี


          ถ้าไม่ใช่คนปากคอเราะร้าย และเพลาๆความดื้อลงก็คงจะดีไม่น้อยเลยแหละ



"คืนนี้พ่อกับแม่จะนอนที่นี่ด้วยนะ ลูกโอเคไหม"
อีมินอาถามความสมัครใจของลูกชายเพราะเขารู้ดีว่าซองอูเป็นเด็กที่มีโลกส่วนตัวสูง บางทีก็ดูเข้าถึงง่ายแต่บางครั้งก็ยากเกินจะเข้าใจ



"ได้สิครับ ไม่มีปัญหาเลย แต่ว่า..."



"แต่ว่าอะไร"



"แต่ว่าห้องนอนมีแค่ 2 ห้องนะครับ"



"โอ้! สบายมาก พ่อกับแม่นอนห้องเดียวกันอยู่แล้ว"


"..."


"อ้าวดาเนียล มานั่งข้างๆพ่อมา"


"ครับ"


"พ่อให้เวลาอีกครึ่งชั่วโมง อาบน้ำแต่งตัวแล้วเราออกไปหาอะไรกินกัน"



"ใช่จ้ะ แม่จองร้านอาหารไว้แล้ว ลูกต้องชอบมากแน่ๆซองอู มีแต่ของโปรดเราทั้งนั้น"



"อาหารที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าพ่อกับแม่ทำหรอกน่า"



"ถือว่าเลี้ยงฉลองวันเกิดล่วงหน้าไปเลยแล้วกัน เพราะอาทิตย์หน้าพ่อกับแม่ต้องบินไปสหรัฐอย่างที่เคยบอกลูกไว้"



"ครับ ผมทราบแล้ว"



"งั้นพ่อกับแม่ขอยึดห้องนอนเราเลยนะซองอู จะได้เอาสัมภาระไปเก็บไว้ กลับมาเหนื่อยๆจะได้อาบน้ำนอนเลย"



"แต่ว่า.."



"อะไรหรอจ๊ะ"



"ผมขอนอนกับพ่อกับแม่ได้ไหมครับ"



"นี่กะจะไม่ให้พ่อกับแม่มีเวลาอยู่ด้วยกันเลยหรือไง"



"ลูกก็ไปนอนกับน้องสิ"



"ไม่เอา/ได้ครับ"
ทั้งสองเสียงดังประสานกัน เรียกเสียงหัวเราะให้คนแก่กว่าอย่างห้ามไม่ได้ อีมินอาหันไปมองซองอูที่มีสีหน้าบึ้งตึงแล้วก็พบว่าดาเนียลกำลังหัวเราะชอบใจอยู่



"งั้นเอาตามนี้นะ"
องซองอุครีบสรุปก่อนแยกย้ายไปเปลี่ยนชุดสำหรับดินเนอร์คืนนี้




__________________________________________________________






"กลับห้องไปเลยนะ แม่จะล็อคประตูแล้ว"



คนตัวบางเดินคอตกหลังโดนปฏิเสธจากแม่ให้กลับไปนอนที่ห้องดาเนียล มือเรียวเอื้อมบิดประตูอย่างเบามือเพื่อไม่ให้รบกวนเจ้าของห้องพร้อมกับชุดนอน ของใช้และผ้าขนหนูหวังจะมาอาบน้ำที่นี่ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปเจ้าตัวก็ส่งเสียงโวยวายเพราะสายตากวาดมองความรกที่ปรากฏอยู่ภายใน


"นายนี่มันสกปรกจริงๆ"
เขาก้าวข้ามกองเสื้อผ้าใช้แล้วตรงไปยังประตูห้องน้ำแล้วจัดแจงของบนราวแขวน พร้อมกับบ่นอีกฝ่ายที่มีท่าทีลุกลนทันทีที่ได้ยินเสียงผู้เป็นพี่



"ไม่รู้นี่นาว่าพี่จะมานอนด้วย ไม่งั้นผมคงเก็บเรียบร้อยไปแล้ว"
แขนยาวเอื้อมเก็บของเป็นพัลวันเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงทนความไม่เป็นระเบียบแทบไม่ไหว ดาเนียลส่งยิ้มแห้งๆให้อีกคนซึ่งส่งสายตาตำหนิมาอย่างจัง



"เร็วๆสิ"


"พี่ออกไปนั่งรอที่โถงก่อนก็ได้ ขอเวลาสักพักเดี๋ยวผมออกไปเรียก"



"อืม"
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินออกมานั่งตามเจ้าของห้องบอก หยิบเครื่องมือสื่อสารกดโทรออกหามินฮยอนหวังคุยเล่นรอเวลา




"ฮัลโหล มีอะไรอีกครับมึง"


"กูจะโทรมาหามึงโดยไม่มีอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย"


"ก็แปลกๆอะสัส"


"ไม่มีอะไรหรอก กูแค่จะถามว่ามึงชวนเพื่อนมึงหรือยัง แจฮวานมันตอบตกลงกูแล้ว"


"ใจเย็นๆครับคุณซองอู รู้ว่าวันเกิดอยากเลี้ยงมากแต่ไม่ต้องใจร้อนก็ได้เนอะ"




บทสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างแลกเปลี่ยนหัวข้อพูดคุยรวมไปถึงเรื่องสัพเพเหระอย่างลมฟ้าอากาศ นานจนคนในห้องจัดข้าวของเสร็จพอดี



"พี่ซองอูเสร็จแล้วครับ โอ๊ะ!"
ร่างสูงยกมือปิดปากตัวเองเมื่อสายตามองไปเจอพี่ชายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่  ซองอูพยักหน้าเชิงรับทราบแล้วปัดมือให้อีกฝ่ายกลับเข้าไปก่อน



"เสียงใครวะ"


"จะมีใครล่ะ ดาเนียลไง"


"อ๋อ เออว่ะ จะพูดแล้วก็ลืมเลย น้องมึงนี่ร้ายฉิบหาย"


"อะไรวะ"


"มึงรู้ป่ะว่าเมื่อเช้าน้องมึงออกไปคุยกับจีฮุน"


"แล้ว"


"ไม่รู้ว่าพูดอะไร แต่จีฮุนร้องไห้ร้องห่มมาหากู กลับไปก่อนที่มึงจะมาแค่แปปเดียว"


"อืม"


"จีฮุนบอกว่า ดาเนียลสั่งไม่ให้เข้ามายุ่งวุ่นวายอีก ห้ามยุ่งกับมึงด้วย แต่น้องมันไม่ได้ลงรายละเอียดเพราะร้องไห้ซะก่อน"




ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป ทำไมเขาถึงดีใจที่ได้ยินว่าดาเนียลกำลังแสดงท่าทีปกป้องเขาอยู่



          แปลกจริงๆนั่นแหละ



เขาวางสายจากเพื่อนตัวดีก่อนเดินเข้าไปอาบน้ำตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แล้วก็พบเข้ากับสายตาแปลกๆจากอีกคนในห้อง


"...."


ไร้ซึ่งการพูดคุยจนเสียงเครื่องปรับอากาศดังก้องอยู่ในหู ร่างบางรีบเดินเข้าห้องน้ำไปเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เขาใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีในการทำความสะอาดร่างกายก่อนออกมาพร้อมกับชุดนอนลายตารางสีน้ำเงินเข้ม



สายตาคมเหลือบมองบนเตียงเพื่อดูว่าดาเนียลนอนอยู่บนนั้นหรือไม่ และนั่นก็ทำให้เขาผิดหวังอย่างยิ่งเพราะคนเด็กกว่ากำลังนอนกอดหมอนข้างแล้วหลับตาพริ้ม



          หลับตาในแบบที่เรียกกว่ากวนประสาท ไม่ใช่หลับจริงๆ



"ยืนอยู่ทำไมล่ะครับ ขึ้นมานอนด้วยกันสิ"
คนสูงกว่าตบมือลงบนที่ว่างข้างตัวแล้วหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาหงุดหงิดจากคนตรงหน้า ดวงตาคู่คมฉายแววขุ่นเคืองทั้งยังดึงหมอนหนุนและผ้าห่มของดาเนียลลงไปไว้ที่พื้น



"นายลงมานอนที่นี่ ฉันจะนอนบนเตียงคนเดียว!"
เขาสั่งโดยไม่ฟังเสียงท้วงใดๆ 



"โหอะไรอะ นี่มันห้องผมนะ"



"ถ้าอย่างนั้นฉันจะออกไปนอนข้างนอก แล้วจะบอกว่านายไล่ฉันออกมา"



"โตแบบนี้ยังทำตัวเป็นเด็กขี้ฟ้องอยู่อีกหรอ"
ดาเนียลต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่ยอมแพ้เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งกับคิ้วเรียวที่ขมวดมุ่น



          สนุกชะมัด เวลาได้แกล้งพี่ซองอู


          ใครจะไปคิดว่าเจ้าตัวจะมีมุมนี้กับเขาด้วย


          มุมที่ว่าก็คือน่ารักนั่นแหละ
 


"เอาเป็นว่าฉันจะนอนบนนี้ และนายต้องนอนที่พื้นเท่านั้น"



ร่างบางเอนตัวลงบนที่นอนในห้องที่เขาไม่ได้ย่างกรายเข้ามาเป็นเวลานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่เด็กคนนี้เข้ามาเขาก็ไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายเลยทั้งที่ปกติมักเข้ามาทำความสะอาด กลิ่นเทียนหอมที่ดาเนียลจุดให้ความรู้สึกที่ผิดแปลกไปจากบรรยากาศเดิมๆของเขา กลิ่นอ่อนๆจากเปปเปอร์มินต์ช่วยทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น ไม่เหมือนกลิ่นพีชที่อบอวลในห้องนี้ มันช่วยเรียกความสดชื่นให้กลับคืนมาได้อย่างดี 


มือเรียวดึงผ้าสีเข้มขึ้นมาห่มคลุมทั้งตัว เหลือไว้เพียงใบหน้าคมเพื่อให้มีอากาศหายใจ เอื้อมไปปิดโคมไฟหัวเตียงหวังเข้าสู่นิทราทว่าอาการแปลกที่กลับทำให้เขานอนไม่หลับ



ดาเนียลขดตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา ผ้าที่เขาเอามาปูนอนคืนนี้บางเกินจนทำให้ตัวเองเริ่มรู้สึกเมื่อยตัวและปวดหลังขึ้นมาบ้างแล้ว พยายามขยับหาท่านอนที่เหมาะจนเวลาจวนจะตีหนึ่งแต่ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางสักที ด้วยความกลัวว่าคนบนเตียงจะตื่นเขาจึงลุกขึ้นมานั่งหวังบรรเทาอาหารเมื่อยให้หายไปได้บ้าง



"ยังไม่หลับอีกหรอ"
เสียงนุ่มเอ่ยถามเบาๆยามเห็นเงาตะคุ่มอยู่บริเวณขอบเตียง ดาเนียลหันไปมองดวงตาคู่คมที่เป็นประกายแม้อยู่ท่ามกลางความมืดแล้วจึงส่งเสียงตอบรับในลำคอ



          เมื่อยขนาดนี้ใครจะนอนได้ลง



แน่นอนว่าเขาทำได้แค่นึกอยู่ในใจแล้วทิ้งตัวลงนอนต่อ อันที่จริงอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว ออกไปนอนดูบอลข้างนอกอาจจะสบายเสียกว่า ยังไม่ทันได้ตัดสินใจเสียงของอีกคนที่ยังคงนอนไม่หลับก็ดังขึ้น



"นายขึ้นมานอนบนนี้ไหม"
คนถามพูดเสียงอ้อมแอ้มราวกับกลัวว่าคนฟังจะได้ยิน 



ใบหน้าเรียวระบายยิ้มกว้าง นึกขำที่พี่ชายไม่กล้าเรียกเพราะกลัวเสียฟอร์ม  ..ใครว่าพี่ซองอูใจร้ายเขาขอเถียงขาดใจเลย




"ไม่เอา ถ้าผมขึ้นไปนอนพี่ก็ต้องลงมานอนพื้นอะนะ ปวดหลังเปล่าๆไม่ต้องเลย"
ถึงจะดีใจแต่ก็ต้องปฏิเสธไป หากตอบตกลงมีหวังอีกฝ่ายต้องลำบากมานอนพื้นแทนเขาแน่ๆ




"ไม่ใช่อย่างนั้น ...ฉันเอ่อ  หมายถึงว่านายขึ้นมานอนด้วยกันก็ได้ไง"




"เอาจริง"
เขาถามย้ำอีกครั้งให้คนตัวบางแน่ใจกับคำพูดตัวเอง แต่ก็ช้าไปเมื่อเจ้าตัวเขยิบมาตรงขอบเตียงฝั่งที่เขานอนอยู่ มือบางจัดการดึงหมอนผ้าห่มขึ้นไปโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด



          ดื้อแฮะ


ดาเนียลลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหย่อนกายลงบนฟูกนอนที่นิ่มกว่าพื้นเป็นไหนๆ ยกขาทั้งสองขึ้นมาเหยียดเต็มความยาวพลางดึงผ้าห่มจากข้างกายมากอดเอาไว้ หันไปมองอีกทีก็พบว่าพี่ซองอูเอาหมอนข้างมากั้นระหว่างเราไว้ถึงสองชั้น สงสัยกลัวว่าเขาจะไปรบกวนเวลานอนแน่ๆ



"นอนได้แล้ว"



"ขึ้นมานอนแบบนี้เดี๋ยวก็หลับ ว่าแต่พี่เถอะ.. ไม่คุ้นที่หรือไง"
เขาโพล่งถามไปทั้งๆที่ควรจะนอน แขนแกร่งยกขึ้นก่ายหน้าผากแบบที่ชอบทำ กวาดสายตามองเพดานห้องที่มืดสนิท มีเพียงแสงจากภายนอกเล็กน้อยที่เล็ดรอดเข้ามา เขาลอบมองเสี้ยวหน้าของผู้เป็นพี่ที่แสงตกกระทบ ใบหน้าคมรับกับสันจมูกโด่งและริมฝีปากบางที่เผยให้เห็นฟันเขี้ยวซี่เล็กนั้นดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ เขาไล่สายตามองจากสันกรามที่ขึ้นชัด ไล่ขึ้นไปยังกลุ่มดาวสามดวงจนถึงดวงตาคู่คมที่เบิกโตและจ้องเพดานอยู่เช่นกัน 



          มันเหมือนกับว่าดวงตาคู่นั้นมีอะไรดึงดูดความสนใจของเขาอย่างอธิบายไม่ได้


          เหมือนกับราตรีในยามวิกาลที่ประดับประดาไปด้วยมวลหมู่ดาวจำนวนมาก ส่องแสงระยิบระยับน่าค้นหาจนยากเกินจะห้ามใจ




"เปล่า ...ไม่คุ้นกลิ่นเทียนหอมต่างหาก"
เสียงขานตอบช่วยดึงสติให้หลุดจากภวังค์ เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่หลังจากเริ่มคิดว่าเมื่อกี้ตัวเองกำลังเพ้อฝันราวกับคนอ่านนิยาย เผลอคิดแบบนั้นไปได้อย่างไรก็ไม่รู้



"กลิ่นพีชไม่หอมตรงไหนกัน"



"ก็หอม  แต่มันให้ความรู้สึกคนละแบบกับเปปเปอร์มินต์"



"ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ลองอะไรใหม่ๆไง"
เจ้าตัวยังคงจ้องมองใบหน้าคมจนลืมไปว่าอีกฝ่ายอาจรู้ตัวได้ แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว



"อืม อย่าพูดมากได้ไหมรำคาญ"
ร่างบางตะแคงกายหนีไปอีกฝั่งเพราะเริ่มหงุดหงิดกับบทสนทนาที่รบกวนเวลานอน ไหนจะดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองเขาอย่างไม่ถอนสายตา



          ทำตัวไม่ถูก




มีเพียงความมืดที่ปรากฏชัดภายใต้ห้องสีเหลี่ยมขนาดกว้างหลังจากแสงไฟภายนอกทยอยกันดับลงไป เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งสองบ่งบอกได้ว่าพวกเขากำลังผ่านห้วงนิทราของคืนนี้ไปพร้อมๆกัน คงไม่มีอะไรน่าอึดอัดใจไปกว่าการนอนร่วมห้องกับคนอื่น แต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเมื่อคนอื่นกลับกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวของตัวเอง


60% is loading







__________________________________________________________


25 สิงหาคม

'Happy birthday'
'สุขสันต์วันเกิดนะ'
'HappyBday♥'
'ขอให้มีความสุขมากๆ'
'มีความสุขมากๆนะซองอู'



มือเรียวเล็กเลื่อนหน้าจอสัมผัสให้ขึ้นไปเพื่ออ่านข้อความต่างๆที่ส่งมาให้เขาเนื่องในวันเกิด รอยยิ้มเล็กๆปรากฏตรงมุมปากเฉกเช่นในยามที่เจ้าตัวอารมณ์ดี องซองอูอ่านตั้งแต่ข้อความล่าสุดไล่ไปจนถึงข้อความแรก ถึงมันจะเป็นเพียงข้อความสั้นๆแต่ก็ทำให้เขามีวันที่ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนที่ในชีวิตไม่ได้มีเพื่อนมากมาย แต่ทุกคนล้วนมีความหมายและสำคัญเสมอ



วันนี้คุณพ่อโทรมาหาเขาแต่เช้า ดูไทม์โซนเกาหลีแล้วจึงส่งความคิดถึงพร้อมคำอวยพรมาให้ลูกชาย คุณแม่ของเขาก็เช่นกัน แถมท่านทั้งสองยังกำชับอีกด้วยว่าคืนนี้อย่าดื่มเยอะ เมื่อกลับแล้วจะรีบมาหาและซื้อของขวัญเตรียมไว้ให้เรียบร้อย อันที่จริงซองอูไม่ได้ต้องการของขวัญหรืออะไรเนื่องในวันเกิด เขาโตแล้วและคิดว่าของแบบนั้นมันไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไป



ร่างบางใช้เวลาช่วงบ่ายทั้งหมดไปกับเอกสารกองพะเนินบนโต๊ะทำงาน จรดปลายปากกาลงบนกระดาษสีขาวแล้วเขียนข้อความครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือซ้ายเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือหลังเขาพบว่ามันสั่นมาพักใหญ่ๆแล้ว



Minhyun : จะออกหรือยังวะ
Minhyun : คืนนี้กูจะแดกไม่เยอะ
Minhyun : เดี๋ยวไปรับ
Minhyun : ไม่ต้องเอารถมา
Minhyun : ฉลองให้เต็มที่ไปเลย!

เออ : Seongwu
กูกำลังจะอาบน้ำแต่งตัว : Seongwu
มึงก็ออกมารอที่นี่ก่อนก็ได้ : Seongwu
ไม่นานหรอก : Seongwu



เขาโกหกไปทั้งๆที่ตัวเองกำลังนั่งอ่านเอกสารเหล่านั้นอยู่ คิดในใจว่าเพื่อนของเขาดูจะรีบเอาเสียเหลือเกิน ไม่นานนักมินฮยอนก็โทรมากำชับอีกทีว่าเจ้าตัวกำลังจะออกจากคอนโดแล้ว นั่นจึงทำให้ร่างบางล้มเลิกความสนใจจากงานตรงหน้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปโดยปริยาย



วันนี้เจ้าของวันเกิดเลือกแต่งตัวให้ดูดีมากกว่าปกติ เพราะร้านที่จะไปเป็นร้านของเพื่อนที่รู้จักกันอีกทีแถมยังเป็นร้านที่มีระดับมากกว่าร้านเหล้าแถวมหาวิทยาลัยทั่วๆไป น้ำหอมกลิ่นโปรดถูกพรมไปทั่วร่างพร้อมกับผมที่ถูกจัดทรงในแบบที่ถนัด ซองอูในชุดสีดำล้วนกำลังกดโทรหาเพื่อนสนิทที่น่าจะมาถึงที่นี่แล้ว 




          หวังว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่ดีสำหรับเขา





__________________________________________________________





ร่างสูงสาวเท้ายาวเข้ามาในตัวบ้านที่วันนี้เงียบผิดปกติ ด้วยเพราะเจ้าของบ้านทั้งสองคนมีเหตุจำเป็นจะต้องเดินทางไปต่างประเทศทำให้แม่บ้านขอลาหยุดกันไปบ้าง สายตาคมมองไปเห็นร่างเล็กๆของผู้เป็นแม่กำลังนั่งดูโทรทัศน์บนโซฟาตัวยาวอย่างสบายใจ ก่อนเจ้าตัวจะเข้าไปกอดพลางเอาหน้าซุกไหล่เล็กของเยบินอย่างออดอ้อน 




          ใครคนนั้นพูดถูก ที่ว่าลูกยังเป็นเด็กสำหรับพ่อแม่เสมอ



"วันนี้กลับมานอนเป็นเพื่อนแม่เหรอจ๊ะ"
จมูกโด่งกดเข้าที่แก้มเนียนของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความคิดถึง แม้จะปิดเทอมแต่ด้วยภาระงานที่ต่างคนต่างต้องรับผิดชอบทำให้พวกเขาไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างที่ควรจะเป็นมากนัก ใบหน้าหวานจ้องมองดวงตาเรียวรีที่ติดจะอ่อนล้าเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอเสียจนใบหน้าเรียวดูหมองลงไปถนัดตา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมากลายเป็นรอยยิ้มกว้างเพื่อจะปกปิดความเหนื่อยนั้นเอาไว้ภายใน ราวกับไม่ต้องการให้ใครมาเป็นห่วงหรือลำบากใจเพราะเขา




          ใช่ คังดาเนียลเป็นแบบนี้มาโดยตลอด




ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสที่ใครๆเห็นไม่ใช่ว่าเจ้าตัวจะมีความสุขเสมอไป แท้จริงแล้วภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับมาเรื่องราวมากมายที่ซ่อนอยู่ ถูกขังและปิดตายด้วยคำว่าไม่เป็นไรที่มักจะออกมาจากปากเจ้าตัวอยู่บ่อยครั้ง





"ใช่ครับ วันนี้ไม่มีใครอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์เลยเพราะพี่ซองอูก็ไปดื่มกับเพื่อน ผมเลยกลับมานอนเป็นเพื่อนแม่ดีกว่า"
ว่าแล้วร่างสูงก็สวมกอดผู้เป็นแม่แน่น แน่นเสียจนคนแก่กว่าร้องออกมาเพราะเจ้าเด็กดื้อชักจะใช้แรงมากเกินไปแล้ว




"วันนี้วันเกิดพี่ซองอูนี่นา"




"ใช่ครับ แต่ผมคิดไว้แล้วแหละว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดพี่ดี"




"หืม พูดแบบนี้แม่ชักอยากรู้แล้วสิ"




"ฮ่าๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่คิดว่าจะทำอะไรเล็กๆน้อยๆให้น่ะแม่"




"ดีแล้วจ้ะ แค่เราเป็นน้องที่ดีคอยดูแลพี่แม่ว่าพี่ซองอูก็คงดีใจแล้วหละมั้ง"
มือเล็กเอื้อมไปลูบผมเจ้าตัวแสบที่นั่งหัวเราะชอบใจกับบทสนทนาของเรา แต่แล้วดาเนียลก็ดึงมือนั้นลงมากุมไว้ ใบหน้าเรียวจ้องมองผู้เป็นแม่อย่างจริงจังก่อนเอ่ยเรียกอีกฝ่ายให้สนใจในสิ่งที่เขากำลังจะพูดออกมา



"แม่ครับ"



"...."



"ทำไมแม่ไม่ไปสหรัฐกับพ่อกับคุณน้าล่ะ"
เสียงทุ้มกล่าวอย่างเรียบๆ แต่ยังคงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานที่ฉายแววหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย แม่ของเขากำลังรู้สึกลำบากใจจนอยากจะหลบสายตาของเขาแต่รู้ดีว่าทำไปก็ไม่มีผล ฮันเยบินเอื้อมมืออีกข้างมากุมทับมือของลูกชายไว้




"แม่ติดงานน่ะ กลัวที่บ้านไม่มีใครดูแลด้วย"
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มให้ก่อนเลือกตอบในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปได้มากที่สุด




"ครับ"



"...."



"เพราะแม่ไม่อยากไปเจอพ่อใช่มั้ย"
ร่างสูงถอนหายใจยาวหลังพูดสิ่งที่คาอยู่ในใจมาโดยตลอด ร่างเล็กชะงักไปชั่วครู่แล้วจึงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง





          มีเพียงความเงียบที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความอึดอัดที่มีมวลมากมาย 




          ดาเนียลไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่นักหรอก และถ้าเลือกได้เขาไม่ขอเข้าใจมันเลยจะดีเสียกว่า




"....."






"ใช่ไหมครับ"
เขาทนไม่ไหวจึงถามย้ำเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดระหว่างเราสองคน



"อืมม"
ร่างเล็กตอบรับในลำคออย่างแผ่วเบา ก้มใบหน้าลงมองมือของเธอที่กุมมือของลูกชายเอาไว้แน่น ...แม้มันกำลังสั่นไหวแต่มั่นใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด



"...."



"แม่ทนเห็นพ่อเราในสภาพแบบนั้นไม่ได้หรอก แม่คงทำใจไม่ไหว"



"...."



"แม่ฝากความเป็นห่วงไปแล้วล่ะ ลูกไม่ต้องกังวลนะ"




".....แม่ไม่รักพ่อหรอครับ"


เขาได้ถามคำถามที่ติดค้างอยู่ในใจมาตั้งแต่เล็ก ความรู้สึกของลูกคนหนึ่งที่ค่อยๆได้เห็นความสัมพันธ์เปราะบางระหว่างพ่อและแม่จนจบด้วยการแยกทาง คำถามที่ได้แต่คิดและตอบเองมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปีถูกเอ่ยออกมาในวันที่เขาทนเก็บมันไม่ไหวอีกต่อไป




ร่างเล็กถอนหายใจยาว เธอมองใบหน้าลูกชายที่จ้องลึกเข้ามาในแววตาของตนแล้วเลือกเล่าทุกอย่างที่รู้สึกให้ฟัง




          สิ่งที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน




"ดาเนียล... แค่คำว่ารักอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะ การที่คนสองคนจะใช้ชีวิตร่วมกันมันไม่ได้มีแค่ความรักเป็นองค์ประกอบเดียว"




"......"
แววตาเรียวดูจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คนโตกว่ากำลังจะสื่อ 




"และเหตุผลเหล่านั้นนั่นแหละที่ทำให้แม่กับพ่อไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าพ่อกับแม่ไม่พยายามแก้ไข แต่เราพบแล้วว่าท้ายที่สุดเราไม่สามารถประคับประคองให้ไปตลอดรอดฝั่ง ถึงตอนนี้ลูกจะยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ถ้าวันหนึ่งลูกรักใครสักคนมากพอลูกจะรู้เอง"




"...รักหรอ"
ร่างสูงพึมพำเบาๆกับตัวเอง ทวนคำพูดของแม่ซ้ำไปซ้ำมาแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าขั้นไหนถึงจะเรียกว่าเป็นความรัก



          ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคบใคร แต่ไม่เคยมีใครเลยที่ทำให้เขากล้าพูดว่ารักได้อย่างเต็มปาก




"โถ ลูกชายแม่ เกิดมาเคยมีแฟนกับเขาบ้างไหมเนี่ย"




"เคยสิครับ แต่ผมไม่เคยรักใครขนาดจะเก็บเอามาคิดจริงจังเลย"




"หมายความว่ายังไง"




"ตอนที่แม่รักพ่อ แม่รู้สึกยังไงหรอครับ"




"อืม... อย่างแรกเลยก็คงชอบล่ะจ้ะ ชอบเวลาที่เขายิ้ม ทุกอย่างที่เขาทำดูน่าสนใจและมองได้เรื่อยๆไม่มีวันเบื่อ เป็นความรู้สึกหลงใหลในแบบที่เราไม่สามารถรู้สึกกับคนอื่นได้เลย"



"...."



"อย่างที่สองคงเป็นความรู้สึกที่อยากดูแล มันเป็นอีกขั้นของความชอบ เหมือนความรู้สึกของเราถลำลึกลงไปเรื่อยๆ อยากให้เขาได้เจอแต่สิ่งดีๆ เป็นห่วงเป็นใยอยู่ตลอด เป็นความรู้สึกที่อยากให้และแอบคาดหวังว่าเราจะได้รับอะไรจากการกระทำเหล่านั้นกลับมา ความสุขของเขาก็ทำให้แม่มีความสุขได้ แต่มันจะดีที่สุดถ้าแม่คือความสุขของเขาเหมือนที่เขาเป็นความสุขของแม่"




"อ่า  ...ยากจัง"



"สุดท้ายก็คงเป็นความรู้สึกที่ว่าเราอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา นึกภาพชีวิตตัวเองที่ไม่มีเขาอยู่ในนั้นแล้วมันคงไม่ดีเท่ากับตอนที่มีอยู่ เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้หวือหวาแบบตอนแรกๆที่ก็ยังมีกันอยู่ในช่วงชีวิตตลอดๆ เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด เหมือนคนรู้ใจ เป็นบ้านที่ให้เราได้พักพิง เป็นที่ที่สบายใจที่สุดสำหรับเรา"




"...."




"แต่ก็นั่นแหละ ...พอลองใช้ชีวิตร่วมกันไปสักพักหนึ่งเราทั้งคู่ก็ต่างรู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดกับความเป็นจริงมันสวนทางกัน พ่อกับแม่ก็เลยแยกกันอยู่"



"อ่า"



"แม่ว่าเราหยุดพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ลูกแม่ทำหน้าเศร้าจนแม่ไม่อยากเล่าต่อแล้วเนี่ย"




"ฮ่าๆ"



เยบินสวมกอดลูกชายอีกครั้งก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน เธอต้องการให้เวลากับลูกชายได้นั่งคิดทบทวนถึงบทสนทนาที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ รู้ดีว่าดาเนียลเป็นเด็กฉลาด สามารถเข้าใจอะไรต่างๆได้ง่ายแต่คงต้องขอยกเว้นเรื่องความสัมพันธ์เอาไว้เพราะไม่มีวี่แววว่าเจ้าตัวจะเข้าใจมันได้โดยง่าย มือหนาเอื้อมหยิบรีโมตเพื่อเปลี่ยนช่องรายการโทรทัศน์ไปตามต้องการ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเสียงจากเครื่องมือสื่อสารก็เรียกความสนใจจากเจ้าของไปในทันที




          เบอร์แปลก







__________________________________________________________




น้ำสีอำพันในขวดทรงสูงพร่องลงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาดำเนินไปอย่างไม่มีทีท่าว่าะหยุด เข็มของนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน อีกไม่นานร้านแห่งนี้ก็ต้องปิดทำการแล้ว แต่ร่างบางยังคงกระดกของเหลวจากแก้วที่ถืออยู่ในมือเข้าปากไปอย่างไม่ขาดสาย เสมือนตัวเองไม่ได้จับต้องของมึนเมามานานมากเสียจนเก็บความต้องการเอาไว้ไม่อยู่



"ซองอู มือถือมึงอยู่ไหนวะ"
มินฮยอนถามแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดดังภายในร้าน ดูท่าเจ้าของวันเกิดของเขาจะเริ่มเมาเสียแล้ว ใบหน้าคมแดงก่ำไปจนถึงปลายจมูก ดวงตาคู่คมฉ่ำเยิ้มเหมือนกับริมฝีปากบางที่แดงจัดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์



"อยู่ .. ที่  นี่"
ซองอูตอบไปสะอึกไป สติเริ่มขาดห้วงเพราะตอนนี้เขาดื่มเข้าไปมากโข ความรู้สึกมึนงงแล่นไปทั่วทั้งร่างราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกาย เขาสะบัดหน้าไล่ความง่วงและความเมาให้ออกไปพร้อมกันแต่ทว่าไม่เป็นผล สัมผัสเบาๆจากแขนทั้งสองข้างทำให้รู้ว่าเขากำลังโดนเพื่อนทั้งสองคนหิ้วปีกกลับไปยังรถมินฮยอน



"เอานิ้วมึงมา!"
ไม่ว่าเปล่า เจ้าของรถยังดึงมือของเขาไปปลดล็อคโทรศัพท์มือถือโดยพละการ อยากจะแย่งคืนมาใจแทบขาดแต่รู้กำลังตัวเองดีว่าไม่ไหว ร่างบางจึงทำได้เพียงเข้าไปนั่งอยู่ด้านหลังคนขับอย่างเงียบๆ 




ความทรงจำสุดท้ายของเขาก็คือเสียงของมินฮยอนกำลังคุยกับใครสักคนโดยที่เขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก หลังจากนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็ปิดลงอย่างช้าๆ ดับไปพร้อมกับประสาทสัมผัสอื่นๆแล้วดึงให้เขาจมลงสู่ห้วงนิทรา





__________________________________________________________




"สวัสดีครับ"
เสียงนุ่มเอ่ยทักทายอีกฝ่ายที่กดรับสายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว



"คะ ครับ"
เขาฟังเสียงแล้วรู้สึกว่ามันคุ้นหู เหมือนว่าเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง



"พี่ชื่อมินฮยอนนะ เป็นเพื่อนกับองซองอู"
เสียงปลายสายรีบแนะนำตัวทันทีที่อีกฝ่ายส่งเสียงตอบรับ มินฮยอนนึกถึงดาเนียลเป็นคนแรกหลังจากหิ้วเพื่อนตัวดีกลับมาจากร้านด้วยสภาพที่เกินจะอธิบาย ปกติเพื่อนรักไม่เมาขนาดนี้ถ้าไม่มีเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ เขารู้แต่ไม่คิดจะถามอะไรออกไปหากเจ้าตัวไม่พร้อมที่จะเกริ่นเอง




"คะครับ สวัสดีครับพี่มินฮยอนว่.."



"ดาเนียลใช่ไหม"




"เอ่อ ใช่ครับ"
เขาตอบอย่างตะกุกตะกัก เริ่มสังหรณ์ใจกลัวว่าจะเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้นกับพี่ชายของตัวเอง พี่ซองอูเป็นคนโผงผาง พูดจาไม่ค่อยดี แถมยังดูเป็นคนเจ้าอารมณ์อีกด้วย ..ไม่แปลกที่เขาจะเป็นห่วงเวลาต้องปล่อยพี่ชายออกไปไหนเพียงลำพัง ต่อให้ไปกับเพื่อนก็เกรงว่าคนอื่นจะดูแลได้ไม่ดี




"ตอนนี้น้องสะดวกมารับพี่ซองอูที่คอนโดพี่ไหมครับ"




"พี่ซองอูเป็นอะไรหรอครับ ไม่สบายตรงไหนหรือเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า"
เจ้าของใบหน้าขมวดมุ่นถามอย่างร้อนรน 



"ฮ่าๆ"
กลายเป็นมินฮยอนที่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ



          เนี่ยหรอน้องชายที่ซองอูมันเกลียดแทบตาย



          ดูเป็นห่วงซองอูมากเสียจนเขาเริ่มไม่เข้าใจเพื่อนตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว




"... ครับ"



"มันไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่เมาจนหลับไปเลย พอดีพี่ต้องดูแลเพื่อนอีกสามคนที่เมาเละเทะอยู่ที่นี่น่ะ เลยลองโทรมาหาเราดูเผื่อว่าสะดวกมารับเพราะมันไม่เคยให้ใครขึ้นเพนท์เฮ้าส์เลย แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่จะให้เพื่อนอีกคนเอามันไปนอนด้วย "



"อ่า"



"..."



"รบกวนพี่ส่งโลเคชั่นจากโทรศัพท์พี่ซองอูมาให้ผมได้ไหมครับ เดี๋ยวผมทักไปตอนนี้เลย"



__________________________________________________________



"ขอบใจมากเลยนะ"
ร่างโปร่งส่งยิ้มให้คนเด็กกว่าที่พยุงพี่ตัวเองเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ดูก็รู้ว่าซองอูเมาจนไม่ได้สติไม่อย่างนั้นคงสะบัดแขนออกไปซะตั้งนานแล้ว



"พี่ไม่เข้าใจเลยนะว่าทำไมไอ้ซองอูถึงได้ไม่ถูกกับเรานัก"



"ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแหละครับ"



"เอาไว้วันไหนเรามานั่งคุยกันหน่อยดีกว่า น่าจะมีอะไรให้ต้องแลกเปลี่ยนกันเยอะอยู่พอสมควร ฮ่าๆ"



"ยินดีครับ ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องมารบกวนดึกๆ ถ้ายังไงผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า"
ร่างสูงโค้งลา แล้วพาพี่ชายเดินอ้อมไปที่รถอย่างทุลักทุเล เสียงฮึดฮัดในลำคอดังขึ้นเป็นระยะๆจนดาเนียลต้องลอบมองคนเมาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเบาะข้างคนขับด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้จะอ้วกหรือจะเป็นอะไรขึ้นมาเมื่อไร หากรู้ว่าเขาเป็นคนมารับคงโวยวายเสียงดังลั่นแน่ๆ



"ฮื่อ"
ร่างบางขดตัวขึ้นมาเพราะความหนาวเย็นภายในห้องโดยสารทั้งๆที่ปกติคนเมาน่าจะรู้สึกร้อนมากกว่า



"พี่ซองอู... หนาวหรอ"



"อื้ม"
เท้าทั้งสองยกขึ้นมาวางบนเบาะพร้อมกับแขนเล็กที่ยกขึ้นโอบตนเองเอาไว้ 



เมื่อติดสัญญาณจราจร ฝ่ามือหนาจึงเอื้อมไปแตะที่หน้าผากมนของคนที่นอนนิ่งอย่างเบามือ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเพราะอุณหภูมิของคนข้างตัวสูงจนเรียกได้ว่าเป็นไข้ อาจเป็นเพราะไม่ได้ดื่มเยอะแบบนี้มานานมากจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน



"พี่ซองอู.."
ออกแรงสะกิดอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว กลายเป็นว่าใบหน้าคมกลับหันหนีเขาไปเสียดื้อๆ




ดาเนียลพยุงพี่ชายขึ้นมาที่เพนท์เฮ้าส์ได้สำเร็จ แม้เจ้าตัวจะไม่ให้ความร่วมมือแต่เพราะป่วยและเมาอยู่จึงค้านอะไรไม่ได้มาก ริมฝีปากบางเอาแต่บ่นเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวพร้อมทั้งส่งเสียงในลำคอไปตลอดทาง แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้ชัดเจนคือไอร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวเนียนยามที่เขากำลังโอบอีกฝ่ายเอาไว้


เขาปล่อยร่างบางให้นอนลงบนโซฟาตัวยาว จัดแจงหยิบผ้าขนหนูจากตู้เสื้อผ้าออกมาหวังจะเช็ดตัวให้คนป่วยตามแบบฉบับดั้งเดิมที่แม่ของเขามักทำให้เป็นประจำ หยิบกะละมังใบเล็กๆไปรองน้ำเอาไว้แล้วจึงเดินกลับมาที่โถง 



ร่างบางที่เคยนอนขดตัวอยู่กลับลุกขึ้นมานั่งด้วยความงัวเงีย นิ้วเรียวเล็กขยี้ตาไปมาอย่างรุนแรงจนเกรงว่าเจ้าตัวจะเจ็บ ร่างสูงจึงยื่นมือออกไปดึงฝ่ามือเล็กนั้นออก แต่ความหวังดีดูจะผิดที่ผิดเวลาไปเมื่อซองอูกลับตวาดลั่น


"ออกไป!! อย่ามายุ่งได้ไหม!!!"
คนดื้อใช้กำลังที่เหลืออยู่ผลักร่างสูงตรงหน้าจนหมด แต่ดาเนียลเพียงแค่เซออกไปเบาๆเท่านั้น รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่มุมปากยามที่เขาจ้องมองใบหน้าคมบูดบึ้งเพราะทำอะไรไม่ได้อย่างใจ





          พี่ซองอูตอนเมาก็ตลกดี



          พี่ซองอูตอนป่วยก็น่ารัก



          พี่ซองอูตอนเมาแล้วป่วยเลยเป็นอะไรที่เขาคาดไม่ถึง ทั้งดื้อ ทั้งเอาแต่ใจ แต่ก็น่ารักเหมือนเดิม




"ไม่เจ็บตาหรือไง"
เขายกมือขึ้นขวางเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กจะขยี้ตาต่อ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างหน้าพี่ชายที่ตอนนี้กำลังมองเขาด้วยแววตาที่ไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด




"เจ็บ ..แล้ว ยุ่ง อะไรเล่า!"
ถึงจะเมาแต่เมื่อถึงเวลาว่าก็พูดได้ไม่มีติดขัด 




          องซองอูก็คือองซองอูอยู่วันยังค่ำ




"ปวดหัวไหม"
ดาเนียลใช้หลังมือแตะต้นคออีกฝ่ายก่อนจะพบว่ายังร้อนอยู่เหมือนเดิม ร่างบางถดตัวหนีสัมผัสที่ลำคอก่อนจับมือของคนเด็กกว่าเอาไว้



"...."
คนถูกถามไม่ตอบแต่พยักหน้ารับ





"งั้นกินยากินอะไรก่อนแล้วค่อยเข้านอนเนอะ"


__________________________________________________________



ปวดหัว ...ปวดหัวไปหมด



ความรู้สึกแรกหลังจากที่ผมลืมตาขึ้นมามองแล้วพบว่าตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในรถของเพื่อนสนิทที่ขโมยโทรศัพท์ผมไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ มินฮยอนดึงนิ้วของผมไปเพื่อปลดล็อคก่อนจะหาอะไรบางอย่างซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับคนปลายสายที่เจ้าตัวกำลังคุยอยู่ ไม่นานนักรถยนต์คันที่คุ้นตาก็ขับเข้ามาจอดบริเวณใกล้เคียงกัน ใบหน้าของคนที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏขึ้นลางๆ ก่อนสัมผัสจากฝ่ามือของร่างสูงจะรับตัวผมเข้าไปในอ้อมกอด 



ไอร้อนผะผ่าวจากใบหน้าบอกถึงอาการป่วยได้เป็นอย่างดี ตอนนี้ผมกำลังทิ้งน้ำหนักทั้งตัวไปไว้ยังร่างสูงพร้อมกับใบหน้าที่แนบอยู่กับแผงอกแกร่งของอีกคน ใกล้เสียจนรู้สึกถึงลมหายใจที่เข้าออกเวลาเจ้าตัวเอื้อนเอ่ย แต่นั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจมากไปกว่าอาการปวดหัวที่ผมเผชิญอยู่ในตอนนี้



ผมขดตัวอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ เพราะอากาศภายในรถหนาวจนเกินไปประกอบกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นของร่างกาย อยากถึงเพนท์เฮ้าส์แล้วรีบเข้านอนเร็วๆเพราะไม่ชอบตัวเองเวลาที่เป็นแบบนี้เลย




          มักจะพูดอะไรในใจออกมา




          แถมยังชอบทำตัวแปลกๆอีกด้วย





เปลือกตาทั้งสองค่อยๆปิดลงเมื่อความอ่อนล้าเข้ามาแทนที่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อคนเด็กกว่าสะกิดให้ผมตื่นเบาๆ แขนทั้งสองข้างดันตัวเองให้หยัดขึ้น พยายามจะก้าวลงจากรถแต่ก็พบว่าร่างกายไม่คล้อยตามจนร่างสูงต้องให้ความช่วยเหลือ ตัวผมได้แต่ส่งเสียงอยู่ในลำคอเบาๆเป็นเชิงบอกว่าไม่เต็มใจสักเท่าไร



ใบหน้าของผมอยู่ใกล้กับต้นคอของเขาเพียงไม่กี่คืบ ขณะที่มือทั้งสองข้างประคองผมไว้ราวกับกลัวว่าผมจะหกล้มหากต้องเดินด้วยตัวเอง เจ้าของใบหน้าเรียวก้มมองผมอยู่เป็นระยะๆเหมือนต้องการเช็คว่าผมยังโอเคอยู่ ดวงตาคู่คมดูเหนื่อยล้าเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังอาสามารับผมอย่างที่มินฮยอนได้ขอไว้ เราลอบมองใบหน้ากันและกันมาตลอดทางจนกระทั่งถึงเพนท์เฮ้าส์


ผมแผ่กายลงบนโซฟาที่กลางโถงด้วยความอ่อนเพลีย พยายามกะพริบตาเพื่อไล่ความง่วงให้หายไปเพราะต้องจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน ไม่นานนักใครอีกคนก็เดินมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวและกะละมังใบเล็ก ดาเนียลมองผมด้วยสายตานิ่งๆแล้วจึงมาหยุดอยู่ตรงหน้า



          ง่วงชะมัด



มือเรียวยกขึ้นขยี้ดวงตาอย่างรุนแรงเพราะอาการภูมิแพ้ดูเหมือนจะกำเริบจนรู้สึกคันไปทั่ว แล้วยังต้องมาหงุดหงิดกว่าเดิมเมื่อฝ่ามือหนาเอื้อมมาดึงมือของผมออก



"ออกไป!! อย่ามายุ่งได้ไหม!!!"
ผมตวาดกลับไปโดยไม่ลังเล เห็นร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจก่อนทรุดตัวลงนั่งข้างหน้า คิดไว้ว่าอีกฝ่ายจะโวยวายกลับเหมือนเคย




          แต่..



"ปวดหัวไหม"
น้ำเสียงจริงจังเอ่ยถามพร้อมมือที่แตะลงบนลำคอเพื่อวัดอุณหภูมิอย่างแผ่วเบา ผมถดตัวหนีเพราะรู้สึกแปลกๆกับการกระทำที่ไม่คุ้นชินจึงแค่พยักหน้าตอบกลับไป




"งั้นกินยากินอะไรก่อนแล้วค่อยเข้านอนเนอะ"



ผมตอบรับในลำคอ ปล่อยให้ดาเนียลหายไปในครัวพักใหญ่จนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่นานนักกลิ่นหอมของอาหารก็ปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์




"กินนี่ก่อนนะ"


กลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้อยากอาหารจนต้องลืมตาขึ้นมามอง ซุปสาหร่ายชามขนาดพอดีสำหรับหนึ่งคนในมือร่างสูงถูกวางลงตรงหน้า  พร้อมกับคนทำที่นั่งลงข้างๆแล้วจ้องมองมาด้วยสายตาคาดหวัง



          ทำเอาผมเผลอระบายยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว 




ซุปสาหร่ายเป็นอาหารประจำวันเกิดที่เป็นที่นิยมในเกาหลี 
ทำขึ้นเพื่อมอบให้กับเจ้าของวันเกิดโดยใครสักคนในครอบครัว 
ดังนั้นจึงถือว่าสำคัญมากและห้ามลืมโดยเด็ดขาด




ใช่ นิยามของซุปสาหร่ายในวันเกิดที่ผมเกือบมองข้ามมันไป





ต้องขอบคุณคนตรงหน้าที่ทำให้ผมไม่ลืมความหมายของมัน





"เอ่อ"
เจ้าตัวยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เก้อ



"อะไรของนาย"
ผมแกล้งถามไปเมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วน




"ไม่รู้ว่าจะอร่อยไหม แต่สูตรนี้ผมเอามาจากคุณพ่อน่าจะพอได้อยู่"




"ถ้ามันจะอร่อยก็คงเพราะสูตรของคุณพ่อ ไม่เกี่ยวกับนาย"




"...."




"ฉันล้อเล่นน่ะ นายหิวไหม มากินด้วยกันสิ"
ผมตักซุปคำแรกเข้าปาก ดาเนียลชะเง้อมองตามการเคลื่อนไหวของมือก่อนสบตาผมเป็นเชิงถามว่ารสชาติเป็นอย่างไร




"แย่"
ร่างสูงชะงักไปพักหนึ่ง แล้วถอนหายใจยาวเมื่อผมหัวเราะออกมา




"ฮ่าๆ"





          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาหรืออะไรถึงทำให้ผมอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ





ผมนั่งกินซุปสาหร่ายอย่างช้าๆในขณะที่ดาเนียลก็จ้องมาไม่ละสายตา คำแล้วคำเล่าถูกป้อนเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดชาม




"ขอบใจนะ"



          ผมยิ้มให้เขาอีกครั้ง



tbc

ซุปสาหร่ายเป็นสิ่งที่นิยมทำให้คนในครอบครัวเนื่องในวันเกิดค่ะ พี่องเลยซาบซึ้งเพราะน้องเห็นพี่เป็นคนสำคัญ เป็นคนในครอบครัวมาตลอด ใส่ใจแม้กระทั่งสิ่งเล็กๆที่คนอื่นมองข้ามไป ครั้นจะให้พี่แสดงออกไปตรงๆคงยากค่ะ ความ perfectionist มันค้ำคอ 55555

ขอบคุณและขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ




#เกลียดเนียลอง
Thank you for your attention

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 183 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #589 #บบตพ ♡ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:12
    ฮื่อออ มันดีขึ้นเรื่อยๆแล้วล่ะเนอะ สู้เค้านะแดเนียล T______T
    #589
    0
  2. #588 0640074215 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 22:33
    ขอให้ดีเเบบนี้ตลอดไปเถอะค่ะ
    #588
    0
  3. #587 Helolyy_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 22:16
    แก ถ้าพี่ซองอูเป็นงี้ทุกตอน และเนียลเทคแคร์พี่เขาแบบนี้บ่อยๆ นุ้งจะรับความใจฟูขนาดนี้ได้ยังไงอ่ะ น่าร้ากว้อยยย ใช่เรื่องเดียวกันกับตอนที่แล้วๆ ป่ะคะ5555 ดีจังเลยน้าา เนียลน่ารักอ่ะ ทำซุปให้พี่เขาด้วย ชอบคับ ไรท์สู้ๆ
    #587
    0
  4. #584 Cqppx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 20:16

    เริ่มใจอ่อนกับน้องแล้วใช่มั้ยยย

    #584
    0
  5. #583 sunvee22 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 17:16
    ดีขึ้นเรื่อยๆละนะคังเเดเนียลล
    #583
    0
  6. #582 oscheek (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:30
    พี่เค้าเริ่มใจอ่อนบ้างแล้ววว ฮือออ
    #582
    0
  7. #581 pxrkpang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:00
    ตอนนี้คือรู้สึกว่าบรรยากาศมันไม่อึดอัด มันค่อยผ่อนคลายมากขึ้น !??
    #581
    0
  8. #580 pxrkpang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 10:59
    ตอนนี้คือรู้สึกว่าบรรยากาศมันไม่อึดอัด มันค่อยผ่อนคลายมากขึ้น !??
    #580
    0
  9. #579 pxrkpang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 10:59
    พี่ซองอูปากแข็งจังเลยนะ แดเนียลจัดการสิ
    #579
    0
  10. #578 mim7012 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 00:29
    ฮื่ออออชอบฟีลนี้มากกก
    #578
    0
  11. #577 I AM NO ONE. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:43
    ฮืออออ เนียลน่ารักกับพี่มากกกกก รองันที่พี่จะเลิกปากแข็งนะ ชิๆๆๆ
    #577
    0
  12. #576 Anon_H (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:34
    เขินนนนน
    #576
    0
  13. #575 Sawaddeeda (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 19:55

    เนียลทำดีมากๆๆๆเยี่ยมๆรักเลย พอกันทีกับน้องจีฮุน555 แต่ก็แอบสงสารแต่เขาก็ทำตัวเขาเองอ่ะนะ

    #575
    0
  14. #574 khaojaokj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 17:40
    รออออออชอบมากเลยพรพเอกมีความฉลาด555555
    #574
    0
  15. #572 #บบตพ ♡ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 13:15
    เน่วคุยอะไรกับจีฮุนกันแน่ แล้วในส่วนของตอนนี้คือเขินมาก ฮือออออ ชอบ ;_;
    #572
    0
  16. #571 minchimpark (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 11:13
    ชอบความที่พระเอกฉลาด ต่างคนต่างฉลาด ไม่เข้าใจผิดกัน ฮื่อดี
    #571
    0
  17. #569 babubabu_u (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 09:37
    สะกดรอยตามอีกแล้วว แง รีบๆบอกดาเนียลด้วยรู้มั้ย ._. เนียลก็เคลียร์กับจีฮุนละ หวังว่าจะเข้าใจ คือบับเขินซองอูกับเนียล คนพี่อยู่ใจอ่อนขึ้นตั้งเยอะแหน่ะ น่ารักท
    #569
    0
  18. #568 buchiibuchii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 08:53
    ดีใจที่แดนเคลียกับจีฮุนแล้ว ตอนนี้ซองอูก็เปิดใจอ่อนลงกว่าเดิมเยอะเลย แต่คนสะกดรอยตามนี่สิ ไม่รู้เป็นใคร ㅠㅠ
    #568
    0
  19. #567 Anon_H (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 08:52
    เขินนนนน
    #567
    0
  20. #566 ykoxdiv (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 03:29
    พี่ซองอูเริ่มเปิดใจแล้วววว
    #566
    0
  21. #565 I AM NO ONE. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 03:26
    คนที่สะกดรอยตามนี่... ต้องเป็นลูกน้องจีฮุนแน่ๆ!! ค่อยๆเปิดใจกันไปนะ งือออ
    #565
    0
  22. #564 WannableOngNiel (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 02:57
    งือออดีใจที่แดนเลือกตัดขาดกับจีฮุน และดีใจที่คนพี่บอกให้น้องมานอนด้วย ดีกันแล้วววว ดีใจ เย้
    #564
    0
  23. #563 mim7012 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:55
    ฮืออคือแบบดีใจที่คุณแดนตัดจีฮุนอะ เด็ดขาดดีอะㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #563
    0
  24. #562 SOMPJM (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:55
    เริ่มดีต่อใจแล้ว😭
    #562
    0
  25. #561 softpeachycoloured (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:53
    ความสัมพันธ์ค่อยๆดีขึ้นทีละนิดแล้ววว ฮือ ซัก0.2%ก็ยังดี รอนะคะะะ
    #561
    0