เกลียด ; HATE #NIELONG

ตอนที่ 18 : PART XVIII : Imperfection 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    4 เม.ย. 61






Ong Seongwu's part








ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าระหว่างผืนฟ้าในค่ำคืนนี้กับความรู้สึกของตัวเองอะไรจะมืดมนได้มากกว่ากัน รู้เพียงแต่ควอทโทรปอร์เต้คันสีเทาหม่นกำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังหนึ่งโดยมีตัวเองเป็นคนบังคับพวงมาลัย สูทสีเทาดำเป็นสิ่งที่ผมโปรดปรานและเลือกใส่มันในวันที่มีงานสำคัญเช่นวันนี้




พิธีสมรสของลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท ซึ่งเคยเป็นเพื่อนของผมมาตั้งแต่เล็กๆ




          เราก้าวผ่านช่วงเวลา ในขณะที่เผลอทำใครหลายคนหล่นหายไปจากชีวิต





ดังนั้นผมจึงมีความสุขมาก เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่เคยสดใส รายล้อมไปด้วยผู้คนที่ล้วนแล้วแต่เป็นความทรงจำที่งดงาม






"โห ไม่เจอกันตั้งนาน เจอกันอีกทีก็งานแต่งไอ้มินฮยอกเลยว่ะ ฮ่าๆ"
เควินหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นผมก็เข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง เหมือนเจ้าตัวจะชะงักไปพักใหญ่เพราะจำกันไม่ได้แต่ในที่สุดรอยยิ้มที่ผมเคยเห็นก็ปรากฏคืนมา มือใหญ่กระชับเข้ากับฝ่ามือที่เล็กกว่าของผมในขณะที่มืออีกข้างวาดแขนขึ้นตบเข้าที่บ่า นานแล้วที่เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่มันย้ายไปเรียนอยู่ออสเตรเลีย แถมยังไม่ส่งข่าวคราวจนทุกคนคิดว่ามันลืมกันไปแล้วเสียอีก





"แล้วมินฮยอนมันหายไปไหนวะ"




"มันบินไปจีนเมื่อวานว่ะ กระทันหันเลยมาไม่ได้"




"อ้าว"




"แล้วมึงบินอีกทีเมื่อไร นานๆมาเจอกันสักทีไปหาไรกินกันหน่อยเหอะ"





"เสียใจด้วยนะครับคุณซองอู กูบินกลับมะรืนนี้แล้วว่ะ"




"โห่ไอสัส ไม่ใจเลย !"
ผมด่ามันไปแต่สุดท้ายก็ได้เพียงเสียงหัวเราะชอบใจกลับคืนมา ก่อนเควินจะขอตัวไปทักทายแขกคนอื่นๆในงานเช่นเดียวกันกับผมที่ปลีกตัวออกมาทักทายคนรู้จักอีกไม่น้อยซึ่งอยู่ในงานคืนนี้





          ไม่นานนักสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของคนสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก





          พ่อ ...และดาเนียล







สมองพลันคิดไปถึงเรื่องราวเมื่อหลายวันก่อน จากเรื่องเล็กน้อยที่รวมๆกันแล้วหลากหลายเรื่อง ทุกอย่างประกอบกันเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอจะทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจ จากที่เกลียดอยู่แล้วก็กลายเป็นเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้พวกเราจะได้มีโอกาสคุยกันเยอะขึ้นก็ตามเถอะ





ขาทั้งสองก้าวตรงไปยังจุดหมายในทันที แต่ยังไม่ทันได้ถึงตัวคนทั้งสอง ร่างผอมบางของหญิงสาวคนหนึ่งก็ได้เขยิบเข้ามาขวางผม รอยยิ้มหวานที่เคลือบด้วยลิปสติกที่ชมพูอ่อนดูเป็นมิตรเสียจนคลับคล้ายคลับคลาว่าเราอาจจะเคยรู้จักกันมาก่อน






"สวัสดีค่ะพี่ซองอู ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะคะ"
ดวงตาคู่โตฉายแววเป็นประกาย เธอยื่นมือเข้ามาทักทายโดยอัตโนมัติ แน่นอนว่าผมก็ส่งมือออกไปตอบรับตามมารยาท แม้ในใจจะนึกชื่อของคนตรงหน้าอยู่นานสองนาน





"พี่ซองอูจำฉันได้หรือเปล่าคะเนี่ย ฉันไง อึนฮาเอง"
จำได้ว่าผมร้องอ๋อเสียงดังมาก คาดไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่เคยอยู่บ้านข้างๆกันมาก่อน แต่ตอนนี้ครอบครัวของเธอย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอื่นและเป็นตระกูลองเองที่ซื้อที่ดินผืนนั้นมาทำการต่อเติม ผมส่งยิ้มกว้างกลับไป ท่าทางของพวกเราดีใจเหมือนคนที่ตามหาของหายแล้วสุดท้ายก็ได้พบมัน เสียงพูดคุยถึงเรื่องลมฟ้าอากาศดังอยู่พักใหญ่ก่อนเราทั้งสองจะแยกออกจากกันเพื่อเดินไปทักทายแขกคนอื่น  




          ภาพความทรงจำเก่าๆเริ่มย้อนกลับคืนมา ราวกับเทปที่ถูกกรอครั้งแล้วครั้งเล่า




ผมทักทายคนรู้จักมากมายหลังจากงานเริ่มไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง รอยยิ้มกว้างถูกส่งไปอย่างอัตโนมัติยามที่มีคำกล่าวทักทายจากผู้คนมากหน้าหลายตา เพื่อน ญาติห่างๆ หรือแม้กระทั่งพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ




          แต่ทั้งหมดที่ผมพบก็คงไม่มีใครเหมือนกับเธอคนนี้





"ซองอู มานี่หน่อยสิลูก"
ผู้หญิงวัยกลางคนกวักมือเรียกผม ใบหน้าคมที่แม้เวลาจะพรากความเยาว์วัยไปจากเธอแต่ก็ไม่ทำให้เจ้าของใบหน้านั้นดูด้อยลงไปเลยสักนิด ผมจำเธอได้ถนัดใจ เมื่อเจ้าของเสียงนั้นคือพนักงานเก่าในบริษัทของพ่อผมเอง





"สบายดีไหม น้าไม่ได้เจอเราตั้งนานแน่ะ วันไหนว่างๆจะเข้าไปหาหนูนะ"




          เธอไม่ได้ทำงานกับพ่อผมแล้ว  แม้ไม่อาจทราบถึงสาเหตุแต่ผมก็คิดว่าเธอเป็นคนที่ดีในระดับหนึ่ง





"สบายดีครับ"
ผมยิ้มรับ โค้งศีรษะลงเพื่อขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่มอบให้ เธอคลี่ยิ้มจางๆก่อนจะพูดประโยคถัดไปที่ทำให้คนฟังสะอึกไปเล็กน้อย





"ได้ข่าวว่าคุณพ่อมีภรรยาใหม่เหรอ"






คนรอบตัวรู้ดีว่านี่เป็นเพียงเรื่องเดียวที่ผมไม่ชอบหยิบยกมาพูดสักเท่าไร เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้ว ชีวิตของผมก็ดำเนินมาด้วยความสมบูรณ์แบบอยู่ตลอด มีคุณพ่อ คุณแม่ แม่บ้าน มีที่อยู่อาศัย มีครอบครัวที่อบอุ่นและทรัพย์สินมากมายที่ทำให้ผมใช้ชีวิตไปโดยไม่ต้องกังวล ทุกอย่างที่ผมมีมันดีมาตลอดจนกระทั่งวันที่สองแม่ลูกนั้นเข้ามาอยู่อาศัยภายใต้ชายคาเดียวกัน





และวันนั้น ...ที่ผมรู้สึกว่าผมนั้นสูญเสียในสิ่งที่ควรเป็นของตัวเอง






"อ่า ....ใช่ครับ"
เสียงนุ่มๆตอบไปอย่างไม่เต็มใจเท่าไร 





"แล้วเธอคนนั้นใช่เยบินหรือเปล่า ที่เขาเคยพูดๆกัน"
เธอยังถามจี้ไม่หยุดจนผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจและหาโอกาสปลีกตัวออกมาบ้าง แต่อารมณ์ที่คุกกรุ่นคงมีไม่มากเท่าความอยากรู้ของอีกคน เพราะหญิงสาววัยกลางคนยังคงต่อบทสนทนาต่อไปเรื่อยๆราวกับครอบครัวผมเป็นหัวข้อสำคัญในงานอย่างไรก็อย่างนั้น






"โอ้โห น้าไม่คิดเลยนะว่าคุณเยบินจะทำแบบนี้"


"ช่วงนั้นมีคนชอบพูดอยู่บ่อยๆด้วยว่าครอบครัวเธอน่ะถังแตก เป็นหนี้เป็นสินจนต้องเลิกกับสามีคนเก่า"


"คุณซองอุคไม่น่ามองคนผิดเลย"


"แล้วนี่คุณมินอาเป็นยังไงบ้างจ๊ะ คุณแม่ของเราสบายดีใช่มั้ย"


"แม่เธอก็ใจกว้างเหลือเกิน ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน"


"อย่าหาว่าน้าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะจ๊ะ ถ้าเป็นน้าน้าไม่ยอมหรอก"


"มีครอบครัวที่สมบูรณ์อยู่แล้วไม่รู้จะไปหาเศษหาเลยอีกทำไม"


"เฮ้อ พูดแล้วก็สงสารเราจังเลยซองอู"


"ไม่ว่ายังไงก็ต้องเข้มแข็งนะ"





ถ้าเป็นปกติแล้วผมคงด่าคนๆนั้นกลับไปโดยไม่เก็บเอาคำพูดไร้สาระมาคิดให้มาก แต่ในวันนี้ทุกอย่างแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง สมองของผมยังคงจดจำและประมวลผลคำพูดเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ผมจำได้แม่น ทุกประโยค ทุกถ้อยคำยังคงชัดเจนราวกับสลักเอาไว้ในความทรงจำ



          และใช่ ...ผมไม่ชอบเวลาที่ใครสงสารผม


          ไม่เคยชอบเลยสักครั้งเมื่อสิ่งที่ผมเคยมีโดนพรากจากไปเพราะใครบางคน ...ผมไม่เคยจัดการความรู้สึกเหล่านี้ให้หายไปได้


          ตรงกันข้าม ....ทั้งหมดล้วนตกตะกอนกลายเป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ และยากเกินกว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม





ผมกล่าวขอโทษและขอตัวออกมาจากบทสนทนาอันยุ่งเหยิงตรงหน้า ทิ้งให้หญิงสาววัยกลางคนยิ้มเจื่อนอยู่ท่ามกลางฝูงคนจำนวนไม่น้อย ในเมื่อเธอไม่รักษามารยาทในการพูดคุยก็ไม่มีความจำเป็นให้ผมต้องใส่ใจเธอมากนัก แต่สิ่งถัดมาที่ผมได้รับกลับแย่กว่าการยืนอยู่ตรงที่เดิม 



เท้ายาวเก้าตรงไปหา 'ครอบครัว' ที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนัก พวกเรานั่งลงในส่วนที่เจ้าของงานจัดไว้ให้ แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเท่าไหร่เมื่อบริเวณนี้เป็นส่วนที่ผู้คนเดินผ่านไปมา




และมันก็ทำให้ผมได้รับสายตาเคลือบแคลงจากทุกคนที่เดินผ่านผมไปอย่างไม่มีปิดบัง





"นั่นก็เมียอีกคนของเค้าไง"


"นี่เธอไม่รู้หรอ นั่นน่ะบ้านเล็กของคุณซองอุคเค้า"


"นั่นน่ะลูกเลี้ยง ส่วนคนนี้น่ะลูกแท้ๆ"


"กล้าพามาออกงานทั้งสองคนเลยนะ"




มกำมือแน่น รู้สึกได้ถึงความเจ็บที่แผ่ซ่านไปทั้งร่างกาย ชาไปทั้งตัวเมื่อประโยคเหล่านั้นยังคงวนเวียนและตอกย้ำถึงความจริงของพวกเรา  สิ่งที่ผมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้






ทุกประโยคยังคงชัดเจนอยู่ในหู  คำพูดมากมายที่พวกเขาก็แค่ปลดปล่อยวาจาร้ายกาจออกมาด้วยความสนุกปาก




โดยที่เขาคงนึกไม่ถึงว่าหัวใจของคนฟังได้แหลกเป็นเสี่ยงๆ






คุณใช้เวลาพูดแค่ไม่กี่นาที   แต่เวลาที่เหลือหลังจากนั้นของคนฟังต้องเสียไปกับการคิดทบทวนคำพูดของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า






รู้ดีว่าไม่ควรให้ค่ากับคำพูดที่เสียดแทงความรู้สึก ...แต่ท้ายที่สุด  ผมก็แค่คนๆหนึ่ง เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีหัวใจ และมีความรู้สึกไม่ต่างกัน





50% is loading




"มองอะไร"
ผมเอ่ยถามเมื่อเหลือบเห็นสายตาจากร่างสูงที่นั่งอยู่ถัดไป เจ้าของใบหน้าเรียวส่งยิ้มให้ผมจางๆ



"ไปเดินดูภาพตรงนู้นกับผมมั้ย"



ถ้าให้เดา ดาเนียลคงได้ยินคนอื่นพูดเรื่องครอบครัวจนเจ้าตัวพลอยรู้สึกแย่ไปด้วยจึงชวนผมออกไปจากบรรยากาศหม่นๆแถวนี้ ผมไม่ได้ตอบรับ แค่พยักหน้าเบาๆก่อนดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก่อนที่เราจะได้ลุกออกไปเสียงของคุณพ่อก็ดังขึ้น



"ลูกจะไปไหนกัน"
ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยไปตามวัยหันมามองผมสลับกับร่างสูงที่ยืนข้างกันก่อนจะลากตัวพวกเราให้เดินตามไป เพราะวันนี้แขกในงานเกินครึ่งหนึ่งเป็นคนที่พ่อของผมรู้จัก รอยยิ้มและคำทักทายจึงถูกส่งมาหาครอบครัวของเรามากเสียจนผมนับได้ไม่หมด พลางเรียวขาก็ก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาววัยกลางคนท่านหนึ่ง



คนที่ผมได้พูดคุยกับเธอไปเมื่อไม่นานมานี้



          "สบายดีไหม น้าไม่ได้เจอเราตั้งนานแน่ะ วันไหนว่างๆจะเข้าไปหาหนูนะ"
          

          "ได้ข่าวว่าคุณพ่อมีภรรยาใหม่เหรอ"


          "โอ้โห น้าไม่คิดเลยนะว่าคุณเยบินจะทำแบบนี้"


          "ช่วงนั้นมีคนชอบพูดอยู่บ่อยๆด้วยว่าครอบครัวเธอน่ะถังแตก เป็นหนี้เป็นสินจนต้องเลิกกับสามีคนเก่า"


          "คุณซองอุคไม่น่ามองคนผิดเลย"


          "แล้วนี่คุณมินอาเป็นยังไงบ้างจ๊ะ คุณแม่ของเราสบายดีใช่มั้ย"


          "แม่เธอก็ใจกว้างเหลือเกิน ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน"



เธอระบายยิ้มกว้างเหมือนนี่เป็นครั้งแรกของวันที่ได้เจอหน้าผม ทั้งที่จริงๆแล้วเราพึ่งคุยกันไปด้วยซ้ำ 




"สวัสดีครับ"
มือผอมๆของคุณพ่อยื่นออกไปทักทายอย่างเป็นกันเอง ด้วยความที่เธอเคยทำงานที่บริษัทของเราผมจึงไม่แปลกใจที่พวกท่านดูสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ในขณะที่ร่างสูงข้างๆผมกลับมองด้วยความสงสัย ใบหน้าเรียวขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากันราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก นั่นก็เป็นเพราะดาเนียลย้ายไปเรียนต่างประเทศเลยทำให้เจ้าตัวไม่ได้รู้ข่าวคราวอะไรมากนัก



"ไม่เจอกันนานเลยนะคะคุณซองอุค"



"คิดไว้แล้วว่าจะต้องได้เจอคุณที่นี่ สบายดีใช่ไหมครับ"



"ดิฉันสบายดีค่ะ คุณซองอุคกับครอบครัวล่ะคะ"



"สบายดีครับ ลูกสวัสดีคุณน้ากันก่อนนะ ท่านเคยทำงานที่บริษัทของเรา"


ผมโค้งทักทายในขณะที่ร่างสูงก็ทำไม่ต่างกัน เธอหันมายิ้มให้ผมสลับกับดาเนียลเป็นระยะๆ แววตาคู่นั้นดูมีพิรุธคล้ายกับว่ามีอะไรจะเอ่ยออกมา



"แล้วลูกชายคุณซองอุคสบายดีใช่ไหมคะ หนูซองอูนน่ะ"



"ฮ่าๆ สบายดีครับ นี่องซองอู และนี่ก็คังดาเนียลลูกชายของผม"



"อ่า หนูนี่เองที่เป็นลูกชายของเยบินใช่ไหมจ๊ะ"
น้ำเสียงเย็นๆกับรอยยิ้มที่มุมปากถูกส่งมายังคนข้างๆด้วยความสะใจ แวบนึงที่ผมเห็นแววตาของดาเนียลชะงักไปก่อนจะยื่นมือไปทักทายคนตรงหน้าพร้อมกับพยักหน้ารับ



"ตายแล้ว หนูจะพยักหน้าตอบผู้ใหญ่แบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ"
เธอหัวเราะร่วน ผมได้แต่ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าที่เริ่มจะปั่นปวน




          มันออกจะน่าอายแต่คิดๆดูแล้วก็สนุกดี



          เพราะคนที่ควรจะอายไม่ใช่ผม ...แต่เป็นดาเนียลต่างหาก




"เป็นยังไงบ้างจ๊ะ สบายดีใช่ไหม ถ้าให้น้าเดาตั้งแต่หนูเข้ามาอยู่กับพ่อใหม่คงมีความสุขมากๆเลยใช่ไหมจ๊ะ"




          มันเริ่มแล้วล่ะ



"เอ่อ"
ดาเนียลเอ่ยเพียงแค่นั้นก็เสียงในคอจะกลืนหายไป



"แน่นอนครับ ผมไม่มีทางปล่อยให้ลูกลำบากหรอก เพราะจริงๆดาเนียลเขาก็เป็นเด็กที่มีความสุขมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"



"ผมแค่อยากให้เด็กๆได้มาอยู่ด้วยกันก็เลยขอให้เยบินพาลูกเข้ามาอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของครอบครัวผมหรอกครับ เด็กพวกนี้น่ะมีความสุขดีแน่ๆ"




"อ๋อ ใช่เลยสินะ ลืมไปเลยว่าดาเนียลอยู่กับคุณแม่แค่สองคน คุณซองอุคก็คงเลี้ยงหนูมาเป็นอย่างดีเลยใช่ไหมจ๊ะ"




"อ่า ใช่ครับ คุณพ่อเลี้ยงผมมาดีมากๆ ผมเลยมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ครับ"
แววตาจริงจังถูกส่งกลับไปให้คนถามหน้าชาไปเล็กน้อย เธอยิ้มเจื่อนๆตั้งแต่คุณพ่อตอบคำถามแทนดาเนียล และนั่นก็เรียกความหงุดหงิดให้กับผมไม่มากก็น้อย



          ไม่เห็นจำเป็นจะต้องป่าวประกาศให้ใครรู้



"มีความสุขก็ดีแล้วจ้ะ แต่หนูอย่าลืมนึกถึงความรู้สึกของคนในบ้านที่เขาเลี้ยงดูเรามาด้วยนะจ๊ะ น้าเองไม่ได้อยากจะสอนหรอกแต่เรารู้ดีว่าตัวเราเป็นใคร ทำอะไรก็ต้องเจียมตัวอย่าให้ใครเขาเอาไปพูดได้"



ผมยกยิ้มที่มุมปาก อารมณ์เหมือนคนที่กำลังนั่งดูละครน้ำเน่าในทีวีแล้วพบว่ามันใกล้เคียงกับชีวิตตัวเองเกินไป มันช่างน่าสมเพชที่เรื่องของเราต้องกลายไปเป็นขี้ปากของคนอื่น ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของพวกเขาด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากไปกว่านั้นเมื่อฝ่ามือของคนข้างๆกำเข้าหากันแน่น พยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ให้ลึกจนไม่มีใครค้นถึง



แต่เพียงแค่สะกิดนิดเดียว  ผมรู้ดีว่ามันคงได้ระเบิดออกมาแน่นอน




"ผมกับลูกๆขอตัวก่อนนะครับ"
ผู้เป็นพ่อตบไหล่เราเบาๆเป็นเชิงบังคับให้เดินตามไป แต่ก่อนที่ผมจะเดินผ่านคู่สนทนาได้พ้น เสียงหวานๆก็เอ่ยเชิญผมอย่างเป็นกันเอง




"วันไหนมาทานข้าวที่บ้านน้าได้นะจ๊ะ จะเตรียมอาหารที่หนูชอบไว้เลย ชวนน้องชายหนูมาด้วยก็ได้นะ"



"ยินดีครับคุณน้า  แต่ผมต้องขอโทษด้วยเพราะผมเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องอย่างที่คุณน้าเข้าใจผิดครับ"





          เวลากำลังนับถอยหลัง



          เพื่อที่จะให้ระเบิดลูกนั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ



          ระเบิดอารมณ์ที่ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง





"องซองอู!"
เสียงเข้มตะโกนดังขึ้น ไม่สนใจเลยว่าบริเวณนั้นมีคนอยู่เยอะเท่าไร สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เราสี่คนด้วยความใส่ใจก่อนที่พวกเราทั้งสามจะเดินออกไปจากบริเวณนั้น





จนในที่สุด ผม ดาเนียล และคุณพ่อก็ไปอยู่ตรงโรงจอดรถที่เวลานี้ไม่มีใครอีกเลย ใบหน้าที่คล้ายกันกับผมแต่สูงวัยกว่ามองจ้องด้วยความไม่พอใจพร้อมกับลมหายใจแรงๆที่พ่นออกมา ผมรู้สึกถึงก้อนที่ลำคอจนไม่สามารถจะกลืนน้ำลายลงได้ รู้สึกถึงความเห่อร้อนทั่วใบหน้า





ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธ  ผิดหวัง หรือเสียใจที่ทุกอย่างออกมาเป็นแบบนี้





ผมไม่เคยโดนพ่อตวาดใส่ ไม่เคยเลยสักครั้งเดียวตั้งแต่จำความได้ พ่อเป็นคนที่ใจดี ถึงแม้จะเป็นระเบียบแต่ก็ไม่เคยพูดจาทำร้ายน้ำใจของผม แต่ในเวลานี้ สิ่งที่ผมได้รับกลับมีแต่ความไม่พอใจ สายตาที่ส่งมาคล้ายกับจะผิดหวังในตัวผม






ทั้งๆที่ผมยังเป็นองซองอู ลูกชายคนเดิมขององซองอุค แต่บางสิ่งกลับทำให้ระยะห่างระหว่างผมกับพ่อมันเพิ่มขึ้น




                    บางสิ่งที่ผมคิดว่าคือ คังดาเนียล




และระเบิดเวลาที่ผมสร้างขึ้นมา ผมไม่ได้ใช้มันกับดาเนียล




แต่กลับกลายเป็นพ่อ ....พ่อของผมเอง





"ขอโทษน้องซะ"
คุณพ่อคาดคั้นให้ผมทำตามที่ท่านบอก มือทั้งสองข้างกำแน่น รู้สึกถึงไหล่ที่เริ่มสั่นเทาไปด้วยความโมโห 




ผมส่ายหน้า




ปฏิเสธโดยไร้ซึ่งคำพูด




"พ่อบอกให้ลูกขอโทษ ....ที่พูดจาแบบนั้นออกไป"





"...."




"องซองอู"



"...."



"...."




"ผมพูดผิดตรงไหน"
พยายามบังคับเสียงที่พูดออกมาให้เป็นปกติ สวนทางกับความรู้สึกมากมายที่อัดอั้นอยู่เต็มอก  ผมไม่สนใจหรอกว่าดาเนียลจะยืนอยู่ตรงนี้หรือไม่ เพราะคนที่ผมแคร์ที่สุดในตอนนี้คือพ่อ   พ่อที่ดูจะแคร์แต่ดาเนียลจนอาจลืมไปว่าผมเองก็มีหัวใจ มีความรู้สึก




ไม่มีใครชอบที่จะโดนแย่งความรักไป



ไม่มีใครชอบที่จะต้องแบ่งของที่ตัวเองรักให้คนอื่น



ผมไม่ได้เห็นแก่ตัว  ....แต่ผู้ใหญ่ต่างหากที่เห็นแก่ตัว รักแต่ตัวเองจนมองข้ามความรู้สึกของลูกที่เขาได้ให้กำเนิดขึ้นมาด้วยความรัก



          ท้ายที่สุดเขาก็ลืมไปว่าเด็กคนนั้นก็ต้องการความรักไม่ต่างจากเดิมเลย




"พ่อจะไม่พูดซ้ำ ลูกโตแล้วลูกน่าจะเข้าใจความรู้สึกของน้องบ้าง  น้องไม่ใช่เด็กๆที่จะยอมให้ลูกรังแกยังไงก็ได้อีกต่อไปแล้วนะซองอู"



"...."



"ไม่เห็นแก่น้องก็เห็นแก่พ่อบ้างเถอะ"



"พ่อคิดแบบนี้หรอกหรอ..."
ผมถามเสียงเรียบ  มันไม่ใช่การยั่วโมโหโดยการใช้คำพูดกวนประสาทหรือวาจาเราะร้ายให้อีกฝ่ายทนไม่ได้เหมือนทุกที มีแค่ประโยคที่ผมกลั่นออกมาจากความคิด และทุกคำผมก็หมายความตามที่พูด ไม่ได้ประชดประชันแต่อย่างใด




ไม่ใช่การทะเลาะเหมือนที่เคย  แต่เป็นช่วงเวลาที่ผมได้ระบายความในใจ ...ที่ไม่เคยมีใครได้ล่วงรู้



"...."
ท่านเงียบ แววตาดูอ่อนลงเมื่อเห็นผมเป็นฝ่ายที่อดทนไม่ไหวอีกต่อไป เสียงสั่นเครือกำลังตั้งใจพูดออกไปอย่างช้าๆ หวังเพียงให้คนตรงหน้าเข้าใจความรู้สึกของผมบ้าง  ...สัดนิดก็ยังดี




"ผมไม่คิดว่าการมีครอบครัวใหม่เป็นเรื่องที่ผิด แต่การที่เรามีครอบครัวที่อบอุ่น มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้วเราก็ควรให้เกียรติซึ่งกันและกันบ้าง"




"ถ้ามองอีกมุม ให้คุณแม่มีครอบครัวใหม่แล้วพาผู้ชายคนนั้นเข้ามาอยู่ที่บ้านในตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ พ่อว่ามันน่าอายไหมครับ"



"อย่างนี้พอจะเรียกว่าเห็นแก่ตัวได้ไหมครับ"




"ซองอู!! พ่อรู้ว่าลูกเป็นคนเชื่อมั่นในความคิดตัวเองแต่ไม่เคยคิดเลยว่าลูกจะก้าวร้าวแบบนี้!!"
เสียงที่เงียบหายไปกลับดังขึ้นมาจนไม่สนใจว่ารอบๆนั้นจะมีใครเดินผ่านมาหรือไม่





"ขอโทษดาเนียลเดี๋ยวนี้"



"..ไม่"



"พ่อใจเย็นกับลูกมามากพอแล้ว อย่าให้พ่อต้องหักหาญน้ำใจลูกนะ"



"....."





"ไม่เป็นไรครับ ผมโอเคดี รู้ว่าพี่ซองอูไม่ได้คิดอะไรที่ไม่ดีกับผมหรอก"
เป็นดาเนียลที่พูดขึ้นมาหลังจากเงียบตลอดตั้งแต่เรามาอยู่ตรงนี้ คุณพ่อหันไปมองก่อนหันมามองผมด้วยสายตาเอือมระอา ส่วนดาเนียลเองก็หันมามองผมพร้อมกับสีหน้ารู้สึกผิด





               เจ้าตัวคงคิดว่าประโยคน้ำเน่านี้จะเรียกคะแนนสงสารและความเห็นใจจากผมได้


               แต่ไม่มีวัน...



               ผมเกลียดเขา  ยังไงผมก็เกลียดเขา




"พี่ไม่ได้ตั้งใจพูดหรอกครับพ่อ ผมไม่เป็นไร"



"นายอย่ามาทำเป็นรู้จักฉันดี  คังดาเนียล"



"....."




"ฉันหมายความตามที่ฉันพูดไปทุกอย่าง ไม่เคยยินดีกับการที่นายเข้ามาเป็นคนในครอบครัว และฉันไม่มีวันยอมรับให้นายเป็นน้องชายของฉันเด็ดขาด"



"ซองอู  พ่อไม่เคยสอนให้เราพูดจาแบบนี้นะ!"




"พ่อเองก็ระวังไว้เถอะครับ หลงสองแม่ลูกนี้มากๆระวังพวกมันจะผลาญสมบัติของเราไปจนหมด พวกมันคงอยากให้เราหมดตัวเร็วๆ พวกมันจะได้สบายสักที"



"ส่วนนาย เกาะคนอื่นกินไม่อายหรือไง ฉันไม่เห็นว่าการเป็นเมียน้อยมันน่าภูมิใจตรงไหน"





เพี๊ยะ




ใบหน้าคมหันไปตามแรงจากฝ่ามือผอมๆที่ตรงดิ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงน่าอายเกิดขึ้นเมื่อความอดทนของผู้เป็นพ่อขาดผึงในยามที่ผมได้เอ่ยถ้อยคำร้ายกาจออกไป 





          เจ็บ





          แต่ไม่เจ็บเท่าความรู้สึกที่เสียไปหรอก




          หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้นในขณะที่ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม




          เหมือนคนที่จับต้นชนปลายไม่ถูก



          ผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง จะยืนอยู่ตรงนี้หรือแสดงสีหน้ายังไง





ราวกับหัวใจดวงนี้ได้แตกสลายไปพร้อมๆกับความรู้สึกที่เริ่มจะชินชากับสิ่งที่พบเจอ




100% is loading
ขอโทษนะคะที่หายไปนานเลย กลับมาแล้วววว
เอาใจช่วยพี่ซองอูให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยน้าา



ขอบคุณและขอให้มีความสุุขกับการอ่านค่ะ



#เกลียดเนียลอง
Thank you for your attention

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #768 kflm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 17:50
    #ทีมซองอู 😭😭😭
    #768
    0
  2. #662 นพจ. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 10:53
    ป้าคนนั้นเเบบอารมณ์เเบบป้าข้างบ้านที่ขี้-เรื่องของเพื่อนข้างบ้านเลยค่ะเจอประจำ น่าโมโห55555
    #662
    0
  3. #585 Helolyy_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 21:48
    ฮื่มม เจ็บไปหมด ไม่มีใครไม่เจ็บเลยนะคะเรื่องนี้ เข้าใจพี่ซองอูมากๆ เข้าใจที่พี่ทนไม่ไว้จนระเบิดมันออกมา แต่ก็นั่นหล่ะ แดนก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนิคับพี่ ออกจะเป็นห่วงพี่ด้วยซ้ำแง้ เจ่บปวด
    #585
    0
  4. #531 sunvee22 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 03:36
    #ทีมเเดเนียล
    #531
    0
  5. #520 ykoxdiv (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 15:35
    คุณองคงรู้สึกโดนหักหลังเลยพูดจารุนแรงไม่แคร์ใครแล้ว สงสารแดนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
    #520
    0
  6. #516 นกนางแอ่น หวนกลับ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 20:04
    คนพี่ก็พูดแรงไปจริงๆนั่นแหละ แต่เรารอไรมาต่อไวๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #516
    0
  7. #515 butter ★ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:32
    คุณองก็พูดแรงจริงๆแหละ แต่ก็สงสารอยู่ดี ฮือ อยากรู้จังว่าเพราะอะไรทำไมพ่อถึงได้ดูรักแดนมากขนาดนี้ ;_;
    #515
    0
  8. #514 mim7012 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 13:58
    แงงคุณองก็พูดแรงไปจริง แต่ถ้าเป็นเรา เราก็พูดแบบนี้แหละฮืออออออออ
    #514
    0
  9. #513 มิ้วแฟนแจมินไง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 12:14
    คุณพ่อต้องมีเหตุผลใช่ม่ะที่ให้แม่กับเน่วเข้ามาอยู่บ้านไม่น่าใช่เหตุผลทางรวักๆใคร่ๆ ฮื่อ
    #513
    0
  10. #512 chamai__ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 00:32
    คิดถึงจะแย่ แงงงงง
    #512
    0
  11. #510 buchiibuchii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:10
    โฮฮฮ จะรักกันยังไงล่ะเนี่ย
    #510
    0
  12. #509 MONARCHs. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:51
    เปนเราก้ไม่โอเคอ่ะ บอกเลยไม่เหนหนทางที่จะรักกันได้ ลูกเมียน้อยก้คือลูกเมียน้อยอ่ะนะ มองกันตรงๆแดนกับแม่ก้หน้าด้านจิงๆอ่ะแหละ เหตุผลคืออะไรก้ไม่รู้เพราะไม่ยอมบอก เพราะงั้นในสายตาซองอูแดนก้เปนแค่เนี้ย ทำดีแค่ไหนก้เปนได้แค่ลูกเมียน้อยกับกาฝากและดูเหมือนซองอูจะเกลียดแดนเข้าไส้เลย
    #509
    0
  13. #507 Snowflake_Star (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:36
    แงงงงงไรท์กลับมาแล้ววว ฮืออออมันหน่วงมันอึดอัดมากๆㅠㅠ
    #507
    0
  14. #506 hnoey♡ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:22
    มาต่อไวๆนะคะ
    #506
    0
  15. #505 oscheek (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:15
    ฮือออออ สงสารพี่ซองอู มันผิดที่ทุกคนไม่ยอมบอกกันตรงๆแงง
    #505
    0
  16. #504 Anon_H (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:14
    ฮือออออออ
    #504
    0
  17. #503 KDKS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:10
    ยืนยันคำเดิมว่า ทีมซองอู อะ เป็นเราก็คงคิดแบบนั้นเฮ้อ ไม่เห็นหนทางที่จะรักกันเลยจริงๆ
    #503
    0
  18. #502 KDKS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:10
    ยืนยันคำเดิมว่า ทีมซองอู อะ เป็นเราก็คงคิดแบบนั้นเฮ้อ ไม่เห็นหนทางที่จะรักกันเลยจริงๆ
    #502
    0
  19. #501 I AM NO ONE. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:03
    โอยยยย ฮืออออ ซองอู เข้มแข็งไว้นะ เมื่อไหร่พ่อกับแดนจะบอกอะไรซองอูบ้างว่ากำลังทำอะไรอยู่และทำไปทำไม
    #501
    0
  20. #499 hnoey♡ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 16:39
    ‪สงสารพี่ซองอู ฮืออออ ไรท์มาต่อไวๆนะคะ แงงง
    #499
    0
  21. #496 K.I.W (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:04
    ทำไมพี่ซองอูโดนทำร้ายขนาดนี้ เจ็บปวด คนที่ดูเข้มแข็งสุดคือคนอ่อนแอที่สุด
    #496
    0
  22. #495 แม่มนีขี่ลูกแพะ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 19:46
    ทำไมซองอูน่าสงสารแบบนี้ ทางความรู้สึกมันไม่ตลกเลยสักนิด
    #495
    0
  23. #494 -IT HURT- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 09:22
    แดเนียลรีบๆบอกความจริงพี่ซองอูเขาไปเถอะ
    #494
    0
  24. #493 jackyit (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 09:13
    อยากให้แดเนียลรีบบอกความจริง
    #493
    0
  25. #491 I AM NO ONE. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:05
    ซองอูววว สงสารตรงที่ไม่ได้รับรู้อะไรเลยว่าพ่อกับแดนคุยอะไรจะทำอะไรกันบ้าง เหมือนโดนปิดกั้น ละไม่มีใครคิดจะบอกด้วย
    #491
    0