เกลียด ; HATE #NIELONG

ตอนที่ 17 : PART XVII : ปิดบัง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    1 มี.ค. 61

PART XVII :   conceal ...



-penthouse-












"ปิดเทอมนี้เอาไง มึงกลับไปอยู่บ้านหรือสิงเพนท์เฮ้าส์เหมือนเดิมวะ"




เสียงนุ่มของเพื่อนรักเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงหลังจากเขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง มินฮยอนไม่ได้เข้าข้างใครแต่กลับบอกว่าทั้งสองคนมีมุมมองที่แตกต่าง แถมยังเลือกที่จะแสดงออกไม่เหมือนกันอีกด้วย ซองอูไม่ได้รู้สึกเห็นด้วยแต่อย่างไร นับตั้งแต่วันก่อนที่ดาเนียลพูดไม่ดีกับเขา เราสองคนก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย 




มีเพียงสายตาที่สบกันเป็นระยะยามที่เดินสวนทางกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเสียงในหัวที่บอกกับตัวเองว่าเพนท์เฮ้าส์ดูแคบลงกว่าทุกวัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ต้องพบหน้าอีกฝ่ายบ่อยแบบนี้




แต่ก็ยังดีที่เจ้าตัวย้ายกลับไปอยู่บ้านบ้างในบางวัน ด้วยเหตุผลที่ว่า "กลัวแม่ตัวเองเหงา" 




          แน่นอนว่าซองอูจะรู้จากใครได้ถ้าไม่ใช่พ่อตัวเอง




"คิดว่าอยู่เพนท์เฮ้าส์เป็นหลัก แต่กูก็กลับบ้านบางช่วงนั่นแหละ"



เสียงปลายสายเงียบไปพักนึง ก่อนจะเอ่ยคำถามที่พึ่งนึกออก ทริปไปทะเลของกลุ่มเพื่อนและสายรหัสที่พวกเขามักจะจัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว ถือเป็นการเลี้ยงน้องๆและเลี้ยงส่งพี่ๆอีกด้วย




"แล้วทริปที่กูถามมึงตกลงน้องในสายมึงว่างหมดใช่ไหม กูชวนเพื่อนกูหมดแล้วนะ ไอ้แจฮวานก็ตกลงแล้วเรียบร้อย"
คนจัดทริปรีบอธิบายอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยความตื่นเต้น ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วเพราะว่ามินฮยอนจะได้อยู่ใกล้พัคจีฮุนถึงสามวันสองคืน ...พลันรอยยิ้มที่มีก็หายไปเมื่อใบหน้าเรียวของใครบางคนฉายเข้ามาแทนที่




ทั้งๆที่เพื่อนก็รู้ว่าดาเนียลคุยกับจีฮุนอยู่ แต่มินฮยอนก็ยังแอบหวัง






          ใช่ เราทุกคนมีความหวังกันทั้งนั้นแหละ






"ไปเมื่อไรวะ"




"น่าจะศุกร์หน้าไม่ก็ศุกร์นู้น พวกกูว่างหมด รอมึงคนเดียวเนี่ย"




"เออๆ งั้นอาทิตย์หน้าก็ได้กูโอเค น้องกูว่างอยู่แล้วเพราะแม่งอยู่มอทำงานตอนปิดเทอม"





"โอเค เดี๋ยวมะรืนกูเข้าไปหามึงนะ มีอะไรก็โทรมา อย่าคิดมาก"




สายสนทนาสิ้นสุดไปพร้อมๆกับเสียงถอนหายใจจากร่างบาง มือเรียวเปิดดูปฏิทินบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กวาดสายตามองไล่ไปตามวันบนแผ่นกระดาษก่อนพบว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดเขาเสียแล้ว 





          ช่วงนี้มีอะไรให้คิดเยอะแยะมากมายจนเกือบลืมวันเกิดตัวเองไปแล้วด้วยซ้ำ























.





.





เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นยามบ่ายที่ไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะพ่อแม่และน้ามินอามีประชุมที่บริษัทในวันนี้ คิ้วหนายกขึ้นด้วยความประหลาดใจพลางเงยหน้ามองไปยังต้นเสียงนั้น เรียวขายาวก้าวไปเปิดประตูให้ และมันทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้นกว่าเดิมเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาหาเขาถึงที่นี่




                    แปลก...




ใบหน้ามนเปี่ยมไปด้วยความกังวลใจเสียจนคนมองรู้สึกได้เป็นอย่างดี  ร่างโปร่งเดินตามเจ้าของห้องเข้ามา ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาราคาแพงที่ประดับอยู่ตรงมุมห้อง รอยยิ้มกวนประสาทที่เคยมอบให้เขาอยู่เสมอในวันนี้กลับไร้ร่องรอยของมัน มีเพียงริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นราวกับสิ่งที่กำลังจะเอ่ยออกมาจำต้องใช้ความกล้า




หรืออาจมีผลกระทบต่อจิตใจของคนฟังไม่มากก็น้อย


.





"ลมอะไรหอบนายมาถึงที่นี่"
ดาเนียลพยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายขึ้นโดยเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน แต่น่าเสียดายที่มันไม่เป็นผล แววตาคู่เรียวจ้องมองใบหน้าคนเด็กกว่าที่หันมามองเขาเช่นกัน






"ผมจำเป็นต้องมีธุระสำคัญด้วยหรือไงถึงจะมาได้"





"...."





"นี่พี่เห็นผมเป็นคนยังไงเนี่ย ฮ่าๆ"
เสียงหัวเราะในลำคอที่ดูฝืนเหลือเกินถูกส่งออกมาพร้อมกับมือโปร่งที่คีบมวนบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาไม่ชอบนักหรอกที่จะให้คนอื่นเข้ามาสูบบุหรี่ในห้อง แต่เมื่อเห็นสภาพอิดโรยของอีกฝ่ายก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็สงสารอยู่ไม่น้อย แววตาคู่นั้นเป็นกังวลและตึงเครียด มากเสียจนบรรยากาศในห้องดูหมองหม่นไปตามๆกัน






"ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น มีอะไรก็พูดมา"
เขาเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง อีกครึ่งชั่วโมงต้องออกไปพบคุณน้ามินอาที่บริษัทตามที่ได้นัดไว้







"ขอโทษทีครับคุณคัง แต่มันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆผมถึงได้มาหาพี่ ที่นี่วันนี้ไงล่ะ"






"..."






"เขาป่วย..."
แวบนึงที่แววตาคู่นั้นสั่นไหว เขาสังเกตมันได้ทันและทำเป็นมองไม่เห็นเพื่อปกป้องความรู้สึกอ่อนแอของอีกฝ่าย





"..."
แต่ไม่ใช่แค่คิมดงฮันเท่านั้น เขารู้สึกได้ถึงริมฝีปากที่แห้งผาก แค่จะกลืนน้ำลายลงคอยังรู้สึกทำได้ยาก มือทั้งสองข้างขยับกุมเข้าหากันโดยอัตโนมัติ






          กลัวสิ่งที่กำลังจะได้ยิน





เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่ามันค่อยๆเล็กลงไปทุกที




          เหมือนกันหัวใจดวงนี้ที่เริ่มจะห่อเหี่ยวลง เพราะขาดการดูแล มิหนำซ้ำยังต้องเจอเรื่องราวมากมายเข้ามาเป็นบทพิสูจน์ในแต่ละวัน






"   ..และต้องการเงินจำนวนมากเพื่อที่จะรักษาธุรกิจเอาไว้ รวมไปถึงรักษาอาการที่กำเริบขึ้นอีกด้วย"
เสียงนั้นสั่นพร่าไม่ต่างกัน 





"มะ หมายความว่ายังไง"
ดาเนียลก้มลงมองเอกสารบนโต๊ะทำงาน เพ่งสายตาไปยังตัวอักษรบนนั้นแต่พบว่าสมองของเขาไม่ได้คล้อยตามไปเลยสักนิด ใบหน้าของคนๆนั้นฉายชัดอยู่ในความคิด ที่ถึงแม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ไม่อาจลืมเลือนได้






"จำเรื่องที่ผมเคยบอกพี่ได้ไหม  นั่นแหละ มันกลับมาอีกแล้ว"






"ด เดี๋ยว.."
เขาชะงักไปชั่วครู่ ใบหน้าเรียวเงยขึ้นมองดวงตาคู่นั้นของคิมดงฮันที่รื้นไปด้วยน้ำ รอยยิ้มจางๆปรากฏที่มุมปากในขณะที่มือทั้งสองเอื้อมมาจับฝ่ามือหนาของเขาเอาไว้แน่น




          อ้อนวอน



               ขอร้อง



                    ไร้ทางสู้






"เขากำลังจะตาย ถ้าพี่ไม่ช่วยเหลือเขา!"













.













.









4 days later





"น้องบอกพ่อว่าเก็บไว้ในลิ้นชักข้างโต๊ะทำงาน ลูกลองเปิดดูหน่อยได้ไหม"




"ครับ พ่ออย่าพึ่งวางสายนะ ผมจะได้ถามถูก"
มือเรียวออกแรงผลักประตูตามคำสั่งของผู้ปกครอง  เท้าเล็กก้าวเข้าไปในยังห้องนอนชั้นล่างที่ไม่ได้เห็นมาสักพักหนึ่งแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างไม่เป็นระเบียบ อันที่จริงเขาไม่ได้จะละลาบละล้วงเท่าไรหากไม่ติดว่าพ่อวานให้ช่วยหาเอกสารสำคัญที่ตัวปัญหาดันลืมไว้ที่นี่



"ครับๆ แปปนึงนะ"
เสียงนุ่มเอ่ยกลับไปพลางๆ ใบหน้าคมก้มมองลิ้นชักชั้นล่างแต่ไม่พบกับสิ่งที่ตามหา



"พ่อครับ  ฮัลโหลๆ ได้ยินผมมั้ย"
เขาถามย้ำอีกครั้งเมื่อไร้การตอบรับใดๆจากคนปลายสาย



"..."



"เอ่อ .. พี่ซองอู ผมเอง"
ทันใดนั้นเสียงทุ้มก็ตอบกลับมาอย่างตะกุกตะกัก ซองอูหายใจออกด้วยความหงุดหงิด





          ไม่ได้เจอ แต่ก็ตามมาหลอกหลอนถึงในสาย




พวกเขาไม่ได้ทะเลาะกัน แค่คุยกันไม่รู้เรื่อง และถ้าให้เลือก...การเลี่ยงพบเจออีกฝ่ายคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้




"ฉันไม่เห็นอะไรสักอย่างในลิ้นชักของนาย"
ร่างบางเริ่มบ่นเพราะเขาเองหงุดหงิดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้แล้ว ทุกอย่างจัดวางอย่างเละเทะสมกับเป็นคังดาเนียลที่รู้จัก




          และใช่ เขาไม่ชอบเลยสักนิด




"เอ่อ"




"นึกดูอีกทีสิว่ามันอยู่ตรงไหน"





"ครับ ....งั้นพี่ช่วยดูบนตู้หนังสือหน่อยได้มั้ย ชั้นบนสุดผมวางกองกระดาษไว้รวมๆกัน มันอาจจะติดไปก็ได้"




"อืม"



"มันอาจจะรกไปหน่อย   ....ผมขอโทษนะ"
แต่คำขอโทษท้ายประโยคเบาลงไปอย่างเห็นได้ชัด คนฟังก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อีกฝ่ายเอ่ยขอโทษทั้งๆที่ปกติไม่ใช่นิสัยของเจ้าตัว




"ไม่เป็นไร"





เขาหันกลับไปยังตู้หนังสือหลังใหญ่ซึ่งวางอยู่ติดผนัง มือเรียวเอื้อมไปหยิบกองกระดาษหนาๆออกมาก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกาแฟภายในห้อง หยิบมันขึ้นมาทีละแผ่นแล้วอ่านข้อความบนนั้นอย่างรอบคอบ เพื่อจะได้เจอเอกสารที่พ่อต้องการ







แต่แล้วสิ่งที่อยู่ในมือกลับทำให้คนที่เริ่มง่วงจากเวลาดึกๆตื่นขึ้นมาในทันที 





          การไว้ใจคนง่ายเกินไปก็ไม่ดี   เหมือนดาบสองคมที่ลูกต้องระวังเอาไว้





ก็เหมือนกับการทำธุรกิจ ลูกจะไม่ประสบความสำเร็จหากมองเรื่องมิตรภาพให้อยู่เหนือผลกำไร เราทำธุรกิจ ไม่ใช่องค์กรเพื่อการกุศล






ฝ่ามือผอมสั่นระริก นิ้วเรียวจับแผ่นแรกเปิดออก เผยให้เห็นข้อมูลตัวเลขการใช้จ่ายที่น่าตกใจ




ดาเนียลใช้เงินกว่า 90 ล้านวอนภายในเวลาไม่กี่วัน โดยเป็นการโอนเงินข้ามประเทศไปยังผู้รับที่เขาไม่รู้จัก





หรือการที่ดาเนียลเข้ามาช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้เป็นเพราะเจ้าตัวได้รับผลประโยชน์จากบุคคลอื่น





หรือไม่ ....ก็เป็นดาเนียลที่คอยช่วยเหลือคนที่โกงเงินบริษัทอยู่






          การไว้ใจคนง่ายเกินไปก็ไม่ดี   เหมือนดาบสองคมที่ลูกต้องระวังเอาไว้





บางที ...บาดแผลที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็อาจเป็นเพราะคมด้านหนึ่งของใบมีดนั้นก็เป็นได้







50% is loading









"พี่ซองอูหาเจอแล้วครับ"
ดาเนียลตะโกนบอกผู้เป็นพ่อซึ่งนั่งอยู่อีกฟากห้อง ใบหน้าคมที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยพยักหน้ารับก่อนเดินเข้ามาหา ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาแตะบนบ่าของเขาเบาๆ ออกแรงบีบเพียงเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกถึงความห่วงใยที่ส่งผ่านเรียวนิ้วทั้งห้ามาได้อย่างชัดเจน






เขายิ้มรับ   และเอ่ยคำขอบคุณออกมาจนนับไม่ถ้วน






เสียงหัวเราะของคนโตกว่าช่วยปลอบประโลมให้ความรู้สึกที่สั่นไหวเริ่มกลับมาตั้งหลักได้ 






          บ้าน  ....เขามองเห็นบ้านในดวงตาสีดำขลับคู่นั้น






"บอกพ่อมาหน่อยสิว่าลูกกำลังกังวละไร"
ซองอุคเอ่ยเสียงนุ่มทว่าหนักแน่น เขานั่งลงข้างๆร่างสูงที่เผลอถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว มองดวงตาเรียวรีคู่เดิมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส แต่ในวันนี้มีบางอย่างซ่อนอยู่  ...สิ่งที่เขาก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากลูกคนนี้






"ผม..."





"...."





"ผมเกรงใจ ไม่อยากรบกวนพ่อเลยครับ"
ดาเนียลเอ่ยเสียงค่อย พลางเงยหน้าขึ้นมองคนฟังที่ยังคงส่งยิ้มมาให้ด้วยความเต็มใจ วงแขนของผู้เป็นพ่อโอบรอบบ่ากว้างก่อนตบลงมาเบาๆ







          ขอบคุณ  ....ขอบคุณที่เขาได้เกิดมาเจอคนที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุน
          มีชีวิตที่ดี ครอบครัวที่อบอุ่น





          ที่ซึ่งเขาไม่สามารถไปหาจากที่ไหนได้อีก...







"คิดอะไรมากล่ะ เป็นผู้ชายเขาไม่คิดเล็กคิดน้อยกันหรอก"
คนเป็นพ่อเอ่ยอย่างรู้ทันเมื่อลูกชายนั่งเงียบไป ใบหน้าเรียวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันราวกับเตือนสติตัวเองเอาไว้  ....ไม่อยากคิดอะไรมากมายให้ตีกันในหัวเหมือนเมื่อวันก่อนอีกแล้ว





          แต่ก็อดไม่ได้อยู่ดี








"แต่พ่อครับ  เงินมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ ...ถ้าเกิดว่าแม่รู้ล่ะก็"
เขานึกถึงใบหน้าหวานๆของผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้ง่วนกับการทำอาหารภายในครัว เพราะเห็นแบบนั้นพ่อจึงรีบเดินเข้ามาหาเขาและเอ่ยถามว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้ดูเครียดผิดปกติ 




ตั้งแต่สามสี่วันก่อนที่กลับมาบ้าน รอยยิ้มสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้ถูกทำลายลงไปจนหมดเพียงเพราะความคิดฟุ้งซ่านของตนเอง





ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง แต่บางครั้งมันก็ฝืนจนจะไม่ไหว






"ก็อย่าไปบอก  ...แม่ของเราน่ะไม่สบายใจแน่ๆถ้ารู้เรื่องนี้เข้า"







"แต่ว่า.... พ่อไม่คิดจะถามผมหน่อยหรอว่าผมเอาไปทำอะไร"







"ไม่จำเป็นเลย  ...ลูกน่ะโตแล้ว หัดตามใจตัวเองบ้างไม่ใช่ทำอะไรเพื่อคนอื่นไปตลอด"







"..."








"พ่อไม่ได้ให้ลูกฟรีๆสักหน่อย   ข้อแลกเปลี่ยนที่พ่อเคยบอกไว้ลูกจำได้ใช่ไหม"












"ถ้าวันไหนพ่อไม่อยู่  ฝากลูกดูแลพี่ซองอูให้พ่อด้วยนะ"






















.







3 days later






"มาหากูดึกๆ นี่มีอะไรไม่สบายใจถูกมั้ยวะ"
เจ้าของบ้านจ้องมองฝั่งคนขับของลาเวนเต้คันสีแชมเปญที่ถูกลดกระจกลง ใบหน้าของเพื่อนรักเต็มไปด้วยอารมณ์ที่แม้แต่คนสนิทแบบเขายังคาดเดาไม่ถูก ดาเนียลเปิดประตูลงมาแล้วเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่รอคำอนุญาตจากอีกฝ่าย วางกระเป๋าใบเล็กที่เจ้าตัวขนเสื้อผ้ามาสองสามชุดลงบนโซฟาเบด ก่อนเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนที่นั่งข้างๆควานลิน





"เป็นเหี้ยอะไรไม่พูดไม่จา  ...ทะเลาะกับพ่อมาเหรอไง"
เขาเอ่ยถามถึงแม้จะพอรู้อยู่บ้างว่าคนที่ทะเลาะด้วยน่ะไม่ใช่พ่อ แต่เป็นพี่ซองอูจอมเนี๊ยบต่างหาก




"กูไม่เคยทะเลาะกับพ่อ"




"...."




"ไม่ดิ พ่อเข้าใจกูทุกอย่างแหละสัส"
เขายกเบียร์ในมือขึ้นดื่ม ของเหลวมากมายไหลลงลำคอไปด้วยความรวดเร็วราวกับโหยหามาแสนนาน มืออีกฝั่งยกขึ้นคลายไทด์ที่ผูกไว้อย่างเรียบร้อยออก ปลดกระดุมบนเชิ้ตตัวขาวที่เขาไม่ค่อยได้ใส่มันนัก เพียงแต่วันนี้มีงานสังคมเขาจึงต้องแต่งตัวให้เป็นทางการ อย่างน้อยก็ช่วยรักษาหน้าของตระกูลองเอาไว้บ้าง ...ไม่ให้เสียชื่ออย่างที่ใครๆเขาพูดกัน






"มึงใจเย็นๆก่อนนะ"
ร่างโปร่งเอื้อมไปดึงกระป๋องเบียร์ในมือออกจนคนข้างๆหันมามอง  และนั่นก็ทำให้เขาสังเกตเห็นว่าดวงตาของอีกฝ่ายแดงก่ำ





          เหมือนคนที่เกือบร้องไห้  ...แต่ร้องไม่ออก





"มึงว่ากูเป็นคนยังไงวะ"




"ถามอะไรของมึงเนี่ย"





"ไอเหี้ยเอ๊ย ...กูผิดตรงไหนวะ!!"





"ไอ้แดน ....ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ"




"..."



"..."



"วันนี้กูไปงานกับพ่อ  มีแม่กู แม่พี่ซองอู แล้วก็พี่ซองอูด้วย"



"อาฮะ"



"มันเป็นงานแต่งของลูกค้าพ่อ เขาเลยเชิญพวกเราไป ซึ่งจริงๆแล้วเป็นงานสังคมย่อยๆแหละ เพราะลูกค้ารายนี้ก็ทำธุรกิจเหมือนกัน"



"แล้ว.."



"กูกับพี่ซองอูก็เดินตามพ่อไปตลอด แม่กูกับคุณน้าก็ไปคุยกับเพื่อนตามประสาเค้า จนกูไปเจอคนนึงที่เค้าน่าจะสนิทกับพ่อกูพอสมควร ซึ่งกูไม่คุ้นหน้าเลย"



"..."



"เค้าคุยกับพ่อแล้วก็ถามว่าซองอูเป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย พ่อเลยบอกว่านี่พี่ซองอู ส่วนกูชื่อดาเนียล..... ลูกอีกคนของเค้า"
ดาเนียลมีท่าทีที่อ่อนลงเมื่อเล่าถึงประโยคข้างต้น เสียงแหบพร่านั้นเอ่ยอย่างแผ่วเบาเมื่อแววตาสั่นไหวไปพร้อมๆกับประโยคถัดมาที่เขาก็เห็นด้วยว่ามันไร้ซึ่งมารยาททางสังคมจริงๆ




"เค้าเลยหันมายิ้มให้กู แล้วถามว่ากูใช่มั้ยลูกชายของฮันเยบิน กูก็พยักหน้า เค้าเลยถามว่าเป็นยังไงบ้างล่ะ ตั้งแต่ขอเข้ามาอยู่กับคุณซองอุคชีวิตดีขึ้นจนเหมือนฝันเลยใช่มั้ย "


มือทั้งสองกำเข้าหากันแน่นจนสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมาตั้งแต่ฝ่ามือไปจนถึงเรียวแขน เจ้าของเรื่องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สะกดกลั้นอารมณ์ที่คุกกรุ่นเอาไว้ก่อนเรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างเนิบนาบ



"กูก็ตกใจไปนิดนึง พ่อกูก็ชะงักไปสักพักก่อนจะบอกว่าจริงๆตอนยังไม่ย้ายเข้ามากูก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ชีวิตของกูก็มีพร้อมทุกอย่าง แต่เขาอยากให้เด็กๆได้มาอยู่ด้วยกันก็เลยไปถามแม่กู"



"แล้ว.."




"แล้วผู้หญิงคนนั้นเลยพูดว่า อ๋ออ ลืมไปเลยว่าดาเนียลไม่มีคุณพ่อก็เลยมาอยู่กับองซองอุค แล้วหันมาถามกูว่าเป็นยังไงบ้าง คุณซองอุคเลี้ยงดูเรามาอย่างดีเลยใช่มั้ย"




"กูก็ตอบไปตรงๆว่าดีมากเลยครับ ผมมีความสุขกับการอยู่ที่บ้านหลังนี้ดี.."




"และเค้าก็บอกว่า  กูมีความสุขก็ดีแล้ว แต่อย่าลืมนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นๆในบ้านด้วยนะ ไม่ได้อยากจะสอนแต่ในเมื่อเขาเลี้ยงดูเรามาก็อย่าลืมทดแทนบุญคุณ อยู่อย่างเจียมตัวนะลูก อย่าให้ใครมาว่าเราได้"



"จังหวะนั้นพ่อกูเริ่มไม่โอเคแล้วเพราะรู้ว่าคนนั้นจงใจถากถางกูกับแม่ เค้าเลยบอกว่าขอตัวก่อนนะครับแล้วจะลากพวกกูไปอีกมุมที่คุณน้ากับแม่กูยืนรออยู่ แต่จังหวะที่กำลังจะไปนั่นแหละ ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ถามพี่ซองอูว่าวันไหนสะดวกก็มากินข้าวที่บ้านน้าได้นะ ชวนน้องชายเรามาด้วยก็ได้"



"เค้าพูดเหมือนอยากจะประชดมึงเลยว่ะ แม่ง เป็นกูกูก็ไม่โอเค"



"เออ กูรู้ สายตาเค้าเหยียดตั้งแต่รู้ว่ากูเป็นใคร มองกูตั้งแต่หัวจรดเท้าแถมยังไม่มองหน้าเวลาคุยด้วยอีก แต่ที่กูเจ็บใจที่สุด..."




"คือพี่ซองอูตอบไปว่า ยินดีครับคุณน้า แต่ว่าในครอบครัวผมเป็นลูกคนเดียวไม่ได้มีน้องชายอย่างที่คุณน้าเข้าใจผิด"




"สัส เกินไปป่ะวะ เหมือนหักหน้ามึงเหี้ยๆ"
ควานลินสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด เขารู้จักพี่ซองอูผ่านคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทอย่างดาเนียล พอเข้าใจอยู่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจรับเพื่อนของเขาเป็นน้อง แต่สิ่งที่ทำอยู่นี้ก็เกินไป  ...อย่างน้อยก็ควรจะให้เกียรติกันบ้าง 




"กูก็ทำเป็นไม่ได้ยินอะไร จนพ่อกูนี่แหละที่หันไปตวาดพี่ซองอูเสียงดัง"




"จังหวะนั้นพี่ซองอูหน้าเสียแล้วสัส กูก็ช็อคดิ เลยอยู่นิ่งๆเพราะทำอะไรเดี๋ยวจะกลายเป็นผิดไปหมด แค่ตกใจชิบหายเพราะพ่อไม่เคยดุพี่ซองอูแบบนี้มาก่อน จนพ่อให้กูเดินตามเค้าออกไปนอกงาน ไปอยู่แถวๆโรงจอดรถพร้อมกับพี่ซองอูที่เดินตามมาเหมือนกัน"




"พ่อบอกให้พี่ซองอูขอโทษกูที่พูดแบบนั้นออกไป ไม่นึกถึงความรู้สึกของคนอื่น แต่มึงก็รู้ว่าพี่กูไม่ยอมทำหรอก"




"เขาก็ไม่ทำนั่นแหละ แถมยังถามพ่อว่าที่เค้าพูดน่ะมันผิดตรงไหน ใครๆเขาก็รู้ ไม่งั้นคงไม่มาพูดต่อหน้าแบบนี้ จนพ่อกูเริ่มโมโหมากๆ กูเลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้คิดอะไรหรอก รู้ว่าพี่พูดไปไม่ได้คิดอะไรไม่ดีต่อผม"




"แต่พี่ซองอูเสือกพูดกลับมาว่า 'ฉันหมายความตามที่พูด ไม่เคยยินดีกับการที่นายเข้ามาเป็นคนในครอบครัวของฉัน และเขาไม่มีวันนับกูเป็นน้อง'"




"พ่อกูยิ่งโมโหใหญ่เลย ตวาดว่าพี่ซองอูพูดอะไรเป็นเด็กๆ ทำตัวเหมือนไม่รู้จักโต พ่อไม่เคยว่าเลยแต่การพูดดูถูกน้องตัวเองต่อหน้าคนอื่นพ่อก็ไม่ชอบเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าลูกที่เลี้ยงมากับมือจะมีนิสัยแบบนี้"




"แต่พี่ซองอูก็นะ ...ขึ้นเสียงกับพ่อแล้วบอกว่า พ่อมองกูผิดไปแล้วล่ะ ระวังให้ดี สองแม่ลูกนี้ไม่ได้หวังดีกับครอบครัวเราหรอก มีแต่จะปอกลอกให้หมดตัว"




"แถมยังหันมาถามกูอีกว่า  เกาะคนอื่นเขากินไม่อายหรือไง  ไม่ได้ยินหรอเวลาใครเค้าถามว่ามีแม่เป็นเมียน้อยมันน่าภูมิใจตรงไหน"



"กูนี่แบบ... ฟิวส์ขาดสัดตอนนั้น กำลังจะเดินหนี"





"แล้วมึงทำยังไง ไม่ตอบโต้ไปหน่อยวะ"



"ไม่ ....กูไม่ทำ"



"จริงๆกูก็คิดจะทำแหละ แต่พอดีว่ากูช้าเกินไป.."




"พ่อกูตบหน้าพี่ซองอู... ทั้งๆที่พ่อไม่เคยทำแบบนี้เลยตั้งแต่กูอยู่กับเค้ามา"




"พี่ซองอูยืนนิ่งมาก มือไม้สั่นไปหมด มองหน้ากูสลับกับพ่อแต่ไม่ยอมพูดอะไร"




"จนสุดท้ายก็เดินหายเข้าไปในงาน"




ร่างสูงเอนตัวลงพิงกับพนักโซฟา ใบหน้าเรียวเงยขึ้นก่อนหลับตาลงเพื่อข่มความรู้สึกที่มากมายเอาไว้พลางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ





          ทุกอย่างเริ่มยากขึ้น  ....จนคิดไม่ออกแล้วว่าในวันนึงมันจะเป็นอย่างไร...




tbc.


ตู้มมมมมมมมมมมมม 

ตอนหน้าจะเป็นสเปเชี่ยลพาร์ทที่เล่าในมุมของพี่ซองอู เราจะได้ทำความรู้จักพี่ซองอูให้มากขึ้นกว่านี้  จะได้รู้ว่าคนพี่ต้องเจออะไร มีความคิดความอ่านอย่างไรถึงแสดงออกมาในแบบนี้ เอาใจช่วยให้เขาได้รักกันเร็วๆนะคะ ♥


ขอบคุณและขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ




#เกลียดเนียลอง
Thank you for your attention

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

799 ความคิดเห็น

  1. #733 forusegames (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 03:54
    ระเบิดลูกใหญ่ลงซะแล้ว
    #733
    0
  2. #517 sunvee22 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 23:16
    มาถึงก็ม่า T^T
    #517
    0
  3. #500 มิ้วแฟนแจมินไง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 10:05
    พี่จ๋าาาาาาาา
    #500
    0
  4. #487 K.I.W (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 23:44
    รอพี่ซองอู ;_; อยากรู้จักมากกว่านี้ ต่างคนต่างมีทิฐิมันก็เลยไม่ลงรอยกันใช่รึเปล่า เจ็บทั้งคู่เลย
    #487
    0
  5. #483 butter ★ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:03
    โอ้ยยยยยยยย ;;____;;
    #483
    0
  6. #481 Kyatto.k (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 11:06
    โอ้โห เหน่ยมาก
    #481
    0
  7. #479 Snowflake_Star (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 08:56
    โอ๊ยยยยเข้าใจทั้งสองคนอะ มันอึดอัดนะะะแงงงงTT
    #479
    0
  8. #473 buchiibuchii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 23:40
    ม่นมากกกก เข้าใจทั้งสองคนเลยอะ
    #473
    0
  9. #469 Nonoway13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 19:44
    เฮ้ออออ
    #469
    0
  10. #468 ongseungwoo2508 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 18:15
    นี้เริ่มไม่เข้าใจซองอูแล้ววว มีอะไรทำไมไม่ถาม โห้ยย อ่านแล้วขึ้นน่าจับตีให้ก้นลายย เนียลลูกถ้าทนไม่ไหวก็จับตีเลยเอาให้เข็ดเลยยย
    #468
    0
  11. #467 mim7012 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 17:36
    อยากโอ๋ทั้งคู่เลย
    #467
    0
  12. #466 dlmn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 12:16
    อือหือออ เจ้มจ้นน
    #466
    0
  13. #465 KS'term (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 11:37
    ระเบิดก้อนใหญ่มาก
    #465
    0
  14. #464 KDKS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 10:12
    ปมเยอะพรี่ไม่ไหวแล้วววววว555 แต่ก็นะเข้าใจทั้งสองฝ่ายรักกันเร็วๆเลยย
    #464
    0
  15. #463 NumPhung2000 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 02:30
    ปม 90 ล้านวอนจะอยู่กับเราไปนานๆแน่เลยค่ะ 55555 ซองอูหนูชอบเก็บไว้คิดคนเดียวตลอดเลย เปงห่วงงง
    #463
    0
  16. #462 Kasegawa Run (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 02:22
    เพียงเพราะ90ล้านวอนนั้น...
    #462
    0
  17. #461 I AM NO ONE. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 02:02
    ก็เนี่ย มีอะไรสงสัยก็เก็บไว้ในใจ ไม่คุยไม่ถาม อีกคนก็นะไม่รู้ว่าเขาไปรู้อะไรก็เลยอธิบายไม่ได้อีก หน่วงง่าTT หน่วงตอนที่ซองอูตวาดแดน หน่วงตอนที่พ่อตบหน้าซองอู ใจนุไม่ไหววว
    #461
    0
  18. #460 flydayzzz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 01:44
    ดูแล้วไม่น่ารักกันได้เลยค่ะ
    #460
    0
  19. #459 ykoxdiv (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 01:41
    โห คุณพ่อดูรักแดนมากๆเลยอ่ะ
    #459
    0
  20. #458 jackyit (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 01:41
    ง่ะ ค้างงเว่อวัง ความปากแข็งของคนพี่นี้55
    #458
    0
  21. #457 Besty.b... (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 01:10
    รอให้คลายทีละปน//เมื่อไหร่คุณเค้าจะหวานกันน่อ
    #457
    0
  22. #456 ykoxdiv (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:40
    งือออ เมื่อไหร่จะเข้าใจตรงกันสักทีนะ
    #456
    0
  23. #455 K.I.W (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:59
    อึ้งเลย...ความหม่นที่แท้ทรู ชอบฟีลดาร์กของนิยายจังเลยค่ะ 555
    #455
    0
  24. #453 dontgetmeewrong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:54
    ฮือออยอมแล้ว ขอหวานบ้างไม่ได้หรออออ แง
    #453
    0
  25. #452 dlmn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:27
    งานพระเอกก็ต้องมา จะยอมรับผิดใช่มั้ยเนี่ยย แล้วเมื่อไรจะได้รักกันคะ เห้ออ
    #452
    0