คัดลอกลิงก์เเล้ว

ฟิคสั้น XS

โดย Michiy'o

ฟิคสั้นสั้น ... ที่ดีกรีความเศร้าไม่สั้น ขอเชิญชวนแม่ยก XS ลองอ่านผลงานของเราดูด้วยนะคะ >

ยอดวิวรวม

1,983

ยอดวิวเดือนนี้

19

ยอดวิวรวม


1,983

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


25
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 ต.ค. 55 / 20:17 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 20 ต.ค. 55 / 20:17

บันทึกเป็น Favorite


XS short story .

Writer : k.feroi

 “ไสหัวออกไปซะฉันยังไม่อยากเห็นหน้าแก”

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นกระทบโสตประสาทของชายหนุ่มร่างบอบบาง ใบหน้างามหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เส้นผมสีเงินพลิ้วไสวไปตามสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างในห้องของร่างสูงตรงหน้าที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวโตหรูหราที่กั้นระยะห่างระหว่างร่างบอบบางและร่างสูงเอาไว้

“แต่ว่าแซนซัส

“ฉันบอกให้แกออกไปหูหนวกรึไง !

…………………………… เมื่อน้ำเสียงแข็งกร้าวตวาดลั่นใส่หน้าตนจังจังเช่นนี้ สควอโล่ก็ไม่อาจจะทนอยู่ตรงหน้าเขาอีกต่อไปแล้ว

“เข้าใจแล้ว บอส”

แต่ว่าแซนซัส ฉันเป็นคนที่แกบอกว่ารักไม่ใช่หรอ

ฉลามหนุ่มเอ่ยตอบรับเรียบเรียบ ก่อนจะค่อยค่อยหันหลังแล้วเดินก้าวออกไปจากห้องทำงานของผู้ชายที่ตนรักนักหนา ภายในใจเวิ่นเว้ออย่างรู้สึกน้อยใจพักหลังนี้แซนซัสไม่ได้สนใจสควอโล่เลยแม้แต่ปรายตามอง ยิ่งนับวันความรักของเขาและแซนซัสยิ่งจืดจาง

  สควอโล่ตัดสินใจเดินออกไปหลังปราสาทที่เป็นทุ่งหญ้าราบกว้าง แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านกระทบกับกระจกปราสาทวาเรียสะท้อนเป็นรุ้งสีสวย แววตาคู่สีอควอมารีนทอดมองออกไปริมขอบฟ้าอย่างเหม่อลอย เส้นผมสีเงินยาวสลวยพลิ้วไหวไปตามสายลม ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนักในตอนนี้

“ฉันทำอะไรผิดแซนซัส ฉันทำอะไรให้แกโกรธงั้นหรอ”

หนุ่มหน้าสวยเอ่ยลอยลอยราวกับให้มันปลิวหายไปพร้อมกับสายลม .. แววตาคู่สวยยังคงเหม่อลอยอย่างไม่มีจุดหมายปลายทางของตนเอง .

.. เนิ่นนานที่ร่างบางแสนสวยยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ ทุ่งราบกว้าง จนกระทั่ง

“สควอโล่ ~ ! อ้าว ? อยู่ที่นี่เองหรอเนี่ยสควอโล่”

เจ้าของน้ำเสียงเริงร่าเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดีราวกับเจอชิ้นของที่ถูกตาต้องใจของตนเอง ราชนิกูลเส้นผมสีทองเดินมาใกล้ร่างแสนสวยมากขึ้นแต่กลับไม่ได้รับการตอบรับใดใดจากชายหนุ่มตรงหน้าเลย

“เฮ้ สควอโล่เป็นอะไรไปล่ะเนี่ย ?”

เบลเฟกอลโบกมือไปมาตรงหน้าสควอโล่  จนแววตาคู่สวยกระพริบถี่ราวกับเรียกสติของตนเองก่อนทอดสายตามองตรงหน้าตนที่มีราชนิกูลจอมกวนยืนยิ้มร่าอยู่ ผ่านมาสิบปีแล้วคนตรงหน้าเองก็โตขึ้นมากจนส่วนสูงของทั้งคู่เกือบจวนจะเท่ากัน... หรือบางทีไอ้เด็กนี่อาจจะสูงกว่าเขาแล้วด้วยมั้ง

“มีธุระอะไรวะไอ้เบล”

ร่างสวยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้เป็นปกติที่สุดด้วยกลัวว่าคนตรงหน้าจะจับได้แต่มีหรือว่าสุดอัจฉริยะอย่างเบลเฟกอลจะมองไม่ออก เจ้าชายเลิกคิ้วสูงใต้ปอยเส้นผมของตนเอง

“ก็เห็นสควอโล่หายไป  แล้วนี่ โดนบอสไล่ออกมาอีกแล้วหรอ”

เบลเฟกอลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางทอดสายตาปริศนาภายใต้เส้นผมของตนมองร่างบางตรงหน้า สควอโล่หลุบสายตาลงต่ำก่อนถอนหายใจหนักหนัก

“อืม แต่ช่างหัวแม่งเหอะ ฉันไม่สนใจหรอก”

เสียงหวานตะเบ็งออกมาอย่างประชดประชัน มือบางกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ริมฝีปากสีกุหลาบถูกขบกัดอย่างเหลืออด ราชนิกูลทอดสายตามอง

“ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนมั้ยล่ะ”

เบลเฟกอลเผยยิ้มกว้างอีกคราเรียกให้ร่างงามตรงหน้าเผยสายตามอง

“อะไรวะ นี่แกสูงจะเท่าฉันแล้วรึไงเนี่ย”

“ชิชิชิชิ แน่นอนใครจะยอมแพ้กันล่ะ”

สควอโล่ขมวดคิ้วเข้มมองร่างตรงหน้าอย่างไม่พอใจ คำแทนตัวเองก็เปลี่ยนไป น้ำเสียงก็ใหญ่ขึ้น รูปร่างก็แผ่พานออกเป็นหนุ่มใหญ่ แต่ถึงแม้ตอนนี้สควอโล่จะสูงกว่าอยู่เพียงเล็กน้อยมันก็ราวกับว่าโดนคนตรงหน้าไล่ต้อนจนแทบจะจนมุม ?

“เออ ช่างหัวแกเหอะแกมันยังเด็กนี่หว่า”

ร่างบางตะเบ็งเสียงตอบโต้สู้กับเด็กหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้เรียกรอยยิ้มพอใจจากเบลเฟกอลได้ทันที ไม่อยากเห็นเพื่อนของตนต้องซึมระทวยติดต่อกันหลายวันราชนิกูลจึงสรรหาเรื่องมากมายมากรอกหูให้สควอโล่ให้โมโหปั่นป่วนไปตามตามกัน

“ชิชิชิ ไปเที่ยวกันดีกว่า”

เบลเฟกอลหัวเราะอย่างอารมณ์ดีตามฉบับของตนก่อนคว้าแขนของสควอโล่ไว้แล้วดึงให้เดินตามแรงของตนออกไป แต่สควอโล่กลับยื้อไว้โดยการที่ไม่ยอมเดินตามแรงลากของราชนิกูลนั่นทำให้เบลเฟกอลหันมามองค้อนเขานิดนิดอย่างโดนขัดใจ

“แต่ไอ้บอส

“ช่างหัวบอสเหอะน่า ! ในเมื่อบอสไล่ออกมาแบบนี้ทำไมนายยังต้องไปสนใจอีกเล่า !

ราชนิกูลตะเบ็งเสียงดังใส่อีกร่างที่เอาแต่พูดถึงบอสใหญ่ของตนที่ตอนนี้ไม่ยอมรับรู้ความเป็นตายร้ายดีของสควอโล่เลยแม้แต่น้อย และท่าทีโกรธของเบลนั้นทำเอาสควอโล่รู้สึกเซอร์ไพรส์ ?

“แล้วแกจะขึ้นเสียงใส่ฉันทำไมล่ะวะ ! ชักจะลามปามแล้วนะไอ้เบล !

ฟึ่บ

หนุ่มหน้าสวยขมวดคิ้วพลางขึ้นเสียงตอบใส่อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจบ้างก่อนชักดึงมือแขนของตนให้ปลดหลุดจากพันธะมือของอีกฝ่าย เบลเฟกอลส่ายหัวระอาก่อนยกมือสองข้างขึ้นอย่างยอมแพ้

“โอเค ยอมแพ้แล้ว ไปด้วยกันนะสควอโล่จะไม่ดุใส่อีกแล้วล่ะ ชิชิชิ”

ราชนิกูลยิงฟันขาวใส่คนตรงหน้าอย่างยียวนกวนประสาท พลางโบกสองมือของตนอย่างอารมณ์ดี นั่นทำเอาสควอโล่ปรี๊ดขึ้นมาอีกครา
“หนอยแก ไอ้เบล
!!!

“ชู่ว ถ้าสควอโล่ไม่ไปฉันจะอุ้มไปเองล่ะนะ ?”

เจ้าชายหนุ่มเอ่ยเสนอข้อตกลงก่อนผิวปากอย่างอารมณ์ดี สควอโล่กัดฟันกรอดก่อนสถบ

“ชิ …! เออๆ ไปก็ไปวะ”

ร่างงามตอบปัดไปอย่างโมโหสุดขีด เรียกเสียงหัวเราะร่าอย่างถูกใจจากราชนิกูลตัวดี

“ชิชิชิ ดีมาก ~ งั้นมาจับมือกัน”

“นี่แก … !

ราชนิกูลที่ทำตัวได้คืบเอาศอกในสายตาของฉลามหนุ่มยื่นมือของตนมาตรงหน้าเขา สควอโล่แยกเขี้ยวใส่อีกคราอยู่ได้ครู่นึงก่อนเขาจะถอนหายใจยอมส่งมือบางของตนไปจับไว้กับมือของเบลเฟกอลแต่โดยดี

“เออ จับก็จับ”

“ชิชิชิ สควอโล่น่ารักที่สุด”

เบลเฟกอลหัวเราะชอบใจท่ามกลางสีหน้าหมั่นไส้ของสควอโล่ที่ราชนิกูลจงใจเมิน ทั้งคู่พากันเดินออกไปจากทุ่งราบกว้างใหญ่นี่ แม้พิรุณจะหม่นมัว แต่วายุยังจะคอยเสริมกำลังให้พิรุณเสมอ ถึงแม้วายุจะถูกนภากลืนให้สลายหายไปแต่วายุก็ไม่แม้แต่จะเกรงกลัว เพราะพิรุณคือเพื่อนคนสำคัญของวายุและวายุจะขอยื่นมือไปช่วยเหลือพิรุณเสมอ... เสมอ และจะช่วย….ตลอดไป.

……………………………………………………………………………………………………………..

หลังสควอโล่ถูกเบลลากไปโน่นไปนี่จนอิดโรยเมื่อย่างก้าวเข้าสู่ห้องของตนเองแล้วร่างบางถึงกลับทรุดฮวบลงเข้ากับเตียงทันที

“ปวดขาเป็นบ้าเลยวุ้ย”

เสียงหวานพึมพำกับตนเองเบาเบา รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแต่ความรู้สึกง่วงเองก็ตอบโต้กลับทำเอาร่างบางบนเตียงรู้สึกปวดหัวตะหงิด สควอโล่ตัดสินใจยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง

“โอ้ย .. จู่จู่จะมาปวดหัวบ้าอะไรอีกวะเนี่ย”

เสียงหวานบ่นด้วยความรำคาญ อะไรทำให้เขาอ่อนเพลียอิดโรยขนาดนี้นะ ? ถ้าหากจะเป็นเบลก็คงไม่ใช่เนื่องจากกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ราชนิกูลตัวแสบลากเขาไปโน่นไปนี่แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน หรือว่าเขาจะพักผ่อนน้อยเกินไป ? แต่ต้นตอที่ทำให้พักผ่อนน้อยคืออะไรล่ะ ? ร่างบางนั่งครุ่นคิดถึงปัญหาส่วนตัวในใจของตนไม่หยุดหย่อนก่อนจะสะอึก ….

บอส

หัวใจเรียกร้อง ร่างกายต้องการ สควอโล่เม้มริมฝีปากตนเองแน่น ก่อนเขาจะคลายมันออก

“จริงสิตั้งแต่กลับมาก็ยังไม่ได้ไปทักทายไอ้บอสเลยไปหามันหน่อยละกัน”

สควอโล่เผยยิ้มเยาะให้ตนเองก่อนเอ่ยน้ำเสียงเย้ยไม่หยุดหย่อนกระทบเข้าหัวใจที่แสนเจ็บของตนเอง รู้ว่าเจ็บที่โดนเมินเสมอมา ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่หนนับตั้งแต่วันนั้นวันที่วองโกเล่และวาเรียต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกันและหลังจากที่แซนซัสได้ปฏิบัติภารกิจควบคู่กับซาวาดะ สึนะโยชิบอสของวองโกเล่ผู้มีวัยเพียง 26 ปี ณ ปัจจุบันตอนนี้ แซนซัสก็ไม่เคยที่จะสนใจเขาอีกต่อไปถึงแม้ภารกิจนั่นจะผ่านมาเพียงหนึ่งอาทิตย์ก็ตาม

สควอโล่เดินพาร่างที่แสนจะอิดโรยของตนออกจากห้องประจำที่เป็นแหล่งยามหลับยามนอนและยามร้องไห้เสียน้ำตาของเขา มุ่งหน้าสู่ห้องใหญ่อีกห้องที่สุดแสนจะหรูหราซึ่งเป็นห้องที่เขาย่างกายเข้าไปบ่อยที่สุดยิ่งกว่าห้องของตนเสียอีก เพียงแต่พักหลังมานี้กลับไม่ได้เป็นอย่างเช่นเดิมเสมอไป

“แกกำลังจะพูดถึงใคร ?”

จังหวะที่มือบางกำลังจะเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องนั้นฉับพลันน้ำเสียงใหญ่ก็ขัดเข้าโสตประสาทหูทั้งสองข้างของเขาทันที น้ำเสียงที่ตนหลงรัก น้ำเสียงที่ตนหลงใหล น้ำเสียงของบอสใหญ่แห่งวาเรีย น้ำเสียงของแซนซัส …. และนั่นทำให้สควอโล่ต้องหยุดฟัง ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกเพียงแต่มันอดสงสัยไม่ได้มันก็เท่านั้น

“สควอโล่ ? ไอ้สวะนั่นตอนนี้ฉันไม่สนใจหรอก”

!!! …

ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางหัวใจ ? ดวงตาสีอควอมารีนเบิกโตด้วยความรู้สึกที่พรรณนาออกมาไม่ได้ ทั้งเสียใจ น้อยใจ ไหนเจ้าตัวบอกว่ารักเขาไม่ใช่หรือแล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับกันเสียแล้วเล่า!

“ตอนนี้เรื่องของแกต้องมาก่อนซาวาดะ”

แต่ร่างสูงก็ยังคงพูดต่อไป ….

“จบแล้วสินะ ฉันจะได้ทำตามใจตัวเองได้ซักที”

…………………………..

รู้สึกราวกับหัวใจถูกกรีดแยกออกเป็นเสี่ยงเสี่ยง นี่หรือคำพูดของคนที่บอกว่ารักเขานักหนา เขาคงไม่มีค่าเท่าคนในปลายสายที่อีกฝ่ายกำลังสนทนาด้วยสินะ … เขามันก็เป็นเพียงไอ้บ้าตัวนึงที่ชอบเรียกร้องความสนใจต่างกับบอสของวองโกเล่ที่แสนอ่อนโยน เขามันก็เป็นเพียงไอ้บ้าตัวนึงที่ชอบแหกปากเสียงดังโวยวายต่างกับบอสของวองโกเล่ที่แสนจะสุภาพและใจดี มันกลับกันหมดทุกอย่าง นั่นสินะพิรุณสีมืดอย่างเขาจะเอายศอันใดไปเทียบกับนภาแห่งวองโกเล่ได้เล่า?

และไม่มีความเกรงใจ ไม่มีการรีรอ ฉลามหนุ่มถือวิสาสะเอื้อมมือบิดลูกกลอนที่ไร้ซึ่งการป้องกันใดใดนั่นออกอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะกระแทกปิดประตูลงไปอย่างแรงและไม่ลืมจะกดล็อกประตูนั่นไว้เผื่อมีสวะตัวไหนมารบกวนเวลา ณ ตอนนี้ของเขาและแซนซัส อยากจะพูดให้มันรู้เรื่องว่าอีกฝ่ายเห็นเขาเป็นเพียงของเล่นงั้นหรือ?

แอ๊ด … ปัง !!!

“แซนซัส… !

น้ำเสียงแข็งกร้าวที่แฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยใจเสียใจต่างต่างนานากับแววตาสีอควอมารีนแสนตัดพ้อแสดงออกมาชัดเจนบนรูปใบหน้างาม สควอโล่กำมือแน่น ขาสองข้างที่แสนอิดโรยกำลังฝืนรับน้ำหนักตัวของเจ้าของมัน ณ ตอนนี้ที่แสนจะอ่อนแรงยิ่งนัก

 “สควอโล่

เจ้าของห้องดูตกใจกับการปรากฏตัวของร่างบางตรงหน้าไม่น้อย แซนซัสกดตัดปลายสายทิ้งอย่างเร่งรีบก่อนเขาจะวางเครื่องมือสื่อสารคู่ใจบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเพลิงสะท้อนฉายแววบอกเหลือเกินว่าทั้งหมดคือความเข้าใจผิดที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

“พอที ฉันทนมามากพอแล้ว ทำไมล่ะแซนซัส? ทำไมแกต้องโกหกฉัน?”

น้ำเสียงของฉลามคลั่งเริ่มอิดโรยตามร่างกาย เบ้าตาแสนสวยเอิบอิ่มไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลอาบแก้มเนียนนั่นอยู่ตลอดเข็มกระดิกวินาที

“ในเมื่อแกไม่รักฉัน ทำไมแกถึงไม่ยอมปล่อยฉันแกจะกักขังฉันไปทำไม แกจะทำไปเพื่ออะไร!!

สควอโล่ตวาดเสียงดังลั่น ของเหลวสีใสไหลอาบแก้มระเรื่อนั่นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจหยาดน้ำตากระทบเข้ากับแสงไฟในห้องกว้างกลายเป็นหยดเพชรแสนเศร้าสร้อย

“ไม่ใช่สควอโล่แกกำลัง ….

“หุบปาก ! ฉันไม่อยากฟังข้อแก้ตัวของแก ! ที่ผ่านมามันก็แสดงชัดเจนอยู่แล้วว่าแกเอือมฉันแค่ไหน !!

ไม่เปิดโอกาสให้นภาสีมืดได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดใด น้ำเสียงหวานยังคงตวาดลั่นอย่างไม่เกรงอกเกรงใจว่าคนตรงหน้าคือนายเหนือหัวของตนทั้งในสนามรบและสนามรัก สนามรักที่เขากำลังทำให้มันจบลงไปด้วยคำพูดที่กราดเกรี้ยว น้ำมือที่สั่นระริกและหัวใจดวงน้อยที่เจ็บปวดมามากพอเกินที่จะรับไหว

“สควอโล่ แกก็ให้โอกาสฉันพูดบ้างสิวะ”

บอสใหญ่แห่งวาเรียขมวดคิ้วนิ่ง แซนซัสเขม็งแววตาแสนดุดันไปด้วยอำนาจนั่นมองร่างบางตรงหน้าก่อนเขาจะค่อยค่อยลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกมาอยู่ในระยะประชิดกับมือขวาของตน และไม่วายเขาล็อกข้อมือสวยนั่นไว้ด้วยมือใหญ่ของตน เพราะท่าทีของสควอโล่แสดงชัดเจนแล้วว่าต้องหนีแน่แน่.

“เฮอะ เออเอาสิ ฉันจะยอมฟังคำโกหกของแกแล้วเก็บไปฝันหวานต่อละกัน”

ใบหน้างามเผยยิ้มเยาะที่ริมฝีปากสวย แววตาสีอควอมารีนเขม็งมองตอบแววตาสีแดงดุจเพลิงอย่างไม่เกรงกลัว ภายในห้วงใจนั้นมีแต่คำว่าเสียใจ ไม่มีความรู้สึกใดอีกต่อไปแล้ว

 “แกนี่มันเป็นเมียที่ไม่น่ารักเอาซะเลยนะไอ้สวะ”

มือใหญ่โอบเอวบางเข้ามาใกล้ตน ก่อนเขาจะก้มใบหน้าลงต่ำเพียงเล็กน้อยเพื่อให้แววตาสีเพลิงของตนสะท้อนเจ้าของใบหน้างามตรงหน้าให้เต็มตา มือใหญ่เกลี่ยน้ำตาที่เริ่มจะเหือดแห้งเบาเบาทำเอาผู้ถูกกระทำหน้าขึ้นสีแดงฉ่า สควอโล่รับรู้ทันทีว่าคนตรงหน้ากำลังง้อตนด้วยลูกไม้ที่เขาไม่อาจเอาชนะได้ มือบางยกขึ้นดันร่างใหญ่ออกไปเต็มแรงแต่มันไม่เป็นผล ใบหน้างามจึงเลือกที่จะหันหนีไม่สบตาคู่นั้นด้วยความขวยเขิน ทั้งโกรธ ทั้งงอนทั้งเสียใจ แต่ไม่อยากมาแพ้ลูกไม้อ่อนอ่อนของแซนซัสแบบนี้

“ยังจะกล้ามาเรียกฉันว่าเมียอีกนะไอ้บอสหน้าหมา ! ออกไปเลยนะเว้ย !

ร่างบางยังคงตวาดแว้ดกลบเกลื่นท่าทีของตนเอง แม้ภายในห้วงใจจะคิดถึงถ้อยคำลามก ท่าทีที่เอาแต่ใจและแววตาสีเพลิงอำนาจของคนตรงหน้านี้มากก็ตามที แต่ตอนนี้อยากจะปฏิเสธเพื่อรักษาหัวใจตัวเองเหลือเกิน โกรธเหลือเกินเมื่อได้ยินเสียงสนทนาส่อเสียดของอีกฝ่ายกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตน.

“ฮ เฮ้ย ! ทำอะไรวะ ปล่อยเลยนะเว้ย ปล่อยฉันไอ้แซนซัส !!

เมื่อสมองประมวลผลว่าตนเองกำลังถูกยกขึ้นลอยจากพื้น สควอโล่ก็แยกเขี้ยวคำรามอีกคราทันที แต่แซนซัสหาได้สนใจไม่เขาอุ้มร่างบางแนบอกก่อนทิ้งน้ำหนักตัวลงบนโซฟาโดยวางร่างที่แสนงดงามไว้บนตักของตนให้แผ่นหลังของสควอโล่ชนเข้ากับอกแกร่งก่อนเอื้อมมือใหญ่ไปกอดเอวบางราวกับจะหักนั่นไว้หลวมหลวมแล้วซุกใบหน้าคมคายของตนที่ไหล่มน

“ไหนบอกมาซิว่าเมียฉันมันโกรธอะไร”

แซนซัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เต็มไปด้วยเสน่หา ทำเอาสควอโล่หน้าแดงฉ่าขึ้นอีกคราด้วยน้ำเสียงแสนจั๊กจี้นั่นจนเกือบลืมความโกรธไปในบันดล ?

………………………………….

แต่ในเมื่อโกรธก็คือโกรธ ? ฉลามหนุ่มเลือกที่จะเงียบแล้วแกะมือใหญ่ออกซึ่งแซนซัสเองก็ยอมปล่อยแต่โดยดี สควอโล่ยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากตักกว้างของอีกฝ่าย

“เรื่องของฉันแกไม่จำเป็นต้องรับรู้หรอก”

ร่างบางแสนสวยเอื้อนเอ่ยหนึ่งถ้อยคำที่แสนตัดพ้อ แววตาสีอควอมารีนเหล่มองอีกร่างที่ตนยืนหันหลังให้อยู่ มันเป็นความรู้สึกที่พรรณนาไม่ถูก เจ็บเหลือเกิน

“ฟังฉันนะไอ้ที่แกได้ยินน่ะมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด !

และดูเหมือนบอสใหญ่แห่งวาเรียเองก็จะถึงขีดความอดทนเช่นกัน ? แซนซัสขึ้นน้ำเสียงดังลั่นเขาใช้น้ำเสียงเกรี้ยวกราดกระทบเข้าโสตประสาทหูของสควอโล่อย่างเหลืออด

“แล้วมันยังไงล่ะวะ ? ! แกจะให้ฉันคิดว่ายังไงได้อีก ? !

สควอโล่เองก็ตวาดกลับ ทำไมนะ ? เมื่อกี้เขาเกือบจะหลงคารมของไอ้คนพรรค์นี้อยู่แล้วเชียว

“ที่ฉันทำไปทั้งหมดมันก็เพื่อแกไงไอ้สวะ !!

แซนซัสตวาดลั่น เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าจะมีสวะตัวไหนมาแอบฟังหรือเปล่าเขาแค่อยากจะให้ความสัมพันธ์ของเขาและสควอโล่กลับคืนมา กับหนึ่งอาทิตย์เต็มที่เขาต้องกัดฟันอดทนไว้เพื่อร่างบางแสนสวยนี่ ดีใจแค่ไหนที่มันอุตส่าห์ถ่อมาหาถึงห้องของตนเองหวังจะลงโทษให้หนำใจที่บังอาจแอบไปเที่ยวกับราชนิกูลจอมกวนนั่นสองต่อสอง แต่ทำไมเหตุการณ์ถึงเลวร้ายได้ขนาดนี้?

“เพื่อฉัน ? !! อะไรล่ะที่มันเพื่อฉัน ? ! ในเมื่อแกก็เอ่ยชื่อของซาวาดะออกมาเต็มเต็มแล้วนี่แซนซัส !!!

สควอโล่กัดฟันแน่นหลังจากเอื้อนเอ่ยประโยคที่จงใจทำร้ายตนเองเขาอย่างจัง ใช่ ซาวาดะ สึนะโยชินั่นแหละ แซนซัสยกมือใหญ่ขยี้เส้นผมของตนจนยุ่งเหยิง  ทำไมคนตรงหน้าไม่เข้าใจเขาบ้างเลยนะ ?

“แกนี่มัน ภารกิจทั้งหมดที่ร่วมมือกับวองโกเล่แกก็รู้ว่ามันวุ่นวายแค่ไหน

…. ?

เมื่อคำอธิบายเริ่มขึ้น มันก็พอที่จะทำให้พิรุณสีเลือดนี่สงบนิ่งลงไปบ้าง นั่นทำให้แซนซัสพอใจเป็นอย่างมาก อย่างน้อยจุดจะรักกันเหมือนเดิมได้ก็มีแต่ตรงนี้สินะเขาจะได้ไปลงโทษไอ้ฉลามโง่นี่ซักที!

“ใช่ ฉันเครียด และเพราะความเครียดนั่นแหละทำให้ฉันต้องขับไสไล่ส่งแก”

แซนซัสเอ่ยพลางจ้องมองไปที่ร่างงามนิ่ง ซึ่งร่างงามในสายตาเขาตอนนี้มีแต่ความสงสัยงุนงงปะปนกันยุ่งเหยิง มันเกี่ยวกันด้วยหรือ?

………………

แต่เขาก็เลือกจะพยักหน้ารับเงียบเงียบ รอฟังบอสใหญ่ของตนพูดต่อไป

“ฉันน่ะไม่อยากจะพาลใส่แก ฉันไม่อยากทำให้แกต้องเจ็บตัวก็เลยเลือกที่จะทำแบบนั้น

………………….. ? ! ….

“แกคงได้ยินสินะที่ฉันบอกว่าไม่สนใจแกแต่บอกว่าสนใจซาวาดะน่ะ ?”

คำถามของร่างสูง จี้ที่จุดเจ็บของร่างบางจังจังแต่สควอโล่ก็เลือกที่จะพยักหน้ารับต่อไป

“ซาวาดะมันถามถึงแกแล้วฉันก็ไม่อยากจะพาลถึงแกในตอนที่กำลังเครียดแบบนี้”

แล้วตอนนี้ภารกิจมันจบแล้วรึไง ?”

เมื่อความจริงเริ่มกระจ่างแจ้งสควอโล่ก็เริ่มออกปากถามไปบ้าง ซึ่งแซนซัสก็พยักหน้ารับ

“ไอ้สวะนั่นบอกจะจัดการเอง”

ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดีใจเหลือเกินที่ร่างตรงหน้าเข้าใจความเป็นจริงเสียที แซนซัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนเขาจะย่างกายเข้ามาใกล้ร่างงามที่ตอนนี้ก้มหน้างุดงุดด้วยความรู้สึกผิด

“อ เออ เข้าใจแล้วเว้ย”

สควอโล่แสร้งทำเป็นรับรู้ในฐานะลูกน้อง ภายในหัวใจชื่นมื่นราวกับหัวใจพองโตจนคับอกดีใจเหลือเกินที่แซนซัสยังคงมีแต่ตนเองเพียงผู้เดียว

ร่างสูงเผยยิ้มบาง ก่อนมือใหญ่จะคว้าร่างเล็กกว่าเข้าไปกอด

ฉันรักแกสควอโล่

บอสใหญ่กระซิบถ้อยคำหวานลงที่ข้างหูของร่างเล็ก ซึ่งดูเหมือนฉลามหนุ่มจะรู้หน้าที่ มือบางโอบรอบคอแกร่ง รับถ้อยคำหวานด้วยความรักที่มีอยู่เต็มอก

ฉันก็รักแกแซนซัส

อมยิ้มน้อยน้อยพลางกระซิบตอบร่างสูง แซนซัสเผยยิ้มพอใจก่อนเขาจะค่อยค่อยโน้มลงไปประกบจูบแสนหวานให้ริมฝีปากตรงหน้าด้วยความรัก ถึงแม้เรื่องราวจะเลวร้ายนักหนาสาหัสมากเพียงแค่ไหน แม้หัวใจจะเจ็บมากเพียงใด แต่เมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่ความจริงออกมายืนยันได้นั้นบาดแผลที่เกิดขึ้นก็อันตธานหายไปเพราะมันเป็นเพียงภาพมายาที่สร้างมาเพื่อหลอกหลอนหัวใจของเรา เมื่อความรักนั้นแข็งแกร่ง มือสองมือจับกันหนักแน่นและหัวใจรวมเป็นหนึ่งเดียว ก็มิอาจมีสิ่งใดมาพลัดพรากพวกเขาไปจากกันได้แม้สิ่งนั้นมันคือ …. ความตาย ก็ตามที.
 

 

THE END XS SHORT STORY.
 

#อร๊ายยย ชอบภาพจบ 555 ให้บรรยากาศเข้ากับฟิคมาก - /// - คอมเม้นกันเยอะๆน้า  

…………………………………………………………………………………………………………………………

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Michiy'o จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • แฟนฟิคอื่นๆ

    เรื่องสั้น

    18/1982

    5

    0%

    20 ต.ค. 55

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:49
    อะอร๊าย!!!!!!!!!!!!!!!!!(ดราม่าตอนแรกๆฟินตอนหลังๆ) ยิ้มจนปวดกรามตอนหลังเลยอะ>//////////< -//-
    #5
    0
  2. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2555 / 16:38
    น่าร็อคอ่า >[]<
    #4
    0
  3. #3 mr.bloodred r. bloodguren
    วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 20:33
    น่ารักจุงเบย อิ๊ๆ (o'u'o)9
    #3
    0
  4. วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 06:06
    ซันซัสน่ารักมากกกก คิดภาพตามแล้วเขิน >///<~~
    #2
    0
  5. วันที่ 20 ตุลาคม 2555 / 14:22
    อูวววว...//มาอ่านแบบไม่ได้รับเชิญ =//=
    #1
    0