KAIHUN - Fate & Our Stories โชคชะตาและเรื่องของเรา

ตอนที่ 7 : 6 - The First Memories of Us

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 พ.ค. 63

 

 

 

 

Fate

Chapter 6

The first memories of us

 

 

Past

 

 

“เซน ไปดูซิใครมากดกริ่งประตูหน้าบ้านน่ะ” เด็กชายเซนวัย 8 ขวบได้แต่ทำหน้าง้ำงอเพราะหลังจากเดินทางมาทั้งวันเพื่อมายังบ้านหลังใหม่ และเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นเมื้อกี้ตอนที่รถจอดลงหน้าบ้านหลังใหม่ เขาก็เดินเข้าบ้านมายังโซฟาหมายจะทิ้งตัวลงนอนแต่ไม่ทันได้หลับก็โดนแม่เรียกซะก่อน

 

 

ใครมากดกริ่งกันนะ

 

 

เด็กชายตัวขาวคิดอย่างหงุดหงิดใจ แต่ก็ยอมเดินไปเปิดประตูอยู่ดี

 

 

สิ่งแรกที่โผล่เข้ามาในกรอบสายตาคือกระโปรงลายดอกไม้ที่ฟูฟ่อง ก่อนเขาจะค่อยๆ เงยหน้าไปพบกับรอยยิ้มใจดีจากหญิงสาวสวยผิวแทนที่มีผมสีน้ำตาลหยักศกประบ่า เซนอึ้งไปนิดนึงในความสวยของเธอ และเหมือนคนตรงหน้าจะรู้ตัวว่าเขาเขินจึงย่อตัวลงมานั่งในระดับสายตาที่เท่ากัน

 

 

“สวัสดีหนุ่มน้อย เธอชื่ออะไรจ๊ะ? ” ลิปที่เคลือบด้วยสีชมพูอ่อนใสคลี่ยิ้มขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เหมือนของเขานั้นก็สบกลับมา

 

 

“เซนฮะ” เด็กน้อยตอบเสียงแผ่วเบาด้วยความไม่คุ้ินกับคนแปลกหน้า

 

 

“สวัสดีเซน ฉันชื่อเมย์ เป็นเพื่อนบ้านของเธอ เราอยู่บ้านหลังสีฟ้านั่นน่ะ” เธอว่าก่อนจะหันไปชี้บ้านที่มีกำแพงสีฟ้าอ่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและเยื้องออกไปอีก 2 หลัง

 

 

“ฮะ”

 

 

“แม่เธออยู่หรือเปล่าจ๊ะ ไปตามมาให้น้าหน่อยได้มั้ย? ”

 

 

“ได้ครับ” เซนพยักหน้ารับก่อนจะวิ่งไปตามแม่ที่กำลังจัดของอยู่ในครัวก่อนจะเข้าไปกอดเอวของหล่อน

“แม่ มีคนมาหาฮะ”

 

 

“รู้แล้วจ๊ะ เขาบอกมั้ยว่าเป็นใคร” ลินดาก้มลงมองลูกชายที่เกาะติดเธอแจเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันไปวุ่นวายกับจานชามบนโต๊ะเหมือนเดิม เพราะกลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะมาชนเข้า

 

 

“เขาบอกว่าชื่อเมย์ เป็นเพื่อนบ้านเราฮะ”

 

 

“โอเคจ๊ะ งั้นไปทักทายเพื่อนบ้านกันดีกว่า” มือเรียวสวยปลดมือเล็กของเซนออกจากเอวก่อนจะจูงไปทางหน้าบ้านที่มีประตูเปิดทิ้งไว้ และมีร่างของหญิงสาวคนเดิมที่หันไปมองถนนแทนเพราะไม่อยากเสียมารยาทด้วยการมองไปในตัวบ้านของคนที่ไม่สนิทกัน เธอหันมามองทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนจะยิ้มให้

 

 

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเมย์”

 

 

“สวัสดีค่ะ ฉันลินดา ส่วนนี่เซน” แม่เขายื่นมือไปจับกับคนที่ชื่อเมย์ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวเขาที่ยืนหลบอยู่หลังเธอ

 

 

“อ่อ ทราบแล้วค่ะ เมื้อกี้ได้คุยกันนิดหน่อย ใช่มั้ยหนุ่มน้อย” เซนไม่ตอบแต่ไปยืนซ่อนข้างหลังแม่แทน

 

 

“ฮะๆ แกขี้อายน่ะค่ะ” ลินดากล่าวพลางเอื้อมมือไปดึงให้ลูกชายมายืนข้างเธอดีๆ

 

 

เป็นตอนนั้นเองที่เซนมองเห็นเด็กหนุ่มผิวแทนหน้าตาบึ้งตึงที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก แล้วเด็กคนนั้นก็เหมือนจะรู้ว่าโดนมอง เพราะดวงตาสีฟ้าเข้มนั่นหันกลับมามองเขาในทันที เซนสะดุ้งตกใจก่อนจะรีบหันกลับมามองน้าเมย์เหมือนเดิม แต่เหมือนแม่เขาจะสังเกตุเห็นเด็กชายอีกคนเหมือนกัน เสียงหวานจึงเอ่ยถาม

 

 

“แล้วนั่นคือ? ” เธอส่งสายตาไปทางด้านหลังทำให้ผู้มาเยือยทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ก่อนจะหันไปเรียกบุคคลในคำถามให้เข้ามาใกล้

 

 

“ไค มานี่เร็วลูก” ไค ตามที่น้าเมย์เรียกทำหน้านิ่งๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วก้มหัวทะกทายแม่เขา

 

 

“สวัสดีครับ”

 

 

...ขี้เก๊กจังเลยแฮะ

 

 

“สวัสดีจ๊ะ น้าชื่อลินดานะ เซน แนะนำตัวกับเพื่อนสิลูก” แม่เขาเอ่ยก่อนจะดันให้เขาไปยืนใกล้ไคมากขึ้น

 

 

“หวัดดี เราชื่อเซน” ไคพยักหน้ารับก่อนจะแนะนำตัวกลับ

 

 

“ชื่อไคนะ” เซนพยักหน้ารับกลับ แต่แม่เหมือนจะพอใจแล้วจึงชวนอีกคนคุยต่อ

 

 

“กี่ขวบแล้วคะเนี่ย? ”

 

 

“8 ขวบแล้วค่ะ เซนล่ะคะ? ”

 

 

“เท่ากันเลยค่ะ ดีเลยเจ้าเซนจะได้มีเพื่อน”

 

 

“เยี่ยมไปเลยค่ะ มีเพื่อนเยอะๆ ไว้ยิ่งดี อ๋อ แล้วความจริงก็คือพรุ่งนี้ที่บ้านฉันจะมีงานปาร์ตี้บาร์บีคิว เพื่อนบ้านแถวนี้มาหลายคนค่ะ จะได้ถือโอกาสเลี้ยงต้อนรับคุณไปด้วย แล้วไม่ต้องห่วงเซนเลยค่ะ จะมีเด็กๆ มาด้วยหลายคนเลย” พอน้าเมย์พูดจบเขาก็เงยหน้าไปเฝ้ามองว่าแม่จะตอบอย่างไรโดยทำเป็นไม่สนสายตาของไคที่มองมา

 

 

“โอ้ ยินดีเลยค่ะ งานจะเริ่มตอนกี่โมงเหรอคะ? ” พอเห็นแม่ว่าอย่างั้นเซนก็แอบดีใจไม่ได้

 

 

เพราะเขาก็อยากไปเล่นกับเพื่อนใหม่เหมือนกัน

 

 

“ตอนเที่ยงค่ะ เราอยู่ตรงบ้านหลังสีฟ้า ไปถึงแล้วกดกริ่งเรียกได้เลยค่ะ” เธอกล่าวตอบพร้อมชี้ไปยังบ้านหลังเดิมที่เคยชี้ให้เซนดู

 

 

“ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ไว้พรุ่งนี้คงต้องขอรบกวนด้วยนะคะ”

 

 

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ไคกล่าวลาคุณน้าเร็ว” เมย์ตอบพลางเอื้อมมือไปลูบผมสีน้ำเข้มของลูกชายที่เหมือนกับเธอ

 

 

“ไปเล่นด้วยกันมั้ย? ” นั่นคือสิ่งไคกล่าวออกมาแทนพร้อมมือเล็กสีแทนของเด็กชายที่ยื่นมาตรงหน้าเด็กตัวขาวที่มีสีหน้าไม่แน่ใจ ดวงตากลมจึงยกขึ้นไปมองลินดาเพื่อขอความเห็นแทน

 

 

“ถ้าลูกอยากไปก็ไปสิจ๊ะ เดี๋ยวมื้อเย็นแม่ไปรับกลับ” เซนเงียบไปครู่หนึ่งออย่างรู้สึกประหม่าเมื่อมีคนรอคำตอบถึง 3 คน ก่อนจะตอบเสียงเบาพลางไปซ่อนข้างหลังแม่อีกครั้ง

 

 

“...ผมอยากนอนต่อฮะ” ผู้ใหญ่ทั้งสองคนหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูกับคำตอบ เรียกให้เลือดมาหล่อเลี้ยงแก้มเด็กน้อยจนแดงไปหมด

 

 

“แกคงง่วงน่ะค่ะ วันนี้นั่งรถมาทั้งวันเลย”

 

 

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ไคไว้เล่นกับเพื่อนพรุ่งนี้นะลูก เอ้า บอกลาก่อนเร็ว”

 

 

“หวัดดีฮะน้าลินดา บ๊ายบายเซน พรุ่งนี้มาเล่นด้วยกันนะ”

 

 

เมื่อไคกล่าวลาผู้ใหญ่เสร็จก็หันมาสบกับตาสีน้ำตาลอ่อนที่แอบมองอยู่ เจ้าตัวยืนรอคำตอบอย่างใจเย็นโดยไม่มีท่าทีจะขยับจนกว่าจะได้คำตอบ

 

 

“อือ”

 

 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

งานปาร์ตี้บาร์บีคิวในวันต่อมาเต็มไปด้วยคนเยอะกว่าที่คิด ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ดีที่มีเด็กวัยใกล้เคียงกับเขาอย่างไคที่เขาคุ้นหน้า และ เด็กผู้ชายวัยโตกว่าไค 2 คนที่ดูท่าจะสนิทกับเด็กชายผิวแทนไม่น้อย โดยคนที่หน้าตาออกไปทางเอเชียแนะนำตัวว่าชื่อเฉิน ส่วนอีกคนที่มีแก้มป่องหน่อยๆ แนะนำตัวว่าชื่อมาร์ หลังจากทานอาหารเสร็จพวกผู้ใหญ่ก็นั่งคุยกันต่อที่สนามหญ้าด้านหลัง แล้วพวกเขาก็ย้ายมาเล่นบอร์ดเกมส์ในห้องนั่งเล่นโดยมีเด็กๆ บางคนตามมาด้วย ส่วนบางคนก็ตัดสินใจจะเล่นอยู่สนามหลังบ้านที่มีบ่อทรายและชิงช้าอยู่

 

 

เซนซึ่งไม่เคยเล่นบอร์ดเกมส์นี้มาก่อนทำให้เด็กน้อยแพ้อยู่เรื่อยๆ จนเริ่มเกิดอาการไม่สนุกขึ้นมา

 

 

“ไคชวนเซนไปเล่นหลังบ้านสิ น้องน่าจะเบื่อแล้ว” มาร์ที่เอ่ยขึ้นอย่างใจดีเมื่อเห็นอาการหน้าง้ำงอของเซน

 

 

“เซน ไปเล่นหลังบ้านกัน” ไคทำตามอย่างว่าง่ายพร้อมกับมือสีแทนที่ยื่นออกมาข้างหน้าเขาเหมือนเมื่อวาน

 

 

แตต่างกันที่คราวนี้มือขาวยื่นมาจับเพื่อเป็นการตอบรับคำชวน

 

 

“อื้อ! ”

 

 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

ดวงตาสีฟ้าสว่างคู่นั้น

 

 

ขนสีน้ำตาลแซมดำ

 

 

กลิ่นของเป๊ปเปอร์มิ้นท์

 

 

กลิ่นมัสค์

 

 

กลิ่นกายนั่น…

 

 

ไม่ผิดแน่

 

 

ถึงเขาจะไม่ได้เห็นหมาป่าตัวนี้มา 10 ปี แล้ว

 

 

แต่ไม่ผิดแน่

 

 

นั่นคือไค…

 

 

เซนหยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาก็คงไม่พ้นเข้าไปคลอเคลียอัลฟ่าของตัวเอง...หมายถึงอดีตอัลฟ่าของตัวเองน่ะนะ

 

 

แต่ในเมื่อสถานะนั้นในตอนนี้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เขาจึงได้แต่ยืนเป็นเจ้าโง่ ไม่รู้ตัวว่าควรทำอย่างไร และเหมือนอีกคนจะรับรู้ได้ถึงความอัดอัดของเขา หมาป่าตัวเขื่องตรงหน้าจึงพยักหน้าหนึ่งทีเป็นเชิงทักทายก่อนจะออกวิ่งไปไหนทิศทางเดิมที่เจ้าตัวจากมา

 

 

เซนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

ก่อนจะตัดสินใจวิ่งกลับไปยังบ้านเช่นกัน

 

 

เพราะตอนนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์มาชมนกชมไม้แล้วล่ะนะ

 

 

หวังว่าคราวหน้าพวกเขาจะได้มีโอกาสมานั่งคุยกันดีๆ

 

 

ในร่างมนุษย์น่ะ…

 

 

TBC

 

ปล. อย่าลืมไปย้อมอ่านตั้งแต่ตอน 3 ใหม่นะคะ เพิ่งเห็นว่าลงข้ามไปตอนนึง เลยไล่ลงใหม่ เอ๋อมาก

ก็จะย้อนอดีตกันไปเรื่อยๆ ค่ะ

ความหลังของทั้งสองคนค่อยๆ เฉลยออกมาทีละน้อย

อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ 3

#fateไคฮุน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Kim_Aiir (@Kim_Aiir) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 12:01
    อยากให้เค้าเข้าใจกัน
    #6
    0