เล่ห์ลายรัก

ตอนที่ 7 : เริ่มเห็นหนทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    6 ก.พ. 61

เริ่มเห็นหนทาง

 

 

 

 

 

ในตอนบ่ายวาลินีมาพร้อมของว่างและมีดนัยตามมาอีกคน คนหลังพูดคุยกับอารภาเรื่องอาการปวดข้อเท้าด้วยความห่วงใยอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนขอตัวไปทำงาน ซึ่งสวนทางกับจอห์นที่แวะมาเยี่ยมอารภาพอดีพร้อมกับดอกไม้ช่อหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวบอกไปเด็ดมาจากสวนของทางรีสอร์ตนี่เอง อารภาก็เลยได้แต่ขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม

ถึงอารภาจะดูออกว่าจอห์นพอใจเธอ ทั้งจากคำพูดและแววตา แต่หญิงสาวก็ทำนิ่งเฉย อย่างน้อยเขาก็เป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง อีกไม่กี่วันก็จะเดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่แล้ว คงไม่ได้เจอกันอีก ในฐานะคนไทยก็ควรมีมิตรภาพที่ดีให้กับเขา หญิงสาวจึงรักษามารยาทด้วยการพูดคุยกับหนุ่มชาวอังกฤษด้วยดี กระทั่งอีกฝ่ายขอตัวกลับ

ในตอนเย็นวาลินีแวะมาดูแลเธออีกครั้ง จัดการเรื่องอาหารการกินจนถึงเรื่องอาบน้ำแต่งตัว เวลาเกือบทุ่มครึ่งวาลินีก็ขอตัวกลับ เพราะว่าต้องรีบกลับไปดูแลมารดาที่ไม่ค่อยสบายเช่นกัน โดยบอกว่าประมาณสี่ทุ่มจะโทร. มาหา

ครั้นถึงเวลาสี่ทุ่มจริงๆ วาลินีก็โทร. มาตามที่บอกไว้คุณแอ้มปวดข้อเท้าหรือมีไข้สูงหรือเปล่าคะ

ไม่มีไข้ค่ะแต่ยังปวดข้อเท้านิดๆ แต่ว่าฉันรู้สึกปวดท้องยังไงชอบกล

ปวดแบบท้องเสียเหรอคะ

ไม่ใช่ค่ะ ปวดแบบแสบๆ เสียดๆ แน่นๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ

งั้นเดี๋ยววาโทร. บอกพนักงานที่อยู่เวรเอายาธาตุน้ำขาวไปให้
นะคะ เพราะเหมือนจะท้องอืดท้องเฟ้อธรรมดา

ไม่เป็นไรมั้งคะ เดี๋ยวสักพักคงจะหาย

คุณแอ้มไม่ต้องเกรงใจค่ะไม่สบายก็ต้องทานยานะคะ เดี๋ยวเป็นอะไรไปมากกว่านี้จะลำบากวาลินีบอกด้วยความหวังดี ก่อนย้ำว่าจะให้พนักงานเอายามาให้หญิงสาว แต่อารภาแอบหวังว่าคนที่จะนำยามาให้เธอนั้นขอเป็นภูรินมากกว่า

แต่ในเวลาต่อมาหญิงสาวก็ผิดหวังอย่างแรง เพราะคนที่นำยามาให้เธอคือพนักงานคนหนึ่งที่อยู่งานกะกลางคืน

ขอบคุณมากค่ะอารภาเก็บความผิดหวังไว้ในสีหน้า เอ่ยกับหญิงสาวที่อุตส่าห์นำยาแก้ปวดท้องมาให้เธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไม่ให้หลุดภาพความเป็นนางเอก ส่วนอีกฝ่ายก็ยิ้มแป้นแล้นรับคำขอบคุณด้วยความดีใจที่ได้มีโอกาสได้รับใช้นางเอกสาวที่ตนชื่นชอบอย่างใกล้ชิดแบบนี้

คุณแอ้มมีอะไรก็โทร. หานวลได้ตลอดเวลานะคะ เบอร์นี้ค่ะพนักงานสาวนามนวลชี้ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น ซึ่งมีหมายเลขในส่วนต่างๆ ของรีสอร์ตทั้งหมด แต่แน่นอนมันไม่มีเบอร์ของผู้บริหารอยู่แล้ว

จ้ะ ถ้าฉันมีอะไรจะโทร. หานะจ๊ะนวล

คุณแอ้มตัวจริงสวยกว่าในทีวีนะคะนวลมองนางเอกสาวอย่างชื่นชม เลยได้รับรอยยิ้มกว้างจากอารภา จากนั้นนวลก็กลับไปทำงานด้วยท่าทีปลาบปลื้ม ผิดกับคนที่นั่งอยู่ในกระท่อมที่ใบหน้าบูดบึ้ง

คุณจะไม่มาดูดำดูดีฉันเลยเหรอคุณภูหรือว่าวาลินีไม่ได้รายงานเรื่องเจ็บท้องให้เขารับรู้

ทันใดคนที่เธอกำลังคิดถึงด้วยความสงสัยก็โทร. มาหาอีกครั้ง

นวลเอายามาให้คุณแอ้มหรือยังคะ

เอามาแล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะที่เป็นธุระให้

ดีนะคะที่คุณภูยังไม่หลับ เพราะยาธาตุน้ำขาวที่สำนักงานหมดพอดี คุณภูเลยให้นวลไปเอาที่บ้านพักของคุณภูมาให้คุณแอ้มค่ะ

เหรอคะน้ำเสียงของอารภาอ่อยเหมือนคนสิ้นแรง เพราะเป็นอันว่าภูรินรู้ว่าเธอปวดท้อง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะมาดูแลด้วยตนเอง เพียงแต่ให้พนักงานในรีสอร์ตเอายามาให้ก็เท่านั้น!

งั้นคุณแอ้มพักผ่อนเถอะค่ะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะคะ” 

อารภาโยนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างตัวด้วยท่าทีเบื่อหน่าย ก่อนใช้ค้ำยันเขย่งตัวไปยังห้องนอน หญิงสาวนอนลืมตาโพลงด้วยความโมโหภูริน
อยู่ครู่ใหญ่ มันคงถึงเวลาที่จะต้องทำใจให้ได้เสียจริงๆ ว่าเธอไม่ควรคาดหวังอะไรจากผู้ชายเย็นชาและใจดำคนนั้น!

 

ในวันรุ่งขึ้นวาลินีกับดนัยพร้อมด้วยจอห์นยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนและดูแลเธอที่ข้อเท้าเริ่มหายจากอาการปวด ทว่ายังแปลบๆ อยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่ายังต้องใช้ไม้ค้ำยัน รวมทั้งผ้ายืดรัดข้อเท้าจนกว่าจะหายเป็นปกติ และในวันต่อๆ มา อารภาจึงอยู่ในบ้านพัก ออกมานั่งเฉลียงบ้านมองดูทะเลด้วยความรู้สึกเหงอยเหงา ที่เห็นคนอื่นๆ เดินเล่นไปตามชายหาดอย่างเพลิดเพลิน บ้างก็เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน คู่รักหลายคู่เกี่ยวก้อยคลอเคลียหยอกล้อกันอย่างมีความสุข จะว่าไปแล้วตั้งแต่มาพักที่เกล็ดดาวรีสอร์ต อารภายังไม่ได้ลงเล่นน้ำเลย ชุดบิกินีสวยๆ ที่แสนจะเซ็กซี่ยังซุกอยู่ตู้เสื้อผ้า นั่นเพราะมัวแต่คิดแผนเข้าใกล้ชิดกับภูรินอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง สุดท้ายก็ล้มเหลวทั้งที่เพิ่งจะเริ่มแท้ๆ

ในคืนนั้นวาลินีมาดูแลเธอเหมือนเช่นทุกวัน และหลังอีกฝ่ายกลับบ้านไปแล้ว อารภาจึงนั่งดูละครหลังข่าวเพียงลำพัง สักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตูบ้านพัก รูดม่านหน้าต่างดูว่าใครที่มาหาในยามค่ำคืนเช่นนี้ เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านพัก หญิงสาวจึงเปิดประตูให้

พรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปเชียงใหม่แต่เช้า เลยอยากจะมาคุยกับคุณ

เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิที่ผ่านมาแม้จอห์นจะแสดงออกถึงความพึงพอใจเธออย่างชัดเจน แต่เขาก็สุภาพ ไม่เคยแสดงท่าทีล่วงเกินเธอ ทั้งจากคำพูดหรือการกระทำ ฉะนั้นอารภาจึงไม่คิดระแวงใดๆ ในตัวชายหนุ่ม และหากจะออกไปคุยกับเขาที่ระเบียงยามค่ำอย่างนี้ มันคงไม่สบายนัก เพราะเธอไม่อยากบริจาคเลือดให้ยุง

รบกวนคุณหยิบเครื่องดื่มเองในตู้เย็นนะคะเมื่อจอห์นเดินเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่น หญิงสาวก็ผายมือไปยังตู้เย็นเล็กๆ ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มุมหนึ่งของห้องพัก

ไม่เป็นไรหรอก ผมเรียบร้อยมาแล้ว

ว่าแต่คุณมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะหญิงสาวตรงเข้าประเด็นทันที เพราะการอยู่กับชายหนุ่มในบ้านพักสองต่อสองแบบนี้ มันดูไม่งามนัก ถึงแม้จอห์นจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดูน่ากลัวอะไรก็เถอะ

คือ คุณคงรู้อยู่บ้างว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณจอห์นเริ่มต้นการสนทนาด้วยรอยยิ้มเขินๆ ดวงตาสีน้ำตาลของเขามองเธอเป็นประกายหวาน

คือฉันขอบคุณที่ชอบฉัน แต่...”

ผมไม่ได้แค่ชอบคุณนะ แต่ผมรักคุณดวงตาที่เป็นประกายหวานเมื่อครู่ เคร่งเครียดขึ้นมาจนอารภานึกแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้

คือเราเพิ่งเจอกันนะ คุณจะมารักฉันง่ายดายอย่างนั้นได้ยังไงอารภาคิดว่ารักแรกพบมีแต่ในละครเท่านั้น จริงๆ แล้วการพึงพอใจในหน้าตารูปร่างของฝ่ายตรงข้ามนั้น มันไม่ถือว่าเป็นความรัก แค่ความชอบและความหลงใหลในรูปลักษณ์ที่สัมผัสได้เพียงแค่สายตา

ความรักไม่ได้ถูกกำหนดไว้ด้วยเวลา ผมรักคุณจริงๆ รักตั้งแต่แรกเห็นเลยชายหนุ่มไม่พูดเปล่า หากแต่เอื้อมมาจับมือของหญิงสาวไว้ อารภาสะดุ้งเล็กน้อยด้วยคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนั้น เพราะตั้งแต่พูดคุยกันมาจนเกือบอาทิตย์ จอห์นก็ไม่เคยแตะต้องเนื้อตัวเธอเลย อารภาจึงพยายามดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือใหญ่ แต่เขากลับกุมมือเธอแน่นขึ้น

ผมรักคุณจริงๆ รักมาก ทุกคืนผมแทบนอนไม่หลับ เพราะเอาแต่คิดถึงคุณเป็นบ้าเป็นหลัง

พอฟังมาถึงตรงนี้อารภาค่อนข้างมั่นใจเลยว่าพ่อหนุ่มคนนี้หลงรูปของเธอเข้าอย่างจัง คนเราจะมารักบ้าอะไรกันนักหนาทั้งที่ยังไม่รู้จักนิสัยใจคอที่แท้จริงของกันและกัน ถ้าหมอนี่รู้ว่าเธอเป็นสาววีนแตก นิสัยเอาแต่ใจตัวเองอย่างแรงได้ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หากมีไม่พอใจอะไร เขาจะรับได้ไหมนี่ แต่อย่างว่า จอห์นเป็นชาวต่างชาติที่ไม่รู้จักฤทธิ์เดชของนางเอกเซ็กซี่สตาร์ชื่อดังอย่างแอ้ม อารภามาก่อนนี่นะ

ปล่อยเถอะจอห์นอารภายังฝืนยิ้ม บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หญิงสาวยังไม่อยากกลายร่างเข้าสู่ภาคนางร้ายในตอนนี้จริงๆ ไม่อยากให้หนุ่มต่างชาติคนนี้เสียความรู้สึกกับหญิงไทยใจงามอย่างเธอ

ผมไม่ปล่อย ผมรักคุณ รักคุณได้ยินไหมนอกจากจะไม่ปล่อยแล้วชายหนุ่มยังรั้งตัวเธอมาชิดร่าง ใบหน้าที่อารภาเคยมองว่าดูเป็นมิตรและอ่อนโยนนั้นดูน่ากลัวเหมือนคนที่ควบคุมตัวเองไม่อยู่

ปล่อยนะ!” ถึงตอนนี้อารภาไม่อาจควบคุมนางมารร้ายที่ซุกซ่อนไว้ได้ หญิงสาวกรีดเสียงขึ้นดังลั่น จากนั้นก็เริ่มมองหาตัวช่วย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอเท่าไร

ผมไม่ปล่อย!”

งั้นฉันไม่เกรงใจละนะ!” อารภาเอ่ยเสียงกระด้าง ก่อนคว้าไม้ค้ำยันที่วางอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งอยู่ เหวี่ยงไปยังลำตัวของอีกฝ่ายเต็มแรง จนอีกฝ่ายปล่อยมือจากเธอเพื่อป้องศีรษะตัวเองไว้ แต่นั่นก็เท่ากับเปิดโอกาสให้อารภาฟาดไม้ไปยังลำตัวของเขาอีกหลายๆ ครั้งอย่างไม่ยั้ง พร้อมๆ กับร้องโวยวายขอความช่วยเหลือดังลั่นผสานกับเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดของคนถูกทำร้ายร่างกาย กระทั่งรปภ. ที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบๆ รีสอร์ตเดินผ่านหน้ากระท่อมได้ยินเข้า จึงร้องเรียกและทุบประตูดังรัว

เกิดอะไรขึ้นครับคุณ!”

ช่วยด้วยค่ะ มีคนจะข่มขืนฉัน!” อารภาร้องบอกพร้อมๆ กับร่างของจอห์นทรุดตัวลงกองกับพื้น แม้ไม่ถึงหมดสติ แต่เขาก็ระบมไปทั้งร่าง และนั่นทำให้อารภาใช้ไม้ค้ำยันเดินไปเปิดประตูบ้านพักอย่างใจเย็น

 

จริงๆ แล้วอารภาไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้กระซิกกระซี้เป็นนางเอกเจ้าน้ำตาอะไรหรอก ทว่าพอเห็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ตเดินหน้าเครียดมายังกระท่อมพลิ้วไหว หลังได้รับรายงานจาก
รปภ. เธอจึงรู้ตัวทันทีว่าควรเล่นบทอะไรในยามนี้ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากชายหนุ่ม

คุณโอเคไหมภูรินเดินมานั่งเคียงข้างเธอ ซึ่งกำลังนั่งน้ำตารินอยู่ในห้องนั่งเล่น ขณะที่ร่างของจอห์นถูกรปภ. ลากออกไปยังเฉลียงบ้าน และตอนนี้เขาก็ถูกมัดมือมัดเท้าไว้แล้ว

ฉันกลัวค่ะ ฉันกลัวมากเธอบอกพร้อมกับโผเข้าซุกอกกว้างของชายหนุ่ม

อารภารู้สึกได้ทันทีว่าเขาชะงักไปหลายวินาทีเหมือนคาดไม่ถึงในการกระทำของเธอ ทว่าต่อมาเขาก็โอบบ่าไว้ และลูบหลังไหล่ รวมทั้งเรือนผมเธออย่างแผ่วเบา

คุณไม่เป็นไรแล้ว

ฉันกลัวๆอารภาพึมพำประโยคเดิมซ้ำซากเหมือนคิดคำอื่นไม่ออก ซึ่งมันก็คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะถึงเธอจะเป็นนักแสดง แต่ไม่ใช่คนที่จะเขียนบทเองได้ ยิ่งเหตุการณ์ที่มันเอื้อต่อการแสดงสดแบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัวด้วยแล้ว เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ เธอจำเป็นต้องเน้นแอ็กติ้งมากกว่าบทสนทนาก็แล้วกัน

คิดได้ดังนั้นอารภาก็เพ้อพล่ามแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ แล้วแสร้งปล่อยโฮราวกับเด็กน้อยขวัญเสีย แขนเรียวงามก็กอดรัดร่างของเขาไว้ราวกับเป็นสิ่งเดียวที่เธอยึดไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากภยันตรายใดๆ ที่พึงมีในโลกนี้

คุณอย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวนะ ฉันกลัวอารภาบอกปนเสียงสะอื้น มือยังไม่ยอมปล่อยจากร่างใหญ่ และเขาก็ยังโอบกอดเธอไว้อย่างปลอบโยน

ไม่มีอะไรแล้ว คุณไม่ต้องกลัวหรอก ว่าแต่คุณจะให้ทำยังไงกับจอห์น แจ้งความไหม

ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกลัวเป็นข่าว

ก็แล้วแต่คุณเถอะ

แต่คืนนี้ฉันไม่อยู่ที่นี่นะคะ ฉันกลัวดวงตาสวยฉ่ำหยาดน้ำมองชายหนุ่มอย่างอ้อนวอน

ผมจะให้คนของผมมาอยู่เป็นเพื่อน

ไม่เอา ฉันรู้สึกไม่ดีกับบ้านพักหลังนี้แล้ว มันอดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ หากรปภ. ไม่ผ่านมา ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาตัวรอดได้ยังไง ข้อเท้าก็เริ่มปวดขึ้นมาอีกแล้ว ทั้งที่มันกำลังจะหายดี ทำไมฉันโชคร้ายแบบนี้ ฮือๆอารภาปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง หวังละลายใจชายหนุ่มให้อ่อนลงมากกว่าเดิม

แต่ห้องพักบนตึกก็เต็มแล้วนะครับเขาบอกด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

แต่ยังไงฉันก็ไม่อยู่บ้านพักหลังนี้อีก ฮือๆอารภายังเล่นบทเด็กน้อยที่กำลังขวัญเสียต่อไป ด้วยการส่งเสียร้องไห้ดังกว่าเดิม

หยุดร้องเถอะครับ ถ้าคุณไม่อยากพักที่นี่ต่อจริงๆ ผมจะให้คุณไปพักที่บ้านของผมก็ได้ ที่นั่นยังมีห้องว่างอยู่หลายห้อง

ขอบคุณค่ะคุณภูหญิงสาวหยุดสะอื้นทันที ดวงตาสวยฉ่ำน้ำเป็นประกายสดใส

ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว

ขอบคุณคุณภูที่เห็นใจฉัน

ครับ เอ่อ คุณปล่อยผมได้หรือยังครับ

อ๋อค่ะ ขอโทษนะคะ ฉันตกใจมากไปจนลืมตัวหญิงสาวปล่อยมือจากร่างใหญ่ แล้วค่อยๆ ถอยห่างชายหนุ่ม พลางเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนพิรุธ

ยังงั้นก็ดึกมากแล้ว ผมจะให้รปภ. พาจอห์นไปส่งห้องพักของเขา ส่วนคุณก็ไปบ้านพักของผม เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้พนักงานมาเก็บข้าวของคุณตามไปทีหลังก็แล้วกัน

ก็ดีเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ฉันเริ่มปวดข้อเท้าอีกแล้ว และเหมือนไข้จะขึ้น ง่วงก็ง่วงหญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ใบหน้าสวยที่เปื้อนน้ำตาก็ดูหม่นหมอง

ภูรินพยักหน้ารับรู้ ก่อนหันไปหยิบถุงยาที่วางอยู่บนโต๊ะ จากนั้นก็พยุงร่างของหญิงสาวเดินไปตามทางปูกระเบื้องที่ทอดยาวไปยังตึกที่เป็นบ้านพักของเขา แต่ด้วยอยู่ด้านหลังของตึกที่พักของแขก จึงค่อนข้างไกล อารภาเลยถือโอกาสบ่นปวดข้อเท้า ชักสีหน้าบ่งบอกว่าเจ็บปวดเสียเต็มประดา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจตวัดวงแขนแขนล่ำสันอุ้มร่างอรชรของเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนตรงดิ่งไปยังที่พัก

อารภาอยากให้ทางเดินนี้ยาวไกลกว่าที่เป็น เพื่อเธอได้ใช้ความใกล้ชิดในครั้งนี้สร้างความหวั่นไหวในใจของชายหนุ่ม นางเอกสาวซุกใบหน้ายิ้มกริ่มกับอกกว้างของเขาด้วยความชอบใจ โดยไม่รู้ว่าคนที่อุ้มร่างเธออยู่นั้นก็กระตุกยิ้มที่มุมปากเช่นกัน!


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

266 ความคิดเห็น

  1. #266 สายลมที่คอยห่วงใย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:40
    รอค่าไรท์ คิดถึงเรื่องนี้มากกก ชอบเรื่องนี้มากๆเลย กลับมาอ่านอีกครั้งค่ะ
    #266
    0
  2. #62 นาฬิกา ความรัก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2555 / 18:16
     สงสัยคุณภูจะเป็นประเภทคมในฝัก
    #62
    0
  3. #61 หมูหยองน้องตัวเล็ก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 06:53
    คุณภูยิ้มจริงหรือยิ้มเจ้าเล่ห์อ่ะ
    #61
    0
  4. #60 จิรารัตน์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 16:27
    ดูเหมือนจะทันเล่ห์กันนะคะ
    #60
    0
  5. #59 muLaTAE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 15:31
    แอ้ม สมกับเป็นนางเอกจริงๆ คุณภูเริ่มเขวแล้ว
    #59
    0