เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 9 : มีเขา...อยู่เคียงข้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    7 ต.ค. 58

บทที่ 9

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มบึ่งรถกลับบ้านทันที เมื่อวางสายจากคนที่จับตัวเนตรลดาไป วันนี้เขาขับรถเร็วกว่าปกติ โฉบเฉี่ยวแซงรถคันอื่นอย่างคนเกเรไร้มารยาท ปล่อยให้รถที่ถูกปาดหน้าก่นด่าอย่างคะนองปาก ไม่ถึงชั่วโมงเขาก็กลับมาถึงบ้าน ไม่สนใจแม่บ้าน เด็กรับใช้ รวมทั้งพนักงานของจันทร์ดาวรีสอร์ตที่มายืนออกันอยู่ในห้องโถง

แยกย้ายกันไปทำงาน ห้ามพูดเรื่องนี้กับคนข้างนอกเด็ดขาด!” ชายหนุ่มออกคำสั่งเสียงเข้ม ก่อนรีบรุดเข้าไปในห้องนอน กดรหัสเปิดตู้เซฟเอาเงินสดในจำนวนหกแสนใส่กระเป๋าที่เตรียมไว้ เมื่อลงมาชั้นล่างอีกครั้งเขาก็ไม่เห็นใครยืนอออยู่ที่ห้องโถงแล้ว

อานัชขับรถตรงไปยังสถานที่นัดหมาย ซึ่งห่างจากจันทร์ดาวรีสอร์ตไปประมาณสิบกิโลเมตร เป็นที่ดินเปล่าค่อนข้างรกเรื้อไร้คนดูแล ชายหนุ่มขับรถไปตามถนนลูกรังเล็กๆ มุ่งตรงสู่กระท่อม
โทรมๆ หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ เขาเห็นรถตู้สีดำจอดรออยู่ด้านหน้ากระท่อม

พอจอดรถไม่ไกลจากรถของพวกมันนัก ชายหนุ่มสูดหายใจลึกๆ เปิดช่องเก็บของทำท่าจะหยิบปืนออโตเมติกรีวอลโว แต่เปลี่ยนใจ ไม่นำติดตัว เขาไม่อยากให้พวกมันหวาดระแวงอะไร เพราะกลัวว่าจะเกิดผลร้ายกับเขาและเนตรลดา อานัชไม่เสียดายเงินแม้แต่นิด เขาแค่อยากให้เนตรลดาปลอดภัย ฟังจากน้ำเสียงของคนที่โทร. ติดต่อมา มันก็แค่อยากได้เงินที่จารุจติดหนี้มันไว้เท่านั้น หากเขาให้มันไปทุกอย่างก็น่าจะจบลงด้วยดี

มีคนเดินออกมาจากกระท่อมสองคน ในมือมีอาวุธปืน สวมชุดสีดำพร้อมพรางใบหน้าด้วยหมวกไอ้โม่ง เห็นเพียงนัยน์ตาระแวดระวังขณะมองสำรวจไปยังรอบๆ บริเวณ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครติดตามอานัชมา ทั้งสองก็เดินมาเคาะกระจกรถของอานัช เขาจึงเดินลงมาจากรถพร้อมกระเป๋าเงิน หนึ่งในนั้นมาค้นตัวเขา ครั้นไม่พบอาวุธใดๆ ก็พยักหน้าบอกเพื่อนแล้วยื่นมือมาจะดึงกระเป๋าจากมือของเขา แต่อานัชยังไม่ยอมให้มันแตะต้องง่ายๆ

ส่งเมียผมมาก่อนอานัชต่อรอง ทั้งที่สภาพของเขาเสียเปรียบพวกมันอย่างเห็นได้ชัด

ขอนับเงินดูก่อน รับรองเธอปลอดภัยมันตอบกลับมาเสียงห้าวห้วนอย่างหงุดหงิด

อานัชหยิบเงินจากกระเป๋า ยื่นให้มันดูทีละปึก ไม่ยอมส่งเงินให้อีกฝ่ายไปถือง่ายๆ

เงินน่ะผมให้พวกคุณแน่ แต่คืนเมียผมมาก่อนเถอะอานัชต่อรองด้วยน้ำเสียงสุภาพ ที่นี่ไกลจากหมู่บ้านพอสมควร หากเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครเห็น ชายหนุ่มหวังว่าเมื่อพวกมันได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี แยกย้ายกันไป โดยไม่มีฝ่ายไหนสูญเสีย หรือติดค้างอะไรต่อกัน

 “พาผู้หญิงออกมาได้แล้วคนที่แน่ใจว่าเงินในกระเป๋าครบตามจำนวนที่มันต้องการแล้ว ตะโกนบอกคนที่อยู่ในกระท่อม เพียงครู่เดียวชายสองคนที่การแต่งตัวไม่ต่างจากคนข้างนอกก็เดินออกมา พร้อมอาวุธปืนในมือ โดยมีเนตรลดาเดินอยู่ตรงกลาง ซึ่งหญิงสาวถูกมัดมือทั้งสองข้างไพล่ไว้ด้านหลัง แถมยังถูกปิดปากด้วยเทปกาว

อานัชรู้สึกชาวาบเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือด แววตาแดงก่ำของเนตรลดา ที่มองสบตาเขาอย่างคนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว อานัชมองสบตาเธออย่างปลอบโยน ให้ความมั่นใจว่าเขาจะพาเธอกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

ชายหนุ่มมองกวาดไปทั่วร่างบางโปร่ง ที่มีท่าทางอ่อนล้าอย่างสำรวจ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ถูกทำร้ายอย่างที่พวกมันรับปากเขาไว้ เมื่อเห็นรอยแผลที่มีเลือดซึมที่หัวเข่าของหญิงสาว อานัชก็
ชักสีหน้า หันขวับไปยังชายที่จ่อปืนมาที่ตัวเขาด้วยความโกรธ

ไหนว่าจะไม่ทำอะไรเมียผม นั่นหัวเข่าเธอเลือดออก!”

ตอนจับตัวเธอมา มันก็มีแผลอยู่แล้วคุณ พวกผมไม่ได้ทำอะไรเธอ นอกจากโปะยาสลบอ่อนๆ เพื่อไม่ให้เธอโวยวายเท่านั้น ถึงแม้พวกผมจะไม่ใช่คนดีนัก แต่ไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกน่าคุณ เอาเงินมาเสียทีจะได้จบๆ กันไปมันบอกน้ำเสียงติดหงุดหงิด ท้ายประโยคเล่นทวงเงินดื้อๆ ไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก แม้จะเป็นที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน แต่ใครจะรู้หากมีคนเซ่อซ่าบังเอิญผ่านมา เรื่องอาจบานปลายเดือดร้อนตามมาทีหลังได้

ปล่อยผู้หญิงมาก่อนอานัชยืนยันคำพูดเดิม

เรื่องมากจริง ยื่นหมูยื่นแมวแล้วกันมันบอกอย่างหงุดหงิด

ชายคนที่ใช้ปืนจี้หลังเนตรลดาอยู่ ดึงแขนหญิงสาวให้มายืนอยู่ตรงหน้าอานัช ชายอีกคนก็ยื่นมือมายังกระเป๋าเงินในมือของเขา
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปดึงแขนเนตรลดา พร้อมๆ กับชายคนนั้นดึงกระเป๋าเงินจากมือเขาไปทันที

จบเรื่องเสียทีมันเอ่ยออกมาอย่างโล่งอก

อานัชกำลังจะพาเนตรลดาขึ้นรถ อยู่ๆ เสียงห้วนๆ ก็ดังขึ้น

เดี๋ยวสิคุณ!”

เนตรลดาหันมาสบตาเขาอย่างหวาดหวั่น ชายหนุ่มบีบมือเย็นชืดนั้นอย่างปลอบโยน ก่อนหันไปทางเบื้องหลัง

อยากให้ดูนี่หน่อย ไม่งั้นจะหาว่าเราโมเมชายคนที่หยิบกระเป๋าเงินจากมืออานัชเอ่ยขึ้น แล้วยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขาดู
อานัชกวาดตามองอย่างรวดเร็ว จึงรู้ว่ามันเป็นสัญญาเงินกู้ที่จารุจทำไว้กับพวกมัน

โอเค ผมไม่ติดใจอะไรพวกคุณหรอก รับรองได้เรื่องนี้จบลงแค่นี้จริงๆชายหนุ่มบอกเพื่อให้พวกมันมั่นใจว่าเขาไม่มีทางแจ้งตำรวจแน่นอน เขาเองก็ไม่ได้อยากให้มีเรื่องยืดเยื้อ ถึงจะรู้ว่าการลักพาตัวเพื่อเรียกเงินค่าไถ่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ชายหนุ่มก็เข้าใจว่าพวกมันต้องการแค่เงินที่จารุจติดหนี้ไว้เท่านั้น อีกอย่างอานัชก็ไม่อยากเพิ่มศัตรูให้กับตัวเอง ไอ้ที่มีอยู่ในตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร และจะเล่นงานเขาอีกเมื่อไหร่ เขาจะหาเรื่องใส่ตัวอีกทำไม

โอเคทุกอย่างจบลงแล้วนะ ฝากบอกไอ้รุจด้วยนะ อย่าริเข้าบ่อนที่นั่นอีก ไม่งั้นจะโดนกระทืบ ฐานทำให้พวกกูวุ่นวายเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางพูดจบมันก็ฉีกกระดาษนั่นทิ้ง แล้วพวกมันก็พากันขึ้นรถตู้ไม่มีป้ายทะเบียนบึ่งออกจากบริเวณนั้นไปราวกับติดปีก

อานัชรีบดึงแขนเนตรลดาเข้าไปในรถ จากนั้นก็รีบแก้มัดมือทั้งสองข้าง ค่อยๆ ดึงเทปกาวที่ปิดปากหญิงสาวออก

คุณไม่เป็นไรนะน้ำเสียงทั้งนุ่มนวลปลอบประโลม เนตรลดาส่ายหน้า ดวงตาที่แดงก่ำเริ่มมีหยาดน้ำคลอ แล้วนาทีต่อมาหยาดน้ำอุ่นๆ ก็ทะลักออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าซีดเผือด ร่างบางสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น

มันจบลงแล้วเนตร กลับบ้านกันนะอานัชดึงร่างบางมากอดไว้ เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไม่ดิ้นรนขัดขืนกับอ้อมแขนของเขา เธอซบร้องไห้กับอกกว้างของอานัช ความหวาดกลัวเลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงความเสียใจ ผิดหวัง ที่ยังกัดกร่อนความรู้สึก เนตรลดาไม่เคยคิดเลยว่าพี่ชายคนเดียวจะทำให้เธอเดือดร้อนขนาดนี้ อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าจารุจผิดสัญญา...น้ำตาเธอยังรินไหลไม่หยุด กระทั่งรู้ตัวว่าทำเสื้อของชายหนุ่มชื้น จึงพยายามระงับความรู้สึกที่ถาโถมเข้าใส่ แล้วจึงค่อยๆ ผละจากอกชายหนุ่ม

ขอโทษค่ะเธอเงยหน้าที่แดงก่ำมองเขา ชายหนุ่มยิ้มบางปลอบโยน

อานัชค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากบริเวณนั้น ตรงกลับบ้านโดยไม่ปริปากถามไถ่อะไรหญิงสาวเลยสักคำ ด้วยรู้ว่าเธอกำลังเสียใจกับความจริงที่ได้รู้เกี่ยวกับพี่ชาย

เมื่อถึงบ้านอานัชพาหญิงสาวไปส่งที่ห้องนอน เขาบอกให้เธออาบน้ำแล้วพักผ่อนเสีย ก่อนหมุนตัวไปยังประตูห้อง ยังไม่ทันจะเปิดออกไปเสียงแผ่วเศร้าก็ดังขึ้น

ขอบคุณมากนะคะ...ที่ช่วย

ไม่เป็นไรครับ...” เขาตอบโดยไม่ได้หันมามองเธอ อานัชไม่อยากทำให้หญิงสาวอึดอัดขัดเขินกับคำขอบคุณนั้น เขารู้ว่าเนตรลดาไม่อยากรบกวนเขา หากในสถานการณ์คับขันแบบนี้เธอคงไม่สามารถเลี่ยงได้

แล้วฉันจะคืนเงินให้ อาจนานหน่อย

ไม่ต้องหรอก...เงินแค่นั้นเล็กน้อยสำหรับผมชายหนุ่มเปิดประตูออกไปหลังจากพูดจบ เขาไม่อยากฟังเรื่องเงินที่เธอจะคืนให้ รู้สึกหงุดหงิดใจที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน เธอก็ยังมองเขาเป็นคนอื่นอยู่ดี

ทันทีที่ร่างสูงออกจากห้องนอน เนตรลดาก็ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ที่ต้องตกมาอยู่ในสภาพเป็นหนี้บุญคุณชายหนุ่มอีกครั้ง ครั้งก่อนเธอชดใช้อานัชด้วยการจดทะเบียนสมรสกับเขา แล้วครั้งนี้ล่ะเธอจะตอบแทนเขาด้วยอะไรดี ดูเหมือนอานัชจะไม่อยากได้เงินคืนเลยสักนิด ถึงเขาจะอยากได้เธอก็คงไม่มีปัญญาหามาคืนให้เขาครบจำนวนในตอนนี้ เนตรลดาพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงหนึ่งในสี่ ที่เขาเอาไปใช้หนี้ให้พี่ชายเธอเลย ยังไงเธอก็ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเขา มันคงถึงเวลาที่เธอจะต้องตอบแทนในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ เสียที

 ขณะถูกจับตัวไปหญิงสาวยอมรับกับตัวเอง ว่าพอเห็นหน้าเขาเท่านั้น ความรู้สึกตื้นตันอิ่มอุ่นก็เอ่อท้นท่วมใจจนอยากจะร้องไห้ ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ ยามที่เขาดึงเธอไว้ในวงแขน ความหวาดกลัวที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นเลือนหายไปราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นในใจ...เขาทำได้อย่างไรนะ หญิงสาวอยากรู้ว่าอานัชมีมนตราหรืออย่างไร ทำไมเขาถึงทำให้ใจเธอละลายความรู้สึกบางอย่างลงไปได้ ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลย มันอันตรายสำหรับหัวใจเกินไป

เนตรลดายอมรับอย่างขลาดๆ ว่าหวาดกลัวความทุกข์เศร้าจากความรัก คนที่ไม่เคยเจ็บเจียนตายเพราะความรักไม่รู้หรอกว่ามันทรมานแค่ไหน ที่ต้องร่ำไห้ทุกค่ำคืนไขว่คว้าเพียงความว่างเปล่า
กว่าจะผ่านมาได้เธอต้องใช้เวลาเนิ่นนานถึงสามปีเต็มๆ หากไม่เจอผู้ชายในแบบที่ชอบ

และใช่...หญิงสาวจะอยู่เป็นโสดไปจนวันตาย หรือไม่ก็แต่งงานกับมาริศ อย่างที่เธอเคยหลุดปากออกไปในวันที่เธอเศร้าโศกจนคุมสติแทบไม่ได้

พอคิดถึงมาริศ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอควรโทร. หาเขา เนตรลดาจะไม่เล่าเรื่องราวในวันนี้ให้มาริศ
รับรู้
ไม่อยากให้เขาเป็นกังวล บางทีมาริศอาจหาช่องสืบหาเพื่อเล่นงานพวกนั้นตามวิสัยตำรวจ เนตรลดาไม่อยากยุ่งกับพวกมันอีก กลัวว่าจะไม่ปลอดภัยต่อพี่ชายและตัวเธอเอง ถึงอย่างไรจารุจก็ผิดที่หนีหนี้ ส่วนเรื่องบ่อน...แม้จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สำหรับคนที่มีอิทธิพลมีอำนาจเงินมากพอก็ยังสามารถเปิดได้อยู่ ตำรวจก็รู้ แต่แกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อยู่ดี

เนตรลดาโทร. คุยกับมาริศประมาณครึ่งชั่วโมง จึงขอตัวอาบน้ำ หญิงสาวทำแผลที่หัวเข่า ก่อนกินยาแก้อักเสบ กำลังจะล้มตัวลงนอน แต่มีบางอย่างรบกวนจิตใจ หญิงสาวผุดลุกจากเตียง นั่งถอนหายใจยาวเหยียดอยู่ชั่วครู่ ก่อนค่อยๆ เดินไปยังประตูห้อง

 

ตอนที่ชายหนุ่มเปิดประตูออกมา ครั้นเห็นหน้าเธอคิ้วเรียวเข้มก็มุ่นเข้าหากัน แล้วคลายออกในเวลาต่อมา มันทำให้หญิงสาวนึกอยากจะหันหลังกลับวิ่งเข้าห้องนอนของตัวเองไปเสีย ช้าไปเสียแล้วเมื่อร่างสูงนั้นเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม

เข้ามาก่อนสิ...” ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เนตรลดาลังเลใจ เขาคว้ามือเธอดึงเข้าไปในห้อง

พอมายืนอยู่กลางห้อง เนตรลดาเงยหน้ามองชายหนุ่ม พอเจอดวงตาพราวระยับของเขา หญิงสาวก็รีบก้มหน้างุดบีบมือตัวเองไปมาให้เพื่อคลายความเย็นเฉียบที่ดูเหมือนกำลังจะแผ่ซ่านจากอุ้งมือไปทั่วร่าง

มีอะไรหรือเปล่าครับอานัชถามเสียงนุ่ม แววตาที่ทอดมองเธอก็ฉายแววอ่อนโยน

คือ...เอ่อ...ฉันเนตรลดาก้มหน้า แก้มที่เคยซีดเซียวเริ่มแดงปลั่ง

ว่ายังไงล่ะอานัชขยับเข้าไปใกล้หญิงสาว จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเนื้อตัวเธอ ชายหนุ่มแตะปลายนิ้วที่ปลายคางมน บังคับเนตรลดาให้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา อานัชเห็นแววลังเลหวาดหวั่นในดวงตาเธอ ใบหน้าสวยที่อยู่ใกล้แค่คืบก็แดงระเรื่อ ทำให้เขานึกอยากจุมพิต

คือ...ฉันอยากตอบแทนคุณเธอพูดเสียงตะกุกตะกัก

ตอบแทน...” ชายหนุ่มครางออกมาอย่างเหลือเชื่อ

ด้วยวิธีไหนล่ะเริ่มเข้าใจการเข้ามาเยือนของเธอพร้อมด้วยอาการแปลกๆ

ฉันจะนอนกับคุณพูดแล้วก็อยากจะวิ่งหนีเมื่อต้องเจอกับรอยยิ้มขบขันบนสีหน้าของเขา

คุณแน่ใจเหรอชายหนุ่มโน้มใบหน้ากระซิบถามริมหู ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวแก้มนุ่มของเนตรลดา หญิงสาวขยับออกห่างอย่างลืมตัว

เอ่อ...ถ้าคุณต้องการมันตอบเสียงสั่นแผ่ว ใบหน้าก็ยังแดงปลั่งอย่างละอายแก่ใจ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ต่างจากโสเภณี ความคิดนั้นทำเอาเธออยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

แน่นอนผมต้องการ ว่าแต่ทำไมคุณไม่แต่งตัวให้เซ็กซี่กว่านี้ล่ะชายหนุ่มมองปราดไปทั่วร่าง ซึ่งอยู่ในชุดนอนแบบผู้ชาย เสื้อแขนยาว กางเกงก็ยาวรุ่มร่าม เขาแทบไม่เห็นผิวขาวนวลเธอโผล่ออกมาเลย นอกจากผิวหน้าและลำคอยาวระหง

 เมื่อเจอประโยคสวนกลับของชายหนุ่ม เนตรลดาก็ได้แต่อึ้ง ลืมไปว่าเขาชอบผู้หญิงเซ็กซี่ แต่ก็นั่นแหละ ทำไมเธอจะต้องทำให้เขาพอใจด้วยล่ะ ในเมื่อการมาหาเขาในคืนนี้ เธอก็ไม่ได้อยากทำเท่าไหร่ แค่ไม่อยากติดหนี้เขาอีก ไหนๆ เธอก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา การมอบร่างกายให้เขามันก็เป็นสิ่งที่ควรทำมิใช่เหรอ ถึงแม้เธอจะไม่เต็มใจนักก็เถอะ อีกอย่างเนตรลดาก็อยากให้ทุกอย่างมันจบๆ ไป เผื่อว่าอานัชจะคิดได้ ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตคู่ที่เริ่มขึ้นอย่างไม่ปกตินี้ ในเมื่อเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว เขาจะอยู่กับเธอต่อไปหรือเลิกรา เนตรลดาก็อยากที่จะรู้คำตอบนั้นเช่นกัน

ฉันไม่มีชุดเซ็กซี่ มีแต่แบบนี้แหละ!” บอกเสียงกระชาก ยิ่งเห็นแววขบขันในดวงตาคมซึ้งของเขาหญิงสาวก็ยิ่งโมโห ไหนจะเขินอายกระดากใจ อีกสารพัดความรู้สึกที่ถาโถมเข้าใส่

ไม่เป็นไรยังไงก็ต้องถอดอยู่แล้วอานัชดึงแขนหญิงสาวเข้าไปใกล้เตียงนอน เนตรลดาขืนตัวไว้อย่างลังเล

อ้าว...ไหนว่าจะมานอนกับผมไงเขาเลิกคิ้วมองหญิงสาวอย่างยียวน

คือ...” หญิงสาวพูดไม่ออก เพราะอยู่ๆ เขาจะลากเธอขึ้นเตียงแบบไม่ทันให้เธอเตรียมใจเลยสักนิด จะหื่นอะไรขนาดนั้น ทั้งที่ก็เพิ่งวิจารณ์เธอเรื่องแต่งตัวไร้ความเซ็กซี่

มาซี่...ถึงตอนนี้แล้วจะกลัวทำไมเขาลากเธอขึ้นไปนอนบนเตียงจนได้ จากนั้นชายหนุ่มก็ปิดไฟกลางห้อง เหลือโคมไฟที่หัวเตียงไว้ เมื่อเขาเอนตัวลงนอนเคียงข้าง เนตรลดาเขยิบตัวออกห่าง แก้มที่แดงปลั่ง เหมือนจะเริ่มซีดเซียวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบาง ขณะห่มผ้าให้
ตัวเองและหญิงสาว

เนตร...ผมยอมรับนะว่าผมต้องการคุณ วันก่อนผมโมโหเรื่องคุณกับมาริศมาก ทำให้ผมควบคุม
ตัวเองไม่อยู่
จนเกือบทำร้ายคุณ ตอนนี้ผมก็คิดได้แล้วว่า หากคุณไม่เต็มใจจริงๆ ผมก็ไม่ฝืนใจคุณ
หรอกนะ เพราะผมไม่ได้ต้องการแค่ร่างกายของเนตร ผมเป็นคนโลภมาก ผมจึงอยากได้หัวใจของคุณด้วยคำสารภาพของชายหนุ่มทำให้เนตรลดาถึงกับนิ่งงัน ที่ผ่านมาเนตรลดาคิดว่าเขาแค่ต้องการร่างกายเธอมากกว่า แปลกเหลือเกินที่หัวใจเธอกลับเต้นระส่ำกับคำพูดของเขา

มันสำคัญกับคุณนักเหรอคะหญิงสาวย้อนถามในนาทีต่อมา

เนตรคงไม่คิดว่าผมทำทุกอย่างเพียงเพราะต้องการเพียงร่างกายของคุณหรอกนะ ถ้าผมต้องการแค่นั้น ผมจะจดทะเบียนสมรสกับคุณทำไมล่ะ

ฉันคิดว่าคุณแค่อยากเอาชนะฉัน ที่ฉันเคยปฏิเสธคุณอย่างไม่ไว้หน้ามาก่อนนี่เป็นความคิดของเนตรลดามาตลอดที่รู้จักเขา

ผมรักคุณต่างหาก ทำไมเนตรถึงไม่เชื่อผมสักทีเขาแย้งพร้อมตีหน้าเศร้า

คุณรักฉันจริงๆ เหรอนี่เป็นครั้งแรกที่เธอถามเขาอย่างจริงจัง

ผมรักคุณ...แต่ผมรู้ว่าเนตรไม่เชื่อ เพราะอะไรผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน มันอาจถึงเวลาที่เราต้องคุยกันแล้วนะเนตร ตลอดเวลาคุณมีระยะห่างจากผมมาก จนผมไม่กล้าเข้าใกล้คุณเขาตะแคงตัวหันมามองเธอด้วยแววตาอ้อนวอน

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะแค่นยิ้ม เขาบอกรักเธอ แต่อานัชก็ยังมีหญิงอื่นนัวเนีย วันก่อนก็พาเข้ามาถึงห้องนอน จะให้เชื่อยังไงว่าเขารักเธอจริงๆ

คุณมีผู้หญิงอีกมากมาย ฉันเชื่อคุณก็โง่เต็มที!” หญิงสาวบอก น้ำเสียงค่อนข้างห้วน

คนอื่น...ไม่มีความสำคัญกับผมหรอก ตั้งแต่ที่ผมจดทะเบียนกับเนตร ผมก็ไม่เคยมีใคร กับเจนนี่และริสา ผมก็แค่คบในฐานะเพื่อนเท่านั้นชายหนุ่มอธิบาย พอหญิงสาวเอียงหน้ามามองชายหนุ่มอย่างแคลงใจ อานัชก็ถือโอกาสลูบไล้ผมหอมนุ่มของเธอแผ่วเบา

เพื่อนที่พามาถึงห้องนอนนั่นเหรอคะ!” เนตรลดาไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำเสียงตัวเองฉุนเฉียวแค่ไหน ทำเอาชายหนุ่มคลี่ยิ้ม

ฟังคุณทำเสียงเข้าสิ...เหมือนเนตรหึงผมเลยนะเขาหรี่ตามองเธออย่างรู้ทัน เนตรลดาจึงค้อน

ชายหนุ่ม พลางปัดมือเขาออกจากศีรษะเธอ

ฉันจะไปหึงคุณทำไมหญิงสาวเสมองไปทางอื่น นึกเกลียดสายตาพราวระยับของเขาจริงๆ 

น่าจะหึงผมบ้างนะ...แต่ผมหึงคุณมากนะ วันที่ผมพาริสาเข้ามาในห้องนั้น จริงๆ แล้วผมแค่อยากลองใจเนตรดูว่าจะรู้สึกอะไรบ้างมั้ย พอดึกหน่อยผมก็พาริสาไปส่งที่บ้านพักในรีสอร์ต

จริงๆ ไม่ต้องอธิบายก็ได้ ฉันไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของคุณหรอกเธอทำเสียงสะบัดเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องของเขากับผู้หญิงคนนั้น แล้วทำไมหัวใจเธอถึงฟองฟูขึ้นกับคำอธิบายของเขา 

เนตร...ถ้าคุณอยากตอบแทนผมจริงๆ นะ คุณไม่ต้องทำอะไรที่ต้องฝืนใจหรอก แค่ตอบคำถามของผมอย่างตรงไปตรงมาสักสองเรื่องเท่านั้นชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ

ว่ามาสิคะ ถ้าตอบได้ฉันจะตอบอย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนที่เขาช่วยเธอในวันนี้ เพราะหากเขาไม่เอาเงินไปใช้หนี้ให้จารุจ ป่านนี้เธอคงไม่ได้กลับบ้าน และอาจถูกทำร้าย...แค่คิดก็ขนลุกเกรียว

คุณกับมาริศ...เอ่อชายหนุ่มไม่กล้าพูดคำที่เสียดแทงใจตัวเอง

เป็นชู้กันหรือเปล่า อย่างนั้นใช่มั้ยหญิงสาวโพล่งออกไปตรงๆ ด้วยรำคาญท่าทีอ้ำอึ้งของเขาเต็มทน ตอนที่ด่าหรือกล่าวหาเธอไม่เห็นยั้งปากแบบนี้เลย

ครับ...ผมอยากได้ยินจากปากของเนตรจริงๆ สักครั้งเขาสบตาเรียวกว้างของเธออย่างรอคอยคำตอบ หัวใจเต้นระทึก ในวินาทีนี้สิ่งที่เขาอยากรู้กำลังหลุดออกมาจากปากของเธอแล้ว ทันใดเขาก็ถามตัวเองว่าอยากรู้แน่หรือ เพราะความจริงนั้นอาจทำให้เขาเจ็บปางตายก็เป็นได้

สนใจทำไม ในเมื่อคุณเชื่อว่าฉันกับริศเป็นแบบนั้นจริงๆ
เนตรลดาย้อนถามดวงตาฉายแววเจ็บปวด ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องไปรู้สึกรู้สากับความคิดของผู้ชายคนนี้ ในเมื่อเขาก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเธอ มากไปกว่าคนที่ใช้อำนาจเงินบีบบังคับเธอให้จดทะเบียนสมรสด้วยก็เท่านั้น

วันนั้นผมหึงและโกรธมาก เลยพูดอะไรที่แรงไป ผมขอโทษน้ำเสียงเขาอ่อนแผ่ว ใบหน้าก็สลดเศร้าอย่างคนสำนึกผิด เนตรลดายิ้มหยันนิดๆ อยากโต้ตอบเขาด้วยถ้อยคำรุนแรงให้หายแค้น แต่ก็ระงับไว้ เพื่อเห็นแก่ที่เขาช่วยเหลือเธอในวันนี้ เฮ้อ...นี่เราจะต้องเป็นหนี้บุญคุณเขาตลอดชีวิตหรือยังไงนะ ทำเวรทำกรรมอะไรไว้แต่ชาติปางไหน

ถ้าคำตอบของฉันถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจคุณที่มีให้วันนี้
ฉันก็จะบอกคุณ...” เธอหยุดครู่หนึ่ง สบตาคมกว้างฉายแววสับสน หวาดหวั่นของชายหนุ่มอย่างนึกแปลกใจ อยากรู้แล้วทำไมต้องกลัวคำตอบด้วย แล้วเนตรลดาก็เอ่ยต่อไปว่าฉันกับริศเป็นเพียงเพื่อนกันจริงๆ ฉันไม่เคยนอนกับเขา ส่วนภาพที่คุณเอามาให้ดูวันก่อน วันนั้นฉันกับริศและแก้วไปงานวันเกิดเพื่อน พอดีริศมีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานก็เลยดื่มหนักไปหน่อย ตอนยืนรอรถที่แก้วกำลังถอยมารับ เขายืนไม่อยู่แล้วฉันก็เลยพยุงริศไว้ จากนั้นฉันกับแก้วพากันไปส่งเขาที่ห้อง ดูแลเขาครู่ใหญ่ก็กลับไปพร้อมกับแก้ว คืนนั้นฉันก็ค้างบ้านแก้วด้วยหญิงสาวอธิบาย ขณะที่ดวงตาดำขลับที่หันมาจ้องตาเขาดูจริงจัง อานัชถอนหายใจยาว เขายิ้มจนดวงตาเป็นประกาย

ขอบคุณนะเนตร...” ชายหนุ่มกุมมือเธอไว้

คุณเชื่อฉันเหรอหญิงสาวย้อนถามเสียงเรียบ เห็นท่าทางดีใจของเขาแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้

ผมเชื่อคุณ...เพราะใจของผมพร้อมจะเชื่อคุณมาตลอด เพียงแค่คุณปฏิเสธคำกล่าวหาของผม แต่วันนั้นคุณกลับนิ่งเฉยไม่พูดอะไรเลยสักคำ ทำเอาผมแทบคลั่งชายหนุ่มสารภาพ ดวงตาคมพราว
จับจ้องที่ใบหน้าสวยของเธอไม่วางตา

แล้วเรื่องที่สองล่ะเนตรลดาขยับมืออกจากอุ้งมือใหญ่ กลัวความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปสู่ร่างกาย เพราะมันนำความรู้สึกบางอย่างลูบไล้หัวใจเธอให้สั่นไหว

คุณไม่ใช่คนที่ส่งคนไปทำร้ายผมใช่มั้ย

คุณบอกว่ารักฉัน แต่คุณไม่รู้จักฉันเลยสักนิด นี่ไงคือเหตุผลที่ฉันกังขากับคำว่ารักของคุณ จริงอยู่ฉันอาจจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้จันทร์ดาวรีสอร์ตกลับคืนมา แต่ฉันก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร

แล้วทำไมวันนั้นเนตรไม่บอกผม ปล่อยให้ผมกล่าวหาอยู่ได้เขาทำเสียงอ่อนอกอ่อนใจได้อย่างน่าหมั่นไส้จริงๆ ให้ตายเถอะ...ไม่ได้ดูตัวเองเลยว่าปากร้าย กล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน ถึงจะมีเหตุและผลอยู่บ้างก็เถอะ แต่ไม่ควรปักใจเชื่ออย่างมีอคติ

ฉันโมโหมาก ไม่อยากสนใจคำพูดบ้าๆ ของคุณ ตอนนี้ถ้าคุณคิดว่ามีใครบางคนกำลังปองร้ายคุณอยู่ละก็...ไปสงสัยคนอื่นเถอะ จะได้หาทางดูแลตัวเอง หมดเรื่องถามแล้วใช่มั้ย งั้นฉันไปนอนแล้วนะทำท่าจะผุดลุกขึ้นนั่ง ชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอไว้เสียก่อน

อะไรกัน...ไหนคุณบอกว่าแค่ตอบคำถามก็ถือว่าตอบแทนน้ำใจคุณแล้วไงหญิงสาวโวยวายเมื่อเขาดึงเธอเข้าไปกอดไว้แนบอกกว้าง

นอนที่นี่แหละ ผมไม่ทำอะไรเนตรหรอกเขากระซิบบอกเสียงนุ่มกลั้วเสียงหัวเราะ

เชื่อได้ไงล่ะ!” เธอแหวขึ้นทันควัน หัวใจเต้นโครมคราม ความอุ่นจากเรือนกายของเขาแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วร่างของเธอ โดยเฉพาะใบหน้าสวยที่บัดนี้แดงปลั่งอยู่ในความสลัวลางจากโคมไฟหัวเตียง

อยู่ที่บ้านแม่ริม ผมก็ไม่ได้ทำอะไรคุณนะ อย่างที่ผมเคยบอกนั่นแหละ ถ้าเนตรไม่เต็มใจผมไม่ทำอยู่แล้ว ผมก็มีศักดิ์ศรีของผมนะ เรื่องปลุกปล้ำขืนใจผู้หญิงนี่ผมไม่ทำให้เสียชื่อลูกผู้ชายอย่างนาย
อานัช พิทักษ์กุลหรอกน่า รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น เดี๋ยวใครๆ คิดว่าผมไร้น้ำยาผู้ชายที่มีน้ำยาพูดอย่างฉุนๆ ทำเอาเนตรลดาเลิกดิ้นรน

คืนนี้คุณอย่านอนคนเดียวเลยนะ

ฉันนอนได้นี่เธอยังดื้อดึ้ง

แต่ผมนอนไม่ได้...รู้มั้ยตอนผมรู้ว่าพวกมันจับตัวคุณไป ผมกลัวมาก...”

เอ...หรือเพราะน้ำเสียงสั่นๆ ของเขาหรือเปล่านะที่ทำให้เธอยอมเอนตัวลงนอนเคียงข้างชายหนุ่มอีกครั้ง ปลายนิ้วของเขากำลังลูบไล้เรือนผมเธอแผ่วเบาราวกับกำลังจะกล่อมให้เธอหลับใหล ไม่ให้ลุกขึ้นมาโวยวายต่อต้านเขา

ผมจะรอวันที่เนตรใจอ่อนและยอมรับผม

เนตรลดาได้ยินเสียงทุ้มนุ่มดังแผ่วที่ริมหู ก่อนริมฝีปากอุ่นจะทาบลงบนแก้มนวล

วันก่อนคุณบอกว่าไม่ได้รักฉันแล้วถามไปแล้ว เนตรลดาก็แอบงุนงงตัวเองเล็กน้อยว่าเหตุใดต้องถามเขาแบบนั้น ในเมื่อที่ผ่านมาหญิงสาวก็ไม่เคยใส่ใจกับความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ

ผมโกหก...เพราะคิดว่าคุณกับมาริศเป็นชู้กันเขาสารภาพอย่างหมดฟอร์ม

ฉันเจอเรื่องรักที่น่าผิดหวังมาก่อน และก็เจ็บมาก กลัวจนไม่กล้าที่จะรักใครเป็นครั้งแรกที่เนตรลดาบอกเรื่องราวความรักให้ชายหนุ่มรับรู้ หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอ
ได้ขยับเข้ามาใกล้กันอีกนิดหนึ่งแล้ว

ผมรู้เรื่องของเนตรกับผู้ชายคนนั้นจากคุณแก้วบ้างแล้ว
ปลายนิ้วของเขาไล้มายังขมับของเธอ

ปากมากจริงๆ เลยยายคนนี้เนตรลดาบ่นทำหน้างอ พร้อมกับปัดนิ้วเขาออกจากใบหน้า

คุณแก้วหวังดี อยากให้ผมให้เวลาและเข้าใจเนตรมากกว่านี้เขาแก้ตัวให้เพื่อนสาวของเธอ

งั้นคุณก็คงรู้แล้วสินะ ทำไมฉันถึงไม่ชอบคุณพูดจบ เนตรลดาก็หันหลังให้ชายหนุ่มทันที

ผมจะทำให้เนตรเห็นว่าผมไม่เหมือนเขาไม่มีเสียงโต้ตอบใดๆ จากหญิงสาว อานัชปิดโคมไฟ ทั่วทั้งห้องมีเพียงความสลัวลางจากแสงจันทร์หม่นที่สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างสีขาวบางเบา ในใจของอานัชกลับสว่างไสว เมื่อได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเนตรลดากับมาริศ 

ชายหนุ่มโอบกอดร่างหญิงสาวไว้จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา...เนตรลดากลัวว่าชายหนุ่มจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของเธอ นึกอยากปัดวงแขนออกให้พ้นตัว ทว่าอ้อมกอดของเขาเหมือนต้องการปลอบประโลมใจเธอให้รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย มากกว่าจะต้องการล่วงเกิน เนตรลดาจึงนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัว...ในวันที่ขวัญเสียและผิดหวังกับเรื่องพี่ชาย อ้อมแขนของเขาก็ไม่เลวนักหรอกนะ หญิงสาวยอมรับอยู่ในใจ


++++++++++++++++++++++

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #154 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 19:45
    อ๊าา ผิดตอน แงง

    เอาใหม่ ๆ อันนี้ค่ะอันนี้

    โฉบเฉี่ยวแทรกรถ > แซง รึเปล่า
    ปราดหน้า > ปาดหน้า
    หวังว่าพวกมัน > เมื่อพวกมัน
    "ชายคนที่ > ชายคนที่
    คุณไม่เป็นนะ > คุณไม่เป็นไรนะ
    ถาโถมเข้าใส > ถาโถมเข้าใส่
    ตาคมกว้างฉายสับสน > ฉายแววสับสน
    พิทักษกุล > พิทักษ์กุล
    คิดว่าคิด > คิดว่าคุณ
    ไม่กล้าจะที่จะ > ไม่กล้าที่จะ
    ทว่าความอ้อมกอด > ทว่าอ้อมกอด

    แหะ ๆ โทษทีนะค้า 
    #154
    0
  2. #153 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 19:43
     มาพิสูจน์อักษรให้อีกตอนค่ะ

    อยู่นานได้ > อยู่นาน
    ความอาหาร > อาหาร
    ก็ก้าวเขามา > ก้าวเข้ามา
    ยังงี้ > อย่างนี้ ดีกว่านะคะ
    ออกมาลืมตัว > ออกมาอย่างลืมตัว
    มั๊ยล่ะ > มั้ยล่ะ
    ซาดิสต์ > ซาดิสม์
    บ้างมั๊ย > บ้างไหม
    เรียวปากยังปากนุ่ม > เรียวปากนุ่ม
    เครื่องสำองค์ > เครื่องสำอาง
    แต่ก็ทั้งหมด > แต่ก็ไม่ทั้งหมด
    แข้งอ่อนแรง > แข้งขาอ่อนแรง
    จึงปั่นจักรยานออกไปเล่น > จึงออกไปปั่นจักรยานเล่น
    ยังให้รู้สึก > ยังให้ความรู้สึก
    แห่งสนุกซุกซน > แห่งความสนุกซุกซน

    เจอแค่นี้ค่ะ
    #153
    0
  3. #140 Nestlejup (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 00:58
    ผมโกหกเพราะคิดว่าคิด(คุณ)กับมาริศเป็นชู้กัน
    #140
    0
  4. #52 pixie (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 02:45
    "ไม่เป็น(ไร)ครับ"... ขณะถูกจับตัวไป หญิงสาวแบยอมรับกับตัวเอง---แบบนี้จะดีกว่ามั้ยคะ...กระด้าง(ดาก)ใจ...
    #52
    0
  5. #14 พี่หริ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 00:52
    อิจฉานางเอกจริงๆ เจอผู้ชายรักขนาดนี้ ใจอ่อนเร็วๆ เถอะ.....แอบมาอ่านตอนล่าสุดก่อน แบบอ่านแรกๆ รู้สึกสงสารพระเอก แต่ตอนนี้ก็เข้าใจเนตรแล้ว คนมีความหลังกับความรักมาก็ตั้งป้อมไว้กันตัวเองก่อน.......แต่พระเอกน่ารักจริงๆ พระเอกคุณจูนิตา น่ารักทุกเรื่องเลยค่ะ เคยอ่านหนังสือเรื่องที่พระเอกชื่อโจ นางเอกชื่อกระต่าย แต่ตอนนี้ดันจำชื่อเรื่องไม่ได้ซะแล้ว 


    #14
    0
  6. #12 SoLe MaTe' (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 18:35
    สู้ต่อไปนะพี่อานัช

    พิชิตใจพี่เนตรให้ได้

    อิอิ++
    #12
    0
  7. #10 Chatchanya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 17:09
    พระเอกเรื่องนี้ถูกใจมากจริง ๆ ค่ะ เฮ้ออออ ผู้ชายแบบนี้แหละที่เราอยากให้เป็นพระเอก ก่อนเจอนางเอกเจ้าชู้แค่ไหนไม่ว่า พอมีนางเอกแล้วซื่อสัตย์แค่นางเอก เรารักมาก ๆ เลย สนุกมากนะคะ รออ่านตอนหวาน ๆ ของ 2 คนนี้ค่ะ
    #10
    0
  8. #9 นนนี่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 10:30
    สนุกมากๆ
    #9
    0