เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 2 : บางอย่างที่อยู่ในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ก.ย. 52

 ...........

บทที่ 2

 

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องนอนด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด เขากระชากลิ้นชักโต๊ะหยิบภาพที่ปริ้นท์ออกมาจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาดู มันเป็นภาพของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเป็นภรรยาของเขา ยืนโอบกอดชายหนุ่มเพื่อนสนิทอย่างแนบแน่น ภาพนั้นถูกแอบถ่ายที่ลานจอดรถในผับแห่งหนึ่งในตัวเมือง จากนักสืบที่เขาว่าจ้างให้ดูการเคลื่อนไหวของเนตรลดา ก่อนที่อานัชจะกลับไปกรุงเทพฯ ทั้งที่ไม่เคยระแวงเรื่องนี้มาก่อน แต่เพราะเขาถูกทำร้ายในวันนั้น ทำให้ต้องไตร่ตรองและมองเนตรลดาใหม่

ใช่...อานัชโกหกตำรวจ ว่าการที่เขาถูกทำร้าย ก็แค่การปล้นชิงทรัพย์ แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่าสิ่งที่คนร้ายทำนั่น คือการหมายปองชีวิตเขาอย่างแน่นอน เพราะการปล้นเพื่อหวังชิงทรัพย์ธรรมดา หากเจ้าทรัพย์ไม่ดิ้นรนขัดขืนหรือต่อสู้ จะไม่มีทำร้ายร่างกาย พอปลดทรัพย์สินจนหมด ก็ควรจะชิงหนีไป แต่ที่อานัชเจอ นอกจากพวกมันจะไม่พูดคำว่า หยุดนะคือการปล้น มีทรัพย์สินอะไร เอาออกมาให้หมด ไม่งั้นตาย!’ พวกมันกลับทำร้ายเขาเจียนตาย

ตอนนั้นชายหนุ่มกำลังจะเปิดประตูรถ จู่ๆ ก็ถูกจับตัวล็อกไว้จากผู้ชายถึงสามคน ที่ปิดบังใบหน้าด้วยหมวกไหมพรม และหนึ่งในนั้นก็แทงเข้าที่ท้องของเขา และหมายจะซ้ำอีกครั้ง แต่บังเอิญมีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งผ่านมาเห็น พวกมันทั้งสามก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์บิดจากไปอย่างรวดเร็ว อานัชจำเป็นต้องบอกตำรวจว่าคนร้ายหมายชิงทรัพย์ เพราะไม่อยากให้คนร้ายตัวจริงไหวตัวทัน เขาอยากจะสืบให้รู้แน่ว่าใครกัน ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในครั้งนี้ อานัชสังหรณ์ใจว่าคนคนนั้นจะไม่หยุดแค่นี้แน่ๆ

หลังออกจากโรงพยาบาล อานัชจึงเลือกที่จะกลับไปตั้งหลักที่กรุงเทพฯ ฟิตร่างกายให้แข็งแรง และกลับไปเรียนยิงปืนและการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างหนัก เพราะชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อใดและมันก็ไม่ยากเกินไปนัก เพราะเขาเคยมีพื้นฐานมาบ้าง อานัชสัญญากับตัวเองว่า จะไม่ยอมให้ตัวเองเป็นเป้านิ่งเด็ดขาด เขาจะโต้ตอบคนที่คิดร้ายต่อเขาให้สาสมเลยทีเดียว!

ตั้งแต่ที่อานัชลืมตาขึ้น ในหัวของชายหนุ่มก็ครุ่นคิดว่าใครกันแน่ที่ทำเขา ใครที่มีแรงจูงใจมากที่สุด ในเมื่อเขาเองก็ไม่เคยศัตรูที่ไหนเลยสักคน และสำหรับเจนนี่นั้น...เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยคบหา แล้วบังเอิญได้พบกับเธออีกครั้งที่เชียงใหม่ และก็รู้ว่าเจนนี่เป็นผู้หญิงลับๆ ของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง แต่อานัชคิดว่าคนมีอิทธิพล คงไม่โง่ขนาดลงมือเก็บเขาตรงหน้าบ้านของเมียเก็บตัวเองให้โจ่งแจ้ง และถ้ามีอิทธิพลจริง คงมีลูกน้องมากมายพอจะสืบให้รู้แน่ชัด ว่าแท้จริงแล้วเขากับเจนนี่ไม่ได้มีอะไรเกินเพื่อน เว้นแต่จะโมโหหึงจนไร้เหตุผลเท่านั้น

พอตัดเรื่องผู้มีอิทธิพลออกไป อานัชก็คิดเรื่องผลประโยชน์ หากเขาตายไป ทรัพย์สินที่มีอยู่จะตกเป็นของใคร...มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่อานัชจะคิดถึงเนตรลดา แต่จามร...เพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งเป็นทนายความส่วนตัวของชายหนุ่มด้วย ก็เตือนว่าอย่ามองข้ามคนใกล้ตัวเกินไป ใช่...คนใกล้ตัวที่สุดของเขาในยามนี้ก็คือครอบครัวคุณอาพิชัย ที่ประกอบด้วยคุณอาเพทาย ผู้เป็นภรรยา และเนวิน  ผู้เป็นลูกชาย กับกรกนก ผู้เป็นบุตรสาว

จะถามว่าครอบครัวคุณอาพิชัย มีใครที่ไม่ชอบเขามากที่สุดก็คงเป็นคุณอาเพทาย อานัชเคยได้ยินคุณเพทายพูดว่าหุ้นในบริษัทนั้น เขาไม่ควรได้มากกว่าคุณอาพิชัย เพราะทำงานน้อยกว่า แต่หุ้นหกสิบเปอร์เซ็นที่เขาได้รับจากบริษัท มันเป็นสมบัติของบิดาที่ได้มอบให้เขาก่อนท่านเสียชีวิต รวมทั้งบ้านพักตากอากาศที่แม่ริมและภูเก็ต เงินสดในธนาคารและที่ดินเปล่าอีกหลายแปลงที่มีมูลค่ามาหาศาล และยังมีหุ้นอยู่ในหลายบริษัทที่ทำผลกำไรไม่น้อยกว่าธุรกิจครอบครัว แต่อานัชก็ไม่เชื่อเด็ดขาด เพราะถึงคุณเพทายจะอยากได้สมบัติของเขาแค่ไหน หากอานัชตายไปจริงๆ สมบัติทุกอย่างของเขาก็ต้องตกเป็นของผู้หญิง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของเขาอยู่ดี

ซึ่งครอบครัวอาพิชัยก็รู้ดี ว่าเขาจดทะเบียนสมรสกับเนตรลดา เว้นแต่เขาจะเขียนพินัยกรรมขึ้นใหม่ เพื่อยกมรดกทุกอย่างให้คนอื่นเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงพินัยกรรม เพราะแม้เขาจะสงสัยเนตรลดา แต่อานัชก็ยังอยากพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างกว่านี้ และลึกๆ ในใจก็ยังหวังไว้ว่าเนตรลดาจะไม่ใช่คนที่คิดทำร้ายเขา อานัชรู้ตัวดีว่าการกระทำของเขาดูโง่เขลาและไม่รอบครอบ นั่นเพราะเขาหลงรักผู้หญิงคนนั้นอย่างหัวปักหัวปำ กระทั่งสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้ตัวเองอย่างน่าเวทนา ทั้งที่วิเคราะห์ด้วยเหตุและผลอย่างดีที่สุดแล้ว เนตรลดา...ก็คือคนที่น่าสงสัยอยู่ดี

สำหรับเนวินและกรกนกนั้น อานัชไม่เคยระแวงใดๆ เขาเชื่อมั่นในความผูกพัน ที่มีให้กันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ทั้งสองไม่มีวันทำร้ายเขาได้ ส่วนน้องชายฝาแฝด ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น กระทั่งทำงานเป็นช่างภาพอิสระมานานหลายปี แม้จะไม่มีโอกาสพบเจอกันบ่อยนัก แต่สายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องก็ผูกพันแน่นแฟ้นเกินกว่าจะคิดหวาดระแวง ซึ่งพออีกฝ่ายรู้ว่าเขาถูกลอบทำร้าย ก็บินด่วนมาหาอย่างห่วงใย เขากับอานนท์ได้ถกเถียงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินทางมาเชียงใหม่ เพื่อสืบหาความจริงที่ยังคาค้างอยู่ในใจด้วยตัวเอง และจงใจปล่อยให้ทางตำรวจคิดว่าเป็นคดีชิงทรัพย์ธรรมดา

อานัชคิดว่าเนตรลดา คือคนที่มีแรงจูงใจมากที่สุด เพราะเธอเป็นเพียงคนเดียวที่จะได้ผลประโยชน์มหาศาลจากการตายของเขา จริงอยู่ว่าเธอยังไม่รู้ว่าเขาเขียนพินัยกรรม ยกทรัพย์สินทั้งหมดให้เธอแต่เพียงผู้เดียว แต่หญิงสาวก็ต้องรู้ว่าอย่างน้อย เธอก็จะได้จันทร์ดาวรีสอร์ตเป็นของเธอกับพี่ชายอย่างแน่นอน และเหนืออื่นใดเนตรลดาจะไร้พันธะใดๆ จากเขา และสามารถคบหาผู้ชายที่เธอรักได้อย่างอิสระ

ตลอดสี่เดือนที่อยู่กรุงเทพฯ เขาจ้างนักสืบติดตามการเคลื่อนไหวของเนตรลดาตลอด รู้ว่าผู้ชายที่เธอไปไหนมาไหนด้วย แทบเป็นเงาตามตัวก็คือมาริศ เพื่อนชายคนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง มันเป็นไปได้ว่าทั้งสองมีใจต่อกันมากกว่าเพื่อนสนิทธรรมดา และหากไม่มีเขา ทั้งสองก็คงครองรักกันอย่างมีความสุขท่ามกลางทรัพย์สินอันมากมายของเขา!

อานัชโยนรูปภาพไว้ที่เดิม ก่อนกระแทกปิดลิ้นชักอย่างคั่งแค้น รู้สึกสังเวชตัวเองครามครัน เมื่อคิดว่าความจริงใจที่มีให้กับเนตรลดา มันช่างสูญเปล่าไร้ค่า ทั้งที่เขารักเธอและคาดหวังว่าจะใช้ชีวิตคู่อย่างสุขสงบในรีสอร์ตเล็กๆ กลางหุบเขาแห่งนี้

นั่นเพราะเขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเนตรลดาเร็วเกินไป ทำให้หญิงสาวหวาดหวั่น บวกกับชื่อเสียงในทางลบเกี่ยวกับผู้หญิงของเขา ทำให้เนตรลดานึกรังเกียจ แล้วถอยห่างเขาออกไปไกล ทั้งที่เธอก็ยังไม่ได้รู้จักเขาอย่างถ่องแท้

ชายหนุ่มพลาดเองที่ใช้โอกาสยื่นมือเข้ามาช่วยบิดาเธอใช้หนี้ แล้วบีบบังคับให้เนตรลดาจดทะเบียนสมรสด้วย เพราะความใจร้อนต้องการเป็นเจ้าของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้หญิงสาวชิงชังจนปิดกั้นที่จะรับรู้สิ่งที่อยู่ในหัวใจของเขา แต่ที่ผ่านมาอานัชก็รอคอยอย่างใจเย็น ไม่ผลีผลามครอบครองเธอตามสิทธิ์ของสามีที่พึงจะทำได้ เพราะกลัวหญิงสาวจะยิ่งถอยห่างจากเขามากขึ้น ชายหนุ่มเชื่อมั่นมาตลอดว่าวันหนึ่งความรักความจริงใจของเขาที่มีต่อเธอ จะทำให้เนตรลดายอมรับในตัวเขาได้ เพราะเขาไม่ได้ต้องการครอบครองเพียงกายของเธอ หากแต่อานัชยังหวังไขว่คว้าหัวใจเธอมาครองด้วย

ทว่าบัดนี้ความคิดของชายหนุ่มเปลี่ยนไปหมดแล้ว...เขาจะไม่รอคอยความรักจากอย่างเนตรลดา ผู้หญิงที่เมินเฉยต่อความจริงใจ และย่ำยีหัวใจของเขาอย่างโหดร้าย ต่อไปนี้ชายหนุ่มจะเก็บเกี่ยวทุกอย่างที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของเขาอย่างเต็มที่ จะไม่สนใจความรักและความรู้สึกของผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป ไม่ว่าเนตรลดาจะเกลียดชังเขาแค่ไหน อานัชก็ไม่แคร์อีกต่อไปแล้ว เขาจะเรียกหัวใจตัวเองกลับคืนมาจากเธอ และโต้ตอบความร้ายกาจของเนตรลดาให้สาสม!

 

เนตรว่ามั้ย...คุณนัชดูแปลกไปนะ มาริศเอ่ยขึ้นขณะทั้งสองกำลังทานผลไม้ด้วยกันในห้องนั่งเล่น

ช่างเขาเถอะอย่าไปสนใจเลย เนตรลดาเอ่ยแล้วตักแตงโมเข้าปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย

สนใจหน่อยสิเนตร เขาเป็นสามีของเนตรนะ ชายหนุ่มพูดอย่างหวังดี แต่มันทำให้เนตรลดาหันมามองเขาตาขุ่น แล้วเธอก็วางส้อมลงขอบจานค่อนข้างแรง

ริศ...มาหาเนตรแล้วมาพล่ามเรื่องเขาแค่นี้ใช่มั้ย!” ใบหน้าสวยเกลี้ยงเกลานั้นบึ้งตึง เรียวปากอิ่มสีระเรื่อเม้มเข้าหากันจนเกือบเป็นเส้นตรง

เนตร...ริศขอโทษนะ ต่อไปนี้ริศจะไม่พูดถึงคุณนัชแล้ว อย่าโกรธนะ มาริศโอบไหล่เนตรลดาไว้ มองหญิงสาวอย่างอ้อนวอน

เนตรลดามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดของอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจ มาริศเป็นแบบนี้เสมอ ทำผิดแล้วก็มาอ้อนให้เธอยกโทษให้ เป็นมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว

ถ้าพูดถึงเขาอีก เนตรจะโกรธริศจริงๆ และไม่ยอมอภัยง่ายๆ ด้วย เนตรลดาแตะฝ่ามือที่แก้มสากๆ ของมาริศ ไม่หนักแต่ไม่เบานัก

เนตรถามจริง...ยังจำสัญญาที่เนตรบอกริสได้หรือเปล่า

สัญญาอะไรล่ะหญิงสาวย้อนถามพร้อมทำหน้างุนงง

เรื่องแต่งงานกันไง

เนตรลดาเคยพูดกับมาริศ ตอนที่เธอเลิกกับแฟนหนุ่มเมื่อสามปีก่อน ว่าเมื่ออายุ 30 แล้วยังไม่มีใคร เธอจะแต่งงานกับเขา และอยู่กับมาริศไปจนวันตาย และตอนนี้เนตรลดาก็อายุเพิ่งครบ 29 ปีไปไม่กี่เดือนนี่เอง

เนตรลดาจำได้วันนั้นเธอร้องไห้แทบเสียสติ หลังรับรู้ว่าแฟนของเธอมีคนอื่น โศกเศร้าเจียนตาย หากไม่มีมาริศอยู่ข้างๆ เนตรลดาก็อาจจะทำร้ายตัวเองไปแล้ว และด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของชายหนุ่ม ที่เนตรลดาล่วงรู้มาตลอดว่าเขารักและหวังดีกับเธอเกินเพื่อน เนตรลดาจึงหลุดปากออกไป เพราะเธอคิดว่าชาตินี้เธอคงไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว และการได้อยู่กับมาริศตลอดไป คงจะเป็นชีวิตที่สุขสงบสำหรับผู้หญิง ที่ตั้งใจจะตัดขาดจากความรักอย่างเนตรลดา หากเธอยังไม่ได้ถูกตีตราเป็นภรรยาตามกฎหมายของอานัช พิทักษ์กุลแล้วล่ะก็ เนตรลดาก็ยังคงมีความคิดเช่นเดิม แต่เวลานี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หญิงสาวแก้ไขอะไรไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าอานัชจะเลิกกับเธอเท่านั้น

 ริศ...เนตรจำได้ว่าตัวเองพูดอะไรกับริศไว้ แต่เนตรไม่อยากให้ริศมายึดมั่นกับคำพูดของเนตรนัก หากมีคนดีๆ มารักมาชอบ ริศก็ควรเปิดใจนะ

ริศเปิดเสมอนะเนตร...แต่ไม่เคยมีใครทำให้ริศรักได้จริงๆ นอกจากเนตร แต่ริศก็ไม่เคยลืมหรอกว่าเนตรรู้สึกยังไงกับริศ ไม่ลืม...กระทั่งคำพูดของเนตรที่บอกริศว่า ไม่ว่าเนตรจะมีใครหรือไม่ เนตรก็จะมีริศตลอดไป จบประโยคชายหนุ่มก็ยิ้มเศร้าๆ ทำให้เนตรลดาอดไม่ได้ที่จะโอบกอดเขาไว้

เนตรขอบใจริศมากๆ ที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเนตร ริศก็ยังอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจเนตรมาตลอด

ก็อย่างที่ริศเคยบอกเนตรมาตลอดนั่นแหละ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นริศจะอยู่ข้างๆ เนตรเสมอ

ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนั่งเล่น ถึงกับชะงักกับภาพที่เห็นและคำพูดที่ได้ยิน เขายืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นจึงค่อยๆ เดินห่างไปจากตรงนั้น ด้วยหัวใจที่เจ็บปวดและแค้นเคือง 

นี่สี่ทุ่มแล้วนะ ริศกลับเถอะ ว่าแต่ริศค้างที่บ้านหรือจะกลับเข้าเมือง เนตรลดาบอกเสียงนุ่ม

บ้านคุณลุงของมาริศอยู่ติดกับบ้านของเธอก็จริง แต่ส่วนใหญ่มาริศจะอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมในตัวเมือง เพื่อสะดวกในการไปทำงาน

คืนนี้ค้างที่บ้านน่ะ แต่ต้องไปทำงานแต่เช้ามืด พรุ่งนี้มีงานสำคัญต้องทำ เลยอยากเห็นหน้าเนตรก่อนไปทำงาน

อันตรายมั้ย

มีแผนจับกุมคนขายยาบ้าน่ะ

ระวังตัวด้วยนะริศ น้ำเสียงและสีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวลใจ ในชีวิตของเนตรลดานอกจากครอบครัวแล้ว เธอก็มีมาริศกับแก้วขวัญ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคน ที่ห่วงใยดูแลกันมาตลอด

จ้ะ ริศจะวังตัวให้มากๆ ชายหนุ่มรับคำเสียงหนักแน่นพอที่จะทำให้เนตรลดาคลายความกังวลใจไปได้บ้าง เธอเข้าใจมาริศที่เลือกอาชีพตำรวจและเข้าทำงานในสังกัดปราบปรามยาเสพติด เพราะปมชีวิตในวัยเด็กที่มีพ่อเป็นขี้ยา ทำให้เขาเติบโตมากับความโดดเดี่ยว กระทั่งมารู้จักใกล้ชิดกับครอบครัวเธอ ความรู้สึกของมาริศจึงจางหายไป แต่ก็เพียงบางส่วนเท่านั้น ลึกลงในใจเนตรลดารู้ว่าเพื่อนหนุ่มคนนี้ มีบาดแผลลึกร้าวเกินกว่าเวลาจะเยียวยาได้ แต่ก็ทำงานตรงนี้ ก็ทำให้มาริศรู้สึกได้ลบล้างความทรงจำอันเลวร้ายลงไปได้บ้าง

หญิงสาวเดินมาส่งมาริศถึงรถ จากนั้นก็เดินเล่นรอบๆ บริเวณบ้าน ซึ่งล้อมรอบด้วยรั้วต้นไม้เลื้อย พันเกี่ยวแน่นหนาจนกลายเป็นกำแพงสูง ยากที่สายตาจากแขกภายในรีสอร์ตจะมองผ่านเข้ามาได้ ส่วนประตูด้านหน้ามีประตูไม้กางกั้นไว้ และมีรปภ. คนหนึ่งนั่งเฝ้ายามอยู่

เนตรลดาเดินไปหย่อนตัวนั่ง ที่ม้ายาวสีขาวใต้ซุ้มพวงครามในสวนหลังบ้าน สายลมยามค่ำพัดพากลิ่นหอมจัดของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก สายตาคมกว้างเหม่อมองไปยังผืนฟ้า ที่มืดครึ้มหม่นมัวด้วยสีเทาทึบ ดาวสักดวงก็ไม่มีให้เห็น จันทร์เสี้ยวก็ที่เกี่ยวฟ้าอย่างเดียวดายกำลังถูกเมฆลอยเคลื่อนปกคลุม

คืนนี้ฝนคงตก เสียงห้าวทุ้มดังมาจากด้านหลัง เนตรลดาไม่ได้ไปมอง เธอยังเหม่อมองไปยังท้องเนตร ราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง ที่อาจซุกซ่อนอยู่ ทั้งจันทร์เสี้ยวและเมฆหม่นมัว

อานัชเดินวิสาสะมานั่งข้างๆ หญิงสาว  เธอชำเลืองมองเขาด้วยหางตา ก่อนขยับตัวออกห่าง กิริยาที่แสดงถึงความรังเกียจนั้น ทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มร้อนระอุ

แค่สามีนั่งใกล้ทำรังเกียจ แต่กับชายอื่นเห็นโอบกอดกันได้สนิทใจ เขามองเสี้ยวหน้าสวยใสอย่างแค้นเคือง

ริศ...ไม่ใช่ชายอื่น แต่เขาเป็นเพื่อนที่ฉันไว้ใจที่สุด เนตรลดาเอ่ยเสียงกระด้าง

เพื่อนแบบไหนกัน กอดกันกลมแบบนั้น อ๋อ...เพื่อนสนิทแนบใจแนบกายนั่นเอง น้ำเสียงทั้งดูถูกและถากถาง

นี่คุณ พูดแบบนี้หมายความว่าไง!” ทันใดดวงตาที่เหมือนดอกไม้ของหญิงสาว ก็กลายเป็นกองเพลิงขึ้นมาฉับพลัน

ยังต้องแปลอีกเหรอ...ดวงตาร้ายกาจของเขามองเธออย่างหยามเหยียด

อย่าเอาสิ่งที่ตัวเองเป็นมาตัดสินใจฉัน!” เนตรลดาไม่อาจทนนิ่งเฉยกับคำพูดและแววตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าดูถูกเธอ

สิ่งที่ผมเป็นยังงั้นเหรอ ผมเป็นยังไง!”

เนตรลดายิ้ม...โอ้ช่างเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนเหลือเกินในความคิดของอานัช คุณสำส่อนไปทั่ว แล้วคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนคุณยังงั้นเหรอคุณอานัชดวงตาที่จ้องมองเขาอย่างเปิดเผยความชิงชังนั้น ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มพวยพลุ่งออกมาราวกับน้ำพุร้อน

นี่คุณ...ด่าผมเหรอ!”

ยังต้องแปลอีกเหรอคะ หญิงสาวย้อนคำ แล้วหัวเราะเบาๆ อย่างเยาะหยัน อานัชพ่นลมออกจากปาก จ้องมองหญิงสาวราวกับจะเข้ามาบีบคอให้ตายคามือ แต่เรียวปากอิ่มสวย ที่กำลังคลี่ยิ้มเยาะหยันนั้น ก็ช่างเย้ายวนเกินกว่าเขาจะห้ามใจไว้ได้

ไม่สวยเลยนะภรรยาที่รัก ที่ด่าสามีตัวเองแบบนี้ อานัชพูดเสียงรอดไรฟัน

อย่ามาพูดแบบนี้กับฉันนะ!” เนตรลดาผุดลุกจากม้านั่ง แต่ไม่ทันเดินจากไป ร่างบางโปร่งของเธอก็ปลิวเข้ามาในวงแขนแข็งแรงของชายหนุ่ม

ทำไมล่ะเนตร...ทนฟังความจริงไม่ได้เหรอ จำไว้สิว่าผมเป็นสามีของคุณ!”

ปล่อยฉันนะ!” เนตรลดาดิ้นรนจากวงแขนของเขา ราวกับร่างกายของคนที่กอดรัดเธออยู่ เป็นสิ่งสกปรกที่เธอไม่อยากสัมผัสแตะต้อง และการกระทำนั้นยิ่งปลุกเร้าความร้อนในหัวใจใจชายหนุ่มให้เดือดพล่าน

กอดกับคนอื่นได้ แต่กับสามีตัวเองรังเกียจยังงั้นเหรอเนตร วงแขนแข็งแรงยิ่งรัดแน่นมากขึ้น กระทั่งทรวงอกอิ่มนุ่มเบียดบดกับอกกว้างที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อ จนชายหนุ่มร้อนรุ่มขึ้นมาเสียเอง ใช่แล้ว ณ เวลานี้เขายังไม่สามารถดึงความรักจากผู้หญิงคนนี้กลับมาได้ และดูเหมือนว่ามันคงจะอีกนาน

บอกแล้วไงว่าริศไม่ใช่คนอื่น ริศเป็นเพื่อนฉัน!” เนตรลดาคิดตัวเองตะโกนใส่เขา ทว่ากลับได้ยินเพียงเสียงแผ่วสั่นของผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น

เพื่อนนอนด้วยหรือเปล่าก้มลงกระซิบคำพูดถากถางที่ริมหูเธอ

คุณ!” เนตรลดาเบิกตากว้าง ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะดูหมิ่นเธอได้ถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนแม้เขากับเธอจะพูดคุยกันได้ไม่มาก แต่อานัชก็ไม่เคยก้าวร้าวหยาบคายกับเธอ และก็ไม่เคยแตะต้องเธอเลยสักนิด นั่นทำให้เนตรลดามั่นใจได้ว่า หากเธอไม่ยินยอม เขาจะไม่บังคับเธอด้วยกำลังอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ หญิงสาวเริ่มสงสัยมากยิ่งขึ้น ว่านี่คืออานัช พิทักษ์กุลตัวจริงแน่หรือ อาจจะเป็นใครบางคนที่ปลอมตัวมาตบตาเธอ

ผมพูดจี้ดำเข้าแล้วสินะ!”

คุณทุเรศที่สุดเลย ฉันเกลียดคุณ!” เนตรลดากรีดเสียงพร้อมดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดของเขา

ผมรู้!” ชายหนุ่มตอบรับอย่างท้าทาย พร้อมกระชับวงแขนให้แน่นยิ่งขึ้น

งั้นก็ปล่อยฉันนะ เอามือสกปรกของคุณออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้!”

มือสกปรกเหรอย้อนถามอย่างเข่นเขี้ยว

 ใช่ใจคุณก็สกปรกด้วย!” หญิงสาวพ่นวาจาโต้ตอบเขาอย่างเดือดดาล

ปากร้ายนักนะเนตร ชายหนุ่มจับปลายคางมนตรึงไว้ เนตรลดาพยายามเบี่ยงหน้าหนี เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นรินรดใบหน้า

ปล่อยฉันนะ!” จังหวะที่เธอเปิดปากพูดนั่นเอง ปากร้อนรุ่มของชายหนุ่มก็จาบจ้วงลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มเต็มของเธอไว้อย่างดุดัน

นาทีแรกปากหยักเบียดบดด้วยแรงโกรธ เพื่อระบายอารมณ์ที่อัดแน่นในใจ ทั้งความรักและความแค้น ทำเอาเนตรลดาแสบร้อนที่เรียวปากไปหมด ที่ร้ายไปกว่านั้น เธอไม่อาจต้านทานความร้อนแรงของอารมณ์ชายหนุ่มได้ และหญิงสาวไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างเหมือนถูกทับด้วยของหนักขยับเขยื้อนไม่ได้ หญิงสาวบอกตัวเองให้ผลักร่างเขาออกห่าง แต่เธอกลับอ่อนเปลี้ยลงทุกนาที จนต้องเอนตัวพิงอกกว้างเขาไว้ราวกับเป็นที่พักพิงเดียวในยามนี้ ความเจ็บแสบที่เรียวปาก บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนหวานนุ่มนวล พัดพาหัวใจที่โกธรกรุ่นของเธอลอยล่องไปไกลแสนไกล

อานัชเพียงอยากจูบเธอเพื่อระบายความเกรี้ยวกราดในอารมณ์ แต่เรียวปากอ่อนนุ่มของเธอ สร้างความอุ่นหวามจนเขาพลั้งเผลอจูบเธออย่างอ่อนโยน ไม่คิดเลยว่าริมฝีปาก ที่ปล่อยแต่วาจาเชือดเฉือนหัวใจของเขา จะสร้างความรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้ ทั้งอ่อนหวานไร้เดียงสา กระทั่งเขาไม่อยากจะเชื่อผ่านริมฝีปากชายอื่นมาแล้ว ชายหนุ่มหักห้ามใจที่เตลิดกลับมาไม่ได้แล้ว เขาคลอเคล้าหยอกเย้ากับริมฝีปากอ่อนนุ่มอย่างเนิ่นนาน จูบซับความหวานละมุนอย่างหลงใหล กระทั่งได้ยินเสียงอุทานเล็กแหลมจากใครคนหนึ่งดังมาจากเบื้องหลัง เขาผละออกจากเธออย่างอ้อยอิ่ง แล้วเมื่อกันไปทางเบื้องหลังก็เห็นร่างเล็กๆ ของสาวใช้ในบ้านนางหนึ่ง กำลังวิ่งอ้าวกลับไปยังเรือนพักของคนรับใช้ เนตรลดาใช้จังหวะนั้นวิ่งหนีเข้าบ้าน

ชายหนุ่มมองตามอย่างงุนงง...ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อานัชแค่อยากครอบครองเธอตามสิทธิ์ จากนั้นก็ทิ้งเธอเสีย...แต่ชักไม่แน่ใจแล้วว่า มันจะเป็นไปอย่างที่เขาหมายมั่นไว้หรือเปล่า เพราะแค่จูบเนตรลดาเพียงครั้งเดียว หัวจิตหัวใจของเขาก็สั่นไหว ราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งลิ้มรสจุมพิตจากหญิงสาว...ความรู้สึกนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ทรยศอย่างเนตรลดา เธอไม่มีค่าพอกับความรักของเขาสักนิด เขาควรจะเกลียดเธอ...และครอบครองเธอด้วยความเกลียดชัง มากกว่าจะอยากแตะต้องเธอด้วยจิตเสน่หาที่เปี่ยมล้นด้วยความรักเช่นนี้ และมันอาจทำให้เขาไขว้เขว ยากจะสืบหาความจริงจากตัวเธอได้

ชายหนุ่มยกปลายนิ้วคลึงขมับตัวเองอย่างสับสน ก่อนเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อลอย กระทั่งมาถึงห้องนอน เอนตัวลงนอนที่เตียง เผลอยกปลายนิ้วไล้เรียวปากหยักของตัวเอง ที่ยังรู้สึกถึงกระแสอุ่นหวาม และจมูกของเขายังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างกายอ่อนนุ่มของเธอ

แล้วอานัชก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยความคิดคำนึง ไปในวันที่เขาเจอเนตรลดา ในสวนหลังบ้านของคฤหาสน์พิทักษ์กุล ตอนนั้นเป็นเวลาพักหลังทานมื้อเที่ยง หญิงสาวกำลังอุ้มลูกเด็กตัวน้อย ซึ่งเป็นลูกของคนรับใช้ในบ้านของเขาอยู่ เธอหัวเราะหยอกล้อเด็กน้อยอย่างร่าเริง อานัชแอบมองหญิงสาวอยู่นาน สัมผัสความอ่อนโยนของเธออย่างเพลิดเพลิน ทันใดชายหนุ่มก็เห็นภาพของเธอกับเขา พร้อมกับเด็กตัวน้อยๆ ที่หน้าตาละม้ายเขากับเนตรลดาแวบขึ้นมาในสมอง

ชายหนุ่มยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาเธออย่างเหม่อลอย เนตรลดาชะงักทันทีเมื่อเห็นเขา แล้วใบหน้าที่แต้มยิ้มละมุน กับดวงตาที่งดงามเหมือนดอกไม้บาน ก็กลายเป็นความกระด้างเย็นชา เมื่อเขาขออุ้มเด็กน้อยบ้าง หญิงสาวขยับมาใกล้ จนเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอ แล้วเนตรลดาก็ส่งเด็กให้ ณ ขณะนั้นมือของเขาสัมผัสกับมือเธออย่างไม่ตั้งใจ แต่กระแสอุ่นวาบก็แล่นปราดไปทั่วร่าง ก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างในใจ นับแต่วันนั้นเขาก็ไม่ต่างจากชายหนุ่ม ที่หลงใหลในรูป กลิ่น รวมทั้งความอ่อนโยนและเย็นชาในตัวเนตรลดา อานัชบอกตัวเองทันทีว่าจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เธอยินยอมมอบใจและกายให้เขา!

แต่ดูเหมือนว่านับวัน ชายหนุ่มจะยิ่งทำให้เธอถอยห่างออกไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ คงทำให้เนตรลดาเกลียดเขามากขึ้นเป็นเท่าตัว อานัชรู้สึกเสียใจ แต่ไม่เสียดาย อย่างน้อยก็ได้เก็บเกี่ยวความหอมหวานจากริมฝีปากอิ่มนุ่ม ที่เขาเฝ้าฝันมานานไว้เป็นความทรงจำ เพื่อปลอบโยนหัวใจอันบอบช้ำจากความรักที่ไม่สมหวัง

...ทำไมผมถึงรักคุณแบบบ้าคลั่งอย่างนี้ด้วยเนตรลดา แล้วทำไมคุณไม่คิดจะรักผมเลย ชายหนุ่มคร่ำครวญก่อนปิดเปลือกตาลงอย่างทดท้อ

หรือนี่เป็นผลแห่งกรรม ที่เขาไม่เคยไยดีกับความรักของผู้หญิงหลายคน ซึ่งเพียรมอบให้เขาตลอดมา ในระหว่างคบหาอย่างคู่ควงและคู่นอน โดยมีเงื่อนไข คือไม่มีพันธะใดๆ ต่อกัน นอกจากความพึงพอใจ อานัชตอบแทนเธอเหล่านั้นด้วยเงินและของมีค่า หากวันหนึ่งที่เขาจะไป มันก็ไม่มีอะไรติดค้าง ถึงแม้ผู้หญิงบางคนจะวิงวอนด้วยน้ำตา เพื่อให้เขาคบหาอย่างจริงใจ ชายหนุ่มก็ไม่เคยใส่ใจ อานัชมองความรัก ที่เธอเหล่านั้นพร่ำบอกว่าเป็นสิ่งไร้ค่า ถึงตอนนี้เขารู้แล้ว การที่ไม่ได้รับความรักตอบนั้น เจ็บปวดและทรมานเพียงใด...
.........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #141 oนิลไพลินo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 17:10
    นิลแวะมาพิสูจน์อักษรให้พี่จูนิค่ะ

    ภาพที่ปริ้นท์ออกมา > ปริ๊นต์
    โน้ตบุ๊ค > โน้ตบุ๊ก
    ที่ขึ้นชื่อเป็น > ขึ้นชื่อว่าเป็น น่าจะดีกว่านะคะ
    หยุดนะคือการปล้น > หยุดนะ นี่คือการปล้น อิอิ
    ก็ไม่เคยศัตรูที่ไหน > ไม่เคยมีศัตรู
    เปอร์เซ็น > เปอร์เซ็นต์
    มูลค่ามาหาศาล > มูลค่ามหาศาล
    ดูโง่เขลาและไม่รอบครอบ > ไม่รอบคอบ
    สร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้ตัวเอง > ให้กับตัวเอง น่าจะดีกว่านะคะ
    คาค้าง > ค้างคา รึเปล่าเอ่ย
    พึงจะทำ > พึงกระทำ รึเปล่าคะ
    ไม่รอคอยความรักจากอย่าง > จาก เฉย ๆ กระมัง
    วางส้อมลงขอบจาน > ลงบน รึเปล่าคะ
    คนขายยาบ้า > ค้ายาบ้า น่าจะดีกว่านะคะ
    แต่ก็ทำงานตรงนี้ > แต่การ รึเปล่า
    พันเกี่ยวแน่นหนา > หนาแน่น ดีกว่านะคะ
    จันทร์เสี้ยวก็ที่ > จันทร์เสี้ยวที่
    ไม่ได้ไปมอง > ไม่ได้หันไปมอง
    ท้องเนตร > ท้องนภา
    เดินวิสาสะ > ถือวิสาสะเดิน
    สิ่งที่ผมเป็นยังงั้นเหรอ > อย่างนั้นเหรอ น่าจะดีกว่านะคะ
    ยังงั้นเหรอ > อย่างนั้นเหรอ
    พวยพลุ่ง > พวยพุ่ง
    ดิ้นรนจาก > ดิ้นรนออกจาก
    หัวใจใจ > หัวใจ
    รังเกียจยังงั้นเหรอ > อย่างนั้นเหรอ
    คิดตัวเอง > คิดว่าตัวเอง
    งั้นก็ปล่อยฉันนะ > ปล่อยฉันสิ น่าจะดีกว่านะคะ
    ใช่ใจคุณก็สกปรกด้วย > ใช่ ใจคุณก็สกปรกด้วย(เว้นวรรคนิดนึง^^)
    โกธรกรุ่น > โกรธกรุ่น
    ไม่อยากจะเชื่อผ่าน > ว่าผ่าน รึเปล่า
    แล้วเมื่อกัน > แล้วเมื่อหัน
    เนตรลดาใช้จังหวะ> จึงใช้จังหวะ
    ทำไมผมถึงรักคุณ > ต้องรักคุณ หรือ เปลี่ยนจากด้วย เป็น นะ

    ตอนนี้เจอแค่นี้ค่ะ
    วันหลังจะมาสแกนให้ใหม่นะคะ^^ 
    #141
    0
  2. #41 pixie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2552 / 03:01
    ครอบครองพียง (เพียง)กาย... ตกไปนิดนึงนะคะ
    #41
    0
  3. #11 SoLe MaTe' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 17:33
    เรื่องนี้รู้สึกสงสารพระเอกจัง

    เรื่องส่วนใหญ่นางเอกจะน่าสงสา่ร

    แต่นี่พระเอกกลับน่าสงสาร

    เหอะๆ ++ 

    สู้ๆ ต่อไปนะอานัช
    #11
    0
  4. #2 ***** (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2552 / 18:21
    ไม่แน่ใจว่าพระเอกชื่อ อานัส หรือ อานัช แน่คะ แต่น่าสนใจดีค่ะ
    #2
    0