เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 11 : เกือบจะดี...อยู่แล้วเชียว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    16 ต.ค. 52

บทที่ 11

 

เนตรลดารู้สึกเขินกับสายตาบรรดาพนักงานรีสอร์ต ไม่เว้นแม้แต่แขกที่มาพัก ซึ่งบังเอิญผ่านมาเห็นเธอกับอานัช ซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันตรงไปยังร้านอาหาร หญิงสาวจึงพยายามบิดมือจากอุ้งมือใหญ่ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ซ้ำยังหันมายิ้มใส่ตาดุของเธอต่างหาก

ปล่อยก่อนได้มั้ย เนตรลดาส่งเสียงกระซิบ

จับมือกันยังงี้แหละดีแล้ว เขาส่งยิ้มหวานใส่ตาขุ่นๆ ของหญิงสาว แถมยังรั้งเธอเข้ามาใกล้ กระทั่งไหล่ทั้งสองแนบชิดกัน เนตรลดาคิดว่าคนอย่างอานัช ยิ่งห้ามยิ่งก็รั้น เธอเลยเลือกจะเดินเคียงข้างเขาไปเงียบๆ ดีกว่า เพราะหากเธอพยายามดึงมือออกจากมือเขาอีกครั้ง หญิงสาวมั่นใจว่าเขาต้องยกแขนโอบบ่าเธอแน่ๆ

ร้านอาหารของรีสอร์ต เป็นเหมือนบ้านชั้นเดียวที่กว้างใหญ่ ผนังกรุกระจกตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ภายในอาณาบริเวณตกแต่งด้วยส่วนหย่อมเล็กๆ กระจายกันโดยรอบ และมีโต๊ะจัดเป็นซุ้มไม้เลื้อยอย่างสวยงาม อย่างการเวก พวงชมพู เล็บมือนาง ให้ความรู้สึกราวกับเป็นมุมส่วนตัวภายในบ้าน สองหนุ่มสาวเลือกโต๊ะใต้ซุ้มพวงชมพู เพราะในร้านดูจะหนาแน่น ซึ่งส่วนใหญ่คงเป็นแขกที่มาพัก อีกส่วนหนึ่งเป็นคนจากภายนอก ที่ติดใจในรสชาติอาหารของจันทร์ดาวรีสอร์ต ต่างทยอยกันเข้ามาทานมื้อเที่ยงกันจนเต็มไปหมด แม้แดดยามยังจัดจ้าน แต่รอบๆ บริเวณร้านก็ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้ดอก ยามลมพัดผ่าน หอบเอาความเย็นชื่นมาลูบไล้เนื้อตัวให้คลายร้อน ซึ่งอากาศปลายฤดูหนาวเริ่มอบอ้าวเร็วกว่าทุกปี โดยเฉพาะในตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนยังเย็นสบายกำลังดี

ทานอะไรดี อานัชถามหญิงสาว

ข้าวซอยดีกว่า คุณล่ะ

งั้นผมทานด้วย

หญิงสาวหันไปบอกพนักงานสาววัยรุ่นในร้าน ที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างโต๊ะมองชายหนุ่มรูปหล่อและร่ำรวย เป็นที่ร่ำลือของพนักงานสาวแท้และไม่แท้มานาน จนพานอิจฉาเจ้านายสาว ก่อนหน้านั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายสาวถึงเย็นชาใส่เขา ข่าวนี้เล็ดรอดมาจากเด็กรับใช้ในบ้าน ก่อนกระจายไปทั่วรีสอร์ตในเวลาต่อมา ทว่าตอนนี้ดูจากท่าทางทั้งสอง คงจะปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ถึงพากันมาทานมื้อเที่ยงด้วยกัน

ชายหนุ่มหันไปส่งยิ้มให้คนที่เผลอจ้องมองเขาอยู่ ทำเอาพนักงานสาววัยรุ่นยิ้มปลื้มใจ ก่อนจะหมุนตัวไปทำหน้าที่ตัวเองต่อไป

ทำไมต้องมาทานตามฉันด้วย หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างงงๆ  

ก็อยากทานบ้างนี่ครับ ทำไมล่ะหวงด้วยเหรอ เนตรนี่ยังไงนะ...หวงไปเสียทุกอย่างเลย อานัชว่าแต่ใบหน้ายังพรายยิ้มเจ้าเล่ห์ เนตรลดาเลยค้อนให้ เพราะรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอื่นด้วย

หน้าแดงทำไม ใบหน้าคมคายยื่นเข้ามาใกล้ เนตรลดาผงะออกห่าง ใบหน้ายังร้อนผ่าว ไม่นานก็ลามมาถึงลำคอระหง

อยู่เฉยๆ บ้างได้มั้ย หญิงสาวเริ่มทำเสียงดุ อยากทำเย็นชาห่างเหินกับเขาเหมือนทุกครั้งที่อานัชเฉียดมาใกล้ แต่เธอพลาดเอง ที่เมื่อคืนปล่อยให้เขาเข้าใกล้จนเกินไป  กระทั่งถึงตอนนี้...เขาก็เหมือนพยายามจะทุบกำแพง ที่เธอกางกั้นระยะห่างระหว่างเธอกับเขาให้พังทลายลง มันเลยยากที่เนตรลดาจะสร้างกำแพงขึ้นใหม่ในเวลารวดเร็วอย่างนี้ และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะสร้างได้สำเร็จหรือเปล่า หญิงสาวเริ่มสับสนในบางอย่างที่อวลอุ่นอยู่ในความรู้สึก อานัชกำลังทำให้เธอไขว่เขว และไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย

ได้ครับ...ถ้าเนตรต้องการ บทจะเชื่อฟัง เขาก็ว่าง่ายเหลือเกิน

ทั้งสองทานอาหารเงียบๆ จากนั้นก็ตามด้วยลอดช่องไทย และเมื่อออกจากร้านอาหาร เนตรลดาก็บอกให้ชายหนุ่มเดินกลับบ้านไปก่อน ส่วนเธอจะเข้าไปในสำนักงาน เพื่อหยิบเอกสารบางอย่างไปตรวจที่บ้าน แต่อานัชไม่ยอม...เขาอยากจะไปกับเธอด้วย

ฉันไปแป๊บเดียวเอง คุณกลับไปก่อนนะหญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อม

แป๊บเดียวแล้วทำไมต้องให้ผมกลับก่อนล่ะ แป๊บเดียวผมก็รอเนตรได้ แล้วเราก็เดินกลับบ้านด้วยกันไง เขายืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียว เนตรลดาเห็นความดื้อดึงในดวงตาคมลึกของชายหนุ่ม หญิงสาวรู้ทันทีว่างานนี้ เขาไม่ยอมทำตามที่เธอบอกอย่างแน่นอน

ทำไมผมไปด้วยไม่ได้ น้ำเสียงเขาเริ่มเข้มขึ้น

ก็...เดี๋ยวคนในนั้นก็แตกตื่นกันพอดี ก็เขาไม่เคยย่างกรายไปที่สำนักงานเลยสักครั้งตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านกับเธอ แล้วอยู่ๆ ก็โผล่หน้าเข้าไปแบบนั้น คอยดูสิ...สาวๆ ในสำนักงานมิร้องกรี๊ดกร๊าดสนั่นออฟฟิศหรือไง

ดี ผมชอบ ครึกครื้นดีออก...รีบไปเถอะ ใบหน้าคมคายเริ่มระบายยิ้ม เขาไม่รอให้หญิงสาวปฏิเสธอีก รีบฉุดมือเธอเดินตรงไปยังอาคารสำนักงานจันทร์ดาวรีสอร์ตทันที ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เดินลัดเลาะพุ่มไม้ตามแผ่นหินไปไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว

ตอนที่อานัชผลักประตูสำนักงานเข้าไป ในขณะที่ยังกุมมือหญิงสาวไว้ ทุกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับงานบนโต๊ะ ทันใดก็พร้อมใจกันเงยหน้าจากงานของตัวเอง พอเห็นว่าเป็นเขากับเนตรลดา เสียงอุทานอย่างตื่นเต้นก็ดังอื้ออึง มีหลายคนที่ถลาเข้ามาล้อมรอบตัวเธอกับชายหนุ่มไว้

คุณเนตร...ดีจังเลยค่ะพาคุณนัชมาสำนักงานด้วย

คุณนัช ตัวเป็นๆ หล่อจังค่ะ หล่อกว่าในหนังสือเสียอีก

คุณเนตรกับคุณนัชดูเหมาะกันจริงๆ เลยค่ะ

เนตรลดาได้แต่กลอกตาไปมา ก่อนแหวกวงล้อมเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง ปล่อยให้ชายหนุ่มเนื้อหอม ตกอยู่ในวงล้อมของสาวๆ เพียงลำพัง อานัชพูดคุยทักทายกับพนักงานสาวน้อยบ้าง ใหญ่บ้างของจันทร์ดาวรีสอร์ตอย่างเป็นกันเอง

เออ...คุณนัช ข่าวกับริสาไม่เป็นความจริงใช่มั้ยคะ ขอโทษนะคะมันคาใจน่ะค่ะพิมพา ซึ่งเป็นผู้ช่วยของเนตรลดาถามขึ้นอย่างใคร่รู้

ไม่เป็นความจริงครับ เราแค่บังเอิญเจอกันในงานปาร์ตี้เท่านั้นเอง ผมยังรักภรรยาของผมคนเดียว คำตอบของชายหนุ่มเรียกเสียงกรี๊ดของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี เนตรลดาซึ่งเดินออกมาทันได้ยินประโยคนั้นเช่นกัน รู้สึกเก้อเขินชอบกล เลยพยายามเก๊กหน้าดุเพื่อข่มขวัญให้ลูกน้องเกรงกลัว

งานการไม่ทำกันหรือยังไงนะ!” หญิงสาวแกล้งทำเสียงดุ ส่งผลให้พนักงานสาวแยกย้ายไปประจำที่ตัวเอง

บายก่อนนะครับ ชายหนุ่มหันไปโบกมือให้ทุกคน ก่อนจูงมือเนตรลดาเดินออกจากสำนักงาน พอลับร่างทั้งสองเท่านั้น พนักงานสาวๆ ก็พร้อมใจส่งเสียงกรี๊ดอีกคำรบ และดังพอที่เนตรลดากับอานัชจะได้ยินอย่างชัดเจน

หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ กับความแก่นซ่าของลูกน้องสาว ในขณะอานัชหัวเราะเบาๆ

ผมว่าลูกน้องเนตรพูดถูกนะ ที่บอกว่าเราเหมาะกันมาก ชายหนุ่มยิ้มกระจ่าง

 เนตรลดาเมินจากสายตาวิบวับของชายหนุ่ม แล้วสะบัดข้อมือออกจากอุ้งมื้อใหญ่ ก่อนเดินลิ่วไปยังบ้านพัก โดยมีอานัชเดินตามมาติดๆ

คุณเนตร เกิดเรื่องแล้วครับ!” ชาตรี ผู้ช่วยของจารุจ ที่ตอนนี้รับหน้าที่ผู้จัดการทั่วไปแทนเจ้านาย วิ่งหน้าตื่นมาหาหญิงสาว

เกิดอะไรขึ้นชาตรี เนตรลดารีบเดินมาหยุดตรงหน้าของผู้จัดการชั่วคราว อานัชก็เช่นกัน

มีแขกทะเลาะกันเองครับ ท่าทางจะรุนแรงมาก ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงขอความช่วยเหลือ ผมโทร.แจ้งตำรวจแล้วครับ แต่เกรงว่ากว่าจะมา ผู้หญิงจะเละเสียก่อน ผมเลยมาตามคุณเนตรให้ไปดูด้วยกัน หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกันพูดน่ะครับ

บ้านพักหลังไหนชาตรี

หลังที่เก้าครับ ชาตรีออกเดินนำหน้า โดยมีเนตรลดากับอานัชเดินตามไปติดๆ เมื่อมาถึงบ้านพักหลังหลังเกิดเหตุ มีพนักงานหลายคนของรีสอร์ตยืนซุบซิบกันด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เสียงหวีดร้องอย่างเจ็บปวดของหญิงสาวดังแว่วออกมาเป็นระยะ

แยกย้ายกันไปทำงานเลยนะ!” เนตรลดาออกคำสั่งเสียงเขียว ทำเอาทุกคนรับกระจายไปคนละทิศละทาง

เนตรลดาก้าวขาจะขึ้นเรือนพัก แต่มือใหญ่ฉุดแขนเธอไว้ทันที เนตรอย่าขึ้นไปเลย เดี๋ยวเจอลูกหลง เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเอง

ไม่ได้ ฉันจะขึ้นไปเองเนตรลดาคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเธอโดยตรง ที่จะดูแลแขกมาพักให้อยู่ในความเรียบร้อย

เชื่อผมบ้างสิ!” ชายหนุ่มตวาดเสียงดังลั่น ที่เนตรลดาดื้อรั้นไม่นำพาความรู้สึกห่วงใยของเขา

เนตรลดาทำหน้าเสียที่ถูกตวาดต่อหน้าลูกน้อง เธอมองเขาตาวาววับ ทำท่าจะแว้ดออกไป แต่พอเหลือบไปยังชาตรี เห็นเขากำลังมองเธอและอานัชอย่างอึดอัด หญิงสาวจึงเลือกจะเงียบ ได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคืองให้ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทางนิตินัย

อานัชรีบสาวเท้าขึ้นเรือน ชาตรีเหลือบมองหน้าบึ้งตึงของเจ้านายสาวอย่างหวาดๆ แล้วเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว

เดี๋ยวผมขึ้นไปช่วยคุณนัชนะครับ

เชิญ!”

เมื่ออานัชกับชาตรีขึ้นเรือนไปเพียงครู่ เนตรลดาก็ขยับตัวไปยังเชิงบันได เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงหวีดร้องของผู้หญิงยังดังขึ้นเป็นระยะ และตอนนี้เสียงสบถโวยวายของผู้ชายคนดังขึ้นแทรก

ไม่อยากตายก็รีบไสหัวไปเลย เรื่องของผัวเมียมายุ่งทำไม!”

เนตรลดานึกโมโหผู้ชายคนนั้น เธอเกลียดผู้ชายใช้กำลัง คิดว่าผู้หญิงเป็นเบี้ยล่าง นึกจะรักก็รัก นึกจะเกลียดก็ทิ้ง ไม่พอใจก็ลงไม้ลงมือ อยากจะเห็นหน้าผู้ชายสารเลวแบบนี้จริงๆ อย่างน้อยขอด่าสักหน่อยก็ยังดี หญิงสาวก้าวขาขึ้นบันไดทันที

ปัง!” พลันก็สะดุ้งแทบร่วงลงมาจากบันได เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง เธอชะงักครู่หนึ่งดวงตาเบิกกว้าง ขาสั่นจนก้าวขึ้นไปบนขั้นต่อไปไม่ไหว มือเย็นเฉียบ ในอกเหมือนถูกอัดแน่นด้วยของหนักจนแทบหายใจไม่ออก เสียงหวีดร้องและเสียงโครมครามดังขึ้น เรียกสติของหญิงสาวกลับคืนมาได้อีกครั้ง เธอรีบสาวเท้าขึ้นเรือนไปอย่างรีบร้อน

ภาพที่เห็นทำเอาเนตรลดาตะลึงอ้าปากค้าง ผู้ชายที่เธอห่วงแทบเสียสติ กำลังละเลงเท้าและหมัดเข้าใส่ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าอานัชเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นอย่างดี ทั้งการออกหมัดและยกเท้าเตะคู่ต่อสู้แบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งรับได้ทัน พอเธอหายตะลึงพอดีกับร่างของผู้ชายคนนั้นล้มลงกับพื้นแน่นิ่ง โดยมีผู้หญิงวัยรุ่นนั่งตัวสั่นร้องไห้อยู่มุมห้อง ใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้นพกช้ำ โดยเฉพาะมุมปากมีเลือดไหลออกมา คิดว่าตามร่างกายก็คงมีร่องรอยถูกทำร้ายไม่น้อยเลยทีเดียว

เกิดอะไรขึ้นครับ มีตำรวจสองนายก้าวเข้ามาในเรือน พร้อมด้วยพนักงานคนหนึ่งของรีสอร์ต

ผู้ชายคนนี้ทำร้ายร่างกายผู้หญิง และพยายามจะฆ่าผม ผมเลยจัดการให้เขาหลับไปสักพัก คุณตำรวจก็จัดการต่อก็แล้วกันนะครับ มีอะไรก็โทร.หาผมได้ตลอดเวลา ชาตรีอยู่ช่วยทางตำรวจจัดการให้เรียบร้อยนะ อย่าลืมพาผู้หญิงไปโรงพยาบาลด้วยอานัชรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนหันไปออกคำสั่งกับผู้จัดการชั่วคราว จากนั้นก็เดินมาโอบบ่าเนตรลดา ที่ดูเหมือนว่าจะยังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเดินเหม่อลงจากเรือนพร้อมชายหนุ่มอย่างคนว่าง่าย

เมื่อเดินมายังสวนหย่อม ซึ่งห่างจากบ้านพักหลังที่เก้ามาพอสมควร ชายหนุ่มก็พาหญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาว

หายตกใจหรือยัง ชายหนุ่มลูบผมเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน เมื่อเห็นใบหน้าเธอซีดจัง และแววตายังฉายแววตื่นตระหนก

คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เธอจับมือเขาไว้ มองกวาดร่างชายหนุ่มอย่างสำรวจ

ผมปลอดภัยดี ขอบคุณนะที่ห่วงผม ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างลูบแก้มซีดๆ ของเธอ และดูเหมือนตอนนี้แก้มนุ่ม กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น เธอปล่อยมือชายหนุ่ม และปัดมืออีกข้างออกจากแก้มของเธอ

เล่าเหตุการณ์ให้ฉันฟังหน่อยสิ

ไม่มีอะไรหรอก พอผมกับชาตรีเข้าไป ก็เห็นเขาเอาปืนจ่อหัวผู้หญิงอยู่ ในขณะเท้าก็ยังเตะกระหน่ำผู้หญิงไม่ยั้ง ผมก็บอกให้เขาวางปืนลงก่อน ให้มาคุยกันดีๆ หมอนั่นก็เล็งปืนมาที่ผมแทน ผมเลยเดินเข้าไปใกล้มันอีกนิด เผื่อจะหาโอกาสสวนกลับได้บ้าง เพราะอยู่ไกลยากที่จะเข้าไปชาร์จมันไม่ได้ง่ายๆ มันคงคิดว่าผมท้าทาย มันเลยโกรธ ตอนนั้นผมรู้ว่ามันจะต้องยิงแน่ๆ เลยตัดสินใจจู่โจมก่อน จังหวะเดียวกับที่มันลั่นไกพอดี

พอได้ฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียด หัวใจเธอเหมือนเต้นระส่ำอีกครั้ง ไม่กลัวโดนยิงหรือยังไง!”

กลัวมาก กลัวไม่ได้เห็นหน้าเนตร และผมก็ยังไม่อยากตาย ทั้งที่คุณยังไม่รักผม

คนบ้า...ยังจะมาคิดเรื่องนั้นอีกหญิงสาวไม่รู้จะดีใจหรือเศร้าใจกับเหตุผลของเขา

รู้แล้วใช่มั้ยว่าทำไมผมห้ามไม่ให้เนตรขึ้นไปบนเรือน

รู้แล้วเธอเสมองไปทางอื่น เพื่อหลบสายตาอ่อนโยนของเขา

ไม่โกรธผมแล้วนะ หญิงสาวไม่ตอบ แต่ลุกจากเก้าอี้ เดินดุ่มตรงไปยังบ้าน เนตรลดาไม่อยากรับรู้ความรู้สึกชายหนุ่มที่มีต่อเธอเพิ่มเข้ามาอีก เพราะมันจะยิ่งทำให้เธอใจอ่อนลงเรื่อยๆ นี่เพียงแค่วันเดียว...ก็มีเหตุการณ์ทำให้เธอยอมรับว่าเขาคือคนเดียวที่อยู่เคียงข้าง สามารถช่วยเหลือเธอได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจารุจ รวมทั้งเรื่องเมื่อครู่ หากเขาไม่อยู่...เหตุการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้ ไม่แน่เธออาจโชคร้ายถูกลูกหลงก็เป็นได้ แค่คิดหญิงสาวก็รู้สึกขนลุกเกรียวด้วยความหวาดหวั่น

รอผมด้วยซี่... อานัชเดินลิ่วตามร่างหญิงสาวไปติดๆ ทันได้จับมือเล็กให้เดินไปพร้อมกัน แต่เมื่อมาถึงบ้านก็ต้องแปลกใจที่เห็นรถเก๋งคันหรูจอดอยู่หน้าบ้าน

สงสัยจะเป็นแขกของคุณ เนตรลดาแกะมือชายหนุ่มออก เดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน อานัชรีบเดินตามเข้าไปทันที

นัช...กลับมาเหรอคะ ร่างสูงบางโปร่งของนางแบบสุดแสนเซ็กซี่ เดินออกมาจากห้องรับแขก ส่งยิ้มหวานหยดให้อานัช แต่ไม่แลไปทางภรรยาของชายหนุ่มเลยสักนิด

มาได้ยังไงครับชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจที่อยู่ๆ ก็เห็นนางแบบสาวโผล่มาหา โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า อานัชหันไปมองเนตรลดา เห็นใบหน้าสวยนิ่งเรียบเสียจนอานัชรู้สึกทันทีว่าเธอกลับไปเป็นเนตรลดาคนเดิม ที่ทั้งเย็นชาและห่างเหิน

ริสาขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกก่อนว่าจะมาหา ก็นัชปิดเครื่องตลอดเลยนี่คะ โทร.หาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ไม่ติดเลย โทร.ไปที่ออฟฟิศเขาก็บอกว่านัชไม่ได้เข้า ก็เลยแวะมาหาที่นี่ คือพอดีว่าพรุ่งนี้ริสาจะกลับกรุงเทพฯ แล้ว ก็เลยแวะมาหานัชก่อน เพราะคงอีกนานที่ริสาจะขึ้นมาอีกนางแบบสาวอธิบายยืดยาว เพราะเคยเป็นคู่ควงของอานัชมาก่อน จึงรู้ดีว่าเขาไม่ชอบให้ใครโผล่พรวดพราดมาหาโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธออยากเห็นหน้าผู้หญิง ที่ทำให้เขาทิ้งเธอ เพื่อไปใช้ชีวิตคู่ด้วยนี่นา และในที่สุดเธอก็ได้เจอสมใจอยากเสียด้วยสิ!

ขอตัวนะคะ เนตรลดาเอ่ยขึ้น ส่งรอยยิ้มเรียบๆ ให้แขกสาว เธอไม่ชอบสายตาของนางแบบสาว ที่มองสำรวจเธอ ราวกับจะประเมินค่า ก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าสวยสู้ไม่ได้ แต่คนเราวัดค่ากันไม่ได้จากภายนอก เว้นแต่คนที่มองคนอย่างผิวเผินเท่านั้น หญิงสาวเดินขึ้นชั้นบน โดยไม่ปรายตาไปมองชายหนุ่มเลยสักนิด!

อานัชมองตามร่างบางโปร่งอย่างกังวล เมื่อคืนอานัชคิดว่าระยะระหว่างเขากับเธอได้ขยับใกล้กันมากขึ้น ชายหนุ่มยังคิดฝันต่อไปว่าสักวันจะไม่มีกำแพงมากางกั้นระหว่างเขากับเธออีก เป็นคู่ชีวิตที่สามารถแบ่งปัน ทั้งความสุขและความเศร้า แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถูกผลักให้ห่างจากเนตรลดาอีกครั้ง อาจไกลห่างกว่าเดิมด้วยซ้ำ

นัช...ถ้าริสามารบกวน งั้นริสาขอตัวกลับก่อนก็ได้นะคะ เสียงเศร้าๆ ที่ดังขึ้น ทำให้อานัชรู้สึกตัวว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว

ไม่ได้รบกวนอะไรนี่ครับ มาเถอะมานั่งคุยกันในห้องดีกว่า ว่าแต่ริสาทานมื้อเที่ยงหรือยังล่ะชายหนุ่มเห็นหน้าหม่นๆ ของนางแบบสาวแล้ว เขาก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจใดๆ ออกมา ที่อยู่ๆ เธอก็โผล่มาหาโดยไม่นัดหมาย

ยังเลยค่ะ... น้ำเสียงนางแบบสาวร่าเริงขึ้น

งั้นผมสั่งแม่บ้านให้ทำอาหารง่ายๆ ให้ริสานะ

ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอน้ำส้มกับของว่างก็พอแล้ว

ชายหนุ่มบอกเด็กรับใช้ในสิ่งที่นางแบบสาวต้องการ จากนั้นก็พาริสาเข้าไปนั่งคุยในห้องรับแขก ชายหนุ่มเป็นฝ่ายรับฟังมากกว่าชวนคุย เพราะเรื่องที่หญิงสาวชวนคุย ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องราวในวงการแฟชั่น รวมทั้งข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับตัวเขาและริสา ซึ่งกำลังเป็นข่าวครึกโครมเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน

ไม่รู้ว่าใครมือบอนส่งภาพนั้นไปให้นักข่าว ริสาถามเพื่อนๆ ที่ไปงานวันนั้นแล้ว แต่ไม่มีใครยอมรับเลยค่ะเธอพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ

ช่างมันเถอะ มันไม่เป็นความจริงเสียหน่อย ไม่ต้องเดือดร้อนหรอกชายหนุ่มปลอบโยน แม้จะไม่ไม่ได้เชื่อทุกคำพูดของเธอนักก็ตาม

แต่ริสากลัวคุณเนตรเข้าใจผิดค่ะ

เนตรเข้าใจผมดี เธอรู้ว่าผมรักเธอมาก อานัชไม่รู้ตัวว่าน้ำเสียงที่เอ่ยถึงผู้เป็นภรรยานั้นช่างนุ่มนวล ทำให้คนที่นั่งฟังอยู่ นึกอยากลุกขึ้นกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ผู้หญิงท่าทางเหย่อหยิ่ง ทั้งที่ก็ไม่ได้มีดีอะไร หน้าตาก็ดูสวยธรรมดา ไม่ได้มีโดดเด่นเหมือนเธอ ดีที่ว่ารูปร่างสูงโปร่งไม่แพ้นางแบบเท่านั้นเอง

ก่อนที่อานัชจะคว้าเนตรลดามาทำเมีย ชายหนุ่มเคยคบหาอยู่กับเธอเป็นคนสุดท้าย ริสาเลยรู้สึกเสียหน้า ที่คนแย่งอานัชไปจากเธอ เป็นผู้หญิงธรรมดา ไม่ได้มีอะไรดีเทียบเท่ากับเธอ แต่ริสาก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมอานัชถึงไม่จัดงานแต่งให้ถูกต้องตามประเพณี หรืออานัชอาจไม่ได้จริงจังกับเนตรลดา เลยไม่ต้องการจัดงานใดๆ ให้เป็นที่เอิกเกริก ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกมีความหวัง ที่จะกลับมาคบหากับเขาอีก และหากวันนั้นมาถึงจริงๆ เธอจะไม่มีวันปล่อยให้อานัชหลุดมือไปอีก หญิงสาวจะหาหนทางทำให้เขาแต่งงานกับเธอให้ได้ แต่สำหรับตอนนี้เธอจะยังคงวางตัวเป็นเพื่อนที่ดีของอานัชต่อไป เพื่อไม่ให้เขารู้สึกอึดอัดใจ เพราะดูจากท่าทางของเขาแล้ว ดูเหมือนจะเกรงใจภรรยาอยู่มากโข ดูได้จากอาการกระวนกระวาย ไม่สนใจที่จะพูดคุยกับเธอเลยสักนิด วันนี้เธอคงจะทำพลาดไปแล้วล่ะ แต่ไม่เป็นไร...อย่างน้อยเธอก็ได้เจอกับภรรยาของเขาแล้ว แต่วันต่อไปเธอคงจะต้องระวังให้มากกว่านี้...

 พอคิดได้ดังนั้น ริสาเลยเอ่ยขอตัวทันที อานัชไม่ลังเลที่จะพาเธอเดินไปส่งยังรถ โบกมือพร้อมส่งยิ้มกว้างให้นางแบบสาว เมื่อรถเคลื่อนพ้นประตูบ้าน ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนรีบเดินขึ้นไปยังห้องนอนของเนตรลดา

เขาเคาะประตู...หากหญิงสาวก็ไม่เปิด แม้ว่าจะขู่พังประตูเข้าไป แต่เนตรลดาก็ยังไม่สน อานัชคิดจะไปขอไขกุญแจห้องเธอจากแม่บ้าน แต่ก็คิดได้ว่าหากทำแบบนั้น เนตรลดาคงเย็นชาใส่เขามากกว่าเดิม อานัชรู้ว่าเธอไม่ชอบให้ใครมาบีบบังคับในเรื่องที่เธอไม่อยากจะทำ ถ้าเนตรลดาไม่ต้องการพบหน้าในตอนนี้ เขาก็ควรเคารพความคิดความรู้สึกของเธอ

อานัชจึงเดินคอตกกลับเข้าห้องตัวเอง แต่ก็คอยเงี่ยหูฟังการเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ อยู่เกือบตลอดเวลา กระทั่งเย็นเขาจึงได้ยินเสียงประตูห้องของเธอเปิดออก จากนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าเดินบันได ชายหนุ่มจึงออกจากห้อง หวังจะเจอหญิงสาวในห้องทานข้าว แต่ก็ไม่เห็น...พอเข้าไปในครัว ก็เห็นเนตรลดาง่วนกับการช่วยป้าแจ่มทำอาหารค่ำอยู่

ผมช่วยมั้ยครับ

ป้าแจ่มหันมาส่งยิ้มให้ แล้วบอกว่าไม่เป็นไร ส่วนเนตรลดาไม่หันมามองเลยแม้สักนิด ตั้งหน้าตั้งตาหั่นผักคะน้า ราวกับว่าเขาไม่ไม่รับรู้การมาของชายหนุ่ม

อานัชมองใบหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึกของหญิงสาวอย่างท้อใจ...ในที่สุดกำแพงหิมะสูงลิบได้กางกั้นเขาให้ห่างจากเธออีกครั้ง แต่อย่างไงเสียเขาก็ไม่มีวันท้อง่ายๆ จะต้องทำให้เนตรลดามั่นใจว่าเขาไม่เคยคิดมีใครอื่น นอกจากเธอ และยังรอคอยความรักจากเธอเสมอ

ชายหนุ่มมองเนตรลดาช่วยป้าแจ่มทำมื้อค่ำ เมื่ออาหารตั้งโต๊ะทั้งสองจึงทานกันอย่างเงียบๆ กระทั่งอิ่ม หญิงสาวก็รีบขึ้นข้างบน โดยมีอานัชเดินตามไปติดๆ พอเนตรลดาจะเปิดประตูห้อง เขาก็ทำท่าจะเดินตามเข้าไป แต่หญิงสาวหันขวับมามองเขาตาขุ่นเขียว

เนตร...อานัชครางอย่างอ่อนใจ

ขอร้องเถอะค่ะ อย่ากวนใจกันได้มั้ย ฉันต้องอ่านเอกสารที่เอามาจากออฟฟิศ น้ำเสียงเรียบนิ่งพอๆ กับสีหน้า มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ยังวาววับ นั่นแสดงว่าเธอโกรธเขาจริงๆ

ขอผมอยู่ด้วยั้ย ผมไม่กวนใจเนตรหรอก ชายหนุ่มมองเธออย่างวิงวอน

แต่ฉันอยากอยู่คนเดียว เนตรลดาพูดจบก็เดินเข้าห้อง รีบล็อกประตูทันที อานัชยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้นเพียงครู่ แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง

,,,มันเกือบจะดีอยู่แล้วเชียว สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม เฮ้อ...เนตรนะเนตร ทำไมคุณใจร้ายกับผมนัก เมื่อไหร่คุณจะเข้าใจว่าผมรักคุณ และเจ็บปวดแค่ไหนที่คุณเย็นชาใส่แบบนี้

อานัชทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างคนอ่อนล้า เมื่อคืนเนตรลดายังนอนอยู่เคียงข้างในอ้อมกอดของเขา ความรู้สึกอุ่นหวานยังซ่านอยู่ในใจ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับว่างเปล่าดั่งเดิม ชายหนุ่มคว้าหมอนใบที่เธอหนุนขึ้นมาแตะจมูก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมยังติดอยู่บนหมอน ทำให้ความรู้สึกของเขายิ่งปั่นป่วน

เนตร...คุณจะคิดถึงผมเหมือนอย่างที่ผมคิดถึงคุณมั้ย... ชายหนุ่มรำพึงเพียงแผ่ว ก่อนหลับตาลง

 ...........

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #156 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 21:08
    มาพิสูจน์อักษรให้อีกตอนค่า

    แม้แดดยามยัง > แม้แดดยามเที่ยงวันยัง
    เล็ดรอด > เล็ดลอด
    ไขว่เขว > ไขว้เขว
    ทันใดก็พร้อมใจกันเงยหน้าจากงานของตัวเอง > ก็พร้อมใจกันเงยหน้าจากงานของตัวเองทันใด
    รับกระจาย > รีบกระจาย
    พกช้ำ > ฟกช้ำ
    ช็อค > ช็อก
    ใบหน้าเธอซีดจัง > ใบหน้าเธอซีด
    ยากที่จะเข้าไปชาร์จมันไม่ได้ง่ายๆ > ชาร์จมันได้ง่าย ๆ
    กลับมาเหรอคะ > กลับมาแล้วเหรอคะ
    เหย่อหยิ่ง > เย่อหยิ่ง
    ราวกับว่าเขาไม่ไม่รับรู้ > ราวกับว่าเธอไม่รับรู้
    ขอผมอยู่ด้วยมั้ย > อยู่ด้วยได้มั้ย

    เจอเท่านี้ค่ะ^^ 
    #156
    0
  2. #136 viva (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 13:19
    น้ำเสียงเรียบนิ่งพอๆกับ(น้ำเสียง)--->เปลี่ยนเป็น สีหน้า ค่ะ
    #136
    0
  3. #133 ผู้หญิงเย็นชา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 20:30
    จามีผู้ชายสักคนๆหมที่รักเรามากมายขนาดนี้
    #133
    0
  4. #27 Qantas (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2552 / 00:09
    รออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #27
    0
  5. #26 SoLe MaTe' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 16:00
    จะดีกันแล้ว

    แต่ริสากลับมาหาซะก่อน

    มาหาวันที่เนตรไม่อยู่ก็ได้หนิ

    น่าสงสารพระเอก (T^T)

    นางเอกก็ไม่แพ้กัน
    #26
    0
  6. #25 พี่หริ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 11:46
    ค่ะ เข้ามาโหวดให้ตามความรู้สึกที่อ่านอยู่แล้ว.......แอบสงสารอานัช แหม ไม่น่ามีมารมาผจญเลย เกือบจะดีอยู่แล้ว ผู้ชายนะบางครั้งฉลาดยังไง ก็ยังไม่ทันมารยาหลายพันเล่มเกวียนของผู้หญิง....แต่ดีใจอยู่อย่างที่นางเอกเรื่องนี้เป็นคนเข้มแข็ง ไม่ต้องห่วงเรื่องต่อกร กับ ผู้หญิงแบบริสา เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #25
    0
  7. #24 Qantas (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 09:23
    แขกไม่ได้รับเชิญ....
     
    เป็นกำลังใจค่ะ
    #24
    0
  8. #23 nuri.j (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 04:58
    นั่นน่ะสิ เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว
    เนตร มีเหตุผลอีกสักนิด  คิดให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย
    อย่าเอาแต่ เย็นชา ไม่สนใจเลย
    #23
    0