เงารักลิขิตใจ /ญาณา/สนพ. ซูการ์บีท

ตอนที่ 10 : ขอเริ่มต้น...และขอชื่นใจบ้าง เล็กๆ น้อยๆ (หรือเปล่า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    7 ต.ค. 58

                     บทที่ 10

 

 

 

 

 

เนตรลดาลืมตาขึ้นในเวลาเกือบสิบโมง เธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้มาก่อนเลย มองไปข้างๆ ตัวไม่พบเจ้าของห้อง รู้สึกโล่งใจ กำลังจะลุกจากเตียงนอน ร่างสูงของชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขายังอยู่ในชุดนอน

ตื่นแล้วเหรอ...” เขาส่งยิ้มกระจ่าง พลางเดินมานั่งบนขอบเตียง

ค่ะ...” เนตรลดาเสมองทางอื่น อยู่ๆ ก็เกิดอาการกระดากใจกับสิ่งที่เธอเสนอให้เขาเมื่อคืน ถึงอานัชจะไม่ได้ทำอะไรเธอ เนตรลดาก็ถือว่านอนร่วมเตียงกับเขา ยินยอมให้อีกฝ่ายโอบกอดไว้ทั้งคืน

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ข้ามวัน ใจเธออ่อนลงถึงเพียงนี้ คงเพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้เธอขวัญเสีย จนสั่นคลอนความรู้สึกนึกของตัวเอง

อานัชจับปลายคางมนให้หันมาทางเขา ดวงตาเรียวกว้างดำขลับฉายแววเคอะเขิน จนชายหนุ่มนึกเอ็นดู

วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานนะเขาบอก ขณะใบหน้าคมหล่อยังแต้มยิ้ม พลอยให้ดวงตาคมลึกนั้นดูวาวหวาน

ทำไมล่ะหญิงสาวทำหน้างุนงง

อยากให้พักสักวัน...ที่สำคัญผมยังรู้สึกเสียขวัญอยู่เลย ไม่อยากให้เนตรอยู่ไกลตาไม่พูดเปล่า ทว่าเคลื่อนใบหน้าหล่อๆ นั่นมาใกล้ใบหน้าหญิงสาว ที่ตอนนี้เหมือนจะแดงระเรื่อฟ้องอาการเขินอายของเจ้าตัว

ที่ทำงานฉันอยู่ในบริเวณบ้านนะคะ ไม่ได้ไกลเสียหน่อย

หญิงสาวแย้ง พลางดึงมือเขาออกจากปลายคางเธอ

อยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยสิ...วันนี้ผมไม่อยากไปทำงานทั้งน้ำเสียงและแววตาออดอ้อน

เรื่องของคุณนี่นา...” เนตรลดาคิดว่าตนเองปฏิเสธเขาเสียงแข็ง แต่เสียงที่เธอได้ยินกลับอ่อนแผ่วอย่างน่าประหลาดใจนัก

นะ...ขอร้องล่ะ อยู่ด้วยกัน อย่าเพิ่งออกไปไหนเลยเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าสวยของเธออีกครั้ง นัยน์ตาคมลึกพราวระยับ 

ก็ได้ค่ะ...งั้นฉันขอตัวนะหญิงสาวไม่อยากอยู่ต่อปากต่อคำกับเขาแล้ว โดยเฉพาะในห้องนอนแบบนี้

งั้นเจอกันที่ห้องทานข้าวนะเขาลูบแก้มเธอเบาๆ เหมือนเอ็นดูแก้มแดงระเรื่อของเธอ

เนตรลดากำลังจะลุกจากเตียงนอน ชายหนุ่มกลับรั้งแขนเธอไว้ หญิงสาวหันมามองเขาอย่าง
งงๆ
กำลังอ้าปากถามไถ่ ริมฝีปากหยักอุ่นก็โฉบลงมาจุมพิตปากนุ่มของเธออย่างว่องไว ทำเอาหญิงสาว

ตั้งตัวไม่ทัน นานนับนาทีเนตรลดาถึงได้ตระหนักว่าเรียวปากหยักสวยของชายหนุ่มกำลังละเลียดความหอมหวานจากริมฝีปากเธออย่าง

ลึกซึ้ง เนตรลดาจึงดิ้นรนทุบไหล่เขา อานัชยอมผละออก ใบหน้าหล่อยิ้มพราย ครั้นเห็นใบหน้าแดงปลั่งรวมทั้งเรียวปากอิ่มของเธอเป็นสีเข้มจัดเขาก็ทำหน้ามุ่ย เนตรลดาค้อนเขาทีหนึ่งแล้วรีบเดินออกจากห้อง


ที่ห้องกินข้าวเนตรลดายังทำหน้าบึ้งให้ชายหนุ่ม ไม่สนใจสายตาวิบวับของเขา อานัชชวนเธอคุย หญิงสาวก็พูดแบบถามคำตอบคำ เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ การรับรู้ว่าเนตรลดาไม่ได้มีอะไรกับมาริศ ทำให้อานัชพร้อมจะเดินหน้าเพื่อคว้าหัวใจหญิงสาวมาครอบครองให้ได้ ในระหว่างนี้หากมีโอกาสเขาก็ขอชื่นใจบ้างเล็กๆ น้อยๆ

โกรธผมเหรอเขาถาม เนตรลดาไม่ตอบ เธอยังก้มหน้าก้มตากินโจ๊กอย่างเงียบๆ

เนตร...ผมแค่อยากชื่นใจบ้างไม่ได้หรือไง มีเมียทั้งที ทำได้แค่กอดกับจูบ รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยชายหนุ่มพึมพำทำหน้าสลด

คงเสียชื่อหนุ่มเจ้าชู้สินะหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะพลั้งปากประชด

ก็นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร เพื่อเนตรผมทนได้เขายิ้มหวานให้หญิงสาว

จะทนได้กี่น้ำกันเชียว”  รอบๆ ตัวเขายังมีหญิงสาวสวยหลายคน ถึงเจ้าตัวจะยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อน แต่เธอไม่ได้ปักใจเชื่อนักหรอก ของแบบนี้เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

จนกว่าเนตรจะใจอ่อน

คุณอาจรอเก้อ...”

เนตรจะใจร้ายกับคนที่รักเนตรแบบนั้นได้ก็เอาสิ...”

ทั้งสองโต้คารมกันอย่างไม่จริงจัง กระทั่งกินมื้อเช้าอิ่ม เนตรลดาก็ทำแผลที่หัวเข่า โดยมีชายหนุ่มช่วยอย่างกระตือรือร้น

ไปเดินเล่นย่อยอาหารกันหน่อยมั้ยไม่รอให้หญิงสาวปฏิเสธ อานัชก็ดึงแขนเธอให้ลุกจากโซฟา ตรงไปยังสวนหลังบ้าน

แดดยามสายทอแสงจัดจ้าลอดใบไม้เป็นเงาพร่าไหว ลมที่พัดโชยอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้อากาศไม่ร้อนมากจนเกินไป อานัชพาหญิงสาวมานั่งลงบนม้ายาวใต้ซุ้มพวงคราม

ผมว่าเราน่าจะหาเวลาไปพักผ่อนที่ภูเก็ตบ้างนะชายหนุ่มออกความเห็น เขาอยากมีเวลาใกล้ชิดกับหญิงสาวให้มากกว่านี้

ช่วงนี้ฉันยังไม่อยากไปไหนทั้งนั้นพี่ชายหายไปจากบ้าน ไม่ยอมติดต่อกลับมา แล้วเธอจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนได้อีก

ผมรู้ว่าเนตรยังกังวลเรื่องรุจอยู่

ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน โทรศัพท์ก็ไม่ยอมเปิดเครื่องเลย

ผมว่าไม่นานเขาคงกลับมาเอง

ไม่รู้จะทำยังไงให้เขาเลิกเล่นการพนันได้ ฉันกลุ้มใจจริงๆ เลย เขาเคยสัญญากับฉันนะว่าจะเลิกมันให้ได้เนตรลดาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอไว้วางใจชายหนุ่มมากขึ้น ขนาดบอกเล่าความรู้สึกทุกข์ใจกับเขาได้

ป่านนี้เขาก็คงคิดอะไรได้บ้างแล้วอานัชคิดว่าการที่จารุจเลือกจะหนีออกจากบ้าน มากกว่าบอกความจริงน้องสาว นั่นเพราะจารุจคงละอายแก่ใจที่ไม่สามารถรักษาคำสัญญากับ
เนตรลดาไว้ได้

ฉันกลัวเขาจะถลำลึกเหมือนพ่อ

อย่าเพิ่งคิดไปไกลแบบนั้นสิ รุจยังหนุ่ม ยังมีเวลาได้เรียนรู้ชีวิตอีกเยอะ

ฉันไม่อยากให้คุณเดือดร้อนกับเรื่องนี้อีก เพราะฉันไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าพี่รุจจะไม่ก่อเรื่องอีกเธอบอกในสิ่งที่กังวลอยู่ อานัชเอื้อมมากุมมือหญิงสาวไว้ บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับเนตรผมยินดีช่วยเสมอ แม้ว่าจะหมดตัวผมก็ยอมนะ

ท่าทางคุณคงอยากจะเอาชนะใจฉันให้ได้เร็วๆ นะคะ

เนตรลดาเริ่มหมั่นไส้ความดีเกินไปของชายหนุ่ม เพราะมันทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองใจร้ายกับเขาเกินไป ทั้งที่เขาก็แสนดีกับเธอซะขนาดนี้

ผมพูดจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจหรืออยากชนะใจเนตรเร็วๆ หรอก

อย่าทำเพื่อฉันขนาดนั้นเลยค่ะ ฉันกลัว...”

กลัวอะไร...”

เอ่อ...เปล่าไม่มีอะไรหรอกจะบอกได้ยังล่ะว่าเธอกลัวการตกหลุมรักเขามากที่สุด ตราบใดที่ยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของเขากับหญิงอื่น เนตรลดาก็ไม่กล้าก้าวเข้าไปใกล้หัวใจเขามากเกินกว่าระยะห่างที่วางไว้

มานั่งกันอยู่นี่เองประโยคทักทายดังขึ้นจากเบื้องหลัง ทำให้ทั้งสองหันไปมองเจ้าของเสียงเกือบจะพร้อมกัน

อ้าวริศ...วันนี้ไม่ได้ทำงานเหรอเนตรลดาส่งยิ้มให้เพื่อนรัก

ผู้กองหนุ่มส่งยิ้มตอบ เผื่อแผ่ไปถึงอานัชซึ่งทำท่าเหมือนจะแยกเขี้ยวใส่เขา มาริศมองไปยังมือของเนตรลดา ทำให้หญิงสาวรู้ตัว พยายามดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือใหญ่ อานัชไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ตรงกันข้ามชายหนุ่มกลับกุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

มาริศมองภาพนั้นแล้วยิ้มบาง ไม่สนใจตอบคำถามของเนตรลดา หากกลับเอ่ยเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงร่าเริงท่าทางเนตรกับคุณนัชจะเข้าใจกันดีแล้วนะ

ปะ...เปล่า...” หญิงสาวรีบปฏิเสธ หากอานัชกลับเอ่ยแทรกขึ้นก่อน

ครับ เราเข้าใจกันมากขึ้น

ก็ดีแล้วครับ เป็นสามีภรรยากันก็ควรเข้าใจกันมากๆมาริศยิ้มใส่ตาดุๆ ของอานัช เขานึกขันท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของกับเนตรลดาของอีกฝ่าย

ริศทานมื้อเช้าหรือยังเนตรลดาตัดบท เมื่อเห็นสองหนุ่ม

ยังไม่เลิกจ้องตากัน เธอไม่อยากฟังทั้งสองพูดคุยในเรื่องที่เธอเองก็ยังไม่แน่ใ

ทานแล้ว เห็นว่าขี่จักรยานล้ม ริศก็เลยแวะมาดูเสียหน่อย แต่คงไม่เป็นไรมากใช่มั้ยท้ายประโยคชายหนุ่มย้อนถาม ใบหน้าเขายังแต้มรอยยิ้ม

เนตรลดาพยักหน้าหงึกหงัก

งั้นริศกลับบ้านก่อนนะมาริศบอก พลางหันไปส่งยิ้มให้

อานัช ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังรถ

ปล่อยมือฉันได้แล้วเนตรลดาหันมาทำเสียงดุใส่คนที่ยังกุมมือเธอไว้แน่น ชายหนุ่มจึงยอมปล่อยแต่โดยดี พอเป็นอิสระ

เนตรลดาก็รีบเดินตัวปลิวไปยังรถของมาริศ เธอมาทันได้เคาะกระจกเรียกอีกฝ่ายไว้ เนตรลดาชะงักเมื่อเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของคนที่ลดกระจกรถลงมา ช่างต่างจากเมื่อครู่นี้เหลือเกิน

ริศ...เป็นอะไรหรือเปล่าเธอถามอย่างห่วงใย

คือ...เอ่อ...พอดีเมื่อตะกี้มีสายรายงานเข้ามาว่า มีเด็กส่งยาคนหนึ่งหนีมาป้วนเปี้ยนแถวนี้
ริศก็เลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก ไม่อยากให้เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในบ้านเกิดตัวเอง

เหรอจ๊ะ...ยังไงริศก็ระวังตัวหน่อยนะเนตรลดากำลังจะแตะหลังมือของเพื่อนหนุ่มที่วางอยู่ขอบกระจก มาริศกลับชักมือลง

ริศไปก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะโทร. หาเขาเอ่ยเสียงเรียบ จากนั้นรถของมาริศแล่นออกจากบริเวณบ้านอย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวสวยของเนตรลดาขมวดมุ่นด้วยความสงสัย เพราะปกติมาริศไม่ใช่คนใจร้อนนี่นา

เนตรลดาหมุนตัวเดินกลับไปยังสวนหลังบ้าน อานัชยังนั่งอยู่ที่เดิม เขายังส่งยิ้มให้หญิงสาว ใบหน้าสวยนั้นกลับดูครุ่นคิด

เป็นอะไรไป...”

เป็นห่วงริศ ท่าทางเขาเครียดกับงานมาก

 “เพราะคุณห่วงเขามากเกินไป ระวังจะทำร้ายเขา!” อดไม่ได้ที่จะไม่กระแทกเสียงใส่

หมายความว่าไงคะเนตรลดามองหน้าชายหนุ่มอย่างงงๆ

คุณบอกรักมาริศเหมือนเพื่อน แต่คุณห่วงใยเขามากเกินเพื่อน ผมว่าคุณน่ะสับสนในเรื่องความรักหรือเปล่า จริงๆ แล้วคุณน่ะอาจจะรักมาริศเหมือนอย่างที่เขารักคุณก็ได้ แต่คุณไม่รู้ใจตัวเอง!”

คุณนัช!” หญิงสาวกรีดเสียงขึ้น มองชายหนุ่มอย่างขุ่นเคือง ที่มาวิเคราะห์จิตเธอราวกับผู้หยั่งรู้ ทั้งที่ก็ไม่ได้รู้อะไรเลย

อานัชยอมรับว่าเขาโกรธ อีกทั้งโมโหหึงที่เห็นหญิงสาวแสดงท่าทางห่วงใยมาริศจนออกนอกหน้า พอเธอรีบวิ่งไปหามาริศ ความรู้สึกพลุ่งพล่านก็แล่นปราดไปทั่วหัวใจ แทบอยากจะวิ่งไปดึงเนตรลดาให้ห่างจากมาริศ เขารู้ว่านั่นยิ่งจะทำให้ความสัมพันธ์หว่างเขากับเธอที่กำลังจะเริ่มต้นพังครืน จึงฝืนยิ้มเมื่อหญิงสาวเดินกลับมาหาเขา

อานัชรู้ด้วยสายตาของผู้ชายด้วยกัน แม้มาริศจะยิ้มสดใส ทักทายด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ แววตาหมอนั่นกลับหม่นหมอง มันไม่สามารถหลอกเขาได้ จะมีก็แต่เนตรลดาเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ

ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆชายหนุ่มพูดเสียงอ่อน เพราะรู้ตัวว่าพลาดที่ใส่อารมณ์กับเธอ

อย่ามาทำเป็นล่วงรู้ใจคนอื่นหน่อยเลย!” เนตรลดาโกธรจนหน้าแดงก่ำ เธอไม่อยากได้ยินคำพูดในเชิงชู้สาวระหว่างเธอกับมาริศ เพราะเนตรลดารู้ตัวดีว่าไม่ได้รักมาริศมากเกินกว่าเพื่อน มาริศเองก็รับรู้ในสิ่งนี้อยู่แล้ว

ถ้าคุณไม่พอใจ ผมขอโทษก็ได้อานัชบอกเสียงเศร้า ก่อนลุกเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ชวนหญิงสาวเลยสักคำ เขารู้สึกเสียใจที่ทำให้เธอโกรธ ผิดหวังที่การเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอล้มเหลวไม่เป็นท่า!

ส่วนเนตรลดาทำท่าฮึดฮัดเพียงลำพัง ไม่เข้าใจอารมณ์ของอานัช อยู่ๆ ก็อารมณ์เสียพูดจาแดกดันหาเรื่องกันชัดๆ ทั้งที่เมื่อคืนบอกว่าจะเอาชนะใจเธอให้ได้ นี่อะไร...ยังไม่ทันข้ามวันกลับมาชวนเธอทะเลาะอีกแล้ว กลุ้มใจเรื่องพี่ชายไม่พอ เขายังมาทำให้เธอว้าวุ่นใจด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก

 

เนตรลดาเห็นชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอมองอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นมองตอบ เนตรลดารีบสะบัดหน้าพรืด เดินลงส้นเท้าหนักๆ ขึ้นห้องนอน ในเมื่อเขาไม่อยากคุยด้วย

เธอก็ไม่อยากยุ่งกับเขา ต่างคนต่างอยู่อย่างเมื่อก่อน ก็ดีเหมือนกัน!

อานัชรู้สึกขันนิดๆ กับท่าทีของเนตรลดา เมื่อก่อนเขาเห็นแต่อาการเย็นชา คอแข็ง ทำหน้าไร้อารมณ์ วันนี้แสดงท่าทางเคืองโกรธอย่างเห็นได้ชัด เขาควรจะดีใจหรือเสียใจดี ที่เนตรลดาทำกิริยาแบบนี้ใส่ จะว่าไปมันก็ยังดีกว่าเย็นชามิใช่หรือ เพราะมันหมายถึง

หญิงสาวรู้สึกรู้สากับเขามากขึ้น แม้สิ่งที่เธอรู้สึกจะเป็นความโกรธก็ตาม

ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม วางหนังสือในมือลงแล้วรีบเดินลิ่วไปยังห้องนอนของเนตรลดา เคาะประตูห้อง แต่คนที่อยู่ข้างในก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเปิดให้

ถ้าไม่เปิดผมพังเข้าไปนะเท่านั้นแหละเขาก็ได้เห็นหน้าบึ้งๆ ดวงตาเขียวปั้ดของเธอ

มีอะไรมิทราบ!” เนตรลดากระชากเสียงใส่ทันทีที่โผล่หน้า

ออกมา พอเห็นว่าชายหนุ่มยิ้มขัน หญิงสาวยิ่งโมโห ทำท่าจะปิดประตูใส่หน้า มือของเขากลับดันไว้ แล้วแทรกตัวเข้ามาในห้องได้อย่างสบายๆ

ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วยล่ะเนตรน้ำเสียงเขาทุ้มนุ่ม เรียกขานเธออย่างสนิทสนม ต่างจากตอนที่นั่งอยู่ในสวนหลังบ้านอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือเลยเชียว

อย่ามาทำเสียงแบบนี้นะ เกลียดจริงๆ เลย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่อยู่กับร่องกับรอยหญิงสาวต่อว่าชุดใหญ่ นึกหมั่นไส้หน้าหล่อเหลาที่ระบายยิ้มอยู่ตรงหน้า

ผมขอโทษ...ผมโมโหหึงไปหน่อย เนตรก็อย่าห่วงมาริศจนออกนอกหน้าสิ...เห็นใจผมบ้าง ผมเป็นคนธรรมดานะไม่ใช่พระเอกมาดนิ่งมาจากไหนเขาสารภาพเสียงอ่อยๆ

ฉันก็เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่นางเอกที่แสนดีมาจากไหนเธอย้อนคำ อานัชเลยปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ เนตรลดายิ่งเดือดดาล พร้อมกับทุบไหล่เขาไปหลายที

พอแล้ว ช้ำในตายกันพอดีอานัชจับมือเธอไว้ พยายามรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมแขน หญิงสาวฝืนตัวไว้สุดกำลัง ชายหนุ่มจึงออกแรงมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อสู้แรงเขาไม่ไหว เนตรลดาก็ยอมอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้

รู้มั้ย...ผมชอบเวลาเนตรโกรธ อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเนตรก็แคร์ผมเหมือนกัน

เนตรลดายังซบหน้านิ่งกับอกกว้างของเขา จู่ๆ ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยกลับเข้ามาห้อมล้อมตัวเธอ หรือในยามนี้หญิงสาวรู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป เพราะถูกพี่ชายทิ้งไว้กับปัญหาที่เขาสร้างไว้ ครั้นพออานัชเข้ามาช่วยแก้ไขให้ เธอจึงยึดเขาไว้เป็นที่พึ่ง

...เธอคงยังไม่รักเขาหรอกใช่มั้ย เนตรลดาถามตัวเองอย่างหวาดหวั่น...ความรู้สึกแบบนี้มันจะนำอันตรายมาสู่หัวใจ หญิงสาวพยายามเตือนสติตัวเอง

อานัชเกยคางกลางกระหม่อมของหญิงสาว ก่อนก้มลงสูดกลิ่นหอมจากริมแก้มของเธอแผ่วเบา เนตรลดายืนนิ่งราวถูกสาปเป็นหิน เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของเขาขยับมายังมุมปากของเธอ

อย่า...” เธอร้องบอกแผ่วเบาไม่ต่างจากเสียงกระซิบ เมื่อเช้าเขาก็จูบเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังจะมาจูบตอนสายอีกเหรอ มากไป

แล้วนะ!

อานัชยั้งริมฝีปากไม่ให้กดประทับลงบนเรียวปากอิ่มของหญิงสาว เขารับรู้ถึงกระแสหวาดหวั่นจากน้ำเสียงของเธอ บวกกับร่างบางเหมือนจะสั่นน้อยๆ

กลัวทำไมชายหนุ่มกระซิบถามเสียงทุ้มต่ำ

เปล่า...แต่เมื่อเช้าคุณจูบฉันไปแล้วนะหญิงสาวประท้วง พลางผลักอกกว้างออกห่าง เขายังรั้งร่างเธอไว้ให้เข้ามาในวงแขนเช่นเดิม

ขอจูบอีกไม่ได้หรือเขาต่อรอง

ไหนคุณบอกว่าจะรอไงเธอทักท้วง

ใช่...ผมบอกจะรอวันที่เนตรพร้อมจะเป็นของผม แต่ขอจูบบ้างไม่ได้หรือไง

ก็คุณจูบไปแล้วไง เมื่อเช้า...” เธอยังพูดคำเดิม อานัชจึงหัวเราะร่วน

งกจัง...”

อย่างงี้เรียกว่างกเหรอคะหญิงสาวเงยหน้าขึ้นถาม จังหวะนั่นเองทำให้ปากหยักสวยที่รอโอกาสอยู่แล้วฉกวูบลงมาทาบทับอย่างว่องไว ไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนของเธอ นานเกือบนาทีหญิงสาวจึงยินยอมให้เขาจูบอย่างพอใจ เมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถต้านทานการรุกเร้าจากชายหนุ่มได้ แถมยังลืมตัวยกมือโอบต้นคอชายหนุ่ม รั้งเขามาใกล้มากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดริมฝีปากต้อนรับการรุกล้ำ ที่นำความหวามหวานมามอบให้เนิ่นนาน กระทั่งชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก อานัชเห็นใบหน้าแดงก่ำนั้นกำลังงอหงิก ดวงตาสวย...ที่บัดนี้ยิ่งกว่าดอกไม้บาน ส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาทันที

อดใจไม่ไหวจริงๆ ขอโทษนะ...เราออกเดินไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารของรีสอร์ตดีกว่านะโดยไม่รอคำตอบจากหญิงสาว อานัชก็ดึงแขนเรียวสวยของเธอรั้งให้เดินออกจากห้อง พอลงมาชั้นล่าง เห็นป้าแจ่มเดินออกมาจากห้องครัวมาพอดี

เที่ยงนี้ผมกับคุณเนตรจะไปทานที่รีสอร์ตนะครับอานัชบอกเสียงร่าเริง ป้าแจ่มขานรับด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข เพราะลุ้นคู่สามีภรรยาคู่นี้มานานแล้ว


+++++++++++++++++


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

176 ความคิดเห็น

  1. #155 =!!=นิลไพลิน=!!= (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2552 / 20:04
    มาพิสูจน์อักษรให้ค่า

    เที่ยวนี้ก็น้อย

    พี่จูนิเก่งจัง

    กระด้างใจ > กระดากใจ
    ความรู้สึกนึกของตัวเอง > ความรู้สึกนึกคิด
    หน้าเหมือนมุ่ย > หน้ามุ่ย
    ใต้ต้นซุ้ม > ใต้ต้น , ใต้ซุ้ม
    โกธร > โกรธ
    มือแข็งแขน > มือแข็งแรง ,มือแกร่ง
    อย่างงี้ > อย่างนี้ ดีกว่า
    จากชายหนุ่มไม่ได้ > จากชายหนุ่มได้

    เจอแค่นี้เองค่ะ 
    #155
    0
  2. #22 samanta (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2552 / 21:45
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #22
    0
  3. #21 SoLe MaTe' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2552 / 12:24
    นางเอกกลัวการมีความรัก

    แต่ก็หลงรักพระเอกโดยที่ไม่รู้ตัวซะงั้น

    เกมนี้อาันัชชนะแน่นอน

    ฟังธง! อิอิิ
    #21
    0
  4. #20 Qantas (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 23:37
    รออ่านแล้วก้เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #20
    0
  5. #18 อณิมา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 19:15
    ค่อยยังชั่วหน่อยเนตรใจอ่อนลงแล้ว

    สู้ๆๆน่ะค่ะพี่นัช
    #18
    0
  6. #17 nuri.j (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 19:14
    อานัชยอมหมดแล้ว จะโขกจะสับยังไง ไม่มีหือ
    ตื้อเท่านั้นครองโลก  อดทนอีกหน่อยนะคะ
    เนตร ปากแข็ง ใจแข็งนัก
    #17
    0
  7. #16 พี่หริ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 18:30
    ตอนนี้ เนตรเองก็ใจอ่อนยวบแล้วนี่นา แต่้ถ้าเจอผู้ชายแบบอานัช แม้จะเคยเป็นคนเจ้าชู้มาก่อน แต่ตอนนี้รักตัวเองขนาดนี้ ไม่ใจอ่อนก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #16
    0
  8. #15 จูนิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2552 / 16:43
    ใครที่สงสารพระเอก ตอนนี้น่าจะใจชื้นขึ้นมาบ้างแล้วนะคะ เพราะรุกนางเอกมากค่ะ มาลุ้นกันว่าเมื่อไหร่จะทำให้นางเอกใจอ่อนเสียที....

    .......
    #15
    0