เ ป ล ว เ ที ย น ก ล า ง ส า ย ล ม

ตอนที่ 8 : แสงเทียนริบหรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 ส.ค. 62

 

                 แสงเทียนริบหรี่

                     

 

 

 

 

ร่างบางโปร่งเดินตามหลังลูกน้องของเขามายังรถตู้ที่จอดรอเธออยู่หน้าบริษัท นภันต์รู้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป พลอยตอบตกลงกินมื้อค่ำกับเขาจริงๆ แต่พอเห็นสีหน้าหญิงสาวชัดๆ ตอนที่เธอก้าวเข้ามานั่งเคียงข้าง ชายหนุ่มก็แค่นยิ้ม คิดว่าหญิงสาวคงกำลังมีปัญหาอยู่แน่ๆ หน้าสวยงอราวกับจวัก ตาขุ่นตวัดค้อนทันทีที่รู้ว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่อย่างจับสังเกต

ทานที่ไหนดีล่ะพลอยไม่ว่าหญิงสาวจะทำหน้ายังไง นภันต์ก็ยังอยากจะเห็นหน้าเธอขณะกินมื้อค่ำอยู่ดี

พลอยนิ่งงันครุ่นคิด เธอไม่ได้อยากทานมื้อค่ำกับเขา แต่อยากทำให้ใครบางคนรู้สึกเจ็บเหมือนอย่างที่เธอรู้สึกอยู่ เวลานี้

ที่ร้านสปริงแล้วกัน

นภันต์รู้จักร้านอาหารที่หญิงสาวบอก เพราะเป็นร้านที่เขากับเพชรไปกินบ่อยๆ คนขับรถของเขาจึงรู้ดีว่าอยู่ที่ไหนโดยที่ชายหนุ่มไม่ต้องเสียเวลาบอก

ตกลงพลอยมีปัญหาอะไรหรือเปล่า บอกพี่ได้นะ ถ้าพี่ช่วยได้ก็จะยินดีช่วย

ช่วยอยู่เงียบๆ ดีกว่า

นภันต์ถึงกับถอนหายใจอย่างทดท้อเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาว เท่านั้นยังไม่พอ ลูกน้องของชายหนุ่มต่างอมยิ้มที่นายของพวกเขาถูกตอกกลับหน้าหงายแบบไม่เหลือฟอร์มนักเลงโต ชายหนุ่มจึงได้แต่ครางฮึ่มๆ ในลำคอ ทั้งเสียหน้าและเสียใจที่หญิงสาวที่เขาเฝ้าหลงรักมานานไม่คิดที่จะญาติดีด้วย สงสัยมันคงเป็นเวรเป็นกรรมของเขาที่มาหลงรักเธอ ทั้งที่มีผู้หญิงอื่นมากมายมาหลงรักเขา แต่นภันต์ก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยอยากดูแลปกป้องเหมือนเช่นที่รู้สึกกับพลอยเลยสักคน

นภันต์เริ่มรู้ตัวว่าหลงรักพลอยจริงๆ ตั้งแต่ครั้งไปเรียนปริญญาโทที่เมืองนอก ก่อนหน้านั้นเขาแค่สงสัย...ว่าทำไมถึงอยากเห็นหน้าบูดๆ ตาขุ่นๆ ของเธอนัก บางวันเอาแต่คิดถึงเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร สงสัยเขาจะเฝ้ามองนัยน์ตาโตที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของหญิงสาวมานานเกินไป จนเสพติดความรู้สึกนั้นไปแล้ว หรือไม่เขาคงจะบ้าไปอย่างที่กานดิศเคยเย้าบ่อยๆ แต่ความรัก...มันเป็นอะไรที่ยากจะอธิบาย มีเพียงคนตกหลุมรักเท่านั้นที่จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง

แม้พลอยจะแสดงความชิงชังต่อเขาอย่างชัดเจน แต่นภันต์กลับซึมซับความน่ารักอ่อนโยนของเธอที่แสดงต่อคนรอบข้างโดยไม่รู้ตัว และที่ชายหนุ่มจำได้ไม่มีวันลืมก็คือ...มีอยู่วันหนึ่งที่นัดพบกลุ่มเพื่อนสนิทในบ้านของเพชร...กานดิศบ่นปวดศีรษะอย่างแรง พอหญิงสาวรู้เข้าก็รีบเอายาแก้ปวดมาให้ แถมยังใจดีนวดศีรษะให้กานดิศด้วยท่าทีห่วงใย ทำเอานภันต์มองเพื่อนรักอย่างอิจฉาจนดวงตาแทบจะลุกเป็นไฟ กานดิศได้ทีเลยยิ้มเย้ยและเย้าแหย่เขาอยู่หลายวัน

 

เมื่อก้าวเข้ามาในร้านสปริง...นภันต์ก็รู้ที่มาของอารมณ์ไม่ปกติของหญิงสาว และคงเป็นเหตุผลที่เธอไม่ปฏิเสธการกินมื้อค่ำกับเขา สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมร้าน ซึ่งพออีกฝ่ายเห็นเขากับพลอยก็ทำหน้าเศร้าทันที แต่ไม่ยอมลุกไปไหน ยังคงส่งสายตามายังหญิงสาว เหมือนอยากจะละลายหัวใจที่เย็นชาของเธอให้ได้

นภันต์นึกอยากจะควักลูกตาหมอนั่นเสียจริงๆ ทว่าสิ่งที่ทำได้ในยามนี้ก็คือการสั่งอาหารซึ่งล้วนเป็นของโปรดของหญิงสาวทั้งนั้น แต่เจ้าตัวกลับกินอย่างเหม่อลอย และถึงสายตาของพลอยจะไม่ได้มองไปทางอดีตคนรัก เขาก็รู้ว่าใจเธอจดจ่ออยู่กับหมอนั่นจนกินข้าวแทบไม่ลง

เมื่อหญิงสาวรวบช้อนส้อม นภันต์คิดว่าควรรีบพาพลอยไปส่งห้องพักดีกว่ามานั่งมองหน้าเศร้าๆ ของเธอกับอดีตคนรัก ดูแล้วมันปวดใจจนนึกอยากจะลุกไปตะบันหน้าตรัย มีภรรยาอยู่แล้วยังไม่วายมาตอแยผู้หญิงที่ตัวเองทิ้งไป แต่ชายหนุ่มไม่สามารถทำอย่างที่ใจคิดได้ เพราะมันคงตอกย้ำความโมโหร้ายชอบใช้กำลังของเขา อาจทำให้พลอยเกลียดเขามากขึ้น...ไม่เป็นผลดีต่อตัวเองเลย

ระหว่างทางจากร้านอาหารถึงคอนโดมิเนียม นภันต์ไม่ได้เอ่ยชวนคุยอะไร เพราะรู้ดีว่าตอนนี้พลอยกำลังจมปลักกับความรู้สึกของตัวเอง กระทั่งรถมาจอดด้านหน้าตึก

พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่มารับไปทำงานนะเมื่อเดินมาส่งเธอที่หน้าห้องพัก ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

ไม่ต้องหรอกค่ะพลอยตอบโดยไม่ได้หันมามองหน้าเขา

รถยังอยู่ที่บริษัทไม่ใช่เหรอ

เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ไปเองได้บอกขณะที่มือยังง่วนอยู่กับการไขกุญแจ ก่อนที่เธอจะเดินเข้าห้อง เสียงดุห้าวของชายหนุ่มก็ดังขึ้น

พี่ไม่มารับก็ได้ แต่ให้คนรถพี่ไปส่งแล้วกันจบประโยคนภันต์ก็รีบหมุนตัวเดินกลับไปยังลิฟต์

พอก้าวเข้ามาในรถ ชายหนุ่มสั่งคนขับให้จอดรถริมทางเข้าคอนโดมิเนียม เพียงครู่เดียวเท่านั้นชายหนุ่มก็ได้เห็นร่างบางโปร่งเดินออกมาเรียกแท็กซี่ เขาสั่งคนขับรถให้ตามเธอไปจนถึงที่หมายของ
หญิงสาว ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเพิ่งพาเธอกลับออกมาเมื่อครู่นั่นเอง...นภันต์ทำหน้าเคร่งเครียด พ่นลมออกจากปาก

ทำไงต่อครับนาย...” คมถามขึ้น

ให้พัทตามไปดูที่ร้าน รอให้เธอกลับถึงห้องพักแล้วค่อยกลับบ้าน ส่วนเราไปที่ผับกัน วันนี้ฉันอยากเมาว่ะนภันต์อยากจะดื่มให้หนักๆ จะได้หลับแบบไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดใจอีก

 

พลอยยืนลังเลอยู่หน้าร้านสปริง พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่กล้าขึ้นมาเสียเฉยๆ รู้ว่าไม่ควรที่จะทำแบบนี้ นอกจากจะเป็นการทำร้ายและซ้ำเติมตัวเองแล้ว เธอกำลังจะทำร้ายคนอื่นไปด้วย แต่ท่าทางเศร้าๆ บวกกับแววตาที่เต็มไปด้วยความอ้อนวอนของตรัยทำให้ใจเธอสั่นไหวและอ่อนแอ ความรู้สึกของหญิงสาวในตอนนี้จึงไม่ต่างจากแสงเทียนที่อยู่ท่ามกลางสายลมวูบไหวอ่อนแรงจวนดับ

ใช่แล้ว...พลอยไม่สามารถทนฝืนสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดียังรั้งอารมณ์เธอไว้ รู้ตัวดีว่าหากได้พบหรือใกล้ชิดกับตรัยอีกครั้ง เธอจะไม่สามารถต้านทานความต้องการของตัวเองได้อีก จะอ้างว่าเจอกันแบบคนเคยคบหา แบบเพื่อนพี่น้องก็คงไม่ได้ เพราะใจที่รู้สึกต่อเขานั้นยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง อาจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งอยากไขว่คว้าเขาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

หญิงสาวรู้สึกสะอิดสะเอียนความคิดอันชั่วร้ายของตนเอง คำพูดที่เคยดูถูกเหยียดหยามแม่เลี้ยงได้ย้อนกลับมาเล่นงานเธอเข้าอย่างจัง พลอยพยายามสกัดกลั้นความโหยหาไว้อย่างสุดกำลัง ตัดสินใจหมุนตัว
เดินออกไปริมถนน เรียกรถแท็กซี่กลับไปยังคอนโดมิเนียม ครั้นกลับขึ้นมาบนห้องพักหญิงสาวก็โถมตัวลงบนเตียง ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างรวดร้าวในอกที่ต้องฝืนทำในสิ่งตรงกันข้ามกับใจ พลอยร้องไห้กระทั่งหลับไปในที่สุด

 

นภันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องที่มอบหมายให้ติดตามพลอย รับรู้ว่าเธอไม่ได้เข้าไปเจอกับตรัยในร้านอาหาร มันทำให้ความรู้สึกปวดปร่าในใจบางเบาลงไปบ้าง อย่างน้อยเขาก็รับรู้ว่าพลอยใจแข็งพอควร แต่หากตรัยรุกหนัก พลอยอาจจะใจอ่อน มันเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มกลัวมากที่สุดเวลานี้ บางทีเขาอาจจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้สูญเสียเธอไปให้กับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างตรัย

ภันต์...ทำไมเอาแต่นั่งเหม่อ ไม่เห็นหรือไงว่ามีสาวแอบมองอยู่กานดิศกระซิบริมหูของเขาเมื่อสังเกตเห็นน้ำฝน ดาราสาวสวยชื่อดังส่งสายตามาทางเพื่อนหนุ่มของเขาบ่อยครั้ง

เมื่อสองวันก่อนนางเอกสาวกับมีนา...นางร้ายสาวสวยชื่อดังของวงการที่กานดิศเคยควงอยู่พักใหญ่เข้ามาทักเขากับภันต์บนชั้นวีไอพี กานดิศเริ่มสังเกตเห็นว่าน้ำฝนมองนภันต์แทบไม่กะพริบตา ท่าทางของเธอบ่งบอกว่าพอใจเพื่อนรักของเขาเอามากๆ ขนาดทิ้งเบอร์ให้ แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาคงไม่ได้โทร. หาอีกฝ่ายเลย ดาราสาวจึงเยื้องย่างมาที่นี่กับมีนาอีกครั้ง

นภันต์ดื่มเหล้าจนหมดแก้วแล้วบอกเพื่อนตอนนี้ฉันไม่อยากยุ่งกับใครทั้งนั้นแหละในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าจีบพลอย เขาก็ไม่อยากข้องแวะกับหญิงอื่นอีก

ว้าว แกนี่...มันใช้ได้เลยนะ กะจะถอดเขี้ยวเล็บเลยเหรอวะ ถ้าพลอยมาได้ยินเข้าคงจะซึ้งใจน่าดูกานดิศเย้าแหย่อย่างสนุกปาก ไม่คิดว่าเพื่อนจะจริงจังกับพลอยมากมายขนาดจะเลิกยุ่งกับผู้หญิงอื่นเด็ดขาด

ถ้าวันไหนที่แกรักใครเข้าจริงๆ วันนั้นแกก็จะเข้าใจฉันเองนั่นแหละ

คนอย่างฉันคงไม่ตกหลุมรักใครง่ายๆ หรอกกานดิศเอ่ยขึ้นตามประสาผู้ชายที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจังมาก่อน

เออ...จะคอยดูแล้วกัน ถ้าวันนั้นมาถึงฉันจะหัวเราะเยาะให้

เอาน่า...ยังไงฉันก็จะบอกแกไว้เลยว่าผู้หญิงที่ฉันจะรักคงไม่ฤทธิ์มากเหมือนพลอยหรอก ทำเอาแกหงอเสียมาดนักเลงใหญ่เลยนะ

ไอ้คมเล่าให้แกฟังสินะคม...ที่ถูกเอ่ยถึงก็คือลูกน้องคนสนิทของเขานั่นเอง

แกทนได้ไงวะภันต์ให้ตายสิ...ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ เล่นงานแบบไม่ไว้หน้า นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรนะแก ถ้าเป็นเมียล่ะแกจะปราบอยู่เหรอ ฉันว่าแกจะแย่เอานะกานดิศนึกห่วงเพื่อนรักขึ้นมาจริงๆ

ช่างฉันเถอะน่า...แกก็พูดดีไปเถอะ สักวันเจอเข้ากับตัวเองแล้วจะรู้สึก และฉันขอแช่ง ขอให้คนที่แกไปตกหลุมรักน่ะร้ายยิ่งกว่าพลอย

ไอ้บ้านี่ กินเหล้ากันอยู่ดีๆ มาแช่งกันเสียแล้ว แต่ยังไงฉันคิดว่าตัวเองทำบุญมาเยอะ คงได้แฟนดีๆ น่ารักว่านอนสอนง่าย และเชื่อฟังสามีที่ดีอย่างฉันแน่นอน

แล้วฉันจะคอยดู ไอ้ดิศนภันต์หัวเราะเบาๆ กับคำโอ่ของอีกฝ่าย สองหนุ่มเพื่อนสนิทหยุดการพูดคุยลงแค่นั้นเมื่อหญิงสาวสวยที่เฝ้ามองนภันต์มาตั้งนานเดินถือแก้วเหล้าเข้ามาหาอย่างกล้าหาญ

น้ำฝนรีรออยู่ครู่ใหญ่ เผื่อชายหนุ่มที่เธอหมายตาจะเดินเข้ามาทักทาย หรือเข้ามาสานสัมพันธ์ก่อนอย่างเช่นผู้ชายคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต พอเห็นนภันต์ยังคงนิ่งเฉยราวกับว่าเธอไม่มีตัวตน นางเอกสาวเลยตัดสินใจเดินเข้ามาหาเขาเสียเอง แม้จะผิดฟอร์มไปบ้าง แต่น้ำฝนก็ทบทวนดูแล้วว่าผู้ชายอย่างนภันต์น่าลงทุนด้วยเป็นที่สุด นอกจากจะร่ำรวยมีชื่อเสียงแล้วยังเป็นถึงลูกชายนักการเมืองใหญ่ แถมยังมีหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงสมาร์ทถูกใจเธออีกต่างหาก

ถ้าได้นภันต์ บุณฤทธิ์มาเป็นคนรัก ชีวิตเธอคงเพอร์เฟ็กต์มากยิ่งขึ้น เพราะหญิงสาวมีแค่ความสวยและชื่อเสียงในวงการบันเทิง ขาดแต่ความร่ำรวยกับนามสกุลดังเท่านั้น เธอจะลองไขว่คว้ามันดู อย่างน้อยก็เพื่อพิสูจน์เสน่ห์ของตนเองว่าจะสามารถดึงดูดใจชายหนุ่มได้หรือไม่...

คุยด้วยคนได้ไหมคะ

ด้วยความยินดีครับกานดิศผายมือให้ดาราสาวสวยนั่ง

ขอบคุณค่ะน้ำฝนหย่อนตัวลงนั่งเคียงข้างนภันต์ซึ่งเพียงส่งยิ้มที่มุมปากน้อยๆ ทักทายดาราสาว ดวงตาคมปลาบนั้นแฝงแววเย็นชา รู้สึกไม่ชอบใจนางเอกสาวที่อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาร่วมวงสนทนาของเขากับเพื่อนรักในมุมส่วนตัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

นภันต์เป็นชายหนุ่มที่ชอบเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่เขาพอใจมากกว่าจะให้หญิงสาวตามล่าหรือเสนอตัว เวลานี้เขากำลังเดินหน้าพิสูจน์หัวใจตัวเองกับพลอยอยู่ ไม่อยากเสียเวลากับผู้หญิงคนไหน แม้จะเล่นๆ ก็เถอะ เขากลัวว่ามันจะสร้างปัญหาได้ในอนาคต ดูจากแววตามุ่งมั่นบางอย่างของน้ำฝนแล้ว นภันต์ออกจะมั่นใจว่าดาราสาวคนนี้ไม่เหมือนผู้หญิงอื่นที่เคยเป็นคู่ควงหรือคู่นอนของเขามาก่อน

การพูดคุยส่วนใหญ่จึงมีเพียงน้ำฝนกับกานดิศ ส่วนนภันต์นิ่งเงียบฟังทั้งสองคุยกันอย่างเบื่อๆ ครู่เดียวจึงเอ่ยขอตัวกลับ อ้างว่ามีงานแต่เช้า น้ำฝนรู้ตัวทันทีว่าพลาดสำหรับก้าวแรกที่จะทอดสะพานนภันต์ บุณฤทธิ์ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่เธอจะเดินเข้าไปหว่านเสน่ห์ใส่ได้ง่ายๆ อย่างที่มีนาเคยเตือนเธอไว้แต่แรก เธอเองก็เคยได้ยินเรื่องราวของนภันต์เกี่ยวกับผู้หญิงที่เป็นคู่ควงมาบ้างว่าหากชายหนุ่มพอใจใคร เขาจะเป็นฝ่ายเดินไปหาเอง บางรายเขาจะส่งแค่ช่อดอกไม้พร้อมนามบัตร จากนั้นความสัมพันธ์ถึงได้เริ่มต้นขึ้น ...แล้วทำไมเขาถึงไม่แสดงท่าทีใดๆ กับเธอเลยสักนิด เธอสวยไม่ถูกใจเขาหรือยังไง!

ขอให้สนุกนะครับคุณน้ำฝนชายหนุ่มบอกเสียงสุภาพ หันไปตบไหล่เพื่อนสนิท แล้วเดินลิ่วออกจากผับโดยมีลูกน้องเดินตามหลังไปติดๆ

ดูคุณภันต์เขาจะไม่ชอบหน้าฝนนะคะเธอเอ่ยขึ้นเมื่อร่างสูงเดินลับสายตาไปแล้ว

ไม่หรอกครับ พอดีช่วงนี้ภันต์มีปัญหาเรื่องงานที่โรงแรมนิดหน่อย
อีกอย่างภันต์เขาก็พูดไม่เก่งอยู่แล้วครับกานดิศบอกอย่างสุภาพพร้อมรอยยิ้มปลอบโยนนางเอกสาว

ในสายตาของน้ำฝน...กานดิศเป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนหนึ่งพอๆ กับนภันต์ ทั้งฐานะและชาติตระกูลก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย แต่มันติดตรงที่ว่ามีนาเคยเป็นคู่นอนของเขามาก่อนน่ะสิ เธอไม่อยากมีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกันกับเพื่อนสนิท มันดูแปลกๆ ชอบกล

งั้นฝนไม่รบกวนแล้วนะคะคุณดิศหญิงสาวพูดคุยกับกานดิศอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขอตัว

ไม่รบกวนอะไรหรอก ยังไงวันหลังค่อยคุยกันใหม่นะครับ

นางเอกสาวยิ้มให้ชายหนุ่มเจ้าของสถานที่ แล้วเดินกลับไปยังโต๊ะของเธอ ตอนนี้มีนากับเพื่อนหนุ่มคนใหม่กำลังดื่มและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ทำหน้าบูดมาเชียวมีนาเอ่ยแซว

คุณภันต์เล่นตัวชะมัดน้ำฝนบ่นอุบ กรอกเหล้าลงคออย่างหงุดหงิด

ฉันบอกเธอแล้วว่าเขาน่ะช่างเลือก มีดารานางแบบไฮโซหลายคนที่สนใจจะเป็นคู่ควงหรือคู่นอนของเขา แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสมหวังหรอกนะ

ฉันด้อยกว่าผู้หญิงที่เขาเคยควงตรงไหนล่ะ!” น้ำฝนพูดอย่างมีอารมณ์นิดๆ

เปล่า...เธอไม่ได้ด้อยกว่าผู้หญิงคนไหนหรอก แต่พลาดที่เดินเข้าไปหาเขาก่อน ผู้ชายอย่างคุณภันต์เป็นนักล่าเว้ย ไม่ใช่ไก่อ่อนให้เสือสาวอย่างเธอไล่ตะครุบ

ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ยิ่งเขาทำหยิ่งเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งสนุกที่จะวิ่งไล่จับเขาคนอย่างเธอไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ยิ่งเรื่องหว่านเสน่ห์ด้วยแล้ว มันท้าทายยิ่งกว่าอะไร นางเอกสาวมั่นใจว่าวันหนึ่ง
เธอต้องจับเขาได้อยู่หมัด!

ไม่เหนื่อยก็ตามใจเธอแล้วกันฝน ว่าแต่ไม่สนใจลูกชายนักการเมืองอีกคนเหรอมีนาบุ้ยใบ้ไปยังชายหนุ่มร่างผอมคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสาวๆ มีบอดี้การ์ดอีกหลายคนยืนล้อมรอบโต๊ะเอาไว้

ไม่สนอ่ะ ถึงแม้เขาจะรวย มีพ่อเป็นนักการเมืองเหมือนคุณภันต์ แต่หน้าตาเขาไม่ได้เรื่อง แต่งตัวไร้รสนิยม แถมมีนิสัยอันธพาล อีกอย่างพ่อของเขาก็เป็นนักการเมืองมือสกปรก ฉันไม่รับประทานหรอก 

เตชิด...เป็นลูกชายของรัฐมนตรีทศพร นักการเมืองที่ขึ้นชื่อว่าฉ้อฉลที่สุดก็ว่าได้ ตอนนี้กำลังถูกฟ้องร้องเรื่องบุกรุกพื้นที่อุทยานเพื่อสร้างบ้านพักส่วนตัวในจังหวัดทางภาคใต้ ตัวเตชิดเองก็ชอบมีเรื่อง
ชกต่อยข่มขู่ชาวบ้านจนเป็นคดีความหลายคดีแล้ว เธอไม่มีทางเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับคนพรรค์นั้นเด็ดขาด!

 

กานดิศมองไปยังโต๊ะที่ลูกน้องของเขาชี้ให้ดู เห็นเตชิดกับลูกน้องหกคนนั่งอยู่ รอบๆ ตัวหมอนั่นมีหญิงสาวรายล้อม เตชิดเคยมาเที่ยวที่ผับเมื่อเดือนก่อน ได้ก่อเหตุวิวาทกับแขกในร้าน ทำเอาแขกคนอื่นๆ ตกใจแตกตื่น วิ่งหนีกันชุลมุน สร้างความวุ่นวายปั่นป่วนกันไปหมด กานดิศกับนภันต์จึงตกลงกันว่าไม่อนุญาตให้หมอนี่เข้ามาในผับ แต่มันก็ยังหน้าด้านมาอีก การ์ดของเขาที่ดูแลสถานที่ไม่กล้ายับยั้ง เกรงว่าจะมีเรื่อง จึงปล่อยให้เข้ามาโดยง่าย

กานดิศโทร. รายงานนภันต์ซึ่งบอกให้เขาคอยดูพฤติกรรมเตชิด เพราะไม่อยากทำอะไรให้เป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา เกรงว่าหมอนั่นจะอาละวาดให้แขกคนอื่นแตกตื่นเสียเปล่าๆ จึงได้แต่สั่งให้การ์ดในร้านเฝ้ามองเตชิดกับลูกน้องของเขาห่างๆ หากหมอนี่สร้างปัญหาขึ้นมาอีก นภันต์คงจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด การมาเที่ยวของเตชิดแต่ละครั้งท่าทางของมันเหมือนไม่ได้มาหาความเพลิดเพลินอย่างแขกคนอื่นๆ เท่าไหร่ ตั้งใจจะมาก่อกวนเสียมากกว่า เพราะชอบมีเรื่องชกต่อยกับแขกในร้านเป็นประจำ

ไม่เท่านั้น บิดาของนภันต์กับบิดาของเตชิดยังเป็นนักการเมืองต่างขั้ว เป็นเหมือนคู่แข่งกันมาตลอด แต่บิดาของนภันต์เป็นนักการเมืองที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน และจากบรรดานักการเมืองด้วยกันเองมากกว่า เพราะความเป็นคนซื่อมือสะอาด ไม่เคยทำอะไรเสื่อมเสียกับบ้านเมือง ต่างจากบิดาของเตชิดราวสวรรค์กับนรก เพราะมีทั้งเงินและอำนาจที่สะสมมานานทำให้นักการเมืองใหญ่ท่านนี้เอาตัวรอดได้ทุกครั้งไป เรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้ก็เหมือนกัน แค่หาแพะมาสักตัว ทุกอย่างคงจบลงได้ด้วยดี

การก่อกวนในผับเวลานี้จะมีสาเหตุจากเรื่องการเมืองของบิดาพวกเขาหรือไม่นั้นยังสรุปไม่ได้ หรืออาจจะเป็นแค่สันดานล้วนๆ ของเตชิดที่มีนิสัยอันธพาลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยังแค้นเรื่องที่เคยชกต่อยกับนภันต์เมื่อหลายปีก่อน

กานดิศสั่งคนของเขาให้จับตามองเตชิดกับลูกน้องไว้อย่างไม่ให้คลาดสายตา หากอีกฝ่ายก่อเรื่องให้จัดการขั้นเด็ดขาด ซึ่งนั่นหมายถึงโยนพวกมันออกไปนอกผับให้หมด แต่ปรากฏว่าทั้งคืนเตชิดกับลูกน้องของมันไม่ได้ก่อเรื่องอะไร เพียงแต่หมอนั่นส่งลูกน้องมาเชื้อเชิญนางเอกสาวไปร่วมโต๊ะ น้ำฝนไม่ได้ไปตามคำเชิญ อ้างต้องรีบกลับบ้านเพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า จากนั้นนางเอกสาวรีบออกจากผับทันที เตชิดกับลูกน้องอีกสองคนก็เดินตามไปติดๆ

ขณะนางเอกสาวจะเปิดประตูรถ อยู่ๆ แขนของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรง หญิงสาวหันขวับไปมองเจ้าของมือ พลันดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นหน้าคนที่มาทำกิริยาหยาบคายกับเธออย่างชัดเจน

กล้าปฏิเสธฉันเหรอชายหนุ่มร่างเล็กผอมตะคอกใส่อย่างคนมีโทสะ

คือ...ฝนต้องรีบกลับจริงๆ ค่ะคุณเต พรุ่งนี้ฝนมีงานแต่เช้า
หญิงสาวละล่ำละลักเอ่ยอย่างหวาดกลัว

อย่าโกหกหน่อยเลย รู้ไหมเธอทำแบบนี้มันเหมือนไม่ให้เกียรติฉันเลยสักนิด เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันน่ะลูกใคร!”

ค่ะ รู้ว่าคุณเตเป็นลูกใคร...แต่ว่าฝนมีงานแต่เช้าจริงๆ นะคะหญิงสาวแก้ตัวเพื่อเอาตัวรอด พยายามมองหาใครสักคนเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนใครๆ ก็ไม่กล้าเข้ามายุ่ง ในเมื่อคนที่ยืนอยู่กับเธอคือเตชิดจอมอันธพาลกับลูกน้องตัวล่ำหน้าตาโหดพอๆ กับเจ้านายของมัน

ฉันถามเธอจริงๆ เถอะ คืนนี้เธอจะเอาค่าตัวเท่าไหร่ บอกฉันมาตรงๆ ดีกว่า

ฝนไม่ได้ขายตัวนะคะ อ้อ...อีกอย่างตอนนี้ฝนคบกับคุณภันต์อยู่
น่ะค่ะชื่อนั้นทำให้ชายหนุ่มรีบปล่อยมือจากแขนหญิงสาว พอดีกับที่การ์ดร่างยักษ์ของผับที่มีถึงหกคนเดินมารุมล้อมตัวของเตชิดกับลูกน้องไว้

มิทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับการ์ดตัวล่ำราวกับนักมวยปล้ำเอ่ยเสียงห้าวดุ มองหน้าน้ำฝนสลับกับเตชิด

ขอตัวกลับก่อนนะคะน้ำฝนรีบมุดเข้าไปในรถแล้วเคลื่อนออกจากลานจอดอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้การ์ดร่างยักษ์ทั้งหกคนเผชิญหน้ากับเตชิดและลูกน้อง ส่วนเธอไม่สนใจแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น 

แม้จะเคลื่อนรถออกห่างผับมานานแล้ว แต่นางเอกสาวยังรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจที่ยังระรัวเร็ว หากไม่มีการ์ดทั้งหกโผล่หน้ามา น้ำฝนก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเจอกับอะไรบ้าง ไม่คิดว่าเตชิดจะเลวได้อย่างที่สื่อนำเสนอจริงๆ

หญิงสาวคิดถึงคำพูดประโยคสุดท้ายที่เธอบอกกับเตชิดแล้วรู้สึกเสียวสันหลังเหมือนกัน เธอสังเกตเห็นว่าท่าทางของเตชิดเหมือนจะอึ้งไปทันทีเมื่อได้ยินว่าเธอคบกับนภันต์อยู่ ก็แหงสิ...นภันต์ขึ้นชื่อว่าเป็นคนเอาเรื่องและนักเลงพอตัว คงไม่มีใครกล้ามายุ่งกับผู้หญิงของเขา เว้นแต่คนคนนั้นจะอยากเจ็บตัว ถ้านภันต์รู้ว่าเธอแอบอ้างว่าคบหากับเขาคงไม่ชอบใจนัก...แต่เธอเตรียมคำแก้ตัวแล้วเช่นกันว่าที่พูดไปก็เพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันเท่านั้น เพราะรู้ว่าชื่อของเขามีพลังพอที่จะหยุดคนเลวๆ อย่างเตชิดได้ บางทีเธออาจขอร้องให้นภันต์เห็นใจ ให้เขายอมเป็นเกราะกำบังเธอจากการรุกรานของผู้ชายอย่างเตชิด

น้ำฝนยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ เธอกระหยิ่มยิ้มย่องในความคิดอันชาญฉลาดของตัวเอง

 

นภันต์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังได้คุยกับกานดิศถึงเรื่องราวยุ่งๆ ที่เกิดขึ้นในผับเมื่อคืน ในที่สุดเตชิดก็ก่อเรื่องอีกจนได้ ถึงจะไม่ได้ชกต่อยกับแขกในร้านเหมือนที่ผ่านมา แต่ทำให้แขกสาวอย่างน้ำฝนหวาดผวาที่อยู่ๆ ถูกก่อกวนเกือบถึงขั้นลวนลามก็นับเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และมันดันมาเกิดขึ้นในถิ่นของเขาอีก อภัยให้ไม่ได้จริงๆ ต่อไปนี้เตชิดจะเข้ามาในการ์เบจผับอีกไม่ได้ หากมันยังหน้าด้านมา การ์ดของเขาจะจับมันโยนออกไปนอกอาณาเขตทันที

รู้สึกกังวลใจลึกๆ กับถ้อยคำของนางเอกสาวที่แอบอ้างว่าคบหากับเขาอยู่ แม้เจ้าตัวได้โทร. หากานดิศเพื่อบอกกล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องพูดออกไปเช่นนั้น พร้อมทั้งฝากขอโทษเขาด้วยก็เถอะ นภันต์เข้าใจความคิดของน้ำฝนที่ต้องการเกราะกำบังจากเตชิด เพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นภายในอาณาเขตที่เขาควรรับผิดชอบ แต่กลัวว่าเรื่องราวมันจะลุกลามไปกันใหญ่มากกว่าจะทำให้เตชิดถอยห่างจากนางเอกสาว

คนนิสัยอันธพาลอย่างไอ้เตชิดคงไม่ยอมรามือง่ายๆ เผลอๆ น้ำฝนอาจต้องเดือดร้อนเสียเอง เพราะเขารู้ว่าเตชิดยังคงแค้นไม่หายที่ครั้งหนึ่งผู้หญิงที่มันหมายปองปฏิเสธแล้วหันมาควงเขาแทน คงหาทางเอาคืนเขาอยู่ทั้งที่เวลาก็ผ่านมานานแล้ว

นภันต์รู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเขาจะกลายเป็นเกราะกำบังที่ดีของหญิงสาวถึงสองคนในเวลาเดียวกัน คนหนึ่งเขาอยากดูแลปกป้องทั้งร่างกายและหัวใจ อีกคนหนึ่งอยากดูแลแค่ร่างกาย เพราะอย่างน้อยน้ำฝนก็เป็นแขกของการ์เบจผับ เขาควรรับผิดชอบความปลอดภัยของหญิงสาวโดยตรงในฐานะเจ้าของสถานที่ แต่วิธีการของนางเอกสาวที่กล่าวอ้างเป็นผู้หญิงของเขานั้นทำให้นภันต์ไม่สบายใจนัก เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ระหว่างเขากับพลอย ถึงตอนนี้จะไม่มีอะไรคืบหน้า แต่เขาก็ยังหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถชนะใจเธอได้

...คิดแล้วก็น่าเศร้าชะมัด! แอบรักเธอมาหลายปี สุดท้ายไม่รู้จะสมหวังหรือว่าจะคว้าน้ำเหลว แต่ตราบใดที่พลอยยังไม่มีใคร เขายังมีสิทธิ์ลุ้นมิใช่เหรอ เรื่องจะท้อง่ายๆ คงไม่มีอยู่แล้ว ชายหนุ่มนั่งคิดถึงหญิงสาวอยู่ชั่วครู่ ทันใดเขาก็นึกอยากได้ยินเสียงเธอขึ้นมา

มีอะไรมิทราบ!” เสียงที่ตอบกลับมาห้วนกระด้าง ชายหนุ่มกลับคลี่ยิ้มอย่างพอใจ เพราะนั่นแสดงว่าพลอยบันทึกเบอร์โทรของเขาไว้ในเครื่องของเธอแล้ว

เย็นนี้พี่จะไปรับนะ

ไม่ต้องมา ไม่อยากเห็นหน้า แค่นี้นะ อ้อ...ทีหลังไม่ต้องโทร. มาหาฉันอีก รำคาญ!” พูดจบหญิงสาวรีบวางสายทันที

นภันต์โคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ ภาพในอดีตคงสลักลึกลงในจิตใจหญิงสาวจนยากจะลบเลือน มันคงไม่ต่างจากความรู้สึกของเขานัก ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น เขายิ่งรู้สึกถึงแรงบีบแน่นหนักในหัวใจ

...ปล่อยมันผ่านไป ชายหนุ่มบอกตัวเองก่อนหันมาสนใจเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ ทำงานไปได้ครู่ใหญ่โทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ดังขึ้น เขากดรับทันทีเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอเครื่อง

ว่าไงครับนันท์นภันต์เอ่ยทักทายเสียงนุ่ม

อยากทานมื้อเย็นกับภันต์น่ะค่ะ ไม่รู้ว่าค่ำนี้ว่างหรือเปล่าชญานันท์บอกด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสดใสนัก นภันต์คาดหวังว่ามันคงไม่เกี่ยวกับสามีของเธอที่อยู่ๆ ก็หวนกลับไปวุ่นวายกับพลอย

ว่างครับ...”

งั้นมารับนันท์ที่บริษัทด้วยนะคะ

คุณตรัยไม่อยู่เหรอครับ

ค่ำนี้คุณตรัยจะไปงานวันเกิดเพื่อนค่ะ

งั้นผมไปรับตอนเลิกงานนะครับชายหนุ่มคลี่ยิ้ม ไม่ว่าพลอยจะไม่อยากเห็นหน้าเขาแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ได้เห็นหน้าเธออยู่ดี ใบหน้าที่อยู่ในห้วงคำนึงเสมอมา นภันต์สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้หญิงสาวหลุดมือไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ผู้หญิงคนนี้ต้องอยู่ข้างกายเขาตลอดไป หากตรัยยังไม่สำนึกว่าตัวเองมีภรรยาแล้ว ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับพลอยอีก เขาจะจัดการให้พ้นทางเอง!

 

เมื่อมาถึงดีอาร์เอนเตอร์เทนเม้นท์ ชายหนุ่มขึ้นไปหาชญานันท์ที่ห้องทำงาน เลขาฯ ของหญิงสาวเปิดประตูให้อย่างรู้งาน พอก้าวขาเข้าไป กำลังจะร้องทักเจ้าของห้อง เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแผ่นหลังของหญิงสาว
อีกคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของชญานันท์ เขาคลี่ยิ้มอย่างพอใจ ไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้าพลอยเร็วกว่าที่คิด ตอนแรกชายหนุ่มตั้งใจว่าจะเข้ามาทักทายชญานันท์ก่อนแล้วค่อยขอตัวไปทักทายเธอ เจอหญิงสาว
ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเดินไปหาให้เป็นจุดสนใจของใครต่อใคร หากพลอยแผงฤทธิ์ใส่เขาจะได้ไม่อายคนอื่นด้วย เพราะแค่ต่อหน้าบรรดาลูกน้องของเขาก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ภันต์นั่งรอก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวนันท์คุยเรื่องงานกับพลอยแป๊บหนึ่งชญานันท์บอกเสียงหวานพอๆ กับรอยยิ้มที่ส่งให้ชายหนุ่ม ขณะที่หญิงสาวอีกคนยังนั่งตัวตรงแน่ว ไม่แม้แต่จะปรายตาไปยังนภันต์เลยสักนิด

ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่โซฟายาวที่จัดแบ่งเป็นมุมพักผ่อนสำหรับเจ้าของห้องทำงาน เลขาฯ สาวของชญานันท์รีบเสิร์ฟน้ำเย็นก่อนถอยออกนอกห้อง ปล่อยให้แขกหนุ่มนั่งมองหญิงสาวสองคนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงาน

โอเคค่ะพลอย นันท์เข้าใจหมดแล้ว และคิดว่าทุกอย่างจะต้องออกมาดีแน่นอน

ค่ะ...” หญิงสาวรับคำสั้นๆ กำลังจะหมุนตัวออกจากห้อง

พลอย...ใจคอจะไม่ทักพี่หน่อยเหรอชายหนุ่มเดินมายืนตรงหน้าหญิงสาว คลี่ยิ้มบางก่อนหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของเธอ

สวัสดีค่ะคุณนภันต์ ดีใจที่เจอกันนะคะพูดเสียงเรียบนิ่ง ยิ้มแบบมีมารยาท แต่ดวงตายังร้ายกาจเหมือนเดิมในสายตาของเขา

แค่นี้ก็ยังดี แล้วเดี๋ยวพี่โทร. หานะ 

พลอยอยากจะตอกกลับไปว่าไม่ต้องโทร. มา แต่ในเมื่อผู้จัดการแผนกผู้ซึ่งเป็นเจ้าของห้องนั่งจ้องเธอกับเขาอยู่ หญิงสาวก็ไม่มีทางเลี่ยงอื่น

ค่ะ...” กำลังหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง ทันใดเธอก็รู้สึกเหมือนแผ่นหลังถูกความร้อนสาดใส่ ตัดสินใจชำเลืองไปทางชญานันท์ ไม่ได้ตาฝาดไปหรอกนะ เธอเห็นแววตาแปลกๆ ของอีกฝ่าย คล้ายชิงชัง...หวาดระแวง หรือว่าชญานันท์ระแคะระคายเรื่องที่ตรัยไปตอแยเธอ หรือไม่อาจจะรู้แล้วว่าเธอกับตรัยเคยเป็นแฟนกันมาก่อน 

พลอยรู้สึกแปลกใจมากที่อยู่ๆ ชญานันท์เรียกเธอเข้ามาคุยเรื่องงานวันนี้ เพราะปกติคนที่ผู้จัดการแผนกเรียกไปคุยเรื่องงานจะเป็นภานีมากกว่า งานทุกอย่างที่ฝ่ายพีอาร์ทำล้วนได้รับมอบหมายจากหัวหน้าแผนกทั้งนั้น และงานที่ชญานันท์เรียกเธอมาคุยก็คืองานเปิดตัวอัลบั้มของอัทธ์ที่จะมีขึ้นอาทิตย์หน้า โดยพลอยเป็นคนเขียนข่าวรวมทั้งติดต่อสื่อเพื่อโปรโมทงานทั้งหมด

หญิงสาวเดินออกจากห้องทำงานของชญานันท์อย่างครุ่นคิด กำลังจะเดินเลี้ยวกลับไปยังห้องทำงาน ร่างบางโปร่งของเธอก็ชนเข้ากับร่างสูงของใครบางคนซึ่งคว้าตัวเธอพยุงไว้ไม่ให้ล้มกองกับพื้น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอ้อมแขนเพื่อจะขอบคุณ พลันลมหายใจของพลอยถึงกับติดขัด

พี่ตรัย...” หญิงสาวครางเสียงแผ่ว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอ้อมแขนแข็งแรงที่คุ้นเคยทำให้เธอไร้เรี่ยวแรงที่จะพาตัวเองออกห่างชายหนุ่ม ลืมกระทั่งสรรพนามที่เคยเรียกขานเขาก่อนหน้านั้น

พลอย...” ตรัยเองก็ไม่ต่างกัน รู้สึกว่าโลกมันหยุดหมุนชั่วขณะ อ้อมแขนของเขากระชับขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ชนเข้ากับเขาอย่างจังเป็นหญิงสาวที่ทำให้เขาหลับไม่ลงมาหลายคืนแล้ว

ขอตัวนะคะพลอยพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อดึงแรงกายและใจให้กลับมาเข้มแข็ง แล้วขยับตัวออกจากอ้อมแขนของเขา

พลอย...” ชายหนุ่มคลายอ้อมแขนออก ทว่าไม่ยอมปล่อยมือ สายตาของเขาเหลียวมองรอบข้างเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ บริเวณที่เขากับเธอยืนอยู่

ปล่อยพลอยนะอยากจะตะโกนออกมาดังๆ แต่ช่างน่าสงสาร เสียงที่เล็ดรอดจากเรียวปากเป็นเพียงเสียงสั่นแผ่วของคนอ่อนไหวโรยแรง

พลอย คืนนี้พี่จะไปหาที่ห้องนะ พี่อยากคุยกับพลอยน้ำเสียงอ้อนวอน แววตาทอดมองเธออย่างโหยหาลึกซึ้ง

อย่ามายุ่งกับฉัน!”

พลอย...พี่คิดถึงพลอยนะน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นเปรียบเหมือนแสงแดดที่ละลายน้ำค้างยามเช้าให้แห้งระเหย พลอยเผลอจ้องมองดวงตาที่ฉายแววความรู้สึกทั้งมวลของหัวใจชายหนุ่ม ไม่ต่างจากแววตาที่เขาเคยทอดมองเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา หญิงสาวรู้สึกเหมือนเป็นแสงเทียนริบหรี่ที่กำลังถูกลมแรงพัดพาจวนมอดดับ เมื่อตรัยรั้งร่างเธอเพียงเบาๆ พลอยก็เซเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้ง

ราวกับตกอยู่ในห้วงฝัน เธอสัมผัสถึงไออุ่นจากเรือนร่างสูงที่คุ้นเคย ความโหยหาบวกความเจ็บปวดทุกข์ทนมาหลายเดือนผลักดันหญิงสาวให้ยกมือขึ้นหวังจะโอบกอดร่างสูงตอบ เวลานี้สติสัมปชัญญะของเธอได้หลุดหายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำอย่างที่ใจคิด เสียงอันทรงพลังของใครคนหนึ่งที่เป็นเหมือนเกราะกำบังลมแรงพลันตวาดขึ้นเสียก่อน ทันใดเปลวเทียนก็กลับมาโชนแสงอีกครั้ง

ปล่อยมือพลอยเดี๋ยวนี้ ก่อนที่นันท์จะมาเห็นเข้า!”

ตรัยปล่อยมือหญิงสาวแทบจะทันทีที่ได้ยินชื่อภรรยา พลอยหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทา นภันต์จึงต้องรีบเดินเข้าไปโอบบ่าของเธอไว้เมื่อหญิงสาวเซไปพิงผนังตึก คล้ายรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำเอาเธอตั้งสติไม่อยู่

เกิดอะไรขึ้นคะชญานันท์โผล่เข้ามาในเหตุการณ์พอดี มองคนทั้งสามด้วยสายตางุนงงสงสัย นภันต์บอกกับเธอว่าจะเข้าห้องน้ำ ให้เธอลงไปเจอที่ลานจอดรถก่อน แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพของเขากำลังโอบบ่าประคองพลอยไว้อย่างห่วงใยอยู่ตรงนี้

คือพลอยไม่ค่อยสบายน่ะครับนันท์ เอ่อ...ผมขอโทษนะครับที่จำเป็นต้องผิดนัดกับนันท์ แล้ววันหลังผมจะชดเชยให้ แต่ว่าตอนนี้ผมต้องไปส่งพลอยที่ห้องก่อนชายหนุ่มบอกชญานันท์ด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้นัดระหว่างเขากับเธอล้มเหลว

ไม่เป็นไรหรอกค่ะภันต์ วันหลังเราค่อยนัดกันใหม่ ตอนนี้ภันต์ดูแลคุณพลอยก่อนเถอะนะหญิงสาวยิ้มหวานให้ชายหนุ่มแล้วเดินลิ่วไปจากตรงนั้น ส่วนสามีของเธอยังคงยืนนิ่งมองภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างเจ็บร้าว

คุณนี่...ช่างเป็นคนที่หน้าไม่อายจริงๆ ขนาดภรรยาตัวเองเดินไปแล้วยังมาจ้องผู้หญิงอื่นด้วยสายตาละห้อยแบบนี้อีก ให้ตายเถอะ... อย่าให้ผมเจอคุณอีกนะ ผมเอาคุณตายแน่!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราด รั้งร่างบางโปร่งเดินจากไป ทิ้งตรัยให้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

""""""""""""""""""""""""""""


เปลวเทียนกลางสายลม
จูนิตา
www.mebmarket.com
พลอยเกลียดนภันต์ตั้งแต่แรกเห็น เพราะภาพที่เธอสัมผัสได้จากตัวเขาคือความโหดร้ายและป่าเถือน ในขณะที่นภันต์กลับเฝ้ามองหญิงสาวอยู่ห่างๆ เพราะรู้ว่าเธอชิงชังรังเกียจในตัวเขา ทว่าในเวลาที่หญิงสาวอ่อนแอที่สุด เขากลับอยู่เคียงข้างปกป้องเธอทุกอย่าง หัวใจของพลอยสั่นไหว พร้อมๆ กับตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มก็ค่อยๆ เปิดเผยออกมา รวมทั้งสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของเขาที่มีต่อเธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา+++++++++++++++++++ พลอยเผลอจ้องแผงอกกว้างและหน้าท้องอันแบนราบของเขาอย่างลืมตัว กระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจึงเงยหน้าขึ้น ทันใดใบหน้าสวยร้อนผ่าวกับสายตาพราวหวานของเขาที่ทอดมองเธออย่างยั่วเย้า “อยากสำรวจร่างกายพี่ให้ทั่วไหมล่ะ ยินดีนะ” พูดพลางกางแขนออกอย่างเชื้อเชิญ ใบหน้าคมหล่อยิ้มเจ้าเล่ห์ “บ้าสิ...ใครอยากกันล่ะ” พลอยส่งสายตาตวัดค้อนกลบเกลื่อนความรู้สึกเขินอายที่ถูกจับได้ว่าแอบมองเรือนร่างท่อนบนเขาอย่างตื่นตะลึง“แต่พี่อยากนะ” ไม่ว่าเปล่าแถมยังเดินมาใกล้เธออีก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น