เ ป ล ว เ ที ย น ก ล า ง ส า ย ล ม

ตอนที่ 3 : ก็ยังเจ็บปวด 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    10 ส.ค. 62





พลอยอาบน้ำแต่งตัวใหม่ด้วยชุดลำลอง คือกางเกงยีนขาสั้นอวดเรียวขาสวยกับเสื้อยืดแขนกุดสีขาวพอดีตัว ปล่อยผมยาวที่เปียกชื้นให้ยุ่งเหยิง หน้าตาที่ซีดเซียวเริ่มมีสีระเรื่อตามธรรมชาติของคนที่มีผิวพรรณดี คือขาวอมชมพู ซึ่งเป็นจุดเด่นในตัวของหญิงสาวรองจากหน้าตาที่สวยใสในสไตล์น่ารัก มากกว่าสวยจัดจ้านจนคนมองเหลียวหลัง

ฉันจะสั่งอาหารมากินในห้อง แกจะกินด้วยกันไหมนิดพลอยหันมาถามเพื่อนสาวที่ดูเหมือนจะนั่งดูทีวีเงียบๆ ราวกับครุ่นคิดอะไรไปด้วย

ไม่ดีกว่า เดี๋ยวจะไปดูแม่ที่โรงพยาบาล

แม่แกเป็นอะไรนิด!” ถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก

อ๋อ...คือเมื่อคืนหกล้มในห้องน้ำน่ะ แขนหักนีรดาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเพื่อนรัก

อ้าวเหรอ โห...แม่แกเข้าโรงพยาบาลแกยังมานอนเฝ้าฉันเหรอนิด อะไรเนี่ย รีบกลับไปดูแม่แกเลยนะ

จ้ะๆ แล้วฉันจะโทร. หานะนีรดารีบฉวยกระเป๋าถือเดินลิ่วออกจากห้องพักของเพื่อนสาวทันที พอหลุดเข้ามาในลิฟต์เธอก็ยกมือขึ้นทาบอก

เกือบแล้วไหมล่ะเรา

 

หญิงสาวนั่งทานข้าวผัดกุ้งกับแกงจืดเต้าหู้ไปเพียงไม่กี่คำก็วางช้อนส้อมลงบนขอบจาน ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม มองไปรอบๆ ห้องโถงกว้างที่แบ่งเป็นสัดส่วนทั้งห้องนั่งเล่นและห้องทานข้าว อยู่ๆ ความอ้างว้างก็พุ่งเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ช่างเป็นความรู้สึกอันน่ากลัว เธอต้องการใครบางคนมาลบความรู้สึกนั้นออกไป ทว่าพลอยไม่สามารถเรียกร้องใครคนนั้นมาอยู่ข้างๆ ได้ มีแต่ความคิดถึงอันเจ็บปวดที่เลาะเล็มหัวใจให้รวดร้าวหนักขึ้นกว่าเดิมเมื่อตระหนักว่าเขาไม่ได้รักเธออีกต่อไป

พลอยจำได้ ในวันที่ตรัยมาหาเธอที่ห้องพัก บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาจะขอแต่งงานด้วยซ้ำ เพราะตรัยเคยเปรยไว้ว่าถ้าพลอยอายุครบยี่สิบหกเมื่อไหร่ เธอกับเขาจะเริ่มสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่แล้วตรัยกลับบอกเธอสั้นๆ ว่าเขากำลังหลงรักผู้หญิงอื่น ตอนนั้นพลอยช็อกเป็นลมหมดสติไปทันที พอตื่นขึ้นมาเธอก็ไม่เห็นหน้าเขาแล้ว พบเพียงนีรดาที่นั่งเฝ้าเธออยู่ พลอยจึงได้แต่ร่ำไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ

อาการป่วยทางใจที่ลามไปถึงทางกายทำให้เธอไม่สามารถกินอาหารได้ ต้องนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เดือดร้อนพี่ชายต้องบินจากปารีสมาดูแลนานนับอาทิตย์กว่าจะฟื้นตัวมาได้ในสภาพที่ร่างกายแข็งแรง ทว่าจิตใจยังอ่อนแอ แต่ว่าเธอก็อยู่มาได้ จนกระทั่งพบเขากับภรรยาอีกครั้งที่บริษัทเมื่อวานนี้

พลอยรู้สึกสับสน...แม้การพบตรัยอีกครั้งจะทำให้เธอเจ็บปวดมากขึ้น ทว่าลึกๆ แม้ไม่อาจอยู่เคียงข้างเขาได้ เธอก็มีความสุขปนความเศร้าเมื่อได้เห็นและรับรู้ว่าเขาอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ความรู้สึกนั้นเหมือนของมีคมที่วางอยู่ใกล้ใจ พอขยับก็ทิ่มแทงให้ปวดปร่า แต่ยังยินดีกับความเจ็บปวดนั้นต่อไป ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน

เสียงโทรศัพท์ภายในห้องนั่งเล่นดังขึ้น พลอยลุกจากเก้าอี้ไป
รับสายอย่างเชื่องช้า กรอกเสียงเหงาๆ ลงไป

พลอยพูดค่ะ...”

พลอย...พี่เพชรนะพอได้ยินเสียงของพี่ชายเท่านั้นต่อมน้ำตาก็แตก หญิงสาวปล่อยโฮออกมาทันที

พี่เพชร...ฮือๆ พลอยแย่แล้ว พลอยกำลังจะตายหญิงสาวคร่ำครวญออกมาอย่างกับเด็กตัวเล็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส

พลอย ทำใจดีๆ ไว้นะ พลอยต้องเข้มแข็ง ทุกอย่างมันต้องผ่านพ้นไปได้คำปลอบโยนของพี่ชายทำให้หญิงสาวชะงัก

พี่เพชรรู้เรื่องของพลอยแล้วเหรอคะ นิดโทร. ไปบอกใช่ไหมคะถามออกไปแล้วก็รู้สึกว่าพี่ชายอึ้งไปนานนับนาทีก่อนจะอ้อมแอ้มบอก

เอ่อ...ใช่ นิดโทร. มาบอกพี่เมื่อตะกี้นี่เอง

พี่เพชร พลอยเจ็บน่ะเสียงสะอื้นดังขึ้นอีกระลอก

ลาออกจากงานนั้นเถอะ ไปหางานที่อื่นทำดีกว่าพี่ชายแนะนำด้วยความหวังดี เพราะการพบเจอตรัยและภรรยาในที่ทำงานมันมีแต่จะทำร้ายจิตใจพลอยมากกว่าจะเกิดผลดีอะไร

พลอยทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะพี่เพชร

พี่รู้ว่าพลอยเสียดายงานดีๆ เงินดีๆ อีกอย่างพลอยก็ทำงานที่นั่นมานานแล้วด้วย แต่พี่ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่ควรอยู่ต่อนะพลอย

ค่ะ นิดก็แนะนำพลอยแบบนั้นเหมือนกัน แต่พลอยยังอยากลองทำงานต่อดูก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ แล้วพลอยจะลาออก

พลอย...ระวังนะ ระวังความรักของพลอยจะทำร้ายคนอื่น

หมายความว่าไงพี่เพชร

ถ้าพลอยตัดใจไม่ได้ หรือไม่ถ้าพลอยพาตัวเองเข้าไปใกล้ตรัยมาก บางทีตรัยอาจหวั่นไหวแล้วเข้ามาวุ่นวายกับพลอย จากนั้นเรื่องยุ่งๆ จะตามมา และพลอยก็จะกลายเป็นผู้หญิงไม่ดี เป็นคนทำลายครอบครัวคนอื่น หรือหนักไปกว่านั้นก็จะ...”

พลอยไม่มีวันเป็นเมียน้อยใครหรอกน่า พี่เพชรก็รู้ว่าพลอยเกลียดตำแหน่งนี้แค่ไหนในเมื่อหญิงสาวเกลียดแม่เลี้ยงเพราะว่าอีกฝ่ายแย่งพ่อไปจากแม่ของเธอ พลอยไม่มีวันทำตัวเองให้เหมือนผู้หญิง
คนนั้นเด็ดขาด!

พลอย...ความรักมันมีอานุภาพทั้งที่ดีและร้ายแรง อย่าประมาทสิ อีกอย่างพลอยกับตรัยคบหากันมานาน มันง่ายที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้นะพลอย

พลอยจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องน่าเกลียดแบบนั้นขึ้นค่ะ อีกอย่างพี่ตรัยเขาคงไม่มาสนใจพลอยหรอกพูดแค่นั้นหญิงสาวก็ปล่อยสะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง ตรัย...เป็นรักแรก และพลอยคิดเสมอว่าเขาจะเป็นรักครั้งสุดท้ายของเธอด้วย คบหากับเขามาตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง กระทั่งเธออายุยี่สิบหกก็เป็นเวลาเจ็ดปีเต็มๆ มันนานเกินกว่าพลอยจะลืมเลือนมันได้ง่ายๆ บางทีอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตจึงจะสามารถทำได้

พลอย...ถ้ามีใครมารักมาชอบพลอยก็ดูๆ เขาไว้หน่อยนะ อย่าเอาหัวใจไปจมปลักอยู่กับตรัยอีกเลย มันไม่เกิดผลดีกับตัวเองหรอก เว้นเสียแต่ว่าตรัยจะเลิกกับเมียเขาแล้วมาแต่งงานกับพลอย

พลอยไม่ได้ต้องการแบบนั้นเสียหน่อย พี่เพชรก็รู้ พลอยไม่มีวันแย่งของรักคนอื่นหรอก

งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าอยู่คนเดียวมาก เดี๋ยวฟุ้งซ่าน ออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้าง แต่เอ่อ...อย่าไปดื่มเหล้าอีกล่ะรู้ไหม เป็นสาวเป็นนาง เมาหมดสติแบบนั้นมันน่าเกลียด

ค่ะ รู้แล้ว ต่อไปพลอยจะไม่ทำแบบนั้นอีก ลำบากเพื่อนฝูง นี่ถ้าพลอยไม่มีนิดกับวินธ์อยู่ด้วย พลอยคงแย่เหมือนกัน

เออ...รู้ก็ดีแล้ว เพราะบางครั้งนิดกับวินธ์ไม่ได้ว่างมาอยู่ดูแลเราตลอดหรอกนะท้ายประโยคติดจะห้วนๆ อย่างไรไม่รู้จนคนฟังรู้สึกสะดุดหู

พี่เพชรอย่าโกรธพลอยสิ ต่อไปนี้พลอยไม่ดื่มเหล้าแล้วเธอบอก
เสียงสั่นเครือ

พี่ไม่ได้โกรธพลอยหรอก แค่เป็นห่วงมากเท่านั้นเองชายหนุ่มบอกออกไปตามความรู้สึกของเขา

พลอยจะดูแลตัวเองอย่างดี พี่เพชรไม่ต้องเป็นห่วงนะหญิงสาวพูดคุยกับพี่ชายครู่ใหญ่ก่อนวางสาย ในขณะที่พี่ชายนั่งครุ่นคิดถึงบางเรื่องราวที่เขาได้พูดกับเพื่อนสนิท

ความกังวลต่างๆ เริ่มประเดประดังเข้ามาจนเพชรเริ่มนั่งไม่ติดตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนรักที่โทร. มาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพลอยให้ฟังเมื่อชั่วโมงก่อน เพชรจับน้ำเสียงของคนปลายสายได้ว่าห่วงใยน้องสาวของเขามากเพียงใด จึงกล้าถามบางอย่างออกไปตรงๆ ตามประสาเพื่อนฝูงที่คบหากันมานาน หากคำตอบที่ได้มันทำให้เพชรทั้งดีใจและกลุ้มใจระคนกัน

ในกลุ่มเพื่อนสนิทที่มีกันอยู่เพียงไม่กี่คน ต่างดูออกว่านภันต์ตกหลุมรักน้องสาวของเขา แต่ไม่สามารถแสดงออก เพราะนอกจากพลอยจะมีคนรักแล้ว ยังแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าเกลียดขี้หน้านภันต์เสียยิ่งกว่าอะไร เวลาเพื่อนๆ ของเพชรไปที่บ้าน พลอยจะทักทายยกมือไหว้ เรียกพี่อย่างสนิทสนม ส่วนนภันต์...นอกจากเธอจะไม่ยกมือไหว้หรือพูดคุยทักทายดีๆ แล้ว ยังเรียกนภันต์ลับหลังอย่างแดกดันว่า คุณนักเลงใหญ่หรือไม่ก็คุณมาเฟียบ้างละ

เวลานภันต์ไปหาเพชรที่บ้าน หรือต่อมาคือห้องพัก พลอยจะหลบอยู่แต่ในห้องเสียมากกว่า หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้เช่นต้องทานข้าวร่วมกันในบางครั้ง พลอยจะทำเหมือนไม่มีนภันต์อยู่ร่วมโต๊ะ นภันต์เองก็ทำไม่ต่างกัน เพราะนิสัยนภันต์ไม่ชอบตอแยใครอยู่แล้ว แต่วันนี้นภันต์กลับทำให้เพชรต้องคิดหนักเกี่ยวกับความในใจของอีกฝ่ายที่มีต่อพลอย...เพชรรู้ว่านภันต์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่น้องสาวของเขาคิด แต่เรื่องรักเรื่องใคร่มันไม่สามารถบังคับกันได้ ในเมื่อนภันต์อยากพิสูจน์ความรักความจริงใจที่มีต่อพลอย เขาจึงอนุญาต อย่างน้อยก็มั่นใจว่านภันต์ไม่มีวันมองน้องสาวของเขาเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่อีกฝ่ายเคยคบหาเป็นคู่ควงหรือคู่นอน

แกรักพลอยมากพอที่จะดูแลพลอยตลอดชีวิตหรือเปล่าภันต์เพชรถามอย่างเพื่อนที่สามารถถามกันตรงๆ ได้

ใช่...ฉันอยากดูแลพลอยไปตลอดชีวิต แต่คงเป็นความฝัน เพราะน้องแกเกลียดขี้หน้าฉันขนาดนี้ ฉันไม่กล้าเอาหน้าหล่อๆ ไปให้เขาเห็นเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะเข้าไปจีบเลย

แกกลัวอะไรล่ะภันต์ ในเมื่อพลอยก็ไม่มีใครแล้ว แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง มาเฟียอย่างแกต้องกลัวด้วยเหรอเพชรเย้าแหย่ไปอย่างท้าทายเพื่อนหนุ่ม หากมีใครสักคนที่ไว้ใจให้มาดูแลน้องสาวของเขา เพชรเลือกที่จะไว้ใจเพื่อนสนิทของเขามากกว่า อย่างน้อยนภันต์ก็ยังมีใจต่อพลอยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในสายตาของคนอื่นหรือแม้แต่น้องสาวคนเดียวของเขาจะมองนภันต์ว่าน่ากลัว แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกของอีกฝ่ายเท่านั้น จริงๆ แล้วนภันต์เป็นคนที่อันตรายสำหรับคนที่ร้ายกับเขาก่อน สำหรับคนที่ใกล้ชิด เขาจะอ่อนโยนน่ารัก พร้อมจะปกป้องดูแล จะว่าไปนภันต์เป็นคนที่มีบุคลิกสองขั้ว ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้ายก็ร้ายจนน่ากลัว แล้วแต่ว่าเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด ที่รู้แน่ๆ คือนภันต์ไม่ทำร้ายคนที่เขารักอย่างแน่นอน...นั่นคือสิ่งที่เพชรได้สัมผัสจากเพื่อนรักของเขาตลอดหลายปีที่คบหาเป็นเพื่อนสนิท

และสำหรับคำว่ามาเฟียนั้น สื่อตั้งให้มากกว่า ตัวตนของนภันต์จริงๆ เป็นแค่ผู้ชายมาดเข้มคนหนึ่งเท่านั้น ที่นภันต์ต้องมีลูกน้องเดินตามเพราะเขาเป็นลูกชายนักการเมืองใหญ่ซึ่งมีทั้งมิตรและศัตรูมากพอๆ กัน กอปรกับช่วงหนึ่งตัวนภันต์เองก็มีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นค่อนข้างเยอะ จึงมีบางคนที่อยากเล่นงานเขาคืนอยู่บ้าง เลยต้องมีบอดี้การ์ดดูแลเป็นอย่างดี

เขาไว้วางใจเพื่อนสนิทที่คบหามานาน ที่สำคัญเพชรไม่อยากให้น้องสาวจมอยู่กับความรักที่ไร้ค่า นอกจากจะเสียสุขภาพจิตแล้วยังอาจเสี่ยงที่จะพลาดพลั้งอ่อนแอจนต้องวิ่งกลับไปหาตรัยอีกครั้ง ทีนี้ก็ตกนรกทั้งเป็นเลยละ เพชรจะทำทุกวิถีทางที่จะกันน้องสาวคนเดียวของเขาให้ห่างจากต้นงิ้วที่ยืนต้นอยู่เบื้องหน้าให้จงได้

 

.. อาทรมองร่างสูงของบุตรชายคนเดียวที่นั่งคุกเข่าอยู่หน้าธาตุบรรจุกระดูกของมารดานานหลายนาทีด้วยสายตาห่วงใย วันนี้เป็นวันครบแปดปีของการเสียชีวิตของภรรยาของเขา มีการทำบุญเลี้ยงพระที่คฤหาสน์บุณฤทธิ์ จากนั้นเขากับบุตรชายก็พากันไปที่วัด เพื่อนำดอกลิลลี่ ดอกไม้ที่คุณนรีโปรดปรานมาวางไว้หน้าธาตุเหมือนเช่นทุกครั้งที่มา

เขารู้ดีว่าถึงบุตรชายจะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากลึกลงในใจยังรู้สึกผิดกับการจากไปของมารดาที่เสียชีวิตเพราะทานยานอนหลับเกินขนาด เหตุเพราะมีอาการป่วยจากโรคซึมเศร้าเรื้อรัง นั่นคือเหตุผลที่ใครต่อใครเข้าใจ หากไม่มีใครรู้ว่าอาการป่วยนั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใด

ภันต์ กลับเถอะลูก ฝนทำท่าจะตกแล้ว.. อาทรร้องบอกลูกชายเมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าเห็นเมฆดำเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ผสมกับสายลมพัดผ่านค่อนข้างแรง

ครับพ่อ...” ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ซับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าคมเข้ม

แม่ครับ...แล้วผมจะมาเยี่ยมแม่ใหม่ ผมขอโทษนะครับแม่
ชายหนุ่มรำพึงในใจ ก้มลงไหว้กับฐานธาตุก่อนเดินไปหาบิดาซึ่งตบบ่าเขาเบาๆ อย่างปลอบโยน แล้วทั้งสองก็พากันเดินออกจากบริเวณนั้น

พ่อไปทำงานนะผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ

ครับ เดี๋ยวผมก็จะกลับโรงแรมเหมือนกัน

งั้น...ไว้ค่อยเจอกันนะลูก

ชายหนุ่มยกมือไหว้บิดา มองกระทั่งรถเคลื่อนออกจากบริเวณวัดจึงเดินไปยังรถที่ลูกน้องของเขาเปิดประตูรออยู่

 

หลังเคลื่อนเข้ามาจอดในลานกว้างของบริษัท กำลังจะก้าวขาเข้าไปในตึก หญิงสาวก็ได้ยินเสียงทักทายทุ้มนุ่มของใครบางคนที่ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวด้วยความอาวรณ์

พลอยมาแต่เช้าเลยนะ

หญิงสาวชะงัก พยายามปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้ม บังคับจิตใจให้เป็นปกติ ก่อนค่อยๆ หันไปมองร่างสูงที่อยู่เบื้องหลัง ส่งยิ้มอย่างมีไมตรีจิต

สวัสดีค่ะคุณตรัย มาเช้าเหมือนกันนะคะ

พลอย...ไม่ต้องเรียกพี่แบบนั้นหรอกน้ำเสียงและสีหน้าชายหนุ่มดูไม่สบายใจนัก

ได้ยังไงคะคุณตรัย คุณเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายการเงิน และเป็นถึงสามีของหัวหน้าแผนกดิฉัน คงจะต้องให้เกียรติกันมากหน่อยล่ะค่ะแม้ใบหน้าพลอยจะแต้มยิ้มละไม แต่ดวงโตกว้างของเธอมีแววขุ่นเขียว ดูเหมือนขอบตาจะเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำ ก่อนที่มันจะร่วงพรูลงมาประจานความอ่อนแอ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินไปจากตรงนั้นทันที ปล่อยให้ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มยืนมองอย่างเศร้าหมอง กระทั่งร่างของเธอหายลับเข้าไปในตึก

พลอยเดินเข้ามาหยุดที่โต๊ะทำงานในแผนกประชาสัมพันธ์ซึ่งดูเหมือนเธอจะเป็นคนแรกที่มาถึงห้องทำงาน หญิงสาวรีบเดินไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการระงับอารมณ์เจ็บปวดเศร้าหมองที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว จนสามารถเก็บกักน้ำตาไว้ไม่ให้มันรินไหลออกมาเป็นจุดสนใจของเพื่อนร่วมงานอย่างแน่นอนจึงเดินออกมาจากห้องน้ำ ตรงไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง

หญิงสาวนั่งเขียนข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปิดตัวอัลบั้มชุดใหม่ของอัทธ์ที่เธอเป็นคนดูแลอยู่ ไม่นานเพื่อนร่วมงานในแผนกก็ทยอยกันเข้ามาในห้อง ส่งเสียงทักทายเจื้อยแจ้ว

มาแต่เช้าเลยนะพลอยปิ่นแก้ว...เพื่อนร่วมงานที่พลอยสนิทด้วยมากที่สุดทักทายอย่างเย้าหยอก

ไฟแรงจ้าพลอยตอบอย่างคนที่พยายามร่าเริง

พลอย ถามจริง เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ รู้สึกเหมือนตาจะแดงๆ นะปิ่นแก้วถามพลางมองพลอยอย่างสงสัย

อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอก เมื่อคืนดูซีรีส์เกาหลีเรื่องหนึ่ง เศร้ามาก พระเอกตายตอนจบ พลอยอินไปหน่อย คิดว่าตัวเองเป็นนางเอก ก็เลยร้องไห้ออกมาซะงั้น

เรื่องไรเหรอ...” ถามอย่างสนใจ

พลอยบอกซีรีส์เกาหลีเรื่องที่นีรดาเคยเล่าให้ฟังว่าพระเอกหล่อโคตรๆ และเล่นดีสุดๆ ให้ปิ่นแก้วรับรู้

เออ...วันหลังจะหามาดูบ้างแล้ว ตอนนี้ทำงานก่อนดีกว่า เดี๋ยวพี่ภาเม้งเอาปิ่นแก้วบ่นถึงภานี...หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ซึ่งตอนนี้ยังไม่เข้ามาในห้องทำงาน จากนั้นหญิงสาวจึงหันไปสนใจงานของตัวเอง เพียงครู่เดียวเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็เข้ามาพูดคุยเรื่องงานเปิดตัวอัลบั้มชุดที่สองของอัทธ์ในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้ากับพลอย ทำงานกระทั่งใกล้เที่ยง หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ก็โผล่หน้าเข้ามาในห้อง

ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงต้อนรับคุณชญานันท์ที่ร้าน...นะจ๊ะ ไปให้ตรงเวลาด้วยล่ะหัวหน้าแผนกบอกสวนอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากบริษัท จากนั้นรีบเข้าไปคุยเรื่องงานกับผู้จัดการแผนกคนใหม่ในห้องทำงานส่วนตัวของอีกฝ่าย

ลาภปากแล้วสิ...” ปิ่นแก้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างยินดี เรื่องกินฟรีแบบนี้เป็นเรื่องที่เธอชอบอยู่แล้ว เพื่อนร่วมงานคนอื่นก็เช่นกัน ยกเว้นพลอยเท่านั้นที่ทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เธอไม่อยากเห็นหน้าผู้จัดการแผนกคนใหม่เลยสักนิด ค่ำคืนนี้ผู้หญิงที่แสนเพอร์เฟ็กต์คนนั้นคงควงสามีไปด้วย พลอยจะทนดูทั้งสองนั่งเคียงคู่กันได้อย่างไรโดยไม่ให้คนอื่นล่วงรู้ความเจ็บปวด ใช่...เธออาจจะตบตาคนอื่นหรือเพื่อนร่วมงานได้ แต่คงไม่มีทางตบตาตรัยได้อยู่แล้ว เขารู้จักพลอยทุกอารมณ์ เพียงแค่สบตาเธอเท่านั้น!

ทั้งวันหญิงสาวจึงนั่งทำงานอย่างเหม่อลอย แต่ยังสามารถทำงานที่ค้างอยู่จนเสร็จก่อนนำไปวางไว้ที่โต๊ะของภานี เพื่อให้หัวหน้าแผนกตรวจทานดูว่าใช้ได้หรือยัง พอถึงเวลาเลิกงาน เพื่อนๆ พากันลุกออกจากห้องทำงานอย่างกระตือรือร้น พลอยลุกเดินออกจากห้องอย่างเชื่องช้าที่สุด เธอไปถึงสถานที่นัดหมายเป็นคนสุดท้าย


::::::::::::::::::::


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น