เ ป ล ว เ ที ย น ก ล า ง ส า ย ล ม

ตอนที่ 24 : ชิงตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ธ.ค. 63

 

                       ชิงตัว

 

 

 

 

 

บ้านสวนนนทบุรีของเตชิดมีเนื้อที่กว้างขวาง ห่างจากบ้านหลังอื่นค่อนข้างมาก ด้วยรั้วรอบขอบกั้นเป็นกำแพงสูงเหมือนต้องการจะอยู่ให้ห่างจากสายตาของคนภายนอก เพื่อซุกซ่อนความเลวร้ายต่างๆ ไว้อย่างมิดชิด ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ในอาภรณ์สีดำพร้อมหมวกคลุมหน้าสีเดียวกับชุด สอดส่ายสายตาไปยังประตูรั้วใหญ่ซึ่งมีรปภ.ยืนเฝ้าอยู่เพียงสองคน

ใครคนหนึ่งต้องแอบปีนกำแพงเข้าไป จากนั้นค่อยจัดการ
กับรปภ. สองคนนั่น หรือไม่เราก็แอบปีนกำแพงเข้าไปทั้งหมด แต่อาจจะเสี่ยง เพราะบนกำแพงบ้านปักด้วยเหล็กแหลมทั้งนั้นเลย ถ้าเดาไม่ผิด
รอบๆ บ้านคงจะมีคนของมันเฝ้าเวรยามอยู่ด้วยคมกระซิบให้พอได้ยิน

แต่มันให้คนเฝ้าเวรยามเฉพาะวันที่เล่นการพนันเท่านั้นหรอก
มั้งใครคนหนึ่งออกความเห็น

เอางี้แล้วกัน ปีนกำแพงขึ้นไปก่อนสองคน กำแพงแค่นี้พวกแกคงไม่โง่เอาชีวิตไปทิ้งไว้หรอกนะ เพราะนั่นมันแค่ป้องกันโจรกระจอกเท่านั้น พวกแกไม่ใช่โจรกระจอกนี่นภันต์เอ่ยตัดบทสนทนาของลูกน้องที่ขนกันมาถึงแปดคน กับอีกสองคนยังรออยู่ในรถที่แอบจอดไว้ข้างทาง ไม่ไกลจากบ้านสวนของเตชิด

ลูกน้องทั้งหมดของชายหนุ่มล้วนเป็นอดีตนายตำรวจและทหาร ผ่านการฝึกฝนเรื่องการต่อสู้และการใช้อาวุธมาเป็นอย่างดี รวมทั้งการจู่โจมเป้าหมายรูปแบบต่างๆ มันคงไม่ยากที่จะบุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

ครับนาย...เดี๋ยวผมกับไอ้พลจะปีนกำแพงเข้าไปก่อนคมบอกเจ้านายหนุ่มที่ใจร้อนจะเข้าไปช่วยแฟนสาวเต็มที เขากับพลค่อยๆ ย่องไปใกล้กำแพงบ้าน โยนเชือกที่เตรียมมาผูกเป็นห่วงคล้องกับเหล็กแหลม กระตุกเชือกให้แน่ใจว่าไม่หลุด จากนั้นจึงปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว พอถึงจุดที่มีเหล็กแหลมปักอยู่ทั้งสองค่อยๆ ปีนข้ามอย่างระมัดระวัง กระทั่งพาตัวเองก้าวข้ามไปยังพื้นเบื้องล่างได้อย่างปลอดภัย และเพียงไม่กี่นาทีคมก็โผล่หน้าจากประตูเล็ก กวักมือเรียกทุกคนให้เข้าไปในบริเวณบ้าน

นภันต์เหลือบไปเห็นรปภ.สองนายนั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะประจำตำแหน่งของตนคล้ายคนหลับใหล คาดว่าคงโดนทุบท้ายทอยหรือไม่ก็โดนยาสลบที่ลูกน้องเขาตระเตรียมมา ไม่ว่ามันจะโดนอะไร แต่ดูท่าทางคาดว่าจะฟื้นขึ้นมาอีกทีน่าจะหลายชั่วโมงหรือไม่ก็ฟ้าสาง

บริเวณบ้านอันกว้างขวางร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ นภันต์กับลูกน้องสามารถหลบซ่อนตัวได้เป็นอย่างดี เตชิดคงย่ามใจว่าเขาคงไม่บุกมาถึงที่ที่ใช้มั่วสุมเล่นการพนันของมัน ค่ำคืนนี้ไม่ใช่วันเล่นด้วย จึงวางคนเฝ้ายามรอบๆ บ้านค่อนข้างบางตา ลูกน้องที่เก่งกาจของชายหนุ่มจึงจัดการได้ในเวลาไม่กี่นาที

บุกเข้าไปในบ้านหลังใหญ่เลยไหมครับเจ้านายคมกระซิบถามอยู่ใต้ซุ้มไม้หนาทึบ บริเวณบ้านสวนของเตชิดนอกจากบ้านหลังใหญ่ที่มีคนเฝ้าอยู่โดยรอบแล้วยังมีบ้านหลังเล็กปลูกกระจายอยู่สี่หลัง คงเป็นที่พักของคนดูแลบ้านและบรรดาลูกน้องของเตชิด

บอกไว้ก่อนนะหากไม่จำเป็นอย่าใช้ปืนเด็ดขาด!” ชายหนุ่มเกรงว่าจะทำให้คนที่หลับใหลอยู่ตื่นขึ้นมารุมเล่นงานพวกเขา แม้จะเก่งเรื่องการต่อสู้แค่ไหน จำนวนคนที่น้อยกว่าย่อมเสียเปรียบ ที่สำคัญเขาไม่อยากใช้ปืน หากมีชาวบ้านได้ยินแล้วแจ้งตำรวจมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ พลอยก็คงไม่พ้นเป็นข่าวฉาวอีกรอบ และเขาไม่แน่ใจว่าไอ้เตชิดข่มเหงพลอยหรือเปล่า นภันต์ได้แต่ภาวนาอย่าให้มันเกิดขึ้นเลย

ครับ...แต่นายรออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ รอให้พวกผมจัดการพวกมันก่อนแล้วนายค่อยเข้าไปลูกน้องคนสนิทหันมาบอกนภันต์ ก่อนส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานบุกเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ทันที

ทุกคนค่อยๆ ย่องเข้าไปทางเบื้องหลังคนเฝ้ายามที่ไม่ได้มีทีท่าระมัดระวังตัวอะไรเลยสักนิด คงไม่คิดว่าจะมีใครบุกเข้ามา บางคนเมามายเสียด้วยซ้ำ บ้างกำลังสัปหงกอยู่บนเก้าอี้ ลูกน้องของนภันต์จึงจัดการได้ในเวลาไม่นาน ยกเว้นคนหนึ่งที่คมกำลังเล่นงานอยู่ ทำท่าจะดึงปืนออกมายิงใส่ มืออันว่องไวของนภันต์จึงรีบชักมีดสั้นออกมาจากแจ็กเก็ต เหวี่ยงออกไปปักที่กลางหลังมันอย่างแม่นยำ มีผลให้ร่างเจ้าคนโชคร้ายค่อยๆ ร่วงลงกองกับพื้น

ทั้งหมดค่อยๆ ก้าวเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง สมุนของเตชิดอีกสามคนนั่งกันอยู่ในห้องโถง ลูกน้องของชายหนุ่มก็จัดการได้ไม่ยากเย็น แต่แล้วเหตุผิดพลาดก็เกิดขึ้นเมื่อลูกน้องของเตชิดคนหนึ่งเกิดไหวตัวทัน คว้าโคมไฟเหวี่ยงใส่ลูกน้องคนหนึ่งของนภันต์จนเกิดเสียงดัง ทำให้ใครคนหนึ่งที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเปิดประตูห้องออกมาอย่างหงุดหงิด

พวกแกทำบ้าอะไรกัน ทำไมเสียงโครมครามจังวะ!” พลันดวงตาคนพูดก็เบิกโพลงเมื่อเห็นลูกน้องทั้งสามของเขาทรุดหมอบหมดสภาพอยู่กับพื้น นภันต์กับลูกน้องกลุ่มใหญ่กำลังส่งสายตาอาฆาตมายังเขา ชายหนุ่มขยับตัว แต่ไม่ทันที่จะถลาเข้าไปในห้อง มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งปักมาที่ไหล่เขาเข้าอย่างแม่นยำ ชายหนุ่มร้องดังลั่นบ้าน พยายามตะเกียกตะกายจะเข้าไปในห้องอีกครั้ง เท้าหนักๆ ของใครคนหนึ่งก็เหวี่ยงเข้ามากลางลำตัว เตชิดตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจุกเสียด บวกกับอาการเจ็บแผลที่ไหล่ทำให้หน้าของเขาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่กระนั้นเตชิดยังสามารถเงยหน้าขึ้นมองคนที่ทำร้ายเขา ใบหน้าชายหนุ่มซีดเผือดไร้สีเลือดเมื่อสบเข้ากับดวงตาลุกวาวดั่งลูกไฟของคู่อริ

มึงอยากตายนักใช่ไหม!” นภันต์ประเคนเท้าใส่ร่างของเตชิดอย่างไม่ยั้ง จนร่างอีกฝ่ายแน่นิ่ง มีเลือดไหลออกมาจากปากและจมูกไม่หยุด แต่ยังไม่สาแก่ใจชายหนุ่ม เขาคว้าปืนพกออกมาจากขอบกางเกง ทว่ายังไม่ทันจะได้ลั่นไก เสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

พี่ภันต์อย่าค่ะ!”

ชายหนุ่มหันขวับไปทางเบื้องหลัง หญิงสาวที่เขาตามหาอยู่ในชุดเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ท่าทางอิดโรย ใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำมองตรงมายังชายหนุ่มอย่างวิงวอน

พลอย...” ชายหนุ่มข้ามร่างสลบไสลของเตชิดเข้าไปคว้าร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนทันก่อนร่างเธอจะทรุดลงกับพื้น

พี่ภันต์...พลอยดีใจที่พี่มาพูดจบประโยคหญิงสาวก็แน่นิ่งในอ้อมแขนของเขา

พลอย...พลอยอย่าเป็นอะไรนะ!” นภันต์ร้องขึ้นอย่างเสียขวัญ เขาถอดแจ็กเก็ตคลุมร่างหญิงสาวแล้วรีบพาเธอตรงดิ่งออกไปจากตัวบ้าน โดยมีลูกน้องเดินนำหน้า พร้อมเดินล้อมชายหนุ่มไว้ด้วยความ
ระแวดระวัง ผ่านออกประตูบ้านสวนของเตชิด ตรงไปยังรถตู้ที่จอดซุ่มอยู่ข้างทาง

คม โทร. หาหมออินทร์ให้ไปที่คอนโดด่วนที่สุด!”

ครับนาย

 

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นภันต์ต้องมาถอดเสื้อผ้าของพลอย เช็ดตัวให้เธอเพื่อลดอาการไข้ขึ้นสูงเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำทั้งเนื้อตัว รวมทั้งใบหน้า หมออินทร์...นายแพทย์ที่ดูแลครอบครัวของเขามานานเดินทางมาถึง นภันต์จึงยอมถอยห่างออกจากหญิงสาว หมออินทร์บอกว่าอาการของพลอยไม่มีอะไรน่าวิตก เพียงให้ชายหนุ่มดูแลป้อนยาลดไข้กับยาแก้อักเสบให้ตรงเวลา และต้องเช็ดตัวเพื่อลดอาการไข้ให้หญิงสาวบ่อยๆ ชายหนุ่มจึงโล่งใจได้บ้าง

นภันต์รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พลอยบาดเจ็บ นอกจากทางร่างกายอย่างที่เขาเห็นก็ไม่รู้ว่าเธอถูกไอ้เตชิดข่มเหงจิตใจหรือเปล่า ได้แต่ภาวนาว่าสิ่งเลวร้ายจะไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจ ชายหนุ่มกลัวความรู้สึกของเธอมากกว่า สำหรับนภันต์ ไม่ว่าพลอยจะเป็นอย่างไรเขาก็ยังรัก และอยากแต่งงานกับเธอเช่นเดิม

พี่ภันต์...ช่วยพลอยด้วยเสียงครางพร้อมกับมือที่พยายามไขว่คว้าหาใครสักคนปลุกชายหนุ่มจากภวังค์ เขากุมมือเธอไว้ บีบเบาๆ เพื่อให้เจ้าของร่างรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว

พี่อยู่ที่นี่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ พลอยปลอดภัยแล้วชายหนุ่มกระซิบข้างหูเธอ

พี่ภันต์...พลอยเจ็บ พลอยหนาวเธอส่ายหน้าไปมาอย่างหวาดหวั่น น้ำตารินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว นภันต์รู้สึกโกรธแค้นคนที่ทำร้ายเธอขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าตอนนั้นหากพลอยไม่ห้ามไว้ เขาจะยิงมัน ฝากรอยแผลลึกให้จดจำไปจนวันตาย!

ชายหนุ่มปัดปอยผมคนป่วยออกจากดวงหน้า เกลี่ยซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนหลับซะนะคนดีของพี่นภันต์ขยับตัวเอนร่างลงนอนเคียงข้าง โอบร่างบางไว้ในอ้อมแขนเพื่อคลายความหนาวเหน็บของอีกฝ่าย กระทั่งร่างบางนิ่งสงบชายหนุ่มจึงยอมหลับตาลงบ้าง สะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อนาฬิกาหัวเตียงส่งเสียงดังลั่นปลุกให้เขาป้อนยาหญิงสาว ตอนนี้เป็นเวลาค่อนรุ่ง นภันต์ลุกจากเตียงเตรียมน้ำดื่มและยา ค่อยๆ ช้อนศีรษะเธอ กระซิบข้างหูให้รู้สึกตัว

พลอย...ตื่นทานยาก่อนนะ

พี่ภันต์...” พลอยปรือตาขึ้น ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ก่อนป้อนยาลดไข้และยาแก้อักเสบให้หญิงสาว

หลับซะนภันต์เอื้อมมือลูบแก้มซีดเซียวที่เห็นรอยช้ำชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะมุมปาก พลอยจับมือชายหนุ่มไว้ ยิ้มน้อยๆ ให้เขาก่อนหลับไปในเวลาไม่นาน

นภันต์ยังคงนั่งอยู่ข้างเตียง รู้สึกอิ่มใจกับรอยยิ้มของพลอย ตั้งแต่รู้จักกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ มันช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่กดทับในใจของเขาให้จางลง แต่ความโกรธแค้นต่อคนที่กระทำต่อเธอยังคงระอุอยู่ ชายหนุ่มสาบานไว้เลยว่าหากมันคิดทำร้ายคนที่เขารักอีก เขาจะไม่มีวันปล่อยให้มันมีโอกาสได้หายใจอีกต่อไปนภันต์ขึ้นไปเอนร่างบนเตียงเคียงข้างพลอยอีกครั้ง ขยับไปชิดร่างเธอ โอบกอดไว้อย่างหวงแหน หลับใหลไปอีกครั้งพร้อมกับภาพรอยยิ้มของหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอด

 

นางเอกสาวพยายามเปิดตาที่หนักอึ้งขึ้น ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังอยู่ข้างๆ หู ลืมตาได้เต็มที่ถึงรู้ว่าตัวเองนั่งอยู่ในรถด้านข้างคนขับ เธอหันขวับไปยังด้านข้างเพื่อมองหน้าคนที่กำลังทุบกระจกรถอยู่ จดจำได้ว่าคือหญิงสาวคนหนึ่งที่พักอยู่ข้างห้องพักของเธอนั่นเอง ครั้นพอกำลังจะเอ่ยปากทักทายผ่านกระจกไป

กรี๊ดดด!” เพื่อนข้างห้องคนนั้นถอยกรูดออกไปจากรถเธอทันที นางเอกสาวอ้าปากค้าง ทำหน้ายุ่งอย่างไม่เข้าใจปฏิกิริยาของอีกฝ่าย หญิงสาวจึงกวาดตามองสำรวจบริเวณที่รถจอดอยู่ ถึงรู้ว่าเป็นริมถนนไม่ไกลจากคอนโดมิเนียมของเธอเท่าไร ค่อยๆ ลำดับความคิด ตั้งแต่ที่ถูกลูกน้องทั้งสองคนของนภันต์เข้าไปหาเธอในห้อง ทำท่าจะลวนลาม พอเธอจะกรีดร้องก็ถูกผ้าปิดครึ่งปากครึ่งจมูก จากนั้นเธอจำอะไรไม่ได้ กระทั่งตื่นขึ้นมาในรถของตัวเองอย่างในตอนนี้

เพื่อนข้างห้องคงบังเอิญมาเห็นรถของเธอแล้วจดจำได้ คงเกิดความสงสัยว่าเธอมาจอดรถนอนอยู่ตรงนี้ทำไม จึงมาเคาะกระจกเรียก แต่แล้วเพื่อนข้างห้องก็กลับวิ่งหนีไปเสียราวกับตกใจกลัวอะไรบางอย่าง ...ท่าจะบ้าแน่ๆ หน้าตาเธอมีอะไรให้ตกใจล่ะ สวยระดับนางเอกขนาดนี้

น้ำฝนครุ่นคิดอย่างหงุดหงิดก่อนขยับตัวไปนั่งเก้าอี้คนขับ สตาร์ทเครื่อง ส่องกระจกเพื่อดูถนนเบื้องหลัง ทันใดหญิงสาวก็ต้องร้องกรี๊ดอย่างเสียขวัญ ดวงตาโตเบิ่งกว้างอย่างคนช็อกสุดขีด ปากที่เพิ่งเปล่งเสียงออกมาสั่นแผ่ว เพราะใบหน้าของเธอบัดนี้อาบไปด้วยสีแดงสด

หน้าฉันมีแต่เลือด เป็นไปไม่ได้!” หญิงสาวได้แต่กรีดร้องออกมาไม่ต่างจากคนคลุ้มคลั่งเพราะใบหน้าอันสวยงามของตนถูกกรีดจนมีเลือดไหลอาบหน้า น้ำฝนร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจ นานเท่าไรไม่รู้ จนรู้สึกว่าเลือดที่อยู่บนใบหน้าเริ่มไหลหยดลงมาโดนแขน
น้ำฝนใช้มือปาดป้าย ทันใดก็นิ่งงันเหมือนฉุกคิดได้ว่าทำไมเธอถึงไม่รู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผลเลยสักนิด

ความสงสัยทำให้นางเอกสาวรีบคว้ากระดาษทิชชู่มาเช็ดเลือดออกจากใบหน้าจนหมด เห็นชัดเจนว่าใบหน้าของเธอไม่ได้มีบาดแผลอะไร น้ำฝนดีใจจนน้ำตาร่วง ความรู้สึกไม่ต่างจากคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย

แล้วเลือดนี่มาจากไหนพึมพำอย่างงุนงงพลันสะดุ้งจนสุดตัวเมื่ออยู่ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือของเธอที่วางอยู่ข้างตัวก็ดังขึ้น หญิงสาวเอื้อมมืออันสั่นเทาไปรับ

ตื่นแล้วเหรอ...”

ใครน่ะ...” น้ำเสียงเธอยังสั่นเครือ

ผมนภันต์ไงล่ะน้ำฝน แค่อยากจะโทร. มาบอกย้ำคุณอีกทีว่าหากคุณคิดร้ายกับพลอยอีก เลือดที่อยู่บนหน้าคุณจะเป็นเลือดของคุณเอง ไม่ใช่เลือดไก่อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้!”

ฉัน...ฉัน...กลัวแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับคุณกับพลอยอีก
หญิงสาวบอกปากคอสั่นอย่างหวาดกลัว

จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”

สายถูกตัดไปแล้ว ทว่าน้ำฝนยังถือโทรศัพท์ค้างแนบหูอย่างคนเลื่อนลอย นานหลายนาทีกว่าจะตั้งสติได้ คว้าแว่นกันแดดอันโตมาสวมใส่ จากนั้นนางเอกสาวจึงค่อยๆ เคลื่อนรถออกไปยังถนนเบื้องหน้า


...................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #8 ondara (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 19:47
    ยังมีอีกคนนะ ยังไม่รู้สินะ
    #8
    0