หนึ่งใจเสน่หา

ตอนที่ 9 : ชีวิตที่มีแค่คุณคนเดียว 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    11 เม.ย. 62

ชีวิตที่มีแค่คุณคนเดียว

 

 

 

 

 

ผ่านไปเกือบสัปดาห์ที่ป้าสายใจจากไป เด็กสาวยังนั่งซึมอยู่ที่ชานเรือน ทำให้คนเป็นน้าสาวหันไปดุเสียงดัง

แกจะนั่งซึมอยู่แบบนั้นอีกนานไหมยายหนึ่ง ทำไมไม่ไปทำกับข้าว เดี๋ยวน้าเขยแกกลับมาโมโหหิวจะเดือดร้อนนะ!”

หนึ่งฤทัยจึงลุกเดินเข้าไปในครัว ใจก็กังวล เพราะน้าเขยไม่ใช่แค่เป็นคนโมโหหิว แต่เขาขี้เหล้าชอบอาละวาดเวลาเมา และมองเธอด้วยสายตาโลมเลีย จนรู้สึกกลัวและขยะแขยง ในใจก็ภาวนาให้กันตกรมารับเธอเร็วๆ

ในงานฌาปนกิจศพของป้าสายใจ กันตกรบอกว่าอีกสองสามวันจะมารับเธอกลับไปอยู่ด้วย เพราะเขามีธุระเรื่องงานที่กรุงเทพฯ ต้องรีบไปสะสาง แต่นี่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วกันตกรก็ยังไม่มารับ เมื่อวานเธอโทร. ไปหาเขา แต่โทรศัพท์มือถือของกันตกรไม่มีสัญญาณ งานยุ่งจนต้องปิดเครื่อง หรืออีกฝ่ายไม่อยากรับโทรศัพท์ของเธอก็ไม่อาจรู้ได้

 หนึ่งฤทัยจึงไม่กล้าโทร. รบกวนชายหนุ่ม เพราะตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจว่ากันตกรจะยังอยากให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านพักของเขาหรือไม่ แม้อีกฝ่ายจะเคยบอกว่าถึงไม่มีป้าสายใจ เธอก็ยังมีเขาอยู่

ความกลัวนั้นกลายเป็นความเครียด เมื่อจู่ๆ ก็คิดว่าอีกฝ่ายจะมีผู้หญิงคนใหม่หรือยัง เขาพาใครไปนอนที่บ้านพักหรือเปล่า

หิวโว้ย มีอะไรกินบ้าง!” เสียงย่ำเท้าหนักๆ ขึ้นบันไดมาพร้อมร้องถามด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้

นังหนึ่งมันกำลังทำกับข้าวอยู่

น้าสาวของเธอร้องบอก

ทำไมเพิ่งจะทำ ค่ำมืดป่านนี้แล้ว!”

ก็มันมัวแต่นั่งเหม่อลอย ไม่รู้คิดถึงผู้ชายที่ไหนหรือเปล่า

นิ่มนวลเห็นสายตาของหลานสาวที่ทอดมองผู้ชายที่เป็นเจ้านายของพี่สาว ก็รับรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคงไม่ใช่เจ้านายกับลูกจ้างเพียงอย่างเดียว

แต่ผู้ชายระดับนั้นคงไม่มาจริงจังกับเด็กกะโปโลที่ไม่มีอะไรเทียบเท่ากับเขา อย่างมากก็เป็นแค่นางบำเรอชั่วคราว

ตัวแค่นี้แรดแล้วเหรอคนพูดไม่พูดเปล่า แต่กลับเอื้อมมาบีบก้นเธอ หนึ่งฤทัยที่กำลังรื้อของสดในตู้เย็น หันไปหยิบทัพพีฟาดไปที่แขนของน้าเขยอย่างแรงทำให้เขาร้องเสียงดังลั่น ส่งผลให้น้าสาวที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ผุดลุกมาดู

พี่รงค์เป็นอะไร!”

อีเด็กนี่มันเอาทัพพีตีแขนพี่ ดูสิช้ำไปหมดแล้ว!” รงค์หันไปฟ้องภรรยาที่มองมาตาขุ่น

น้ารงค์มาบีบก้นหนึ่งก่อน!” หนึ่งฤทัยสวนทันควัน

อีเด็กเวร โกหก กูไม่ได้ทำแบบนั้นเสียหน่อย!” รงค์เถียงเสียงดัง เพราะไม่มีทางจะยอมรับเพื่อให้ภรรยาฟาดกะบาลเขาหรอก

จริงๆ น้านิ่ม น้ารงค์บีบก้นหนึ่งก่อนหนึ่งฤทัยยืนยันกับน้าสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตานั้นก็ดูซื่อตรงกับคำพูดของตนเอง

อีเด็กเนรคุณ อุตส่าห์ให้อยู่บ้านแล้วยังพยายามทำให้ผัวเมียเขาร้าวฉานกันอีก ไปเลย ออกจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ อย่ามาให้เห็นหน้าอีก!”

นิ่มนวลออกปากไล่หลานสาวทันที เพราะอยู่ไปก็รังแต่จะทำให้คนในบ้านอยู่กันไม่เป็นสุข โดยเฉพาะเธอ...ที่มีแต่ความหวาดระแวงว่าสามีจะยุ่งเกี่ยวกับหลานสาว ที่ทั้งสาวและสวยกว่าเธอเป็นไหนๆ

หนึ่งไม่ได้ทำจริงๆหนึ่งฤทัยบอกด้วยเสียงสั่นเครือ ถ้าน้าสาวไล่เธอออกจากบ้านตอนนี้ แล้วเธอจะให้ไปอยู่ที่ไหน ในเมื่อกันตกรก็ยังไม่มารับ

มึงออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ คนเนรคุณอยู่ไปก็เปลืองข้าวสุก!”

แล้วจะให้หนึ่งไปอยู่ไหนเธอถามน้ำตาเริ่มเอ่อเบ้าตา เงินที่กันตกรให้ไว้ก็ถูก
น้าเขยขโมยไปกินเหล้าหมดแล้ว

เรื่องของมึง ไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้!” ไม่พูดเปล่า แต่กระชากแขนเธอออกมาจากในครัว แล้วหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ชุดโยนใส่หน้า

หนึ่งฤทัยจึงไม่มีทางอื่นนอกจากก้มลงเก็บใส่กระเป๋าเป้ แล้วเดินลงจากเรือนพร้อมกับใบหน้าเปื้อนน้ำตา

เธอยืนคว้างอยู่หน้าบ้านเพราะไม่รู้จะไปที่ไหน เพราะตอนนี้ใกล้ทุ่มหนึ่งแล้ว เรือรับจ้างที่ออกจากท่าเพื่อไปยังเกาะดาวล้อมก็หมดแล้ว

ไปไกลๆ เลย จะไปแรดกับใครที่ไหนก็ตามสบาย อย่ามาให้เห็นหน้าอีก!”

เสียงของน้าสาวตะโกนมาจากบนบ้าน ทำให้เท้าเล็กๆ ก้าวออกจากบริเวณบ้าน เดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย กระทั่งมือของใครคนหนึ่งแตะลงที่บ่าพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เรียกชื่อเธอ

หนึ่ง...”

หนึ่งฤทัยหันขวับมาทันที ครั้นเห็นใบหน้าคมหล่อ เธอก็ยิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้าไปกอดเขาไว้แน่นพร้อมสะอื้นจนตัวโยน

หนึ่งคิดว่าคุณจะไม่มารับหนึ่งแล้วเธอบอกเสียงปนสะอื้น

ฉันมาแล้ว ขอโทษด้วยที่มารับช้า พอดีที่กรุงเทพฯ มีงานให้เคลียร์เยอะ แถมฉันยังทำโทรศัพท์หายอีก

น้านิ่มเขาไล่หนึ่งออกจากบ้าน เพราะหนึ่งเอาทัพพีตีแขนน้ารงค์
เธอบอกกึ่งฟ้อง

แล้วเธอไปตีเขาทำไม

เขาบีบก้นหนึ่ง

ไอ้เวรนี่!” กันตกรดันร่างหนึ่งฤทัยออกจากอ้อมกอด แล้วหมุนตัวเดินกลับไปยังบ้านของน้าสาวเธอ

หนึ่งฤทัยวิ่งไปจับแขนเขาไว้

คุณกันต์จะไปไหน

ฉันจะไปตัดมือไอ้น้าเขยของเธอน่ะสิ ถามได้!”

อย่าไปทำเขาเลยนะคะ ถ้าคุณไปทำร้ายเขา เขาก็แจ้งความ เอาตำรวจมาจับคุณ

ใครสนล่ะ!”

แต่หนึ่งไม่อยากให้คุณโดนตำรวจจับ นะคะกลับบ้านกัน หนึ่งไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วน้ำเสียงอ้อนวอนเจือเสียงสะอื้นนั้นทำให้กันตกรชะงัก

ไว้วันหลัง ฉันจะสั่งสอนมันก็ได้ เรื่องอะไรมาจับของของฉัน!” ชายหนุ่มบ่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กๆ นั้นออกไปยังรถที่จอดอยู่ริมถนน แล้วตรงไปยังท่าเรือที่คนของเขากำลังรออยู่

ใช้เวลาเพียงสามสิบนาทีบนเรือสปีดโบ๊ทก็มาถึงเกาะดาวล้อมในเวลาทุ่มครึ่ง กันตกรพาเธอเข้าไปกินข้าวในร้านอาหารของรีสอร์ต ที่มีแขกค่อนข้างน้อย เพราะอยู่ในช่วงฤดูฝน

กินเยอะๆ นะ เธอผอมลงรู้ไหมกันตกรพูดขณะตักอาหารใส่จานให้เธอ

ขอบคุณค่ะหนึ่งฤทัยเอ่ยพร้อมยกมือไหว้และน้ำตาซึม เพราะซาบซึ้งกับความห่วงใยของเขา ตอนนี้ชีวิตเธอเหลือเพียงกันตกรคนเดียวจริงๆ หากวันนี้เขาไม่ไปรับ เธอคงไม่มีที่ซุกหัวนอน

อย่าร้องไห้ตอนนี้นะ เดี๋ยวคนอื่นๆ จะคิดว่าฉันรังแกเด็กชายหนุ่มบอกเสียงเบาเมื่อเห็นเธอมองเขาอย่างซาบซึ้งใจพร้อมกับทำตาแดงๆ

ค่ะเธอยิ้มรับกับคำพูดเขาพร้อมกับกลั้นน้ำตาไว้ แล้วกินอาหารที่เขาขยันตักให้จนหมดจาน ตามด้วยขนมหวานและผลไม้

จากนั้นเขาก็พาเดินชมรอบๆ รีสอร์ตเหมือนเป็นการย่อยอาหารไปในตัว และมันทำให้หนึ่งฤทัยเพลิดเพลินได้ เพราะที่นี่สวยงามและกว้างขวางสมกับเป็นรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะดาวล้อม

บ้านพักมีทั้งเรือนหลังใหญ่ที่อยู่เป็นครอบครัว และหลังเล็กสำหรับสองคนพัก กระจายตัวอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก เพื่อความเป็นส่วนตัวของแขกที่มาพัก บริการอื่นๆ ก็ครบครัน ทั้งสปอร์ตคลับ ร้านอาหารและผับริมหาด รวมทั้งมีบริการพาแขกไปดำน้ำชมปะการัง

รู้ไหม พ่อของฉันสร้างรีสอร์ตเป็นคนแรกบนเกาะดาวล้อม

ท่านคงรักที่นี่มาก

ก็มากที่สุดรวมทั้งคุณแม่ด้วย แต่น่าเสียดายที่ท่านทั้งสองจากไปเร็วเหลือเกินบิดามารดาของเขาเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถขณะไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด

หนึ่งเสียใจด้วยนะคะเพราะเธอก็เพิ่งสูญเสียทั้งพ่อแม่และ
ป้าสายใจ รับรู้ความทุกข์เศร้าจากการพลัดพรากจากคนที่รักได้เป็นอย่างดี

ไม่เป็นไรหรอก เพราะอย่างน้อยฉันก็ยังมีน้องสาวคนเดียวกับครอบครัวคุณอาเหลืออยู่

พิชัย...อาของเขานั้นแต่งงานนานแล้ว ทว่ายังไม่มีลูก จึงรับ
หลานสาวของภรรยามาเป็นบุตรบุญธรรม

ค่ะ ดีกว่าหนึ่งมากหนึ่งฤทัยพึมพำเสียงเศร้า เพราะตอนนี้เธอเหลือตัวคนเดียวไม่ได้มีทรัพย์สมบัติใดๆ เลยสักชิ้น นอกจากหัวใจกับร่างกายที่ได้มอบให้เขาไปจนหมดสิ้น

พอแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรที่จะบั่นทอนจิตใจ ยังไงฉันจะดูแลเธออย่างดี เธอต้องมีชีวิตที่ดีกว่าที่เคยเป็นมารู้ไหม

แค่มีคุณก็ดีสุดๆ แล้วค่ะ หนึ่งไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้หนึ่งฤทัย
บอกจากใจจริง

กันตกรไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ แต่เอื้อมมากุมมือเธอไว้ก่อนจะพาเดินกลับไปยังบ้านพักส่วนตัวของเขา

อย่าเพิ่งกลับไปห้องของเธอเขาบอกเมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน

ทำไมล่ะคะ หนึ่งว่าจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

เดี๋ยวกลับเข้าห้องตัวเองก็จะร้องไห้อีกสิ เพราะในห้องพักไม่มีป้าสายใจ เหลือแต่ข้าวของ เธอก็จะคิดถึงป้าสายใจน่ะสิ

ก็จริงค่ะ

ไปอาบน้ำที่ห้องฉันกันตกรบอกพลางดึงข้อมือเธอตรงไปยังห้องนอนของเขาทันที

แต่ยังไงหนึ่งก็ต้องไปหยิบเสื้อผ้าในห้องนะคะเด็กสาวแย้งขณะเขาดันร่างเธอเข้าไปในห้องน้ำ

จะใส่ทำไม เพราะยังไงก็ต้องถอดอยู่ดีชายหนุ่มบอกแค่นั้นไม่รอให้เธอโต้แย้งใดๆ เพราะเขาเริ่มลงมือถอดเสื้อผ้าของเด็กสาวโยนลงตะกร้ารวมทั้งของเขาด้วย


::::::::::::::::::


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

149 ความคิดเห็น