ริมทะเลรัก

ตอนที่ 9 : ในความผูกพัน (อัปเพิ่ม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59

ในความผูกพัน

 



ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากอย่างพึงใจ เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของเด็กสาว ที่เขาจดจำได้ดีว่าเป็นคนเดียวกันกับที่นั่งร้องไห้ในสวนสาธารณะในวันนั้น กำลังนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงครวญเพลงรักเศร้าคลอเสียงกีตาร์จากชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่ง น้ำเสียงเธอชวนให้คนฟังน้ำตาซึม เขาคิดว่าเดาไม่ผิดว่าเธอร้องเพลงไปพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย

...ท่าจะยังไม่หายจากอาการอกหักแน่ๆ

"น้องมานี่หน่อย" เขาเรียกเด็กเสิร์ฟในร้านที่กำลังเดินผ่านโต๊ะของเขา

"รับอะไรครับ"

"อยากได้เบียร์เพิ่มอีกสักขวด และก็อยากรู้ว่าคนที่ร้องเพลงอยู่นั่นคือใครเหรอครับ" เขาบุ้ยใบ้ไปทางเวที

"ได้ครับคือคนที่ร้องเพลงอยู่ชื่อ น้องจูนครับ เป็นน้องสาวเจ้าของร้าน"

"ผมอยากคุยกับเธอน่ะ"

"อ๋อ น้องจูนไม่คุยกับแขกหรอกนะครับคุณ"

"คือผมมีธุระอยากคุยกับเธอน่ะครับ"

"งั้นผมว่าคุณคุยกับพี่ชายของน้องจูนดีกว่านะครับ"

"งั้นก็ได้" ชายหนุ่มคิดว่าดีกว่าไม่ได้คุยกับใคร เขาสนใจในตัวเด็กสาวคนนั้น นอกจากเธอจะสวยถูกใจ แล้วยังมีอะไรบางอย่างที่เรียกว่า แสงสว่างในตัวเอง เหมาะที่จะเป็นดาวประดับวงการบันเทิง

เสียงเพลงของเด็กสาวจบลงแล้ว เธอเดินเข้าไปหลังร้าน และชายหนุ่มคนที่เล่นกีตาร์ก็ครวญเพลงรักจังหวะสนุกต่อ

"สวัสดีครับ ผมเจเป็นพี่ชายจูน" เสียงห้าวทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มหันมาทางด้านข้างของตัวเอง เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังมองตรงมายังเขา

"สวัสดีครับ ผมตรีครับ นี่นามบัตรของผมนะครับ" ชายหนุ่มรีบดึงนามบัตรจากกระเป๋าเงินยื่นให้เจอย่างกระตือรือร้น เจดูนามบัตรอย่างตั้งใจ เห็นชื่อ นามสกุลและตำแหน่งในหน้าที่การงานของเขาแล้ว ก็หันกลับไปมองหน้าเจ้าของนามบัตรอย่างงุนงง

"คุณต้องการอะไรล่ะครับ"

"เชิญนั่งก่อนดีกว่าครับ"

เจนั่งลงเก้าอี้ข้างตัวของเขา

"คือผมสนใจนางสาวของคุณ อยากให้เธอเป็นนักแสดงในสังกัดของดีอาร์เอนเตอร์เทนเม้นท์" ชายหนุ่มที่มีศักดิ์เป็นลูกชายจ้าของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่ผลิตทั้งหนัง ละคร รายการวิทยุ โทรทัศน์ แม็กกาซีน  และมีตำแหน่งเป็นผู้กำกับมือดีของค่าย รวมทั้งดูแลคัดเลือกนักแสดงเข้าสังกัดเอ่ยขึ้น

"จูนไม่เหมาะกับการแสดงหรอกครับ ผมรู้จักน้องสาวผมดี แต่ถ้าเป็นการร้องเพลงน่ะใช่ตัวเธอแน่นอน" เจเอ่ยอย่างมั่นใจ

"แต่การเป็นนักแสดงในค่าย ก็มีสิทธิ์ที่จะได้ออกผลงานด้วยนี่ครับ ถ้าผ่านการเทสต์เสียง"

"แต่จูนไม่เหมาะกับการแสดงจริงๆ นะครับคุณ เธอไม่เคยทำอะไรที่ฝืนตัวเองหรอก"

"ผมอยากคุยกับเธอสักครั้ง"

"อย่าพยายามเลยครับถ้าคุณคิดว่าเธอมีความสามารถพอล่ะก็ ช่วยพาเธอไปเทสต์เสียงจะดีกว่า ผมขอตัวนะครับ ยินดีที่รู้จักผู้กำกับมือดีอย่างคุณ ผมชอบหนังเรื่องผีในห้องน้ำ ของคุณมากๆ เลย คิดได้ไงให้ผีโผล่ออกมาจากชักโครก"

"ครับ ขอบคุณที่ชอบหนังของผม"

 

จูนหยิบนามบัตรที่พี่ชายยื่นให้มาดู ก็เห็นว่าเป็นนามบัตรแบบเดียวกัน ที่เคยได้รับมาก่อนหน้านั้นแล้ว

"จูนเคยเจอกับเขามาแล้วครั้งหนึ่งค่ะ" เธอบอกพี่ชาย

"โลกมันกลมจัง ตกลงแกไม่อยากเป็นนักแสดงนะ" เจถามน้องสาวอีกครั้ง

"จูนไม่ชอบการแสดงพี่ก็รู้ ว่าจูนชอบร้องเพลงเล่นดนตรีมากที่สุด"

"พี่รู้น่า แต่ก็อยากถามเพื่อความแน่ใจเท่านั้น"

สองพี่น้องคุยกันอยู่ไม่นาน แพทก็วิ่งหน้าตื่นมาหา

"ไอ้เจ น้องพลอยมาว่ะ" ชื่อนั้นทำให้เจผุดลุกจากโซฟา

"พลอยมากับใครวะไอ้แพท"

"ก็มากับแฟนเขาน่ะสิ" คำตอบนั้นทำให้เจทรุดลงนั่งลบโซฟาราวกับคนไร้เรี่ยวแรง

"เซ็งว่ะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเลิกควงแฟนใหม่เย้ยกันเสียทีนะ"

"แกไม่ออกไปดูหน่อยเหรอวะ ท่าทางสวีทกันน่าดู" แพทเอ่ยด้วยรอยยิ้มกวนๆ

"เรื่องอะไรฉันจะต้องไปดูภาพบาดตาบาดใจแบบนั้น" เจเอ่ยพร้อมชักสีหน้า นึกแค้นใจเด็กสาวขึ้นตะหงิดๆ เพราะดูเหมือนเธอไม่ยอมรามือง่ายๆ ในการเล่นงานเขากลับ เล่นอะไรไม่เล่นดันเลือกเล่มเกมขยี้หัวใจ! จริงๆ แล้วเกมของพลอยคงไม่มีผลกับเขา หากว่าหัวใจเจจะไม่รักพลอยแล้ว แต่นี่เขายังรักเธออยู่นะสิ มันเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดที่เจเคยพบเจอมา

"ก็พี่เจไม่น่าเลยนี่นา" จูนพึมพำ

"แกอย่าเข้าข้างเพื่อนแกเลยจูน พี่เป็นผู้ชายเรื่องแบบนั้นมันก็ต้องเกิดขึ้นบ้างสิ แต่สิ่งสำคัญพี่ไม่เคยจริงใจกับใครนอกจากพลอย"

"แหม พี่บอกว่ารักแล้ว แต่ไม่ซื่อสัตย์มันก็ยังไงๆ อยู่นา" จูนมองพี่ชายอย่างตำหนิ

"เซ็งจัง ไปไอ้แพท วันนี้ข้าอยากจะร้องเพลงให้น้องพลอยฟังสักเพลงว่ะ!"

"เฮ้ย ขอร้องนะอย่าร้องเพลงเศร้ารันทด ข้าเบื่อได้ยินไอ้จูนร้องมาหลายวันแล้วนะโว้ย ขอเพลงสนุกๆ หน่อย"

"ได้ สนุกแน่ๆ แกเอ้ย"

เจก้าวขึ้นไปบนเวทีและเลือกที่จะร้องเพลงนางแมวยั่วสวาทของวง หิน เหล็ก ไฟ เขาร้องมันด้วยความมันและสาแก่ใจ ยิ่งพลอยหันมามองเขาจนนัยน์ตากลมโตแทบถลนออกมา เจก็ยิ่งพอใจ ความเจ็บปวดจากการถูกเด็กสาวตามขยี้หัวใจก็เบาบางลงอย่างไม่น่าเชื่อ อาจเพราะเขาเห็นดวงตากลมโตของเธอวูบแสงลงกระมัง!

"พี่เจพอแล้ว" จูนเดินขึ้นไปนเวที เมื่อเห็นท่าพี่ชายจะเริ่มร้องอีกเพลง ซึ่งก็คงไม่พ้นเพลงประเภทตัดพ้อหรือไม่ก็เพลงออกแนวผลักไสอีกฝ่ายไปไกลๆ ตามประสาคนแค้นรัก

"ขอร้องอีกเพลงไม่ได้เหรอ" เจเอ่ย แต่ถูกน้องสาวแย่งไมค์อย่างไม่ใยดี

"เพลง ฟ้าเอย นะพี่" จูนบอกด้วยเสียงเฉียบขาด ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้สูง เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น จูนก็ขับขานบทเพลง

 

ฟ้าเอยเคยเหงาบ้างไหม

เคยร้องไห้เพราะคิดถึงใครหรือเปล่า

หรือเจ้าคงไม่เคยเจ็บร้าว

ไม่เคยเหน็บหนาว เพราะมีดาวเป็นเพื่อน

 

*รู้ไหมบนแก้มฉันมีน้ำตาเปื้อน

มองดูเหมือนเกล็ดดาว

เพียงแต่เป็นดาว

ที่ทำให้เหน็บหนาวในหัวใจ

……………

**ฟ้าเอยเจ้ารักดาวกับจันทร์

หรือรักสองสิ่งนั้นเท่าๆ กัน

เจ้ารักก้อนเมฆหรือสายฝนพรำ

บอกกันหน่อยได้ไหม อย่าเงียบงัน

เพราะหัวใจฉันไม่เคยรักใคร

นอกจากเขาคนนั้นคนเดียว

 

จูนเดินออกมาจากร้านนั่งเล่นที่ริมหาด ที่มีกลุ่มหนุ่มสาวกำลังนั่งดื่มและคุยกันอย่างสนุกสนาน เด็กสาวทิ้งสายตาออกไปไกลลิบ แสงไฟจากเรือหาปลาส่องแสงวอมแวมอยู่ไกลตา หากทว่าฟ้านั้นกลับพราวพร่างไปด้วยแสงดาว ดูสวยงามจนอยากจะคว้ามาไว้ครอบครอง จูนแค่นยิ้มกับความคิดของตัวเอง เพราะดูเหมือนมันไม่ต่างจากความรักที่เธอพยายามไขว่คว้ามาเนิ่นนาน หากแต่นับวันมันยิ่งไกลห่าง ไกลตามากยิ่งขึ้น

"ขอโทษครับ ขอผมนั่งด้วยคนได้ไหม" เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากข้างตัว จูนเห็นผู้ชายที่เคยเจอในสวนสาธารณะที่กรุงเทพฯ กำลังทรุดลงนั่งข้างตัว

"ฉันคงไม่ต้องลำบากตอบแล้วละ" เธอว่าเสียงเรียบ

"ถ้าคุณไม่สะดวก ผมไม่รบกวนก็ได้" เขาทำท่าขยับตัว

"นั่งต่อเถอะคุณ..."

"ผมตรีครับ" เขาแนะนำตัวเองอีกครั้ง หลังจากแนะนำตัวเองกับพี่ชายของเด็กสาวมาแล้ว

"ค่ะ ฉันจูน"

"ครับ ยินดีที่ได้คุยกับคุณ" ชายหนุ่มพิศดวงหน้าเรียวสวยอย่างละเอียดลออ เขารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงผิดปกติ เมื่อดวงตาเรียวกว้างหันมาทางเขาพอดี ดวงตาสวยล้อมกรอบด้วยแพขนตายาวงอน เวลาเธอกะพริบตาไม่ต่างจากปีกผีเสื้อกระพือปีก

"มีอะไรเหรอคะ..." เด็กสาวเอ่ยทำลายภวังค์ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเล่นจ้องหน้าเธอนานเกินไป

"คือ…" ชายหนุ่มยิ้มเก้อเสมองไปยังท้องทะเลยามค่ำคืน

"คืออะไรคะ" เธอย้อนถาม

"จริงๆ นะครับ ผมอยากให้คุณเล่นหนังของผมสักเรื่อง ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องเกิดในวงการบันเทิงแน่ๆ" ชายหนุ่มเอ่ยเรื่องที่ยังคาค้างในความคิด แม้พี่ชายของเธอจะยืนยันว่าเธอไม่ชอบการแสดงก็ตาม

"ฉันชอบร้องเพลงอย่างเดียวค่ะคุณตรี ถ้าคุณอยากให้ฉันเกิดในวงการจริงๆ พาฉันไปเทสต์เสียงที่บริษัทพ่อคุณได้ไหมล่ะ" เธอเอ่ยออกมาตรงๆ พลางยิ้มสดใส

"แต่ถ้าคุณเทสต์เสียงผ่าน การเป็นนักร้องในสังกัด มันก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับงานแสดงของบริษัทด้วย"

"ค่ะ ฉันเข้าใจธุรกิจของวงการบันเทิงบ้านเรา ที่นักแสดงและนักร้องมันแยกออกจากกันไม่ได้ แต่ยังไงฉันก็อยากมีภาพเป็นนักร้องมากกว่านักแสดงค่ะ"

"งั้นผมจะพาคุณไปเทสต์เสียงเองก่อนก็ได้ และคุณต้องยอมรับเรื่องงานแสดงที่จะมีตามมาด้วยนะครับ"

"ดูท่าทางคุณจะมั่นใจจังนะคะว่าฉันจะเทสต์เสียงผ่าน"

"ผมฟังคุณร้องเพลงแล้วนี่ครับ ผมมั่นใจ"

"ขอบคุณมากค่ะที่ให้กำลังใจฉัน"

"ด้วยความยินดีครับผม"

ทั้งสองนั่งพูดคุยกันอย่างถูกคอ ชายหนุ่มรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้ นอกจากจะมีหน้าตารูปร่างที่ถูกใจเขาแล้ว นิสัยใจคอยังถูกใจเขาด้วย ตรีชอบการพูดจาแบบตรงไปตรงมาของเธอ ท่าทางจริงใจไม่มีจริต ซึ่งหาได้ยากมากในเมืองใหญ่ ที่เด็กผู้หญิงดูจะโตเร็วเกินอายุ

"พี่ตรีคะ! มานั่งอยู่ที่นี่เองเหรอ พริมเดินหาเสียตั้งนาน" เสียงเง้างอดที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังทำให้จูนหันไปมอง จูนจดจำนางเอกวัยรุ่นชื่อดังอย่างพริมได้ดี เธอเป็นนางเอกที่สื่อพากันยกตำแหน่ง เจ้าหญิงของวงการบันเทิงให้ ด้วยความเพียบพร้อมทั้งบุคลิก หน้าตา และฐานะทางบ้านที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยไฮโซฯ แต่ไม่คิดว่าตัวจริงจะดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ก็ท่าทางตอนนี้ของดาราคนดังเหมือนอยากจะกระโดดมาบีบคอจูนยังไงยังงั้น

...พิลึกคน ไม่ได้ไปทำอะไรให้เสียหน่อย' จูนรำพึงอยู่ในใจอย่างนึกฉุน

"อ้าวพริม ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ พรุ่งนี้มีถ่ายหนังแต่เช้านะ!" ตรีหันไปเอ่ยกับนักแสดงสาวเสียงเข้ม มีผลทำให้ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึงขึ้นมาทันที

"ก็พริมยังไม่ได้บอกกู๊ดไนท์พี่ตรีนี่คะ"

พอได้ยินถ้อยคำนั้น จูนก็เลยได้แต่ร้องอ๋อ อยู่ในใจ ก่อนโพล่งขึ้นว่า

"ฉันขอตัวนะคะคุณตรี ชักง่วงนอนแล้วละ"

"ครับ พรุ่งนี้อย่าลืมโทร. หาผมนะ"

"ค่ะ" เด็กสาวรับคำเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป โดยไม่สนใจสายตาดุดันของนักแสดงสาวชื่อดังที่มองตามจนลับตา

"นั่นใครคะพี่ตรี!" น้ำเสียงห้วนๆ ที่ถามขึ้น ทำให้ชายหนุ่มแอบถอนหายใจ หันไปทางนักแสดงในสังกัด

"นักร้องคนใหม่ของค่ายเรา"

"อะไรนะ!"

"พี่คิดว่าพริมคงฟังไม่ผิดหรอกนะ พี่ง่วงนอนแล้วกูดไนต์นะ" ชายหนุ่มพูดจบก็สาวเท้าไปยังรีสอร์ตที่พักทันที ทิ้งให้นักแสดงสาวคนดังกระทืบพื้นทรายอย่างขัดใจเพียงลำพัง

"พี่ตรีนะพี่ตรี" พริมพยายามสะกัดกั้นความน้อยใจไว้ในอก ที่ผ่านมาถึงแม้เขาจะแสดงท่าทางว่ารำคาญเธอ ที่ตามเขาแจแต่เธอก็ไม่เคยเห็นเขาแสดงท่าทีสนใจผู้หญิงคนไหนมากมายเท่ากับยายคนเมื่อกี้ แถมยังจะมาเป็นนักร้องคนใหม่ในค่ายอีก แค่เห็นแววตาของเขาที่มองผู้หญิงคนนั้น หัวใจพริมก็แทบสลายแล้วนี่ต่อไปเธอจะต้องเห็นเขากับผู้หญิงคนนั้นในบริษัท และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พริมไม่รู้ว่าตัวเองจะทนได้หรือเปล่า


ตรีแทบจะกระแทกประตูห้องระบายอารมณ์ เขาไม่คิดว่าค่ำมืดอย่างนั้น พริมจะยังตามเขาแจ มาขัดจังหวะเขากับจูนที่กำลังคุยกันอย่างถูกคอ ตรีอยากจะบ้าตาย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพริมจะต้องมาติดเขาแจ ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะทำอะไรรุนแรงก็ไม่ได้ ครอบครัวของเขากับพริมรู้จักกันมานาน มารดาของเขาและเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งสองครอบครัวยังหมายมั่นปั้นมือว่าเขากับพริมจะลงเอยกันได้

มันน่าขำนักรู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้ แถมยังจะให้ใช้ชีวิตคู่กันอีก มันน่าเบื่อจนไม่อยากจะมองหน้าอีกฝ่ายเต็มที แต่ตรีไม่เข้าใจพริมจริงๆ ว่าทำไมจะต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ขนาดจะต้องตามติดเขาแจ จนเขารู้สึกหายใจไม่ออกเข้าทุกวัน

"ก็อกๆๆ" เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เขาเดินไปมองตรงช่องเล็กๆ กลางประตู เห็นใบหน้าบึ้งตึงของพริมยืนอยู่ ตรีจำใจเปิดประตู

"มีอะไรพริม" ถามเสียงห้วน

"ทำไมพี่ตรีต้องทำท่ารังเกียจพริมขนาดนี้ ทำไมคะเสียดายนักเหรอที่พริมเข้าไปขัดจังหวะพี่กับแม่นั่น" เธอส่งเสียงแว้ดๆ ใส่เขาอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่

"พริม! เรียกคนอื่นให้สุภาพหน่อย เขาชื่อจูน" ชายหนุ่มบอกน้ำเสียงหงุดหงิด

"จะชื่ออะไรก็ช่างมันสิคะ"

"พูดไม่รู้เรื่องเลยนะ ไปนอนได้แล้วพี่ง่วงเต็มที พรุ่งนี้มีงานแต่เช้าพริมก็รู้นี่"

"เพราะพริมรู้น่ะสิคะ ถึงไปตามพี่ตรีว่าดึกแล้วทำไมไม่มานอนอีก"

"พี่มีแม่คนเดียวนะพริม!"

"พี่ตรี!" พริมกรีดเสียงขึ้นอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะพ่นวาจารุนแรงแบบนี้กับเธอ เพียงเพราะเข้าไปขัดจังหวะเขากับแม่คนนั้น ซึ่งคงสำคัญมากสำหรับเขา ที่ผ่านมาถึงเขาจะแสดงออกว่ารำคาญเธอ แต่เขาก็ไม่เคยพูดจารุนแรงแบบนี้กับเธอมาก่อน

"พริม พี่ไม่ได้…" ตรีใจอ่อนยวบเมื่อเห็นดวงหน้าสวยสลดเศร้า เห็นน้ำใสๆ คลอหน่วยตากลมโต แต่เธอก็ไม่ปล่อยโอกาสให้เขาพูดจบประโยค เพราะพริมวิ่งไปจากตรงหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เหลือไว้ในใจชายหนุ่ม ก็คือเสียงสะอื้นของเธอเท่านั้น

ตรีเดินมาทรุดตัวลงบนเตียงนอนอย่างเบื่อหน่าย ในที่สุดเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาทำไม่ดีกับพริม กลับถึงบ้านเขาคงโดนพ่อกับแม่สวดยับอีกตามเคย และคงถูกขู่เข็ญให้ไปขอโทษพริมและต้องทำอะไรเพื่อเอาใจเธออีกตามเคย

"เบื่อโว้ย!" ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาอย่างอึดอัด แต่กระนั้นเสียงสะอื้นของพริมก็ทำให้เขานอนแทบไม่หลับ รุ่งเช้าจึงตื่นขึ้นมาในอาการที่ยังงัวเงียไม่กระปรี้กระเปร่าเท่าที่ควร

 

ตรีเดินเข้ามาในห้องอาหารของรีสอร์ตเป็นคนสุดท้าย เหลือบตาไปมองทางพริมเห็นเธอก้มหน้าก้มตากับอาหารเช้า โดยไม่ปรายตามาทางเขา ซึ่งตรีก็เบ้ปากยักไหล่กับท่าทีของอีกฝ่าย บอกตัวเองว่าเรื่องอะไรจะง้อล่ะ ในเมื่อเธอเองก็วุ่นวายกับเขาจนเกินทนแล้วเหมือนกัน

เมื่อทุกคนทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว การทำงานก็เริ่มขึ้น วันนี้ถ่ายที่ริมหาดเกือบทั้งวัน เป็นฉากที่พระนางเดินเล่นบนหาดและลงไปเล่นน้ำทะเลด้วยกัน แม้พริมจะยังอยู่ในอาการที่ไม่พอใจเขา แต่เวลาทำงานเธอก็ทุ่มเทเต็มที่ จนแต่ละซีนก็ผ่านไปได้เพียงเทคเดียวเท่านั้น

กองถ่ายจะปักหลักอยู่ที่ปราณบุรีเพียงหนึ่งอาทิตย์ เขาคิดว่าช่างโชคดีที่เจอจูนที่นี่อีกครั้งหลังจากที่เจอเธอร้องไห้ในสวนสาธารณะวันนั้นแล้ว ตรีทิ้งนามบัตรให้เธอแต่เธอก็ไม่โทร. กลับ ช่างเป็นผู้หญิงที่แปลกและน่าสนใจเสียยิ่งกว่าอะไร ถ้าเป็นวัยรุ่นคนอื่น คงรีบโทร. หาเขาทันที แต่คงเพราะเธอไม่อยากเป็นนักแสดงนั่นเอง การเป็นนักร้องต่างหาก คือสิ่งที่เป็นตัวเธอ

ตรีคิดว่าไม่ควรปล่อยโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอให้หลุดลอย ไม่ว่าเธอจะเป็นนักร้องหรือว่านักแสดง ก็ขึ้นชื่อว่าทำงานในบริษัทเดียวกันกับเขาแล้วนี่นา

"พี่ตรีครับ ถ่ายซีนต่อไปเลยนะครับ" ผู้ช่วยผู้กำกับถามขึ้น เมื่อเห็นว่าผู้กำกับเหม่อลอย หลังจากที่ถ่ายเสร็จไปได้เพียงซีนเดียว

"เอาเลย แล้วนักแสดงเปลี่ยนชุดหรือยังล่ะ"

"เรียบร้อยแล้วครับ"

"งั้นก็บอกทุกคนเข้าประจำที่เลย"

"ครับ"

เขาเพ่งมองจอมอนิเตอร์เมื่อนักแสดงซึ่งเป็นพระนางของเรื่อง ลงไปอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ซึ่งก็คือการลงไปอยู่ในทะเล ที่มีความลึกเพียงแค่เอวเท่านั้น ชุดว่ายน้ำของนางเอกทำเอาทีมงานหนุ่มๆ ในกองถ่ายตาวาวเหมือนกัน พริมนอกจากจะหน้าสวย รูปร่างดี เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีทั้งหน้าอกเอวและสะโพกที่กลมกลึง ตรีเองถึงแม้จะมีเรื่องบาดหมางใจกันอยู่ เขาก็ยังแอบชื่นชมในใจไม่น้อย โดยเฉพาะพระเอกของเรื่องมองตาวาวอย่างเห็นได้ชัด แถมพริมดันส่งยิ้มหวานให้กับพระเอกเสียหวานหยด ตรีคลี่ยิ้มอย่างขันๆ รู้ว่าพริมอยากประชดเขามากกว่า แต่เรื่องอะไรตรีจะดิ้นไปตามที่เธอต้องการล่ะ

"กล้อง เสียง เทป พร้อม แอคชั่น!" ตรีไม่รู้ตัวเลยว่ากระแทกเสียงลงไปในโทรโข่งค่อนข้างดังกว่าทุกครั้ง 


:::::::::::::::::::::

การเล่าเรื่องยังอยู่ในส่วนของจูนค่ะ ส่วนเดย์รอไปก่อนนะคะ 

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #7 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 08:36
    พริมก็เหมือนจูนนั่น แอบรัก
    #7
    0
  2. #6 siwleewu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 19:12
    เราว่าเดย์อาจจะเป็นผู้ชายแบบรักเรื่อยๆ ไม่หวือหวา ไม่คิดมาก มองโลกในแง่ดีนะ หรือยังไม่ค่อยรู้จักความรัก 
    #6
    0
  3. #5 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 08:56
    เราสงสัยอ่ะ แฟนติดต่อไม่ค่อยได้ ทำอะไรแปลกไปจากเดิม เดย์ไม่สงสัยเลยเหรอ เป็นแฟนกัน ผิดปรกตินิดนึงก็ต้องตามสืบแล้ว งงมากที่โดนสวมเขายังไม่รู้ จนบอกเลิกก็ยังโง่อยู่อ่ะ เดย์ไม่ค่อยคิดหรือเป็นคนคิดน้อยเหรอ
    #5
    0