ลุ้นรับ...ปฏิบัติการรัก

ตอนที่ 3 : ปล้นจูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 พ.ย. 58

                             3

                 

 

 

 

 

วีนินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วเห็นร่างสูงของตรัยรัตน์ยืนอยู่ตรงหน้า เธอมองเขาอย่างขุ่นเคือง หากแต่ชายหนุ่มกลับมองเธออย่างขบขัน

           “นี่คุณ! ไปไกลๆ เลยนะ มายืนขวางทางทำไมเสียงของเธอดังพอที่จะทำให้คนที่เดินผ่านไปมาหันมอง

           “นี่คุณพูดเสียงดังไปได้ตรัยรัตน์เอ็ด

           “ถอยไป!” พูดไม่พูดเปล่า แต่วีนินกลับผลักไปที่อกกว้างนั้น  แต่ก็หวีดร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเขาดึงมือเธอไว้ และเหมือนจะรั้งร่างเธอเข้าใกล้

           “นี่คุณ จะบ้ารึไง ปล่อยฉันนะ!” พูดพร้อมกับพยายามสะบัดมือออกจากเขา แต่ตรัยรัตน์กลับยิ่งจับแน่นขึ้น จนวีนินรู้สึกเหมือนว่าข้อมือจะหักเสียให้ได้

           “เอ้า เก่งก็ร้องดังๆ ผู้คนจะได้มามุ่งดู ทีนี้ก็มาดูกันว่าใครกันแน่จะเสียหาย ผมเป็นคนธรรมดาไม่ได้เป็นดาราเหมือนคุณเสียด้วย

           คำพูดนั้นของตรัยรัตน์ทำให้วีนินหยุดดิ้นรน แต่ดวงตาเรียวลึกนั้นยังมองเขาอย่างโกรธแค้น

           “ก็ปล่อยฉันเสียที มีอะไรก็มาคุยกันดีๆเสียงเธออ่อนลง ด้วยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูเลือดบ้าจะเยอะกว่าเธอเสียอีก ดูสิ ผู้คนเดินผ่านไปมาออกเยอะแยะเขายังกล้าทำ

           “ขอโทษผมก่อน ที่วันนั้นคุณสาดกาแฟใส่หน้าผมเขาก้มหน้ามากระซิบข้างๆ หูเธอ

           “จะบ้าเหรอ! ก็คุณปากหมาก่อนทำไม!” วีนินโต้ตอบอย่างไม่ลดละ

           “แน่ใจนะว่าจะไม่ขอโทษผมก่อน

           “คุณก็ขอโทษฉันก่อนสิเธอต่อรอง

           “ก็ได้ ผมขอโทษ ทีนี้คุณล่ะเขามองหน้าสวยๆ ที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจรินรดนั้นอย่างหลงใหล

       วีนินเบ้ปาก

      “คุณสมควรที่จะขอโทษฉันฝ่ายเดียวโอ๊ะ!” เธอจบคำพูดของตัวเองด้วยเสียงอุทานอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆ ชายหนุ่มที่ตราหน้าว่าปากหมาก็ก้มหน้าลงจูบเรียวปากอิ่มสวยได้รูปของเธออย่างว่องไว โดยที่วีนินเองก็คาดไม่ถึง

          เธอดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงนั้นชั่วครู่ ก่อนจะไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เมื่ออยู่ๆ ร่างก็อ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงขนาดพิงร่างสูง และเอื้อมมือโอบกอดร่างเขาไว้ไม่ให้ตัวเองทรุดลงกับพื้น

           “ผมจูบใช้ได้ใช่ไหมล่ะ สู้ไอ้กรรได้ไหมถ้อยคำกระซิบดังอยู่ริมหู พร้อมจมูกที่เคลียอยู่ข้างแก้มนั้นทำให้สติของวีนินกลับคืนมา แม้ไม่สมบูรณ์นักแต่เธอก็รู้ว่าควรจัดการกับผู้ชายปากหมา แถมยังจาบจ้วงหยาบคายแบบนี้ยังไง

         วีนินฟาดฝ่ามือไปยังใบหน้าเขาเต็มแรง ก่อนจะเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว ตรัยรัตน์มองตามร่างสูงนั้นอย่างพึงใจ

          ‘โดนจูบแค่นี้เข่าอ่อนเสียแล้วแม่คุณ นึกว่าแค่ไหน ที่แท้ก็เปรี้ยวแค่ภายนอก

        ตรัยรัตน์รำพึงในใจ ก่อนจะแตะปลายนิ้วที่เรียวปากหยักของตัวเอง ยังรู้สึกถึงความอุ่นหวาม นุ่มนวลอย่างประหลาดนั้น

 

         เมื่อวีนินกลับมาถึงโต๊ะ ก็บอกเพื่อนๆ ขอตัวกลับทันที

           “อะไรวะนินอยู่ไม่ถึงชั่วโมงเลยน่ะฟ้าบ่นอุบ

           “ฉันรู้สึกปวดหัวน่ะ แกสองคนจะอยู่ต่อก็ได้ ลงชื่อฉันไว้ก่อนนะ เดี๋ยววันหลังฉันมาเคลียร์กับพี่ตุ๊กเอง

           พูดจบวีนินก็รีบรี่ออกจากผับไปทันที เหมือนกลัวว่าชายหนุ่ม
คนนั้นจะตามมา เมื่อขึ้นมานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว ใจนินก็ยังรู้สึกถึงแรงเต้นของหัวใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ถึงทำให้เธอเพลี้ยงพล้ำ ขนาดอ่อนระทวยไปกับสัมผัสอันหยาบคาบจาบจ้วงนั้นได้

           เธอเคยจูบกับกรรชัย แต่ก็เพียงแผ่วเบา ถึงแม้กรรชัยจะพยายามรุกเธอทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เธอก็ไม่ใจอ่อนและไม่หลงใหลจนลืมตัว อย่างที่พลาดพลั้งไปเมื่อครู่ กับผู้ชายที่เรียกว่ายังแปลกหน้าเสียด้วย รู้ไปถึงไหนอับอายไปถึงนั่น! วีนินหวังว่าคงไม่มีใครสังเกตว่าหนุ่มสาวยืนกอดจูบกันในหน้าห้องน้ำหญิงนั้น เป็นเธอ! คงไม่ เพราะที่ตรงนั้นออกจะสลัว

           แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่เธอหวัง เมื่อตอนสายของวันรุ่งขึ้น แม่เธอก็มาเคาะประตูเรียก พร้อมโยนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเข้ามาในห้อง

           “งามหน้าไหมล่ะ ที่ลับตาคนกว่านั้นไม่มีรึยังไง!” แม่มองเธอตาเขียวปั้ด ก่อนจะเดินหมุนตัวออกจากห้องนอนของวีนินไป

           วีนินเอื้อมมือหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดู แม้ภาพจะไม่ชัดนัก เพราะเหมือนจะถูกแอบถ่ายจากจากโทรศัพท์มือถือมากกว่ากล้องถ่ายภาพ แต่ภาพชายหนุ่มหญิงสาวที่ยืนกอดจูบกันอย่างดูดดื่มนั้น ก็คือเธอ ซึ่งใครๆ ก็คุ้นหน้าดี แต่ชายหนุ่มคนนั้นเล่า ถึงแม้จะเห็นหน้าตาชัดเจนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเธอ แต่เขาก็ไม่ใช่คนในวงการบันเทิงอย่างเธอ จะมีใครจดจำเขาได้ล่ะ นอกเสียจากว่าชายหนุ่มจะเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม แต่เขาก็ไม่ใช่ เพราะเธอก็เพิ่งเคยเห็นเขามาก่อนเลย

           วีนินไล่สายตาไปตามตัวหนังสือข้างล่างกรอบรูปนั้นอย่าง
ใจระทึก

          ‘วีนินนางแบบสุดฮอท ยืนกอดจูบกันกลมดิกอย่างดูดดื่ม กับแฟนหนุ่มนอกวงการคนล่าสุด หลังจากถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดีจากไฮโซฯ หนุ่ม ลูกชายรัฐมนตรีชื่อดังที่หันไปคบหากับหญิงสาว ผู้เพียบพร้อมคนหนึ่งของวงการไฮโซฯ

           วีนินเหวี่ยงหนังสือพิมพ์นั้นทิ้งอย่างขุ่นแค้น เป็นวันที่แย่ที่สุด
วันหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้

           เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของกรรชัย วีนินก็กดทิ้ง แต่เขาก็เพียรโทร. มาไม่เลิก จนในที่สุดวีนินตัดสินใจกดรับ

           “เลิกโทร. หาฉันเสียที คุณกับฉันไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว!” วีนิน
กรอกเสียงดังลั่นออกไปอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่

           “คุณทำตัวแย่และต่ำมากที่ไปยืนกอดจูบกับผู้ชายหน้าห้องน้ำ และที่มันทุเรศยิ่งกว่านั้น ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นดันเป็นเพื่อนสนิทของผม

           “ฉันจะทำอะไร จะจูบจะกอดหรือจะนอนกับใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณ อ๋อที่เดือดร้อนโทร.มาด่านี่ เพราะหึงหรือรู้สึกเสียหน้ากันแน่ เพราะฉันคบกับคุณมาถึงสองปี คุณยังไม่เคยได้จูบฉันแบบนี้เลย!” วีนินจบคำพูดของตัวเองด้วยเสียงหัวเราะเหมือนขบขันเสียเต็มประดา

           “นี่ตกลงคุณไปคบกับไอ้ตรัยเหรอ เห็นว่ามันรวยใช่ไหม แล้วคิดเหรอว่าครอบครัวมันจะยอมรับคุณ!”

           “ยังไง! มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ ต่อแต่นี้คุณไม่ต้องโทร. มาหาฉันอีกนะ ฉันขี้เกียจทะเลาะเรื่องสาระแบบนี้กับคุณ เอาเวลาที่มีค่าของคุณไปดูแลแฟนและครอบครัวของคุณเถอะกรรชัย และฝากบอกพ่อคุณด้วย ไม่ต้องมาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อตัวฉันหรอก เพราะฉันไม่เคยคิดขายตัว!”

           “นี่นินกล่าวหาพ่อผมอย่างงี้ได้ยังไง!”

           “ก็ลองไปถามพ่อคุณเองเถอะ!” วีนินจบคำพูดของตัวเอง ก่อนจะกดปิดเครื่องโทรศัพท์

           ก๊อก ก๊อก

           “เข้ามาสิวีนินตะโกนบอก เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง

           คนที่โผล่หน้าเข้ามาในห้องเป็นน้องชายของเธอนั่นเอง ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันมาถึงสองวันเข้าไปแล้ว

           “หายหัวไปไหนมา!” วีนนินตะคอกถาม

           “ก็อยู่บ้านเพื่อนบ้างน่ะพี่ ช่วงนี้วินต้องทำรายงานชวินตอบพี่สาว
พลางหลบสายตาดุที่มองอย่างคาดคั้นนั้นด้วย

           “ถ้าทำตัวเหลวไหลนะ ฉันเอาแกตาย รู้ไหมฉันทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่ทุกวันนี้ เพื่ออนาคตของแก และไม่อยากให้แม่ต้องทำงานหนัก อย่าทำอะไรให้พี่ผิดหวัง ขอบอกไม่งั้นฉันจะตัดหางปล่อยวัด!”

           “โถพี่นิน วินจะไม่ทำอะไรที่ไม่ดีหรอกน่า

           “ก็ดีแล้วล่ะวีนินเอื้อมมือลูบผมทรงสกินเฮดของน้องชายอย่างรักใคร่

           “พี่นิน ขอตังค์สามหมื่นสิ

           “หา! สามหมื่นมือที่ลูบผมน้องชายอยู่นั้น เปลี่ยนเป็นผลักทั้งหัวออกไปเต็มแรงจนชวินหัวทิ่ม

           “อาทิตย์ที่แล้วก็เพิ่งให้ไปนี่นา!” วีนินโวยวายเสียงดังลั่น

           “พี่นิน ตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ คือวินอยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่ดูคลิปฟังเพลงและถ่ายรูปได้ชัดๆ นะพี่นิน

           “อะไรวิน ไร้สาระ โทรศัพท์เขาไว้แค่พูดได้ก็ดีแล้ว จะเอาไปฟังเพลง ถ่ายรูปทำไมกัน อย่าโง่นะ ยอมเป็นเหยื่อโฆษณาง่ายๆ แบบนี้ไม่สมกับเป็นน้องฉันเลยนะ

           วีนินว่ายืดยาว ในขณะที่น้องชายแอบพ่นลมออกจากปาก ก็เพราะพี่สาวของเขานั้น ไม่เคยเสียหรอกที่จะยอมควักเงินเพื่อซื้อของแบบนี้ เพราะใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์ความขี้เหนียวของพี่สาวเป็นอย่างดี อะไรก็แล้วแต่ถ้าซื้อมาแล้วก็จะใช้มันให้คุ้ม โทรศัพท์ของพี่สาวจึงเป็นรุ่นที่คิดว่าใครๆ ก็เลิกใช้ไปแล้ว รุ่นปาหัวแล้วเลือดซิป

           “พี่นิน ให้วินเถอะนะ แล้ววินก็อยากได้กางเกงยีนตัวใหม่ด้วยล่ะชวินขยับเข้าไปใกล้พี่สาวใหม่

           “วิน ไปไกลๆ เลย เดี๋ยวจะเตะให้วีนินว่า พลางขยับออกห่าง

           “พี่นินอ่ะ ไม่รักวินแล้วใช่ไหม เงินแค่นี้ก็ให้น้องไม่ได้ ก็แหงละ มีแฟนใหม่แล้วนี่

           “แกพูดบ้าๆ น่าวิน ฉันยิ่งโมโหเรื่องนี้อยู่นะวีนินผลักหัว
น้องชายให้อีกครั้ง

           “ก็จริงอ่ะ อีกหน่อยพี่นินก็ไปอยู่กับแฟน ทิ้งวินกับแม่ชวินทำเสียงเครือจนพี่สาวทำเสียงฮึดฮัด ก่อนจะดึงเงินออกมาจากกระเป๋าถือแล้วโยนให้

           “เอาไปเลยวิน แล้วอย่ามาพูดเรื่องไร้สาระกับฉันอีกนะ ไม่งั้นจะตบฟันร่วง

           “ขอบคุณครับ วินรักพี่นินที่สุดในโลกเลยชวินเก็บเงินใส่กระเป๋ากางเกง แล้วหอมแก้มพี่สาวฟอดใหญ่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

           วีนินได้แต่ทอดถอดหายใจอย่างอ่อนใจ ด้วยว่าเธอจะใจแข็งและเด็ดเดี่ยวกับทุกเรื่อง แต่กับน้องชายเธอใจอ่อนเสมอ ก็เธอมีน้องชายอยู่คนเดียวนี่นา

 

           นี่ตื่นๆ ได้แล้วตรัย

          ตรัยรัตน์ถูกปลุกในตอนสาย เมื่อพี่สาวคนเดียวของเขาได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ ค่อนข้างแน่ใจว่าผู้ชายที่กอดจูบกับวีนินนั้นเป็นน้องชายคนเดียวของเธอแน่ๆ

           “พี่ภา มีเรื่องอะไรกันครับ มาปลุกแต่เช้าเลยตรัยรัตน์งัวเงียถาม

           “สายแล้วนะตรัย แล้วมาอ่านนี่ดู และแหกตาดูด้วยว่าผู้ชายในรูปนั่นใช่ตัวเองหรือเปล่า

           ตรัยรัตน์ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเพ่งสายตาไปตามเนื้อข่าว และรูปภาพในหน้าข่าวซุบซิบ

           “ตายละหว่า!” เขาอุทานด้วยนึกไม่ถึงว่าจะมีภาพแบบนี้ของตัวเอง
ลงในหน้าหนังสือพิมพ์

           “พ่อกับแม่เห็นยังพี่เขาถามอย่างหวาดวิตก

           “เขาไม่สนใจอ่านข่าวแบบนี้หรอก อย่ากลัวไปเลย ว่าแต่ตรัยเถอะ ไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ ถึงไปยืนกอดจูบกับวีนินหน้าห้องน้ำ ไปรู้จักมักจี่กันตั้งแต่ตอนไหน ผู้หญิงสมัยนี้ก็กระไร

           “เออ..พี่ภาครับคือวีนินเขาไม่ได้ยินยอมจะจูบกับผม คือผมเอ่อ…” ตรัยรัตน์ติดอ่างขึ้นมาทันที

           “อย่าบอกว่าตรัยไปปล้ำจูบเขาก่อนนะภานีเอ่ยขึ้น แล้วต้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นน้องชายพยักหน้า

           “นี่ตรัยบ้าไปแล้วเหรอ! ใครรู้เข้าอายเขาตาย เดี๋ยวนี้แกหมดน้ำยาขนาดไปปล้ำจูบผู้หญิงหน้าห้องน้ำแล้วเหรอนี่ ยี้…” พูดจบก็ฟาดฝ่ามือไปที่แขนน้องชายแรงๆ

           “พี่ภา ผมเจ็บนะเขาโอดครวญ

           “อย่าบอกนะว่าแกชอบเขา

           “ไม่รู้สิ…” ตรัยรัตน์ตอบไม่ได้เช่นกัน รู้แต่ว่าเธอสวย เผ็ด ร้อนเหมือนม้าพยศที่เขาอยากจะปราบเหลือเกิน

           “แกอย่ายุ่งกับวีนินดีกว่านะ เขาร้ายเหมือนกันนะ ในวงการใครๆ ก็รู้ฤทธิ์เดชนางแบบวีนแตกน่ะ แถมพักหลังๆ นี่ มีข่าวว่าเป็นเมียลับๆ นักการเมืองคนหนึ่ง

           “ไม่จริงครับ!” ตรัยรัตน์โพล่งออกมาด้วยเสียงหนักแน่นจนพี่สาวเบิกตามอง

           “นี่ตรัย ตรัยบอกไม่รู้ว่าชอบเขาหรือเปล่า แต่อาการของตรัยน่ะ คือคนหลงเสน่ห์เขาเข้าแล้วรู้ไว้เสียด้วย!”

           ภานีจิ้มไปที่หน้าผากน้องชายแรงๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

           “หลงเสน่ห์…” ตรัยรัตน์พึมพำ พลางส่ายหน้าไปมา

           ‘ผู้ชายอย่างตรัยรัตน์ ไม่เคยหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนไหน ตรงกันข้าม
ผู้หญิงต่างหากที่พากันหลงเสน่ห์เขา

           ตรัยรัตน์คิดอย่างคนที่เคยมีประสบการณ์เช่นนั้นมาตลอด โดยไม่ฉุกคิดว่าชีวิตมันก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เช่นกัน

 

         “แม่หนูไปแล้วนะ คงถ่ายสักสามสี่วัน ถ้าฝนไม่ตก วินทำตัวดีๆ นะ ห้ามไปค้างบ้านเพื่อนจนกว่าพี่จะกลับมา

วีนินร่ำลาแม่กับน้องชายเพื่อเดินทางไปภูเก็ต ถ่ายทำโฆษณาเครื่องดื่มผลไม้ตราละไม ซึ่งได้ค่าตัวมากพอที่เธอจะหยุดรับงานสักเดือน เพื่อไปพักผ่อนต่างประเทศ

พี่นินไม่ต้องเป็นห่วงหรอก วินจะทำตัวให้ดีที่สุด และวินจะดูแลแม่เอง พี่นินไม่อยู่ แม่ก็คงหันมาบ่นกับวินแทนจบคำพูด ชวินก็โดน
มารดาฟาดเข้าที่แขนทันที

ไปเถอะนิน เดี๋ยวไม่ทันเครื่องนะแม่บอก

ค่ะ…”

วีนินเดินทางไปภูเก็ตเพียงลำพัง เพราะทีมงานได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อนสองวันแล้ว วีนินรู้สึกดีใจว่างานชิ้นนี้ช่างดีพร้อมไปทุกอย่าง เพราะโปรดักชั่นเฮ้าส์ก็เป็นทีมที่เธอเคยร่วมงานมาก่อนทั้งนั้น และไม่เคยมีปัญหาอะไรต่อกัน เป็นมืออาชีพที่เธอร่วมงานด้วยแล้วสบายใจที่สุด

คุณภารณ บอสใหญ่แห่งเมจิกเอเยนซี่บอกเธอว่าสถานที่ถ่ายทำนั้นเป็นหาดส่วนตัวของเจ้าของสินค้า ซึ่งมีบ้านพักสุดหรูริมทะเลภูเก็ต
วีนินคิดว่าสถานที่ส่วนตัวเช่นนั้น ดีที่สุดสำหรับการทำงานในครั้งนี้ เพราะเธอต้องใส่ชุดว่ายน้ำ ถึงแม้จะเป็นชุดว่ายน้ำกึ่งสปอร์ต แต่เธอก็ไม่อยากให้มีใครอื่นนอกจากทีมงานมามุงดู

เชอะ! คนอย่างวีนินไม่ได้เกิดมาเพื่อให้ใครต่อใครมาชมโฉมง่ายๆ โดยที่ไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า ในเมื่อเธอเกิดมามีหน้าตารูปร่างที่ดี เธอก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งที่พระเจ้าให้มาอย่างคุ้มค่า เธอไม่ได้ขายตัวเสียหน่อย ใครจะค่อนขอดว่าเธอเป็นคนเขี้ยวสุดฤทธิ์ก็ปล่อยพวกปากหอยปลาปูไป เพราะเธอไม่ได้เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองนี่นา ก็ต้องทำมาหากินกันไป

วีนินขึ้นเครื่องมาถึงภูเก็ตในเวลาบ่ายโมงพอดิบพอดี กำลังยืนมองหาคนที่ทีมงานที่บอกจะส่งมารับ อยู่ๆ เธอก็ร่างสูงกับใบหน้าคร้ามคมนั้นเดินส่งยิ้มนัยน์ตาพราวระยับตรงมาหา


+++++++++++++++

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น