Fic1D: Crazy Couple รักต่างมุม

ตอนที่ 7 : Chapter 7 : P.S. I Love You #Louis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ต.ค. 58

My Destiny: Chapter 7 #Louis

 

 

 

P.S. I Love You


          “เจ็บตรงไหนรึเปล่า?” เสียงชายคนหนึ่งพูดขึ้น เขาพยุงไพลินขึ้น และต้องชะงักเมื่อไพลินเงยขึ้นมองหน้าและเขาก้มลงมองหน้าเธอเช่นกัน

          “ลู...ลูอิส...” ไพลินพูดชื่อลูอิสออกมา

          “เจอกันอีกแล้ว...ว่าแต่เจ็บตรงไหนบ้าง? ขอโทษนะ”

          “ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องขอโทษหรอกฉันเดินไม่ดูทางเองแหละ” ไพลินทำท่าทางเขิน

          “มาทำอะไรที่นี่เหรอ?” ลูอิสพูดแล้วชี้ไปที่สตูดิโอแบล็ค

          “เดินผ่านมาก็เลยจะเข้าไปดูรูปข้างในหน่อยน่ะ”

          “อ๋อ...งั้นเข้าไปด้วยกันมั้ย?” ลูอิสชวน

          “นายเพิ่งจะออกมาจากร้านแล้วจะเข้าไปอีกทำไม?”

          “อ๋อๆๆๆ ลืมไปว่ายังไม่จ่ายค่ากาแฟน่ะ”

          “อ๋อ...”

          “ไป เข้าไปกันเถอะ”

          ไพลินพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนร้านพร้อมกับลูอิส เขาเปิดประตูให้เธอเข้าไปข้างในและเดินตามเธอไป

          ไพลินมองดูรูปภาพที่ติดตามฝาผนังอย่างชื่นชม เธอเดินชมภาพไปเรื่อยๆ จนถึงภาพสุดท้าย ลูอิสที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกาแฟมองตามเธอไปเรื่อยๆ จนเธอเดินมานั่งที่โต๊ะทำให้ลูอิสถึงกับถอนสายตาไม่ทัน

          “รูปสวยดีเนอะว่ามั้ย”

          “อ่าห้ะ รูปพวกนี้สวยจริงๆ อ่ะนี่กาแฟร้อนๆแก้หนาวนะ”

          ลูอิสยื่นแก้วกาแฟให้ไพลิน เธอกล่าวขอบคุณและหยิบขึ้นมาดื่ม

          “เอ่อเธอดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?”

          “อ้อๆดีขึ้นแล้ว เห็นมั้ยยิ้มได้แล้ว” เธอยิ้มให้ลูอิสดู

          “ฮ่าๆๆๆ เธอจะกลับไทยเมื่อไหร่ล่ะ?”

          “ก็น่าจะอีกสักเดือนนึงมั้ง ขอเที่ยวก่อน”

          “ไปเที่ยวเหรอ?”

          “อื้อ...”

          “มีไกด์แล้วยังล่ะ?”

          “ก็คิดว่าไม่มี”

          “สนใจรับไกด์คนนี้สักคนมั้ยครับ?”

          “อย่าพาหลงก็แล้วกัน”

 

          ทั้งสองคนเดินออกจากสตูดิโอแบล็ค แล้วเดินไปเรื่อยๆ จนถึงสถานที่ที่หนึ่งคือพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ่ ทั้งสองเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ เมื่อเข้าไปถึงข้างในไพลินก็วิ่งตรงไปยังหุ่นของไมเคิล แจ็คสัน แล้วยื่นกล้องถ่ายรูปของตนให้ลูอิสถ่ายอย่างไม่ปรึกษาเจ้าตัว ลูอิสรับกล้องถ่ายรูปมาถ่ายด้วยความเต็มใจ และรูปต่อไปอีกเรื่อยๆ...

          เมื่อชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้วทั้งสองก็ถ่ายรูปด้วยกันหน้าพิพิธภัณฑ์ก่อนจะไปเที่ยวต่อยังพระราชวังบักกิ้งแฮม และที่สวนสาธารณะไฮด์ปาร์ค  

          ทั้งสองเดินมาจนถึงสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ค ไม่รอช้าลูอิสเดินนำเข้าไปข้างในก่อน ส่วนไพลินเดินตามไปติดๆ ทั้งสองเดินมาเรื่อยๆพลางคุยกันสนุกสนาน ก็มาถึงทะเลสาบเซอร์เพนไทน์ ไพลินตื่นเต้นกับวิวมากจึงหยิบกล้งถ่ายรูปมากดชัตเตอร์รัวๆ

          ลูอิสนึกสนุกจึงเดินเข้ากล้องแล้วชูสองนิ้วใส่ ขณะนั้นไพลินกำลังกดชัตเตอร์พอดิบพอดีจึงถ่ายรูปลูอิสไป เธอหัวเราะออกมาเมื่อเห็นรูปของลูอิส

          “ฮ่าๆๆๆ นายนี่นะ”

          “ถ่ายให้ฉันบ้างสิ”

          “ได้สิ”

          “เอ่อแต่ทางที่ดีถ่ายคู่กันจะดีกว่าเป็นไหนๆ” เมื่อลูอิสพูดออกมาคนตรงหน้าก็ถึงกับเขินจนเก็บอาการไม่อยู่ ใบหน้าไพลินแดงและร้อนขึ้นทันที

          ไพลินยื่นกล้องถ่ายรูปให้ลูอิส จากนั้นเขาก็เอามือมาโอบไหล่เธอ แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ความรู้สึกนี้เหมือนครั้งแรกที่เธอเจอลูอิสแบบใกล้ๆและได้ถ่ายรูปกับเขาในระดับเอชดี

          ลูอิสกดชัตเตอร์รัว แล้วหันมาหาไพลินจากนั้นก็ใช้นิ้วของเขาดึงมุมปากของไพลินให้ยิ้ม

          “ยิ้มบ้างสิ” ลูอิสพูด เมื่อไพลินได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มออกมา ลูอิสถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย จนในที่สุดก็พอใจและคืนกล้องให้ไพลิน

          “รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันมา” ลูอิสวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้ไพลินยืนงงอยู่คนเดียว และเมื่อเขาจากไปไพลินก็ยิ้มออกมา เธอใช้มือจับหน้าของตัวเอง “นี่เราเขินขนาดนี้เลยเหรอ” เธอพูด

          ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาทีลูอิสก็กลับมาพร้อมกับจักรยานคันหนึ่ง เขาปั่นจักรยานมายังที่ไพลินยืนอยู่ แล้วชวนเธอให้นั่งซ้อนจักรยาน

          “ไปปั่นจักรยานเล่นกัน”

          “หื้อ...แต่มันมีคันเดียว นายจะเดินเหรอ?”

          “ใครจะเดินล่ะ ฉันให้เธอนั่งซ้อนต่างหากเล่า”

          “ฉันหนักนะ”

          “หนักแค่ไหนก็ไหวน่า”

          “แต่...”
          “ไม่ต้องแต่ ขึ้นมาเร็วฉันไม่พาเธอล้มหรอกน่า” เขาพูดแล้วยิ้มกับไพลิน

          เมื่อเป็นเช่นนั้นไพลินจึงนั่งซ้อนนท้ายจักรยานของลูอิส กขาปั่นจักรยานไปรอบๆสวนสาธารณะชมบรรยากาศยามเย็น ผู้คนที่มาปิกนิกกันทั้งครอบครัว คู่รัก หรือแม้แต่คนชราที่มาสูดอากาศบริสุทธิ์ ณ ที่แห่งนี้

          ไพลินสัมผัสได้ว่าที่นี่เป็นเสมือนสถานที่ที่หนึ่งที่ผู้คนมาผ่อนคลาย และมีทั้งกิจกรรมมากมายให้เราได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นปั่นจักรยาน พายเรือ หรือว่ายน้ำ หรืออาจจะมานั่งชิลๆ ซึมซับบรรยากาศดีๆ ที่มีลมพัดเย็นสบาย สนุกกับอาหารมื้อสุดยอด...

          ลูอิสปั่นจักรยานไปเรื่อยๆโดยที่ไม่บ่นซักคำ เมื่อเวลาผ่านไปท้องฟ้าก็เริ่มมืด ดวงอาทิตย์ก็กำลังจะลับขอบฟ้า ทั้งสองก็นำจักรยานไปคืนแล้วเดินออกมาจากสวนสาธารณะแล้วเดินไปตามทางเดิน...จนมาถึงหอนาฬิกาบิ๊กเบนและตอนนี้ก็เป็นเวลากลางคืน แสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่กำลังเริ่มสว่างขึ้น รถราก็ติดขัดบ่งบอกถึงความเป็นเมืองหลวง ผู้คนที่เดินไปมาก็เช่นกัน

          “เธอหิวมั้ย?”

          “ก็นิดหน่อยน่ะ แล้วนายล่ะ”

          “ก็เหมือนกัน เอ้อ! ฉันมีร้านๆนึงอยากให้เธอลงชิมเคบับดูนะ”

          “จริงเหรอ ร้านไหนล่ะ”

          “ตามมาเลย...ถ้าติดใจจะให้พามาให้กินอีกก็ได้นะ”

          “นายดูจะโฆษณาให้ร้านนี้จังนะ”

          “ก็มันอร่อยจริงๆนี่”

          ทั้งคู่เดินมาถึงร้านๆหนึ่งที่ภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังนั่งกินบ้างก็กำลังรออาหารที่สั่งไป ลูอิสเดินเข้าไปในร้านพร้อมทั้งจับมือไพลินเข้าไป แล้วเดินไปยังเค้าท์เตอร์ที่มีแคชเชียร์ยืนอยู่

          “เคบับสองที่ครับ”

          “สักครู่นะคะ” พนักงานตอบ

          “คนเยอะจัง...”

          “แหงสิ ก็ร้านนี้อร่อยนี่นา”

          “ถ้าไม่อร่ยนะฉันจะกระทืบนาย”

          “หูยยย...ดุจังเลยครับ กลัวจังเลย.____.” ลูอิสมองหน้าไพลิน

          “พอเริ่มสนิทก็เริ่มกวนขึ้นเรื่อยๆนะนายอ่ะ”

          “ก็นะ...”

          “เคบับได้แล้วค่ะ”

          “ขอบคุณครับ” ลูอิสรับเคบับจากพนักงานแล้วยื่นให้ไพลิน ไพลินรับเคบับมาแล้วกัดไปหนึ่งค่ำ

          “เฮ้ยอร่อยจริงๆด้วย”

          “เห็นมั้ยบอกแล้วว่าเด็ดจริง”

          “ค่ะคุณไกด์”

          “ถ้างั้น...ถ้ามาวันหนังขอมาเป็นไกด์ส่วนตัวให้เธอได้มั้ย?”

          “ถ้าฟรีอ่ะโอเค แต่ถ้าเอาค่าแรงงอ่ะไม่โอเค”

          “ฟรีอยู่แล้วสำหรับคนนี้น่ะ” เขาพูดแล้วชี้นิ้วไปหาไพลิน

          “บ้า...” ไพลินข่มอาการเขินโดยการกินเคบับไปอย่างเงียบๆ

         

 

          หลังจากที่ลิ้มลองอาหารที่ได้รับการแนะนำจากคุณไกด์แล้วทั้งสองก็เดินออกมาจากร้าน เพื่อเป็นการไม่เสียทีที่มาลอนดอนลูอิสพาไพลินไปยังสะพานดอนดอน หรือลอนดอนบริดจ์

          ไพลินมองไปยังวิวรอบๆ ส่วนลูอิสก็ได้แต่มองคนข้างๆที่ดูมีความสุขกับการได้มาเที่ยวเปิดหูเปิดตา และที่ดีไปกว่านั้นเธอยิ้มและหัวเราะแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน...

          สำหรับลูอิสแล้วนี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตของเธอกับเขาจริงๆก็ได้...

          

*Louis’s Side*

          หลังจากที่แฮร์รี่ได้บอกผมว่าให้รอเวลาที่สักวันผมอาจจะได้เจอกับเธออีกครั้ง ผมก็รอแล้วรอเล่า...จนผมคิดว่าผมอาจจะไม่ได้เจอเธออีกต่อไปเลยก็ได้ แต่วันนี้ผมก็ได้เจอกับเธอจริงๆ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพรหมลิขิตจะมีอยู่จริง...

          ครั้งนี้ที่ผมเจอเธอ เธอดูมีความสุขกว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เจอ...นั่นแหละที่ทำให้ผมดีใจ จากนี้ผมจะทำให้เธอรักผมให้ได้ มันอาจจะเร็วไปสำหรับเธอแต่ผมจะค่อยๆทำให้เธอรักผมให้ได้ ไม่ว่ายังไงผมจะพยายามพิชิตใจเธอให้ได้...

          มันเป็นโอกาสดีที่ผมชวนเธอออกมาเที่ยวและผันตัวเองไปเป็นไกด์ (ส่วนตัว) ให้เธอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอดูมีความสุขเท่านี้ผมก็พอใจแล้ว...

          แค่เห็นคนตรงหน้ามีความสุขผมก็ดีใจแล้ว ผมหวังแค่ว่าเธอจะลืมคนเก่าได้ และวันหนึ่งเธอจะรักผม

          มันอาจจะไม่ดีที่ผมพยายามทำให้เธอรักทั้งๆที่เธอเพิ่งจะหายจากอาการอกหัก แต่ผมจะไม่ทำให้เธอรู้สึกว่าผมเข้าหาเธอเพราะอยากให้เธอลืมคนเก่าแล้วหันมารักผมเลยทีเดียว แต่ผมจะพยายามชนะใจเธอ...ไปเรื่อยๆ...

-------------





 

หายไป2วัน พอดีได้หนังสือฟิสิกส์มาใหม่
คันไม้คันมือเลยลงมือทำซะจนลืมอัพฟิค55555
ทวงฟิคได้ที่ Twitter : @mirrorzeen
*อย่าเบื่อกันก่อนนะ...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #23 nnnatprn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 22:22
    เห็นมะ บอกแล้วต้องเจอลู ^^ // ไรท์ขยันเกินไป/เขวี้ยงฟิสิกข์ทิ้ง 555
    #23
    0
  2. #22 ppooh.osborn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 18:13
    ฟินนนน สนุกกก รออ่านต่อคร้าบบบบ ^^
    #22
    0
  3. #21 Thipnapa148 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 18:02
    สนุกกกกก
    #21
    0
  4. #20 HUPPPP (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 15:16
    มาต่อไวๆๆน้าาาาา
    #20
    0