Fic1D: Crazy Couple รักต่างมุม

ตอนที่ 12 : Chapter 12 : I Have Only a Week Here #Louis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ต.ค. 58


My Destiny: Chapter 12 #Louis

 

 

 

 


“I have only week here”

     


                                                   



 

                “ฟื้นแล้วเหรอแก?” นิกกี้เพื่อนสนิทของไพลินพูดขึ้นระหว่างพยุงตัวไปลินลุกขึ้นจากที่นอน

          “มึนหัวจังแก” ไพลินเอามือจับที่ศีรษะเพราะอาการปวดได้กำเริบขึ้นเมื่อเธอพยายามจะลุกขึ้นนั่ง

          “ไหนแก...ถ้ายังเจ็บอยู่ก็กินซุปซะ แล้วกินยานอนซะ” นิกกี้พูดพลางเดินเข้าไปในห้องครัว “รอแป๊บนะแก เดี๋ยวฉันต้มซุปให้แกเอง”

          “เดี๋ยวแก แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับตัวฉันเนี่ย ฉันรู้สึกตัวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

          “ก็วันก่อนน่ะฉันออกไปทำธุระให้พ่อเลยปล่อยให้แกอยู่คนเดียว กลับมาอีกทีก็เห็นแกนอนกองอยู่ที่พื้นเนี้ย” นิกกี้เล่าให้ฟังแล้วทำตาค้อนใส่คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียง บนหัวมีผ้าก๊อสพันรอบศีรษะ พูดจบก็เดินเข้าไปในครัวทันที ปล่อยให้เพื่อนรักนั่งอยู่บนเตียงเงียบๆคนเดียว

         

---------

         

          หลังจากเสร็จงานที่สเปนพวกผมก็รีบบินกลับมายังลอนดอนทันที เมื่อมาถึงผมจึงรีบคว้ากุญแจรถยนต์ออกมาจากบ้านพักทันที

          “เฮ้ลู!! นายจะรีบไปไหนน่ะ?” แฮร์รี่ถามขณะที่ลูอิสกำลังเดินออกไปจากบ้าน

          “ไปหาไพลินน่ะ” ลูอิสตอบอย่างรวดเร็วแล้วเดินออกไปจากบ้านทันทีปล่อยให้เพื่อนๆ อีกสี่คนที่กำลังขนกระเป๋าเข้าบ้านยืนมองด้วยความงง “ฝากเก็บกระเป๋าด้วนะเซนเพื่อนรัก” เขาตะโกนออกมาจากกระจกรถแล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว

          “งั้นเซนขนของลูด้วยละกันนะ” ไนออลพูดชึ้นแล้วลากกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองเข้าบ้านอย่างหน้าตาเฉย

          “ละ...” เซนไม่ทันได้พูดอะไรเลียมก็รีบลากกระเป๋าตัวเองเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว

          และแฮร์รี่...

          “เอ่อของฉันก็หนักพอแล้ว...ถ้ามีของลูด้วยคงไม่ไหว”

          “เออเอาเข้าบ้านเองก็ได้วะ” เซนพูดด้วยความหงุดหงิดก่อนจะลากกระเป๋าของตนและลูอิสเข้าบ้านไปอย่างทุลักทุเล

 

          เมื่อรถลูอิสจอดตรงหน้าร้านเจ้าของรถก็ออกมาจากรถทันทีที่ดับเครื่องยนต์ เขาก้าวขายาวๆอย่างรีบเร่งเข้าไปในร้านที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ออกแบบใหม่จากไพลินและดีไซน์เนอร์คนอื่นๆ ลูกค้าที่กำลังวัดตัว และเลือกซื้อเสื้อผ้าถึงกับตะลึงและกรี๊ดกร๊าดกันเป็นแถวเมื่อเห็นลูอิสเดินเข้ามาในร้าน แต่เพื่อไม่ให้เกิดการชุลมุนมิสซูซานก็เดินมาพาตัวลูอิสเข้าไปหลังร้าน

          “คุณไพลินอยู่บนห้องค่ะ ดูเหมือนจะป่วยด้วยค่ะ” มิสซูซานบอกลูอิส

          “เธอเป็นอะไรมากมั้ย?” ลูอิสถาม

          “กะ...” มิสซูซานไม่ทันได้ตอบลูอิสก็รีบขึ้นไบดันไปยังห้องของไพลินทันที

 

 

 

            *Pailin’s Side*

            ฉันนั่งบนเตียงคิดเรื่องต่างๆนานาไปเรื่อยเปื่อย แต่ไม่นานนักความคิดฉันก็บังคับให้ฉันคิดถึงลูอิสขึ้นมาทันที...

          ตั้งแต่วันแรกที่ฉันมาถึงลอนดอนฉันไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่อีกครั้งหลังจากที่เขาได้ช่วยฉันไว้จากไอ้โจรบ้าที่กระชากกระเป๋าฉันไป นึกไปก็สับสนและแปลกใจดีนะ

          “แกกกกก...ซุปเสร็จแล้วลุกขึ้นมานั่งกินในครัวเร๊ววววว” เมื่อได้ยินเสียงนิกกี้เรียกฉันก็ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอนแต่...ฉันกลับรู้สึกหน้ามืดตอนืนขึ้น

          “โอ๊ย!!!

          “ระวัง!!!

          “....”

          “...”

         

          “เป็นไรแก!!!

 

          “ระวังหน่อยสิ ไม่สบายอยู่จะเดินจะเหินก็ระวังๆ” ลูอิสพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขามองหน้าคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนที่เขาช่วยเหลือเธอเอาไว้ด้วยสายตาที่เป็นห่วง

          ฉันไม่พูดอะไรเพราะกำลังตะลึงกับคนตรงหน้า...ลูอิสเข้ามารับฉันไว้ทันไม่งั้นแผลเก่าที่หัวคงจะไม่หายแน่ๆเลย เพราะแผลใหม่อีสคัมมิ่ง

          “เอ่องั้นนิกกี้ขอตัวไปจัดการงานข้างล่างก่อนนะคะ รู้สึกจะมั่วๆ” นิกกี้พูดก่อนจะเดินออกไปนอกห้องและก็ไม่ลืมที่จะบอกว่าซุปไก่อยู่ในครัวสามรถกินได้แล้ว จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องปล่อยให้ลูอิสและฉันอยู่ด้วยกันตามลำพัง ฉันได้แต่มองหน้าลูอิสไม่พูดอะไร...

 

          ด้วยความเงียบที่ครอบงำลูอิสจึงเปิดบทสนทนาขึ้น

          “เอ่อเดี๋ยวฉันไปตักซุปมาให้นะรอเดี๋ยว” พูดจบก็ค่อยๆประคองแล้ววางฉันให้นั่งลงบนเตียงตามเดิม แล้วเดินหายเข้าไปในครัว ไม่นานนักก็ออกมาพร้อมกับถาดที่มีถ้วยซุป แก้วน้ำ และแก้วยาแก้วเล็กวางอยูบนถาด ลูอิสวางถาดลงที่โต๊ะใกล้เตียงนอนแล้วยกถ้วยซุปขึ้นจากนั้นก็ตักซุปมาหนึ่งช้อนแล้วเป่าให้เย็นลง

          ช้อนในมือลูอิสก็ค่อยๆเลื่อนไปที่ปากของฉัน แต่ฉันเลือกที่จะเลื่อนมือเขาออกให้พ้น

          “ลูอิส...ฉันมีเรื่องจะบอกนาย” ฉันพูด

          “มันสำคัญมากมั้ย?” เขาถามกลับ

          “สำคัญสิ”

          “แต่สำหรับฉันไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการที่เธอได้กินซุปนี่แล้วกินยาซะไม่งั้นเธอจะไม่หายนะ” เขาตอบแล้วเลื่อนช้อนมาจ่อที่ปากฉันอีกครั้ง พร้อมกับสายตาพิฆาตเอาเรื่อง ฉันหมดหนทางจึงยอมกินซุปแล้วกินยาโดยดี

 

 

          ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงมือหนาและอุ่นสัมผัสลงที่หน้าผากฉันเบาๆ เมื่อฃืมตาขึ้นมาก็พบว่าเป็นมือของลูอิสนั่นเอง นี่เขายังไม่กลับไปอีกเหรอ?

          “ตัวเริ่มอุ่นแล้วนะ อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว” เขาพูดแล้วยีหัวฉันเบาๆ

          “นี่ก็ผมยุ่งจะตายละยังจะมายีผมอีก” ฉันทำหน้างอนใส่เบาๆ ทำให้เรียกเสียงหัวเราะจากเขาออกมา

          “ผมยุ่งๆแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะ” ลูอิสเอื้อมมือมายีผมฉันอีกครั้ง จากนั้นก็เปลี่ยนมาดึงแก้มสองข้างแทน “หืยยยยดูดิแก้มยุ้ยเชียวววว” ลูอิสดึงแก้มสลับกับยีหัวฉันแล้วหัวเราะออกมาด้วยความสุข

          แต่...ภาพที่เขากำลังหัวเราะมีความสุขมันเรียกน้ำตาฉันให้ไหลออกมา...

 

 

          คนตรงหน้าฉันหยุดหัวเราะแล้วดึงฉันเข้าไปกอดทันที

          “เธอเป็นอะไร ไม่พอใจที่ฉันแหย่เธอใช่มั้ย หรือไม่พอใจที่ฉันบอกว่าแก้เธอยุ้ย คือฉันพูดเล่น?” เขาถามแล้วซุกหน้าลงบนไหล่ของฉัน

          “ไม่ๆนายไม่ได้ทำให้ฉันไม่พอใจ แต่ฉันรู้สึกผิดที่กำลังจะทำให้นายเสียใจ” ฉันพูดพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาเยอะกว่าเดิม

          “ทำไม? ทำไมถึงพูดแบบนั้น?”

          “ฉันอยู่ที่ลอนดอนได้อีกหนังสัปดาห์ หลังจากนั้นฉันจะกลับไทย...”

            “...”

          “และฉันไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกเมื่อไหร่ ฉันขอโทษ”

          “ขอโทษทำไม?”

          “เพราะความสัมพันธ์ของเราคงต้องจบกันเพียงเท่านี้”

          “ทำไมต้องจบ? ฉันสามารถไปหาเธอได้นะ และฉันสัญญาว่าจะเทคแคร์เธอ ขอแค่เธอเชื่อใจ”

          “ฉันเชื่อใจนาย...แต่ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี นายเป็นถึงนักร้องชื่อดัง แล้วดูฉันสิแฟนคลับคนนึง...”

          ลูอิสไม่รอให้ฉันพูดต่อจึงใช้โอกาสครอบครองริมฝีปากของฉันทันที จูบที่ดุดันและร้อนแรงได้บังเกิดขึ้น ลูอิสบดขยี้ริมฝีปากแรงขึ้นเรื่อยๆ จนฉันรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดและความเจ็บแสบที่ริมฝีปาก ฉันผลักเขาออกอย่างแรงด้วยความเจ็บแสบริมฝีปาก

          “เธอรักฉันมั้ย?”

          “ลูอิส...”

          “ตอบ”

          “ฉันรักนาย”

          “เท่านี้แหละ แค่เธอรักฉันก็พอแล้ว”

 

 

 

          ผ่านไปสามวันฉันก็หายจากอาการไข้หวัดบ้าบอนั่นสักที ส่วนแผลบนหัวฉันก็เริ่มหายแล้วล่ะ วันนี้ฉันเลยจัดการทยอยแพ็คของใส่กระเป๋า

          ระหว่างที่จัดกระเป๋าฉันได้ยินเสียงเปิดประตูและเสียงของใครคนหนึ่งเดินมา คนนั้นคือคนที่ฉันคุ้นตามากที่สุด...คนที่ฉันกำลังจะจากไป และไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกรึเปล่า

          “ฉันช่วยจัดของ” เขาพูดแล้วเดินเข้ามายืนใกล้ๆฉัน ลูอิสหยิบอัลบัมรูปเล่มหนึ่งใส่ลงในกระเป๋าของฉัน

          “อะไรน่ะ?” ฉันถาม

          “เอาไว้ดูตอนคิดถึง” เขาตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย แล้วจัดการหยิบของที่ฉันเตรียมไว้ใส่กระเป๋าอย่างเรียบเฉย

          “นายเป็นไรรึเปล่า?” ฉันโน้มหน้าไปถามลูอิส

          พึ่บ...

          ไม่ทันที่ฉันจะตั้งตัวเขาก็ดึงฉันเข้าไปกอด เขากอดฉันแน่นกว่าครั้งไหนๆ ถ้าหากเราจากกันจริงๆ ฉันคงคิดถึงอ้อมกอดนี้มากๆเลยล่ะ...

 

 

 

          “ไม่ไปได้มั้ย?” เขากระซิบถามที่ใบหูของฉัน

          “ฉันต้องกลับไปเรียน” ฉันตอบ แล้วกระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม

         

 

          เนิ่นนานที่เขายังคงกอดฉันด้วยอ้อมกอดที่รัดแน่นจนในที่สุดเขาก็คลายอ้อมกอดออก แล้วโน้มใบหน้าฝังปลายจมูกมาที่แก้มของฉัน ตามด้วยหน้าผาก

          “ฉันจะไม่ลืมเธอ”

          “สักวันนายจะลืมฉัน...”

          ถึงยังไงความห่างไกลมันอาจจะทำให้เขาลืมฉันได้...

          “ไม่มีวัน”

          “แต่..”

          “ไม่มีแต่” เขาพูดขัด “ฉันจะปล่อยเธอไป...แต่ถึงยังไงฉันก็ยังคงคิดกับเธอแบบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง”

          ทำไมนะทำไม!! ยิ่งเขาทำแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันอยากจะบ้า

         

 

 

-------------

 

          ในขณะที่ลูอิสและไพลินกำลังจัดการสะสางความรู้สึกของตัวเองอยู่ เสียงประตูก็ดังขึ้น เสียงรองเท้าที่ดังกระทบพื้นห้องกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ จนมาถึงภายในห้องก็เผยให้ว่ามีผู้หญิงร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ดัดลอน

            “อ่ะแฮ่ม” เธอกระแอมเบาๆ ทำให้ทั้งสองผละออกจากกัน ใบหน้าของเธอทำเอาลูอิสตกใจนิดหน่อย ส่วนไพลินก็กำลังอึ้งว่าเธอคนนี้เป็นใครกัน

         

 

          “เธอเข้ามาได้ยังไง?” ท่ามกลางความเงียบลูอิสเปิดบทสนทนาขึ้นมาทันที

          “มาหานายไง” เธอพูดอย่างหน้าตาเฉยแล้วเดินเข้ามาควงแขนลูอิสหน้าตาเฉย

          “มีเรื่องอะไร” ลูอิสพยายามแกะแขนเธอออก

          “ฉันท้อง” คำตอบของเธอทำเอาหญิงสาวตรงหน้าถึงกับอึ้ง ดวงตากลมโตหันไปมองเขาอย่างเสียใจและผิดหวัง

          “เธอแน่ใจเหรอ?” เขาถาม

          “นายพูดแบบนี้ได้ยังไง? นายจำเรื่องที่สเปนไม่ได้รึไง?” เธอเขย่าแขนลูอิสแรง แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาสีฟ้าคู่สวย  

          ไพลินไม่พูดอะไรต่อเธอจึงเดินออกไปจากที่ตรงนั้นทันที แต่ลูอิสคว้าแขนเธอไว้ทัน

          “จะไปไหน”

          “ก็ให้นายนัดการกับเรื่องของนายน่ะสิ นายทำแบบนี้ได้ยังไง ทำให้เด็กคนนึงเกิดขึ้นมาแล้วไม่คิดจะรับผิดชอบ นายมันแย่มาก ฉันเกลียดนาย!!!” ไพลินสะบัดแขนเขาอย่างแรงแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับน้ำตา ขณะที่กำลังออกไปนั้นนิกกี้ก็เข้ามาในห้องพอดี

          “เกิดอะไรขึ้น?” ไพลินไม่พูด เธอรีบเปิดประตูออกไปจากห้องแล้ววิ่งออกไปจากห้องเสื้อทันที

          “แบบนี้นี่เอง” นิกกี้เห็นลูอิสยืนกอดกับสาวผมบลอนด์ก็เข้าใจทุกอย่าง “รอฉันด้วยแก” เธอตะโกนเรียกไพลินก่อนจะวิ่งตามเธอไป

 

 

          “ทำไมเขาทำกับฉันแบบนี้วะแก” ไพลินถามนิกกี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ

          “จะร้องก็ร้องออกมาให้หมดเลย ฉันจะนั่งเป็นเพื่อนแกเอง” นิกกี้พูดแล้ววางมือลงบนมือของไพลิน

         

          เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงทั้งสองก็เดินกลับมายังห้องเสื้อ ทั้งสองเดินจูงมือมาด้วยกัน ระหว่างนั้นเองลูอิสที่มานั่งรอกว่าสองชั่วโมงหลังจากที่จัดการกับสาวผมบลอนด์ เมื่อเห็นว่าไพลินกลับมาจึงเข้าไปหาเธอแต่โดนนิกกี้ผลักออกอย่างแรง ด้วยแรงผู้ชายทำเอาลูอิสถึงกับเซ (วิญญาณชายชาติชาตรีเข้าสิงนิกกี้)

          “ออกไปให้ห่างจากเพื่อนฉัน!!!” นิกกี้พูดพร้อมทั้งชี้หน้าลูอิสอย่างคาดโทษ

          “ฉันขออธิบายจะได้มั้ย” เขายังคงพยายามจะอธิบายแต่ถูกเพื่อนสนิทของไพลินผลักออกไปอยู่ดี

          “แกขึ้นไปข้างบนก่อนเลย เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ไพลินไม่พูดอะไรแต่รีบวิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา

          เมื่อมาถึงห้องก็นั่งลงบนโซฟาแล้วปล่อยโฮออกมา ไม่นานนักนิกกี้ก็เข้ามาในห้องเมื่อเห็นเพื่อนนั่งร้องไห้เสียใจจึงเข้าไปปลอบ...

 

 

 

*Louis’s Side*

            สาวผมบลอนด์คนนั้นคือใครกัน? ผมถามตัวเองเมื่อมองเห็นหน้าเธอ เมื่อเธอพูดว่าเราเคยเจอกันที่สเปนผมก็ร้องอ๋อในใจทันที เธอคนนี้แหละที่ผมมีอะไรด้วย...ผมยอมรับว่าผมมีอะไรกับเธอจริงๆ แต่ผมป้องกัน มิหนำซ้ำหลังจากนั้นผมก็ให้เธอกินยาคุมด้วย

          ผมจัดการพาตัวเธอมาที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อตรวจครรภ์ แต่เธอกลับไม่ยอม มิหนำซ้ำยังขู่อีกว่าถ้าผมไม่รับผิดชอบจะนำข่าวไปบอกกับนักข่าวทุกสำนัก

          “ไปตรวจคครภ์ซะ”

          “ไม่!!! นายทำแบบนี้กับแม่ของลูกนายได้ยังไง”

          “เพื่อความแน่ใจไง ถ้าไม่ตรวจงั้นฉันขอดู...”

          “นายมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!! เอาสิถ้านายยังไม่เชื่อหรือไม่ยอมรับฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกนักข่าวทุกสำนัก แล้วทีนี้นายก็จะโดนประณาม ยังไม่พอนะวงของพวกนายอาจจะโดนแอนตี้”



---------

 

         

ระหว่างทางเขาไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่ขับรถไปเรื่อยๆ จนมาถึงที่บ้าน

          “ว่าไงทะเลาะกับไพลินเหรอกน้าเป็นตูดเชียว” ไนออลถามพลางกินขนม

          ลูอิสไม่พูดแต่กรอกสายตาไปทางสาวผมบลอนด์ที่เดินตามหลังมาติดๆ

          “เอ้านายเลิกกับไพลินแล้ว?”  ไนออลถามต่อ

          “ตอนนี้เรากำลังมีลูกด้วยกัน” สาวผมบลอนด์ตอบอย่างหน้าตาเฉย

 

          ตุบ!

          ไนออลตกใจจนถุงขนมในมือหล่นลงบนพื้น “นี่นาย...”

          ลูอิสไม่ปล่อยให้ไนออลพูด เขาจึงลากไนออลเข้าไปในบ้านทันที

 

 

          ลูอิสลากไนออลเข้ามาในห้องนอนของตน พร้อมทั้งเรียกเพื่อนๆ ทุกคนเข้ามาเพื่อชี้แจงเรื่องราว

          “พูดความจริงมาซะลู” ไนออลพูด

          “เรื่องอะไร ทำไมดูลึกลับจังลู?” เซนถามพลางเกาหัวแกรกๆ

          “เข้าเรื่องเลยนะ”

          “อื้อ” เพื่อนๆทั้งสี่คนตอบพร้อมกัน

          ลูอิสกรอกตาก่อนจะเล่าเรื่อง

 

 

 

      ---Last Week ago---

          “ทำไมไม่ตอบนะ!!” เขาพูดอย่างหงุดหงิดเมื่อคนที่ผมส่งข้อความไปหาไม่ตอบกลับมา ด้วยความหงุดหงิดจึงกระดกแก้วเหล้าลงคออย่างหงุดหงิดจนเหล้าหมดไปหลายขวด

          “ดื่มมากไปนะลู” เลียมพูดห้ามแต่เขากลับไม่สนกับคำพูดใครทั้งนั้น

          “ขอดื่มด้วยคนนะคะ” สักพักก็มีสาวผมบลอนด์ร่างดีคนหนึ่งมานั่งข้างๆลูอิสพร้อมทั้งแก้วคอกเทลแก้วหนึ่ง

          “ได้สิ” ทั้งสองชนแก้วแล้วจิบน้ำจากแก้วของตน

         

 

----------

     

      “เดี๋ยวๆ นายเล่าแค่นั้นแล้วไอ้ที่อย่างว่าละ?” แฮร์รี่ถาม

          “วันนั้นฉันกลับโรงแรมพร้อมลูอิสนะ” เลียมพูด เพราะคืนนั้นเลียมและลูอิสออกไปพร้อมกัน

          “ฉันว่าเรื่องนี้แปลกๆนะ” เซนพูดขึ้น

          “ฉันรู้แล้วว่าเราจะทำยังไง?” แฮร์รี่คิดแผนการออกแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม

          “ทำไง?” ลูอิสถาม

          “เอาน่า...” แฮร์รี่ไม่พูดแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์มากขึ้น 


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


มาอัพแล้วจ้าาาาาาาาาาา >O<''

ไม่รู้ว่าจะดราม่าไปมั้ย นี่ตั้งใจสุดฤทธิ์

หลังจากนี้จะคงหายไปนาน TT'

ตอนนี้ไรท์กำลังเตรียมตัวสอบ YES อยู่จ้าไม่ค่อยมีเวลาเนอะ

#แต่จะพยายามอัพน๊า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #39 Thipnapa148 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 18:59
    ค้างงงงง
    #39
    0
  2. #38 mon Ktr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 18:35
    สอบเหมือนกันเลยค่ะไรท์ ขอติดนะคะ สู้ๆ :)
    #38
    0
  3. #37 HUPPPP (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 22:09
    มาต่อไวๆๆนะค้าาาา
    #37
    0