Fic1D: Crazy Couple รักต่างมุม

ตอนที่ 11 : Chapter 11 : You're The Only One I Can Trust #Louis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ต.ค. 58

My Destiny: Chapter 11 #Louis

 

 

 


You're The Only One I Can Trust



          *Pailin’s Side*

          หลังจากที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปนอนก็เหลือฉันกับลูอิสเพียงสองคนที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่ถูกตกแต่งด้วยไฟสีต่างๆ

          ฉันเอาศีรษะตั้งตรงไหล่ของลูอิส ส่วนมือของเขาก็โอบเอวฉัน เรานั่งเงียบๆกันแบบนี้อยู่นาน จนฉันเผลอคิดเลยเถิดไปไกลว่าหากเราคบกันจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น ปาปารัสซี่คงถ่ายรูปลงหนังสือก็อซซิปกัน ไหนจะแฟนคลับอีก ไม่รู้ว่าจะยินดีหรือยินร้าย แต่พอคิดไปอีกอย่างฉันก็รู้สึกอบอุ่นเมื่อได้อยู่กับลูอิส เพราะเขาน่ะเป็นคนอบอุ่นมากเลยล่ะ ไหนจะมุมขี้เล่น หรือมุมน่ารักอีกมากมาย

          “ไพลิน...” หลังจากที่เงียบไปนานลูอิสก็เปิดบทสนทนาขึ้น

          “หือ? ว่าไง?” ฉันตอบ

          “เราลองมาคบกันดูมั้ย?” ฉันแทบสำลักนำลายตัวเองเมื่อได้ยินประโยคนั้น ฉันยกศีรษะตัวเองออกจากไหล่ของเขาแล้วมองใบหน้าเขา ใจนึงก็อยากตอบตกลง ใจนึงมันก็กลัว...

          “เอ่อคือ...”

          “ฉันอยากดูแลเธอจริงๆนะไพลิน” เขาพูดแล้วใช้มือจับใบหน้าฉันไว้

          “ทำไมนายถึงอยากคบกับฉัน?”

          “ก็เพราะฉันอยากดูแลเธอไง มันไม่มีเหตุผลอะไรมากมายนอกจากอยากจะดูแลเธอ อยากอยู่กับเธอ อยากเป็นคนที่ทำให้เธอมีความสุขก็พอแล้ว”

          เขินนนนนนนนเลยยยยยยยยยยยยค่ะ -/////- ฉันหลบสายตาลูอิสทันทีเพื่อไม่ให้เขาเห็นว่าฉันเขินแต่เขาน่ะรู้อยู่ดีว่าฉันเขินเพราะเวลาฉันเขินนอกจากหน้าจะแดงแล้วหูยังแดงอีกด้วย แถมวันนี้รวบผมซะด้วยสิ ชัดเลยจ้า...

          “ตกลงมั้ย?” เขาถามย้ำอีกรอบ”

          “อื้อ” ฉัรพยักหน้าเบาๆ

          “ห้ะอะไรนะ?”

          “อื้อ”

          “อื้ออะไรปวดอึเหรอ?”

          ตาบ้านี่ได้ทีก็แหย่ใหญ่เลยน๊า (เวลาลูอิสทำหน้างงโคตรน่ารักเลย >O<)

          “ตกลงฉันจะคบกับนาย...ได้ยินมั้ยลูอิสทอมลินสัน” ฉันตะโกนออกมาดังๆ

          “วู้วววววววววววววววววววววววววววว วู๊ฮู้วววววววววววววว สมหวังซะทีนะเพื่อน” พอฉันพูดออกไปสี่คนที่อยู่ในบ้านก็วิ่งออกมาพร้อมผิวปากแซวกันใหญ่ ฉันหันไปมองหน้าลูอิสด้วยสายตาคาดโทษ

          “นายเตี๊ยมไว้กับพวกนี้เหรอ?”

          ลูอิสไม่ตอบแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มกลับมาแทนคำตอบ ฉันตีแขนเขาเบาๆก่อนจะหัวเราะออกมา และแล้วริมฝีปากอันอบอุ่นของเขาก็ประทับลงบนริมฝีปากของฉันทันที่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงกีต้าร์จากไนออลรวมกับเสียงร้องของแฮซเลียมและเซน

          มันเป็นจูบที่ดีที่สุดของฉันเลยก็ว่าได้...ขอบคุณนะลูอิส

 

 

 

 

 

 

          [7/25]

            ผ่านไปเจดวันตั้งแต่วันที่ลูอิสบอกชอบฉันและเราได้ตกลงคบกัน เราสองคนก็ออกไปแฮงก์เอ้าด้วยกันบ่อยๆ แต่หลังจากนั้นลูอิสก็ไม่มีเวลาว่างอีกเลย เพราะเขาต้องทำงาน ทั้งเดินสายทัวร์ ออกรายการทีวี วิทยุ ถ่ายแบบ โฆษณา บลาๆๆๆ ฉันก็ได้แต่ทำงานที่ห้องเสื้อดูแลความเรียบร้อยของร้าน

          มันยากมากที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกเอ็นจอยตลอดเวลา เพราะในหัวฉันคิดแต่เรื่องที่ต้องกลับไทย ไหนจะยังไม่ได้บอกลูอิส เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะกลับวันไหน เพราะฉันไม่ได้บอกเองแหละ...กะว่าจะรอให้เขากลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตซะก่อน จากนั้นเราก็จะ จากกัน และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก

          “ฉันไม่น่าตกลงคบกับเค้าเลย...” ฉันพูดพลางร่างภาพเสื้อผ้าที่กำลังจะออกแบบ

 

 

          เย็นวันนี้ฉันเดินออกมาข้างนอกคนเดียว ฉันเดินทอดน่องไปตามทางเรื่อยๆ จนมาถึงร้านหนังสือร้านหนึ่งที่วางหนังสือพิมพ์ไว้ที่หน้าร้าน หนังสื่อพิมพ์ฉบับหนึ่งสะดุดตาฉันมากจนต้องหยุดเดินแล้วพุ่งเข้าหาแผงหนังสือพิมพ์ทันที

          ฉันหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับที่มีรูปลูอิสและผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินจับมือกันที่ที่หนึ่งซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ที่ลอนดอนแน่นอน...

         

          ฉันวางหนังสือพิมพ์ลงที่เดิมแล้วรีบเดินกลับไปยังร้านทันทีแต่ทว่า...

          “ฉันว่าแล้วว่าเธอต้องหึง”

          เสียงของเขาก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ฉันหันไปมองร่างสูงที่อยู่ในเสื้อฮู้ดสีดำกับกางเกงสำน้ำเงินที่ดูเข้ากัน และชิลสุดๆ (นี่ไม่กลัวนักข่าวบ้างไง๊?)

          “นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ฉันถามด้วยสีหน้านิ่ง

          “ก็กลับมาที่ลอนดอนเมื่อวันก่อนแต่ไม่ได้ติดต่อเธอเลย งานยุ่งน่ะ คิดถึงจะแย่” พูดจบก็เอาแขนมาพาดไหล่ฉันจนฉันเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา

          “หึงใช่มั้ยหืม?”

          “หึงไร?”

          “รูปในข่าวไง?” เขาพูดแล้วชี้ไปที่หนังสือพิมพ์ฉบับที่ฉันวางลงก่อนหน้านี้

          “ป่าวสักหน่อย...” ฉันเบือนหน้าหนี

          “หึงก็บอกหึง...ถ้าปากแข็งนักจะช่วยให้หายปากแข็ง”

          “นายจะทำอะไร?”

          “แบบนี้ไง” ว่าแล้วริมฝีปากของลูอิสก็ประกบลงมาที่ริมฝีปากของฉัน ความรู้สึกอ่อนนุ่ม และรสจูบที่หอมหวาน ลูอิสบดขยี้ริมฝีปากด้วยความอ่อนโยนละเมียดละไม เขาดูดกลืนความหอมหวานจากรสจูบและเก็บเกี่ยวมันไปจนหมด ฉันได้แต่ยืนมืออ่อนให้เขาจูบ จนเริ่มหายใจลำบากเขาจึงค่อยๆคลายจูบลงทีละนิด จนริมฝีปากเราผละออกจากกัน...

          “หายปากแข็งแล้วยัง?” เขาถามแล้วมองมาที่ริมฝีปากของฉัน “ปากเธอน่าจูบจริงๆนะ”      “นายนี่มัน...แล้วตกลในข่าวอ่ะยังไง?”

          “ข่าวนานแล้วน่ะ ก่อนที่เธอจะรู้จักฉันซะอีก”

          “อ่าว...งั้นนักข่าวเล่นข่าวเก่าเหรอ?”

          “ก็ใช่น่ะสิ” ลูอิสกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น “ฉันมีเธอคนเดียวจำไว้นะ” ว่าแล้วก็จูบลงบนหนาผากของฉันเบาๆ..

         

 

          เขาพาฉันมาส่งที่ห้องเสื้อก่อนจะเดินกลับไปยังสตูดิโอแบล็คเพื่อคุยงานกับเพื่อนๆในวงและโปรดิวเซอร์งาน

          ฉันเดินขึ้นมาบนห้องนอนแล้วล้มตัวลงนอน...

          “ฉันจะบอกนายตอนไหนดีนะว่าฉันจะต้องกลับไทย...ในไม่ช้านี้”

 

 

 

 

 

 

[10/25]

วันนี้เป็นวันที่ลูอิสและสมาชิกในวงทั้งหมดจะต้องเดินทางไปจัดงานคอนเสิร์ตที่สเปนและฉันก็กำลังจะไปส่งเขาที่สนามบิน...

อ้อฉันลืมบอกไป เมื่อสองวันก่อนนิกกี้บินกลับมาหาฉันแหละ...ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมาหาคนรู้ใจที่นี่... (หวานใจหรือคนรู้ใจของหล่อนมีทั่วทุกมุมโลก)

 

“ไพลินนนนนวันนี้แกจะไปส่งพวกเขาใช่มั้ย? ฉันไปด้วยสิ”

“แน่นนอนแกต้องไปเป็นเพื่อนฉัน” ฉันตอบพลางใส่แจ็คเก็ตยีนส์แล้วสวมรองเท้าผ้าใบ เสร็จแล้วก็รีบดึงแขนเพื่อนสาวออกมาอย่างรวดเร็ว

 

 

เมื่อมาถึงสนามบินก็พบว่ามีบรรดาแฟนคลับเยอะแยะไปหมด ฉันและนิกกี้จึงแหวกว่ายผู้คนจนเข้ามาถึง ฉันมองเห็นแฮร์รี่ที่กำลังยืนกินกล้วยอยู่ก็เลยเรียกเขา

“แฮซ...แฮซ...แฮซ” เมื่อเจ้าของชื่อได้ยินเสียงก็หันมาหาฉัน แล้วเดินตรงมาที่ฉันอย่างรวดเร็ว แล้วจูงมือฉันเดินเข้าไปหาพวกเขา พร้อมทั้งยัยนิกกี้ที่เดิมตามหลังฉันมาติดๆ

“ลูมีคนมาหานายน่ะ” แฮร์รี่ใช้นิ้วสะกิดลูอิสเบาๆ

 

          เมื่อเขาหันมามองหน้าฉัน ฉันจึงโผเข้ากอดเขา...

          “ไปกี่วัน?” ฉันถาม

          “สิบวัน..” เขาตอบสั้นๆแล้วหอมแก้มฉัน

          “ฉันจะคิดถึงนาย...ฉันจะรอนายกลับมานะ” ฉันพูด

          “ลูไปกันได้แล้ว” เลียมพูดทักขึ้น

          “แป๊บนะ” ลูอิสหันไปบอกเพื่อนที่ยืนรอเขาอยู่

          “ตอบข้อความฉันด้วยนะ ถ้าฉันสไกป์มาก็รับด้วยนะ” เขาพูดแล้วหอมแก้มฉันอีกครั้ง

          “อื้อ” ฉันตอบสั้นๆ แล้วหอมแก้มเขากลับ

 

          ลูอิสพาตัวฉันเข้าไปกอดแน่นๆอีกครั้ง อ้อมกอดที่อบอุ่น และอ้อมกอดที่ฉันอยากจะให้มันอยู่กับฉันตลอดไป...แต่...ก็คงเป็นได้แค่ความคิด ถึงจะยังไงตอนนี้ฉันควรจะรับมันไว้ ฉันจึงกอดเขาแน่นเช่นกัน เนิ่นนานที่เรากอดกัน เราผละออกจากกันเพราะเสียงของไนออลที่ตะโกนมาแล้วโบกมือเป็นสัญญาณให้ลูอิสเดินตามพวกเขาไปที่เกท

 

 

          ลูอิสคลายอ้อมกอดแล้วเดินเข้าไปในเกทตามเพื่อนๆ ... ฉันยืนมองแผ่นหลังที่กำลังเดินไปจนสุดสายตา...

          “หวานนะย่ะ” นิกกี้ที่ยืนมองอยู่พูด

          “เออน่า...”

          “แกชอบเค้าก็ชอบไปเหอะอย่ากั๊ก”

          “ฉันชอบเค้า...แต่อีกสิบห้าวันฉันจะต้องกลับไทยแล้วนะนิกกี้” ฉันนั่งลงบนเก้าอี้

          “เฮ้ยแก...” นิกกี้เห็นฉันนั่งลงจึงนั่งตาม แล้วใช้มือลูบบ่าฉันเบาๆ

          “แก...ฉันจะทำยังไงดี?”

          “แกได้บอกเขารึยัง?”

          “ยัง...ฉันไม่กล้า...”

          “โอ๊ยเธอเนี่ย...”

          และอีกครั้งที่น้ำตาฉันเอ่อออกมา...

 

---------------

 

          ตลอดแปดวันที่ผ่านมาไพลินทำงานที่ห้องเสื้อไม่ได้ออกไปไหน เอาทำงานหนักมาก ต่างจากนิกกี้ที่เอาแต่กิน นอน เที่ยว ไปหาผู้ชาย(เอ๊ะเดี๋ยวๆ) ก็แหงสินางมาอยู่เป็นเพื่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว... ไพลินไม่ค่อยรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะข้างๆเธอมีเพื่อนคนนี้ที่คอยให้กำลังใจเธอและเคียงข้างเธอเสมอมา..

          “ไพลินนนน...แกทำงานหนักไปแล้วนะ” นิกกี้เปิดประตูเข้ามาในห้องก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่

          “ใกล้เสร็จแล้วแก” ไพลินตอบ

          “ฉันว่าแกมากินอะไรสักหน่อยดีกว่านะ วันนี้ทั้งวันแกกินขนมปังแผ่นเดียวเองนะ”

          “ไม่เอา...เดี๋ยวฉันกินทีเดียวตอนงานเสร็จ”

          “ไพ-ลิน-ออก-มา-กิน-เดี๋ยว-นี้” นิกกี้เน้นเสียงให้เพื่อนสนิทรู้ตัวว่าเธอต้องทำตามที่เขาสั่ง

          “ก็ได้ๆๆๆๆ” ไพลินวางดินสอลงบนโต๊ะแล้วเดินออกมา...ทันใดนั้นเอง

 

          โครมมม

            “ว๊ายยยยย...”

 

 

          “เป็นไงบ้างแก?” นิกกี้พยุงเพื่อนสนิทที่เพิ่งฟื้นจากอาการหน้ามืดจนหกล้มหัวแตก

          “โอ๊ย!!” ไพลินใช้มือแตะแผลที่หน้าผาก

          “เจ็บเหรอ? ไหนๆดูหน่อยซิ”

          “มาเป็นไรๆ ฉันเป็นอะไรไปเนี่ยแก?”

          “ก็หกล้มน่ะสิ หน้ามืดเพราะไม่กินข้าวกินปลา เอาแต่ทำงานๆๆๆๆจนร่างกายอ่อนล้า” นิกกี้ร่ายยาวใส่เพื่อนตรงหน้า

          “ขอบคุณที่ทำแผลให้นะ”

          “แกคิดว่าฉันจะปล่อยให้แกนอนจมกองเลือดบนพื้นรึไงห้ะ ก็ต้องทำแผลให้สิย่ะ”

          “เออน่า...ไงก็ขอบคุณนะ”

 

 

 

 

          เช้าวันรุ่งขึ้นไพลินลืมตาขึ้นมาด้วยอาการปวดหัว และแทบลุกขึ้นไม่ไหว

          “ปวดหัวจัง......”

          ไพลินยันตัวเองขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงก่อนจะหันไปหยิบมือถือมาดูเวลาแต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นข้อความจากลูอิสนับร้อยข้อความ ไหนจะสไกป์ที่เขาโทรมาแล้วไม่ได้รับอีก

          ไพลินเลื่อนดูข้อความเรื่อย...

          ฉันถึงสเปนแล้วนะที่นี่สวยมาก

 

            ‘เฮ้...

 

          ทำไมไม่ตอบกลับมาเลยเนี่ย

 

          เห็นข้อความแล้วตอบกลับด้วย คิดถึง...

 

          และอีกนับร้อบข้อความที่เขาส่งมา ไพลินกำลังจะตอบข้อความกลับแต่ลูอิสก็สไกป์มาพอดี

          “หวัดดี...”

          “ทำไมเธอไม่ตอบข้อความฉันเลย เป็นไรรึเปล่า?”

          “พอดีฉันเผลอหลับไปน่ะ ขอโทษด้วยนะ”

          “อื้อไม่เป็นไร”

          “แล้วนายมีไรรเปล่า”

          “จะบอกว่าพรุ่งนี้ฉันจะกลับแล้วนะ ไว้เจอกัน”

          “อื้อเจอกัน โอ๊ย!” ไพลินใช้มือแตะแผลที่หน้าผากเบาๆ เพราะเธอรู้สึกเจ็บขึ้นมาดื้อๆ

          “เป็นอะไรรึเปล่า?”

          “อ๋อเปล่าๆ”

          “งั้นเท่านี้ก่อนนะ ฉันต้องไปเตรียมตัวถ่ายโษณาน่ะ”

          “บาย...”

          “บายครับ”

          หลังจากวางสายจากลูอิสไพลินเดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลแล้วค่อยแกะผ้าก็อซที่พันหัวเธอออก

          เธอมองแผลตัวเองจากกระจกแล้วทำแผลด้วยตัวเอง เมื่อทำแผลเสร็จจึงเดินออกมาจากห้องน้ำ

         

          “เฮ้...ตื่นแล้วทำไมไม่เรียกฉัน?”

          “ก็ไม่เห็นแกนี่”

          “ฉันไปทำโจ๊กมาให้น่ะ อ่ะกินซะจะได้กินยา”

 

 

 

          *Pailin’s Side*

          หลังจากที่ฉันรับกินโจ๊กฝีมือนิกกี้ก็กินยาตามที่เธอสั่ง นิกกี้พยุงตัวฉันมาที่เตียงนอน ฉันนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่หลับจึงลุกขึ้นไปที่โต๊ะทำงานจึงหยิบดินสอมาขีดร่างๆวาดๆเสื้อผ้าที่ออกแบบต่อ

 

          ฉันมองนาฬิกาจากมือถือก็พบว่าตอนนี้เวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว หลังจากอาหารเช้านิกกี้ก็หายไปเลย เธอได้แต่บอกว่าเตรียมอาหารเที่ยงไว้ให้แล้ว ถ้าจะกินก็เวฟเอาแต่ฉันลืมกิน TT’ ทำไงดีนิกกี้ต้องด่าฉันแน่เลย

 

          ฉันตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องนอน...แต่

 

                    โครมมม!!

 

 

 


ตอนต่อไปเป็นยังไงโปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ..


ไรท์เตอร์กลับมาเเล้ววววววววววววววววววววววว>O<'

หายไปนานเพราะเปิดเทอมเรื่องเรียนก็ถาโถมงานกลุ่มก็มางานเดี่ยวก็มา

ก็เม้นเป็นกำลังใจบ้างน๊าาาาาาาา

เอิ่มมติชมหรืออะไรยังไงเม้นมาได้ค่ะยินดีอ่านและรับทุกคำติชม ^____^ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                   

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

71 ความคิดเห็น

  1. #36 pangkapin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 20:59
    มาต่อไวๆนะคร้า
    #36
    0
  2. #35 aumnaaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 23:10
    เปนกำลังใจให้ค่าสู้ๆน้าา ต่อฟิคเรวๆด้วยยงิ้งิ้
    #35
    0
  3. #34 HUPPPP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 22:43
    กลับมาต่อไวๆๆนะค้าาา
    #34
    0
  4. #33 BellaJS (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 14:09
    โอเยยย ค้างง รีบมาต่อน้าาา
    #33
    0
  5. #32 Thipnapa148 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 08:09
    รีบๆมาอัพนะไพลินเป็นอารายย
    #32
    0