(FIC:LMxNC/DMxHG) รวมเรื่องสั้นสุดจิ้น สุดฟิน ของคนรักเดรโก เฮอร์ไมโอนี่

ตอนที่ 4 : Lucius Malfoy x Narcissa Black: Before love 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

Lucius Malfoy x Narcissa Black: Before love 3/3

 

การเรียนตลอดเทอมนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเหนือความคาดหมายเป็นที่สุดสำหรับแม่มดสาวอย่าง นาร์ซิสซา แบล็ก ที่เคยใช้ชีวิตอย่างเหนื่อยหน่ายในฮอกวอตส์ เพียงเพราะเขาเข้ามาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่ลูเซียสได้สอนให้เธอบินด้วยไม้กวาด ตั้งแต่นั้นมาหญิงสาวก็เริ่มเปิดใจมองชายผมบลอนด์ยาวสยายตรงหน้าใหม่

เธอยอมให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแต่ละวัน ทุกวันศุกร์เขาจะคอยทบทวนบทเรียนให้เธอจนดึก และเดินไปส่งเธอที่หอนอน เขามีวิธีการพูดที่ชวนฟัง และเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์จนน่าทึ่งเสียจนนาร์ซิสซาลืมคำเตือนของพี่สาวจนหมดสิ้น เธอเริ่มรู้สึกว่าเขาเข้ามามีอิทธิพลต่อใจของเธอเสียก่อนที่เธอจะรู้ใจตัวเองด้วยซ้ำ...

“มิสแบล็ก!”

“ค่ะ...” นาร์ซิสซา เข้าพบ ศาสตราจารย์ฮอเรซ ซลักฮอร์น ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำสลิธีรีนของเธออีกครั้ง คราวนี้สีหน้าแช่มชื่นทำให้หญิงสาวใจชื้นขึ้นกว่าครั้งไหน

“นั่งก่อนสิ...”

“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์...” หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เหลือบสายตาดูโต๊ะทำงานอันเป็นที่ประจำของชายผมบลอนด์แต่วันนี้กลับว่างเปล่า...

“ลูเสียสไม่อยู่หรอก”

“คะ?”

“หากการมองหาของเธอหมายถึงเขาน่ะมิสแบล็ก”

“เปล่าค่ะศาสตราจารย์” เธอรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว หากแต่อาจารย์สูงวันยิ้มกว้าง

“เธอจะมองหาเข้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ฉันได้ยินว่าเธอสองคนสนิทสนมกัน ซึ่งนับเป็นเรื่องดี เขาเป็นชายหนุ่มอนาคตไกลและใช้ได้ทีเดียว และเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นครูพิเศษที่ดีมากทีเดียวจริงไหม”

ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นวางแผ่นกระดาษสีเข้มแสดงผลการเรียนของเธอไว้ตรงหน้า หญิงสาวหันไปหยิบขึ้นมาดูด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ผลการเรียนตลอดภาคเรียนนี้ของเธอแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อเธอได้เห็นวิชาการบินของเธอจากเลวร้ายกลายเป็นพอรับได้ นั่นนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นที่สุด..

นาร์ซิสซายิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้สงบราบเรียบดังเดิม หล่อนนั่งฟังชายสูงวัยเอ่ยชื่นชมผลการเรียนและพัฒนการที่ดีอย่างเห็นได้ชัดของเธอ จนหญิงสาวรู้สึกจักจี๊แปลกประหลาด ไม่เคยมีใครสักคนโดยเฉพาะคนในครอบครัวเอ่ยชื่นชมผลการเรียนของเธอ คุณแม่แทบจะไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนมากไปกว่าการที่หล่อนควรจะสวมชุดคลุมที่ดีที่สุดเท่าที่เหรียญทองจะซื้อได้ หรือทำทรงผมอย่างไรให้เหมาะ หรือแม้แต่การเลือกแสดงอารมณ์ที่ไม่ควรเกินงาม หล่อนไม่เคยได้รับคำชมในเรื่องเรียนเลย เช่นเดียวกับที่คนรอบข้างมักจะสนใจเพียงรูปร่างหน้าต่างที่แสนงดงาม นาร์ซิสซาเก็บความขื่นขมไว้ข้างใน ไม่มีใครสนใจหล่อนว่าหล่อนจะเรียนดีหรือไม่ตราบเท่าที่หล่อนมีผมสีบลอนด์ทองสว่างจ้าเช่นนี้...

“ฉันภูมิใจในตัวเธอจริง ๆ เห็นได้ชัดว่าความพยายามและความตั้งใจจริงของเธอทำให้ทุกอย่างออกมาดีเยี่ยม...และนี่คือสิ่งที่ฉันภูมิใจที่สุด”

“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์” เธอยิ้มออกมาจากใจ ศาสตราจารย์สูงวัยส่งกระดาษอีกแผ่นที่ทำเอามือทั้งของข้างของเธอสั่นเทา

“เธอเป็นลูกศิษย์ที่น่ารักของฉันมิสแบล็ก คงไม่เป็นไรที่ฉันจะแจ้งผลการสอบ ว.พ.ร.ส. ให้เธอทราบก่อนที่ฉันจะนำผลคะแนนไปติดบอร์ดนะ”

“หมายความว่า....”

หญิงสาวตาค้าง ชายสูงวัยยิ้มด้วยความเอ็นดู

“ยินดีด้วย...คุณสอบผ่านหมดทุกวิชามิสแบล็ก”

“เมอร์ลินช่วย...” หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก การเรียนสำหรับแม่มดที่เก่งกาจบางคนอาจดูเป็นเรื่องง่าย แต่นั่นไม่ใช่สำหรับเธอ ดวงตาคู่งามกวาดมองไปยังผลคะแนนที่แสดงให้เห็นว่าเธอผ่านทุกวิชา นาร์ซิสซาเงยหน้ามองอาจารย์ เขาส่งยิ้มกว้างให้เธอ พลางเอื้อมมือมาลูบเส้นผมอ่อนนุ่ม หญิงสาวน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นาร์ซิสซายกมือน้อย ๆ ขึ้นซับ ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ

“หนูไม่ได้ฝันไปแน่หรือคะศาสตราจารย์”

“เธอทำได้...และทำได้ดีเยี่ยมมิสแบล็ก”

รอยยิ้มตรงหน้าทำให้นาร์ซิสซามั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องฝันไป การสอบที่เธอกลัวมาโดยตลอดนั้นผ่านไปได้ด้วยดีเยี่ยมเหลือเกินจนเธอแทบไม่อยากจะเชื่อ

“ฉันรู้ดีว่าเธอคงไม่ชอบออกไปยืนออเบียดกับนักเรียนคนอื่นที่หน้าบอร์ดหรอก เพราะงั้นฉันเลยนำผลสอบมามอบให้เป็นการสวนตัว เอาล่ะทีนี้ลูกศิษย์ที่รักของฉันก็หายห่วงไปอีกหนึ่งคน อีกสองปีข้างหน้าเธอจะมีอนาคตที่ดีรออยู่สาวน้อย เก็บรักษามันไว้ล่ะ”

“ค่ะศาสตราจารย์”

“ฉันคงกวนเธอเท่านี้แหละมิสแบล็ก เธออาจจะต้องการเวลาส่งข่าวไปให้ครอบครัว...เชิญตามสบายนะ”

นาร์ซิสซาเอ่ยลาด้วยความชื่นหัวใจ หล่อนไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าเมื่อเราพยายามอย่างเต็มที่และได้ผลตอบแทนดังหวังมันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีขนาดนี้ หญิงสาวมองดูผลการเรียนของเธอในมืออีกครั้งราวกับจะย้ำชัดว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงอีก ก่อนจะบรรจงเก็บใส่กระเป๋าหนังราคาแพงของหล่อนอย่างทะนุถนอม...

“ฉันควรจะบอกใครดี...”

หญิงสาวถามตัวเองในใจ เธอเห็นใบหน้าของชายผมยาวแสนดีที่ทำให้หล่อนมีวันนี้ได้แจ่มชัดเหลือเกิน ในขณะเดียวกันหญิงสาวก็น้อยใจเกินกว่าจะแจ้งข่าวดีให้ครอบครัวทราบ คุณแม่ของหล่อนไม่สนใจว่าผลการเรียน หรือผลสอบจะออกมาในรูปแบบไหน เธอไม่จำเป็นต้องมีผลสอบที่ดีเพื่อจะไปเข้าทำงานในกระทรวงฯ แต่เธอจะต้องรู้จักทักษะการเลือกถ้วยกระเบื้อง หรือจานทองเหลือ เลือกสวมชุดและเครื่องเพชรที่เข้าชุดกัน เรียนการเต้นรำและมารยาทชั้นสูงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นภรรยาที่ดีของพ่อมดจากยี่สิบแปดสกุลศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นก็พอ..

“ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้อยู่แล้วนี่นะ....”

นาร์ซิสซาถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปตามเส้นทางเพื่อตรงไปห้องโถง ใกล้เวลาอาหารค่ำแล้ว นักเรียนคงจะเรียนทยอยกันมา เธอเดินตรงสง่างามไม่แม้แต่จะหยุดส่งยิ้มให้ใครสักคนก็ตามที่พยายามจะแสดงความเป็นมิตรให้หล่อน

นาร์ซิสซาคิดว่าเธอจะไปแจ้งข่าวดีให้อันโดรเมดาทราบ แม้ว่าช่วงหลักพี่สาวของหล่อนจะเอาแต่ขลุกอยู่กับแฟนหนุ่มมักเกิ้ลจนตัวแทบจะติดกัน ก่อนจะไปแจ้งให้ร่นพี่ลูเซียสทราบ เขาควรได้รู้ว่าสิ่งที่เขาอดทนสอนเธอมาตลอดทั้งเทอมมันสำเร็จแล้ว เขาจะต้องดีใจ หญิงสาวมั่นใจว่าอย่างน้อยเมื่อหล่อนไม่มีใคร หนึ่งในนั้นจะต้องมีเขาที่ยินดีกับความสำเร็จของเธอ

“อันโดรเมดา ฉันสอบว.พ.ร.ส. ผ่านแล้ว!”

เธอมองดูพี่สาวที่กำลังจูบกับแฟนหนุ่ม เท็ดเป็นฝ่ายผละออกก่อน เขายิ้มเขิน ๆ ให้เธอ

“ว้าว ยินดีด้วยนะมิสแบล็ก” ชายหนุ่มเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน เขาไม่กล้าเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนมเพราะรู้ดีว่าน้องสาวคนสวยของแฟนสาวไม่ชอบหน้าเขาเท่าไหร่ วันนี้ดูท่าว่าเธอจะอารมณ์ดี นาร์ซิสซาตอบรับคำแสดงความยินดีของเขา “...เธอเก่งที่สุด จริงไหมอันโดรเมดา”

“ยินดีด้วยซิสซี่ ฉันมันใจว่าเธอทำได้แน่” พี่สาวหันมาสนับสนุน ดึงน้องสาวไปกอด หล่อนเห็นความตั้งใจของสาวน้อยคนเล็กของบ้านมาตลอดหลายเดือน ซึ่งในที่สุดมันก็สำเร็จ

“ขอบใจ”

“เธอควรเขียนจดหมายไปบอกที่บ้าน...ฉันว่าคุณแม่คงยกเครื่องเพชรให้เธอเป็นกระบุง”

นาร์ซิสซาเบ้หน้า “...ไม่มีใครสนใจเรื่องเรียนของฉันหรอกอันโดรเมดา ก่อนหน้าที่ฉันสอบไม่ผ่าน ก็ไม่เห็นจะถูกตำนิเลยด้วยซ้ำไป”

“เธอขี้น้อยใจตั้งแต่เมื่อไหร่กันซิสซี่....แต่รู้ไหมฉันดีใจกับเธอจริง ๆ นะ” อันโดรเมดาขยิบตา

“แต่ฉันรู้ว่าใครจะยินดีกับเธอจนเนื้อเต้น”

“ใครหรอ?”

พี่สาวหันไปกระซิบกับแฟนหนุ่ม เท็ดพยักหน้าให้เธอ อันโดรเมดาก็ฉวยข้อมือบาง ก่อนจะกึ่งจูงกึ่งลากน้องสาวคนสวยฝ่าเหล่านักเรียนหลายร้อยคนที่กำลังทยอยกันเข้ามาที่ห้องโถง จุดหมายของอันโดรเมดาอยู่ไม่ไกลเลย ประธานนักเรียนชายที่กำลังยืนตรวจตราดูความเรียบร้อยอยู่หน้าประตูบานใหญ่ด้วยท่าทางจริงจัง...

“เฮ้! มัลฟอย!”

อันโดรเมดาตระโกนลั่น สร้างความสนใจไปทั่วจนน้องสาวหน้าแดงด้วยความอับอาย นาร์ซิสซาเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูเซียสหันมามองสองสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“มัลฟอย!”

“ไงสองสาวตระกูลแบล็ก” เขาเอ่ยทัก พลางผายมือให้เด็ก ๆ ปีหนึ่งกลุ่มใหญ่รีบเดินเข้าไปในห้องโถงให้เป็นระเบียบ

“ขอขัดจังหวะท่านประธานนักเรียนหน่อยเถอนะ เพราะดูท่าว่ามีคนอยากคุยด้วย”

อันโดรเมดายิ้มเจ้าเล่ห์ทำเอานาร์ซิสซาถลึงตาใส่พี่สาว เธอดันตัวสาวน้อยผมบลอนด์ไปตรงหน้าหนุ่มผมยาวที่ส่งยิ้มสุภาพมาให้

“ว่าไงนาร์ซิสซา...”

“เอ่อ...” เธออึกอักเล็กน้อยเมื่อ มีสายตาใคร่รู้จากเหล่านักเรียนที่มองมา

“ก็ได้ ฉันไปก่อนนะ น้องสาวฉันเป็นพวกขี้อายน่ะมัลฟอย...ไว้เจอกันที่ห้องนั่งเล่นรวมนะซิสซี่”

“อันโดรเมดา...”

“เหลือเชื่อเลย...ฉันอยากจะสาปพี่จริงๆ”

พี่สาวโบกมือให้พร้อมร้อยยิ้มกว้าง ทิ้งไว้แต่เพียงสาวน้อยแสนขี้อาย นางเงยหน้ามองสบตาดวงตาสีเทาของเขา ลูเซียสยืนพิงผนังเล็กน้อยด้วยท่าทีสบายใจราวกับเขากำลังรอให้เธอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

“...อันที่จริงฉันแค่อยากมาขอบคุณรุ่นพี่น่ะค่ะ”

“เรื่องอะไร?”

“ก็เรื่องที่รุ่นพี่สละเวลามาสอนฉันตลอดทั้งเทอม...” สาวน้อยยื่นแผ่นกระดาษแสดงผลการเรียนให้เขา ชายหนุ่มรับมา เขากวาดสายตาดูอย่างรวดเร็วก็รู้ว่าเธอสอบผ่านทุกวิชาตามที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด ลูเซียสเงยหน้ามอง ดวงตาสีมรกตคู่งามส่องประกายแวววาวอย่างปิดไม่มิด

“ดีใจด้วยนาร์ซิสซา เธอเป็นสาวน้อยที่เก่งกาจ”

“ขอบคุณค่ะรุ่นพี่”

ทั้งสองลังเลที่จะพุ่งตัวเข้าไปหากัน จึงจำต้องสกัดกลั้นอารมณ์ไว้ โดยเฉพาะเขา ลูเซียสรู้ดีว่ามันคงไม่น่ามองเท่าไหร่ที่เขาจะอุ้มเธอจนตัวลอย และกอดเธอไว้ด้วยความยินดีต่อหน้านักเรียนนับพัน เธอเป็นสุภาพสตรี และเขาก็ถูกสอนมาเยี่ยงสุภาพบุรุษ

ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยสายตาโหยหาอย่างปิดไม่มิด ไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อนราวกับจะทำให้เสียการควบคุม กระทั่งศาสตราจารย์มักกอนากัลป์ผู้ซึ่งเดินผ่านหน้าพวกเขาไปเสียดื้อ ๆ นักเรียนทั้งสองจึงแสร้งกระแอมออกมาและถอยห่างออกจากกัน

“มิสเตอร์มัลฟอย มิสแบล็ก ฉันคิดว่าเด็ก ๆ ปีหนึ่งคงมากันครบแล้ว ขอบใจมากที่ดูแลนักเรียนเป็นอย่างดี พวกเธอสองคนไปนั่งที่เถอะ อาจารย์ใหญ่คงมีเรื่องต้องแจ้งหลายเรื่องทีเดียว ไปสิทั้งสองคน”

“ครับ/ค่ะศาสตราจารย์”

ทั้งคู่เหลือบมองตากันเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินกลับไปประจำที่ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน โดยเฉพาะสาวน้อย เธออยากจะกรี๊ดร้องด้วยความดีใจ พุ่งตัวไปกอดอาจารย์พิเศษคนเก่งที่ทำให้เธอมีความสุขเหลือเกิน แต่ทั้งสองทำได้เพียงทิ้งตัวลงบนม้านั่งประจำบ้าน นาร์ซิสซาจิบน้ำฟักทองรองท้องเมื่อมื้ออาหารยังไม่ถูกเสิร์ฟ พลางเหลือบตามองรุ่นพี่ของเธอที่หันไปพูดคุยกับเพื่อน ๆ ของเขาโดยไม่ได้หันมามองเธอ...

“คงมีแต่ฉันที่ดีใจอยู่คนเดียว...เขาก็ใช่จะสนที่ไหน เขาแค่ทำตามหน้าที่ต่างหากล่ะ”

“เธอว่าอะไรนะ?” นักเรียนหญิงปีห้าหันมาหาเธอ

“ป่าวสักหน่อย...” นาร์ซิสซาแสร้งเปลี่ยนเรื่อง “...แค่บอกว่าเมื่อไหร่อาหารจะมาเสิร์ฟน่ะ”

.............

...

.

ช่วงปลายภาคเรียนมักจะมีงานยุ่งเสียเหลือเกินโดยเฉพาะสำหรับหน้าที่ประธานนักเรียนชาย ลูเซียสชอบที่จะทำหน้าที่ของเขาให้สมบูรณ์แบบ เขาน้อมรับคำชมจากเหล่าอาจารย์ด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจกับมัน แม้นั่นจะหมายความว่ามันทำให้เขาต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า ตรวจตราและดูแลความเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่จนดึกดื่น เขาตระเตรียมที่จะสละตำแหน่งให้กับเหล่าประธานนักเรียนชายหญิงคู่ใหม่ ทำให้เขาไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะไปเจอสาวน้อยผมบลอนด์ดังเดิม แม้ลูเซียสจะใจหายที่เขาไม่ได้มีโอกาสใช้เวลาใกล้ชิดดังเดิม ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีค่า และแสนพิเศษเหลือเกิน แต่เขาก็ยังดีใจที่อย่างน้อยเขาก็สามารถช่วยเหลือให้เธอมีผลการเรียนที่ดี และก้าวไปเป็นแม่มดสาวที่น่าชื่นชม เขาทำหน้าที่ของเขาได้สำเร็จ...

ลูเซียสนั่งเขียนรายงานนักศึกษาอยู่จนกระทั่งเข้าได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามา ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวไร้มารยาท เขาหัวเสียทันที เสียงรบกวนน่าหนวกหูช่างทำลายบรรยากาศยามเย็นของเขาเหลือเกิน...

“มัลฟอย!!!”

ทันทีที่เขาเปิดประตู ใบหน้าของเพื่อนร่วมบ้านสาวผมสีน้ำตาลก็เต็มไปด้วยความแตกตื่น เขารู้สึกใจคอไม่ดีเลยที่เธอพุ่งตรงมาหาเขาเยี่ยงนี้ในเมื่อมันทำให้เขานึกไปถึงน้องน้อยของตระกูลแบล็ก

“เมอร์ลินช่วย ดีใจที่นายอยู่ที่นี่!” อันโดรเมด่าหายใจหอบเพราะแรงวิ่ง ใบหน้าของนางขึ้นสีแดงเรื่อ

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น!” ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนรน

“ซิสซี่ ซิสซี่”

“นาร์ซิสซาทำไม เกิดอะไรขึ้นกับนาง!!” ชื่อนี้มีอิทธิพลกับเขาเหลือเกิน ลูเซียสแทบจะรอให้พี่สาวของนางพูดออกมาไม่ไหว เขาแทบจะอยากเค้นคอน้อยๆของเธอเสียด้วยซ้ำ

“ว่ายังไง!”

“คือ...” นางกลืนน้ำลาย “...เมื่อเย็น ครอบครัวเราได้ของขวัญวันคริสมาสต์ตามธรรมเนียมตระกูลแบล็ก ซิสซี่ก็ดูปกติดี จนกระทั่งหล่อนเปิดจดหมายของคุณย่าพร้อมกับกล่องที่ฉันว่าน่าจะเป็นเครื่องเพชร น่ามักจะได้แก้วแหวนสวย ๆ งาม ๆ เพราะเป็นหลานรักกว่าพี่น้องทุกคน...แต่”

“แต่อะไร...!”

“อยู่ดีๆ ซิสซี่ก็ร้องไห้ออกมา นางไม่ยอมเอาจดหมายให้ใครดู ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณย่าเขียนอะไร แต่นางวิ่งหายไปร้องไห้ที่ริมทะเลสาบ ฉันไม่เคยเห็นน้องร้องไห้ขนาดนี้ แม้แต่ซีเรียสก็ยังตกใจ ฉันพยายามจะเข้าไปหา แต่นางก็ตวาดไล่ออกมา ซิสซี่บอกว่าอยากอยู่คนเดียว”

ลูเซียสเม้มปากเป็นเส้นตรงบางเฉียบ เขาเริ่มเป็นห่วงสาวน้องขึ้นมาจับใจ

“ซิสซี่ไม่เคยระเบิดอารมณ์แบบนี้มาก่อน มันคงเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจของนางมากทีเดียว ฉันไม่รู้จะช่วยน้องยังไงเลยนึกถึงนาย...นายเป็นคนเดียวที่ซิสซี่ไว้ใจมากพอเท่าที่ฉันรู้”

อันโดรเมดาหน้าเศร้า หล่อนสงสารน้องสาวมาก เท็ดแนะนำว่าให้หล่อนตามหาชายตรงหน้า เพราะเขาดูจะเป็นเพียงคนเดียวในช่วงระยะหลังที่นาร์ซิสซาให้ความสนิทสนมมากจนถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นพิเศษ

ลูเซียสพยักหน้ารับ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล เขาละทิ้งงานทุกอย่าง มีเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเขารออยู่

“ขอบใจที่มาบอก ฉันจัดการเอง....”

...

.....

............

“...ถ้าเธอดื้อไม่ได้ ก็อย่าตกหลุมรักเด็ดขาด มันเจ็บเจียนตายเลยนะ เธออาจจะเดทกับหนุ่ม ๆ ตามประสา แต่อย่าพยายามสานสัมพันธ์กับพวกเขาล่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณแม่หมั้นหมายไว้กับใคร นั่นหมายความว่าเธอจะต้องทนทรมานตลอดไป”

ประโยคที่พี่สาวคนกลางเคยเตือนเธอทำเอานาร์ซิสซาน้ำตาไหลพราก เธอเข้าใจแล้ว เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดเหลือเกิน

ก็อย่าตกหลุมรักเด็ดขาด มันเจ็บเจียนตายเลยนะ!

หญิงสาวซบหน้าลงกับฝามือทั้งสองข้าง เธอทิ้งตัวอยู่ริมทะเลสาปด้วยหัวใจที่บอกช้ำ ปีนี้ควรจะเป็นปีที่ดีของเธอแท้ ๆ ทุกอย่างช่างไปได้สวย สวยเสียจนเธอลืมสถาณะของตน ลืมกำแพงน้ำแข็งที่เคยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตนเองจากความบอกช้ำทางอารมณ์เพียงเพราะเขา

นาร์ซิสซานึกถึงใบหน้าของชายผมบลอนด์ยาวที่เข้ามามีอิทธิพลต่อใจ เธอเผลอมีใจให้แก่เขาไปเสียแล้ว หญิงสาวแรกรุ่นนึกโกรธตัวเองเหลือเกินที่เธอเดินไปเปิดตู้ขบวนสุดท้ายในตอนนั้น เกลียดตัวเองที่ดันเรียนไม่ดีพอจนเขาต้องเขามาใกล้ชิดเธอ และโกรธที่ดันเผลอไปรักเขาเข้าแล้วในขณะที่เธอมีภาระอันยิ่งใหญ่ของสาวเลือดที่ต้องแบกรับ

เธอเป็นทายาทตระกูลแบล็ก ตระกูลเก่าแก่ที่มีหน้าที่อันใหญ่หลวงเกินกว่าจะคำนึงถึงความรู้สึกรักชอบส่วนตัวได้

หญิงสาวร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นให้กับจดหมายที่เป็นต้นเหตุของความเสียใจ

“ถึง ซิสซี่หลานรัก

สุขสันต์วันคริสมาสต์ที่อบอุ่น ย่าและลูก ๆ ทุกคนรอต้อนรับและพร้อมที่จะฉลองช่วงเวลาที่แสนพิเศษของตระกูลแบล็กด้วยกัน

ปีนี้หลานสาวของย่าโตเป็นสตรีที่งดงาม สูงส่งไปด้วยชาติตระกูล และสายเลือดที่บริสุทธิ์ ย่ารู้ดีว่าหลานสาวของย่าคือความหวังของตระกูลแบล็ก หลานเป็นคนโปรดของย่า และย่าพร้อมที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแก่หลานรัก...

หลานคงจำเรื่องที่เราคุยกันตอนเด็ก ๆ สินะ...หลานได้ถูกหมั้นหมายตั้งแต่หกขวบไว้กับครอบครัวพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ที่คู่ควร เราเลี้ยงให้หลานเติบโตขึ้นมาเพื่อเป็นภรรยาที่มีหน้ามีตาในสังคมผู้วิเศษ คริสมาสต์นี้ครอบครัวคู่หมั้นของหลานได้ส่งของกำนันชิ้นงามเป็นของขวัญ และย่าตื่นเต้นเหลือเกินที่จะมอบให้หลานรักของย่า...

ปิดเทอมฤดูร้อนนี้ ย่าดีใจเหลือเกินที่จะแจ้งให้หลานทราบว่า เราครอบครัวตระกูลแบล็กจะจัดงานหมั้นที่คฤหาสน์ให้กับหลานอย่างสมเกียรติ และรออีกสองปีเมื่อหลานเรียบจบ หลานจะได้แต่งงานกับพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ที่คู่ควร แม่ของหลานตื่นเต้นเหลือเกิน พวกเรานับวันรอปิดภาคเรียนแทบไม่ไหว...

รักและคิดถึงเสมอ”

นาร์ซิสซาร้องไห้ออกมา หล่อนขยำจดหมายของคุณย่าที่ทำให้หัวใจของหล่อนแตกสลาย มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินที่รู้ว่าหล่อนมิอาจสมหวัง หรือทำตามใจปรารถนาได้เพียงเพราะหล่อนมีคู่หมายที่เหมาะสม นางโยนจดหมายทิ้งลงทะเลสาป เฝ้ามองมันจมลงไปราวกับต้องการให้ความเจ็บปวดทั้งหลายดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร

เสียงฝีเท้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้นาร์ซิสซารีบปาดน้ำตา หญิงสาวหันไปหมายจะตลาดไล่ทุกคนที่เฉียดเข้ามาในพื้นที่ที่หล่อนต้องการอยู่เพียงลำพัง จากแต่ผู้มาเยือนรายใหม่ กลับทำให้น้ำตาที่เคยหยุด ไหลออกมาอีกครั้ง...

“รุ่นพี่....”

เสียงแผ่วเบาจากปากน้อย ของเธอทำเอาใจของเขากระตุกไหว ลูเซียสค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงข้างๆเธอ เขาเห็นดวงตาคู่งามบอบช้ำจนเขาเองรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย และมันเป็นครั้งแรกที่เขาสัญญากับตัวเองว่าจะทำทุกทางเพื่อให้ตนเองไม่ต้องเห็นน้ำตาของสาวผมทองคนงามอีก นางโผเข้าหาเขาคร่ำครวญถึงความเจ็บปวดที่ต้องทุกข์ทน และทำตามคำสั่งของตระกูลแบล็ก เขาประคองกอดเธอไว้แนบอก ลูบเส้นผมของนางด้วยความรัก นาร์ซิสซาร้องไห้อยู่พักใหญ่จนกระทั่งสงบลง เขาจึงค่อยๆ ช้อนดวงหน้างาม และซับหยาดน้ำตาออกจากดวงหน้าอย่างอ่อนโยน...

“รุ่นพี่อย่าพยายามทำดีกับฉันเลยค่ะ...มันทำให้ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน” นางพูดออกมาในที่สุด ทำให้ลูเซียสแปลกใจ มือน้อย ๆ ชูกล่องกำมะยี่สีเข้มให้เขาดู

“ฉันไม่สามารถทำทุกอย่างที่ปรารถนา ไม่สามารถอยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่แบบนี้ได้อีก”

“ทำไมละ...ฉันไม่มีวันปล่อยมือจากเธอหรอกนะสาวน้อย”

“ฉันเจ็บปวดเหลือเกินค่ะ...ต่อจากนี้ไป เราไม่สมควรที่จะพบกันเยี่ยงนี้อีก” นางช้อนตามองเขาด้วยความโหยหา “...รุ่นพี่ดีกับฉันเหลือเกินจนฉันเคยตัว”

“ฉันจะดีกับเธอเพียงคนเดียวนาร์ซิสซา” ลูเซียสปาดน้ำตาออกจากดวงตาคู่งาม หญิงสาวเบือนหน้านี้นางไม่อาจะขัดคำสั่งใดของครอบครัวได้ นางแบกความหวัง และหน้าตาของตระกูลแบล็กไว้บนบ่าน้อยๆ

“ฉันถูกหมั้นหมายไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ...นี่ช่างเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเหลือเกินค่ะ” นางยกมือขึ้นจับแก้มของเขา มองดวงหน้าคมคายที่ได้หัวใจหล่อนไปหมายจะจดจำทุกรายละเอียดของเขาให้ขึ้นใจ ในยามที่หล่อนไมอาจมองหน้าเขาได้เยี่ยงนี้

“ความรักของฉันเป็นสิ่งไม่จำเป็น...ในเมื่อฉันไม่สามารถรักใครได้ หน้าที่ของตระกูลยิ่งใหญ่กว่าความรักของเด็กสาว” แต่เรื่องนี่นางร้องไห้คร่ำครวญ กลับเป็นเหตุผลให้เขาอบยิ้มจนนางค้อน ลูเซียสฉลาดพอที่จะรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว นาร์ซิสซาที่น่าเอ็นดูของเขากำลังเสียใจ เขาได้จดหมายจากบิดาเช่นกัน จดหมายที่น่ายินดีเหลือเกินที่แจ้งว่าตระกูลแบล็กตอบรับและพร้อมที่จะหมั้นหมายเขากับคู่หมั้นคนงามในหน้าร้อนนี้แล้ว

"นาร์ซิสซาผู้อ่อนหวานของเขา เสียใจเหลือเกินเมื่อทราบว่าคุณย่าที่รักได้หมั้นหมายนางไว้กับพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ จดหมายในวันคริสมาสต์บอกเพียงว่า ทันทีที่นางเรียบจบ จะต้องแต่งงานกับคู่หมั้นของนาง"

"โธ่...ซิสซี่ที่รัก" ลูเซียสยิ้ม นางร้องไห้เอ่ยถึงความขัดแย้งในใจนาง นางรักษาความเย็นชาไว้เพื่อสักวันเรื่องการถูกบังคับแต่งงานเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นางจะได้ไม่เจ็บปวดเพราะผิดหวังในความรัก แต่กระนั้นแล้วแม้จะต้องห้ามใจ แต่นางกลับปันใจให้กับรุ่นพี่ผมยาวเข้าเสียแล้ว ลูเซียสอมยิ้มให้กับครั้งแรกที่เขาได้รู้ความในใจของเด็กสาวขี้อายที่ซ่อนไว้ใต้หน้ากากเฉยชา หล่อนโกรธที่เขาหัวเราะให้กับความเสียใจของนาง เขาดึงนางมากอดแนบอก สูดดมความหอมหวานของเด็กสาว นางโกรธที่เขาล้อเล่นกับความรู้สึกของนางเสียยกใหญ่ จนในที่สุดเขาก็ยอมบอกนาง

“รุ่นพี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน ในขณะที่รุ่นพี่กลับหัวเราะเยาะใส่ความรู้สึกที่ฉันมีให้”

“เธอเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว” เขากอดเธอแน่นเข้าไปอีกจนหญิงสาวดิ้น

“อย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดสิสาวน้อย”

“แล้วจะให้เข้าใจว่าอะไรล่ะคะ?”

นางผลักอกเขาด้วยมือน้อย ๆ หากแต่ลูเซียสไม่ถือสา เขาฉวยกล่องกำมะหยี่ของนางขึ้นมา หยิบจี้มรกตมากมูลค่าที่ไม่อาจประเมินได้ขึ้นตรงหน้า นางยังคงหน้างอจนเขาค่อยๆ บรรจงสวมมันรอบคอระหงส์ ก่อนที่ลูเซียสจะยกมือของเขาขึ้นตรงหน้า นาร์ซิสซากระพริบตาถี่ ๆ เมื่อเริ่มสังเกตุว่ามรกตเม็ดงามตรงหน้าช่างเหมือนเก็บแหวนบนนิ้วของชายหนุ่ม เมื่อเธอลดโทสะลง หญิงสาวก็ใจเต้นแรง มือน้อย ๆ ยกขึ้นแตะจี้ที่เป็นรูปตัวเอ็มอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่ทำให้เธอเผลอใจเต้นรัว

"ซิสซี่ ถ้ารู้แล้วคุณจะร้องไห้เสียอกเสียใจเยี่ยงนี้หรือเปล่า...ในเมื่อคู่หมั้นคนนั้นคือฉันเอง"

"อะไรนะคะ?"

"เราสองคนถูกหมั้นหมายกันตั้งแต่เธอหกขวบ" เขายิ้มให้เธอ ช่างเป็นรอยยิ้มที่กระจ่ายตาเหลือเกิน "...ฉันดีใจเหลือเกินที่เธอคือคู่ของฉัน และฉันหวังว่าเธอจะยินดีเช่นเดียวกัน"

"รุ่นพี่หรือคะ...คือรุ่นพี่ของฉันจริงหรือคะ?"

นางปิดปากด้วยความตกใจ ลูเซียสยิ้ม เขาพยักหน้าให้เธอจนกระทั้งนาร์ซิสซาก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอร้องไห้เสียอกเสียใจตั้งนาน แต่สุดท้ายเมื่อได้รู้ว่าคู่หมั้นของเธอไม่ใช่ใครที่ไหน คือชายผมยาวที่ได้หัวใจเธอไปทำให้นางหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ

นาร์ซิสซากระโจนเข้าสู่อ้อมแขนของเขาที่อ้ารับเธอ ลูเซียสยกตัวเธอลอย หมุนเป็นวงกลม ทั้งคู่ยิ้มให้แก่กันด้วยหัวใจที่พองโต ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงอย่างอ่อนโยน มือเรียวยกขึ้นสัมผัสดวงหน้างามที่เขาไม่เคยละสายตาไปมองใครได้อีก ชายหนุ่มค่อยๆ ช้อนใบหน้าของเธอขึ้น ก่อนที่เขาจะบรรจงมอบจุมพิตแรกให้แก่กันด้วยหัวใจที่เต้นไปด้วยกัน สองชายหญิงยืนจูบกันริมทะเลสาปด้วยความล้ำลึกไม่สนสายตาของนักเรียนคนใดที่แอบมองพวกเขาอยู่ ทั้งคู่ดูเหมาะสมและงดงามเหลือเกิน เขายกมือน้อย ๆ ของนางขึ้นพาดบ่า ก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แนบแน่นขึ้นราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว...

 

The End.

 

HPS - Lucius Malfoy x Narcissa Black - Lucissa | Harry potter ...

 

 

Talk

จบแล้วค่ะ ทุกคนชอบหรือเปล่าคะ เม้นบอกกันหน่อยน้าาาาา จะได้มีแรงเปิดเรื่องสั้นต่อๆไปค่า

คู่นี้จริงๆ เค้ารักกันนุ่มนิ่ม ๆ ดีเนาะ เป็นโชคดีของแม่นะ นางโดนจับแต่งงานก็จริง แต่ได้ ผู้ในฝันของนางอยู่นะ แม่มีความอีลิทสูงมาก สามีแม่คืออีลิทเหมือนกัน แม่คือพวกเมินเฉยต่าง ๆ รอบตัวมาก ยกเว้นสามีกับลูกของจริง ขนาดจอมมารแม่ยังไม่เว้นอ่ะคิดดู ^^

ป๋าในปัจจุบันคือนิยามของ Daddy ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ แอร๊ยยย ^^

 

จะขอต่อความกาวของตัวเอง เรากาวคู่นี้ค่ะ แฮะ ๆ มาดูโมเมนต์พ่อบ้านใจกล้าหลังแต่งงานกันเถอะ ป๋านี่เก่งไปทั่วนะ แต่เจอเมียคือแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้สู้ ขอซีนให้รุ่นพ่อก่อนนะคะ ไม่ค่อยมีซีนเลย ใครมีฟิคดีๆ ของป๋ากับซิสซี่ปามาได้นะคะ อยากอ่านมากค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #47 sugunlayapur (@sugunlayapur) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 21:48
    เพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรกค่ะเขียนดีมากอ่านสนุกชอบที่สุดดดดดด ลูเซียสลุคนี้กร้าวใจมากค่ะ ลบภาพตัวร้ายจากหนังและนิยายที่เราไม่ค่อยชอบหน้าได้หมดเลย ดีต่อใจฟินนนนนนมากกกกกกก..ส่วนซิสซี่เราชอบนางนะตอนอ่านนิยาย
    #47
    0
  2. #29 mewpattiya (@mewpattiya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 22:57
    น่ารักมากเลยย อ่านแล้วเขินมั่กก
    #29
    0
  3. #15 Hajima_homin (@kimhomin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 07:22
    โอ๊ยน่ารักไม่ไหวแล้ว
    #15
    0
  4. #11 Mi55.PP (@piery) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:22
    คือชอบ ชอบมากๆ ละมุน อ่อนโยนต่อใจมากเลย ฮืออออ
    #11
    0
  5. #10 หลานชินอ๋อง (@zizoozaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:16
    ซึ้งมาก คู่ป๋าลูคือดีอ่ะป๋าอ่อนโยนมากเลย
    #10
    0
  6. #9 MYDREAMMI (@MYDREAMMI) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:03
    แงงง ชอบมากเลยค่ะไรท์ ชอบที่นาซิสซี่คิดเองเออเอง สรุปคู่หมั้นก็คือลูเซียสอยู่ดี5555 ปักหมุดรอตอนต่อไปเลยค่ะ สู้ๆนะคะะ
    #9
    0