(FIC:LMxNC/DMxHG) รวมเรื่องสั้นสุดจิ้น สุดฟิน ของคนรักเดรโก เฮอร์ไมโอนี่

ตอนที่ 2 : Lucius Malfoy x Narcissa Black: Before love 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

Lucius Malfoy x Narcissa Black: Before love 1/3

 

She needed to take a minute for herself. It took a moment to sink in, but then the full consequences of her actions hit her. Skye had left him. She had done, what she had planned for over half a year. But that also meant that she needed to go to the swamp with her newborn. Parker was there, he sure would take her and the baby in. But they still had to figure things out. It wasn't going to be easy, with Asher looking for them.

 

“เมอร์ลินเป็นพยาน พี่ทำให้ฉันอยากจะอาเจียนอันโดรเมดา!”

อันโดรเมดา แบล็กผละจากจูบแสนดูดื่มของเธอกับ เท็ด ท๊องส์แฟนหนุ่มที่ควงกันมาพักใหญ่ ดวงตาหวานเยิ้มจ้องมองน้องสาวคนเล็กของตระกูลแบล็ก อันโดรเมดายกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลหยักเป็นลอนให้เข้าทรงในขณะที่เท็ดกระแอมแก้เขิน ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงยามที่เห็นสายตาเย็น ๆ ของสาวน้อยผมทองตรงหน้า เท็ดเป็นมักเกิ้ลที่ริอาจมารักกับแม่มดสาวเลือดบริสุทธิ์ในสายตานาร์ซิสซา หล่อนจึงไม่ชอบใจเขาเท่าไหร่

“นี่...เธอไม่พอใจที่ฉันมีคนรักใช่ไหมซิสซี่”

อันโดรเมดาขยิบตา ริมฝีปากของหล่อนบวมช้ำ หล่อนชอบแกล้งแหย่น้องสาวคนสุดท้องของตระกูลเล่น ปีนี้น้องเล็กขึ้นปีห้าแล้ว หล่อนกลายเป็นสาวสะพรั่ง ใบหน้าหวานเยิ้มของหล่อนควรจะแย้มยิ้มให้สมวัยใส ดวงตาสีมรกตคู่งามก็มักจะเฉยชาไร้อารมณ์อยู่เสมอ นาร์ซิสซางดงามที่สุดในบรรดาสามสาว หล่อนมีผมสีบลอนด์ทองสว่างจ้าที่บางครั้งก็ม้วนเป็นมวยโชว์คอเรียวยาว นางเหมือนสาวงามในรูปเขียนน้ำมันแสนเย็นชา แม้อันโดรเมดาจะไม่ได้งดงามเทียบเท่า แต่หล่อนกลับพราวเสน่ห์กว่าน้องสาวเพราะความมีชีวิตชีวาของหล่อนนั่นเอง

“การแสดงความรักเป็นเรื่องที่ดีนะน้องรัก” หล่อนซุกตัวในอ้อมแขนแฟนหนุ่มที่ทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นน้องสาวคนรักหน้าเบ้

“เธอน่ะสวยจะตาย หัดยิ้มซะบ้าง ทำตัวให้เป็นมิตรบ้างก็ได้ซิสซี่...ไม่อย่างนั้นหนุ่ม ๆ จะหนีหายไปหมดนะน้องรัก”

“ใครสน...” หญิงสาวยืนขึ้นเต็มความสูง เธอขยับเสื้อคลุมอย่างถือตัว มือบอบบางคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย “...เชิญพี่แสดงความรักให้เต็มที่เลยอันโดรเมดา แล้วเจอกัน!”

“อ้าว...ซิสซี่นั่นจะไปไหนน่ะ!”

อันโดรเมดาร้องลั่นเมื่อเห็นน้องสาวคนสวยลุกออกไปจากตู้รถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปยังฮอกวอตส์ นาร์ซิสซาปิดประตูใส่หน้าพี่สาวดังปังด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“เทอมนี้เป็นเทอมคู่รักแห่งฮอกวอตส์หรือไงนะ...!”

หญิงสาวบ่นพึมพำยามเปิดไปตามตู้ขบวนที่นักเรียนนั่งกันเป็นคู่ ๆ พวกนั้นกอดจูบกันอย่างเปิดเผยเสียจนหล่อนหัวเสีย เธอมองว่าการมีความรักเป็นเรื่องของพวกอ่อนไหวน่ารำคาญ แม่มดเลือดบริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องมีความรักหรอก ขอแค่มีคู่ที่เหมาะสมกันก็พอ เธอเชื่อคำสอนของคุณย่าที่พร่ำบอกมาตั้งแต่ยังเล็ก ดวงหน้างามฉายแววเบื่อหน่าย หล่อนไม่อยากนั่งกับพวกเด็กปีหนึ่งปีสองที่เอาแต่จ้อไม่หยุดและตื่นเต้นกับขนมบนรถไฟ

“จริงสินะ...”

ร่างเพรียวบางรีบตรงไปยังตู้ที่หล่อนคิดว่าพอจะขออาศัยไปด้วยในอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงปลายทางได้ แต่เสียงหัวเราะดังลั่นตู้หนึ่งทำให้นาร์ซิสซาขมวดคิ้ว หล่อนเปิดประตูอย่างรวดเร็วกลุ่มรุ่นพี่ปีเจ็ดห้าคนหันมามองหล่อนด้วยความฉงนใจ ก็จะส่งยิ้มร่าเมื่อรู้ว่าใครมาเยือน...

“อ้าวคิดว่าใคร ซิสซี่เอง นั่งก็สิ” ซีเรียสเอยทักน้องสาวที่ยืนหน้าตึง

“สาวน้อยคนสวยของซีเรียส!”

“มาสิ...นั่งกับพวกเราก็ได้...เจมส์ลุกไปหน่อยสิวะ”

เพื่อน ๆ ของเขาเริ่มเอ่ยปากแซวสาวผมทองคนสวยกันสนุกปาก นาร์ซิสซาส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา หล่อนปิดประตูลงตามเดิมด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะตรงไปสองตู้ที่เหลืออันเป็นทางเลือกสุดท้าย ตู้แรกเป็นเด็กมักเกิ้ลสามคนจากฮัฟเฟิลพัฟที่เงยหน้ามองหล่อนด้วยความงุนงง หญิงสาวเลยตัดสินใจที่จะนั่งตู้สุดท้ายเลยก็แล้วกัน

“ตรงนี้ว่างหรือเปล่า...?”

นาร์ซิสซาเอ่ยขึ้น หล่อนเห็นชายผมบลอนด์เงินสว่างจ้ากำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนา เธอจำเส้นผมยาวสลวยที่มักจะมัดรวบเรียบร้อย ใบหน้าคมคายเงยมอง ดวงตาสีเทาซีดจ้องหล่อนด้วยความงุนงง นาร์ซิสซาจำได้ดีเขาคือรุ่นพี่ปีเจ็ดประจำบ้านสลิธีรีน ลูเซียส มัลฟอย

“ตรงนี้ว่างหรือเปล่าคะ...?”

เสียงหวานเอ่ยซ้ำด้วยความหงุดหงิด เขาเห็นชายหนุ่มเลิกคิ้ว พลางมองไปยังที่ว่างฝั่งตรงข้าม

“...เซเวอรัสเป็นเจ้าของที่ตรงนี้”

เสียงทุ้มยางคางเอ่ยขึ้น เธอไม่ชอบวิธีการพูดของเขาเลย มันดู...เฉยเมยราวกับโลกนี้ไม่มีค่าอะไรให้สนใจ

“แต่ฉันคิดว่าเขาไม่น่าจะกลับมา เพราะฉะนั้นมันเป็นของเธอถ้าต้องการ”

หล่อนถอนหายใจ ร่างเพรียวบางจึงเร้นกายเข้ามาในตู้โดยสารตู้สุดท้าย นาร์ซิสซาปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา หล่อนพยายามจะเก็บสัมภาระเหนือศีรษะให้สำเร็จ แต่เพราะแรงเหวี่ยงไปมาของรถไฟทำให้หล่อนเสียหลักไปสองสามครั้งจนส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ

“ให้ฉันช่วย...”

นาร์ซิสซาไม่รู้ว่าเขาลุกขึ้นตอนไหนเพราะมันเงียบเชียบมาก ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่เบื้องหลัง เขาเอื้อมมือขึ้นไปดันกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นเก็บส่งผลให้ร่างบางยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ระหว่างอ้อมแขนของเขา เส้นผมยาวอ่อนนุ่มคลอเคลียใบหน้าของเธอ นาร์ซิสซาไม่เคยรู้สึกอึดอัดเช่นนี้มาก่อนในชีวิต หล่อนแอบกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกได้ว่าลูเซียสโน้มตัวเพื่อเอื้อมดันกระเป๋าของหล่อนทำให้แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่งโดยไม่ตั้งใจ...

“เรียบร้อยแล้ว...นั่งเถอะ”

เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วและแผ่วเบาเหลือเกินในสายตาของหญิงสาว นาร์ซิสซาเห็นชายหนุ่มนั่งลงอ่านหนังสือเล่มหน้าที่เปิดค้างไว้ต่อ เธอจึงทิ้งตัวลงตรงข้ามเขาพลางถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจเป็นที่สุด...

“รุ่นพี่กำลังแอบมองฉันหรือเปล่าคะ...?”

น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นแกมหงุดหงิดใจ นาร์ซิสซานั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นานสองนาน แต่หล่อนกลับรู้สึกเหมือนว่าชายตรงหน้ากำลังจ้องมองเธอ เมื่อหันไป เขากลับเบนสายตาไปที่หน้ากระดาษต่อ มันเป็นแบบนี้มาสี่ห้าครั้งจนหญิงสาวทนไม่ไหว

ลูเซียสตัดสินใจปิดหนังสือลงวางมันไว้ข้างตัว มือเรียวยาวที่สวมแหวนประจำตระกูลประสานกันไว้ที่ตัด เขาแอบลอบมองเธอจริง ๆ แต่ก็เพราะความฉงนใจว่าเหตุใดสาวน้อยคนเล็กของตระกูลแบล็กถึงได้เดินหน้าบึ้งตึงมานั่งกับเขาได้ ลูเซียสเห็นรุ่นน้องมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่หน้าบึ้งไร้รอยยิ้มไม่ว่าจะถูกรุ่นพี่แกล้งแหย่เพียงใดก็ตาม เธอค่อนข้างเก็บตัวและเงียบเชียบ คอยขลุกอยู่กับพี่สาวคนกลาง ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะเติบโตเป็นสาวงามสะพรั่ง ลูเซียสจ้องมองดวงหน้างดงาม เขาเคยคบหากับสาว ๆ หลายคน แต่เขายังไม่เคยเจอแม่มดคนไหนจะงดงามเท่าหล่อนเลย

ชายหนุ่มรู้ดีว่าตระกูลของเขาและเธอได้หมั้นหมายกันไว้เรียบร้อย เขาพึงพอใจที่รู้ว่าเธอคือคู่หมายที่เพรียบพร้อมสำหรับเขาในอนาคต หากแต่ลูเซียสไม่เคยบอกเธอ หรือใครก็ตาม เขาคิดว่าสาวน้อยตรงหน้าอาจจะยังไม่รู้ตัว แต่เธอยังมีเวลาอีกสองปีในรั้วฮอกวอตส์เวลาอีกถมเถที่จะค่อย ๆ สังเกตว่าที่เจ้าสาวของเขาต่อไป เช่นเดียวกับการกันพวกหนุ่ม ๆ ออกไปให้พ้นทาง...

“ว่ายังไงคะ...?”

ใบหน้างามบูดบึ้งสนิทจนเขานึกขำ

“ฉันแค่สงสัย...” เขาเลิกคิ้วมองรุ่นน้อง

“สงสัยอะไรหรือคะ...?”

“ว่าทำไมเธอถึงได้...เดินมานั่งไกลขนาดนี้” เขาเห็นหญิงสาวถอนหายใจ “...พี่ ๆ เธอก็อยู่ไม่ใช่หรือไงมิสแบล็ก”

“ถ้าหากนั่นคือข้อสงสัย...เหล่าพี่ ๆ ของฉันคือความน่าเบื่อที่ต้องหลีกหนี” นาร์ซิสซาย่นจมูกเมื่อนึกถึงพี่สาวที่เอาแต่กอดจูบกับแฟนหนุ่มจนเกินงาม และพี่ชายตัวร้ายกับเพื่อนนิสัยเสียของพวกเขา ลูเซียสเลิกคิ้วด้วยความขบขัน

“รุ่นพี่จะได้รับตำแหน่งประธานนักเรียนในปีนี่ใช่ไหม”

“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดน่ะนะ...”

ลูเซียสค่อนข้างมันใจในเรื่องนี้ทีเดียว เขามีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม ได้รับเลือกเป็นพรีเฟ็กเนื่องจากความประพฤติที่ดี และแน่นอนว่าตำแหน่งประธานนักเรียนชายย่อมไม่หนีไปไหน พ่อของเขาอะบราซัส มัลฟอยได้สอน ให้เติบโตมาด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของตระกูล อันประกอบด้วย ความสุขุมรอบคอบการวางตัวให้เหมาะสมและดูสง่า อันจะทำให้ผู้อื่นนั้นเคารพนับถือการปลูกฝังให้สืบทอดสายเลือดบริสุทธิ์ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลการรักษาระบบการปกครอง และ การรักษาสัมพันธไมตรีที่เป็นผลประโยชน์ต่อครอบครัวมัลฟอย ในช่วงชีวิตที่นี่เขาทำมันได้ดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย

“งั้นฉันจะขอให้รุ่นพี่ช่วยลงโทษอันโดรเมดาได้ไหมคะ?” นาร์ซิสซาเอ่ยขึ้นด้วยความหวัง ลูเซียสแปลกใจจนเผลอมองหน้าหล่อนตรงๆ “...จะตัดคะแนน จะกักบริเวณ จะอะไรฉันไม่สน มันต้องมีสักอย่างที่ทำได้”

“ฉันคงไม่ตัดคะแนนนักเรียนจากบ้านตัวจนต้องเสียโอกาสการได้รางวัลบ้านดีเด่นหรอกนะตราบเท่าที่ไม่มีเหตุผลเพียงพอ”

“ไม่รู้แหละ...”

เธอหงุดหงิดใจ ลูเซียสนึกขำเขาไม่ค่อยเห็นปฏิกิริยาทางอารมณ์จากหญิงสาวตรงหน้ามาก่อน เธอมักจะแสดงท่าทีเฉยชา และไม่พูดจาสุงสิงกับใคร “...รุ่นพี่สามารถทำตามคำข้อได้หรือเปล่าคะ?”

ดวงตาสีมรกตจ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง เรียวปากบางของลูเซียสระบายยิ้ม

“ตราบเท่าที่ฉันรู้เหตุผล”

“...มัน” นาร์ซิสซาหรี่ตาด้วยความอึดอัด เธอไม่อาจจะบอกให้เขาตัดคะแนนพี่สาวด้วยเหตุผลเพียงเพราะเธอจูบกับแฟนหนุ่มมักเกิ้ลได้ “...ช่างเถอะ”

“งั้นก็เสียใจด้วยที่ไม่อาจทำตามที่ต้องการได้...”

เขาก้มหน้าให้เธอเล็กน้อย ซึ่งหญิงสาวมองว่ามันดูเหมือนการล้อเลียนเธอมากกว่า นาร์ซิสซาสะบัดหน้าออกไปทางหน้าต่างด้วยความหงุดหงิดใจ เธอรู้ดี เธอไม่เคยได้ทุกอย่างตามที่ต้องการเลยสักครั้ง เธอลูกเลี้ยงดูมาให้เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของทุกคน เธอไม่ได้เด็ดขาดอย่างเบลลาทริกซ์ หรือหัวขบถจอมรั้นอย่างอันโดรเมดา เธอคือ นาร์ซิสซา น้องเล็กที่ต้องทำตามความต้องการของทุกคน และแบกรับความคาดหวังของตระกูลไว้ ไม่เคยมีใครถามเธอสักคนเลยว่าเธอต้องการอะไร...

สองหนุ่มสาวต่างปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในความเงียบ ของกันและกันไปตลอดการเดินทาง ซึ่งกินเวลานานกว่าครั้งไหน ๆ

....

..

.

 

“มิสแบล็ก”

ศาสตราจารย์ฮอเรซ ซลักฮอร์นเป็นอาจารย์ประจำสลิธีรีน เขาเป็นอาจารย์ประจำวิชาปรุงยา และเจ้าของสโมสรซลักฮอร์นที่จะรวบรวมนักเรียนพ่อมด แม่มดคนเก่งไว้ เขาชอบการเข้าสังคมและการมีหน้ามีตาเป็นที่สุด แต่การเป็นพ่อบ้านหลักของบ้านสลิธีรีนเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก

“คนไหนคะ?”

เสียงหวานดังขึ้น อันโดรเมดามองศาสตราจารย์ตาแป๋ว ซลักฮอร์นถอนหายใจยาว เขาสอนนักเรียนตระกูลแบล็กมาเยอะทีเดียว โดยเฉพาะช่วงรุ่นนี้

มิสนาร์ซิสซา แบล็ก หลังมื้ออาหารรบกวนมาพบผมที่ห้องทำงานที...” เขาเห็นเด็กสาวผมบลอนด์ปีห้าพยักหน้า โดยมีพี่สาวของเธอกำลังแหย่เธอเล่น

หลังมื้ออาหารนาร์ซิสซาจำต้องแยกจากกลุ่มเพื่อนเพื่อไปพบศาสตราจารย์ของเธอตามคำสั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวถอนหายใจ เธอเดินไปตามทางเรียบ ๆ นักเรียนที่ผ่านไปมาต่างส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อย ซึ่งเธอเลือกที่จะแสดงสีหน้าเฉยเมยราวกับพวกเขาเป็นอากาศ

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์สำหรับนาร์ซิสซาถือว่าค่อนข้างต่ำทีเดียว เธอสนิทอันโดรเมดา และเซเวอรัส สเนปเท่านั้น นอกนั้นหญิงสาวไม่ค่อยเสียเวลาที่จะแสดงท่าทีเป็นมิตรเท่าไหร่นัก

“เข้ามาสิ...”

ศาสตราจารย์เอ่ยเรียกเมื่อเห็นหญิงสาวยืนนิ่ง เธอขยับเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม นั่งลงที่เก้าอี้บุหนังสีน้ำตาลตัวใหญ่หน้าโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร นาร์ซิสซาเหลือบเห็นชายผมบลอนด์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานด้านในถัดไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก เขาไม่สนใจจะเงยหน้ามองหรือทักทาย ลูเซียสจดจ่ออยู่กับกองเอกสารตรงหน้า

ศาสตราจารย์ฮอเรซ ซลักฮอร์นถอนหายใจยาว เขาก้มมองดูแผ่นเอกสารในมือ หลังจากผ่านมาครึ่งเทอมแรก อาจารย์ประจำวิชาต่าง ๆ ได้พากันสรุปผลการประเมินการเรียนของนักศึกษาปีห้าขึ้นไป เนื่องจากพวกเขาหรือเธอจะต้องพร้อมสำหรับการสอบ ว.พ.ร.ส. หรือ วิชาพ่อมดระดับสามัญ โดยมีผู้ทดสอบมาจากกระทรวงเวทมนตร์ ซึ่งถือว่าเป็นการสอบเลื่อนชั้นไปสู่การเรียนในระดับเฉพาะทาง

“มิสแบล็ก เอ้อ ฉันรู้ว่าเธอเป็นนักเรียนที่ดี ไม่สร้างความเดือดร้อนและไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียให้บ้านสลิธีรีนมาตลอดห้าปี” เขาพยายามเริ่มต้นบทสนทนาด้วยดี “เธอคงจะทราบดีใช่ไหมว่าสำหรับนักเรียนปีห้า จะต้องมีการสอบว.พ.ร.ส. ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าคุณยังมีเวลาเตรียมตัวอีกหนึ่งเทอม”

“ค่ะศาสตราจารย์”

“แต่ผลการเรียนที่ผ่านมาตลอดสี่ปีของคุณอยู่ในเกณฑ์พอรับได้ และเกินความคาดหมายบ้างนั้นถือเป็นเกณฑ์ผ่านสำหรับเรา” เขาถอนหายใจ “...แต่ดูเหมือนจะมีอยู่อีกวิชาที่อยู่ในเกณฑ์เลวร้ายนะมิสแบล็ก”

นาร์ซิสซากล้มมองตักตัวเองด้วยความรู้สึกแย่ หญิงสาวรู้ดีว่ามันคือวิชาอะไร

“....วิชาการบิน”

“หนูมั่นใจว่าว.พ.ร.ส.ไม่มีสอบวิชาการบินนะคะศาสตราจารย์”

“เฮ้อ....ก็ใช่ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะเลี่ยงการแก้ไขผลการเรียนนี้ไปได้มิสแบล็ก ฉันเข้าใจว่าพ่อมด แม่มดบางคนอาจจะไม่ชอบการบินเท่าไหร่นัก...ดูสิอืม คุณอาจจะทำได้ดีใน...” ศาสตราจารย์ชราพยายามไล่มองผลการเรียนที่ดีเยี่ยมของเธอ ซึ่งมันไม่มี เขาเลยมองดูวิชาที่เกินความคาดหมายเพียงหนึ่งวิชาของเธอ “...อืมน่าสนใจที่ภาษารูนดูจะเป็นวิชาที่เธอทำได้ดีพอพอกับประวัติศาสตร์น่ะ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ถนัด”

“เอาล่ะอาจารย์ทุกคนประชุมกันแล้วว่า เราจะต้องผลักดันให้นักเรียนของเราทุกคนผ่านเกณฑ์ในทุกวิชาก่อนที่จะจบปีห้าไป นั่นก็เพื่อรักษามาตรฐาน และเป็นผลดีแก่ตัวนักเรียนเองนะ ซึ่งฉันเองก็เห็นด้วย...”

“และมาดามฮูทยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คุณไปสอบแก้ตัวในวิชาการบินเป็นการส่วนตัวก่อนปิดภาคเรียนนี้ น่ายินดีทีเดียวที่ฉันคิดว่าคุณควรจะลองกลับไปพิจารณาข้อผิดพลาดนี้อีกครั้ง”

“แต่...หนู”

หญิงสาวอ้ำอึ้ง เธอรู้ดีว่าไม่ถูกกับการทรงตัวบนไม้กวาดเท่าไหร่ เธอสอบได้แย่มากที่เดียวในตอนปีสอง นาร์ซิสซาเลี่ยงที่จะต้องกลับไปจับไม้กวาดอีก

“ฉันเข้าใจว่าคุณคงเครียด...จะเป็นการดีที่พี่ทั้งสองจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องการบินหากคุณไม่สบายใจที่จะให้มาดามฮูทช่วยฝึกสอนเพิ่มเติม”

ใบหน้าหวานฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิดเธอไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องอย่างซีเรียส หรือพี่สาวแท้ ๆ อย่างอันโดรเมดาจะยอมช่วยเธอ พวกเขามัวยุ่งกับเรื่องส่วนตัวจนไม่มีใครสนใจเธอเท่าไหร่นัก

“หนูไม่คิดว่าพี่ทั้งสองจะให้การช่วยเหลือได้ค่ะศาสตราจารย์”

“อืม....” อาจารย์สูงวัยครุ่นคิด “...เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน”

“ลูเซียส...!”

“ครับศาสตราจารย์” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินตรงมาด้วยท่าทีนอบน้อม ศาสตราจารย์ยิ้มร่า ลูเซียสเป็นลูกศิษย์คนเก่งและเป็นคนโปรดคนหนึ่งของเขา เด็กหนุ่มปีเจ็ดที่เขาดันให้ได้ดำรงตำแหน่งประธานนักเรียนชายได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

“คงต้องรบกวนให้คุณเป็นธุระดูแลลูกศิษย์ของผมเพิ่มอีกสักหนึ่งหน้าที่”

“แต่อาจารย์คะ...” นาร์ซิสซาเบิกตากว้าง ลูเซียสไม่ได้มองมาที่หล่อน เขาเพียงแต่พยักหน้ารับปากอย่างเรียบง่าย

“โอ้ ไม่ต้องกังวลไปเลย อันที่จริงฉันไว้ใจลูเซียสมากกว่าพี่ทั้งสองของคุณด้วยซ้ำไป เขามีผลการเรียนที่ดีเยี่ยมทุกวิชา และผลว.พ.ร.ส. ของเขาก็ผ่านทุกวิชาอย่างไม่ต้องสงสัย”

หญิงสาวก้มหน้า ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวด้วยความอับอาย เธอรู้ตัวดีว่าไม่ได้เรียนเก่ง การพูดน้อยทำให้เธอเก็บงำความสงสัยและไม่เอ่ยถามสักวิชา และเธอไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษจนถึงขนาดจับกลุ่มติวกันก่อนสอบ ไม่น่าแปลกใจที่ผลการเรียนของเธอจะเป็นเพียงแค่พอผ่าน

“นับแต่นี้ต่อไปลูเซียสจะค่อยดูแลคุณทั้งเรื่องการสอบว.พ.ร.ส. และการแก้ตัวในวิชาการบิน...สำหรับวันนี้เชิญคุณไปพักผ่อนได้แล้ว ลูเซียสขอบใจมากสำหรับการช่วยงานวันนี้พอแค่นี้เถอะ คุณเองก็ไปพักผ่อนเถอะ”

“ขอบคุณค่ะ/ครับศาสตราจารย์”

พวกเขาเดินเคียงข้างกันมาจากห้องพักอาจารย์ ทันทีที่ลับตานาร์ซิสซาก็ถอนหายใจยาว เธอไม่ได้มองหน้าชายหนุ่มข้างกายหรือเอ่ยทักเขาซึ่งนับว่าช่างอึดอัดในสถาณการณ์เช่นนี้

“เธอว่างช่วงไหนบ้าง...?” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เขาชะลอฝีเท้าให้เคียงคู่กับเธอ ใบหน้าหวานเฉยชาไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่เขารู้ได้จากมือทั้งสองที่เกร็งกว่าปกติของเธอ

“ฉันคิดว่าพี่ของฉันคงจะให้ความช่วยเหลือได้ดีค่ะ”

“นี่เป็นหนึ่งในหน้าที่ของฉัน...” เขาเอ่ยขึ้น “...อีกอย่างเธอคงไม่หวังพึ่งพี่สาวที่เธออยากจะตัดคะแนนเขาหรอกจริงไหม”

ดวงตาสีมรกตตวัดมองเขา ชายหนุ่มขบขัน แต่เธอดูจะไม่ตลกไปด้วยกับเขา แต่ในที่สุดนาร์ซิสซาก็ถอนหายใจยาวออกมา

“ปีห้ามีเวลาว่างคาบสามในวันจันทร์ และช่วงบ่ายในวันศุกร์ค่ะ”

“วันศุกร์เพอร์เฟ็คไปเลย” เขาบอกเธอ

ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามทางโดยเว้นระยะห่างต่อกันเล็กน้อยตามมารยาท ลูเซียส พยายามชวนหญิงสาวคุยถึงเรื่องที่เธอชอบ ซึ่งเขาก็พอประเมินได้ว่าเธอดูจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก นอกเสียจากวิชาที่เกี่ยวกับการอ่านตำรา เธอถนัดทางด้านภาษามากทีเดียว เขาพอจะเห็นความขุ่นเคืองจากดวงตาคู่งามของเธอยามที่เอ่ยถึงว่าตนอยากเรียนที่โรงเรียนสำหรับสุภาพสตรีโบซ์บาตงมากกว่าทำให้หญิงสาวมีทักษะด้านภาษาฝรั่งเศสที่ดีเยี่ยมทีเดียว

“ทำไมถึงไม่ไปเรียนที่นั่นล่ะ” เขาเอ่ยถาม นาร์ซิสซาทำเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยันตนเอง

“...ไม่มีใครขัดคุณแม่ได้นิคะ” เธอเอยตามตรง หญิงสาวแอบแปลกใจที่เธอสามารถพูดคุยกับรุ่นพี่ของเธอได้อย่างไม่ขัดเขินทั้งที่จริงแล้วเธอจะไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวกับใคร หญิงสาวบอกตัวเองว่าอาจจะเป็นเพราะท่าทีตั้งอกตั้งใจรับฟังอย่างจริงใจของเขาทำให้เธอสบายใจทีเดียว

“...ฉันร้องไห้แทบแย่เลยล่ะที่ต้องมาฮอกวอตส์ เมื่อก่อนพวกพี่ ๆ ชอบแกล้งน่ะค่ะ ฉันก็เลยอยากจะหนีไปไกล ๆ และแน่นอน ไม่มีสุภาพสตรีคนไหนปฎิเสธว่าเครื่องแบบของโบซ์บาตงเข้าท่ากว่าเสื้อคลุมสีดำไร้รสนิยมหรอกค่ะ”

ถ้าตาไม่ฝาดชายหนุ่มรู้สึกว่าเขาเห็นเธอยิ้มออกมาบาง ๆ วิธีที่เธอหัวเราะน้อย ๆ นั้นทำให้ใบหน้างามแลดูนุ่มนวลชวนมองเป็นที่สุดจนเขากลืนน้ำลายลงคอ และแสร้งกระแอมออกมา

“นั่นสินะ หนุ่ม ๆ ก็ชอบเครื่องแบบของสาวฝรั่งเศสเช่นกัน”

เขาส่งยิ้มให้เธอ ทั้งคู่เดินเคียงกันเพลินจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูคุกใต้ดินอันเป็นทางเข้าที่พักของบ้านสริธีลิน นาร์ซิสซาแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มหยุดยืนจนเธอหันกลับมามอง

“ฉันพักที่ห้องพักของประธานนักเรียนชายน่ะ...แค่เดินมาส่งเธอเฉย ๆ เอาเป็นว่าไว้วันศุกร์นี้เจอกัน ฉันจะสอนวิธีการบินให้เอง ราตรีสวัสดิ์มิสแบล็ก”

นาร์ซิสซาตกใจที่ชายหนุ่มฉวยมือบอกบางของเธอขึ้นจรดริมฝีปากอย่างรวดเร็ว หญิงสาวตาเบิกกว้าง ใจของเธอเต้นแรงไปกับสัมผัสเพียงน้อยนิดของเขาที่ยังคงสร้างความร้อนแผ่ซ่ายจากปลายมือไปทั้งตัว ใบหน้าหวานขึ้นสี

“รุ่นพี่เรียกฉันว่านาร์ซิสซาเถอะค่ะ”

เธอบอกเขา แสร้งมองผ่านรอยยิ้มบนใบหน้าคมสันราวรูปสลักของคนตรงหน้า เขาพยักหน้าเล็กน้อย นาร์ซิสซารีบเอ่ยลาก่อนจะหมุนตัวตรงเข้าไปยังห้องนั่งเล่นรวมทันทีด้วยหัวใจที่พองโต เธอจะไม่มีวันบอกเรื่องนี้กับใครโดยเฉพาะอันโดรเมดา พี่สาวของเธอจะต้องล้อเธอไปทั้งชาติแน่ถ้ารู้ว่าเธอเขินอายเพียงใดเพียงแค่ชายหนุ่มจุมพิตที่หลังมือตามมารยาทของบุรุษ

หญิงสาวสะบัดหน้าไล่ใบหน้าของชายหนุ่มผมบลอนด์ที่สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดให้แก่หล่อนออกไปอย่างรวดเร็ว นาร์ซิสซารู้สึกดีเหลือเกินที่แสงสว่างจากเตาผิงไม่มากพอที่จะทำให้เห็นว่าใบหน้าของหล่อนแดงเพียงใด เช่นเดียวกับหล่อนไม่อาจซ่อนรอยยิ้มได้อีกต่อไป...

 

 

 

 

TALK

ฉันแพ้ผู้ชายผมยาวน่ะค่ะ แฮ่ ถ้ารุ่นพี่จะละมุนขนาดนี้ .... แต่งค่ะ //////

ปรับฟิลลิ่งย้อนอดีตกันหน่อย ภาษาพูดซิสซี่อาจจะดูเป็นภาษาเขียนสักหน่อยนะคะ คู่นี้เป็นคู่รักอีลิทน่ะค่ะ แอร๊ยยยย

มาน้อย ๆ กรุบกริบ ๆ

ชอบกันไหมคะ ฟิลนี้

คอมเม้นบอกกันหน่อยน้าาา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #65 cxtttt (@cxtttt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 21:46

    .////.
    #65
    0
  2. #46 Keeratikan19 (@Keeratikan19) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 20:58
    โง้ยยยย ชอบความน่ารัก(แปลกๆ)ของคู่นี้มากค่ะไรท์
    #46
    0
  3. #8 AquaD (@0804452409) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 21:02
    ชอบความอีลิทของทั้งคู่55555
    #8
    0
  4. #5 ngek2002 (@ngek2002) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:15
    ละมุนจังเลยค่ะ^^
    #5
    0
  5. #2 Maya (@janny-1101) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 10:59

    ทำไมเขิน >\\\\<

    #2
    0