(FIC:LMxNC/DMxHG) รวมเรื่องสั้นสุดจิ้น สุดฟิน ของคนรักเดรโก เฮอร์ไมโอนี่

ตอนที่ 11 : Mini-Series3/7 RUNES (Draco x Hermione ) 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    29 ก.ย. 63

 Mini-Series1/7

RUNES (Draco x Hermione )  2/2

[​IMG]

การประดิษฐ์รูนแม้จะมีพิธีกรรมบางอย่างที่ต้องใช้เวทมนต์ขั้นสูง และเลือกสรรสิ่งที่จะนำมาสร้างอย่าพิถีพิถัน กระนั้นแล้วก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของแม่มด พ่อมดที่เก่งที่สุดในรุ่นไปได้ ( ถ้าพวกเขาไม่ได้ตีกันตายเสียก่อนนะ)

สองพ่อมด เดินไปด้วยกันอันเป็นสิ่งแปลกประหลาดเสียเหลือเกินสำหรับนักเรียนฮอกวอตส์ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า เด็กจากกริฟฟินดอร์แทบจะไม่ญาตดีกับสลิธีรีน เท่านั้นยังไม่น่าฉงนเท่ากับการที่สองคนนั้นดันเป็น เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ เด็กสาวปีสามที่เดินหน้าบึ้ง ไปกับ เดรโก มัลฟอย เด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่ทำหน้าไร้อารมณ์ พวกเขาประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นศัตรูกันตั้งแต่ที่ก้าวเท้าขึ้นรถไฟ และมักจะหาเรื่องเถียงกันแทบจะตลอดเวลา 

ตลอดเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยสายตางงงวยของพวกเด็กนักเรียน แต่พวกเขาก็ต้องรีบหลบและเดินหนีไป เมื่อ เด็กหนุ่มปากร้ายมักจะเลือกจ้องกลับ และไล่ตะเพิดเสียทุกราย

“นายอายชะมัดที่ต้องเดินกับเธอยายหัวฟู” เขาบ่น จนเด็กสาวหยุดเดิน เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจยาว

“ขอทีเหอะมัลฟอย…นายบ่นมาตลอดทางแล้วนะ ถ้ายังไม่เลิกบ่นก็กลับไปเลยไป”

“เหอะ…” เขาเบ้ปาก แต่ก็ก้าวตามไปแต่โดยตี จนกระทั่งทั้งสองมาหยุดยืนอยู่ที่ริมทะเลสาป เฮอร์ไมโอนี่กุมขมับเมื่อเห็นเด็กหนุ่มหันไปไล่ คู่รักคู่หนึ่งที่ดันซวยมานั่งอยู่ในบริเวณนั้น และเด็กปีสองบ้านเรเวนคลออีกสามคน 

“เอาล่ะทางสะดวก ไม่มีพวกสอดรู้กวนใจ” 

เขาพูดเสียงยานคางน่าหมั่นไส้ในสายตาของเด็กสาว เฮอร์ไมโอนี่ไม่ชอบใจใบหน้าของเขาที่ทุกส่วนประกอบของเครื่องหน้า สีผิว เส้นผมของเขามันดูเย่อหยิ่งไปหมดจนน่าขวางตาพิลึก

“นายมันพวกโรคจิตชอบใช้อำนาจมัลฟอย!”

“ฉันถือว่าเป็นคำชมแล้วกัน” เขาไม่ทุกข์ไม่ร้อน

“ประสาท!”

“เอ้าจะทำอะไรต่อก็รีบทำสิเกรนเจอร์ ฉันไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวันนะ”

“ย่ะ!” เด็กสาวกระแทกเสียง พลางล้วงหยิบกระดาษที่เธอจะโน๊ตไว้ เฮอร์ไมโอนี่กระแอมเล็กน้อยก่อนจะเริ่มอ่านมัน

“การจะสร้างรูนที่ทำด้วยก้อนหินนั้น หินที่เหมาะจะทำรูนจะอยู่ตามชายหาดและริมลำธาร อ่าฮะเราอยู่นี่แล้ว"

“อ่านต่อเถอะน่าเกรนเจอร์”

"ซึ่งมีรูปร่างกลมมน หินทุกก้อนมีวิญญาณอยู่ภายในซึ่งจำเป็นต้องได้รับความเคารพ ดังนั้นหากจะให้มันทำงานให้คุณ คุณต้องจัดเครื่องบูชาก่อนที่จะนำของจากธรรมชาติไปใช้ เครื่องบูชาตามธรรมเนียมจะใช้เกลือทะเล เนื่องจากเป็นที่เชื่อกันว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดจากพื้นฐานธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เครื่องบูชาอย่างอื่นได้แก่ยาสูบและข้าวโพด ”

“เรามีทุกอย่างนี่ เฮะ---”

“เอามานี่ อย่าคิดจะท่องถาคาเองเชียว ฉันทำเองน่า” 

เด็กหนุ่มฉวยกระดาษจากมือน้อย ๆ เขาวางเครื่องบูชาไว้เบื้องหน้า ดันร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวให้พ้นทาง เดรโก เหลือบมองภาษาแปลกประหลาดเล็กน้อย เขาหลับตาแน่น หากแต่จำได้ขึ้นใจ เสียงของเขาเปล่งออกมาเป็นภาษานั้นชัดเจนทุกคำตั้งแต่ต้นจดจบ โดยที่ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเด็กสาว ที่แทบไม่เคยเห็นเขาดูจริงจังมาก่อน 

ทันทีที่เขาท่องคาถาเสร็จก็บังเกิดลมพัดวนหมุนเสียจนเฮอร์ไมโอนี่ต้องกระชับเสื้อคลุม สายลมนั้นมีกระแสเสียงคล้ายเสียงกระซิบแผ่วเบา ก่อนที่จะพัดผ่านพวกเขาไป

“เมอร์ลิน…” เด็กสาวร้องออกมา “เหลือเชื่อไปเลย…”

เดรโกยักไหล่

“เรียบร้อยไปหนึ่ง ทีนี้ก็ต้องเลือกหิน งานใช้กำลังน่าจะเหมาะกับเธอ ฉันจะไปนั่งรอใต้ต้นไม้ เธอหามาก็แล้วกันเอาให้ครบตามจำนวนที่ศาสตราจารย์สั่งล่ะ”

“นี่…เอาเปรียบกันนิ”

เฮอร์ไมโอนี่ได้แต่ถอนหายใจ มองดูแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินออกไป เขาทิ้งตัวลงไม่ไกลเท่าไหร่นัก สักพักก็เริ่มเอนตัวลงนอน เด็กสาวได้แต่ส่ายหน้า เธอต้องหันมาหาวัตถุดิบต่อไป ดีกว่าเสียเวลาใส่ใจคนไร้สาระ

….

.

.

.

เวลาผ่านไป 30 นาที

“เกรนเจอร์…เธอมัวทำอะไรเนี่ย แค่เลือกหินมา 24 ก่อนมันจะนานไปแล้วนะ!”

เดรโกเริ่มทนไม่ไหว เขามองเด็กสาวมานานสองนาน เห็นเธอนั่งยอง ๆ อยู่กับพื้น หยิบหินไปมา แต่ก็ไม่ได้อะไร เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจ เธอกวักมือเรียกเขา เดรโกจำต้องลุกไปหา ก่อนจะพบว่า เธอแบมือทั้งสองข้างให้ดู มีหินเกลี้ยงลักษณะดีทั้งคู่่ หากแต่ขนาดต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ฉัน…ไม่แน่ใจว่าขนาดไหนมันจะเหมาะสมกันแน่ ระหว่างนี้ กับก้อนนี้”

“เฮ้อ….เกรนเจอร์” เขาส่ายหน้า “มันก็แทบจะไม่ต่างกัน!"

“ก็นายบอกว่าให้เลือกให้ดี….มันต่างกันนะ !”

“เธอจะบ้าหรือไง หินมันไม่เท่ากันเปะหรอกน่า!”

“เอ้า !…ก็ฉันไม่เคยเห็นรูนมาก่อน แล้วจะรู้ได้ไงว่าก้อนไหนมันโอเค”

เดรโกส่ายหน้า นี่หรือนักเรียนที่เอาชนะเขาได้ ซื่อเสียจนไม่น่าเชื่อ 

“ดูนี่นะ…โอเค โอเค โอเค” เขาหยิบหินจากเธอไปทั้งคู่ โยนไปกองไว้รวมกัน เดินก้มเลือกอีกสองสามก้อน โยนไปกองไว้รวมกัน

“แค่นี้เอง…” เขาถอนหายใจ “หลบไปเลยเกรนเจอร์ฉันจัดการเอง”

“แต่ว่า…” เธอจะขัด แขนยาว ๆ กลับดันเธอให้หลบไปอยู่ข้างกองหิน เฮอร์ไมโอนี่จะต้องนั่งลงเรียงหินที่เขาเลือกไว้ มันเป็นก้อนกลมเรียบเนียนดูดี ขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกัน เธอหันมองเห็นเดรโกก้มเก็บหิน เขาทำท่าเหมือนชั่งน้ำหนักไปมาด้วยมือก่อนจะโยนมากองโดยไม่มอง

“ว้าย…ระวังหน่อย ฉันนั่งอยู่นะมัลฟอย!”

“หัดหลบสิเกรนเจอร์!” เขาตระโกนกลับมา พร้อมกับหินที่ถูกโยนมาจนเด็กสาวตั้งตัวไม่ทัน 

เดรโกยังทำอยู่อย่างนั้น เขาโยนหินต่อไปเรื่อยโดยแทบไม่หยุดเงยหน้าจากหินริมลำธาร ราวกับว่าเขากำลังรีบจัดการเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดให้โดยไว้ เขายังคงทำมันต่อไป ก้อนแล้ว ก่อนเราสลับกับเสียงโวยวายของเด็กสาว จนกระทั่ง…

ว้ายยยยย!

โอ้ย!

“เลิกลำออยสักทีน่าเกรน….” เด็กหน่มตาเหลือก “เกรนเจอร์!!”

เด็กสาวหงายท้องลงไปกองกับพื้นคงเป็นภาพหน้าขันสำหรับพ่อหนุ่มเกเร แต่นั่นไม่ใช่กับหน้าผากของหญิงสาวที่ปรากฏรอยเลือดสีแดงไหลย้อยลงมาจนอาบแก้ม ใบหน้าของเฮอร์ไมโอนี่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เธอร้องครางออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหล แต่ไม่ได้สะอึกสะอื้นฟูมฟาย เดรโกวิ่งตรงมาคุกเข่าข้างเธออย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด เขาสบถออกมาหยาบคายสองสามคำที่เธอฟังไม่ถนัด…

“ทำไมไม่หัดหลบให้ดีฮะ…” แม้ปากจะร้าย แต่เขากลับส่งผ้าเช็ดหน้า หมายจะซับเลือดที่ไหลไม่หยุด แต่เด็กสาวกลับถลึงตาใส่ ร้องโอดโอย

“ความผิดฉันหรือไงละ..โอ้ย..” 

“ไปห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย…”

“รู้แล้วน่า…ถอยไปสิ” เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขากดบาดแผลไว้ แต่ปริมาณเลือดที่เยอะทำให้ผ้าเช็ดหน้าชุ่ม และเลอะเป็นคราบบนใบหน้า

“อะไร…”

“ขยับไปน่ามัลฟอย นายขวางทางฉัน” เฮอร์ไมโอนี่ตวาดไล่เมื่อเขาเข้ามาใกล้มากเกินไป แต่เพราะเธอเสียหลักนั่งจ่ำเบ้า การลุกจึงยากทีเดียว เดรโกลอบสังเกตเห็นทุกปฎิกิริยา เขาจึงถือวิสาสะช่วยฉุดเธอให้ลุกขึ้น

“รีบไปห้องพยาบาลได้แล้วเกรนเจอร์ ก่อนที่เลือดเธอจะไหลจนหมดตัว”

“นั่นปากหรอมัลฟอย”

“ไปสิ…”

“แล้วหินพวกนี้ล่ะ?”

เฮอร์ไมโอนีหันมามอง เขาทำหน้าดุใส่เธอก่อนจะคว้าแขนบอบบางของเด็กสาวออกเดิน

“เออน่ากองไว้นี่แหละ เดี่๋ยวให้ไอ้สองตัวนั้นมาเอาไป!”

“นั่นนายจะไปไหน?” เด็กสาวตั้งข้อสังเกต

“ก็ไปห้องพยาบาลไงถามได้”

“ฉันไปเองได้ นายไม่ต้องมาหรอก”

“ไม่มีทาง…เสียเลือดจนหน้าซีด เดี๋ยวก็เป็นลมตกปราสาทตายพอดี”

“นายเป็นห่วงคนอื่นเป็นด้วยหรือไงเนี่ย…” เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้า ลอบมองใบหน้าเฉยเมยของเขา

“ใครบอกล่ะ ฉันกลัวเธอเป็นผีสร้างความรำคาญที่นี่ต่างหาก แค่เมอร์เทอร์จอมคร่ำครวญก็แย่เต็มทน ถ้ามีเธอมีเป็นผีเฝ้าชั้นหนังสืออีกนี่ไม่ไหวแล้ว”

“นี่!” เฮอร์ไมโอนี่มองค้อน “นายมันผู้ชายปากร้ายมัลฟอย นิสัยก็แย่ ปากก็เสีย หันมีอะไรดีบ้างเถอะ…และ ปล่อยแขนฉันได้แล้ว ฉันเดินเองได้หรอกน่า!”

ใช่ว่าเขาจะฟัง เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เด็กหนุ่มกระชับแขนของเธอแน่นขึ้นไปอีก อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเห็นเลือดของเธอออกเยอะกว่าปกติจนน่าเป็นห่วง เดรโกจึงกึงลากเธอไปทำแผลให้โดยไว

 

ณ ห้องพยาบาล

“ตายจริง…พวกเธอตีกันจนเลือดตกยางออกเลยหรือไง?”

“มันเป็นอุบัติเหตุนะครับ…” เดรโกกระแอม

พวกเขาเดินมาห้องพยาบาลของฮอกวอตส์ อันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีเตียงสีขาวเรียงยาวต่อกันเป็นสิบๆตัวและมีม่านกั้นแต่ละเตียง ในแต่ละปีมีอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุจากเวทมนตร์แต่ละเคสเป็นจำนวนมากมาย

มาดามพรอมฟรีย์ทำหน้าฉงนใจ หล่อนเองก็เคยได้ยินมาว่านักเรียนสองคนนี้มักจะมีเรื่องทะเลาะกันเป็นประจำมาตั้งแต่ปีหนึ่งที่เด็กหนุ่มสาปให้เด็กสาวมีฟันงอกยาว ไหนจะวีรกรรมของแต่ละคน ไม่นานมานี้เดรโก ก็เพิ่งได้ถอดเผือกจากอุบัติเหตุในชั้นเรียนวิชาสัตว์วิเศษ ไหนจะเรื่องที่เขาจมูกหักเพราะเด็กสาวที่กำลังเลือดออกอยู่อีก

“ใช่ค่ะ…” 

เฮอร์ไมโอนี่รีบตอบเมื่อเห็นว่ามาดามพรอมฟรีย์สลับมองเธอราวกับรอคำตอบยืนยัน เมื่อเห็นดังนั้นสตรีสูงวัยจึงพยักหน้า เดินนำพวกเขาไปที่เตียงริมสุดอันมีม่านกั้นเป็นสัดส่วนกันการสร้างความรำคาญแก่เตียงอื่น ๆ เพราะหล่อนเองก็ไม่มั่นใจนักว่านักเรียนทั้งสองจะไม่ตีกันอีกรอบ

“ไหน…ขอดูแผลหน่อยสิคุณเกรนเจอร์”

มาดามพรอมฟรีย์ เปิดดู พบว่าเป็นแผลแตกค่อนข้างกว้างเหนือคิ้วด้านซ้าย แต่ไม่ลึกมากจนเป็นอันตราย

“อืม ไม่ค่อยร้ายแรงนักหรอก และไม่ต้องเย็บด้วย เอ้าคุณมัลฟอย”

“ครับ…” เขาเดินมาใกล้

“คุณไปเอาน้ำสะอาดใส่ถัง มีผ้าสะอาดอยู่ในตู้ พร้อมกับโถยาที่วางอยู่ด้วยกันมาหน่อยสิ”

“ครับ…” เดรโกรับคำและรีบเดินออกไป

“เอาล่ะ…เธอมีอากาศหน้ามืดจากการเสียเลือด คล้ายจะเป็นลมหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ…หนูสบายดี”

“ดีแล้ว…เดี๋ยวรอคุณมัลฟอยกลับมาก่อน ฉันต้องไปจัดแจงยาให้ผู้ป่วยอีกหลายรายทีเดียว” มาดามพรอมฟรีย์เดินไปหยิบเหยือกน้ำมาวางไว้ข้างเตียงพร้อมกับแก้วน้ำ หล่อนรินน้ำสีส้มลงไปในแก้ว

“ไว้ทำแผลเสร็จนั่งสักดื่มน้ำสักเดียวก็กลับได้”

“ค่ะ…” เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกสบายดีจริงๆ อย่างที่พูด เธอไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงสักนิด ทำแผลนิดหน่อยก็คงสามารถกลับได้ ไม่นานนักเด็กหนุ่มผมบลอนด์ก็กลับมาพร้อมอุปกรณ์ที่เขาถูกใช้ให้ไปจัดหา

“เธอแน่นใจนะคุณเกรนเจอร์ ว่านี่ไม่ใช่การทะเลาะกัน เพราะไม่เช่นนั้น ฉันจะได้ลงโทษให้คุณมัลฟอยอยู่ช่วยงานสักอาทิตย์นึง ช่วงนี้เด็ก ๆ ป่วยกันเยอะ งานล้นมือจนอยากจะได้ลูกมือทีเดียว”

เดรโกชะงักฝีเท้า เขาสบตากับเฮอร์ไมโอนี่ที่มองเขาด้วยความขบขัน เธอสามารถแกล้งเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งถ้าเป็นเขา ก็จะยิ่งคว้าโอกาสนี้ไว้ทีเดียว เดรโกกลืนน้ำลายลองคอมองดูปากน้อย ๆ ของเธอแย้มยิ้ม

“ไม่ใช่ค่ะ…” เธอส่ายหน้า “มันเป็นอุบัติเหตุจริงค่ะมาดามพรอมฟรีย์"

“น่าเสียดายจริงเชียว…แต่เอาเถอะนะ เดี๋ยวใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาด ทำความสะอาดแผล ป้ายยาในนี้ซะ แสบสักประเดี๋ยว แต่แผลจะแห้งสนิท ไม่ต้องพันแผลหรอกมันไม่ได้ลึกอะไรมากนัก แบ่งยาใส่ตลับนี่ไว้ทาหลังอาบน้ำตอนค่ำ สักสองวันรับรองได้ว่าจะหายสนิทไร้ริวลอยเลยค่ะ”

“ค่ะมาดาม…”

มาดามพรอมฟรีย์ทำท่าจะผละไป หันมามองพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย

“ดื่มน้ำส้มด้วยล่ะจะได้สดชื่น”

“ขอบคุณค่ะมาดาม”

ทันทีที่พวกเขาอยู่กันตามลำพัง มัลฟอยก็รินน้ำส้มดื่มหน้าตาเฉย

“น้ำนี้อร่อยดีนะ สดกว่าที่ห้องอาหารด้วยซ้ำ”

“เฮ้ย..นี่ของฉันนะ”

เขายักไหล่ เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าด้วยความรำคาญ เธอทำท่าจะกระโดดลงจากเตียง แต่กลับถูกเดรโกดันให้นั่งอยู่ดังเดิม

“เฮ้…จะทำอะไรเนี่ย ฉันจะล้างแผล ป้ายยาให้เสร็จ ๆ จะได้กลับไปทำงาน”

“เฉยเถอะน่า…” เฮอร์ไมโอนี่ทำท่าจะประท้วง แต่ก็เลือกที่จะนั่งเฉย ดวงตากลมโตมองดูเด็กหนนุ่มผมบลอนด์ที่ทำเป็นหงุดหงิดแกมรำคาญ หากแต่มือของเขากลับค่อย ๆ บรรจังใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำ บิดหมาดตามคำสั่งอย่างดี

“จะทำอะไร…”

“ซู่ว…” เขาทำหน้าดุ “…เธอมองยังไม่เห็นแผลเลย เสียเวลาเปล่า ฉันจัดการเอง”

เธออยากจะเถียงใจแทบขาดว่าเขาไม่รังเกียจเธอเหมือนเมื่อก่อนหรือไง หากเพราะสัมผัสที่นุ่มนวลแปลกประหลาดทำเอาเด็กสาวเลือกที่จะเงียบ เฮอร์ไมโอนี่ไม่กล้ามองเขาในระยะที่ใกล้เพียงไม่ถึงฝ่ามือ เธอแทบจะนับเส้นขนตาสีทองของเขาได้ทุกเส้นลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดหน้า และกลิ่นหอมสะอาดของเขาทำเอาเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกร้อนและปั่นป่วน เด็กสาวต้องแสร้งเฉไฉมองมือของตนเองที่วางอยู่ที่ตัก เขาดูตั้งอกตั้งใจเหลือเกินในการทำความสะอาดใบหน้า เพราะมีคราบเลือดเปรอะหน้ามากทีเดียว เดรโกบ่นที่ไม่มีน้ำสบู่ช่วยทำความสะอาดได้ แต่เขาก็สลับซักทำความสะอาดและเช็ดใบหน้าของเด็กสาวอย่างถนุถนอม

“เอาล่ะ…สะอาดแล้ว” เขาขยับถอยทำให้เธอหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง เฮอร์ไมโอนี่ไมเคยเห็นเดรโกในมุมอ่อนโยนมาก่อน 

“จะใส่ยานี่แล้วนะ อาจจะแสบหน่อย ทดเอาก็แล้วกัน อย่าสำออยนักล่ะเกรนเจอร์”

“รู้แล้วน่า..รีบๆ เข้า”

เขาค่อยบรรจงป้ายยาลงบนแผล ทันทีที่ตัวยาถูกกับรอยแผล ความรู้สึกแรกคือแสบอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนเสียงจนเฮอร์ไมโอนี่หลับตาปี๋ สูดปากลั่น มือน้อยเผลอคว้ามือของคนตัวสูงไว้แน่นราวกับเป็นเครื่องยืดเหนี่ยวบรรเทาความเจ็บปวด

“แสบมากเลยหรอ?”

“อื้อ…” นางตาเธอมีน้ำตาซึม เดรโกมองดู ก่อนจะค่อย ๆ เปาแผลบรรเบาความแสบให้เธอจนกระทั่งความเจ็บปวดนั้นเบาบาง และจางหายไปในที่สุด เฮอร์ไมโอนี่ลืมตา มองหน้าเขา มันไม่แสบอีกต่อไป เธอจะยกมือขึ้นแตะแผลแต่พบว่าตัวเองเผลอคว้ามือเขาแน่น เด็กสาวกระแอมแก้เก้อ รีบปล่อยทันที

“มันแห้งแล้ว”

“ยานี่ดีจริง…แทบเป็นปกติแล้ว”

“ฉันไม่เจ็บแล้ว…”

“เอ้า…” เขาโยนตลับยาให้ เด็กสาวรับและใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม “ดื่มนี้ด้วย”

“ขอบใจ…”

เดรโกมองดูเด็กสาวดื่มน้ำส้มจนหมด เขารับแก้วจากเธอมาวางไว้

“ว่าแต่นายแกล้งปาหินใส่ฉันเพราะจะแก้แค้นที่ฉันต่อยหน้านายหรือเปล่า” เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน ไม่อยากจะมองเขาในมุมอ่อนโยน แต่เดรโกกลับคลี่ยิ้ม

“ฉันไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกน่า…” และรอยยิ้มนั้นก็เริ่มดูเจ้าเล่ห์ “…แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นเธอก็ตามเกรนเจอร์”

“เหอะ…” เธอถลึงตาใส่ ไม่อยากฟังอะไรที่ดูดีเกินน่าเชื่อจากคนตรงหน้า

“ฉันจะเอาชนะเธอที่ผลคะแนนดีกว่า…”

“ที่จริงแล้ว ขอโทษนะ…”เธอเอ่ยออกมาช้า ๆ “มันเกินไปหน่อยที่ต่อยหน้านาย…มันหักเลยหรือเปล่า?”

“จมูกหรอ?” 

เขาเลิกคิ้ว แต่วินาทีต่อมานิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่สันจมูกของหญิงสาว เฮอร์ไมโอนี่ตาโต ความรู้สึกจั๊กจี้จวนเจียนเป็นลมยิ่งกว่าเสียเลือดเห็นจะเป็นเพราะเขาสัมผัสเธออย่างตั้งใจ แก้มของเธอร้อนผ่าววูบวาบและเขาก็น่าจะรู้

“มันหักตั้งแต่ตรงนี้เลยล่ะ”

“อะไรอีกมัลฟอย…?” เฮอร์ไมโอนี่หายใจตระกุกตระกัก เขาขยับเข้ามาใกล้

“มีคราบเลือดแห้ง ๆ ติดผมเธอ”

เขาบอก มือของเขาป้วนเปี้ยนตามแนวไรผม ฉวดเฉียดสัมผัสโดนแก้มเธอไปมาอย่างอ้อยอิ่งอยู่นานก่อนจะผละออก

“เสร็จแล้วก็ไปสักทีเถอะน่า…” เฮอร์ไมโอนี่ดันเขาให้พ้นตัวก่อนจะค่อย ๆ ลงมายืน เธอกำลังจะก้าวออกจากบริเวณที่มีม่านกลั้น แต่เด็กหนุ่มกลับเรียกเธอไว้

“เกรนเจอร์..”

“อะไรอีก?” เธอทำเสียงดุ แต่แผ่วเบาเพราะกลัวเสียงดังรบกวนเตียงอื่น เขาเดินมาใกล้ ๆ ส่งเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน แต่กลับทำเอาเด็กสาวแทบจะวิงเวียนอีกรอบ

“ที่จริงไม่มีอะไรติดผมเธอหรอก…” 

เฮอร์ไมโอนี่ตวัดสายตามอง เขาคลี่ยิ้ม

“ฉันแค่อยากสัมผัสแก้มเธอ…ไม่คิดว่าจะเนียนนุ่มขนาดนี้มาก่อนเลย”

โอเมอร์ลินเป็นพยาน เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่

เด็กสาวถามตัวเอง นั่นคือเดรโก มัลฟอย ที่คอยชวนทะเลาะมาตลอดสามปีเชียวนะ เด็กสาวหลับตาสูดลมหายใจช้า ๆ พยายามปรับความรู้สึกคล้ายว่าสมองเธออาจจะได้รับการกระทบกระเทือนมากไปเสียหน่อยซะแล้ว…

 

 

จบ.

 

 

 

Talk

อักษรรูนนะคะ เพื่อมีใครสนใจ เราเองยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เห็นครั้งแรกจากเรื่อง mortal instrument เสียดายหนังไม่ได้ไปต่อ แต่หนังสือสนุกดี มีการวาดรูนด้วยค่ะ แล้วก็เห็นใช้เป็นลายสัก มินิมอล ๆ สวยดีนะคะ เลือกความหมายดี ๆ ไปใช้ แต่ก็เนาะจะมีการผสมรูน ก็ต้องดูความหมายอีกที ถ้ากลับหัวความหมายก็เปลี่ยนอีก ^^

ช่วงนี้ เงียบเหงามาก ๆ เลยค่า มีใครยังอ่านอยู่ไหมคะ ขอเสียงหน่อยค่าาา

 

[​IMG]
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น

  1. #62 AquaD (@0804452409) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:22
    อะไรเนี่ยยย หลอกจับแก้มน้องเฮิร์ม อร้ายยย ฮิ้วว
    #62
    0
  2. #55 ppp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 15:49

    ง่อวววววว เดรกกี้ เขินแล้ววววววว

    #55
    0
  3. #54 farewell. (@luktawwannita0) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 00:33
    อ่ยยยยยยยยยยยยยย ใจนุบางงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง อดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วคร่าาาาา
    #54
    0
  4. #53 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 08:57

    ตีเนียนจับแก้มก็มา แกมันร้ายกาจ เขินหนักมากกกกก กรี๊ดดดดดด >//////<

    #53
    0
  5. #52 301044 (@301044) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 01:50

    ไม่ไหวแล้วค่ะไรท์ เขินมากกกกกกก โอ้ย ตาเดรกนี่จริงๆเลยนะยะ อ่อยเกิ๊นน
    #52
    0
  6. #51 DeerLady (@maoru-maya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 23:38
    ติดตามเสมอค้าาาา จะติดตามรออ่านจนครบ7ปีเลยค้าาา
    #51
    0
  7. #50 Shikjel (@JJellyy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 23:29

    แงงงงง อ่านไปเขินไปปปปปป คิดถึงไรท์มากๆเลยค่ะะะะ
    #50
    0
  8. #49 ice2543222 (@ice2543222) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 23:20
    มีหวานๆบ้างแล้ว ชุ่มชื้นหัวใจ555
    #49
    0