คทาแห่งเซราพริส (ฉบับแปลไทย)

ตอนที่ 5 : ความกลัวของแอนนาเบธ กับ โลกอีกใบในดูอาต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ธ.ค. 59

III

ความกลัวของแอนนาเบธ กับ โลกอีกใบในดูอาต


แอนนาเบธ กระแทกเข้ารถไอศครีม แขนขาของเธอเหมือนจะหมุน อากาศถูกบังคับให้ออกจากปอดของเธอ

       แทนที่มันจะโจมตี มันกลับกระโดดหอนหายไปในพุ่มไม้

       แอนนาเบธคว้าอาวุธโดย สัญชาตญาณ นิ้วมือของแซดี้ดูเหมือนจะโค้ง ความเจ็บปวดทำให้เธออ้าปากค้าง  นิ้วของเธอแข็งราวกับถุกแช่เย็น แอนนาเบธขยับ แต่มือของเธอจะไม่เชื่อฟัง ขณะที่เธอเฝ้าดูไม้กายสิทธิ์นั้นเปลี่ยนรูปแบบเป็นพลังงานความร้อน แอนนาเบธจับกริชสำหริดวิเศษ- เช่นเดียวกับคนที่เธอต้องการมันมาตลอดหลายปี

       เธอจ้องมองที่ใบมีด จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญจากเนินทรายอยู่บริเวณใกล้เคียง

       เซดี้แอนนาเบธเรียกพร้อมขยับเข้าหาเธอ

       ในเวลานี้เธอมาถึงตัวผู้ใช้เวทย์ เซดี้ได้นั่งขึ้นคายทรายออกมาจากปากของเธอ เธอมีสาหร่ายทะเลติดอยู่ในเส้นผมของเธอและกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอก็พันอยู่รอบๆรองเท้าบู๊ตของเธอ แต่เธอมองด้วยโกรธมากกว่ากว่างจะกังวลเรื่ออาการบาดเจ็บ

       'พีโด้โง่เง่า!' เธอคำราม 'ไม่มีบิสกิตสำหรับสุนัขตัวนั้นแน่ๆ' เธอขมวดคิ้วที่มีดของแอนนาเบธ 'เธอรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน'

       'อืม ... มันเป็นคทาของเธอใช่ไหม' แอนนาเบธกล่าว "ฉันหยิบมันขึ้นมาและ ... ฉันไม่รู้เลยว่ามันสามารถก็เปลี่ยนเป็นกริชที่ฉันมักจะใช้ได้ด้วย'

       'ฮะ....ดีจริงๆเลยเวทมนตร์จะมีความคิดเป็นของตัวเอง เก็บมันไว้ก่อน.....ฉันมีที่บ้าน ตอนนี้เจ้าฟีโด้นั้นไปทางไหน'

       “ตรงนั้นแอนนาเบธใช้มีดใหม่ของเธอชี้

       เซดี้เพ่งมองดูที่บริเวณนั้น ดวงตาของเธอกว้างขึ้น โอ้ใช้แล้ว...ไปทางพายุนั้น นั้นเป็นของใหม่จริงๆ

        แอนนาเบธใช่สายตาของเธอมอง ผ่านทางสถานีรถไฟใต้ดิน, เธอเห็นอะไรนอกจากหอพาร์ทเมนท์ร้างแห่งหนึงและเวลาร้อนในช่วงบ่าย 'สิ่งที่พายุหรือ?

       “เธอไม่เห็นหรือเซดี้ถาม ถือไว้เธอคลายกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอจากการบูตของเธอและเริ่มค้นหาอุปกรณ์ของเธอ เธอหยีบขวดเซรามิกออกมาหลายขวด เช่น ครีมใบหน้า เธอดึงฝาออกและตักสารสีชมพูออกมาบางๆ  

       'ว้าว...นั้นเหมือนเสียงที่ไม่อัตโนมัติเลย

       'อย่าคลื่นไส้ มันอาจจะไม่เป็นอันตรายอย่างสมบูรณ์แบบ ... ดีสำหรับผู้ใช้เวทย์ อาจใช้ได้สำหรับมนุษย์กึ่งเทพได้ด้วยละมั้ง...บางทีนะ'

       แอนาเบธก็ไม่มั่นใจ แต่เธอปิดตาของเธอ แซดี้ป้ายเครื่องสำอางบนใบ้หน้าเธอให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเมทอล

       'ใช่เลย' เซดี้กล่าว 'เธอสามารถดูได้แล้ว'

       แอนนาเบธเปิดตาของเธอและอ้าปากค้าง โลกก็จมอยู่ใต้สีน้ำ พื้นดินที่มีการเปิดโปร่งแสง – มีความมืดเหมือนเป็นชั้นของวุ้นลึกลงไปในด้านล่าง อากาศเป็นระลอกคลื่นที่มีผ้าคลุมส่องแสงแต่มีชีวิตชีวา ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโนงกัน ราวกับว่าหลายวิดีโอมีความละเอียดสูงชซ้อนทับอยู่ด้านบน ฮักษรเฮียโรกราฟฟิคและตัวอักษรกรีกหมุนวนอยู่รอบตัวเธอหลอมรวมและระเบิดชนกัน แอนนาเบธรู้สึกราวกับว่าเธอได้เห็นโลกในระดับอะตอม ทุกอย่างที่มองไม่เห็นได้รับการเปิดเผยด้วยการทาทาสีวิเศษ

       'เธอ เธอเห็นเช่นนี้ตลอดเวลาเหรอ'

       เซดี้เปล่งเสียงทางจมูก 'ข้าแต่เทพเจ้าแห่งอียิปต์ไม่ละ! มันจะทำให้ฉันเป็นบ้านะสิ ฉันต้องมีสมาธิที่จะเห็นละอองพวกนั้น นั่นคือสิ่งที่เธอกำลังทำ – เปรียบเสมือนอีกด้านโลกที่เป็นฝั่งเวทย์มนต์ละนะ'

       'ฉัน ... ' แอนนาเบธ สะดุด

       แอนนาเบธมักจะเป็นคนมีความมั่นใจ เมื่อใดก็ตามที่เธอจัดการกับมนุษย์ธรรมดา เธอดำเนินการ...แน่นอนเธอพอใจในตัวเองว่าความรู้คืออาวุธลับ เธอเข้าใจโลกของเทพเจ้าและอสุรกาย มนุษยธรรมมักจะไม่มีปัญหากับมัน ถึงแม้จะเป็นพวกเลือดผสมก็เถอะ แอนนาเบธมีประสบการณ์เหล่านั้นมากที่สุด เธอที่เคยมีความฝันที่เป็นฮีโร่และต้องการมีชีวิตรอด

       ตอนนี้กำลังมองเห็นผ้าม่านหลากสี แอนนาเบธรู้สึกเหมือนเป็นเด็กอายุหกปีอีกครั้ง เรียนรู้ความน่ากลัวและโลกจริงๆที่เต็มไปด้วยอันตราย

       เธอนั่งลงอย่างหนักในทราย ฉันไม่รู้คิดอย่างไรละ

       'อย่าคิดว่า' เซดี้แนะนำ 'หายใจลึกๆ....เดี่ยวดวงตาของเธอจะปรับ ได้เอง ถ้าเธอปล่อยให้เวลากับร่างกายของเธอมากกว่านี้ เธอต้องทำตามสัญชาตญาณ ถ้าหวาดกลัวและเธอจะจม.'

       แอนนาเบธพยายามที่จะผ่อนคลาย

       เธอเริ่มที่จะมองเห็นรูปแบบในอากาศ : กระแสน้ำไหลระหว่างชั้นของความเป็นจริง เส้นทางที่พลิ้วไหวมีความมหัศจรรย์ของรถยนต์และอาคาร ซากของรถไฟที่เรืองแสงสีเขียว เซดีมีออร่าสีทอง ขนนกสีหมอกแพร่กระจายอยู่เบื้องหลังปีกของเธอ

       เจ้าอสุรกายสุนัขที่อยู่บนพื้นดูจะคลั่งแค้นเหมือนถ่านไฟ งูสีแดงเข้มเลื้อยออกจากไม้ไปจากสถานที่ต่อไปในทิศทางที่เจ้าอสูรกายหนี

       แอนนาเบธเน้นมุ่งไปพาร์ทเม้นที่ถูกทิ้งร้างที่อยู่ในระยะไกลและหัวใจของเธอเต้นเป็นสองเท่า หอส่องแสงสีแดงสองแสงจากภายใน - ไฟไหลผ่านหน้าต่าง รอยแตกในผนังถูกบี้ เมฆมืดหมุนไปทั่วและไม้เลื้อยมากขึ้นของพลังงานสีแดงไหลสู่การสร้างจากทั่วภูมิทัศน์และพลังของไม้เลื้อยสีแดงไหลผ่านไปสูภูมิทัศน์,ถ้าถูกดึงเข้าไปในกระแสน้ำวนนั้น

       แอนนาเบธรู้สึกเหมือนซาริบดิส,อสุรกายทะเลที่เธอพบครั้งแรกที่ทะเลปีศาจ มันไม่ได้เป็นความทรงจำที่ดีเลย

       อาคารอพาร์ทเม้นนั้น 'เธอบอก 'มันดึงดูดแสงสีแดงจากทั่วทุกสถานที่

       ‘แน่นอน เซดี้ตอบ 'ในเวทมนตร์อียิปต์, สีแดงจะไม่ดี มันหมายถึงความชั่วร้ายและความวุ่นวาย

       ‘นั้นนั่นคือสิ่งที่สุนัขจะมุ่งหน้าไป 'แอนนาเบธเดา 'การควบรวมกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ของคทา -'

       และเพื่อหาเจ้านายของมันด้วย ฉันพนันได้เลย

       แอนนาเบธรู้ดีนั้นคือสื่งจะเกิดขึ้น พวกเธอจะต้องรีบแล้ว แต่มองไปที่ใจกลางพายุเวทย์, เธอไม่อยากจะเข้าไปสักเท่าไหร่

       เธอใช้เวลาทั้งชีวิตของเธอเรียนรู้เกี่ยวกับหมอกมนต์บังตา - เขตแดนวิเศษที่แยกโลกมนุษย์จากโลกของอสุรกายกรีกและเหล่าทวยเทพ แต่เธอก็ไม่เคยคิดมากเลยว่ามนต์บังตานั้นจะเป็นหมอกจริงๆ

       สี่งนั้นเซดี้เรียกว่าอะไรละฝุ่นละอองใช่ไหม

       แอนนาเบธ สงสัยว่าหมอกและฝุ่นละอองนั้นอาจจะเป็นสิ่งเดียวกันหลายครั้งที่เธอถูกบดบังการมองเห็น-เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นหลายร้อยครั้ง

       เธอไม่ไว้ใจตัวเองที่จะยืน ความหวาดกลัวและจมน้ำตาย

       เซดี้ยื่นมือของเธอมา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ 'ดูสี, ฉันรู้ว่ามันมากเกินไป แต่...แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร เธอก็ยังคงเป็นมนุษย์กึ่งเทพเสมอ และตอนนี้เธอก็มีกริชที่น่ารักด้วยนะ

แอนนาเบธ รู้สึกว่ามีการเพิ่มขึ้นของเลือดไปยังใบหน้าของเธอ ปกติหน้าที่การปลุกความกล้าเป็นงานของเธอ ใช่........... ใช่แน่นอน' เธอจับเซดี้ ไปกันเถอะไปพบเทพองค์นี้กัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น