คทาแห่งเซราพริส (ฉบับแปลไทย)

ตอนที่ 3 : วันห่วยๆของแอนเบธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ธ.ค. 59


I

วันห่วยๆของแอนนาเบธ

จนกระทั่งเธอเห็นสัตว์ประหลาดสองแอนาเบธ ไม่ได้คิดว่าวันนี้ของเธอจะเลวร้ายได้อีก เธอจะใช้เวลาช่วงเช้าทั้งหมดทำตามงานของโรงเรียน (จัดการกับเหล่าอสุรกายและเทพเจ้าห่วยๆที่ทำให้เกรดของเธอแย่)

หลังจากที่เธอก็หันมาปฏิเสธที่จะดูหนังกับแฟนหนุ่มของเธอที่ชื่อเพอร์ซี่และเพื่อนบางส่วนของเขาเพื่อที่เธอจะลองใช้ชีวิตปกติในรั่วมหาวิทยาลัยสถาปัตยกรรมท้องถิ่นของภาคฤดูร้อนนี้ แต่น่าเสียดายที่เธอสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน

ในที่สุดประมาณสีโมงเย็น เธอเดินอย่างเมื่อยหล้าผ่านสวนสาธารณะวองซิงตันเพื่อไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน และไม่ได้ตั้งใจเท้าของเธอก็เยียบมูลวัว

เธอจ้องที่ท้องฟ้า เฮร่า!

คนเดินมองเธอราวกลับตัวตลกของเธอ แต่แอนาเบธไม่สนใจ เธอเหนื่อยกับการเล่นตลกของเทพีเต็มทีเธอได้ทำการเดินทางมากมายสำหรับเฮร่า แต่ราชินีแห่งสวรรค์ยังคงส่งของขวัญจากสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเธอมาให้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนแอนาเบธก็จะเหยีบมันอยู่ดีพนันได้เลยว่าเทพีจะต้องมีฝูงวัวลักลอบลาดตระเวนอยู่ในแมนฮัตตันแน่ๆ

ตอนนี้แอนนาเบธอยู่ที่สถานีตะวันตกถนนสายสี่ เธอเหนื่อยอย่างแปลกประหลาด เธอเพียงแค่ต้องการขึ้นรถสาย f เพื่อไปบ้านเพอร์ซี่เท่านั้น แม้สายเกินไปสำหรับการดูหนัง แต่บางทีพวกเขาอาจจะทานอาหารมื้อค่ำร่วมกันหรือทำบางสิ่งบางอย่าง

จากนั้นเธอก็เห็นอสูรกาย

แอนาเบธเคยเห็นอะไรแปลกประหลาดพิสดารมากมายมาย แต่สิ่งเธอเห็นทำให้เธอตั้งคำถามออกมาเลย เหล่าเทพเจ้าคิดอะไรอยู่?”

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นส่วนผสมระหว่างสิงโตกับหมาป่า มันมีหัวแหลมอยู่ในเปลือกหอยคล้าปูเสฉวน เปลือกของตัวมันเองเป็นเกลียวสีน้ำตาลหยาบเช่นกรวยวาฟเฟิล – สูงประมาณหกฟุตยาวกับรอยหยักตรงกลางเหมือนถูกทำให้แตกครึ่งแล้วนำมารวมกันใหม่ อสูรกายแบ่งออกเป็นสองหัว หัวทางซ้ายเป็นหมาป่า หัวทางขาวเป็นสิ่งโต พวกมันดูเข้ากันไม่ค่อยได้ อีกหัวจะเดินไปทางขวา อีกหัวจะเดินไปทางซ้าย พวกมันวิ่งและเริ่มตีกันเอง

จากนั้นพวกมันก็หยุดและเริ่มโดมฟุดฟิดๆในอากาศผู้โดยสารที่ผ่านมา-ผ่านไป ส่วนใหญ่ลัดเลาะรอบมอนสเตอร์และไม่สนใจมัน เพียงแค่ขมวดคิ้วหรือมองรำคาญ

แอนาเบธเคยเห็นการทำงานของมนต์บังตามาแล้วหลายครั้ง  แต่เธอประหลาดใจเสมอที่มนต์บังตาสามารถบิดเบือนการมองเห็นของคนธรรมดาให้พวกเขาเห็นสัตว์ประหลาดที่แสนอันตรายอยู่ตรงหน้าเป็นหมาข้างถนหรือคนจรจัด

จมูกของเจ้าอสูรกายบานขึ้น ก่อนที่แอนนาเบธจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรทั้งหัวก็หันจ้องตรงมาที่เธอ

มือของแอนนาเบธเตรียมจับมีดของเธอ จากนั้นเธอก็จำได้ว่าเธอไม่ได้มีมันไว้ในขณะที่อาวุธร้ายแรงที่สุดของเธอเป็นกระเป๋าเป้สะพายหลังซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือสถาปัตยกรรมทีหนักๆจากห้องสมุดประชาชน

เธอหายใจอย่างช้าเจ้าอสุรกายนั้นอยู่ห่างจากเธอประมาณ 30 ฟุต

การขึ้นไปอยู่บนหัว สิงโต-หมา-ปู ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรกที่เธอจะทำหรอกนะ แต่มันจำเป็นและต้องทำ เธอเป็นธิดาแห่งอธีน่านะ

เธอจ้องมองลงไปเจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นนะ ปล่อยให้มันรู้ว่าเธอมีธุระกับมัน

เจ้าอสุรกายคำรามใส่เธอ แอนนาเบธสาบานได้เลยว่าเธอเห็นแววตาเสียดายในดวงตาของมัน ราวกลับจะบอกว่า ฉันอยากจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ แต่ก็มีธุระอื่นต้องไปสะสางก่อน

แล้วเจ้าปูก็หันหัวไปและกระโดดออกไป โดยลากกระดองขนาดใหญ่ที่อยู่หลังของมันไปด้วย มันหายไปขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟสาย A

สำหรับช่วงเวลาของแอนาเบธตะลึงเกินไปที่จะย้ายก้นของเธอไปไหน เธอไม่ค่อยจะเห็นนักที่อสูรกายปล่อยมนุษย์กึ่งเทพเลยเมื่อได้รับโอกาสพวกอสุรกายมักโจมตีเกือบตลอดเวลา

ถ้าเจ้าปูนั้นมีอะไรสำคัญมากกว่าการขย้ำตัวเธอ เธอก็ต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไรเธอไม่สามารถปล่อยมันไปได้ อย่างนั้นเธอก็เดินตามแผนอันชั่วร้ายของมันและขึ้นรถไฟฟรีไป

เธอมองรถไฟสาย F ด้วยความละห้อยโหยหาที่นั้นจะทำไปสู่บ้านเพอร์ซี่ แต่เธอก็ตัดสินใจจะตามเจ้าอสูรกายนั้นไป

แอนนาเบธกระโดดขึ้นรถไฟพอดีกับที่ประตูถูกปิด รถไฟออกไปจากชานชลาและมุงสู่อุโมงแห่งความมืด ผู้โดยสารโยกไปมา ทุกที่นั่งก็เต็มไปหมด ผู้โดยสารมีมากขึ้นขณะที่พวกเขายึดติดกับราวจับและเสา

แอนนาเบธมองหมาเจ้าปูไม่เจอ จนกระทั้งมีคนตระโกนว่า ดูสิตัวประหลาด

เจ้าหมาป่าสิงโตปูคำรามข้างหน้าที่ผู้คน แต่ผู้โดยสารเพียงแค่ทำหน้าที่ตามปกติสำหรับชาว New York บางทีพวกเขาเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดน่าขนนั้นเป็นผู้ชายที่เมาแอ๋ก็เป็นได้

แอนนาเบธตามไป

ในขณะที่เจ้าปูงัดเปิดประตูให้รถและปีนผ่านไปแอนนาเบธเห็นเปลือกของมันเปล่งเรืองแสงรำไร

มันเคยทำมาก่อนหรือเปล่า รอบของเจ้าอสูรกายมีสัญลักษณ์สีแดงเป็นแสงนีออน - ตัวอักษรกรีก, สัญญาณทางโหราศาสตร์และการเขียนภาพ อักษรอียิปต์โบราณ

แอนนาเบธตัวxซีด เธอจำได้ว่าเพอร์ซี่ได้บอกเธอถึงบางสิ่งบางอย่างเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา – เกี่ยวกับการเกี่ยวกับต่อสู้ของเขากับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  ซึ่งมันดูจะเป็นไปไม่ได้เลย เธอจึงคิดว่าเขาล้อเล่น

แต่ตอนนี้...

เธอผลักฝูงชนและตามเจ้าปูนั้นไปเปลือกของเจ้าสัตว์ส่องแสงสว่างแจ่มสว่างในขณะนี้ ยิ่งแอนาเบธได้ใกล้ชิดมัน เธอเริ่มจะคลื่นไส้เธอมีความรู้สึกอบอุ่นอยู่ในท้อง ราวกลับมือเบ้ดตกปลากอยู่ที่สายสะดือจุ่นของเธอให้ดึงดูดเขาหาเจ้าอสูรกายนั้น

แอนาเบธพยายามที่จะไม่สติแตก เธอได้อุทิศชีวิตของเธอเพื่อการศึกษาเทวตำนานกรีกโบราณวิญญาณสัตว์และอสูรกาย ความรู้ของเธอเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับปูสองหัว - เธอไม่มีข้อมูลอ้างอิง เข็มทิศภายในหัวของเธอกำลังรวน

หวังว่าเธอจะมีแผนสำรอง เธอมีโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่มีสัญญาญาณในอุโมงค์ใต้ดิน เธอจะโทรหาใครละ มนุษย์กึ่งเทพส่วนใหญ่ไม่พกโทรศัพท์มือถือ สัญญาณโทรศัพท์จะดึงดุดพวกอสูรกาย เพอร์ซี่ทางเหนือของตัวเมือง ส่วนใหญ่เพื่อน ๆ ของเธอก็อยู่ที่ค่ายเลือดผสมบนชายฝั่งทางตอนเหนือของลองไอส์แลนด์

เจ้าปูเดินไปตามทางรถไฟ

แอนนาเบธตามทันในเวลารถขบวนต่อไป แสงของอสูรกายสว่างขึ้นแม้คนธรรมดาเริ่มสังเกตเห็น พวกเขาเอามือปิดปากและโค้งลง ไปราวกลับที่ได้เปิดตู้เก็บของเต็มไปด้วยอาหารกลางวันบูดๆ คนอื่นอื่น ๆ เริ่มเป็นลมลงบนพื้น

แอนนาเบธรู้สึกอยากหันหลังกลับ แต่เหมือนกลับถือถุกดึงดูดด้วยอะไรบางอย่าง

ทันทีที่ประตูรถไฟเปิด ผู้โดยสารทุกคนที่ยังมีสติกำลังเดินโซฌซออกไป เจ้าอสูรกายนั้นใช้หัวหมาป่างับกระเป่าของผู้หยิงคนหนึ่งขึ้นมา ขณะที่เธอพยายามจะหนี

เฮ้แอนาเบธตะโกน

เจ้าอสูรกายที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นไป ดวงตาทั้งสองของมันจับจ้องอยู่ที่แอนนาเบธเหมืออยากจะบอกว่าเธออยากตายเหรอ?’

จากนั้นมันก็กลับหัวและคำรามร่วมกันด้วยความสามัคคีพร้อมคลื่นเสียงตีแอนนาเบธเหมือนที่เสียบน้ำแข็ง หน้าต่างของรถไฟแตก คนธรรมดาต้องสะดุ้งตื่น บางคลานออกมาจากประตู จากการมองเห็นมัวๆแอนเบธเห้เจ้าอสูรกายนั้นกำลังจะกระโจน

เวลาช้าลง เธอเป็นตระหนักว่าประตูปิดรถไฟตอนนี้กำลังจะปิดและออกมาจากสถานี  ผู้ขับรถไฟอยู่หรือเปล่า? หรือมันมีระบบอัตโนมัติ?

เพียง 10 ฟุตห่างจากมันตอนนี้แอนาเบธเธอสังเกตเห็นรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับเจ้าอสูรกาย ออร่าสีแดงดูเหมือนสว่างพร้อมตะเข็บในเปลือกของมัน เรืองแสงอักษรกรีกและอักษรอียิปต์พ่นออกมาเหมือนภูเขาไฟก๊าซจากรอยแยกในทะเลลึก หัวสิงโตมีแขนซ้ายได้รับการโกนที่ข้อมือ, มีรอยสักด้วยชสีดำเล็ก ๆ ติดอยู่ภายในหูซ้ายเจ้าหมาป่าเป็นป้ายราคาสีส้มอ่านได้ว่าราคา 99.99ดอลล่า

แอนนาเบธจับสายรัดกระเป๋าเป้สะพายหลังของเธอ เธอก็พร้อมที่จะแกว่งมันที่เจ้าอสูรกาย แต่ไม่เหมือนอาวุธเท่าไหร่ แต่แทนที่จะเป็นอย่างนั้น เธอใช้วิธีปกติของเธอเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง เธอเริ่มพูดคุย

แกถูกสร้างขึ้นจากส่วนผสมสองอย่างแอนนาเบธพูด เหมือนรูปปั้นมีชีวิต....พวกแกโดนจับยัดรวมร่างกันใช่ไหม

มันเป็นการคาดเดาโดยรวม แต่เสียงคำรามของสิงโตทำให้เธอคิดว่ามาถูกทางแล้ว แต่เจ้าหมาป่าก็ตะปบแก้มเจ้าสิงโตบอกให้หุบปาก

พวกแกยังไม่ชินกับการรวมร่างกันสินะแอนนาเบธ เดา ส่วนเจ้าสิงโตที่มีรหัสประจำตัวบนขาของแก แกเป็นรูปปั้นในพิพิธภัณฑ์ ใช่ไหม

เจ้าสิ่งโตคำรามอย่างดังจนเข่าเธออ่อนยวบ

ฉันเดาว่าใช่ และเจ้าหมาป่า ... สติกเกอร์ที่หูของแก ... แกเป็นของลดราคาที่ขายในร้านค้าของเก่าใช่ไหม?”

หมาป่าคำรามและเดินมาที่เธอ

ในขณะที่รถยังเคลื่อนที่ผ่านไปตรงแม่น้ำอิส ลมหนาวที่พัดเข้ามาผ่านกระจกที่แตกทำให้ปากของเธอสั่น

สัญชาตญาณทั้งหมดของเธอบอกให้โกยแนบ แต่ข้อต่อเธอรู้สึกราวกับว่ากำลังละลาย ออร่าของเจ้าอสูรกายเปล่งแสงมากขึ้นเรือยๆ ทำให้อากาศรอบนอกเต็มไปด้วยแสงและสัญลักษณ์สีแดงจางๆ

แกกำลังแข่งแกร่งขึ้นแอนนาเบธตั้งข้อสังเกต แกกำลังมุ่งหน้า

ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ได้ใช่ไหม? ยิ่งอยู่ใกล้แกยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

       พวกมันคำรามอีกครั้ง คลื่นของพลังงานสีแดงระลอกผ่านรถ เธอจำเป็นจะต้องครองสติและจะต้องต่อสู้

       เจ้าก้าวเข้ามาใกล้ชิด เปลือกของมันแผขยายออก รอยแตกที่อยู่ตรงกลางเผาไหม้เช่นเหล็กหลอมเหลว

       “เดี่ยวก่อน แอนนาเบธพูดขึ้น ฉัน...ฉันรู้แล้วพวกแกยังไม่สมบูรณ์ แกกำลังหาอีกชิ้นส่วนหนึ่งหัวที่สามใช่ไหม

       อสูรกายหยุดมองแอนนาเบธ ดวงตาของมันสะท้อนความหวาดระแวงราวกลับจะบอกว่า เธอเคยอ่านบันทึกประจำของฉันมาจากไหน

       ความกล้าหาญของแอนนาเบธเพิ่มขึ้น ในที่สุดเธอก็พบข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม เธอเคยเจอกับอสุรกายสามหัวมาแล้ว เพราะสิ่งมีชีวิตในตำนานทั้งหลายมักจะมี 3 หัวเสมอ ดังนั้นความคิดที่ว่าพวกมันจะมีอีกหัวหนึ่งนั้นก็เข้าท่ามากๆ

เจ้าปูนั้นน่าจะเคยเป้นรูปปั้นอะไรสักอย่าง จากนั้นมันก็ถูกหันเป็นชิ้นๆ และอะไรบางอย่างก็ปลุกมันขึ้นมาและพยามที่จะกลับไปรวมร่างอีกครั้ง

       แอนนาเบธ ตัดสินใจว่าเธอไม่สามารถให้มันเกิดขึ้นได้ตัวอักษรภาษาอียิปต์และอักษรกรีกส่องสว่างเป็นสีแดงลอยอยู่รอบ ๆ  รังสีเวทย์มนต์ที่แผ่ออกมานั้นดูผิดเพี้ยนราวกลับมันจัละลายโครงสร้างของเซลล์ของแอนนาเบธ

       แกไม่ได้เป็นอสุรกายกรีกล้วนๆใช่ไหม"เธอเสี่ยงทาย แกมาจากอียิปต์ใช่ไหม

       เจ้าปูไม่ชอบความคิดเห็นนั้น มันแยกเขี้ยวฃเตรียมที่จะจู่โจมแอนนาเบธ

       โว้ๆ เจ้าหนูแอนนาเบธพูด พลังของแกยังไม่สมบูรณ์ใช่ไหมละ ถ้าแกโจมตีฉันตอนนี้แล้วละก็แกแพ้แน่ ยังไงซะพวกแกก็ยังไม่เชื่อใจกันอยู่

       เจ้าหัวสิงโตคำราม

       แอนนาเบธแล้งทำเป็นตกใจ นี่นายไม่ควรจะพูดกับเจ้าหมาป่าแบบนั้นะ เจ้าสิงโต

เจ้าสิงโตกระพริบตาปริบๆ เจ้าหมาป่าหันมามองด้วยความระแว

และนายหมาป่า นายไม่ควรพูดอย่างนั้นกับเพื่อของนายะแอนนาเบธพูดต่อ

ทันใดนั้นทั้งสองหัวก็คำรามใส่กันและกัน เจ้าอสุรกายเซไปมาเนื่อแขนและขาไปคนละทิศคนละทาง

แอนนาเบธรู้ว่าเธอต้องการเพียงซื้อตัวเองไม่กี่วินาทีเธอพยายามเค้นสมองพยายามที่จะคิดออกว่ามีวิธีการที่เธอสามารถเอาชนะสิ่งมีชีวิตตัวนี้ได้อย่างไร  แต่มันไม่ตรงกับสิ่งที่เธอจำได้จากบทเรียนของเธอที่ค่ายเลือดผสม

 เธอพิจารณาควรจะไปด้านหลังของมัน เพื่อทำลายกระดอง แต่ก่อนที่เธอจะทำลายอะไร รถไฟก็ซะลอตัว พวกเธอคงถึงสถานีแรกของบรูกลิน

สถานนีว่างจนน่าแปลกใจ แสงสว่าที่ปล่องบันไดดึงดูดความสนใจแอนนาเบธ เด็กผู้หญิงผมสีบอนด์ในชุดสีขาวกำลังแกว่งคทา พยามที่จะติเจ้าอสุรกายที่กำลังวนอยู่รอบๆขาอย่างบ้าคลั้ง จากไหล่ขึ้นไปมันเหมือนสุนัขลาบาร์ดอสีดำ แต่ส่วนล่างมันไม่มีอะไรเลยเหมือนห่างลูกอ๊อดอย่างไงอย่างั้น

แอนนาเบธคิด ชิ้นส่วนที่สาม

จากนั้นหญิงสาวผมบลอนด์ตีเจ้าสุนัขที่จมูก ไม้เท้าของเธอเปล่งแสงสีทองและเหวี่ยงสุนัขไปข้างหลัง – ตรงมาที่บานหน้าต่างรถที่สถานีรถไฟใต้ดินแอนนาดเบธโดยสารมา

เด็กผู้หญิงผมสองวิ่งตามันไป เธอกระโดผ่าด่านกั้นประตูก่อนที่จะรถไฟจะออกขบวน ในช่วงเวลาที่หยุดนิ่ง เด็กผู้หญิงสองคนเผชิญหน้ากันพร้อมสัตว์ประหลาดสองตัว  แอนนาเบธสำรวจเด็กผู้หญิงที่มาใหม่พร้อมประเมินภัยคุกคามของเธอ

       เธอสวมกางเกงผ้าลีนินสีขาวกับเสื้อเชิดที่เข้ากัน อย่างกับชุดคาราเต้พร้อมรองเท้าคอมแบตปลายแหลมราวกลับจะสามารถสร้างความเสียหายให้กลับคู้ต่อสู้ได้อย่างงั้นแหละ ที่แขวนอยู่คือกระเป๋าเป๋ไนลอนสีน้ำเงินของเธอ พร้อมด้วยแท่งงาโค้งๆแขวนอยู่บนสายหนังนั้นบูมเมอรแรงเหรอ แต่อาวุธที่น่ากลัวที่สุดคือแท่งไม้ยาวประมาณห้าฟุต สลักไว้ด้วยลายนกอินทรี ทำด้วยทองสัมฤทธิ์

       แอนนาเบธเลือบตามมองเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอรู้สึกเหมือนเดจาวู สาวคาราเต้คนนั้นดูเหมือนอายุไม่น่าเกินอายุ 13 ปี เธอย้อมผมไฮไลน์สีม่วง เธอดูคล้ายกลับธิดาแห่งอธีน่า ที่พร้อมจะต่อสู้เร็ว ตื่นตัว ว่องไวและไม่เกรงกลัวใคร เธอรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองเมื่อสีปก่อนที่เธอจะได้เจอเพอร์ซี่ แจ็กสันแฟนของเธอเป็นครั้งแรก

       เอาละเอาเล่าเธอเป่าเปียสีม่วงของเธอออกจาใบหน้า เพราะทุกวันของฉันยังไม่บ้าพอ

       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น