นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (OS) | butistillwantyou (END)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ย. 62 / 20:59


 

ผมคิดมาตลอด ว่าตอนจบที่สวยงาม มักลงท้ายด้วยการบอกรัก และความสุข แต่ทำไมนะ คำบอกรักของคุณ คำว่ารักของคุณ มันถึงทำให้ผมเจ็บ...เจ็บมากขนาดนี้

 

รักที่แปลว่าลาก่อน คือการที่คุณบอกผม ในวินาทีสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน

 

.

.

.

.

.

 

 

ผมจำวันแรกได้ดี ตอนที่พวกเราเจอกันครั้งแรก ผมเดินชนคุณตอนเดินสวนกันที่สนาม ผมเป็นฝ่ายหันกลับไปมองคุณ ส่วนคุณยังคงเดินต่อไม่ได้สนใจผม

 

แต่ผมจำคุณได้ดี

 

ผมสีเข้ม ผมทรงมะพร้าวกลมๆแบบนั้น

 

...มีคุณคนเดียว

 

วันต่อมาผมก็เจอคุณอีก ที่ห้องพยาบาล ตอนผมกำลังไปขอยาแก้ปวด เพราะรู้สึกไม่สบายจากการตากฝนเล่นบอลเมื่อเย็น ผมคุยกับพยาบาลในห้อง เล่าอาการ ในขณะที่คุณนอนอยู่บนเตียงด้านใน ต้องขอบคุณผ้าม่านที่ปิดไม่สนิท ทำให้ผมเห็นคุณตอนนอน

 

ตัวคุณขาวมาก ขาวเสียจนผมไม่กล้าเอาสีผิวผมไปเทียบ ผมแอบเหม่อจนพยาบาลสะกิดเรียก และขอตัวเดินไปหยิบยามาให้ แต่ผมก็ลอบมองคุณที่นอนหลับอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งพยาบาลกลับมา ผมกินยาเสร็จ และหันหลังเดินออกไป ---โดยที่ได้รู้จักชื่อของคุณผ่านรายชื่อนักเรียนที่ต้องเขียนในสมุดห้องพยาบาล แต่กลับไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร ทำไมถึงต้องนอนแบบนั้น

 

ผมแอบคิดนะ ว่าคุณคงโดดเรียน ไม่อยากเข้าเรียน อยากนอนเล่นเฉยๆ ในห้องพยาบาลแอร์เย็นๆ แต่ไม่ใช่เลย

 

ผมมักได้ยินชื่อคุณบ่อยๆ เวลาเข้าแถวสาย เมื่อมีการประกาศรางวัล และรับเกียรติบัตรหน้าเสาธง ผมถึงขั้นชะเง้อคอมองดูคุณที่เดินไปรับรางวัลด้วยใบหน้านิ่งๆ ยิ้มออกมาเล็กน้อยตอนต้องถ่ายรูป และเดินกลับแถวไปเงียบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักเรียนที่เข้าแถวอยู่

 

คุณวาดรูปเก่ง งานประกวดที่จัดขึ้นบ่อยๆ ในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญต่างๆ ผลงานของคุณมักได้ที่หนึ่งตลอด จนผมอดคิดไม่ได้ว่าคุณแอบสนิทกับกรรมการที่คัดเลือกรางวัลหรือเปล่า แต่ก็ได้ข้อสรุปว่า ผลงานของคุณสวยจริงๆ สวย โดดเด่น และมีเอกลักษณ์ในทุกชิ้นงาน ผมได้แรงบันดาลใจจากคุณเลยนะ พอได้มองภาพวาดของคุณ ผมก็อยากลองวาดบ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้ผมอยากรู้จักคุณ

 

ครั้งแรกพวกเราเดินชนกัน คุณไม่สสนใจ

 

แต่ตอนนี้กลายเป็นผมที่ตั้งใจชนคุณ จนคุณเกือบล้ม แต่ก็ไม่ เพราะผมจับคุณเอาไว้ จากคนร้ายที่เดินชน กลายเป็นพระเอกโดยอัตโนมัติ อ่า คุณดูไม่ได้สนใจเลย ออกจะเหม่อเสียด้วยซ้ำตอนที่ผมตั้งใจเดินเข้าไปชนน่ะ คุณยังคงนิ่งไปสักพักหลังจากที่ผมปล่อยให้ยืนด้วยตัวเอง เราทั้งสองเอ่ยขอโทษขึ้นมาพร้อมกัน นั้นเรียกเสียงหัวเราะให้ผม แต่สำหรับคุณ กลายเป็นใบหน้าตกใจ

 

พวกเราต่างคนต่างเดินแยกกัน โดยไม่ได้คุยอะไรกันอีก แต่ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะเอ่ยทักคุณในครั้งต่อไปที่ได้เจอกันอย่างแน่นอน

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

มีครั้งแรก ครั้งที่สอง และแน่นอนต้องมีครั้งที่สาม ขณะผมบอกลาเพื่อนและเดินไปรอรถที่ป้ายหน้าโรงเรียน ผมเจอคุณนั่งอยู่ที่ร้านชา คาเฟ่ร้านกาแฟที่ตกแต่งสไตล์วินเทจ เบื้องหน้ามีถ้วยชาอยู่ ผมจึงเดินเข้าไปทัก และนั่งลงฝั่งตรงข้ามของคุณ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากคุณสักนิด

 

คุณมองผมตั้งแต่ผมเอ่ยทัก จนกระทั่งผมนั่งลงมองเมนูที่ติดไว้ตรงผนัง ก่อนจะหันมาสบตากลมโตที่จ้องมองมาเงียบๆ และเอ่ยถามว่าคุณกินอะไร เพราะน้ำในถ้วยชาของคุณดูไม่เหมือนชานมตามที่ผมคิด และในร้าน ไม่มีเมนูชานม

 

คุณนิ่งไปสักพัก ก่อนจะตอบเบาๆว่า ชาซีลอน ชาสีส้มอ่อนๆ ในแก้วตรงหน้าระหว่างเราทั้งสองนี่สินะ

 

ผมเดินไปสั่งบ้าง และกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ตรงข้ามคุณ คุณยังคงทำหน้านิ่ง แต่ดวงตาก็จับจ้องทุกการกระทำของผม ไม่ว่าจะหยิบป้ายเมนูแนะนำมาพลิกเล่น ดูแจกันใส่ดอกไม้แห้งบนโต๊ะ มองสำรวจภายในร้าน มองตู้เค้กข้างๆ และมองเจ้าของร้านที่หันไปชงชาให้ผมอยู่

 

ร้านที่มีโทนน้ำตาล และเสียงเพลงคลาสสิคคลอเบาๆ ไม่คิดว่าคนหน้านิ่งตรงหน้าจะชอบบรรยากาศแบบนี้หรอก นะ แต่เหมือนเจ้าตัวจะชอบที่นี่มาก ดูจากการยิ้มทักทายของเจ้าของร้านที่เดินเอาชาซีลอนของผมมาเสิร์ฟ และเอ่ยทักอีกคนว่าชวนเพื่อนมาเหรอ คุณไม่ตอบแต่ยกยิ้มนิดๆ คำว่าน่ารักลอยขึ้นมาในหัว ก่อนที่ผมจะเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว แต่คล้อยหลังเจ้าของร้าน อีกฝ่ายก็ยังคงทำหน้านิ่งมองผมและแก้วชาบนโต๊ะต่อไป

 

ผมลองชิมชาที่เพิ่งเคยได้ยินและรู้จักเป็นครั้งแรก รสหวาน และขมนิดๆ รวมถึงกลิ่นหอมของมันทำให้ผมชิมไปเกินครึ่ง โอเค โคตรชอบเลย ผมไม่ชอบกินชานมร้านในโรงอาหารแล้ว ผมชอบชาซีลอนที่นี่...มาก!

 

หน้าผมและท่าทางของผมคงดูตลก จนอีกฝ่ายเอียงคอมองการกระทำของผมที่มีต่อการลองกินชาซีลอนครั้งแรก ผมเอ่ยชวนคุณคุยเรื่องเรื่อยเปื่อย ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ก็ดีกว่ามองมานิ่งๆ ละนะ

 

เมื่อถามตอบกันไปได้สักพัก เจ้าของร้านคนเดิม ก็เอาเค้กมะพร้าวมาเสิร์ฟ และบอกว่าเพิ่งลองทำ เลยอยากให้ลองชิม คุณเอ่ยปฏิเสธ แต่ผมเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะลองชิมและเอ่ยชมรสชาติเค้กแสนอร่อยตรงหน้า

 

มันอร่อยจริงๆ แต่คุณดูไม่เชื่อ ดูจากหน้าที่เหมือนอยากลองทานแต่ไม่กล้านั้น ผมเลยเอ่ยชวนและเตรียมตักป้อน แต่คุณกลับหยิบส้อมอีกคันขึ้นมาตักกินเอง ดวงตากลมโตของคุณโตขึ้นอีกหลังลองชิมเค้ก

 

ใบหน้าอีกฝ่ายที่กินเค้กจนแก้มพอง ทำให้ในหัวผมมีคำว่าน่ารักลอยขึ้นมาอีกครั้ง ผมเท้าคางมองอีกฝ่ายที่กินเค้กฟรี ตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีคำพูดอะไร จนกระทั่งเค้กตรงหน้าหมด คุณดูตกใจที่ตัวเองเผลอกินหมดแล้วในขณะที่ผมกินไปเพียงแค่สองคำ ผมหัวเราะกับใบหน้าเหลอหลา และส่ายหัวพลางบอกว่าไม่เป็นไร

 

เวลาล่วงเลยจนใกล้หกโมงเย็น คุณขอตัวกลับ โดยมีผมเดินไปส่ง เรื่องบังเอิญคือผมและคุณนั่งรถสายเดียวกัน แต่ป้ายที่ผมจะลงอยู่เลยไปจากป้ายของคุณ ผมเลยมีโอกาสได้นั่งรถไปส่งคุณกลับบ้านด้วย พวกเรานั่งกันที่เก้าอี้คู่ที่ว่างอยู่เหมือนรอผมและคุณอยู่

 

เราไม่ได้พูดอะไรกันเลยตลอดทาง คุณเพียงมองออกไปนอกหน้าต่าง ส่วนผมก็มองคุณนั่งแบบนั้นอีกที สลับกับมองรถเบื้องหน้าบ้าง

 

ตอนคุณเตรียมจะลง ผมได้ยินคุณเอ่ยขอบคุณผมเบาๆ และยิ้มให้นิดๆ ใช่ นิดๆ ก่อนจะเดินไปยืนรอที่ประตูรถ โดยที่มีผมโบกมือให้อยู่ตรงที่นั่ง ถึงแม้คุณจะไม่ได้หันมามองเลยก็ตาม...

 

??‘

 

 

.

 

.

 

ตั้งแต่ที่ได้คุยกับคุณวันนั้นที่ร้านชา ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องระหว่างเราจริงๆ สักที ตอนเราสบตากันที่โรงเรียน ไม่คุณก็ผมมักจะเผลอยิ้มออกมา เพื่อนรอบตัวผมไม่สงสัยเลย กับการที่ผมนั่งยิ้มคนเดียว เวลาแอบเห็นคุณหันมามองผมแล้วรีบหันหน้าหนีไปตอนเห็นว่าผมมองคุณอยู่ก่อนแล้ว

 

ที่โรงเรียนเราอาจไม่เคยได้คุยกัน แต่ร้านชาซีลอนก็เป็นสถานที่ลับระหว่างเราสองคน นอกจากที่ร้านจะขายพวกขนมเค้ก และขนมหวานต่างๆ แล้ว ยังมีอาหารคาว ที่ผมมักจะฝากท้องสำหรับมื้อเย็นในทุกวัน ตรงข้ามกับคุณที่เอาแต่นั่งจิบชา กินขนม และมองผมเงียบๆ

 

ผ่านไปหลายอาทิตย์ จากที่ผมเป็นฝ่ายชวนคุย กลายเป็นคุณที่เริ่มชวนคุย คุณยังคงน่ารักเสมอเมื่อเริ่มบทสนทนาจะต้องไอก่อน หรือบางทีก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยเรียกชื่อผม พร้อมดวงตากลมโต คุณตั้งใจพูดและตั้งใจฟังผมเสมอ จนผมอดยิ้มค้างไม่ได้เวลาเห็นคุณมองมา

 

เรียกว่าความพยายามของผม เริ่มเห็นผลแล้วสินะ

 

ช่วงชีวิตวัยมัธยมใกล้จะจากไป พร้อมกับการจากลาระหว่างเราสองคน เราไม่ค่อยได้คุยกันว่าจะเรียนต่อที่ไหน หรือจะไปทำอะไรที่ไหนหลังจากเรียนจบกันไป เราแค่คุยกันในเรื่องของวันเก่าๆ และวันนี้ แต่ไม่เคยคุยกันถึงเรื่องอนาคต

 

ทั้งๆ ที่ผมช่างถาม แต่ผมกลับไม่กล้าถามออกไป ว่าอนาคตข้างหน้าของคุณจะไปไหนทิศทางไหน รวมไปถึง เราจะได้อยู่ด้วยกัน เหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า

 

วันเวลาที่ใกล้เข้ามา ไม่ได้ทำให้ผมร้อนใจเลย เมื่อเทียบเท่ากับการที่คุณขอตัวกลับบ้านเร็วขึ้น ผมอาจคิดไปเองว่าคุณกำลังหนีผม แต่...คงไม่ใช่หรอก ใช่ไหมนะ

 

เราเคยแลกเบอร์ หรือแม้กระทั่งแอคเคานท์ในโซเชียลต่างๆ แต่ไม่มีฝ่ายไหนเริ่มบทสนทนาก่อนเลย มีเอาไว้เฉยๆ ให้รู้ว่ามีบุคคลคนนี้อยู่ด้วย เฉยๆ ล่ะมั้ง

 

จนแล้วจนรอด วันจบการศึกษาก็มาถึง เป็นครั้งแรกเลยที่ผมโทรหาคุณ หลังจากจบงานพิธี คุณรับสายผมไวมาก โดยผมขอคิดเข้าข้างตัวเองว่า คุณก็อยากเจอผมเหมือนกัน เรานัดเจอกันที่ร้านร้านเดิม ลุงเจ้าของร้านคนเดิม เพลงเดิมๆ ที่เปิดคลอเบาๆ และชาซีลอนสองแก้วเหมือนเดิม

 

ผมยื่นของขวัญให้คุณ มันเป็นพวงกุญแจ ขนาดพอดีมือ ที่เป็นรูปกระต่ายสีขาว ขนฟูที่ดูเหมือนคุณดี ตอนที่ผมกำลังเลือกซื้อน่ะ ในขณะที่คุณก็ยื่นกล่องเล็กๆ มาให้ ด้านในเหมือนจะเป็นเทียมหอมรูปหมีสามตัว สีขาว สีน้ำตาล และสีชมพู ผมยิ้ม และคุณก็ยิ้ม ต่างฝ่ายต่างดีใจกับของขวัญ ที่ไม่ได้นัดกันเอาไว้ว่าจะมาแลกของกัน แต่...มันก็ดีแล้ว ที่ต่างฝ่ายต่างยังคงคิดถึงกัน

 

เรานั่งคุยกันอีกสักพัก แก้วชาที่คุณจิบไปเพียบไม่กี่ครั้ง ก่อนที่คุณจะขอตัวกลับก่อน เพราะได้ยินเสียงเรียกเข้าของตัวเองดังขึ้น ผมไม่ได้ยื้อคุณไว้ แต่เลือกที่จะนั่งรถไปส่งคุณเหมือนในทุกๆ วัน

 

 

.

 

.

 

.

 

มันคงจบไปแล้วกับรักที่เข้ามาโดยไม่ได้ตั้งตัว รวมไปถึง ยังไม่ได้เอ่ยคำๆ นั้นออกไป ชีวิตในรั้วมหาลัยก็ไม่ได้ต่างจากเดิม เพื่อนบางคนของผมก็เรียนที่นี่ด้วยเช่นกัน หากแต่เรียนกันคนละคณะ คนละสาขา ด้วยความชอบที่แตกต่างกัน

 

ชีวิตผมยังคงดำเนินต่อไป โดยได้แต่มองดูรูปภาพ และชื่อแอคเคานท์ของคุณที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงเบอร์ติดต่อที่ยังคงติดในรายการโปรด ทั้งๆ ที่ตั้งแต่วันนั้น ก็ไม่เคยได้คุยกันอีกเลย

 

ผมคิดถึงคุณ และคุณก็คงคิดถึงผม แต่แค่ไม่มีใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเท่านั้นเอง

 

วันเวลาผ่านไปเป็นปี หลังจากที่สอบตัวสุดท้ายจบลงไม่กี่วัน สายเรียกเข้า และชื่อที่ปรากฎบนหน้าจอทำให้ผมที่สะดุ้งตื่นจากการงีบกลางวันเกือบช็อกไป

 

มันเป็นเบอร์ของคุณ ชื่อของคุณที่แสดงที่หน้าจอ ขึ้นสายไม่ได้รับเอาไว้ ผมไม่ได้ตาฝาด หรือไม่ได้ฝันหรอกใช่ไหม ผมเกือบทำโทรศัพท์ตกเลยนะ

 

ผมรีบกดโทรกลับไป กลัวว่าคุณจะไปทำธุระอย่างอื่นเสียก่อน รอสายไม่นาน อีกฝ่ายก็รับสาย แต่ไม่ได้มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ทั้งจากฝั่งผมหรือฝั่งคุณ

 

เวลาผ่านไปเป็นนาที พวกเราก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ตลกดีนะ พวกเราใจตรงกันอีกแล้ว ต่างฝ่ายหัวเราะ กับเรื่องบังเอิญเล็กๆ น้อยๆ นี้ พวกเราต่างผลัดกัน ให้อีกฝ่ายพูดก่อน จนผมเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเริ่มบทสนทนาก่อน ผมถามว่าคุณสบายดีไหม และคุณตอบว่าสบายดี คุณถามผมเป็นยังไงบ้าง ผมก็ตอบว่าโอเคดี กลายเป็นคนพูดน้อยไปเลย ทั้งๆ ที่ในใจมีเรื่องจะคุยอีกตั้งมากมาย แต่กลับไม่กล้าพูดออกไป

 

เราสลับกันถามตอบ ถามคำตอบคำ ไม่หยุด ได้ความว่าเขาไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนเสร็จก็จะกลับมา และจบลงที่คุณขอตัวไปทำธุระก่อน

 

ผมที่เริ่มเศร้าจากการไม่ได้พูดสิ่งที่อยากจะพูดมากมาย ก็ซึมได้ไม่นาน เพราะคุณที่ส่งสติ๊กเกอร์มาทางแมสเซนเจอร์ของโซเชียลนึงทักมาเสียก่อน

 

ผมยิ้มให้หน้าจอ พร้อมกับสติ๊กเกอร์ตอบกลับไปบ้างเช่นกัน และหลังจากนั้น ผมก็ยิ้มให้กับหน้าจอโทรศัพท์บ่อยขึ้น จนเพื่อนที่เรียนด้วยกันแซวอย่างขบขันว่าคุยกับแฟน

 

ผมก็อยากตอบว่าใช่อยู่หรอก ถ้าไม่ติดอยู่ที่ว่า ระหว่างคุณกับผม ไม่ได้มีชื่อสถานะ อาจเป็นคนรู้จัก อาจใช้คำว่าเพื่อนที่ต่างฝ่ายต่างรับรู้ หรือไม่มีฐานะอะไรในคำตอบ เพราะยังไม่เคยได้เริ่มบอกออกไปตรงๆ กันสักทีนะ

 

ผมเริ่มคิดมากเรื่องคุณมากขึ้น ทั้งๆ ที่พวกเราก็คุยกันทุกวัน ถึงแม้เวลาที่จะไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็มีการตอบกลับของข้อความในทุกวัน เช่นเดียวกับรูปภาพต่างๆ รูปคุณ รูปผม หรือสิ่งที่อยากจะอวด ส่งให้กันและกันอยู่ตลอด รวมไปถึงการอวยพรในแต่ละวันสำคัญด้วย

 

คิดเข้าข้างตัวเองได้ไหม ว่าพวกเราเป็นมากกว่าเพื่อนกัน อาจจะเป็นครอบครัวก็ได้ คิดว่านะ

 

ผมหัวเราะให้กับตัวเอง ขณะคิดอะไรเพลินๆ หลังรอคุณพิมข้อความตอบกลับมา คุณพิมช้า นั้นคือสิ่งที่ผมรู้ เหมือนกับตอนคุยกัน ที่คุณมักคิดก่อนพูด และพูดช้าๆ ชัดๆ อย่างตั้งใจเสมอ คุณเป็นแบบนี้ตลอด เป็นคนที่ผม มักจำได้ว่า คุณชอบทำอะไร จะทำยังไง หรือเป็นยังไง และคุณก็ยังคงเหมือนเดิม ตั้งแต่ที่เราคุยกันครั้งแรก จนกระทั่งในตอนนี้เลย

 

เราคุยกันอีกสักพัก ก่อนจะบอกลากันเพื่อไปเข้านอน อีกไม่นานพวกเราก็จะได้เจอกันแล้ว ไม่นานที่หมายถึง อีกแค่ปีเดียว นอกจากระยะทางและระยะเวลาที่ห่างกัน ผมว่าพวกเราเข้าใจกันและกันมากขึ้นนะ ในหลายๆ แง่น่ะ

 

ถึงคุณจะไม่ค่อยได้เล่าว่าอยู่ที่นู่นเป็นยังไงบ้าง มีแต่ฝ่ายผมที่มักจะบ่นให้คุณฟังตลอด เพราะกลัวคุณจะเหงา แต่ผมก็โอเค ที่จะทำแบบนี้ต่อไป แค่เห็นคุณสนุกและมีความสุขกับการได้คุยกับผมก็พอ

 

นี่ผมคงติดคุณมากๆ เลยสินะ แต่คุณคงไม่ได้ติดผมหรอกใช่ไหม ส่งรูปมาอวด แต่ไม่ค่อยพิมอะไรมาเลย สงสัยจะขี้เกียจพิมจริงๆ นะคุณน่ะ แต่ไม่ว่ายังไง คุณก็ยังคงน่ารักสำหรับผม เป็นคนที่น่ารัก และผมอยากจะรักคุณจริงๆ หวังว่า คุณจะรับรู้ถึงสิ่งที่ผมทำให้คุณตลอดนะ

 

.

.

 

 

.

 

.

 

.

 

เป็นการเจอกันครั้งสำคัญในรอบหลายปี ระหว่างผมกับคุณที่ทำได้แค่พูดคุยกันผ่านหน้าจอโทรศัพท์ แต่ตอนนี้ ผมกำลังรอคุณที่นัดพบ สถานที่ลับของพวกเรา

 

ร้านชาที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากสมัยที่พวกเราเรียนกันอยู่ แต่มีเมนูต่างๆ เพิ่มเข้ามาและเมนูเก่าๆ ที่หายไปบ้าง แต่โชคดีที่ชาซีลอนของโปรดของผมและคุณยังอยู่ดีนะ

 

ไม่เหมือนโรงเรียนพวกเราที่เปลี่ยนตึก ทุบตึก สร้างใหม่ จนแทบจำภาพเก่าๆ สมัยที่เราเรียนกันไม่ได้ คุณครูบางคนก็ออกไปแล้ว บางคนก็เหมือนจะยังจำผมได้อยู่ ผมคงไม่ได้ต่างไปจากเดิมมากล่ะมั้ง นักกีฬาที่ชอบโดดเรียนบ่อยๆ อย่างผมน่ะ

 

ผมนั่งคิดอะไรเพลินๆ ขณะรอคุณมาหา เรานัดกันสิบเอ็ดโมงแต่ผมมาถึงตอนเก้าโมงกว่า เจ้าของร้านแก่ลงตามปีที่ผ่านไป เขาจำผมได้คร่าวๆ ว่าเคยมานั่งกับลูกค้าประจำตัวขาวๆ ผมหัวเราะ ที่เขาจดจำลูกค้าคนสำคัญได้ เช่นเดียวกับผมทีจดจำคนสำคัญคนนี้ได้ คนที่กำลังเปิดประตูร้านเข้ามา ขณะนาฬิกาภายในร้าน บอกเวลาสิบโมงครึ่ง คุณมาก่อนเวลา ผมรู้ดี...ผมถึงได้มาก่อนคุณไง

 

.

 

.

 

.

 

ต่างคนต่างยิ้มให้กัน คุณดูไม่ต่างจากเดิม แถมยังดูตัวเล็กกว่าเดิมอีก ไปอยู่ที่นู่นได้กินข้าวบ้างมั้ยนะ ผมคงทำหน้างงออกมาชัดเจน จนคุณหัวเราะและยกมือขึ้นมาจิ้มที่หว่างคิ้วของผม ผมกระพริบตาปริบๆ มองการกระทำอุกอาจของคุณอย่างแปลกใจ คุณกล้าทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย

 

คุณยิ้มไม่ตอบอะไรก่อนจะเดินไปสั่งแซนวิชและชาซีลอน ระหว่างนั่งรอ เราพูดคุยกันไม่ต่างจากตอนคุยในโทรศัพท์เท่าไหร่ แต่ดีที่เราได้ยินเสียงกันและกันชัดเจน เห็นใบหน้าและสีหน้าอีกฝ่าย รวมไปถึงได้สัมผัสกันแบบนี้ให้รู้ว่าพวกเราอยู่ตรงหน้ากันและกัน

 

คุณชวนผมไปเที่ยวในหลายๆ แต่กลับให้ผมเป็นคนเลือกสถานที่ คนที่ออกไปข้างนอกบ่อยอย่างผมเลยต้องรับบทไกด์นำเที่ยวไปด้วย เราไปตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า ซื้อของ เดินเล่น ดูหนัง เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก ดูสัตว์ต่างๆ ในสวนสัตว์ ไปกินอาหาร กินชานมไข่มุก และปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะ

 

ถือเป็นความทรงจำที่ดี มากๆ ถึงอาจจะทดแทนช่วงเวลาที่ห่างหายกันไปไม่ได้ แต่ในหนึ่งอาทิตย์ ที่มีเจ็ดวัน ผมมีคุณไปแล้วห้าวัน นี่ถือว่าเราอยู่ด้วยกันมากกว่าแต่ช่วงเย็นของแต่ละวันในสมัยเรียนอีกนะ

 

ผมที่เพิ่งเรียนจบเช่นเดียวกับคุณ แต่คุณกลับบอกว่ายังไม่คิดจะทำงานอะไร แต่ผมเริ่มส่งใบสมัครบ้าง เผื่อเป็นประสบการณ์ในอนาคต ผมมีเวลาว่างให้คุณตลอด จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะอะไรทำให้เหมือนเราได้เจอกันบ่อยมากขนาดนี้ แต่ผมไม่เคยคิดสงสัย หรือตั้งคำถามกับมันเลย นอกจากยิ้มให้คุณและคุยกับคุณในแต่ละวัน

 

ผมมองข้ามอาการแปลกๆ ของคุณที่ดูเหนื่อยง่าย บางทีก็ดูตัวซีดจนผมกลัวแต่คุณก็ยิ้มแย้มและเดินนำผมไปทุกที คุณไอบ้าง และแอบกินยาบ้าง ผมก็เห็น แต่ผมไม่คิดจะเอ่ยถามคุณออกไปสักทีจนกระทั่งสองเดือนแล้วที่เราได้อยู่ด้วยกัน

 

ผมว่าอาการคุณดูไม่ดีเท่าไหร่ จากที่เที่ยวกับแทบทั้งอาทิตย์ เริ่มลดลงเหลือวันถึงสองวันต่ออาทิตย์ และล่าสุด คุณหายไปหนึ่งอาทิตย์ แต่ก็มีชวนคุยในแชทอยู่ตลอด เหมือนอัพเกรดว่าตัวเอง โอเคดี

 

ผมคิดว่าผมควรไปหาคุณที่บ้านบ้าง เพราะคุณเคยดื้อเดินตามผมมาส่งที่หน้าห้อง จนผมต้องเดินพาคุณไปส่งขึ้นรถอีกที ผมตื๊อถามคุณ แต่คุณกลับไม่ตอบ พยายามเลี่ยงมันมาตลอด จนกระทั่งจู่ๆ ก็มีข้อความส่งที่อยู่ของคุณมา เมื่อขึ้นอ่านสักพัก และเพราะผมกดค้นหาที่อยู่ไว้ทัน ไม่กี่นาทีต่อมา ข้อความก็ถูกกดยกเลิก ก่อนที่คุณจะถามว่า ไม่ได้เห็นมันใช่ไหม...ให้เดา คุณไม่ได้เป็นคนส่ง

 

แต่คงเป็นใครสักคนที่อยู่กับคุณใช่ไหม

 

.

 

.

 

.

 

ผมตัดสินใจไปตามที่อยู่ที่กดบันทึกไว้ ไม่ได้ยากเลยสำหรับระบบนำทางที่ขยันเลือกทางลัดให้ผมมาถึงไว แม้รถจะไม่ได้ติดเลยก็ตาม

 

ผมมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ หลังหนึ่งช่วงท้ายซอย ข้างในมีจอดอยู่ และผมที่ไม่กล้าออดสักที ผมทำท่าเงอะงะอยู่สักพัก พร้อมตอบข้อความที่คุณส่งมาถามเรื่องทั่วไปเหมือนเคย ก่อนจะมีคนมาเปิดประตู ท่าทางคล้ายพ่อบ้านตามที่ผมเคยเห็นในละครหลังข่าว เอ่ยเรียกผมและพาเดินนำไปที่บ้านด้านหลังที่แยกออกมาจากบ้านใหญ่ ผมเดินตามและมองรอบๆ ตัวบ้านไปด้วย คุณรวยผมรู้ แต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้

 

ผมเดินตามคุณพ่อบ้านมาจนเดินเข้ามาภายในบ้านหลังเล็กเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ก็เดินตามเข้าไปจนเขาเคาะประตูห้องและเปิดประตูเชิญให้ผมเข้าไป

 

ผมชะงักเมื่อเดินเข้ามาแล้วพบคุณนอนอยู่บนเตียง กว้าง คุณดูไม่ได้ป่วย แต่ก็ไม่ได้ดูแข็งแรง อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์อยู่ชิดผนังฝั่งนึง และมีพยาบาลนั่งอยู่มุมห้องอ่านหนังสือ และลอบมองผมที่เข้ามาในห้อง พรางยิ้มให้เล็กน้อย ผมโค้งตัวขณะมองคุณที่นอนพักสายตาอยู่ที่เตียง

 

เมื่อคุณลืมตาและเห็นผมอยู่ที่ปรายเตียงก็มีท่าทีตกใจ ผมก็ตกใจ ไม่ต้องห่วงนะ ผมยิ้มบางๆ และบอกเขาไม่ให้รีบลุกขึ้นมา ผมขยับตัวเองไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง และชวยคุณคุยเหมือนไม่มีอะไร

 

ผมรู้คุณไม่อยากตอบ และผมสบายใจที่จะคุยเรื่องอื่นแทน หากคุณยังไม่อาการทรุดลงก่อนนะ... คุณพยาบาลที่นั่งอยู่มุมห้องเดินออกไป ปล่อยผมไว้กับคุณสองคน คุณเหมือนอยากจะอธิบาย และผมก็นั่งนิ่งรอคุณอยู่ แต่คุณไม่ได้ตอบอะไร และจ้องผมเหมือนรอให้ผมถามมากกว่า นี่เราเล่นเกมกันอยู่หรือไงนะ

 

ผมตัดสินใจเอ่ยถามออกมาในท้ายสุด และคุณก็ยิ้ม พร้อมมีน้ำตาคลอออกมาที่ดวงตา ผมเห็น ถึงผมจะไม่ได้ตาดี แต่ผมเห็นนะว่าคุณจะร้องไห้ ผมยกมือขึ้นหวังจะเช็ดให้แต่คุณกลับจับมือผมไปบีบเอาไว้แน่น บอกผมว่าตัวเองสบายดี และอยากให้ผมรีบกลับ อะไรของคุณน่ะ ผมเห็นอยู่ว่าคุณไม่โอเค แล้วทำไมคุณตอบแบบนั้นกัน ผมไม่คิดจะเซ้าซี้ และนั้นทำให้ผมอยากต่อว่าตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะตอนที่ผมลาคุณและเดินออกมา พ่อบ้านและพยาบาลที่รออยู่ด้านนอกก็เข้ามาบอกอาการของคุณให้ผมฟัง เขาบอกว่คุณร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่เด็ก ที่ต้องไปเรียนต่างประเทศเพราะกะจะปงไปรักษาตัวที่นู่นด้วย แต่เพราะคุณอยากเจอผม ทำให้คุณตัดสินใจกลับมาอยู่กับผมก่อน แต่เพราะความเอาแต่ใจของตัวคุณเอง ทำให้ฝืนจนตัวเองอาการทรุดหนัก หลังฟังจบ ผมผลักประตูกลับเข้าไปในห้องของคุณ ก่อนจะวิ่งไปดึงของคุณที่มองมาอย่างตกใจเข้าไปกอดแน่น น้ำตาไหลลงลงที่เสื้อคุณ และคำขอโทษที่เอ่ยกระซิบบอกกันและกัน

 

ผมบอกความรู้สึกรัก ที่เก็บเอาไว้หลังผมหยุดร้องไห้ สภาพคงดูไม่ได้ แต่ผมก็อยากจะบอกคุณก่อนที่จะไม่ได้บอกออกไป คุณยิ้มแล้วหอมแก้มผมเบาๆ คุณทำผมตกหลุมรักคุณซ้ำๆ แบบนี้ได้ยังไงนะ ทั้งๆ ที่คุณกำลังจะทิ้งผมไป

 

.

 

.

 

ผมนั่งเฝ้าคุณจนกระทั่งคุณหลับไป ผมตัดสินใจจะกลับพรุ่งนี้ เพราะอยากจะอยู่กับคุณให้นานที่สุด จนผมเผลอหลับ และตอนเช้าที่ผมตื่นขึ้นมาเพราะแรงสะกิดจากคุณ ผมขยี้ตามองคุณที่ยังคงยิ้มให้ผมเสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะเจ็บอยู่ข้างใน คุณยกมือผมขึ้นไปแนบแก้ม เอ่ยบอกว่าคุณรักผมเหมือนกัน และขอโทษที่พวกเรา คงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

 

ผมสะดุ้งตื่นตอนที่น้ำตาคุณไหลลงสัมผัสมือที่คุณจับไว้ คุณพ่อบ้านที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เอ่ยประโยคที่ผมไม่อยากเชื่อให้ฟัง...ผมอาจหูฝาด แต่ไม่เลย คนที่ผมนอนจับมือเอาไว้อยู่ทั้งคืนนั้นไม่มีไออุ่น หรือลมหายใจอีกต่อไปแล้ว คุณจากผมไปจริงๆ ใช่ไหม แล้วเมื่อกี้ เป็นแค่ฝัน เป็นคำบอกลาสุดท้ายของคุณเหรอ

 

น้ำตาที่คิดว่าหมดไปตั้งแต่เมื่อวานที่ได้คุยกับคุณ กลับไหลออกมาอีกครั้ง จนคุณพยาบาลที่หยิบทิชชู่มาให้ และคุณพ่อบ้านเข้ามาลูบหลังปลอบ พร้อมทั้งคนที่มาจากไหนไม่ทราบ กำลังพาร่างของคุณออกไป ผมเดินตามพวกเขาที่กำลังอุ้มคุณไป โวยวายและพยายามดึงคุณมาไว้ในอ้อมกอดของผม แต่กลายเป็นผมเองที่ทรุดตัวลงเพราะอ่อนแอเกินกว่าจะกล้าเห็นคุณจากไป จนสุดท้าย ผมก็พาร่างที่ยังคงใจลอยอยู่กลับมาบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และไปงานศพของคุณ

 

ผมนั่งอยู่ด้านหลังสุด คนจำนวนไม่มาก ค่อยๆ เข้ามาในงาน ผมไม่รู้จักใคร นอกจากพ่อบ้านไม่กี่คนทีเคยเห็นผมเมื่อวันก่อน และคุณพยาบาลที่มาในงานนี้ด้วย ผมนั่งนิ่ง ไม่โดดเด่น ในมุมเงียบ แต่มองเห็นภาพคุณชัดที่สุดจากมุมนี้ ผมมาทุกวัน จนวันสุดท้าย สังเกตอะไรหลายอย่าง และได้ฟังอะไรหลายอย่างเช่นกัน แม่ของคุณเสียแล้ว และพ่อของคุณเสียไปก่อนคุณไม่นาน เหลือเพียงแม่เลี้ยงที่ไม่ยินดียินร้ายอะไร แต่ก็ดูแลคุณตามประสาคนร่วมบ้านกันมานาน

 

ผมอยู่กับคุณ จนร่างคุณกลายสลายไป ผมยืนนิ่งหลายนาที มีพ่อบ้านคนเดิม ที่นำกล่องจดหมายของคุณมาให้ผม กล่องจดหมาย และสมุดโน๊ตไม่ใหญ่มาก อยู่ด้านใน พร้อมกับพวงกุญแจกระต่าย ของขวัญชิ้นแรก และอาจเป็นชิ้นเดียวที่ผมเคยให้คุณ

 

.

 

.

 

.

 

 

คุณจะทำผมร้องไห้ไปถึงไหนกันนะ แค่คำว่ารักของคุณที่ผมได้รับในวินาทีสุดท้าย ยังไม่เจ็บเท่ารู้ว่าคุณเองก็รักผมมาโดยตลอด แต่ทำเพียงเขียนใส่สมุด เขียนบรรยายหลังรูปภาพ ให้เหมือนว่าผมได้อยู่กับคุณ หรือแม้กระทั่งในจดหมาย ที่คุณเอ่ยถึงผม และบอกว่าคิดถึง เยอะเสียจนไม่รู้ว่าผมหรือคุณกันแน่ที่รู้สึกมากกว่า

 

แต่ไม่ว่าใครจะมากกว่าน้อยกว่า มันคงไม่สำคัญแล้ว เพราะคุณจากผมไปแล้ว จากไปแบบนี้ไม่ใช่แค่ห่างตัว แต่เป็นห่างไกลไม่มีที่สิ้นสุด

 

ไม่ว่าผมจะเลือกตามคุณไป...

 

คิดถึงคุณต่อไป หรือไม่ททำอะไรเลย

 

แต่ขอให้คุณรู้เอาไว้ ว่าผมต้องการคุณนะ

 

ผมต้องการให้คุณอยู่กับผม

 

ไม่ใช่จากกันไปแบบนี้

 

เข้าใจไหมครับคุณ

 

.

 

.

 

.

 

END

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ rapbitplus

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น