[Fic Detective Conan] Friend zone (Akai x OC)

ตอนที่ 2 : #01 ถ้าไม่ได้ห้องพักที่วิวดีที่สุด เทคโอเวอร์ซะก็สิ้นเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    19 พ.ค. 63




#01 ถ้าไม่ได้ห้องพักที่วิวดีที่สุด เทคโอเวอร์ซะก็สิ้นเรื่อง

          ร่างบางของหญิงสาวเดินลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบินนานาชาติฮาเนดะ ผู้คนทั้งในและนอกประเทศเดินวุ่นกันให้ขวักไขว่ ผมสีบลอนด์คาราเมลพลิ้วไสวเมื่อก้าวเท้าออกมาปะทะลมด้านนอก เธอหยิบแว่นกันแดดที่ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายข้างทรงสี่เหลี่ยมแบรนด์หรูขึ้นมาสวมแล้วตรงไปยังแท็กซี่ที่จอดรอรับนักท่องเที่ยวที่จุดรับ-ส่ง
“Go to the best hotels in Beka.” สำเนียงบริทิชจ๋าถูกส่งออกจากปากด้วยความกระชับและคล่องแคล่วแต่เมื่อได้เห็นสีหน้างุนงงของโชเฟอร์หญิงสาวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา
“ไปโรงแรมที่ดีที่สุดของเบกะ” ภาษาญี่ปุ่นถูกส่งออกมาจากน้ำเสียงหวานนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์
“อ๋อ! เข้าใจแล้วๆ โรงแรมที่ดีที่สุดของเบกะก็คงซากุระโฮเทลแต่เบกะค่อนข้างไกลเลยแพง คุณแน่ใจว่าจะไปเหรอ?” โชเฟอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขำขันแต่ถึงกระนั้นก็ออกตัวรถจากสนามบิน
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พอดีฉันรวย”
          ล้อรถหยุดเคลื่อนเมื่อมาหยุดอยู่หน้าโรงแรมสูงใหญ่สไตล์โมเดิร์น หญิงสาวหยิบกระเป๋าสตางค์สีชมพูพาสเทลออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างแล้วหยิบแบงค์ธนบัตรหนึ่งพันเยนขึ้นมาหนึ่งใบพลางยื่นให้กับโชเฟอร์หนุ่ม
“เงินทอน—“
“ไม่ต้องทอนหรอกค่ะ” เธอว่าพลางยกกระเป๋าลงจากรถแท็กซี่แล้วปิดประตูก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในโรงแรมทันทีทิ้งความงุนงงให้กับคนขับแท็กซี่
“กำลังจะบอกว่าเงินทอนจะมีลูกอมแถมด้วย… แต่ช่างเถอะ” เขาว่าแล้วออกตัวรถโดยทันที
หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหน้าเคาว์เตอร์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พนักงานสาวเมื่อเห็นร่างลูกค้าคนใหม่ก็โค้งตัวลงแทบจะติดพื้นพร้อมกับเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกว่าเธอเป็นรอยเท่า
“ยินดีต้อนรับค่ะท่านลูกค้า ไม่ทราบว่าต้องการพักกี่คืนคะ?” หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“มีพักกี่คืนบ้างล่ะ? พอดีฉันเพิ่งเคยมาเจปังครั้งแรกน่ะเลยไม่รู้ระบบการพักโรงแรมเสียเท่าไร^^”
“อย่างแรกทางโรงแรมของเราจะมีบริการพักเป็นสามระดับค่ะ ระดับแรกจะเป็นลูกค้าทั่วไป ระดับสองจะเป็นลูกค้าวีไอพี ระดับสามจะเป็นลูกค้าวีวีไอพีค่ะ! ส่วนเรื่องการเข้าพักท่านลูกค้าสามารถกำนดวันขึ้นมาได้ตามความต้องการค่ะแต่ต้องอยู่ในกำหนดวันที่ทางโรงแรมเราจัดให้ค่ะ!” พนักงานยิ้มหวานรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงจนหญิงสาวอดจะคิ้วกระตุกไม่ได้
นี่จะแข่งร่าเริงกับฉันเหรอ!?
“เอ ~ ถ้าฉันต้องการเป็นลูกค้าวีวีไอพีนี่ต้องทำยังไงเหรอ?” เธอถามด้วยประกายตาแห่งความร่าเริง
“ค่ะ! กำหนดวันเข้าพักของท่านลูกค้าระดับวีวีไอพีจะสามารถพักได้โดยไม่มีกำหนดวันเลยค่ะ!” และดูเหมือนพนักงานคนนี้จะไม่ยอมแพ้เมื่อฉายความร่าเริงออกมามากขึ้นกว่าเดิม คราวนี้หญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มค้างไว้
ฉันยิ้มกว้างกว่านี้ไม่ได้แล้วน้า ~
“งั้นเหรอๆ งั้นฉันขอห้องหนึ่งนะ แต่ขอห้องที่วิวดีที่สุดเท่าที่โรงแรมจะจัดให้ได้เลยนะแล้วก็ขอเป็นห้องที่มีระเบียงด้วย ห้องกว้างด้วยก็ดี ห้องอาบน้ำก็ต้องหรูๆและต้องมีอ่างอาบน้ำด้วย เธอจัดการให้ฉันได้ไหม?” ว่าจบหญิงสาวก็ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้พนักงานสาว
“เอ ขออภัยด้วยนะคะท่านลูกค้า ตอนนี้ห้องนั้นถูกจองไว้ก่อนแล้วน่ะค่ะ”
ยิ้มค้าง
“แต่ฉันอยากได้ห้องนั้นจังเลย เธอช่วยเปลี่ยนห้องลูกค้าคนนั้นไปห้องอื่นแทนได้ไหม?” หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับทำแก้มป่องจนพนักงานสาวหน้าเห่อร้อนขึ้น
“อ-เอ่อ คงไม่ได้หรอกค่ะท่านลูกค้า ท่านลูกค้าท่านนั้นก็ยืนยันที่จะเอาห้องที่วิวดีที่สุด ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ!” พนักงานสาวว่าพลางก้มตัวขอโทษจนหัวแทบติดพื้น หญิงสาวกระตุกคิ้วเมื่อถูกขัดใจก่อนจะตวัดสายตามาทางพนักงานสาว
“ลูกค้าคนนั้นชื่ออะไร? บอกฉันหน่อยสิ”
“เอ่อ สักครู่นะคะ” พนักงานสาวตอบก่อนจะกดเข้าดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ “ท่านซึซึกิน่ะค่ะ! ท่านซึซึกิ จิโรคิจิ”
ใครวะ?
“งั้นเหรอๆ ฉันต้องทำยังไงเหรอถึงจะได้ห้องนั้นมาล่ะ?”
“เอ่อคือเรื่องนั้น ท่านลูกค้าคงจะต้องคุยกับท่านซึซึกิเป็นการส่วนตัวน่ะค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะที่ดิฉันไม่สามารถช่วยอะไรท่านลูกค้าได้” หญิงสาวได้แต่ยิ้มหวานส่งไปให้
“แล้วถ้าเป็นเจ้าของโรงแรมจะสามารถแบบ…ย้ายคนคนนั้นไปห้องอื่นได้ไหมอ่ะ?” หญิงสาวเอ่ยถาม
“สามารถทำได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ
“คาร่า เอลวาคือชื่อของฉัน จำไว้ให้ดีล่ะ”
“เอ๊ะ?”
“เพราะว่าฉันจะเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ในอีกสิบนาทีข้างหน้ายังไงล่ะ^^” ว่าจบหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างแล้วกดไปที่เบอร์เบอร์หนึ่ง
‘(…)’ “ฮัลโหลๆ นี่ฉันเอง” ‘(…)’ “พอดีฉันมาพักที่ซากุระโฮเทลน่ะแต่ดันถูกจองห้องที่วิวดีที่สุดตัดหน้าไป ทางเดียวที่จะแก้ได้ฉันคงต้องเทคโอเวอร์โรงแรมนี้” ‘(…)’ “อื้ม! ฝากด้วยนะ” ‘(…) “ถ้าร้อยล้านดอลล่าร์มันน้อยไปงั้นก็…หนึ่งพันล้านดอลล่าร์” ‘(…)’ “เอาน่าๆ หาคนที่เรียนบริหารมาดูแลกิจการสิไม่เห็นยาก"
'(...)'
"บ่นมากจัง นายมาดูแลเองไหม?"
'(...)
"ภายในสิบนาทีโรงแรมนี้ต้องเป็นของฉันทั้งหมด จะรอนะจ๊ะ^^"

          คาร่าว่าก่อนจะวางสายไปพลางหันมามองพนักงานคนเดิมแต่ก็พบว่า พนักงานคนนั้นสติหลุดไปแล้ว

"เฮ้ๆ เป็นอะไรหรือเปล่า? ไหวไหมเนี่ย? ถ้าเป็นพนักงานในธุรกิจของฉันต้องห้ามป่วยนะ!" พนักงานคนนั้นเหมือนจะได้สติกลับคืนแล้วก็ส่ายหน้าไปมายกใหญ่พร้อมกับโค้งตัวขอโทษหลายรอบ
"ข-ขออภัยค่ะ"

"ไม่เป็นไรๆ" คาร่าว่าพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้กับพนักงานสาวคนเดิมก่อนที่จะมีสายโทรศัพท์เข้าของพนักงานเข้ามาทุกเครื่องของโรงแรมจนพนักงานวิ่งวุ่นรับ

          หญิงสาวยกยิ้มกว้างพลางจ้องมองเหล่าพนักงานที่วิ่งวุ่นรับโทรศัพท์กันยกใหญ่ก่อนที่พนักงานสาวคนเดิมจะวิ่งเข้ามาหาเธอพร้อมกับโค้งจนหัวแทบจะติดพื้น

"ขออภัยด้วยค่ะท่านเอวาที่ทำให้ท่านรอ ห้องพักที่ท่านต้องการเตรียมพร้อมแล้วค่ะ!"

คาร่ายิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า "ไม่เป็นไรๆ นำฉันไปทีสิอยากนอนจะแย่แล้ว"

"ค่ะ!" ว่าจบพนักงานสาวคนเดิมก็รีบเดินนำทางคาร่าไปอย่างเร่งรีบด้วยกลัวว่าอีกคนจะต้องการพักผ่อน คาร่าเดินตามพนักงานสาวไปหน้าระรื่นพร้อมกับยิ้มกว้างจนน่าหมั่นไส้

"เทคโอเวอร์นี่มันดีจริงๆ!"

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

          ร่างบางของหญิงสาวผมบลอนด์ทองเดินเข้า-ออกร้านเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าอยู่หลายร้านจนผู้คนที่เดินผ่านแถวนั้นจำเธอได้ คาร่าอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูพีชทับด้วยกางเกงยีนสีน้ำเงินขายาวพร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีขาวสามนิ้ว เส้นผมของเธอพลิ้วไหวไปตามทิศทางแรงเมื่อหญิงสาวกระโดดเหย่งตัวไปมาก่อนที่จะมาหยุดอยู่กลางห้าง รอบๆมีผู้คนเดินกันไปมาบ้างประปราย

"เมื่อกี้...ฉันอยู่โซนเสื้อผ้าไม่ใช่เหรอ?" หญิงสาวบ่นพึมพำขณะมองไปรอบๆด้วยความงุนงง

          ในตอนแรกเธออยู่ตรงส่วนที่ล้อมรอบไปด้วยร้านเสื้อผ้าแต่จู่ๆพอเดินไปเดินมาก็ดันมาโผล่ส่วนหนึ่งของห้างซึ่งรอบๆก็มีแต่ร้านขายเครื่องเขียนเต็มไปหมด สุดท้ายคาร่าเลือกที่จะเดินสุ่มมั่วๆไปเผื่อจะเจอทางกลับไปโซนเสื้อผ้าแต่เธอดันโผล่มาโซนหนังสือซะงั้น

"....คอยดูนะ ฉันจะเทคห้างนี้แน่ถ้าออกจากที่นี่ไปได้!" ได้แต่บ่นพึมพำขณะตาก็มองหาทางออกด้วยความกังวลใจเพราะด้วยว่าตอนนี้ขนาดทางออกห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เธอยังหาไม่เจอเลยเสียด้วยซ้ำ

          หญิงสาวสัญชาติอังกฤษเดินต่อไปเรื่อยๆจนมาถึงโซนหนังสือที่มีคนค่อนข้างเยอะกว่าโซนแรกที่เธอไปโผล่ คาร่าได้แต่กระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียวก่อนจะหยิบหนังสือสักเล่มออกมาอ่านระงับอารมณ์ไม่ให้ตัวเองปรี๊ดแตกกลางร้านหนังสือแต่สุดท้ายก็เป็นอันต้องเก็บหนังสือลงดังเดิมด้วยเพราะเธออ่านไม่รู้เรื่อง ก็นะจะรู้เรื่องได้อย่างไรในเมื่อหนังสือที่เธอเอามาอ่านเป็นภาษาจีน

          สุดท้ายคาร่าก็เป็นอันต้องลดทิฐิลงไปถามลูกค้าคนอื่นของร้านแทนพลันหางตาก็เหลือบไปเห็นร่างของหญิงสาวผมสั้นสีทองยืนอ่านหนังสืออยู่ในขณะที่ปากคุยกับผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งเมตรเห็นจะได้ คาร่าถอนหายใจออกมาก่อนที่จะจำใจเดินตรงไปหาผู้หญิงคนนั้นซึ่งถ้าเดาไม่ผิดหล่อนคงเป็นคนต่างชาติเป็นแน่ อาจจะคุยได้ง่ายกว่าเดิม

"Excuse me, Can you tell me where to go to the clothing store? (ขอโทษนะคะ ช่วยบอกฉันได้ไหมว่าร้านขายเสื้อผ้าไปยังไง?)" เสียงหวานนุ่มเอ่ยถามออกไปขณะมือก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดหาร้านที่ต้องการจะไปเพื่อให้อีกฝ่ายทราบ

"Ah If you-- Cara? (อ๋อ ถ้าคุณ-- คาร่า?)" หญิงสาวขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์แทบในทันทีเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองออกจากปากของอีกฝ่ายที่เธอกำลังสนทนาด้วย

"Jodie? (โจดี้?)" คาร่าเอ่ยออกมาเสียงหลงขณะมองคนตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ "Can't believe that I will meet you here! (ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่!""

"As well! Why did you come to Japan? (เช่นกัน! คุณมาที่ญี่ปุ่นทำไม?)" หญิงสาวนามโจดี้เอ่ยถาม โจดี้เป็นหญิงวัยยี่สิบแปดปีและเป็นเอฟบีไอเหมือนกับเธออีกด้วยอีกทั้งยังเคยเป็นศัตรูหัวใจกับคาร่าเพราะแม่สาวเอฟบีไอรุ่นน้องตรงหน้าเธอเคยคบกับอากาอิคู่หูคนสนิทที่เธอแอบชอบมานานหลายปี

"Have a holiday! Now I'm lazy to continue working, so come out and relax. (พักร้อนน่ะ! ช่วงนี้ฉันค่อนข้างที่จะขี้เกียจเลยออกมาพักคลายเครียด)" คาร่าตอบพร้อมส่งยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า

"Is James giving you a vocation!? As me...=3= (นี่เจมส์ให้คุณลาพักร้อนเหรอ? พอทีกับฉันนะ=3=)" โจดี้เอ่ยออกมาพร้อมพองแก้มด้วยความไม่พอใจ

"It's not James, I went to ask for a vacation with the director. At first he was not willing. When I paid him ten million dollars, he allowed me to go to rest. (ไม่ใช่เจมส์หรอก ฉันไปขอลาพักร้อนกับผู้กำกับเลยน่ะ ตอนแรกเขาก็ไม่ยอมพอฉันจ่ายเงินให้เขาไปสิบล้านดอลฯเขาก็อนุญาตให้ฉันไปพักผ่อนได้)" คาร่าตอบพลางยกยิ้มอย่างมีชัย โจดี้ได้แต่ขำแห้งใส่อีกฝ่าย

"Oh! Cara, His name Tsubaru Okiya. He's my friend (โอ้! คาร่า เขาชื่อโอกิยะ สึบารุ เพื่อนของฉัน)" โจดี้แนะนำพลางผายมือไปทางชายร่างสูงที่ตอนแรกหญิงสาวเห็นว่าเอฟบีไอสาวคุยด้วยในตอนแรก

          คาร่าหันไปมองตามมือของโจดี้ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นคนที่เพื่อนร่วมงานแนะนำ เขามีรูปร่างเหมือนกับอากาอิ ชูอิจิมาก ทั้งไหล่ อก(?) ความสูงเพียงแต่คนตรงหน้ามีใบหน้าที่ต่างจากหมอนั่นรวมไปถึงสีผิวและเขาก็สวมแว่นอีกด้วย คาร่าขมวดคิ้วเป็นปมด้วยเพราะคนตรงหน้าเธอรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก

"คนญี่ปุ่นสินะ? ขอโทษทีนะคือว่า...เราเคยพบกันหรือเปล่า?" เสียงหวานนุ่มถูกส่งออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นทำเอาโจดี้ที่ฟังอยู่แทบจะถลึงตาใส่รุ่นพี่ของตน

พูดญี่ปุ่นได้ก็ไม่บอก โจดี้คิด

โอกิยะ สึบารุยิ้มให้หญิงสาวก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย "คุณคงจำผิดคนน่ะครับผมมั่นใจว่าไม่เคยเจอคุณ ว่าแต่คุณคือ?"

"โทษทีๆ ฉันชื่อคาร่า! คาร่า เอลวา อายุสามสิบสองปี เป็นเอฟบีไออันดับหนึ่งถ้าไม่รวมกับเจ้าบ้ากาแฟอดีตคู่หูฉัน ความสามารถพิเศษของฉันคือรวย!" หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวอย่างกระฉับกระเฉงพร้อมแสดงท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจนเหลือล้น

"..."
"..."

"แล้วนายล่ะ!?"

"...ผมโอกิยะ สึบารุ อายุยี่สิบแปดปี ตอนนี้กำลังศึกษาต่อชั้นปริญญาโทน่ะครับ ความสามารถพิเศษคงเป็น...ทำแกงกะหรี่ได้" เขาแนะนำตัวด้วยท่าทีงุนงงเล็กน้อยเพราะยังฉงนใจไม่หายเมื่อได้ยินความสามารถพิเศษของคนมาใหม่ แต่ก็ไม่แปลกเพราะผู้หญิงตรงหน้าเขาก็มีนิสัยแบบนี้มาแต่เด็กแล้วนี่:)

"ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะแต่นายนี่สุดยอดไปเลยนะ! ทนเรียนไปได้ไงเนี่ย~ นี่แค่ปริญญาตรีฉันก็แทบจะตายอยู่แล้วถึงขนาดฉันยอมจ่ายเงินเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเรียนวิชาบังคับ" คาร่าว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

"นี่คุณจ่ายเงินเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเรียนภาคบังคับงั้นเหรอครับ?"

"ใช่สิ เพราะมันน่าเบื่อ~" คาร่าตอบ "แต่ว่าอย่าเข้าใจผิดนะ ตั้งแต่เด็กๆแม่ฉันก็มักจะยัดเนื้อหาความรู้ของมหาลัยให้หมดแล้ว ฉันเลยไม่ซีเรียสแถมยังทำได้หมด รวยนี่มันดีจริงๆน้า~"

"ถึงคุณจะรวยแต่ก็ไม่ควรเอาเงินมาใช้ในทางที่ผิดนะครับ แทนที่จะเอาเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่ายเอาไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ไม่ดีกว่าเหรอครับ=_="

"โอ๊ะ! นายพูดเหมือนเพื่อนฉันเลย หมอนั่นก็บอกแบบนั้นแต่ตอนนี้หมอนั่นหายหัวเข้ากลีบเมฆไปแล้ว สงสัยเป็นมะเร็งตายเพราะบุหรี่กับกาแฟล่ะมั้ง" คาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงขำขันแต่หารู้ไม่ว่าคนที่ถูกกล่าวถึงเพียงแต่อยู่ในบทบาทอื่นคิ้วกระตุกถี่แล้ว

"งั้นเหรอครับๆ ว่าแต่เพื่อนของคุณที่ว่าเขาเป็นคนยังไงเหรอครับ?"

"ถ้าพูดถึงหมอนั่นงั้นเหรอ?...อืม~ เป็นคนที่กวนฝ่าพระบาทฉัน ชอบตัดมุขฉัน ชอบดุเวลาฉันใช้เงิน แต่หมอนั่นเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง เงียบ ขี้เก๊ก ทำตัวเย็นชาเหมือนพระเอกนิยาย แหวะ จะอ้วก! แต่ฉันอิจฉาหมอนั่นนะ"

"อิจฉา?" คราวนี้เป็นโจดี้ที่เอ่ยถามส่วนอีกคนนิ่งเงียบ

"นี่ฉันไม่เคยเล่าให้เธอฟังเหรอ? เพราะอากาอิเป็นที่หนึ่งไงล่ะ ทั้งเรื่องต่อสู้ มือสไนเปอร์หรืออะไรก็แล้วแต่ หมอนั่นมักจะนำฉันไปก้าวหนึ่งเสมอ ส่วนฉันก็ยังยืนอยู่ที่สอง ที่เดิมตั้งแต่เข้าเอฟบีไอจนถึงตอนนี้" คาร่าตอบพร้อมเลิกคิ้ว ใบหน้าของเธอไม่ได้ฉายแววอย่างอื่นนอกจากความสดใส ร่าเริง

"ที่หนึ่งหรือที่สองก็ไม่สำคัญหรอกครับ ถ้าหากคุณตั้งใจจะทำอะไรเพียงแค่คุณตั้งมั่น...มันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?" โอกิยะเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบพลางดันแว่นขึ้น "แค่แนะนำ"

"ก็จริงอย่างที่นายว่านะ แต่ถ้าเป็นฉันคงคิดแบบนั้นไม่ได้หรอก^^" คาร่าตอบ "ว่าแต่โจดี้พาฉันไปร้านขายเสื้อที่เถอะ ฉันจะเฉาตายแล้วถ้าไม่ได้เห็นพวกมัน!"

"อ-อื้อ ช--โอกิยะซัง ฉันขอตัวพาคาร่าไปช้อปปิ้งก่อนนะคะ^^" โอกิยะพยักหน้ารับรู้ คาร่าจึงดึงแขนของโจดี้แล้วเดินออกจากบริเวณนั้นไปพร้อมกับความร่าเริงของเธอ

ยังเป็นเหมือนเดิมเลยนะ...

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

อย่าเพิ่งหมั่นไส้ป้าเขาน้าาาา
ป้าเขาก็คงมีเหตุผลแหละที่ใช้เงินแบบนั้นน

ฟิคนี้จะออกแนวเฮฮา ดราม่าเน้อออ
และเพ่อากาอิก็อาจมีหลุดลุคบ้าง อิ้_อิ้

ถ้าภาษาอังกฤษผิดทักท้วงไรท์มาเลยนะ! จะได้นำไปแก้ไขค่ะ!

ยังไงก็ฝากติดตามฟิคนี้ไว้ด้วยนะค้าบบบบ
ร้ากกกกกก^3^









B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #24 Yukisi! (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 17:24
    คนมันรวยช่วยไม่ได้อะนะะะ🤣
    #24
    1
    • #24-1 Imjubjib_(จากตอนที่ 2)
      24 กันยายน 2563 / 23:34
      ล้นฟ้า
      #24-1
  2. #5 pun789221 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:55
    หมั่นไส้ความใช่เงินแก้ปัญหาของนางงงงง ใช่สิรวย จะทำอะไรก็ได้

    At first time he was not willing. But, after I had paid(อันนี้เราไม่แน่ใจgrammarนะ555) him for 10 million dollars. He certainly allow(ตอนนี้ก็ยีงอนุญาติอยู่) me to have some holiday.
    ไรท์ลองแก้เป็นแบบนี้ดูความน่าหมั่นไส้ในความรวยของนางจะเพิ่มขึ้น
    #5
    1
  3. #4 ขุนนน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 00:50
    คนรวยนี่มันรวยจริงๆ กิ้ด อิจฉาความรวย ส้นสูงเป็นซมนะคะ ตอนแรกอ่านเมตรตกใจเลย 555555 แล้วก็ตรงเขาไม่ยอมไม่น่าจะใช่ give up นะคะ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต้องใช้ตัวไหน แงง ;-;
    #4
    1
  4. #3 polytome (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 00:11
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #3
    1
  5. #2 Ploy Parita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:35

    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว~
    #2
    2
    • #2-1 ปลาวาฬกลางกาแล็คซี่(จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2563 / 23:43
      ค้าบบบบบบ อาจจะลงพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนเน้อออ
      #2-1
    • #2-2 Ploy Parita(จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2563 / 23:44
      ขอบคุณค่า~
      #2-2