[Fic Detective Conan] Friend zone (Akai x OC)

ตอนที่ 12 : #11 ปีศาจในคราบหญิงสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    22 พ.ย. 63





#11 ปีศาจในคราบหญิงสาว

     "อ๊าาาาา!" เสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านหลังซึ่งเรียกความสนใจเป็นอย่างดี 

          นักสืบตัวน้อยอย่างโคนันก็ไม่ยอมพลาดรีบวิ่งตามเสียงไปทันที ไม่วายเซระก็วิ่งตามไปด้วย ส่วนคนที่เหลือก็จึงวิ่งตามกันไปอย่างเร่งรีบ เหล่านักสืบรีบวิ่งไปหลังกำแพงที่ลับตาคนซึ่งเป็นที่ที่เสียงดังออกมาจากตรงนั้นแต่เมื่อพวกเขาไปถึงก็ต้องพบกับความน่าสยดสยอง

          ศพของหญิงสาวนิรนามถูกจับมัดไว้ที่เก้าอี้โดยกันใช้เชือกมัดรอบตัวทว่าศรีษะของเธอนั้นแทนที่จะอยู่บนคอกลับอยู่บนตักของเจ้าหล่อนเอง นัยน์ตาเบิกโพลงมองมาทางกลุ่มชนที่มาเห็น ทว่าไม่ใช่แค่นั้น...แขนและขาของเธอถูกหั่นออกทิ้งไว้เกลื่อนพื้นที่เปื้อนไปด้วยรอบยเลือดล้อมรอบเต็มไปหมด

          บนชุดศพหญิงสาวมีกระดาษแผ่นใหญ่ติดไว้อยู่พร้อมระบุไว้ว่า 'สำหรับผู้ทรยศ'

          รันและโซโนโกะที่วิ่งตามมาทีหลังเมื่อได้เห็นก็กรีดร้องดังลั่นด้วยความตกใจปนหวาดกลัวอย่างสุดขีด สึบารุและโจดี้เองที่วิ่งมาเห็นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

     "รีบแจ้งตำรวจทีครับ!" เอโดงาวะ โคนันตะโกนบอกให้คนอื่นที่กำลังช็อคให้รับรู้ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปดูศพพร้อมกับเซระ 

          รันจึงรีบตั้งสติแล้วรีบหยิบโทรศัพท์โทรแจ้งตำรวจด้วยความสั่นเทาทันที โจดี้ตั้งสติของตนก่อนที่จะทำหน้าที่ตำรวจ(ถึงแม้จะเป็นตำรวจสากล)โดยการกันไม่ให้คนเข้ามามุง สึบารุก็ไม่นิ่งเฉยรีบวิ่งเข้าไปดูศพทันที

     ดูเหมือนจะมีคดีใหญ่แล้วสิ....

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

          ร่างบางของหญิงสาวผมบลอนด์อันเป็นเอกลักษณ์หยุดฝีเท้าพร้อมกับแหงนคอมองคฤหาสน์หลังใหญ่อันหรูหราตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่อาจคาดได้ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจแล้วเดินย่างเท้าเข้าไปด้วยความใจสู้ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วเธอจะกลัวกับการกลับเข้ามาเหยียบในที่นี้เป็นอย่างมากก็ตาม

          คาร่าเหลือบไปมองเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านที่ออกมายืนเรียงต้อนรับเธอที่ห้องโถงอย่างสนใจ พวกเขาเปลี่ยนไปกันมากจากที่เธอพบก่อนที่จะออกจากที่นี่ไปใช้ชีวิตคนเดียว บางคนที่เธอเคยเห็นดูแก่ลงไปมากขณะที่บางคนเธอยังไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้งหนึ่ง 

     "ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ/ค่ะ ท่านหญิงคาร่า" 

    คาร่าเหยียดยิ้มพอใจ "ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานาแค่ไหนแล้วเนี่ยย"

     "สามปีไง... โง่หรือเปล่า?" เอ๊า โดนด่าเฉย? คาร่ามองตามลูกน้องคนสนิทอย่างจีที่ยกกระเป๋าเดินทางของเธอนำขึ้นไปไว้ที่ห้อง "ที่เหลือไม่มีงานมีการทำหรือไง แยกย้ายได้แล้วไม่งั้นฉันไล่ออกแน่"

     "....สงสัยเข้าวัยทอง" คาร่าพึมพำในลำคอ

     "ได้ยินนะเฟ้ย!" 
 
     "จึ๋ย!"

     "ไอการแสดงออกนั่นมันอะไรกัน!? รีบตามมาได้แล้วเฟ้ยยัยบ้า งานกองเต็มโต๊ะเธอแล้ว" จีตวาดอีกรอบแล้วเดินขึ้นไปด้านบนทันทีไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ

     "หงุดหงิดอะไรของเขาวะนั่น?"

     "สงสัยคุณหนูไปจี้ใจดำเรื่องที่เขายังไม่มีคู่กระมังครับ" ฮาร์มอน เชฟประจำตัวของเธอที่ประจำครัวอยู่ในเครื่องบินลำที่เธอบินมาเอ่ยตอบพร้อมกับขำออกมา คุณฮาร์มอนเป็นชายอายุเกือบจะหกสิบได้แต่เขายังแข็งแรงดีจนคาร่าอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นอมตะหรือเปล่า

     "งั้นเหรอ แปลกคนแฮะ" คาร่าคิดตาม "ฉันไปทำงานก่อนดีกว่า ฉันอยากได้อะไรร้อนๆจิบระหว่างทำงานจะได้ไหมคะฮาร์มอน?"

     "แน่นอนครับ กระผมจะรีบไปจัดแจงให้ คุณหนูอยากได้เครื่องเคียงด้วยไหมครับ?"

     "อืมมม เอาก็ได้ ขออะไรที่เป็นช็อกโกแลตแล้วกันฉันไม่ได้กินช็อกโกแลตฝีมือคุณมานานแล้ว ขอเป็นคุกกี้ในจานเครื่องเคียงด้วยนะ ขอบคุณ" คาร่าเอ่ยอย่างร่าเริงก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องทำานด้วยความใจเย็น ตัดภาพไปที่มือขวาของเธอที่ตอนนี้ใจร้อนยิ่งกว่าลาวาแล้ว

     "ได้เลยครับคุณหนู กระผมจะนำมันมาให้ภายในสิบห้านาที" ฮาร์มอนรับคำก่อนที่จะเดินไปยังห้องครัว 


          หญิงสาวขึ้นมายังชั้นสองของคฤหาสน์ก่อนจะเดินช้าพลางหันสำรวจโดยรอบอย่างคิดถึง คฤหาสน์เอลวานั้นมีสามชั้น ชั้นแรกไว้รับแขก จัดงาน ห้องครัวหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้สำคัญมากมายนัก ชั้นสองจะแบ่งเป็นปีกซ้ายและปีกขวา ปีกซ้ายเป็นห้องนอนเรียงรายกว่ายี่สิบห้องส่วนปีกขวามแน่นอนว่าเป็นห้องทำงานของคาร่าและลูกน้องคนสนิทที่มีตำแหน่งสูงๆของเธอ ส่วนชั้นสามนั้นมีเพียงห้องนอนห้องเดียวของใครบางคนที่ตอนนี้นอนเป็นคนตายที่ยังหายใจอยู่ทว่าถูกปิดตายไว้

          แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าขึ้นไปบนชั้นสามนั่นถ้าหากไม่ได้รับคำอนุญาตจากคาร่า มีเพียงคาร่า จี และแพทย์ประจำตระกูลเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ 

          คาร่าเลี้ยวไปยังปีกขวามองห้องทั้งหกเรียงรายสลับซ้ายขวา ตรงกลางสุดทางเดินเป็นประตูที่ใหญ่กว่าห้องอื่นอีกทั้งยังมีคริสตัลสีแดงสลักไว้อยู่ที่ประตู นั่นคือห้องทำงานของเธอส่วนห้องอื่นเป็นห้องของลูกน้องอีกหกคนที่สนิทและตำแหน่งเป็นองครักษ์ของเธอ

          คาร่าเดินเข้าตรงไปยังห้องสุดทางเดินแล้วเปิดเข้าไปอย่างไม่รีบร้อนมากนัก ห้องของคาร่าถูกตกแต่งด้วยโทนดำขาวคลาสสิค เตาผิงไฟยังมีความอุ่นอยู่แม้ว่าไฟไม่ได้ติดก็ตามนั่นแสดงให้เห็นว่ามีคนอยู่ในห้องเธอก่อนหน้านี้แต่คงออกไปเพราะกลัวว่าเธอจะจับได้

          ร่างระหงของชายหนุ่มผมแดงเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของเธอด้วยความสงสัย จีเห็นห้องทำงานของคาร่าเปิดอ้าไว้พร้อมกับร่างของเจ้าของห้องที่กำลังยืนนิ่งราวกับจับสังเกตอะไรได้

     "มีอะไรหรือเปล่า?" คาร่าพยักหน้า 

     "มีคนอยู่ในห้องนี้ก่อนหน้าที่ฉันมา ดูจากความอุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตรงเตาผิงและรอบห้องคงจะออกไปเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงได้แล้ว" คาร่าร่ายยาวก่อนจะเดินไปยังโซฟาหน้าเตาผิง "ที่โซฟามีรอยบุ๋มนั่งอีกทั้งยังอุ่นๆอยู่แสดงให้เห็นว่ามีคนนั่งตรงนี้เป็นเวลานาน"

          คาร่าเอื้อมมือไปลูบที่โซฟายังชั่งใจก่อนที่จะมองแถวๆนั้นอีกรอบเพื่อสังเกตุสิ่งที่ไม่ควรมี

     "ดูเหมือนจะไม่ได้นั่งอย่างเดียว คงจะนอนที่โซฟาตัวนี้ราวๆสามชั่วโมงได้" คาร่าเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหยิบที่เขี่ยบุหรี่ที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาดู "บุหรี่ในนี้มีอยู่สามตัว ตัวหนึ่งไฟดับและเย็นมากแสดงว่าถูกปล่อยทิ้งไว้นานสามชั่วโมง อีกตัวยังอุ่นอยู่ๆอาจจะประมาณชั่วโมงที่แล้วและตัวสุดท้ายก็อุ่นเหมือนกันแต่แท่งยังเหลืออีกเยอะแสดงว่าคนสูบรีบอย่างมากที่จะออกจากห้องนี้แต่ดันสะเพร่าทิ้งหลักฐานไว้ด้วยตกใจที่รู้ว่าฉันจะมา"

          จีเลิกคิ้วมองเด็กสาวด้วยความงุนงงแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปพลางมองเด็กสาวที่เดินไปสำรวจจุดอื่นต่อ

     "เก้าอี้ของฉันเคยมีคนนั่งมาก่อนหน้านี้ ทั้งรอยนั่งรอยยุบบ่งบอกได้ชัดว่าเป็นเวลาเดียวกับใครอีกคนที่เป็นเจ้าของบุหรี่ แสดงว่ามีสองคนหรืออาจจะมากกว่านั้น..." คาร่าร่ายยาวพร้อมมองรอบห้องอีกครั้ง "นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเวลาใครมายุ่งในห้องส่วนตัวของฉัน รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง?"

     จีพยักหน้าพร้อมทำหน้าหงิด "อา เข้าใจแล้ว จะหาคนทำให้"

          จีออกไปแล้ว คาร่าลูบฝ่ามือบนโต๊ะทำงานของเธอก่อนจะขึ้นนั่งบนนั้นอย่างไม่สนโลกพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่นฆ่าเวลาเป็นเวลาที่ฮาร์มอนนำถาดอาหารว่างมาเสิร์ฟพอดี 

     "นมร้อนพร้อมเครื่องเคียงได้แล้วครับคุณหนู" ฮาร์มอนเอ่ยพลางเดินเข้าไปวางที่โต๊ะตรงกลางสำหรับวางอาหาร "ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยอีกหรือไม่ครับ?"

     "อา มีแน่นอน ช่วยให้คนยกชุดโต๊ะหมากรุกขึ้นมาหน่อยสิ รู้สึกอยากเล่นยังไงไม่รู้" คาร่าเอ่ยทั้งที่ไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ 

     "ได้เลยครับ กระผมจะให้คนนำขึ้นมาให้ภายในสิบนาที" ฮาร์มอนเอ่ยตอบก่อนโค้งให้เธอเล็กน้อยแล้วเดินออกไป 

          คาร่าเปรยตาขึ้นมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่จากไปแล้วก่อนที่เธอจะหันกลับมาสนใจเมลที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่นี้จากเด็กสาวมัธยมปลายปีสองที่เธอได้รู้จักเมื่อตอนไปญี่ปุ่น โมริ รันส่งข้อความมาหาเธอเรื่องคดีอันน่ากลัวโดยมีเนื้อหาใจความว่า

     'สวัสดีค่ะคาร่าซัง ถ้าหากรบกวนเวลางานฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีตอนนี้เรามาเจอคดีที่น่ากลัวมากเลยค่ะ เป็นผู้หญิงที่ถูกมัดตัวไว้ที่เก้าอี้แต่หัวถูกตัดวางไว้บนตักของศพ แขนขากระจายบนพื้นแถมมีเลือดอีก ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ? ตอนนี้เรายังหาคนร้ายไม่ได้เลยค่ะ! ขอโทษด้วยถ้าตอนนี้คุณทานข้าวอยู่ คนที่ทำต้องโหดร้ายมากแน่ๆที่ทำแบบนี้... เซระซังบอกว่าคุณเป็นนักสืบที่เก่งมากคนหนึ่ง ถ้าหากคุณอยู่ด้วยคงจับคนร้ายได้ ด้วยรักจากโมริ รัน'

          คาร่าอดจะขำไม่ได้ยังดีที่เจ้าตัวไม่ได้ถ่ายรูปส่งมาให้ด้วย แต่พอหญิงสาวโฟกัสกับศพก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นพร้อมกับหัวเราะในลำคอ 

     "นี่แหละน้าาา จุดจบของคนที่ทรยศ:)" คาร่าพูดขึ้นพลางพิมพ์ข้อความส่งกลับไปหาเด็กสาว

     'หวาา! น่ากลัวจังโมริ! ฉันต้องเก็บเอาไปฝันแน่ๆ! แต่คงเทียบกับเธอที่เห็นทั้งรูปไม่ได้ ไม่ต้องคิดมากนะ! ถ้าเครียดทักมาหาฉันได้เสมอ! ด้วยรักและคิดถึงจากคาร่า'

     "เวโรนิก้า มายะ ช่างเป็นคนที่น่าสงสารอะไรขนาดนี้แม้แต่ศพยังน่าสงสารเลย เป็นผู้บริหารดีๆไม่ชอบอยากจะทรยศแล้วไปอยู่ฝั่งผิด ยังไงก็ต้องถูกลงโทษ" คาร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความสมเพช

          ใช่! เธอรู้จักกับศพนั้นแน่นอน เพราะว่าเธอเป็นคนสั่งให้ลูกน้องที่ยังอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นคนลงมือเองล่ะ ผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นผู้บริหารของดาร์กสวอนแต่ดันเลือกฝ่ายผิดเสนอหน้าไปร่วมกับฝ่ายศัตรู ซึ่งก็เป็นไปตามกรรมล่ะนะ

     "อาา ต่อไปจะเป็นใครดีนะ:)"

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

     "ดูเหมือนเรื่องจะใหญ่กว่าที่คิดนะ" โจดี้ สตาร์ลิ่ง แม่สาวเอฟบีไอเอ่ยขึ้น ตอนนี้ทั้งเธอ สึบารุ โคนันและเซระอยู่ที่สถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำและสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนเด็กๆนั้นได้รันและโซโนโกะพาส่งกลับบ้านไปแล้ว

          ตอนนี้ยังไม่สามารถตามจับคนร้ายได้และแน่นอนว่าคนร้ายก็ไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ตามจับได้ แม้แต่โคนันที่เป็นนักสืบจิ๋วที่เก่งแถมยังฉลาดมากยังไม่รู้ตัวคนร้ายเลย พลางนึกย้อนไประหว่างทางนั่งรถตู้ตำรวจมาที่สถานีฯ


     'นี่โคนันคุง เธอรู้ไหมว่าเป็นใคร?' เด็กคนนั้นส่ายหน้าไปมา
     'ไม่เลยครับอาจารย์โจดี้ คนร้ายไม่น่าปะปนอยู่ในฝูงชนเพราะทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้เจ้าบ้านั่นคงหนีไปแล้ว' 
     '...แต่ก็ต้องเป็นมืออาชีพมากเลยนะ รอยที่บ่งชี้ตัวไม่เหลือเลยสักนิด แถมดายอิ้งเมสเสจก็ไม่มีอีกนอกจากข้อความที่ฆาตกรทิ้งไว้' เซระเอ่ยสมทบขณะใช้ความคิดของตนอยู่
     '...มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นนักฆ่ามืออาชีพ ว่าแต่ทำไมคุณถึงตามมาด้วยล่ะครับ? ไม่กลับพร้อมเด็กๆล่ะ' สึบารุเอ่ยถามพร้อมจ้องไปที่เด็กสาวด้วยสงสัยลึกๆในใจก็แอบห่วงน้องสาวของตนไม่ได้
     'นั่นมันคำถามของฉันต่างหาก=_=' เซระย้อน
     'เอาน่าๆ ช่างเรื่องนั้นมันก่อนเถอะ เรามาช่วยกันคิดดีไหมว่าคนร้ายทำฆ่าเหยื่อยังไงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง?' โจดี้เอ่ยขัด
     'ไม่กี่ชั่วโมง?' ทั้งรถตั้งข้อสงสัย
     'ใช่ เพราะศพน่ะเลือดยังไม่แห้งดีนั่นแสดงว่าคนร้ายเพิ่งลงมือไม่ถึงชั่วโมงหรือสองชั่วโมงประมาณนั้น แล้วคนร้ายทำยังไงศพถึงไม่ร้องตอนโดนชำแหละตามที่เห็น' โจดี้ร่ายยาว
     'จริงด้วย!' โคนันร้องตะโกน เขาพลาดจุดเล็กนี่ไปได้ยังไงกัน!?
     'ถ้าจริงอย่างที่คุณโจดี้พูด แล้วคนร้ายใช้วิธีไหนถึงทำลายร่องรอยของตนแล้วหนีออกไปในระยะเวลาอันสั้นนั้นโดยไม่ทิ้งอะไรไว้เลยเว้นเพียงข้อความ' สึบารุเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสงสัยของใครหลายคน 
     'ดูเหมือนจะเป็นการฆ่าปิดปากสินะฮะ... รู้สึกคุ้นๆจังกับการฆ่าแบบนี้' เซระเอ่ยขึ้นทำให้คนในรถหันไปมองทันที
     'พี่เซระเคยเห็นเหรอครับ!?'
     'เปล่าหรอก ที่ฉันบอกว่าคุ้นน่ะมันคล้ายกับคำพูดของพี่คาร่าเลย' 
     'คาร่าซังงั้นเหรอ?'
     'อื้ม เมื่อตอนผมอายุสิบห้าน่ะพี่คาร่าเคยพูดกับผม เธอบอกว่าอย่าไว้ใจใครเด็ดขาดแล้วก็บอกอีกว่าคนที่ทรยศหักหลังจนไม่น่าให้อภัยน่ะสมควรถูกลงโทษ ยิงเป้าคงไม่พอต้องจับแยกส่วนศพคงสะใจน่าดู' เซระเอ่ยเสียงเบาพลางนึกย้อนไปเมื่ออดีต ตอนนั้นน่ะเธอกลัวคาร่ามากเลยล่ะเพราะสีหน้าของสาวเจ้าตอนพูดน่ะราวกับจะไปทำสิ่งนั้นจริงๆอย่างไรอย่างนั้น
     '...' ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้น


          โจดี้ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นานมากแล้วที่เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมโหดๆแบบนี้ครั้งล่าสุดก็คงประมาณปีที่แล้วตอนไปภารกิจที่แอลเอ

     "เป็นอะไรโจดี้? ไม่ได้วิ่งคดีฆาตกรรมนานจนลืมแล้วหรือไง?" สึบารุเอ่ยถามเสียงเบา

     "ก็ตั้งนานแล้วนี่คะที่ฉันเจอเหตุการณ์โหดๆแบบนี้ เป็นปีแล้วนี่" โจดี้กระซิบตอบ สึบารุไม่ได้ตอบอะไรเขายกกาแฟกระป๋องที่เพิ่งกดจากตู้ขึ้นมาจิบเล็กน้อย 

     "ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ ฉันหมวดซาโต้จะเป็นคนสอบปากคำพวกคุณเองค่ะ" ซาโต้ มิวาโกะผู้หมวดสาวขวัญใจคนทั้งกรมนครบาลเอ่ยขึ้นในขณะที่สายตายังคงอ่านรายงานคดีในมือ 

     "อ้าว แล้วหมวดทาคางิล่ะครับ?" โคนันเอ่ยถามเมื่อเห็นคนที่น่าจะอยู่

     "อ๋อ ทาคางิคุงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกับชิบะน่ะ" ซาโต้เอ่ยตอบ

     "งั้นเหรอครับ..."

     "เนื่องจากว่าคดีนี้มันใหญ่แล้วก็คนของเราไม่พอสอบสวน ฉันจึงต้องขอความร่วมมือในการสอบสวนทุกคนพร้อมกันเลยนะคะ ไม่ขัดอะไรใช่ไหมคะ?"

     "พวกเราไม่มีปัญหาอะไรหรอกฮะ" เซระตอบพร้อมยิ้มยีฟัน

     "เข้าใจแล้วค่ะ งั้นเชิญทางนี้ค่ะ"

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

ช่วงนี้อาจจะมาช้าแล้วก็อาจจะน้อยนะคะ
เพราะสมองตันคิดไม่ออกว่าจะแต่งอะไรต่อ ฮ่าๆๆๆ
แต่ไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอนค่ะ
ถ้าคิดถึงกันตามไปดูเรื่องอื่นที่ไรท์แต่งได้นะคะ<3
#ไม่ได้ตรวจคำผิด





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #34 seirin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 22:26
    เอ๊ะ คาร่าเป็นคนสั่งให้จัดการหรอ แบบนี้ก็เป็นคนร้ายอ่ะดิ
    #34
    2
    • #34-1 Imjubjib_(จากตอนที่ 12)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 22:27
      ใช่ค่าา^°^ คาร่าเป็นมาเฟียยังไงก็ต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้วค่ะ ถึงแม้จะเป็นนางเอกก็ตาม
      #34-1
  2. #33 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 20:17
    ในที่สุดก็มา เย้ๆๆๆ
    #33
    1
    • #33-1 Imjubjib_(จากตอนที่ 12)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 20:30
      ฮูเร่~~
      #33-1
  3. #32 ppatteera (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 18:47

    คู่นี้จะจบยังไงกันเนี่ย งื้อออ🤧
    #32
    1
    • #32-1 Imjubjib_(จากตอนที่ 12)
      22 พฤศจิกายน 2563 / 20:30
      มาม่าแน่นอน
      #32-1