ตอนที่ 9 : ตอนที่ 5 เจ้าเล่ห์มหาเสน่ห์ [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

ตอนที่ 5 เจ้าเล่ห์มหาเสน่ห์

 

            นันท์นภัสจ้องหน้าคนมีเรื่องจะคุยอย่างเอาเรื่องเพราะเมื่อทั้งสองนั่งโซฟาในห้องโถงวีรวิทย์ก็เอาแต่มองหญิงสาวตาลอยๆ คล้ายกำลังจินตนาการบางอย่างเกี่ยวกับตัวเธอ พลันตากลมโตก็เบิกกว้างเมื่อคิดว่าเขากำลังจิตนาการถึงอะไร


            “นี่คุณ! หยุดมองฉันแบบนี้นะ...เสียมารยาท!”


            “ผมเป็นคนไม่มีมารยาท” วีรวิทย์ยอมรับหน้าชื่นตาบานทำเอานันท์นภัสแทบเต้นเร่าๆ แต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้เพื่อพูดกับเขาให้รู้เรื่องกันไป คราวหลังจะได้ไม่มีเรื่องต้องเกี่ยวพันให้ปวดหัวอีก


            “เชื่ออยู่หรอก...เอาเถอะ! พูดเรื่องทุนมาสิ คุณมีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้...ฉันจำได้ว่าคุณวิวเป็นคนให้ทุนฉันนะไม่ใช่คุณ” หญิงสาวยิงตรงประเด็นตามแบบฉบับวีรวิทย์จึงพูดบ้างในแบบฉบับของเขาเช่นกัน ทว่าสายตาเจ้าเล่ห์ก็มองร่างบางจนคนถูกมองเริ่มไม่ไว้ใจ


            “วิวมอบหน้าที่ดูแลเรื่องนี้มาให้ผมแล้ว ต่อไปนี้ถือว่าคุณอยู่ในความดูแลของผม เรื่องทุนที่ตกลงจะใช้คืนปีละสามหมื่นบาทผมขอยกเลิก”


            “ยกเลิก?” นันท์นภัสทวนคำอย่างไม่เข้าใจคนคุมเกมจึงพยักหน้าเบาๆ


            “ใช่...ผมจะยกเลิกปีละสามหมื่นเหลือปีละสามพันบาท”


            “จะบ้าหรือไงแบบนี้เมื่อไรจะหมด! ฉันไม่ชอบเป็นหนี้นานๆ” หญิงสาวมองคนตรงหน้าตาขุ่นอย่างไม่คิดหลบสายตาแปลกๆ ที่มองมา วีรวิทย์ยักไหล่อย่างไม่เดือดร้อน


            “งั้นก็ตามใจ! ผมจะได้บอกยายวิวว่าเด็กที่มันให้ทุนไปไม่เคยคิดจะทดแทนบุญคุณเลย...ที่อยู่นี่ก็เพราะทนใช้หนี้” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงเหยียดทำเอาคนถูกตำหนิโกรธแทบควันออกหู แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอย่างไรเขาก็อยู่ในฐานะเจ้าหนี้ เจ้านาย และพี่ชายของผู้มีพระคุณ นันท์นภัสข่มใจผ่อนลมออกมาทางปากเบาๆ ก่อนตั้งสติและควบคุมอารมณ์อย่างที่สุด


            “ฉันอยากทำงานกับคุณวิวตราบเท่าที่คุณวิวอยากให้ฉันทำนั่นละ และฉันก็ทำด้วยความเต็มใจไม่ใช่แค่ชดใช้หนี้...ต่อให้ไม่มีหนี้ฉันก็เต็มใจจะอยู่เพราะมีเจ้านายดีๆ แบบคุณวิว เข้าใจซะด้วย!”


            “หึๆ ก็ดี...งั้นก็ฟังเงื่อนไขข้อต่อไปเลยแล้วกัน” ชายหนุ่มพูดต่อ


            “เงื่อนไขอะไรของคุณอีก” นันท์นภัสขมวดคิ้ว


            “เปลี่ยนตำแหน่งมาเป็นผู้ช่วยของผม” วีรวิทย์ตอบเสียงเรียบทำเอานันท์นภัสจ้องคนตรงหน้าอย่างโมโหจัด


            “เล่นบ้าอะไรของคุณไม่ทราบคุณวีรวิทย์ จู่ๆ จะให้ฉันเปลี่ยนจากแอร์ฯ ไปเป็นผู้ช่วยประธานบริษัททั้งที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่เท่าไร ใครๆ จะได้หาว่าฉันเป็นกิ๊กกับเจ้าของสายการบินน่ะสิ” หญิงสาวกอดอกส่ายหัวดิก


            “มันก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ”


            “ว่าอะไรนะ!


            “เปล่า” วีรวิทย์ตอบยิ้มๆ อย่างกวนโทสะ ทำเอาคนถูกก่อกวนถึงกับพ่นลมออกจากปากครั้งแล้วครั้งเล่าแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่หายโมโหเสียที


            “เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหมคะฉันจะได้กลับ” พูดจบคนฉุนจัดก็ลุกขึ้นทันทีทว่าถูกวีรวิทย์คว้ามือไว้เสียก่อนและฉุดให้นั่งลงตามเดิม


หญิงสาวชักสีหน้าทว่าคนรั้งเธอไว้กลับทำหน้าจริงจังอย่างที่หญิงสาวไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อนันท์นภัสยอมนั่งอย่างสงบนั่นละวีรวิทย์จึงยอมเอ่ยออกมา


            “คุณรู้ไหมว่าทำไมถึงถูกจี้พาออกไปจากผับ”


            “ถามแปลกๆ ทางเปลี่ยวออกขนาดนั้นมันคงไม่พาฉันไปเล่นซ่อนแอบหรอกมั้งคะ” ตอบเสร็จใบหน้างามก็เชิดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ทว่าแทนที่จะโกรธหากวีรวิทย์กลับนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาพร้อมมองหญิงสาวด้วยสายตาเวทนา


            “แม้แต่คุณยังคิดว่ามันเป็นการลากออกไปข่มขืนธรรมดา ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาคงไม่มีใครไปสืบเสาะหรอกว่าที่จริงแล้วมีตื้นลึกหนาบางอะไร” พูดจบชายหนุ่มก็ส่ายหน้าอีกทีทำเอานันท์นภัสทั้งฉุนทั้งงง


            “พูดเรื่องอะไรของคุณไม่ทราบคุณวีรวิทย์ อยากจะพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า อย่าใช้สายตาแบบนี้มองเหมือนฉันไม่รู้อะไร ฉันไม่ชอบ!”


            “ก็เธอมันไม่รู้อะไรจริงๆ นี่น้องหนู” วีรวิทย์ตอบหน้าตายตากลมโตของคนถูกตำหนิจึงลุกเป็นไฟทันที แต่ยังไม่ทันได้โวยวายคนรู้ตื้นลึกหนาบางก็เฉลยสีหน้าจริงจัง


            “ผมก็ไม่ได้อยากยุ่งนักหรอกนะแต่บังเอิญว่าไอ้คนที่พาคุณออกมาจากผับมันสารภาพว่าความจริงแล้วมันไม่ได้ตั้งใจพาคุณไปข่มขืน...แต่ถูกจ้างให้ข่มขืนแล้วฆ่าเพื่อจัดฉากให้ทุกคนเข้าใจแบบนั้นต่างหาก” สิ้นเสียงจริงจังของวีรวิทย์หญิงสาวก็หัวเราะลั่นทันทีอย่างกวนโทสะ


            “หึๆ คุณนี่มันตลกสิ้นดีคุณวีรวิทย์ จะบ้าหรือไง ฉันไม่ใช่นักธุรกิจพันล้านนะจะได้วางแผนฆ่าซับซ้อนวุ่นวายขนาดนั้น” นันท์นภัสส่ายหน้ากับความคิดของชายหนุ่ม หากคนถูกหมิ่นประมาทกลับไม่ใส่ใจยังคงมองร่างบางอย่างจริงจัง


            “ถ้าคุณไม่รวยขนาดนั้นก็คงมีเหตุผลเดียวคือเป็นเมียน้อยเจ้าของบ้านจนเมียหลวงโมโหสั่งฆ่าเพราะรำคาญหูรำคาญตา”


            “หยุดความคิดเน่าๆ ของคุณเดี๋ยวนี้นะและคุณอยากจะด่าจะว่าอะไรฉันก็ได้แต่อย่ามายุ่งกับคุณท่านเพราะคุณท่านดีเกินกว่าที่คนอย่างคุณจะมาดูหมิ่นท่านได้!” หญิงสาวว่าอย่างโกรธจัดเมื่อวีรวิทย์พูดถึงบุคคลที่เธอเคารพเสมือนพ่อแท้ๆ ทำเอาคนสันนิฐานเล่นๆ ชักฉุนขึ้นมาจริงๆ เมื่อเห็นว่านันท์นภัสปกป้องคุณผู้ชายของบ้านถึงขนาดนี้


            “เหอะ! อย่าบอกว่าเป็นเรื่องจริง ไม่อยากจะเชื่อเลย”


            “ฉันละไม่อยากพูดกับคุณจริงๆ เลย เอะอะก็หาว่าฉันรับจ๊อบบ้างละ เป็นเมียน้อยบ้างละ ฉันขอบอกเป็นครั้งสุดท้ายและจะไม่พูดอีกแล้วนะ ว่า ฉัน ไม่ ได้ เป็น อะไร กับ ใคร ทั้ง นั้น! แล้วเรื่องที่บอกว่าคุณผู้หญิงจ้างคนทำร้ายฉัน คุณมั่นใจแค่ไหนไม่ทราบ?” หญิงสาวอธิบายยืดยาวอย่างไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันว่าทำไมต้องไปอธิบายให้เขาเข้าใจ ทั้งที่ปกติเธอต้องยอมรับไปแล้วว่าเป็นความจริงโดยไม่มีการอธิบายความจริงด้วยซ้ำ วีรวิทย์มองคนพูดยาวนิ่งหากสีหน้ายังขุ่นๆ อยู่แต่ชั่วอึดใจก็ถอนใจยาวๆ ออกมา


            “โอเคๆ ผมไม่ว่าคุณเรื่องนั้นแล้วก็ได้ แต่คุณก็ทำให้คิดนี่นา ถ้าไม่อยากให้คิดก็อย่าทำให้คิดสิ อ๊ะ! ไม่ต้องมาเถียง ส่วนเรื่องที่บอกว่าคุณนายบ้านคุณจ้างวานคนมาทำร้ายคุณผมไม่รู้หรอกนะว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร และคุณควรจะสืบหาให้รู้โดยเร็วที่สุด ไม่งั้นคุณนั่นละจะ เดือดร้อนน้องหนู”


            “มันไม่มีเหตุผลที่คุณผู้หญิงจะทำแบบนั้นนะคุณ”


          ถึงจะชอบหาเรื่องเธอมาตลอดก็เถอะหญิงสาวคิดต่อในใจและเริ่มลังเลนิดๆ เมื่อคิดมาถึงสิ่งที่เอมอุราและแอมมิกาทำกับเธอมาตลอดราวกับจงเกลียดจงชังนักหนา


            “ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำเนี่ยแหละคุณยิ่งต้องรู้ว่าเขาทำทำไม เพราะฉะนั้นวันนี้คุณห้ามกลับบ้านเด็ดขาด...พรุ่งนี้เช้าผมจะไปส่งที่บ้านเองเพราะผมสั่งให้คนที่รับจ้างคุณนายนั่นไปบอกเจ้านายของเขาว่าได้ข่มขืนคุณไปแล้ว ทีนี้ก็รอดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป” ชายหนุ่มบอกความจริงในที่สุดทำเอานันท์นภัสตาโตทันที


            “บอกคุณผู้หญิงว่าฉันถูกข่มขืน เหอะๆ คุณนี่ตลกจริงๆ เลย เลิกเล่นมุกสักทีเถอะ แล้วก็เลิกหลอนคิดว่าใครจะมาทำอะไรฉันได้แล้ว คุณผู้หญิงจะไปรู้ได้ไงว่าฉันเป็นอะไรมาถ้าฉันไม่พูด และแน่นอนว่าฉันจะไม่ไปบอกใครว่าถูกข่มขืนมาเด็ดขาด เพราะความจริงฉันไม่ได้ถูกข่มขืน! อย่าเชื่อใจพวกโจรห้าร้อยหน่อยเลย” หญิงสาวยืนยันเสียงหนักแน่นเหยียดปากและส่ายหัวราวกับคนตรงหน้าช่างไร้สาระเสียเหลือเกิน ทำเอาวีรวิทย์กัดฟันกรอดนึกโมโหคนอวดดีขึ้นมาจริงๆ


            “แต่ยังไงวันนี้คุณก็ต้องอยู่ที่นี่! ส่วนคุณนายนั่นจะรู้หรือไม่รู้ว่าคุณถูกข่มขืนเดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็รู้เอง”


            “หึ! ก็ได้...ในเมื่อคุณมั่นใจขนาดนั้นฉันจะรอดูและจะพิสูจน์ว่าคุณผู้หญิงไม่รู้เรื่องนี้แน่นอน...แต่ถ้าข้อสันนิฐานของคุณผิด คุณต้องล้มเลิกความคิดที่จะให้ฉันไปเป็นผู้ช่วยของคุณนะเพราะฉันต้องการเป็นแอร์โอสเตทไม่ใช่อีหนูของใคร!” นันท์นภัสบอกอย่างตัดสินใจมองคนตรงหน้าอย่างท้าทายทำเอาวีรวิทย์ยิ้มออกมาทันทีอย่างพอใจ ที่จู่ๆ หนูน้อยก็วิ่งเข้ามาท้าทายโดยที่ไม่ต้องออกแรงไล่ต้อน


            “ได้! แต่ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิดผมขอสั่งห้ามไม่ให้คุณกลับไปอยู่บ้านหลังนั้นอีกและคุณต้องมาทำตำแหน่งผู้ช่วยของผมจนกว่าผมจะพอใจ”


            สิ้นเสียงทั้งสองคนก็จ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทว่าคนที่มั่นใจกว่าก็ถึงกับกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เพราะเขาเชื่อเหลือเกินว่านายทองไม่มีทางโกหกอย่างแน่นอน


          จริงๆ เขาน่าจะเพิ่มเดิมพันเข้าไปอีกสักข้อนะ...อย่างเช่น จูบลืมโลกจากแม่สาวหัวดื้อ หึๆ


            วีรวิทย์คิดอย่างขันๆ หากเขารู้ดีว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มเข้าไป เพราะอย่างไรเสียพรุ่งนี้ก็ต้องมีเหตุให้เขาได้ปราบพยศยายจอมเชิดนี่อยู่ดี







e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

263 ความคิดเห็น