ตอนที่ 8 : ตอนที่ 4 แผนสูง [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    22 เม.ย. 62


ตอนที่ 4 แผนสูง




            “จะบ้าหรือไง ไปด้วยกันสิ จะอยู่ให้มันฆ่าหรือไง” หญิงสาวต่อว่าอย่างโมโหที่ชายหนุ่มทำตัวเป็นพระอกผิดเวลา ทว่าวีรวิทย์กลับไม่ฟัง


            “ไปเถอะน่าเชื่อผม ไม่เกินสิบนาทีเดี๋ยวผมตามไป” สายตาคมจ้องตากลมโตนิ่งในความมืด


นันท์นภัสมองชายหนุ่มอย่างลังเลแต่สุดท้ายก็จำต้องวิ่งไปที่รถของเขาและรอจนกว่าวีรวิทย์จะมาตามที่เขาสั่ง แต่ก่อนที่หญิงสาวจะผละจากไป ชายหน้าเหี้ยมก็วิ่งเข้ามากะอาศัยจังหวะที่ทั้งสองเผลอทำร้ายร่างบาง แต่วีรวิทย์มองเห็นก่อนที่มันจะเข้ามาถึง มือหนาจึงผลักนันท์นภัสออกไปทันท่วงที ก่อนจะชักปืนจ่อที่ศีรษะคนร้ายจนคนวิ่งมาหน้าตื่นเบรกเท้าดังเอี๊ยด 


หญิงสาวแทบหลุดขำ...หากเปรียบชายหน้าเหี้ยมคนนั้นกับรถที่ขับมาแรงๆ แล้วเบรกกะทันหันคงหมุนคว้างไม่ต่างกัน แม้อยากจะอยู่ดูเหตุการณ์ด้วยหากนันท์นภัสก็ทำไม่ได้เพราะกลัวจะเป็นภาระให้เขาจนเสียเรื่อง เมื่อลับร่างบางวีรวิทย์จึงเริ่มเค้นเอาความจริงด้วยเสียงกร้าวกระด้าง


“แกต้องการอะไรบอกมา!”


“มะ ไม่ได้ต้องการอะไร นังนั่นเป็นเมียฉัน มันมีชู้ฉันเลยจะสั่งสอน” ชายคนดังกล่าวเลือกที่จะโกหกหากวีรวิทย์กลับส่ายหน้ายิ้มเยาะ


“โกหก! บอกแล้วไงว่านั่นเมียฉัน ถ้าแกไม่บอกความจริงก็เตรียมตัวนอนเป็นผีเฝ้าถนนตรงนี้ซะ บอกมา!” ชายหนุ่มตะคอกเสียงดังอย่างไม่มีแววล้อเล่น ทำเอาคนร้ายถึงกับงงเพราะเมื่อสักคู่วีรวิทย์ยังทำเสียงทะเล้นกับผู้หญิงคนนั้นอยู่เลย ทว่าแววตาเอาจริงและปลายกระบอกปืนก็ช่างน่ากลัวเหลือเกิน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังทำท่าลังเลกลัวบ้างไม่กลัวบ้างวีรวิทย์จึงค่อยๆ กดนิ้วลงที่ไกปืน


“ไม่บอกซินะ...” วีรวิทย์ถามเสียงเย็นทำเอาคนถูกถามขนลูกซู่ตาลีตาเหลือก


“ไม่ๆ บะ บอกแล้วๆ คุณนายเจ้าของบ้านจ้างฉันมา! ฉันไม่รู้เรื่อง! เขาบอกให้ข่มขืนแล้วฆ่ามันทิ้ง ทำให้เป็นเหมือนคดีฆ่าข่มขืนทั่วไป”


“แกหมายถึงบ้านที่น้องหนูอยู่ใช่ไหม? แล้วเขามีเหตุผลอะไรต้องทำแบบนั้น” วีรวิทย์ซักถามอย่างแปลกใจ คิ้วเข้มขมวดเป็นปม


“ฉันไม่รู้! เขาจ้างฉันก็ทำ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ฉะ ฉันไปได้แล้วใช่ไหม?” ชายหน้าเหี้ยมถามอย่างไม่ไว้ใจและหวั่นใจกับปลายกระบอกปืนที่จดจ่อกลางหน้าผากของเขาเหลือเกิน เมื่อชายหนุ่มตรงหน้านิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด ร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ที่ถูกว่าจ้างมาก็ค่อยๆ ถอยหนีแต่ยังไม่ทันได้หันหลังก็ถูกวีรวิทย์สั่งห้ามเสียงเฉียบ


“เดี๋ยว!”


“อะ...อะไร”


“ฉันมีงานให้แกทำ! ถ้าแกตกลงรับรองฉันมีรางวัลให้แกอย่างงาม” ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย สายตาเรียบนิ่งมองคนตรงหน้าอย่างจริงจัง


“งะ งานอะไร?” ถามอย่างไม่ไว้ใจ


“ฉันอยากรู้ว่าคุณนายบ้านนั้นทำแบบนี้กับน้องหนูทำไม ถ้าแกสืบมาได้ฉันจะให้เงินแกสองเท่าของคุณนาย ในขณะที่แกก็ยังรับเงินค่าจ้างจากคุณนายเหมือนเดิม...คิดดูดีๆ มีแต่ได้กับได้นะ” วีรวิทย์กล่อมจนชายหน้าเหี้ยมคล้อยตาม


“แล้วจะให้ฉันทำยังไงในเมื่อยายคุณนายมันสั่งแค่นี้ นอกนั้นก็ไม่บอกอะไรฉันเลย”


“นั่นมันเป็นเรื่องที่แกต้องคิดหาวิธีเอง แต่ฉันเชื่อว่าแกทำได้ อ้อ...ทุกครั้งที่ถูกใช้งานถ้าแกอยากได้เงินเพิ่มก็มารายงานฉันและแกต้องกลับไปบอกคุณนายว่าข่มขืนน้องหนูสำเร็จแล้ว”


“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยวะ แกกำลังจะทำอะไรกันแน่ไอ้หน้าอ่อน” ชายหน้าเหี้ยมถามอย่างสงสัยเพราะอ่านความคิดของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ออกจริงๆ


“ไม่ต้องรู้หรอก! ถ้าอยากได้เงินก็ทำตามนั้น...นี่นามบัตรฉันพร้อมเงินสดห้าพัน ฉันให้เพื่อยืนยันคำพูด แต่จำไว้ว่าอย่าให้ใครรู้ว่าแกทำงานให้ฉันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแกจะเดือดร้อนจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่นอนฉันสาบาน!”


“เออน่า...รู้แล้ว เรื่องเงินๆ ทองๆ ฉันชอบ หึๆ อ้อ...ฉันชื่อไอ้ทองนะเจ้านาย เปลี่ยนสรรพนามใหม่ซะ มันคงเพราะกว่าคำว่าแกอยู่ไม่น้อย”


“หึๆ ได้สินายทอง...ถ้ามีอะไรก็โทร.หาฉันทันทีโดยเฉพาะเรื่องของน้องหนู รู้เร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น ถ้านายทำสำเร็จฉันมีโบนัสให้อีก” วีรวิทย์พูดจูงใจทำเอาคนอยากได้เงินถึงกับตาโต มือหยาบกระด้างลูบขอบปากทำท่าเหมือนเช็ดน้ำลาย ทว่าวีรวิทย์ก็ไม่ได้ไว้ใจอะไรมากนัก ชายหนุ่มใช้เงินวัดใจคนหน้าเงินก็เท่านั้นแม้จะรู้ว่าเสี่ยงมากแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้คนไม่ดีทำร้ายหญิงสาวโดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีศัตรูเล่นงานลับหลังอยู่ แถมยังเป็นคนใกล้ตัวที่ให้ที่อยู่ที่กินมาตั้งแต่เล็กจนโตอีกต่างหาก

 

+++++++++++++++


เมื่อจัดการกับนายทองเรียบร้อยวีรวิทย์ก็เดินกลับมาที่รถของตัวเองทันที ชายหนุ่มเดินไปหยุดที่หน้ารถให้ไฟสาดเพื่อให้ร่างบางปลดล็อกประตูให้ เห็นดังนั้นนันท์นภัสก็รีบปลดล็อกและเปิดประตูออกมาหาเขาอย่างเป็นห่วงทันที


“คุณเป็นยังไงบ้าง”


“ยังครบสามสิบสองดี...ว่าแต่คุณเถอะ คิดยังไงออกมากับผู้ชายกลางดึกแบบนี้...หรือว่ารับจ๊อบตอนกลางคืน” วีรวิทย์ถามกลับเสียงยียวนทั้งที่รู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเป็นอย่างไร เพียงแต่อยากแกล้งแม่ผู้หญิงจอมเชิดให้หน้าบึ้งเล่นเท่านั้น และก็ได้ผลเกินคาดเมื่อร่างบางถลึงตาใส่มองค้อนชายหนุ่มอย่างโกรธๆ


“จิตอกุศล! ฉันไม่คิดทำเรื่องต่ำๆ เหมือนที่สมองคุณคิดหรอก”


“จริงเร้อ...” วีรวิทย์ว่ายิ้มๆ นันท์นภัสจึงกอดอกมองคนตรงหน้าอย่างฉุนๆ หากแต่ทำอะไรไม่ได้จึงหันหลังกลับเข้ารถ ชายหนุ่มมองตามยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นฝั่งคนขับและขับออกไปจากถนนสายเปลี่ยวนี้ทันที


“ส่งฉันที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้ค่ะ” หญิงสาวบอกเมื่อเห็นว่าเขาไม่หยุดสักสถานี ทว่าคนกวนประสาทกลับขับต่อหน้าตาเฉยและเส้นทางที่เขามุ่งไปก็เริ่มทำให้นันท์นภัสหวาดระแวง


“นี่มันทางกลับบ้านคุณไม่ใช่เหรอ? จอดสิคะมันไกลจากบ้านฉันมากเลยนะ” หญิงสาวโวยลั่นวีรวิทย์จึงหันมาบอกเล็กน้อย


“ยังกลับไม่ได้ ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณก่อน”


“เรื่องอะไรของคุณดึกดื่นป่านนี้เอาไว้พูดวันหลังก็ได้นี่” นันท์นภัสแว้ด


“ไม่ได้! ต้องคุยวันนี้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ทุนคืน” วีรวิทย์อ้าง


นันท์นภัสมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจและไม่ชอบใจอีกทั้งยังกังวลเรื่องที่เธอตามหาแอมมิกาไม่พบ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็จำต้องเงียบเพราะชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิดกระทั่งถึงบ้านของเขา


“คุณมีอะไรจะพูดเรื่องทุนก็พูดมาสิคะ ฉันจะได้กลับบ้านสักที” นันท์นภัสบอกทันที่รถจอดสนิท ทว่าแทนที่จะตอบวีรวิทย์กลับลงจากรถแล้วมาเปิดประตูให้เธอหน้าตาเฉย หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างงุนงง ยิ่งเมื่อรอยยิ้มทะเล้นถูกส่งมาให้นันท์นภัสยิ่งมึนงงเข้าไปใหญ่


“ลงมาสิผมไม่ชอบพูดเรื่องสำคัญในรถ”


“แต่ฉัน...”


“น่า...มาเร็ว” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ฉุดมือบางลงจากรถสำเร็จก่อนจะจูงพาเข้าบ้านหน้าตาเฉยทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออกมองมือหนาอย่างไม่รู้จะทักท้วงอย่างไรดี


ตาบ้า! มัดมือชกชัดๆ หน้ามึนที่สุดเลย


เมื่อเข้ามาถึงแทนที่วีรวิทย์จะหยุดที่ห้องโถงหรือห้องรับแขกหากชายหนุ่มกลับพานันท์นภัสเดินดุ่มๆ ขึ้นชั้นบนหน้าตาเฉยจนหญิงสาวร้องท้วงแทบไม่ทัน


            “คุณวีรวิทย์จะพาฉันไปไหน นี่คุณเป็นบ้าอะไรพาฉันขึ้นข้างบนทำไมไม่ทราบ!” หญิงสาวถามเสียงขุ่นพลางสะบัดมืดจนหลุด วีรวิทย์หันกลับมามองยิ้มๆ


            “อ้าว...ก็ไม่เห็นคุณว่าไงนึกว่าจะรับจ๊อบซะอีก”


            “จะบ้าหรือไง! ฉันไม่คิดสกปรกอย่างคุณหรอก! ว่าธุระของคุณมาฉันจะได้กลับบ้านสักที”


            “งั้นไปนั่งคุยกันตรงโน้นไป” ว่าจบจอมลีลาก็ฉวยโอกาสจับมือหญิงสาวอีกครั้งทำเอาคนถูกเอาเปรียบหน้าบึ้งขึ้นทันที ก่อนจะสะบัดมืออกแล้วเดินนำหน้าเขาไปประหนึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เห็นแล้ววีรวิทย์ก็อดขันท่าทางเอาเรื่องของเธอไม่ได้

 








e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

263 ความคิดเห็น