ตอนที่ 7 : ตอนที่ 4 แผนสูง [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    21 เม.ย. 62

ตอนที่ 4 แผนสูง

 

            หลังกลับจากทริปพิเศษวีรวิทย์ก็ได้รับรายงานจากนักสืบที่จ้างวานเอาไว้ ข้อมูลที่ได้ทำเอาคนหงุดหงิดอารมณ์ดีขึ้นเป็นกองเพราะมันยืนยันคำพูดของจุฬาลักษณ์ว่านันท์นภัสไม่มีใคร แต่ก็อดหมั่นไส้เจ้าหล่อนไม่ได้ที่ชอบยอมรับทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้ผิด ทั้งเรื่องที่แอมมิกาใส่ร้ายและเรื่องที่มีเรื่องกับชาชิษา โดยเฉพาะเรื่องหลังวีรวิทย์สอบถามความจริงมาจากจุฬาลักษณ์เรียบร้อยจึงได้รู้ว่าทั้งสองมีปัญหากันและปัญหาส่วนใหญ่มักจะเป็นชาชิษาที่หาเรื่องก่อนทุกครั้ง ทำให้คนไม่ผิดโต้กลับทุกครั้งอย่างไม่เกรงกลัว


            “เฮ้ย! ตกลงคืนนี้ว่าไง แกจะเข้ามาที่ผับหรือเปล่า” วีรวิทย์ยกหูโทรศัพท์โทร. หาเพื่อนรักที่ไม่ได้พูดคุยกันนับเดือนเพราะฝ่ายนั้นกำลังมีเรื่องวุ่นๆ ในครอบครัว


            “เออ วันนี้ฉันว่าง นารินเพิ่งพาเต็มใจบินไปดูไบเมื่อเช้านี่เอง” เวย์ตอบกลับ


            “งั้นเจอกันหน่อยแล้วกัน เบื่อๆ เซ็งๆ ว่ะ” คำบ่นของวีรวิทย์ทำเอาปลายสายหัวเราะลั่นทันที


            “ทำไมวะ เหงาละสิ...พวกฉันบอกแกแล้วว่าให้หาตัวจริงจะได้ไม่เหงา หึๆ”


            “ฉันไม่ได้เหงาเพราะไม่มีใครโว้ย แต่เหงาเพราะมีเพื่อนมันก็บ้าเมียบ้าลูกเลยไม่มีใครเห็นหัวเนี่ย”


            “เอาน่า...อีกหน่อยเดี๋ยวก็เจออย่างพวกฉัน ถ้าแกไม่เรื่องมาก...แค่นี้ก่อนนะฉันจะโทร.ไปเช็กดูสักหน่อยว่าเมียกับลูกไปถึงดูไบปลอดภัยดีหรือยัง” พูดจบเวย์ก็วางสายทันที


วีรวิทย์มองโทรศัพท์ในมืออย่างงงๆ ก่อนจะถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก พูดกันยังไม่ทันถึงห้านาทีเพื่อนตัวดีก็ชิงวางสายตลอด ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะหันมาสนใจงานตรงหน้า ต่อเมื่อทำงานเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับบ้าน ตกดึกชายหนุ่มก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากลิ่นกายหอมฟุ้งออกจากบ้านทันทีจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของชายหนุ่มไปเสียแล้ว


ทางด้านนันท์นภัสเมื่อกลับมาถึงบ้าน ฤทธิ์ฤกษ์ ก้นยังไม่ทันอุ่นก็มีเรื่องต้องปวดหัว ภารกิจเดิมๆ ที่ทำเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องซ้ำซากหากแต่ต้องทำ ทำเอาหญิงสาวแอบกรอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย


“ช่วงนี้แอมมีข่าวบ่อยเกินไป เธอต้องไปตามยายแอมกลับมาเดี๋ยวนี้นี่คือคำสั่ง” คุณผู้หญิงของบ้านเอ่ยขึ้นเสียงเครียด


“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับคำเดียวก่อนจะออกจากบ้าน


การตามแอมมิกาที่ไปเที่ยวกลางคืนและมีข่าวฉาวโฉ่เป็นประจำกลับบ้านกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อประจำวัน เพราะหญิงสาวต้องไปตามเธอที่บ้านของเพื่อนๆ ไล่เลียงทีละคน กว่าจะพบตัวได้ก็ค่อนข้างดึก มิหนำซ้ำบางทีนันท์นภัสต้องเข้าผับกลางดึกอย่างจำใจทั้งที่ไม่เคยชอบ และเมื่อเข้าไปก็มักจะพบว่าแอมมิกาคลอเคลียกับผู้ชายสักคนในนั้นซึ่งแน่นอนว่าไม่มีการซ้ำหน้า


ตากลมโตมองผับแห่งหนึ่งในเมืองกรุง รู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อย อาจจะเพราะเธอคงเคยมาตามหาแอมมิกาที่นี่ก็เป็นได้ เพียงแต่มันนานจนไม่อยู่ในความทรงจำของนันท์นภัสแล้วเท่านั้นเอง หญิงสาวยอมรับว่าผับแห่งนี้ไม่เหม็นอับและน่ารังเกียจเหมือนที่อื่น ผู้คนที่เข้ามาเที่ยวหาความสุขสนุกสนานล้วนมีระดับ สายตากลมโตจึงสอดส่องหาร่างบอบบางของคุณหนูไฮโซทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่พบตัว


“ก็ไหนเพื่อนคุณแอมบอกว่าอยู่ที่นี่ มันก็มีแค่นี้จะไปหาที่ไหนล่ะ” เสียงเล็กพึมพำแข่งกับเสียงเพลงจังหวะแดนซ์พลางสอดส่องสายตาอย่างหงุดหงิด


            วีรวิทย์ที่นั่งรอเวย์อยู่ตรงเค้าเตอร์เครื่องดื่มโยกตัวเบาๆ ไปมาตามจังหวะเพลง สายตาคมมองสบตากับสาวสวยนางหนึ่งอยู่นานแล้วหากก็ไม่มีใครยอมเป็นคนเริ่มและแน่นอนว่าเขาไม่เดินไปหาก่อนอย่างแน่นอน ในเมื่อเจ้าหล่อนต้องการเล่นเกมเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกมนี้ใครจะชนะ แต่จู่ๆ หางตาก็เห็นอะไรแวบๆ ผ่านไป ใบหน้าคมหันขวับตามทันที ทว่ากลับไม่พบสิ่งผิดปกติดังกล่าว


            “ตาฝาดหรือเปล่าวะ? คุณจุนบอกว่าน้องหนูไม่ชอบมาเที่ยวที่แบบนี้นี่นา...สงสัยเราคงคิดถึงยายนั่นจนเบลอไปแล้ว เหอะ บ้าดีแท้ไอ้วิทย์” ว่าแล้วก็ส่ายหน้าให้ตัวเองอย่างหงุดหงิด


            เมื่อวีรวิทย์หันไปมองที่สาวสวยคนเดิม ด้านหลังชายหนุ่มนันท์นภัสลุกขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะมองหน้าคนที่ชนเธอจนล้มกระเด็นอย่างเอาเรื่องทว่าเจ้าหล่อนตัวสร้างเรื่องกลับทำเป็นเมินไม่ใส่ใจ เธอยักไหล่และเต้นต่อทำเอาคนถูกชนถึงกับหายใจครืดคราดอย่างข่มอารมณ์ เมื่อตัดใจไม่เอาความได้แล้วหญิงสาวก็ตั้งใจมองหาแอมมิกาต่อ ทว่ายังไม่ทันกวาดสายตา จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีของแหลมคมจี้ที่เอวคอดกิ่วทำเอานันท์นภัสถึงกับสะดุ้งตกใจ


            “ถ้าไม่อยากตายก็เงียบซะแล้วตามฉันมา” เสียงเหี้ยมฟังดูกักขฬะน่ารังเกียจดังขึ้นข้างหู


            “แกเป็นใคร?” หญิงสาวถามกลับข่มเสียงไม่ให้สั่นทั้งที่ข้างในรู้สึกหวาดเสียวกับมีดปลายแหลมที่พร้อมแทงตลอดเวลานี่นัก


            “เป็นใครไม่สำคัญรู้แต่ว่าแกต้องไปกับฉัน ไป!”


            นันท์นภัสสะดุ้งเสียงตะคอกของผู้ชายร่างใหญ่ที่เธอยังไม่เห็นหน้า ก่อนจะยอมทำตามแต่โดยดีเพราะไม่อยากเสี่ยงกับมีดเล่มนี้ ขณะเดียวกันวีรวิทย์ก็หันกลับมามองข้างหลังอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนมีอะไรบางอย่างสั่งให้เขาต้องหัน ดวงตาคมกล้าเบิกกว้างขึ้นก่อนจะหรี่มองอย่างพินิจ ชั่วอึดใจก็เบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง


            “นั่นมันยายน้องหนูนี่ มาทำอะไรที่นี่ ไหนคุณจุนบอกว่าเธอไม่ชอบเที่ยวผับ...แล้วนั่นออกไปกับใครวะ” ชายหนุ่มพูดกับตัวเองอย่างสงสัยก่อนจะรีบตามออกไปทันที ยิ่งเมื่อพบว่าผู้ชายคนนั้นพาหญิงสาวขึ้นรถคันหนึ่งและขับออกไปวีรวิทย์ยิ่งนึกเป็นห่วงจึงวิ่งไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่หน้าผับแล้วขับตามออกไปอย่างรวดเร็ว ลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่


            “มันจะไปไหนของมันวะ” ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียเมื่อรถคันดังกล่าวขับเข้าไปในทางเปลี่ยวๆ และนึกโมโหหญิงสาวนักที่ขึ้นรถไปกับผู้ชายดึกๆ ดื่นๆ และยังให้เขาพามาในสถานที่ที่น่ากลัวเช่นนี้ แต่จู่ๆ รถคันนั้นก็เป๋ไปเป๋มาคล้ายมีการต่อสู้เกิดขึ้นกระทั่งรถจอดสนิทอย่างกะทันหัน


            นันท์นภัสวิ่งหน้าตื่นออกมาจากรถอย่างตกใจก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะสบถคำหยาบคายแล้วถือมีดวิ่งตามมา วีรวิทย์จอดรถทันทีก่อนจะคว้าปืนในลิ้นชักหน้ารถติดตัวออกไปด้วย


            “หยุดนะนังตัวดี กล้าดียังไงมากัดฉัน อย่าให้จับได้นะมึง!”


            นันท์นภัสวิ่งไม่คิดชีวิตก่อนจะชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งเข้าจังๆ จนผงะล้มลง หญิงสาวลนลานอย่างตกใจด้วยกลัวจะเป็นพวกเดียวกันเพราะแสงไฟจากรถคันที่จอดห่างออกไปสาดมาไม่ถึง


            “ผมเองน้องหนู” วีรวิทย์รีบบอกก่อนจะเข้าไปพยุงตัวหญิงสาวขึ้นมาอย่างเป็นห่วง


            “คุณ!”


            เป็นครั้งแรกที่นันท์นภัสโผเข้ากอดชายหนุ่มอย่างดีใจ วีรวิทย์รู้สึกได้ถึงร่างกายที่สั่นเทา มือหนาจึงลูบกระหม่อมบางอย่างปลอบโยน ทว่ายังไม่ทันจะได้พูดอะไรผู้ชายที่จับตัวหญิงสาวมาก็วิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาเหี้ยมเกรียม


            “ปล่อยนังนี่มาเดี๋ยวนี้ เรื่องของผัวเมียแกอย่าแส่!” ชายหน้าเหี้ยมสั่งพลางชี้หน้า วีรวิทย์หยักยิ้มในความมืด


            “พูดให้มันดีๆ นะพี่ นี่เมียผม”


            “มะ ไม่จริง แกไม่ใช่ ปล่อยนังนี่มาเดี๋ยวนี้!” คำพูดของวีรวิทย์ทำเอาคนร้ายมึนงงเพราะข้อมูลที่ได้มาไม่ใช่แบบนี้ ทว่าคนหน้ามึนก็ยังยืนยันเช่นเดิม


            “จะไม่ใช่ได้ยังไงในเมื่อเรานอนด้วยกันทุกคืน ขี้แมลงวันกี่จุดไฝกี่เม็ดผมก็รู้หมด ไม่เชื่อถามเมียผมสิ...จริงไหมจ๊ะเมียจ๋า”


            เจ้าของขี้แมลงวันถึงกับหน้าร้อนผ่าวถลึงตาใส่มนุษย์หน้ามึนจอมทึกทักอย่างอับอาย


“นี่คนบ้า! หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะพูดเล่นอีก รีบหนีดีกว่ามันมีมีดในมือนะ” หญิงสาวกระซิบบอกพร้อมกับหยิกกล้ามท้องไร้พุงของชายหนุ่มอย่างฉุนๆ ที่เขาทำราวกับเป็นเรื่องเล่นๆ ประหนึ่งพูดกับเพื่อนสนิท พอจะรู้มาบ้างว่าเขาเป็นหนุ่มขี้เล่นคนหนึ่งแต่ไม่นึกว่าจะเล่นจนไม่รู้เวล่ำเวลาแบบนี้


            “มันมีมีดแต่ผมมีปืนนี่นากลัวอะไร” ชายหนุ่มบอกอย่างไม่ใส่ใจอยากรู้มากกว่าว่าผู้ชายหน้าเหี้ยมคนนั้นต้องการอะไรจากคนตัวเล็ก


            “ว่าแต่พี่จับเมียผมมาต้องการอะไร” วีรวิทย์ร้องถาม คำว่า เมีย ข้ามหัวหญิงสาวไปมาทำเอาคนถูกเรียกด้วยสรรพนามสนิทสนมถึงกับหน้าร้อนผ่าว


            “ไม่ใช่เรื่องของแก ปล่อยนังนี่มาซะถ้าไม่อยากตาย” ชายหน้าเหี้ยมข่มขู่เสียงดังทำเอาวีรวิทย์แทบหลุดขำ ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ ข้างหูคนตัวเล็ก


            “ไปรอผมที่รถ..ถ้าผมยังไม่กลับห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”







e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

263 ความคิดเห็น

  1. #258 Mamjaa (@Mamjaa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 15:30
    ตามค่ะ
    #258
    1
  2. #129 `OnlyKwonYuri (@hippyyippy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 16:51
    น้องหนูไม่น่าไปช่วยแอมเลย
    พี่วิทย์จะทำยังไงต่อไปละเนี่ยยย

    รอนะคะ
    #129
    0
  3. #67 Maray (@kanboi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 10:58
    อ่านไปลุ้นไปแย้วก๊นั่งอมยิ้มคนเดียวมีหลายรสชาตนุกๆๆๆๆมากคร้^O^
    #67
    0