ตอนที่ 6 : ตอนที่ 3 สืบ! [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

       


ตอนที่ 3 สืบ!



           “ผมเป็นเพื่อนของแอม...คุณเคยมาตามเธอที่ผับเมื่อสามปีก่อน” เสียงห้าวเริ่มทบทวนความทรงจำ มองร่างบางตรงหน้าอย่างจริงจังและลุ้นให้เธอจำเขาได้ แต่ทว่านันท์นภัสกลับมองชายหนุ่มนิ่งๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบอย่างตัดรำคาญทำเอาคนรื้อฟื้นความจำถึงกับหน้าเสีย


            “ฉันจำไม่ได้หรอกค่ะ อาทิตย์หนึ่งฉันออกไปตามคุณแอมที่ผับไม่รู้กี่รอบ แล้วแต่ละคนก็ไม่เห็นจะซ้ำหน้า ถ้ามัวมานั่งจำก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้ว” หญิงสาวตอบด้วยความสัตย์จริงเพราะไม่เคยจดจำหน้าตาคู่ควงของแอมมิกาสักคนเดียวเพราะมีมากเกินจดจำ


            “งั้นหรือ...แต่ก็ไม่แปลกหรอกครับ ได้ยินแอมมิกาเธอบอกว่าคุณถูกไล่ออกจากบ้านเพราะพาผู้ชายเข้าไปกกกันในนั้นนี่ คุณคงไม่มีเวลามานั่งจำใครนอกจากสามีที่คุณลักลอบพาเข้าไป” ชายหนุ่มตัดสินใจพูดเรื่องที่เคยเคลือบแคลงใจ หวังจะได้รับความกระจ่างจากหญิงสาว ทว่ากลับได้รับคำตอบที่ทำให้อารมณ์เดือดดาลมากกว่าเดิมกลับมาแทน


            “ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ ตอนนี้ฉันก็ยังอยู่กับสามีคนนั้น เรารักกันมาก...ว่าแต่ไหนคุณบอกว่าจะทำโทษฉันไงคะ บอกมาเลยฉันจะได้รีบชดใช้ความผิดที่ทำไว้” หญิงสาวถามถึงจุดประสงค์ดั้งเดิมทำเอาวีรวิทย์หน้าตึงขึ้นทันทีด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก จะว่ารังเกียจหรือก็ไม่ใช่จะว่าโกรธหากแต่มันก็ไม่มีเหตุผล เขาอึ้งเสียมากกว่าที่คำตอบของเธอไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะได้ยิน


            “เชิญคุณออกไปได้แล้ว ผมไม่มีอารมณ์จะคุย”


            นันท์นภัสมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจหากหญิงสาวก็ไม่โต้แย้งใดๆ นอกจากเดินออกไปเงียบๆ เพราะรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้ชายหนุ่มอีกต่อไป ยิ่งได้รู้ว่าเขาคือหนึ่งในคู่ควงของแอมมิกานันท์ นภัสก็ยิ่งไม่อยากข้องเกี่ยวเพราะไม่อยากถูกแอมมิกากล่าวหาว่าเธอแย่งคนรักไปอีกทั้งที่หญิงสาวไม่เคยทำอะไรเลย


            “เหอะ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นความจริง...ที่แท้ก็ไม่สด! อยากรู้จริงๆ ว่าผู้ชายของเธอจะดีสักแค่ไหน สู้ฉันได้หรือเปล่าเถอะ!” เสียงเข้มคำรามในลำคอ ทอดสายตามองหญิงสาวที่ลับร่างไปอย่างโกรธๆ ก่อนจะเกิดความรู้สึกอยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นของนันท์นภัสขึ้นมาครามครัน โทรศัพท์จึงถูกยกขึ้นมาแนบหูอย่างรวดเร็ว


            “ไอ้นุ ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”


            “มีอะไร ได้ข่าวว่าคนระดับแกไม่ต้องพึ่งใครไม่ใช่เหรอ” พานุย้อนกลับอย่างอารมณ์ดี คนถูกย้อนจึงชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงหงุดหงิด


            “ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแค่จะถามว่านักสืบที่แกใช้งานประจำเจ๋งแค่ไหน ฉันขอยืมมาใช้สักหน่อยก็เท่านั้น”


            “ก็เจ๋งใช้ได้อะ...ว่าแต่จะให้สืบเรื่องอะไรล่ะ” พานุถามอย่างสังสัย หากคนถูกถามกลับไม่คิดตอบ


            “เรื่องของฉันน่า แกเอาเบอร์ติดต่อมาก็พอ”


            “เออๆ เดี๋ยวขอฉันเช็กดูก่อน รอแป๊บ” สิ้นเสียงพานุก็กดหาเบอร์ติดต่อนักสืบที่ชายหนุ่มเคยว่าจ้างให้ตามสืบพฤติกรรมของจีราวัฒน์เจ้าของบ่อน้ำมันที่ดูไบซึ่งเป็นเพื่อนรักคนแรกที่ชิงแต่งงานมีลูกเมียก่อนเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่ม ชั่วอึดใจชายหนุ่มก็บอกให้วีรวิทย์จด ทว่าเมื่อคนหงุดหงิดได้สิ่งที่ต้องการเสียงห้าวเข้มก็บอกกับพานุทันที


“แค่นี้ละ ขอบใจมาก”


วีรวิทย์มองเบอร์โทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มก่อนจะกดต่อสายอย่างหมายมาด รอไม่นานปลายสายก็ตอบรับด้วยเสียงสุภาพ


            “สวัสดีครับ...ผมชื่อวีรวิทย์ครับ เป็นเพื่อนกับพานุ อยากจะทราบประวัติของผู้หญิงคนหนึ่งน่ะครับ”


            “มีรายละเอียดเกี่ยวกับเธอบ้างไหมครับ” นักสืบถามกลับมา


            “เดี๋ยวผมส่งเมลล์ไปให้ครับ ผมอยากรู้แค่ว่าเธอพักอยู่ที่ไหนอาศัยอยู่กับใคร มีสามีหรือเปล่า ประมาณนี้ครับ เอ่อ...ขอสามปีย้อนหลังนะครับ”


            “ได้ครับ ประมาณอาทิตย์หน้ารับรองว่าคุณจะทราบทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ” ปลายสายบอกอย่างอวดสรรพคุณของตัวเอง หากคนใจร้อนกลับไม่ต้องการเช่นนั้น


            “ผมต้องการภายในสี่วันครับ...ทันทีที่กลับจากทริปผมต้องได้ข้อมูลทั้งหมด...เรื่องค่าใช้จ่ายผมให้ไม่อั้น”


            “ได้แน่นอนครับ” นักสืบรีบรับปากอย่างรวดเร็ว


            เมื่อวางสายไปวีรวิทย์จึงยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนที่ร่างสูงจะลงไปหาทุกคนที่เตรียมพร้อมจะทัวร์กับนักท่องเที่ยวในครั้งนี้

 

            การเปิดทัวร์ท่องเที่ยวครั้งแรกของสายการบินเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีผลตอบรับดีเกินคาดเพราะนักท่องเที่ยวหลายคนติดอกติดใจบริการอันยอดเยี่ยมที่ดูแลทุกคนราวกับเป็นคนในครอบครัวจนเอ่ยปากชมกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะเจ้าของสายการบินที่ดูเหมือนจะมีความสุขเหลือเกินกับการคอยกัดคอยแทะแอร์โฮสเตสสาวอย่างนันท์นภัสทุกครั้งที่สบโอกาส ทำเอาคนรู้ตัวว่ากำลังถูกเจ้านายกวนประสาทเข้าแล้วถึงกับฉุน แต่ก็จำต้องเก็บความไม่พอใจเอาไว้


            “มาญี่ปุ่นทั้งทีถ้าไม่มาลิ้มรสซูชิในประเทศเสียหน่อยคงเหมือนมาไม่ถึงญี่ปุ่น...ขอให้ทุกคนเต็มที่ครับถือว่าเป็นรางวัลสมนาคุณให้กับการทัวร์ครั้งแรกของสายการบินของเรา” เจ้าของสายการบินหนุ่มเอ่ยกับนักท่องเที่ยวทุกคนก่อนจะมีเสียงร้องไชโยด้วยความดีใจ


            นันท์นภัสแอบเบะปากอย่างหมั่นไส้หากหญิงสาวก็ไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยว มุ่งมั่นทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปอย่างตั้งใจ เอาใจใส่ลูกทัวร์ทุกคนจนหลายคนติดหญิงสาวแจเพราะเธอทั้งน่ารักและใส่ใจพวกเขาทุกอย่าง


            “คุณนันท์นภัสน่ารักจริงๆ นะคะ คราวหลังพวกเราจะมาอีกขอบคุณที่ดูแลเราเป็นอย่างดี”


            “ด้วยความยินดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเมื่อมีคนเข้ามาชมซึ่งๆ หน้า


            “น้องหนูก็น่ารักกับทุกคนแบบนี้เสมอล่ะครับ โดยเฉพาะกับผม” เดชาพูดติดตลกระคนจริงจัง ลูกทัวร์สาวจึงเบิกตาโต


            “อย่าบอกนะคะว่าคุณเป็นแฟนคุณนันท์นภัส”


            “เอ่อ...” นันท์นภัสกำลังจะแย้งทว่าเสียงเขินๆ ของเดชาก็ดังขึ้นเสียก่อน


            “ก็อยากจะให้เป็นแบบนั้นล่ะครับ แต่น้องหนูไม่ยอมใจอ่อนสักที”


            “ต้องเร่งทำคะแนนนะคะ สวยๆ แบบคุณนันท์นภัสไม่ได้หาง่ายๆ เดี๋ยวจะถูกตัดหน้าไม่รู้ด้วย” ลูกทัวร์สาวเอ่ยเย้าเล่นๆ เดชาจึงหันมามองหน้านันท์นภัสยิ้มๆ


            “ไอ้หมอนี่อีกแล้ว” วีรวิทย์พูดเบาๆ กับตัวเองแต่จุฬาลักษณ์ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็อุตส่าห์ได้ยินเสียงพึมพำของชายหนุ่มจึงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ


            “ว่าไงนะคะท่านประธาน”


            “เปล่าครับ” คนหงุดหงิดปฏิเสธทันควันก่อนจะนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามจุฬาลักษณ์ไปอย่างแนบเนียน


            “เอ่อ...ว่าแต่สองคนนั้นเขาเป็นแฟนกันหรือครับคุณจุน”


            “สองคนไหนคะ? อ๋อ...น้องหนูกับนายเดย์หรือคะ เปล่าหรอกค่ะน้องหนูยังไม่มีแฟน ส่วนเจ้าเดย์ก็แอบชอบแต่ทำท่าหมาหยอกไก่ไม่กล้าจีบ ความสัมพันธ์เลยไม่พัฒนาไปไหนสักที หึๆ” จุฬาลักษณ์มองสองหนุ่มสาวแล้วยิ้มส่ายหน้า จึงไม่เห็นรอยยิ้มพึงพอใจจากชายหนุ่มที่เป็นคนถาม


            “ผมได้ยินมาว่าคุณน้องหนูเธอมีแฟนแล้วนี่ครับ แล้วตอนนี้เธอก็พักอยู่กับแฟน ถ้านายเดย์จีบก็คงอกหักเปล่าๆ” เสียงทุ้มเล่าอย่างหยั่งเชิง จุฬาลักษณ์จึงหันมาปฏิเสธทันที


            “ไม่จริงนะคะ น้องหนูเป็นเด็กดีแถมยังเป็นเด็กทุนของคุณวิวด้วย ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ จุนยืนยันได้”


            “แต่เธอบอกกับผมเองนี่ครับว่าเธอพักอยู่กับแฟน”


            “หึๆ คุณวิทย์โดนอำแล้วล่ะค่ะ เวลามีหนุ่มๆ มาจีบยายน้องหนูก็โกหกแบบนี้ทุกที เธอไม่ชอบให้ผู้ชายเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตน่ะค่ะ ที่สำคัญน้องหนูพักอยู่ในบ้านของเศรษฐีคนหนึ่งในฐานะเด็กรับใช้ในบ้านน่ะค่ะ แต่เอ๊ะ...หรือว่าคุณวิทย์จี...”


            “ผมเปล่านะครับ คือ...” วีรวิทย์ปฏิเสธหน้าดำหน้าแดงทั้งที่จุฬาลักณษ์ยังพูดไม่จบด้วยซ้ำทำเอาแอร์โฮสเตสสาวแทบกลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ มองชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อถือ ท่านประธานหนุ่มจึงหันมาคีบซูชิเข้าปากเร็วๆ แก้เก้อ






e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

263 ความคิดเห็น