ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 สืบ! [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    19 เม.ย. 62

ตอนที่ 3 สืบ!

 

            หลังจากงานฉลองครบรอบสี่สิบปีของสายการบินไทยแลนด์ แอร์ไลน์ ผ่านไปเพียงสองสัปดาห์ โปรเจคใหม่ที่ทางสายการบินจัดทำขึ้นนอกเหนือจากการขนส่งผู้โดยสารธรรมดาก็คือจัดทริปท่องเทียว หากแต่เป็นทริปสั้นๆ บินในแถบเอเชียเท่านั้น และวันนี้ก็เป็นวันเริ่มต้นหน้าที่ใหม่ของนันท์นภัสกับการเป็นไกด์นำเที่ยวและดูแลลูกทัวร์ตลอดสามคืนสี่วัน


            “หา! ท่านประธานจะร่วมทัวร์ด้วยอย่างนั้นหรือ” จุฬาลักษณ์ร้องเสียงหลงเมื่อสจ๊วตหนุ่มเล่าถึงเรื่องที่รู้มาให้ฟัง


            “ได้ยินไม่ผิดหรอกพี่จุน..ตอนแรกผมตกใจแทบแย่ แทบไม่อยากเชื่อหู แต่พอคุณเลขาฯ ย้ำชัดอีกรอบเลยเข้าใจ ที่มาแจ้งข่าวก็เพราะท่านสั่งให้มาแจ้งทุกคนให้ทราบโดยทั่วกัน”


            “โอ้โฮ...ไม่อยากจะเชื่อ สายการบินเราจะคึกคักก็วันนี้ละว้า” จุฬาลักษณ์พูดติดตลก


            “ได้ยินว่าสายการบินจะคึกคัก มีอะไรพิเศษหรือคะพี่จุน” ร่างบางที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายเอ่ยถาม หากแต่คนตอบกลับเป็นสจ๊วตหนุ่มนามว่า เดชา ผู้ชายคนเดียวกันกับที่เดินเข้าไปหานันท์ภัสหลังจากที่หญิงสาวรำเสร็จนั่นเอง ทำเอารุ่นพี่อย่างจุฬาลักษณ์ถึงกับเบะปากอย่างหมั่นไส้ในตัวชายหนุ่ม


            “แหม...ออกหน้าออกตาจริงเลยนะ น่าหมั่นไส้”


            “ทำไมครับพี่จุน..อิจฉาก็บอกมาเถอะ แก่จนหนังยานหมดแล้วยังหาไม่ได้ ฮ่าๆๆ”


            “ไอ้เดย์! เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวจะโดนดี” จุฬาลักษณ์ถลึงตาใส่รุ่นน้องหนุ่มอย่างฉุนๆ เมื่อถูกกระตุกปมในใจเข้าจังๆ


            นันท์นภัสส่ายหน้าอย่างขันๆ กับพฤติกรรมของไม้เบื่อไม้เมาที่งัดข้อกันมาตลอดตั้งแต่เธอเข้ามาทำงาน ส่วนเดชาเองก็ชื่นชอบในตัวหญิงสาวหากนันท์นภัสกลับไม่เคยสนใจเรื่องนี้สักเท่าไร ถ้าเป็นไปได้หญิงสาวคิดว่าจะอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ คงเป็นเพราะบาดแผลจากมารดาของเธอด้วยกระมังที่ทำให้ร่างบางฝังใจแต่เด็ก  


          “ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันหมด! จำเอาไว้นะน้องหนู ก่อนจะรักใครต้องดูให้ดีเพราะบางทีคนที่เราคิดว่าดีแล้วยังทำร้ายหัวใจของเราได้...เหมือนกับพ่อของหนู”


          “แล้วใครเป็นพ่อของน้องหนูหรือคะแม่” เด็กน้อยวัยห้าขวบถามอย่างพาซื่อ


            “ไม่ต้องรู้จักหรอกลูก...จำไว้แค่ว่าพ่อทำร้ายแม่ ทำร้ายน้องหนู...พ่อมีคนอื่น!” พูดจบคนเจ็บปวดกับความรักก็ร้องไห้ออกมาอย่างรวดร้าวระคนเคืองแค้น


            เมื่อเด็กน้อยเห็นมารดาร้องไห้บ่อยๆ เข้าก็รู้สึกสงสาร ได้แต่ปลอบโยนและโกรธบิดาที่ทำให้เธอกับมารดาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ กระทั่ง นันทินี มารดาของเธอจากไปเพราะโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง นันท์นภัสจึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครเพราะไม่อยากลงเอยเหมือนมารดาของเธอและหากหญิงสาวมีโอกาสได้พบบิดาแท้ๆ สักครั้ง เธอจะทำให้เขาได้ลิ้มรสแห่งความเจ็บปวดนี้อย่างที่แม่ของเธอเคยได้รับบ้าง...ทว่ามันคงไม่มีวันนั้นเพราะตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่มีวี่แววของผู้เป็นพ่อมาแสดงตัวรับผิดชอบชีวิตที่เขาได้ท้อดทิ้งเอาไว้เลยสักครั้งเดียว


            “เม้าท์กันอยู่นั่นแหละ...น่ารำคาญ!” ชาชิษาเอ่ยขึ้นลอยๆ นันท์นภัสจึงตวัดสายตากลับไปมองก่อนที่รอยยิ้มสวยจะระบายออกมา


            “ใช่! น่ารำคาญจริงๆ นะพวกขี้อิจฉาชอบกัดคนอื่นข้างหลัง”


            “แกว่าใครนังน้องหนู!” ชาชิษาตวาดกลับอย่างโกรธๆ นันท์นภัสจึงตอบกลับทันควันด้วยสรรพนามเดียวกัน


            “ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอนังชิวาว่า!”


            “อ๊าย กรี้ดๆ แกว่าฉันเป็นหมาหรือยะ มาให้ชิษาตบสักทีเถอะทนไม่ไหวแล้ว!” ชาชิษาเต้นเร่าๆ ชี้หน้าคู่กรณีอย่างโกรธๆ ก่อนจะปรี่เข้าไปหานันท์นภัสอย่างควบคุมสติไม่อยู่ ทว่าคนอย่างนันท์นภัสก็ไม่ยอมใครเช่นกันจึงเดินเข้าไปหาชาชิษาอย่างเอาเรื่องด้วยแค้นใจเรื่องชุดไทยไม่หาย เพราะหญิงสาวมั่นใจเหลือเกินว่าชาชิษาเป็นคนทำ เนื่องจากทั้งสองคนไม่กินเส้นกันมาตั้งแต่สมัยเรียนนั่นเอง  


ชาชิษาตั้งท่าจะตบหน้านันท์นภัสแต่ด้วยความไวกว่าหญิงสาวจึงหลบทันและสวนกลับเสียฉาดใหญ่ ทำเอาชาชิษาถึงกับหน้าหันไปตามแรง แต่ก่อนที่จะเกิดความวุ่นวายไปมากกว่านี้ บุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในสายการบินก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด


            “หยุด! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” วีรวิทย์ร้องสุดเสียงเพื่อห้ามสองสาวหากแต่คนที่ถูกอารมณ์โกรธครอบงำกลับไม่สนใจเสียแล้ว จุฬาลักษณ์กับเดชาอึ้งก่อนตั้งสติแล้ววิ่งเข้าไปจับตัวสองสาวแยกออกจากกันโดยจุฬาลักษณ์จับชาชิษาและเดชาเข้าไปจับนันท์นภัสไว้ สจ๊วตหนุ่มรีบสำรวจความเสียหายของนันท์นภัสด้วยความเป็นห่วง


            เมื่อเหตุการณ์สงบลงท่านประธานหนุ่มจึงมองสองสาวด้วยสายตากร้าวกระด้างทำเอาชาชิษาถึงกับเย็นวาบด้วยความกลัว ต่างจากนันท์นภัสที่ไม่มีแววกริ่งเกรงหรือสะทกสะท้านแต่อย่างใด เนื่องจากหญิงสาวไม่มีความเคารพในตัวชายหนุ่มตั้งแต่แรก ความกลัวจึงไม่บังเกิดกับร่างบางอย่างที่สมควรจะเป็น


            “คุณสองคนตามผมมานี่!” สิ้นเสียงวีรวิทย์ก็หมุนตัวกลับไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุดทันที


ชาชิษาหันมาจิกสายตาเอาเรื่องใส่นันท์นภัส ทว่าหญิงสาวกลับไม่ใส่ใจปล่อยให้อีกคนเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อนด้วยกลัวจะเกิดเรื่องขึ้นกลางทาง


            “ใจเย็นๆ นะน้องหนูเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่” จุฬาลักษณ์เตือนอย่างเป็นห่วง


            “ขอบคุณค่ะพี่จุน แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้สบายมาก” นันท์นภัสยิ้มให้รุ่นพี่สาวใหญ่ก่อนจะเดินตามคนทั้งสองไปโดยมีสายตาห่วงใยจากเดชาและจุฬาลักษณ์มองตามจนลับร่าง

 

++++++++++++++


            “ผมต้องการคำอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น” วีรวิทย์ถามเสียงเครียดทันทีที่คู่กรณีทั้งสองอยู่พร้อมหน้ากัน ชาชิษาจึงรีบชิงตอบก่อนเพื่อความได้เปรียบพร้อมสายตาเยาะเย้ยอีกฝ่าย หากนันท์นภัสกลับไม่สะทกสะท้าน นั่งมองอีกฝ่ายพูดพร้อมเบะปากอย่างหมั่นไส้


            “คือเรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิดกันค่ะคุณวิทย์ ชิษาพูดหยอกล้อน้องหนูตามนิสัยคนขี้เล่น แต่น้องหนูจริงจังไปหน่อยก็เลย...”


            “โดนตบ!” ประโยคนี้นันท์นภัสพูดเอง ทำเอาชาชิษาถึงกับอึ้งและแค้นใจที่ถูกหญิงสาวพูดกระทบหน้าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด


            วีรวิทย์ลอบยิ้มอย่างขันๆ กับนิสัยตรงๆ ของนันท์นภัสที่ด่าคู่อริซึ่งๆ หน้าอย่างไม่เกรงกลัว แต่ก็น่าโมโหยิ่งนักที่หญิงสาวทำราวกับไม่เกรงใจเขาสักนิดทั้งที่เขามีตำแหน่งเป็นถึงท่านประธานบริษัท


            “สรุปว่าคุณเป็นฝ่ายกระทำคุณชาชิษาใช่ไหมครับ” เสียงเข้มหันไปถามนันท์นภัสทำเอาคนถูกกล่าวหาชักฉุนที่ชายหนุ่มสรุปง่ายๆ ทั้งที่ยังไม่มีการสอบถามข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่ายอย่างยุติธรรม คนฉุนจึงกัดฟันก่อนตอบอย่างประชดประชัน


            “คุณตัดสินแล้วนี่คะ คิดว่ายังไงก็อย่างนั้นล่ะค่ะ”


            “ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องทำโทษคุณบ้างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” วีรวิทย์ตัดบทเสียงเรียบหากสายตาคมกลับลอบสังเกตอาการของใครบางคนเงียบๆ  


ชาชิษายิ้มกริ่มเพราะคิดว่าเธอเอาชนะคู่อริอย่างนันท์นภัสได้ ตรงข้ามกับนันท์นภัสที่มองเจ้าของสายการบินหนุ่มอย่างเกลียดชังโดยไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเพราะสาเหตุใด


            “เชิญตามสบายค่ะ” คนโกรธบอกอย่างไม่ยี่หระ วีรวิทย์จึงยิ้มออกมาอย่างชอบใจ


            “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณชาชิษาออกไปก่อนครับ...ผมคงต้องใช้เวลาอธิบายบทลงโทษสักห้านาที” ชายหนุ่มเอ่ยกับชาชิษาโดยไม่มองหน้าคนฟัง หากสายตาท้าทายกลับจ้องเขม็งที่ใบหน้างามงอนซึ่งเชิดคอแข็งเกร็งอย่างถือดี


            “เอ่อ...ค่ะ” ชาชิษารับคำเสียงอ่อย จำต้องออกไปตามคำสั่งแต่ก็ไม่วายมองนันท์นภัสอย่างอิจฉา เริ่มรู้สึกอยากเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้รับโทษเสียเองเพราะดูเหมือนคนทำผิดจะอยู่ในความสนใจของท่านประธานหนุ่มเป็นพิเศษ


            เมื่อชาชิษาออกไปจากห้องแล้ว สายตาคมของวีรวิทย์ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นประกายแปลกๆ คนถูกมองจึงมองกลับอย่างไม่พอใจที่ตนตกเป็นเป้าสายตาให้กับคนเจ้าชู้ชีกอ ยิ่งเมื่อนึกถึงวันที่พบกันครั้งแรกเมื่อสองอาทิตย์ก่อน นันท์นภัสก็รู้สึกอยากใช้เล็บยาวๆ ของเธอข่วนใบหน้าหล่อคมนี่ให้หมดหล่อเสียจริง โทษฐานทำรุ่มร่ามกับเธอต่อหน้าวิราราช


            ทางด้านคนมองกลับรู้สึกชอบใจที่ถูกสายตาเอาเรื่องมองกลับมาอย่างไม่ลดละ หากชายหนุ่มก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมหญิงสาวจึงจำเขาไม่ได้ทั้งที่เขาจำเธอได้อย่างแม่นยำ พลันคนไม่เชื่อจึงพิสูจน์สมมติฐานของตัวเองทันที


            “คุณเป็นเด็กรับใช้ในบ้านของแอมมิกาใช่ไหม?”


            “ใช่ค่ะ เอ๊ะ! คุณรู้ได้ยังไง?” นันท์ภัสถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะสรุปเอาเองว่าชายหนุ่มคงเป็นคู่ควงคนใดคนหนึ่งของแอมมิกาอย่างแน่นอนและอาจจะเคยเข้าไปในบ้านหลังนั้นจึงรู้ว่าหญิงสาวอาศัยอยู่ที่นั่น






e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย ค่ะ ราคาปกติ 209 บาท

ตอนนี้มีโปรโมชั่น 179 บาท สี่วัน เริ่มขายไปแล้วหนึ่งวันนะคะ

ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^_^

ปล. มีแบบรูปเล่มด้วยนะคะ 


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

263 ความคิดเห็น