ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 โลกกลมไปไหม [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 เม.ย. 62

ปุกาศ ปุกาศ
ทั้งหมดนี้คือผลงานของปัณฑารีย์นะคะ

จิ้มซื้อได้ตามใจชอบเลยจ้าาาาา

     

       


     


ตอนที่ 2 โลกกลมไปไหม

 


         นันท์นภัสประนมมือไหว้ท่านประธานหนุ่มแก้เก้อหากแต่ความตื่นเต้นตอนก่อนเข้ามาก็แทบจะไม่หลงเหลือเมื่อถูกอีกฝ่ายมองสำรวจอย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งมารยาทอันพึงมี ตากลมโตจึงมองอีกฝ่ายอย่างขวางๆ รู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่มีคนมองด้วยสายตาจาบจ้วงเช่นนี้


วีรวิทย์มองนันท์นภัสนิ่ง รู้สึกพอใจกับใบหน้างามงอนของคนตรงหน้าหากแต่ก็ยังรู้สึกแปลกใจไม่หายเมื่อถูกอีกฝ่ายมองกลับมาด้วยสายตาเอาเรื่อง...เหมือนกับเขาเคยพบที่ไหนมาก่อนแต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็นที่ไหน


“มองพอหรือยังคะพี่ชาย...คนนี้วิวห้ามนะ เด็กวิวเป็นเด็กดี ไม่ได้ก๋ากั่นเหมือนคู่ควงของพี่..อย่าคิดเชียว!”


“อะไรของเราฮะยายวิว...ว่าแต่ชื่ออะไรครับ” วีรวิทย์มองด้วยสายตากรุ้มกริ่มเปิดเผยชัดเจนว่าพอใจคนตรงหน้าตามประสาคนเจ้าชู้หากคนถูกมองกลับไม่รู้สึกดีสักนิด เมื่อสายตากลมโตมองไปที่วิราราชก็เห็นว่าหญิงสาวยิ้มให้อย่างยินดีร่างบางจึงจำต้องตอบคำถามของเขาอย่างไม่ใคร่จะเต็มใจ


“ชื่อนันท์นภัสค่ะ”


“ผมชื่อวีรวิทย์ครับเป็นพี่ชายของวิว ยินดีที่ได้รู้จัก” คนเจ้าชู้เอ่ยเสียงนุ่มสุภาพพร้อมส่งมือหนาออกไปทักทาย


นันท์นภัสมองมือที่ยื่นออกมารอเธอสานต่อสัมพันธ์อย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าน้องสาว หากเมื่อมองไปที่วิราราชเธอก็ยังคงยิ้มเหมือนเดิมอย่างไม่คิดอะไร ด้วยความเกรงใจ แอร์โอสเตสสาวจึงจำต้องยื่นมือออกไปแตะมือหนา ทว่าความตั้งใจที่จะทำเพียงแค่แตะมือก็เป็นอันต้องพังครืนเพราะมือหนาคว้าหมับทันทีที่นันท์นภัสยื่นออกไปและจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เสียด้วย


มือนุ่นด้วยแฮะ


วีรวิทย์คิดในใจอย่างชื่นชมหัวแม่มือไล้ผิวบางเบาๆ ทำเอาคนถูกลวนลามซึ่งๆ หน้าถึงกับหน้าแดงก่ำอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยง่ายๆ หญิงสาวจึงบิดมือออกอย่างไม่เกรงใจทำเอาวิราราชที่ยืนดูเหตุการณ์อดขันไม่ได้ที่พี่ชายผู้มั่นใจในเสน่ห์อันเหลือรับประทานของตัวเองถูกสาวเจ้าปฏิเสธหน้าหงาย


ทางด้านคนถูกสะบัดมือก็มองใบหน้าสวยงามที่เชิดขึ้นอย่างไม่พอใจและรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดกับสายตาเอาเรื่องเช่นนี้


หยิ่งๆ เชิดๆ รั้นๆ มันเหมือน...


หากคนขี้สงสัยคิดได้เพียงเท่านั้นเสียงแหลมของน้องสาวก็ขัดขึ้นเสียก่อน


“วิวว่าพี่วิทย์รีบพาน้องหนูไปดีกว่าค่ะ ถ้าชุดไม่พอดีจะได้แก้ไขทัน”


“เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้เธอเรียกใครว่าน้องหนู?” วีรวิทย์หันขวับไปมองน้องสาวทันที  


คนเป็นน้องมองพี่ชายอย่างแปลกใจก่อนจะชี้นิ้วไปที่ร่างของนันท์นภัสที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มใบหน้าบอกบุญไม่รับอย่างชัดเจน


“ก็นี่ไงคะ นันท์นภัสชื่อเล่นน้องหนู...ทำไมคะ?”


สิ้นเสียงอธิบายของน้องสาววีรวิทย์ก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างอึ้งๆ มองสำรวจเค้าโครงหน้าของหญิงสาวอีกครั้งอย่างละเอียด และเมื่อสายตาคมปะทะเข้ากับดวงตาแข็งกร้าวเอาเรื่องของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็จำได้ทันทีว่าเขาเคยเห็นเธอที่ไหน วีรวิทย์ไล้สายตามองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่อยากเชื่อ...เพราะ น้องหนู คนที่เขาเคยรู้จักเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเป็นสาวห้าวแก่นแก้วที่แต่งตัวหวานตัดบุคลิกตัวเองจนดูไม่เข้ากัน หาใช่สาวสวยสะพรั่งอวบอัดน่าฟัดไปทั้งเนื้อทั้งตัวอย่างผู้หญิงตรงหน้า


อึดใจต่อมาคนเจ้าเล่ห์จึงยิ้มออกมาอย่างพอใจด้วยไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอกับแม่สาวตัดบุคลิกอีกครั้ง หวนนึกไปถึงเหตุการณ์ตรึงใจในผับเมื่อสามปีก่อน...แม้ว่าแสงริบหรี่จะทำให้เห็นหน้าเธอไม่ชัดเจนเท่าไรหากแต่ดวงตาเอาเรื่องคู่นี้ล่ะที่เด่นชัดและดึงดูดเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ


“ใช่ค่ะ! ก็ยายน้องหนูน่ะสิคะแอบพาผู้ชายเข้ามานอนกกกันในบ้าน ดีที่คุณแม่ของแอมจับได้ซะก่อน...ตอนแรกท่านจะให้อภัยแล้วให้สองคนนั้นแต่งงานกัน จากนั้นก็ให้เข้ามาทำงานที่นี่เพราะสงสาร...แต่ก็มาสืบทราบว่าผู้ชายคนนั้นมันติดยาแถมยังรวมหัวกับยายน้องหนูขโมยของในบ้าน นี่เครื่องเพชรของคุณแม่แอมก็หายไปตั้งสองชุดแอมเลยไม่อยากเอาไว้อีกก็เลยไล่ออกไป”


พลันความรู้สึกดีใจก็ถูกแทนที่ด้วยความเคลือบแคลงใจอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงคำพูดของแอมมิกา วีรวิทย์มองหญิงสาวอย่างค้นหาหากก็ได้รับเพียงสายตาที่ขัดเคืองเขาขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มจึงตั้งมั่นกับตัวเองในใจว่าเขาจะต้องหาทางพิสูจน์และค้นหาคำตอบที่แท้จริงให้ได้ ว่าตกลงแล้วเรื่องที่แอมมิกาพูดในวันนั้นเป็นความจริงหรือปั้นเรื่องขึ้นมาใส่ร้ายคนตรงหน้ากันแน่...เผื่อจะมีเรื่องน้ำเน่าแบบในละครเกิดขึ้นในชิวิตจริงบ้าง


“น้องหนูขอไปเองได้ไหมคะคุณวิว พอดีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพี่จุนรออยู่ข้างล่างน่ะค่ะ”


“ฉันกลัวจะช้าน่ะสิ...น้องหนูไปกับพี่วิทย์เถอะ เดี่ยวเรื่องเพื่อนฉันจัดการให้เอง” วิราราชบอกอย่างจริงจัง คนขอปลีกตัวจึงไม่กล้าขัด จำต้องก้มหน้ายอมรับแต่โดยดี


“ไปได้หรือยัง?” วีรวิทย์ถามเสียงเรียบเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือจนนันท์นภัสงง แต่ก็ยอมเดินตามชายหนุ่มออกไปในที่สุด

 

++++++++++++++++


นันท์นภัสสวมชุดไทยของวิราราชได้พอดิบพอดีหญิงสาวจึงไม่จำเป็นต้องหาซื้อชุดใหม่ให้สิ้นเปลืองและเหนื่อยเปล่า เมื่อถึงเวลาร่างบางในชุดไทยจึงขึ้นไปร่ายรำบนเวทีได้อย่างสวยงามและอ่อนช้อยจนทุกคนต้องตกตะลึง โดยเฉพาะวีรวิทย์ที่ไม่คิดฝันมาก่อนว่าจะได้พบกับหญิงสาวและไม่คิดฝันว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงไปจนแทบไม่เหลือคราบเด็กกะโปโลคนเดิมเลยแบบนี้


ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเมื่อการแสดงสุดพิเศษจากทางสายการบินจบลง นักข่าวจากหลายสำนักต่างถ่ายภาพเพื่อลงหนังสือพิมพ์ฉบับพรุ่งนี้ โดยเฉพาะนางรำแสนสวยที่สะดุดสายตาเป็นพิเศษ เมื่อร่างบางลงจากเวทีก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามาขายขนมจีบไม่ขาดสาย


“เด็กคนนี้คือคนที่วิวให้ทุนใช่ไหมครับ” พานุถามภรรยาสาวพลางมองไปที่นันท์นภัสอย่างสนใจ


“ใช่ค่ะ สวย น่ารัก นิสัยดี” วิราราชบอกอย่างชื่นชมต่างจากคนเป็นพี่ที่มองอย่างดูแคลนอีกฝ่ายเล็กน้อยเพราะยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่เคยรู้มาอันไหนคือความจริงกันแน่


“ดีแตกหรือเปล่าก็ไม่รู้”


“ไม่อย่างแน่นอนค่ะ วิวปั้นเองกับมือ” บอกอย่างมั่นใจ


“มั่นใจได้ยังไงยายวิว บางทีเด็กคนนี้อาจจะมีอดีตบางอย่างที่เธอไม่รู้ก็ได้”


“ประวัติดีแน่นอนค่ะเพราะวิวรู้จักน้องหนูมาตั้งหลายปี จะประวัติด้านไหนก็ดีทั้งนั้น...รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียน”


“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ” วีรวิทย์เอ่ยพร้อมกับมองร่างบางซึ่งตอนนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปหาอย่างสนิทสนม


พานุมองตามสายตาของเพื่อนรักอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นวีรวิทย์มองใครด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน คนเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการจึงยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน


“สนใจก็บอกนะโว้ย แผนในหัวฉันเต็มไปหมด...เผื่อแกหมดมุกอยากยืมจากฉันไปใช้บ้าง”


“คนระดับฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งใครหรอกว่ะ!” พูดจบเจ้าของงานก็ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบาๆ หากสายตายังคงจดจ้องไปที่ร่างบอบบางสวยสะพรั่งของนันท์นภัสไม่วางตา ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดพรายขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

 

 





=======================================================







========================================================




ทวงสิทธิ์รัก / ปัณฑารีย์ ราคา 255 บาท สำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ




เสียงหายใจสม่ำเสมอของทั้งสองสาวดังขึ้นสลับกัน บวกกับสายตาของเควินเริ่มปรับสภาพเข้ากับความมืดได้ทำให้มองเห็นรายละเอียดภายในห้องได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นและชะโงกหน้าดูลูกสาว เมื่อแน่ใจว่าน้องอุ่นหลับสนิทแล้วจึงฉวยโอกาสขโมยแม่ของลูกลงมานอนกอดด้านล่างทันที ภัทราวดีรู้สึกตัวทันทีที่ถูกช้อนอุ้ม หญิงสาวสะดุ้งตกใจแต่กลับไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวลูกตื่นขึ้นมาเห็นพฤติกรรมอุกอาจของคนเป็นพ่อ

“ชู่...” ชายหนุ่มยังมีหน้ามาส่งสัญญาณให้เธอเงียบ หญิงสาวหมั่นไส้จึงหยิกเนื้อบริเวณแขนแกร่งอย่างไม่ออมแรง เควินถึงกับสะดุ้งแต่เม้มปากกลั้นเสียงไว้

“อย่าหยิกครับอุ้ม...ผมเจ็บ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนที่นอนที่หญิงสาวปูให้เขานอนอย่างเบามือ ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ขยับหนีคนตัวโตก็รีบทิ้งตัวนอนลงข้างๆ และสวมกอดเธอไว้แน่นทันที

“ปล่อยนะคะเดี๋ยวลูกตื่นมาเห็น” ภัทราวดีกระซิบเสียงเบาอย่างดุๆ แต่เวลานี้เควินไม่คิดว่าลูกจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ จึงใช้โอกาสนี้หอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่

“ขอกำลังใจนิดหนึ่งนะครับอุ้ม...สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรมากกว่านี้”

“ทำได้ก็เกินไปแล้วค่ะ ลูกนอนอยู่บนเตียงแค่นี้” หญิงสาวอดว่าอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ แต่แทนที่จะรู้สึกอะไรบ้างหากชายหนุ่มกลับยิ้มรับอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะคลอเคลียปลายจมูกโด่งกับแก้มนุ่มของคนดุจนภัทราวดีถึงกับอ่อนใจในความหน้ามึนของเขา 


อันดับแรก ปรบมือรัวๆ ให้ความใจกล้าหน้าด้าน ด้านได้อายอดของอีพ่อวินกันค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ในเล่มยังมีความน่ารักอีกมากมาย ฝากติดตามและอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ สิ้นเดือนนี้จะลาออกไปเขียนหนังสือแล้ว ทางเราจะรอดหรือจะร่วง มาเอาใจช่วยปัณฑารีย์ด้วยนะคะ 555555

ปล. สถานีต่อไป คือเรื่อง เสน่หาใกล้ใจค่ะ
เรื่องนี้พระเอกน่าหมั่นไส้มากพูดเลย 
แต่นางเอกของเราก็แอบรักเขามานาน ไปเอาใจช่วยหนูฟางกันค่ะ ว่าจะทำให้เจ้านายผู้แสนเย็นชาและรักใครไม่เป็นอย่างฐานัสได้หรือไม่




ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ 

เสน่หาใกล้ใจ >> เป็นเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งที่แอบรักเจ้านายผู้แสนเย็นชา หัวใจของเขาไม่เคยรู้จักคำว่ารัก ฐานัสพร้อมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวและตัวเขาคิดว่าเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ...ทว่าเมื่อได้ใกล้ชิดกับยายเลขาฯ ตัวน้อยที่แสนจืดชืด วันๆ เอาแต่ยิ้มเหมือนโลกใบนี้สดใสเสียเต็มประดา ก็ทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นแปลกๆ แต่กว่าเขาจะรู้ตัวว่าถูกเธอขโมยหัวใจไปแล้ว ก็เมื่อตอนที่รู้ความจริงว่าหญิงสาวตั้งท้องโดยไม่มีพ่อ ฐานัสโกรธจนแทบคลั่ง ใครมันบังอาจมาทำลายเธอลับหลังเขาตอนไหน มันช่างเก่งและไม่กลัวตายเหลือเกิน ทั้งที่หญิงสาวอยู่กับเขาแทบตลอดเวลาแท้ๆ แต่เขาสาบานว่าจะลากคอมันมากระทืบให้สาสมกับความโกรธที่มีอย่างแน่นอน!

เปลวรักไฟพิศวาท >> หล่อนเป็นลูกสาวของคนขับรถที่ต้องมาตายแทนเขาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มจึงอุปการะสาวน้อยวัย 15 ปี ต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้หล่อนเข้าใจว่าเขาเป็นพ่อคนที่สอง ถึงมาเรียกกันว่า 'คุณป๋า' และเรียกร้องความรักจากเขาราวกับชายหนุ่มเป็นพ่อของหล่อนจริงๆ ซึ่งเขาไม่มีทางให้ความรักในแบบที่หล่อนต้องการได้ เพราะวันแรกที่ไปรับเด็กสาวมาร่วมชายคา เขาก็รู้ตัวแล้วว่าใจไม่ได้มองหล่อนเป็นอื่นเลย นอกจากอยากครอบครองเจ้าของร่างแน่งน้อย ใบหน้าผุดผ่องน่ามองนั่น...ครั้นจะทำตามใจตัวเองก็เป็นห่วงขาอีกข้างที่ทำท่าจะยื่นเข้าไปในคุก เลยต้องหาวิธีเอาหล่อนออกห่างตัวเองเสียก่อน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

263 ความคิดเห็น

  1. #261 tom247 (@tom247) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 06:40
    ดูแปลกๆการทักทายกันระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อยแต่ใช้การจับมือ
    #261
    0
  2. #115 สุดหล่อคับผม (@jomjainaraj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 13:02
    โอ้ย ไรเตอร์เอามาลงต่อแล้ว ตามไปห้องสมุดก้ไม่อัพ >< กลับมาแล้วๆ
    #115
    0
  3. #40 KanyanutErng (@kanyanut-erng) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 06:52
    ไ่ม่เป็นไรคะ คนอ่านรอได้ เป็นกำลังใจให้คะ ✌
    #40
    0