ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 โลกกลมไปไหม [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 เม.ย. 62

ปุกาศ ปุกาศ
ทั้งหมดนี้คือผลงานของปัณฑารีย์นะคะ

จิ้มซื้อได้ตามใจชอบเลยจ้าาาาา

     

       


     


ตอนที่ 2 โลกกลมไปไหม

 


            สามปีผ่านไป


            วันครบรอบสี่สิบปีของสายการบิน ไทยแลนด์ แอร์ไลน์ นับเป็นอีกงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนหลากหลายแขนง เพราะนอกจากจะเป็นสายการบินที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศแล้ว ผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อยังเนื้อหอมจนตกเป็นข่าวกับดารานางแบบแทบทุกสัปดาห์ ทว่าเมื่อมีนักข่าวเข้าไปรุมสัมภาษณ์วีรวิทย์กลับปฏิเสธหน้าซื่อตาใสเสียทุกครั้ง


            “จริงหรือเปล่าคะคุณวิทย์ เรื่องที่ตกเป็นข่าวกับน้องดาร่าดาราสาวสวยของเราน่ะค่ะ” นักข่าวนางหนึ่งถามจุดประเด็นหลังจากชายหนุ่มให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานที่จัดในวันนี้ไปเรียบร้อย


            “เป็นเพื่อนกันครับ” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มสวยเก๋หากนักข่าวก็ไม่วายถามต่อ


            “แล้วภาพหลุดที่คุณจูบกับรินนี่ล่ะคะ..คงไม่ใช่เพื่อนใช่ไหม?”


            “ไม่ทราบครับคงเป็นคนหน้าคล้ายมากกว่า” วีรวิทย์ตอบยิ้มๆ ไม่มีแววสะทกสะท้านแม้แต่น้อยทำเอานักข่าวถึงกับงงกันถ้วนหน้ากับคำตอบที่ได้รับเพราะภาพนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าจับถ่ายเสียอีก ดูอย่างไรก็เป็นวีรวิทย์ชัดๆ


            “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ” พูดจบร่างสูงใหญ่เกินร้อยแปดสิบก็ปลีกตัวออกจากการสัมภาษณ์ทันที  


           เหล่านักข่าวพยายามวิ่งตามชายหนุ่มหากแต่ร่างหนาก็เดินกลับเข้าไปในตึกเสียแล้วหลายคนจึงรู้สึกหงุดหงิดที่ได้คำตอบไม่สมกับที่รอคอยเพราะยังคงเป็นคำตอบเดิมที่ชายหนุ่มให้ประจำนั่นเอง


            “ฮ่าๆ ไงคะพี่ชาย คราวนี้เป็นคนหน้าคล้าย เป็นเพื่อนกัน หรือว่าแค่คนรู้จัก” วิราราชปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างขันๆ เมื่อพี่ชายเดินหน้าหงิกเข้ามาในห้องทำงาน


            “ไม่ต้องมาหัวเราะฉันหรอกยายวิว” คนเป็นพี่ว่าอย่างหงุดหงิดก่อนจะกระแทกก้นนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่


            “ถ้ารำคาญก็เลิกเป็นข่าวสิคะพี่วิทย์ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะยากตรงไหน” คนเป็นน้องออกความเห็น


            “ช่างเถอะน่า...ว่าแต่งานตอนเย็นจัดการเรียบร้อยแล้วนะ” คนคร้านจะพูดเรื่องซ้ำซากของตัวเองหันมาพูดเรื่องงานกลางคืนที่กำลังจะเกิดขึ้น


            “เรียบร้อยดีค่ะไม่มีปัญหาอะไร ทำไมคะ คืนนี้พี่วิทย์จะควงคนไหนออกงานอีกล่ะ” คนเป็นน้องพูดดัก วีรวิทย์จึงชักสีหน้าใส่คนรู้ทันเพราะยังหงุดหงิดเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกสัปดาห์ไม่หาย


            “ไม่ควงใครทั้งนั้นละ เบื่อตอบคำถาม!”


            “ดีแล้วค่ะที่เบื่อ เพราะถ้าพี่วิทย์ตกเป็นข่าวอีกสามครั้ง คุณแม่บอกว่าจะให้พี่วิทย์แต่งงาน เพราะท่านอายเพื่อนที่ลูกชายทำตัวเป็นผีไม่มีศาล ไม่ยอมสถิตที่ไหนสักแห่ง”


            “หึๆ พี่เป็นคนนะไม่ใช่เจ้าที่” วีรวิทย์ว่ายิ้มๆ ส่ายศีรษะกับนิสัยที่ไม่ยอมเปลี่ยนของน้องสาว แม้ว่าจะแต่งงานมีครอบครัวไปแล้วก็ตาม


            ขณะเดียวกันแอร์โฮสเตสสาวสวยที่เตรียมตัวขึ้นเวทีรำไทยในค่ำคืนนี้ตามคำสั่งของวิราราช หญิงสาวที่นันท์นภัสให้ความเคารพยำเกรงมากที่สุดในฐานะเจ้าของทุนการศึกษาใจดีของเธอก็ถึงกับวิ่งวุ่นเมื่อหาชุดไทยที่จะใส่ขึ้นรำไม่พบทั้งที่จำได้ว่าก่อนหน้านี้ยังเห็นอยู่


            “น้องหนูยังหาชุดไม่เจอเลยค่ะไม่รู้หายไปไหน”


            “เธอไปลืมไว้ที่ไหนหรือเปล่ายายน้องหนู” เสียงของเพื่อนร่วมงานสาวสวยเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง นันท์นภัสจึงกรอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ


            “ฉันไม่ได้ลืม! ฉันวางมันไว้ตรงโต๊ะนี่” หญิงสาวยืนยันเสียงแข็งชาชิษาจึงยักไหล่ด้วยสายตาดูแคลน


            “สงสัยว่าชุดมันจะมีขาซะล่ะม้าง...”


            “หึ! ชุดมันไม่มีขาหรอก...ยกเว้นจะมีคนมือบอนหยิบของคนอื่นเขาไป”


            “เธอหมายถึงใครยายน้องหนู!” 


            ชาชิษาถามอย่างอย่างไม่พอใจ มองนันท์นภัสด้วยสายตาเกลียดชัง ทว่าคนถูกมองกลับไม่สะทกสะท้านหมุนตัวไปหาชุดไทยที่หายไปอย่างตัดรำคาญ แม้จะมั่นใจว่าถูกกลั่นแกล้งแต่หญิงสาวก็ไม่อาจปรักปรำใครโดยไม่มีหลักฐานได้ ทว่าห้องก็มีอยู่เท่านี้แต่กลับหาไม่เจอเสียที


            “พี่ว่าเราขอเบิกเงินจากคุณวิวดีไหมน้องหนู ถ้าหาอยู่แบบนี้ไม่มีทางเจอแน่ อีกไม่กี่ชั่วโมงงานก็จะเริ่มแล้ว” จุฬาลักษณ์รุ่นพี่แอร์โฮสเตสสาวเสนอแนะอย่างเป็นห่วง


            “ก็ดีเหมือนกันค่ะพี่จุน...แต่อย่าให้รู้นะว่าฝีมือใคร!”


            ตากลมโตตวัดมองชาชิษาที่ลอยหน้าไปมาราวกับไม่ได้ยินอย่างคาดโทษ ก่อนจะเดินอย่างสง่างามตามแบบฉบับของสาวงามในสายการบินซึ่งได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แทบไม่เหลือคราบของเด็กกะโปโลเมื่อสามปีที่แล้วเลยสักนิด


           “ขอพบคุณวิวค่ะ” หญิงสาวเอ่ยกับเลขาฯ หน้าห้อง


          “คุณวิวไม่อยู่ค่ะ ไปห้องท่านประธาน”


          “เอ่อ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างด่วนนะคะ...คืออย่างนี้ค่ะ ชุดไทยที่ดิฉันจะใส่ขึ้นรำในคืนนี้หายไปค่ะ เลยอยากจะขอเบิกเงินเพื่อไปซื้อมาใช้ใส่แทนตัวเดิม...ส่วนชุดที่หายไป เอ่อ...รบกวนหักจากเงินเดือนของดิฉันก็ได้ค่ะ”


           “ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะ” เลขาฯ สาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะยกหูโทรศัพท์ภายในต่อสายถึงเลขาฯ หน้าห้องของวีรวิทย์ ไม่นานเธอก็วางโทรศัพท์ลงและเอ่ยเสียงใสกับนันท์นภัส


           “คุณวิวบอกให้เข้าไปหาที่ห้องท่านประธานเลยค่ะ”


           “หะ...ห้องท่านประธานหรือคะ” นันท์นภัสทวนคำพูดของเลขาฯ สาวอย่างตกใจเพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่หลายเดือนหญิงสาวยังไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักกับท่านประธานหนุ่มที่ตกเป็นข่าวรายสัปดาห์แม้แต่ครั้งเดียว ได้ฟังเพียงเพื่อนร่วมงานพูดถึงชายหนุ่มในทางสรรเสริญเยินยอถึงความหล่อเหลาและความสามารถอันมากล้น ทว่านันท์นภัสกลับไม่เคยสนใจและใส่ใจจะรู้จักเพราะคิดว่าเขาอยู่ไกลตัวเธอเกินไปนั่นเอง

 

+++++++++++++++++


           “เอ่อ...มาพบคุณวิวค่ะ” ร่างสวยสง่าบอกเลขาฯ หน้าห้องของท่านประธานหนุ่มเสียงสั่น ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในคนตื่นเต้นจึงหายใจเข้าปอดลึกๆ


        ‘แล้วเราจะตื่นเต้นทำไมก็แค่เข้าไปในห้องท่านประธาน


         คนตื่นเต้นถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจทว่าเมื่อเข้าไปข้างในกลับพบว่ามีเพียงวิราราชเท่านั้นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเก้าอี้ผู้บริหารหนุ่ม ไร้ซึ่งเงาเจ้าของห้อง นันท์นภัสจึงพ่นลมออกมาอย่างโล่งใจ


        “สวัสดีค่ะคุณวิว”


         “อ้าว มาแล้วหรือจ๊ะน้องหนู เห็นบอกว่าชุดหายหรือจ๊ะ” วิราราชถามอย่างแปลกใจ นันท์นภัสจึงก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดที่ไม่สามารถรักษาชุดนั้นไว้ได้ทั้งที่วิราราชอุตส่าห์ใจดียกชุดของเธอให้แท้ๆ


        “ค่ะ”


       “เอาไงดีล่ะ งานก็ใกล้จะเริ่มแล้ว...ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า ที่บ้านฉันมีชุดไทยเหลืออีกสองสามชุด น้องหนูลองไปเลือกดูจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลือง ขนาดชุดใกล้เคียงกับตัวเดิมน่าจะใส่ได้อยู่” วิราราชตัดสินใจเสร็จสรรพซึ่งนันท์นภัสก็ไม่ขัดหากเป็นคำสั่งจากหญิงสาวตรงหน้า


        “ขอบคุณคุณวิวมากนะคะ” หญิงสาวบอกอย่างซึ้งในน้ำใจ วิราราชจึงยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู


       “เธอก็เหมือนน้องสาวของฉันคนหนึ่งเลยนะน้องหนู เพราะฉะนั้นไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวเธอติดรถไปกับพี่วิทย์นะ พอดีฉันไม่ค่อยได้ใส่เลยเก็บไว้ที่บ้านพี่วิทย์ ขี้เกียจขนมา อืม...ฉันต้องไปดูความเรียบร้อยของงานแล้วคงไม่ได้พาไป ไม่เป็นไรใช่ไหม” วิราราชยกข้อมือดูเวลาก่อนเงยหน้าถามหญิงสาวในปกครอง


       “คะ...ปะ ไปกับใครนะคะ” นันท์นภัสเริ่มหายใจติดขัดเมื่อได้ยินชื่อสารถีกิตติมศักดิ์ แต่ก่อนที่วิราราชจะทันได้เอ่ยปากบอกซ้ำอีกรอบเจ้าของชื่อก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี


      “ได้ยินว่าจะใช้อะไรพี่ฮึยายวิว” วีรวิทย์ถามพร้อมกับเดินอ้อมไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง ทว่าสายตาคมก็มีอันต้องสะดุดกึกกับใบหน้าขาวนวลผุดผ่องน่ามองเสียยิ่งกว่าเหล่าดาราที่เขาเคยควง




ฝากกดกำลังใจ คอมเม้น และกดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^





ทวงสิทธิ์รัก / ปัณฑารีย์ ราคา 255 บาท สำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ




เสียงหายใจสม่ำเสมอของทั้งสองสาวดังขึ้นสลับกัน บวกกับสายตาของเควินเริ่มปรับสภาพเข้ากับความมืดได้ทำให้มองเห็นรายละเอียดภายในห้องได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นและชะโงกหน้าดูลูกสาว เมื่อแน่ใจว่าน้องอุ่นหลับสนิทแล้วจึงฉวยโอกาสขโมยแม่ของลูกลงมานอนกอดด้านล่างทันที ภัทราวดีรู้สึกตัวทันทีที่ถูกช้อนอุ้ม หญิงสาวสะดุ้งตกใจแต่กลับไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวลูกตื่นขึ้นมาเห็นพฤติกรรมอุกอาจของคนเป็นพ่อ

“ชู่...” ชายหนุ่มยังมีหน้ามาส่งสัญญาณให้เธอเงียบ หญิงสาวหมั่นไส้จึงหยิกเนื้อบริเวณแขนแกร่งอย่างไม่ออมแรง เควินถึงกับสะดุ้งแต่เม้มปากกลั้นเสียงไว้

“อย่าหยิกครับอุ้ม...ผมเจ็บ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนที่นอนที่หญิงสาวปูให้เขานอนอย่างเบามือ ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ขยับหนีคนตัวโตก็รีบทิ้งตัวนอนลงข้างๆ และสวมกอดเธอไว้แน่นทันที

“ปล่อยนะคะเดี๋ยวลูกตื่นมาเห็น” ภัทราวดีกระซิบเสียงเบาอย่างดุๆ แต่เวลานี้เควินไม่คิดว่าลูกจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ จึงใช้โอกาสนี้หอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่

“ขอกำลังใจนิดหนึ่งนะครับอุ้ม...สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรมากกว่านี้”

“ทำได้ก็เกินไปแล้วค่ะ ลูกนอนอยู่บนเตียงแค่นี้” หญิงสาวอดว่าอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ แต่แทนที่จะรู้สึกอะไรบ้างหากชายหนุ่มกลับยิ้มรับอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะคลอเคลียปลายจมูกโด่งกับแก้มนุ่มของคนดุจนภัทราวดีถึงกับอ่อนใจในความหน้ามึนของเขา 


อันดับแรก ปรบมือรัวๆ ให้ความใจกล้าหน้าด้าน ด้านได้อายอดของอีพ่อวินกันค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ในเล่มยังมีความน่ารักอีกมากมาย ฝากติดตามและอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ สิ้นเดือนนี้จะลาออกไปเขียนหนังสือแล้ว ทางเราจะรอดหรือจะร่วง มาเอาใจช่วยปัณฑารีย์ด้วยนะคะ 555555

ปล. สถานีต่อไป คือเรื่อง เสน่หาใกล้ใจค่ะ
เรื่องนี้พระเอกน่าหมั่นไส้มากพูดเลย 
แต่นางเอกของเราก็แอบรักเขามานาน ไปเอาใจช่วยหนูฟางกันค่ะ ว่าจะทำให้เจ้านายผู้แสนเย็นชาและรักใครไม่เป็นอย่างฐานัสได้หรือไม่




ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ 

เสน่หาใกล้ใจ >> เป็นเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งที่แอบรักเจ้านายผู้แสนเย็นชา หัวใจของเขาไม่เคยรู้จักคำว่ารัก ฐานัสพร้อมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวและตัวเขาคิดว่าเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ...ทว่าเมื่อได้ใกล้ชิดกับยายเลขาฯ ตัวน้อยที่แสนจืดชืด วันๆ เอาแต่ยิ้มเหมือนโลกใบนี้สดใสเสียเต็มประดา ก็ทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นแปลกๆ แต่กว่าเขาจะรู้ตัวว่าถูกเธอขโมยหัวใจไปแล้ว ก็เมื่อตอนที่รู้ความจริงว่าหญิงสาวตั้งท้องโดยไม่มีพ่อ ฐานัสโกรธจนแทบคลั่ง ใครมันบังอาจมาทำลายเธอลับหลังเขาตอนไหน มันช่างเก่งและไม่กลัวตายเหลือเกิน ทั้งที่หญิงสาวอยู่กับเขาแทบตลอดเวลาแท้ๆ แต่เขาสาบานว่าจะลากคอมันมากระทืบให้สาสมกับความโกรธที่มีอย่างแน่นอน!

เปลวรักไฟพิศวาท >> หล่อนเป็นลูกสาวของคนขับรถที่ต้องมาตายแทนเขาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มจึงอุปการะสาวน้อยวัย 15 ปี ต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้หล่อนเข้าใจว่าเขาเป็นพ่อคนที่สอง ถึงมาเรียกกันว่า 'คุณป๋า' และเรียกร้องความรักจากเขาราวกับชายหนุ่มเป็นพ่อของหล่อนจริงๆ ซึ่งเขาไม่มีทางให้ความรักในแบบที่หล่อนต้องการได้ เพราะวันแรกที่ไปรับเด็กสาวมาร่วมชายคา เขาก็รู้ตัวแล้วว่าใจไม่ได้มองหล่อนเป็นอื่นเลย นอกจากอยากครอบครองเจ้าของร่างแน่งน้อย ใบหน้าผุดผ่องน่ามองนั่น...ครั้นจะทำตามใจตัวเองก็เป็นห่วงขาอีกข้างที่ทำท่าจะยื่นเข้าไปในคุก เลยต้องหาวิธีเอาหล่อนออกห่างตัวเองเสียก่อน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

263 ความคิดเห็น