ตอนที่ 24 : ตอนที่ 12 ถ้าอยากให้ไปนักเดี๋ยวจัดให้! [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 788
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 พ.ค. 62

ตอนที่ 12 ถ้าอยากให้ไปนักเดี๋ยวจัดให้!


             ‘อีตาบ้า! แกล้งทำเป็นไม่ชอบไม่อยากเข้าใกล้แต่พอถูกจูบเข้าหน่อยก็เคลิ้ม ไอ้ผู้ชายมักมาก! อย่าได้มาทำแบบนี้กับฉันอีกนะไม่งั้นแม่จะตบให้คว่ำเลยคอยดู!!


                หญิงสาวคิดอย่างฉุนๆ หายใจฝืดเคืองถี่กระชั้นด้วยความโกรธอย่างไร้เหตุผลแต่กลับไม่สามารถควบคุมมันได้เลย รู้เพียงว่าเวลานี้อยากจะฆ่าผู้ชายกะล่อนให้ตายคามือนัก! หญิงสาวเดินตรงไปตามทางที่เชื่อมไปยังลานบินซึ่งมีเครื่องบนหลายลำจอดอยู่ แต่ระหว่างทางเดชาก็สวนมาพอดี ชายหนุ่มมีสีหน้าดีที่ใจเจอเธอจึงร้องทักขึ้น


                “น้องหนูไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหม?”


                “ไม่กิน!!” หญิงสาวตอบเสียงแข็งอย่างลืมตัวทำเอาคนชวนถึงกับสะอึกอึ้งแต่เมื่อรู้ว่าคนทักคือเดชาหญิงสาวก็หน้าม้านทันทีได้แต่ยิ้มแหยๆ และนึกโมโหคนที่ทำให้เธอสติแตกได้ขนาดนี้


                “เอ่อโทษทีนะเดย์พอดีเราหงุดหงิดไปหน่อยน่ะ”


                “แล้วน้องหนูไปหงุดหงิดอะไรมาร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยเป็น?” เดชาถามอย่างแปลกใจหญิงสาวจึงส่ายหน้า


                “ไม่มีอะไรหรอกเรื่องไร้สาระน่ะ เดย์จะไปกินข้าวเหรองั้นไปสิเราก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” หญิงสาวรีบชวนกลบเกลื่อนเดชาจึงยิ้มดีใจที่หญิงสาวยอมไปทานอาหารเที่ยงด้วยแต่ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปในโรงอาหารคนที่เพิ่งทานข้าวเสร็จก็เดินสวนออกมาพอดี ชาชิษามองนันท์นภัสด้วยสายตาเหยียดๆ ลามไปถึงชายหนุ่มที่ยืนกับหญิงสาว คราแรกทั้งสองตั้งใจจะไม่สนแต่ทว่าก็จำต้องหยุดเดินและหันกลับมาจ้องเขม็งเมื่อเสียงเหยียดร้องทักขึ้นลอยๆ


                “ได้ข่าวว่าเอาตัวเข้าแลกจนได้เป็นผู้ช่วยท่านประธานตั้งหนึ่งวันไหงกลับมากินของเดิมซะล่ะ...หรือว่าผู้ชายเขาเบื่อของเน่ากินได้แป๊บเดียวเลยต้องรีบคาย”


                “ว่าใคร?” นันท์นภัสถามอย่างโกรธๆ เมื่อถูกกล่าวหาชาชิษาจึงยักไหล่ยิ้มๆ มองต่อตาคู่อริอย่างไม่เกรงกลัวต่างจากเดชาที่ไม่รู้เรื่องดังกล่าวจึงทำได้แค่นิ่งฟังแล้วพยายามประติดประต่อเรื่อง


                “กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง...ใครทำอะไรไว้ก็น่าจะรู้ตัวดี หึ น่าสมเพชจริงๆ พวกเอาตัวเข้าแลก...อย่างนี้ล่ะนะเข้ามาได้ด้วยความมารยาสาไถเลียแข้งเลียขาพออยากยกระดับเข้าหน่อยเลยต้องใช้เต้าตัวเองไต่”


                “ทีว่าน่ะตัวเองหรือเปล่าชาชิษา?” หญิงสาวถามอย่างข่มอารมณ์สุดๆ ทำเอาคนถูกว่าถูกกับโกรธจนหน้าแดงก่ำเดชาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดแทรกเพราะไม่อยากให้ทั้งสองทะเลาะกันจนเรื่องไปถึงหูท่านประธานอีกไม่เช่นนั้นนันท์นภัสคงแย่แน่ หญิงสาวยิ่งชอบยอมรับความผิดที่ไม่ได้ก่ออยู่ด้วย


                “ไปกันเถอะน้องหนูเราหิวแล้วอย่าไปใส่ใจพวกปากหมูปากหมาเลย”


                “แกว่าใครไอ้เดย์?” ชาชิษาถามอย่างโกรธๆ หากเดชากลับไม่ตอบจูงมือนันท์นภัสเดินเข้าไปในโรงอาการอย่างตัดปัญหาทำเอาคนหาเรื่องถึงกับฉุนมองตามทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์

 

++++++++++++++++++


                ทางด้านวีรวิทย์เมื่อเห็นว่านันท์นภัสเดินออกไปแล้วชายหนุ่มก็ดันตัวแอมมิกาออกทันทีสีหน้าหงุดหงิด ยิ่งเมื่อรู้ว่าหญิงสาวไปรับปากแอมมิกาว่าจะช่วยทำให้ชายหนุ่มคบเธอวีรวิทย์ก็ยิ่งหงุดหงิดและโมโหมากขึ้นจนแอมมิกาที่เพิ่งเคลิบเคลิ้มได้ไม่นานถึงกับงงท่าทางหัวเสียของชายหนุ่ม


                “เป็นอะไรหรือคะวิทย์คุณทำหน้าหงุดหงิดแบบนี้ไม่น่ารักเลย”


                “โทษทีนะแอมแต่ผมว่าคุณกลับไปก่อนเถอะผมกำลังหงุดหงิดอย่างที่คุณเข้าใจนั่นแหละ และก็หงุดหงิดมากพอที่จะไม่รับแขกด้วย!” ชายหนุ่มบอกตรงๆ อย่างไม่มีเยื่อใยทำเอาแอมมิกาถึงกับหน้าเหวอเลยทีเดียว หญิงสาวทำท่าจะไม่ฟังแต่เมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของชายหนุ่มซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนก็จำต้องถอยทัพกลับไปตั้งหลักแต่โดยดี


                “ก็ได้ค่ะวิทย์แต่คุณอย่าลืมดินเนอร์ของเรานะคะแอมจะแต่งตัวรอ” หญิงสาวปั้นหน้ายิ้มหอมแก้ววีรวิทย์ฟอดใหญ่ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวชายหนุ่มจะปฏิเสธกระนั้นวีรวิทย์ก็ยังไวกว่าอยู่ดี


                “ไว้วันหลังเถอะแอมผมทำงานหนักยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวานคงไม่มีแรงออกไปไหนหรอก” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบทำเอาแอมมิกาแทบกรีดร้องอย่างขัดใจหากเธอก็ไม่กล้าจึงทำได้แค่กระฟัดกระเฟียดเดินออกจากห้องทำงานของชายหนุ่มอย่างไม่สบอารมณ์


                เมื่อแอมมิกาออกไปแล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบวีรวิทย์พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดทั้งที่หวังจะได้เห็นปฏิกิริยาบางอย่างจากหญิงสาวเมื่อเธอเห็นเขากอดจูบคนอื่นแต่กลับไม่ได้เห็นอะไรเลยสักอย่าง


                “เธอคงอยากให้ฉันไปให้พ้นหน้าเธอมากเลยสินะน้องหนู...ฝันไปเถอะเรื่องอะไรฉันจะยอมแพ้เธอง่ายๆ ไม่มีทาง!” ชายหนุ่มบอกอย่างหมายมาดแววตามุ่งมั่น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาที่มุมห้องซึ่งแสดงให้รู้ว่าได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว คนเจ้าเล่ห์กระตุกยิ้มอย่างคิดอะไรออกก่อนจะรีบออกจากห้องไปอย่างนึกสนุก


                ขณะเดียวกันเดชาก็กำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยต่างจากนันท์นภัสที่กินอะไรไม่ลงสักคำเพราะคิดถึงแต่ภาพวีรวิทย์จูบกับแอมมิกาในห้องทำงาน พลันความหงุดหงิดที่เริ่มจางหายก็กลับมาอีกรอบส่งผลให้หญิงสาวแสดงออกทางสีหน้าโดยไม่รู้ตัว


                “ไอ้บ้าเอ๊ย!” หญิงสาวสบถอย่างฉุนๆ ทำเอาคนที่กำลังเจริญอาหารอยู่ดีๆ ถึงกับพ่นข้าวในปากออกมาทันควัน


                พรวด!!!


                “แค่กๆๆ วะ ว่าไงนะน้องหนู...” เดชาถามหน้าดำหน้าแดงเพราะสำลักอาหารส่งผลให้คนลืมตัวได้สติทันที


                “มะ...มีอะไรหรือเดย์...เอ่อ น้ำๆ” หญิงสาวยื่นน้ำให้อย่างมีน้ำใจมองหน้าชายหนุ่มอย่างแหยงๆ เพราะอาหารที่ถูกบดละเอียดในปากพุ่งพรวดออกมาเต็มหน้าตักจนหญิงสาวแทบกลืนข้าวไม่ลงเลยทีเดียว


                “ก็จู่ๆ น้องหนูมาด่าเราว่าไอ้บ้าเอ๊ยเราเลยตกใจพ่นอาหารออกมาหมดปากเลย แล้วน้องหนูด่าเราทำไมอ่ะหรือว่าเราทำอะไรผิดไป” เดชารีบสำรวจตัวเองอย่างเร่งรีบหากแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ พอเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจก็พบว่านันท์นภัสยิ้มแหยอย่างขอลุแก่โทษ


            บ้าเอ๊ยนึกว่าคิดในใจเผลอพูดที่คิดออกไปได้ไงเนี่ยยายน้องหนู ฮื่ม...เพราะนายคนเดียวไอ้ผู้ชายกะล่อน!


หญิงสาวคิดในใจอย่างฉุนๆ แต่พอนึกถึงวีรวิทย์ขึ้นมาคนกะล่อนก็โผล่หน้าเข้ามากวนประสามทันที ชายหนุ่มยิ้มมาแต่ไกลทำหน้าทะเล้นราวกับไม่ใช่คนที่ทำหน้าหงุดหงิดใส่เธอเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวนั่งลงข้างๆ หญิงสาวอย่างไม่ลังเลทำเอาคนที่กำลังนินทาเขาอยู่ในใจถึงกับสะดุ้งโหยงไม่คิดว่าวีรวิทย์จะเล่นจู่โจมกันแบบนี้   


                “ขอนั่งด้วยคนนะ”


                “คุณ!”


                “ท่านประธาน!” เดชาร้องเสียงหลงไม่คิดว่าคนระดับวีรวิทย์จะมานั่งทานอาหารในโรงอาหารทั้งที่ปกติจะโทรสั่งจากร้านหรูหรือไม่ก็ออกไปทานข้างนอกและแน่นอนว่าต้องเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อ


                นันท์นภัสที่หน้าบึ้งอยู่แล้วยิ่งบึ้งเข้าไปใหญ่ขยับออกห่างท่าทางรังเกียจทำเอาคนขอนั่งด้วยนึกหมั่นไส้เหลือกำลังจึงแกล้งโน้มหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบบอกเสียงหมั่นไส้


                “ทำไม? นั่งใกล้ผมนิดๆ หน่อยๆ ทำจะเป็นจะตายกลัวมันรู้นักหรือไงว่าเราเป็นอะไรกัน!”


                คนถูกแขวะหันขวับทันทีสายตาเอาเรื่องก่อนจะขยับออกจากชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวทำเอาคนไม่ชอบใจยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ที่นอกจากหญิงสาวจะผลักไสเขาแล้วยังทำท่าจะแคร์ความรู้สึกของสจ๊วตหนุ่มมากกว่าเขาที่เป็นสามี (กำมะลอ) ของเธอ


                “ไม่คิดว่าระดับท่านประธานจะลงมาทานอาหารที่โรงอาหารนะครับ” เดชาทักขึ้นยิ้มๆ อย่างชวนคุยแต่กลับถูกตอกกลับชนิดไม่ไว้หน้าเลยทีเดียว


                “ทำไม? ในโรงอาหารนี่ฝังเพชรหรือไงผมถึงจะนั่งไม่ได้?” น้ำเสียงหาเรื่องพอๆ กับหน้าตาทำเอาเดชาถึงกับอึ้งแต่คนโมโหหาได้สนไม่


                “อิ่มแล้วไปกันเถอะเดย์” หญิงสาวรวบช้อนวางพร้อมกับลุกจากเก้าอี้ วีรวิทย์มองตามอย่างไม่ยอมก่อนจะฉุดร่างบางนั่งลงตามเดิม


                “ผมไม่มีเพื่อนกินข้าวนั่งทานเป็นเพื่อนผมก่อนนี่คือคำสั่ง!”


                “แต่ฉันไม่...” หญิงสาวจะปฏิเสธแต่กลับถูกคนเจ้าเล่ห์เอาตำแหน่งมาขู่


                “นี่คือคำสั่งของเจ้าของสายการบิน! นั่งลง!”


                เดชามองทั้งสองที่ดูแปลกๆ อย่างไม่สบายใจนัก รู้สึกไม่ดีกับอาการหงุดหงิดคล้ายลมเพชรหึงของเจ้าของสายการบินหนุ่มอย่างไรชอบกล โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงคำพูดเสียดสีของชาชิษาแล้วทำให้เดชาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีอะไรบางอย่างที่มากกว่าเจ้านายกับลูกน้องทั่วไป ทว่าชายหนุ่มก็ไม่กล้าเอ่ยถามจึงได้แต่เก็บเงียบเอาไว้ในใจ


                พรึ่บ!


                หญิงสาวจำต้องนั่งลงตามคำสั่งแกมบังคับของวีรวิทย์ชายหนุ่มจึงยิ้มเล็กน้อยอย่างผู้ชนะก่อนจะหันไปส่งสายตาไม่เป็นมิตรให้เดชาเชิงบังคับให้ชายหนุ่มเลิกทานข้าวและออกไปจากที่นี่ซะ แต่ทว่าเดชากลับเมินเฉยราวกับไม่เข้าใจเพราะเรื่องของหัวใจต่อให้เป็นเจ้านายเขาก็ไม่ถอยหรอก! เดชาคิดในใจและท่าทางไม่สนใจของสจ๊วตหนุ่มนี่เองที่ทำเอาเจ้าของสายการบินทั้งฉุนทั้งโมโหหากแต่ทำอะไรไม่ได้





เสน่ห์เล่ห์ร้าย
ปัณฑารีย์
www.mebmarket.com
เมื่อมารดาของเขาพร้อมกับหญิงสาวรายหนึ่งและทนายความบุกเข้ามาในบ้านของ วีรวิทย์ กลางดึกหวังกำราบลูกชายจอมเจ้าชู้ด้วยการมัดมืดชกเขา จดทะเบียนสมรสกับหญิงสาวที่พามาด้วย แต่เรื่องนี้มันจะไม่เกี่ยวกับอะไรกับ นันท์นภัส เลย ถ้าคืนนั้นหญิงสาวไม่ได้บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุจนเกิดเรื่องขึ้น “แกล้งเป็นเมียผมตบตาคุณแม่”มันคือประโยคคำสั่ง ไม่ใช่ประโยคขอร้อง และเธอกับเขามีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันจึงต้องยอมตกเป็นเมียกำมะลอตบตามารดาของเขา ทว่าคุณแม่มีทนายพร้อมทะเบียนสมรสมาพร้อมสรรพ เมื่อลูกชายยืนยันว่ามีเมียจริง สองหนุ่มสาวจึงต้องเซ็นชื่อลงในหนังสือราชการที่มีหัวข้าด้านบนว่า ‘ใบสำคัญสมรส’ อย่างไม่มีทางเลี่ยง จากนั้นเสือบางตัวก็เริ่มเชื่องเป็นแมวและกลายร่างเป็นลูกไก่โดยไม่รู้ตัว-------------------------นิยายชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย มีทั้งหมด 4 เรื่องค่ะ1. เสน่ห์น้ำผึ้ง2. เสน่ห์แสนรัก3. เสน่ห์เล่ห์ร้าย4. เสน่หามาธาดา------------------------**เรื่องนี้เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ ค่ะ เนื้อหาในเรื่องยังคงเหมือนในเล่ม มีปรับปรุงเล็กน้อยเพื่ออรรถรสในการอ่านเท่านั้น ท่านใดเคยซื้อรูปเล่มและ ebook ที่ขึ้นขายในนามสำนักพิมพ์ ไม่จำเป็นต้องซื้อเรื่องนี้จ้าฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนจากทุกท่านค่ะ


ทวงสิทธิ์รัก
ปัณฑารีย์
www.mebmarket.com
          รักสิบปีรีเทิร์นกลับมาอีกรอบ!          ใครจะคาดคิดว่าถ่านไฟเก่าจะคุโชนขึ้นในคืนงานเลี้ยง  เควิน  บราวน์  คือคนรักเก่าที่เลิกราไปและกำลังกลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง           ภัทราวดี ปกปิดว่า ‘น้องอุ่น’ เป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมของเธอ โกหกแม้กระทั่งอายุของลูกสาวเพราะกลัวเขาจับได้ว่าสาวน้อยจอมแสบเป็นผลผลิตของเธอกับเขาที่เคยทำร่วมกันมา แต่หารู้ไม่ว่าดีเอ็นเอที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของลูกนั้นเป็นหลักฐานชั้นดีทีเดียว!          เควินยอมเล่นไปตามเกม เป็นคุณลุงใจดีที่ค่อยๆ หลอกล่อเด็กน้อยให้เรียกว่าพ่อ แต่กับแม่ของลูกนี่สิ หลอกล่ออย่างไรก็ไม่หลงกลสักที...          “ว่าแต่อุ้มไปรับน้องอุ่นมาเลี้ยงตอนอายุกี่ขวบหรือครับ ดูแกจะรักและติดอุ้มมาก”          ภัทราวดีหันขวับมามองหน้าคนถามอย่างตกใจ ปฏิกิริยาเรื่องลูกของคนเป็นแม่ไวอย่างกับปรอทจนเควินนึกขันในใจ หากชายหนุ่มตีเนียนทำเป็นไม่รู้สึกอะไร และเหลือบมองคนข้างๆ เป็นระยะสลับกับมองทาง          “ตั้งแต่หนึ่งขวบค่ะ...บังเอิญฉันเคยไปทำบุญที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า ถูกชะตากับแกเลยขอรับมาเลี้ยง”“แล้วอุ้มเอาน้องอุ่นมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแบบนี้ไม่กลัวหนุ่มๆ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคุณแม่ลูกติดหรือครับ”          “ใครจะเข้าใจยังไงก็ช่าง...คุณหยุดพูด และตั้งใจขับรถได้แล้วค่ะ”           หญิงสาวตัดบทเสียงขุ่น คนอารมณ์ดีจึงพยักหน้ารับยิ้มๆ แต่กระนั้นก็ไม่วายหันมองคนข้างๆ เป็นระยะและนึกอยากหอมแก้มเนียนละเอียดขึ้นมาครามครัน เมื่อรถติดไฟแดงก่อนแยกที่จะเลี้ยวเข้าสู่โรงเรียนของลูกสาว ชายหนุ่มจึงโน้มตัวไปขโมยหอมแก้มคนข้างๆ อย่างไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวตั้งตัว           “อุ้ย...ทำอะไรของคุณเนี่ย!” ภัทราวดีหันมาโวยวายและมองคนฉวยโอกาสตาขุ่นขวาง           “หอมแก้มเมียพยศไงครับ เห็นเมียหน้าบูดแล้วต่อมหื่นมันทำงานหนักตลอดเลย...ถ้าไม่อยากให้ผมทำแบบนี้ก็ทำหน้าให้มันดีๆ กว่านี้หน่อย” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

263 ความคิดเห็น