ตอนที่ 23 : ตอนที่ 12 ถ้าอยากให้ไปนักเดี๋ยวจัดให้! [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 890
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 พ.ค. 62

ตอนที่ 12 ถ้าอยากให้ไปนักเดี๋ยวจัดให้!

 

                ที่บ้านฤทธิ์ฤกษ์ศักดิ์ชัยมีสีหน้าร้อนใจเมื่อลูกสาวเพียงคนเดียวหายตัวไปหลายวันโดยขาดการติดต่ออย่างสิ้นเชิง และบุคคลที่น่าสังสัยที่สุดก็คือเอมอุราภรรยาของเขานั่นเอง


                “คุณรู้ใช่ไหมว่าน้องหนูหายไปไหน? คุณทำอะไรลูกผม!!” ศักดิ์บันดาลโทสะอย่างโกรธๆ เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนบ่งบอกว่ากำลังจะควบคุมสติไม่อยู่แต่เอมอุรากลับมองอย่างสะใจไม่ยี่หระต่อคำกล่าวหา


                “แรดขนาดนั้นมันคงไปซุกอยู่โรงแรมม่านรูดสักที่ในกรุงเทพฯ หรือไม่ก็โดนฆ่าหมกป่าไปแล้วซึ่งฉันไม่รู้เรื่องเพราะไม่คิดจะสนชีวิตความเป็นอยู่ของมันอยู่แล้ว!”


                “เอมอุรา! คุณอยากตายนักใช่ไหมทำไมทำกับลูกผมแบบนี้! ถ้าผมทำกับลูกคุณบ้างจะรู้สึกยังไง?” ศักดิ์ชัยบดกรามแน่นร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเป็นครั้งแรกและมีทีท่าว่าจะกระโจนเข้ามาทำร้ายจนคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนถึงกับตกใจถอยห่างตามสัญชาตญาณ แววตาอวดดีไม่ยี่หระแทบไม่เหลือให้เห็นเลยทีเดียว


                “ฉันไม่รู้! ฉันไม่ได้ทำอะไรมันจริงๆ ก่อนจะกล่าวหากันคุณควรเช็กให้ดีก่อนดีกว่านะ...บางทีนังน้องหนูมันอาจจะไปออกทริปก็ได้ หึ ไหนคุณบอกว่าลูกสาวคุณดีนักดีหนาทำไมมันทำเรื่องเดือดร้อนมาให้แบบนี้ล่ะ!”


                “เพราะคุณ! คุณทำลายครอบครัวผม คุณทำลายพวกเรา!!” ศักดิ์ชัยบอกอย่างเจ็บแค้นใจทำเอาเอมอุราถึงกับโกรธเลือดขึ้นหน้ามองสามีอย่างเจ็บแค้นใจระคนเจ็บปวด


                “คุณนั่นแหละที่ทำให้ฉันรักก่อน! แต่พอคุณเจอมันคุณกลับเปลี่ยนใจ คุณมันเป็นผู้ชายโลเล! คุณทำให้ฉันเสียสติจนถูกไอ้บ้านั่นข่มขืน ฉันต้องทนความอับอายเพราะท้องไม่มีพ่อ ฮื่อๆ คุณนั่นแหละที่ทำฉันก่อนคุณศักดิ์ชัย!!” ยิ่งพูดเอมอุราก็ยิ่งเจ็บแค้นใจจนต้องเต้นเร่าๆ อย่างคนสติแตกแต่ศักดิ์ชัยกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้เหมือนทุกครั้ง


                “ผมไม่เคยรักคุณและแน่ใจว่าไม่เคยให้ความหวังทุกอย่างคุณคิดไปเอง...ถ้าคุณไม่ทำให้เราเข้าใจผิดกันผมก็ไม่มีวันหน้ามืดตามัวหรอก คุณมันเลวทำร้ายได้แม้กระทั่งเพื่อน!”


                “กรี้ดดดดดดดด มันไม่ใช่เพื่อนฉัน ฉันเกลียดมัน! ฉันเกลียดมัน! ฉันเกลียดมัน!!!!” เอมอุราคุ้มคลั่งเมื่อถูกตอกย้ำว่าเป็นคนผิดและผู้ชายที่นางรักก็ไม่เคยมีความรักที่แท้จริงให้เลยสักครั้งเพียงหลงผิดไปชั่วขณะเท่านั้น


                ศักดิ์ชัยมองอย่างสมเพชส่ายหน้าระอาใจก่อนหมุนตัวเดินออกจากบ้านเพื่อตามหานันท์นภัส มันคงถึงเวลาแล้วที่ลูกจะได้รู้ความจริง...เขาจะปกป้องลูกอย่างสุดความสามารถไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรนันท์นภัสได้ง่ายๆ อีกแล้ว...ที่ผ่านมาเป็นเพราะเขาอ่อนแอและขี้ขลาดเกินไปจนปล่อยให้คนอื่นเข้ามาแทรกแซงครอบครัวจนพังพินาศแบบนี้

 

++++++++++++


                ขณะที่นันท์นภัสกำลังง่วนกับการเช็กอุปกรณ์ต่างๆ บนเครื่องอยู่นั้นก็มีคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาหน้าตาร้อนรน


                “น้องหนูๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วๆ”


                “มีอะไรแป๋ม” หญิงสาวถามเพื่อนร่วมงานอย่างฉงนส่วนคนบอกว่ามีเรื่องเดือดร้อนก็เอาแต่หอบแฮกจนคนรอฟังชักร้อนใจตาม


                “ท่านประธาน แฮก...ท่าประธาน แฮก...ท่านประธาน”


                “โอ๊ยอะไรของเธอเนี่ยยายแป๋มท่านประธานเป็นอะไรไม่ขยายความสักทีฉันจะรู้เรื่องไหมเนี่ย?” หญิงสาวส่ายหน้าคนหอบจึงยิ้มแหยสูดหายใจเข้าปอดลึกก่อนรวบรวมสติ


                “ก็ท่านประธานนะสิกำลังมีเรื่องกับเดชา...”


                “แล้วทำไมต้องมาเรียกฉัน?” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจแต่ก็แอบตกใจอยู่เหมือนกันที่ชายหนุ่มกำลังมีเรื่องกับเดชาเพื่อนร่วมงานของเธอ เพื่อนสาวนามว่าแป๋มรีบบอกทันทีอย่างร้อนใจ


                “จะไม่เกี่ยวได้ไงก็เขาสองคนทะเลาะกันเรื่องเธอ..ไปเดี๋ยวนี้เลยน้องหนูตอนนี้สองคนนั้นอยู่ในห้องท่านประธานเร็วเข้า!”


                “จะทะเลาะเรื่องฉันทำไม?” หญิงสาวถามอย่างสงสัยระคนไม่อยากเชื่อเพราะคนระดับผู้บริหารอย่างวีรวิทย์หรือจะลงมาทะเลาะกับพนักงานในบริษัทและยิ่งเป็นไปไม่ได้หากบอกว่าเดชาจะต่อปากต่อคำกับชายหนุ่มจนเป็นเรื่องใหญ่โต เมื่อเห็นหญิงสาวคิดนานคนได้รับหน้าที่พิเศษก็เร่งทันทีด้วยกลัวจะถูกหางเลขจากผู้บงการเพราะทำภารกิจไม่สำเร็จ


                “อย่ามัวมาคิดสงสัยอยู่เลยน้องหนูเดี๋ยวเขาสองคนก็ได้ฆ่ากันตายพอดี”


                “แต่ว่ามัน...”


                “โอ๊ยเธอนี่บอกว่าให้รีบไปยังไงล่ะคนจะฆ่ากันตายอยู่แล้วยังมัวมาคิดนั่นคิดนี่อยู่ได้” แป๋มทำท่ายั๊วะคนสงสัยจึงจำต้องไปดูแต่ก่อนจะไปก็อดหันมาถามอย่างแปลกใจไม่ได้


                “แล้วเธอไม่ไปด้วยกันเหรอแป๋มหลายคนจะได้ช่วยห้าม”


                “มะ ไม่ๆ เธอรีบไปเถอะเดี๋ยวฉันจะรีบทำงานที่เธอทำค้างไว้ให้ไงเพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องบินแล้ว” แป๋มหลบตาแต่เมื่อถูกนันท์นภัสมองอย่างจับสังเกตก็รีบหมุนตัวไปทำหน้าที่แทนหญิงสาวทันที


                นันท์นภัสมองอย่างงุนงงระคนแปลกใจแต่เมื่อคิดว่าอาจจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ หญิงสาวจึงรีบเดินแกมวิ่งไปที่ห้องของท่านประธานใหญ่ทันที ร่างบางทะลึ่งพรวดเข้าไปโดยที่เลขาหน้าห้องไม่ว่าอะไรแต่พอเข้าไปถึงกลางห้องกลับพบว่าทุกอย่างเงียบสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงวีรวิทย์คนเดียวเท่านั้นที่นั่งทำงานที่โต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ


                เมื่อเห็นว่าหญิงสาววิ่งหน้าตั้งเข้ามาคนเจ้าเล่ห์ก็เงยหน้าขึ้นมาดูทันที ชายหนุ่มมองหญิงสาวยิ้มๆ ทว่าเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะเสียมากกว่าทำเอานันท์นภัสถึงกับอึ้งและโมโหสุดขีดเมื่อรู้ว่าโดนหลอก


                “มาแล้วเหรอ?”


                “สนุกมากใช่ไหมที่ปั่นหัวฉันได้!”


                “ปั่นเปิ่นอะไรคุณผมก็แค่อยากเจอหน้าเมียตัวเองไม่ได้หรือไงก็คุณเล่นหายไปเลย...เปลี่ยนเบอร์มือถือด้วยหรือเปล่าทำไมผมโทรไม่ติดนี่มันกี่วันเข้าไปแล้ว?” ชายหนุ่มรัวคำถามที่สงสัยหากสายตากลับมองร่างบางอย่างสำรวจเมื่อไม่พบว่าเธอมีอะไรผิดปกติหรือบาดเจ็บอะไรจึงสบายใจขึ้น ทว่าคนถูกหลอกกลับไม่หายโมโหง่ายๆ หญิงสาวกอดอกยืนมองชายหนุ่มสายตาเอาเรื่องทำเอาคนเพิ่งรู้ตัวยิ้มแหยหากแต่แววตานั้นกลับทะเล้นและกวนโทสะเหลือจะกล่าว แต่ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ชำระความคนกะล่อนเสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานของชายหนุ่มก็ดังขึ้น


                “ท่านประธานคะมีแขกมาขอพบค่ะ”


                “ใครหรือครับคุณเลขา” ชายหนุ่มทำหน้าทะเล้นเปล่งเสียงถามหากสายตากรุ้มกริ่มยังคงมองนันท์นภัสอย่างชอบใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นเซ็งสุดขีดเมื่อเลขาหน้าห้องเอ่ยชื่อแขกผู้มาเยือน


                “คุณแอมมิกาค่ะ” สิ้นเสียงเลขาสาวเท่านั้นล่ะนันท์นภัสก็ถึงกับยิ้มออกทันที หญิงสาวเปลี่ยนท่าทีจากโกรธเป็นเจ้าเล่ห์อย่างทันควันทำเอาคนหน้าบึ้งมองอย่างไม่ไว้ใจและไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่เธอคิดจะแกล้งให้เขาใกล้ชิดกับผู้หญิงพูดมากอย่างแอมมิกา


                “แอบมีเมียน้อยเหรอ...ฮันแน่...ไหนบอกว่าฉันเป็นเมียแล้วไหงมีอีหนูมาหาถึงที่ทำงานแบบนี้ล่ะ?”


                “หึงหรือไง?” วีรวิทย์ทำหน้ากวนๆ นันท์นภัสจึงเบะปากอย่างหมั่นไส้


                “ใครหึงคุณก็บ้าเต็มทนแล้ว...ฉันว่าคุณรีบอนุญาตให้เธอเข้ามาเถอะให้คู่ขารอนานๆ เสียมารยาท”


                “อยากให้ฉันรักกับแอมมิกามากเลยหรือไงน้องหนู! นี่มันหนที่สองแล้วนะที่เธอพยายามผลักไสให้ฉันไปสนิทสนมกับอดีตคุณหนูของเธอ?” วีรวิทย์ถามอย่างไม่พอใจนึกฉุนขึ้นมาดื้อๆ เมื่อคิดว่าตนกำลังถูกหญิงสาวผลักไสออกจากชีวิต และยิ่งได้ฟังคำตอบของนันท์นภัสก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ


                “ฉันไม่ได้ผลักไสแค่เห็นว่าคุณสองคนเหมาะสมกันดีเลยอยากสนับสนุน”


                “สนับสนุนอย่างนั้นเหรอ? เหอะ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอคิดแบบนี้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ได้เธอคอยสนับสนุนฉันกับแอมมิกาให้ตลอดรอดฝั่งก็แล้วกัน...เชิญเธอเข้ามาได้!” สิ้นเสียงโกรธๆ คนหน้าบึ้งก็กระแทกก้นนั่งลงที่เก้าอี้อย่างแรงทำเอานันท์นภัสกระพริบตาปริบๆ กับอารมณ์ที่แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขาอย่างงงๆ แต่พอสิ้นเสียงอนุญาตไม่ถึงสามสิบวินาทีร่างปราดเปรียวในชุดเปรี้ยวปรี๊ดของแอมมิกาก็ถลาเข้ามาในห้องทันทีก่อนจะหยุดกึกเมื่อเห็นนันท์นภัสยืนอยู่ด้วย


                “น้องหนูเธอมาทำอะไรที่นี่?”


                “เธอเข้ามาบอกให้ผมออกไปรับคุณไปดินเนอร์ด้วยกันคืนนี้...หึ เด็กรับใช้บ้านคุณนี่จงรักภักดีกับเจ้านายเหลือเกินนะแอม!” ชายหนุ่มประชดหน้าบูดบึ้งแต่กลับทำให้คนฟังอย่างแอมมิกาหูผึ่งทันที หญิงสาวปรี่เข้าไปหาชายหนุ่มที่โต๊ะทำงานพร้อมระดมจูบอย่างดีใจ


                “นี่เรื่องจริงหรือคะวิทย์...เย็นนี้คุณจะพาแอมไปดินเนอร์จริงๆ หรือคะไม่อยากจะเชื่อเลย”


                “ทุกอย่างก็เพราะน้องหนูเธอพยายามทำให้ผมอยากไปดินเนอร์กับคุณคุณคงต้องขอบใจเธอแล้วล่ะแอม” ชายหนุ่มยังกัดไม่ปล่อยทำเอาคนถูกพาดพิงถึงกับกัดริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ที่ถูกเล่นไม่เลิก


                “จริงหรือจ๊ะน้องหนู แหม...ขอบใจเธอมากเลยนะที่ทำตามสัญญา...น้องหนูเป็นคนดีนะคะวิทย์อาสาจะเป็นกาวสมานใจให้เราสองคนด้วยแอมไม่คิดเลยว่าเธอจะทำสำเร็จจริงๆ” แอมมิกาพูดอย่างดีใจก่อนจะแทรกตัวนั่งลงบนตักชายหนุ่มอย่างไม่นึกอาย และโดยไม่คาดคิดหญิงสาวเกี่ยวคอชายหนุ่มเอาไว้มั่นก่อนจะโน้มลงมาช้าๆ แล้วประกบจูบดูดดื่มต่อหน้านันท์นภัสทำเอาคนมองถึงกับอึ้งพูดไม่ออก แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือคนที่พยายามปฏิเสธมาตลอดอย่างวีรวิทย์กลับจูบตอบแอมมิกาอย่างเข้าด้ายเข้าเข็มทำเอานันท์นภัสเย็นวาบไปทั้งตัว


                หญิงสาวยืนดูทั้งคู่ที่จูบกันอย่างไม่อายสายตาเธอแม้แต่น้อยอย่างอดทนก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก





เสน่ห์เล่ห์ร้าย
ปัณฑารีย์
www.mebmarket.com
เมื่อมารดาของเขาพร้อมกับหญิงสาวรายหนึ่งและทนายความบุกเข้ามาในบ้านของ วีรวิทย์ กลางดึกหวังกำราบลูกชายจอมเจ้าชู้ด้วยการมัดมืดชกเขา จดทะเบียนสมรสกับหญิงสาวที่พามาด้วย แต่เรื่องนี้มันจะไม่เกี่ยวกับอะไรกับ นันท์นภัส เลย ถ้าคืนนั้นหญิงสาวไม่ได้บังเอิญอยู่ในที่เกิดเหตุจนเกิดเรื่องขึ้น “แกล้งเป็นเมียผมตบตาคุณแม่”มันคือประโยคคำสั่ง ไม่ใช่ประโยคขอร้อง และเธอกับเขามีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันจึงต้องยอมตกเป็นเมียกำมะลอตบตามารดาของเขา ทว่าคุณแม่มีทนายพร้อมทะเบียนสมรสมาพร้อมสรรพ เมื่อลูกชายยืนยันว่ามีเมียจริง สองหนุ่มสาวจึงต้องเซ็นชื่อลงในหนังสือราชการที่มีหัวข้าด้านบนว่า ‘ใบสำคัญสมรส’ อย่างไม่มีทางเลี่ยง จากนั้นเสือบางตัวก็เริ่มเชื่องเป็นแมวและกลายร่างเป็นลูกไก่โดยไม่รู้ตัว-------------------------นิยายชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย มีทั้งหมด 4 เรื่องค่ะ1. เสน่ห์น้ำผึ้ง2. เสน่ห์แสนรัก3. เสน่ห์เล่ห์ร้าย4. เสน่หามาธาดา------------------------**เรื่องนี้เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ ค่ะ เนื้อหาในเรื่องยังคงเหมือนในเล่ม มีปรับปรุงเล็กน้อยเพื่ออรรถรสในการอ่านเท่านั้น ท่านใดเคยซื้อรูปเล่มและ ebook ที่ขึ้นขายในนามสำนักพิมพ์ ไม่จำเป็นต้องซื้อเรื่องนี้จ้าฝากอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนจากทุกท่านค่ะ


ทวงสิทธิ์รัก
ปัณฑารีย์
www.mebmarket.com
          รักสิบปีรีเทิร์นกลับมาอีกรอบ!          ใครจะคาดคิดว่าถ่านไฟเก่าจะคุโชนขึ้นในคืนงานเลี้ยง  เควิน  บราวน์  คือคนรักเก่าที่เลิกราไปและกำลังกลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง           ภัทราวดี ปกปิดว่า ‘น้องอุ่น’ เป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมของเธอ โกหกแม้กระทั่งอายุของลูกสาวเพราะกลัวเขาจับได้ว่าสาวน้อยจอมแสบเป็นผลผลิตของเธอกับเขาที่เคยทำร่วมกันมา แต่หารู้ไม่ว่าดีเอ็นเอที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของลูกนั้นเป็นหลักฐานชั้นดีทีเดียว!          เควินยอมเล่นไปตามเกม เป็นคุณลุงใจดีที่ค่อยๆ หลอกล่อเด็กน้อยให้เรียกว่าพ่อ แต่กับแม่ของลูกนี่สิ หลอกล่ออย่างไรก็ไม่หลงกลสักที...          “ว่าแต่อุ้มไปรับน้องอุ่นมาเลี้ยงตอนอายุกี่ขวบหรือครับ ดูแกจะรักและติดอุ้มมาก”          ภัทราวดีหันขวับมามองหน้าคนถามอย่างตกใจ ปฏิกิริยาเรื่องลูกของคนเป็นแม่ไวอย่างกับปรอทจนเควินนึกขันในใจ หากชายหนุ่มตีเนียนทำเป็นไม่รู้สึกอะไร และเหลือบมองคนข้างๆ เป็นระยะสลับกับมองทาง          “ตั้งแต่หนึ่งขวบค่ะ...บังเอิญฉันเคยไปทำบุญที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า ถูกชะตากับแกเลยขอรับมาเลี้ยง”“แล้วอุ้มเอาน้องอุ่นมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมแบบนี้ไม่กลัวหนุ่มๆ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคุณแม่ลูกติดหรือครับ”          “ใครจะเข้าใจยังไงก็ช่าง...คุณหยุดพูด และตั้งใจขับรถได้แล้วค่ะ”           หญิงสาวตัดบทเสียงขุ่น คนอารมณ์ดีจึงพยักหน้ารับยิ้มๆ แต่กระนั้นก็ไม่วายหันมองคนข้างๆ เป็นระยะและนึกอยากหอมแก้มเนียนละเอียดขึ้นมาครามครัน เมื่อรถติดไฟแดงก่อนแยกที่จะเลี้ยวเข้าสู่โรงเรียนของลูกสาว ชายหนุ่มจึงโน้มตัวไปขโมยหอมแก้มคนข้างๆ อย่างไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวตั้งตัว           “อุ้ย...ทำอะไรของคุณเนี่ย!” ภัทราวดีหันมาโวยวายและมองคนฉวยโอกาสตาขุ่นขวาง           “หอมแก้มเมียพยศไงครับ เห็นเมียหน้าบูดแล้วต่อมหื่นมันทำงานหนักตลอดเลย...ถ้าไม่อยากให้ผมทำแบบนี้ก็ทำหน้าให้มันดีๆ กว่านี้หน่อย” 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

263 ความคิดเห็น