ตอนที่ 21 : ตอนที่ 11 แผนร้ายแผนรัก [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 พ.ค. 62

ตอนที่ 11 แผนร้ายแผนรัก

 

            วีรวิทย์แทบตกใจสภาพขอบตาเขียวคล้ำอย่างเห็นได้ชัดของตัวเองที่สะท้อนผ่านทางกระจก โชคดีที่ชายหนุ่มดูแลสุขภาพตัวเองอยู่ตลอด แม้ขอบตาจะคล้ำแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนถึงขั้นดูไม่ได้ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยร่างสูงใหญ่ก็เดินออกจากห้องก่อนคนตัวเล็ก เพราะไม่อยากให้เธอเห็นสภาพอันน่าตลกของเขา  


ชายหนุ่มเดินลงชั้นล่างด้วยท่าทางสะลึมสะลือเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติของคนนอนน้อย ทว่าเท้าหนักๆ ก้าวห่างจากบันไดไม่ทันถึงสามก้าว จู่ๆ เสียงหัวเราะชอบใจของมารดาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วหยุดฟังเงียบๆ อย่างแปลกใจ ฟังไม่ผิดแน่ เขาได้ยินมารดาเอ่ยชื่อพานุและในหัวข้อสนทนาก็มีชื่อเขาเข้าไปร่วมด้วย


            “หึๆ จ้าขอบใจมากลูก ถ้าไม่ได้แผนของตานุป่านนี้พ่อตัวดีคงหนีแม่ไปอีก เฮ้อ...แม่ละสบายใจที่ลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝาไปหมดสักที นี่ก็เหลือแค่รอให้เจ้าวิทย์กับน้องหนูมีลูก ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไรแม่คงนอนตายตาหลับ จ้าๆ ไม่ให้เลิกอยู่แล้ว แหม...ใครจะกล้าทำร้ายหลานรักได้ลงคอ จ้ะๆ จ้า...” วรรณนาพูดไปหัวเราะไป พอวางสายจากลูกเขยจอมวางแผนก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุขที่จัดการกับลูกชายจอมแสบได้สำเร็จ ทว่ายังไม่ทันได้ชื่นชมความสุขนานเสียงเย็นๆ ของคนที่นางคิดว่านอนอยู่ข้างบนห้องก็ดังขึ้น


            “เป็นแผนของไอ้นุนี่เอง ว่าแล้วเชียวทำไมจู่ๆ แม่ถึงเข้ากรุงเทพฯ กะทันหัน...ผมไม่เข้าใจว่าแม่จะให้ผมรีบไปทำไม ชีวิตคู่มันต้องผ่านอุปสรรค์หลายอย่างไม่เช่นนั้นมันก็ไม่สมบูรณ์ ต้องใช้เวลาศึกษาดูใจกว่าจะรู้ใจและเข้าใจกันจริงๆ” ลูกชายบอกอย่างจริงจังแต่คนเป็นมารดากลับเบะปากไม่เชื่อ


            “แล้วที่ผ่านมาแกเคยดูใจใครนานๆ ไหมเจ้าวิทย์ แหม...ทำมาเป็นพูดว่าต้องใช้เวลา แล้วไหนจะเมียแกอีกล่ะ! แกเรียกเขาว่าเมีย พาเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้านขนาดนี้ แกใช้เวลากี่วันไม่ทราบ? เพราะฉะนั้นแกอย่ามาเถียงฉัน โอเค...ฉันอาจจะจู่โจมแกไปหน่อย แต่ยังไงแกกับเมียแกก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้วทางที่ดีแม่ว่าแกรีบปั๊มลูกออกมาให้แม่เห็นหน้าเร็วๆ จะดีกว่านะ”


            “ลูกของไอ้นุกับยายวิวไงแม่ นั่นก็หลาน” พยายามท้วง


            “มันไม่เหมือนกัน! ลูกยายวิวก็ส่วนลูกยายวิว ลูกแกก็ส่วนลูกแก ฉันผิดหรือไงที่อยากเห็นหน้าหลานให้ครบก่อนตาย...แค่นี้แกทำให้แม่ไม่ได้หรือไงเจ้าวิทย์ ฮึก...แกมันไม่เคยสนใจไยดีแม่อยู่แล้วนี่ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอโทษด้วยแล้วกัน ฉันจะไม่ยุ่งกับแกแล้วก็ได้ เดี๋ยวฉันจะโทร.หาทนายชัชเดี๋ยวนี้ล่ะ ให้เขามาทำเรื่องหย่าให้แก โอ๊ะ ไม่สิ ป่านนี้คงยังไปไม่ถึงสำนักงานเขตหรอก ฉันจะรีบยับยั้งเขาไว้ ฮึก...” วรรณแกล้งบีบน้ำตาทำท่าร้องไห้ปานจะขาดใจพลางเหล่มองลูกชายที่ทำหน้ายุ่งยากและเซ็งเหลือกำลัง


            “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับแม่ ไปกันใหญ่แล้ว และไม่ต้องไปสั่งยกเลิกคุณทนายหรอก...ยังไงก็จดกันแล้วก็ถือว่าแล้วกันไป”


            “แต่ตอนนี้คุณทนายยังไปไม่ถึงสำนักงานเขตหรอก เดี๋ยวแม่จะรีบโทร.ไปบอกยกเลิกให้แกเดี๋ยวนี้เลยเจ้าวิทย์ แม่ไม่อยากบังคับจิตใจแก” วรรณนาทำท่าขึงขังกดโทรศัพท์ตั้งท่าจะโทร.ออก แต่ก็ถูกลูกชายเบรกไว้ตามคาด คนเจ้าเล่ห์ตัวแม่จึงกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ


            “ไม่ต้องหรอกครับแม่ ยังไงก็ต้องมาจดกันอีกอยู่ดี...เอ่อ...ผมหมายถึงว่ายังไงเราก็เป็นสามีภรรยากัน สักวันก็ต้องจดกันอยู่ดี ปล่อยคุณทนายทำหน้าที่ไปเถอะ” พูดแล้วก็รีบหลบสายตามารดาเป็นพัลวันและเจ้าตัวคงไม่รู้ว่ากำลังหน้าแดงต่อหน้าคนเป็นแม่อยู่ วรรณนาเห็นแล้วก็ยิ้มพอใจ รู้สึกได้ทันทีว่าลูกชายที่ทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยมาตลอดกำลังตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัวและดูท่าจะปากแข็งเสียด้วย


          ฉันจะคอยดูว่าแกจะปากแข็งได้ถึงเมื่อไร วรรณนาคิดในใจอย่างนึกสนุก


            “แต่สิ่งที่แม่หวังผมว่าแม่อย่างเพิ่งตั้งความหวังนักเลยครับ...บางทีผมอาจจะเป็นหมันทำลูกให้แม่ไม่ได้ก็ได้”


            “โอ๊ย...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันมั่นใจว่าแกไม่มีทางเป็นหมันแน่นอน ถ้าคนอย่างแกเป็นหมัน ประเทศเราคงสูญพันธุ์เร็วๆ นี้แน่” วรรณนาบอกอย่างมั่นใจก่อนมองเลยไหล่สูงของลูกชายไปยังร่างบอบบางที่เดินตามลงมา


            “ลูกสะใภ้ของฉันยิ่งดูก็ยิ่งสวยนะว่าไหมเจ้าวิทย์” สิ้นเสียงมารดาวีรวิทย์ก็หันหลังกลับไปมองภรรยาในนามที่อยู่ในชุดฟอร์มแอร์โอสเตทเต็มยศ สวยเฉี่ยวและสมบูรณ์แบบที่สุด ทว่าแทนที่จะมองด้วยสายตาชื่นชมวีรวิทย์กลับหน้าบึ้งมองหญิงสาวอย่างขัดใจ


            “อรุณสวัสค่ะคุณแม่”


            “หวัดดีจ้าน้องหนู...แล้วนี่จะไปทำงานหรือจ๊ะ เอ๊ะ...หนูเป็นผู้ช่วยของตาวิทย์แล้วนี่จ๊ะ ทำไมยังใส่ชุดนี้อยู่อีกล่ะ” วรรณนาถามอย่างฉงน ทว่านันท์นภัสยังไม่ทันอ้าปากคนไม่พอใจที่ยืนมองอยู่ก็ตอบแทนเสียงสะบัดทันที


            “ก็แน่ละสิ บนเครื่องบินมีสจ๊วตหนุ่มหล่อน่ามอง ไหนจะลูกค้าชายชั้นเฟิร์สคลาสอีก..ไปทำงานก่อนนะครับแม่” พูดจบก็ทำท่าจะผละออกไปแต่มารดาเรียกไว้ได้ทัน


            “เดี๋ยวๆ แกพูดเหมือนกำลังงอนเมียงั้นแหละเจ้าวิทย์ หึๆ ขี้หึงเหมือนกันนะเนี่ย” สิ้นเสียงล้อเลียนของมารดาก็ทำเอาชายหนุ่มและหญิงสาวถึงกับมองตากันโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหลบสายตาด้วยกันทั้งคู่


“เอาล่ะๆ นั่นมันเรื่องของแก...ฉันกับหนูลูกจันทร์จะกลับเชียงใหม่แล้ว แกไม่คิดจะกอดแม่สักครั้งเลยหรือไง”


            “โทษทีครับแม่” พูดจบวีรวิทย์ก็สวมกอดมารดาอย่างรักใคร่ วรรณนายิ้มรับด้วยความคิดถึงลูกชาย ลูบหลังสองสามครั้งก่อนผละออก ทว่าเมื่อเห็นหญิงสาวที่ยืนมองนางกับลูกชายแสดงความรักด้วยแววตาเศร้าสร้อยก็อดเห็นใจไม่ได้ เพราะทราบมาจากพานุว่านันท์นภัสเป็นเด็กกำพร้าที่วิราราชให้ทุนเรียน ความจริงนางอยากไปสู่ขอกับผู้ใหญ่ที่ปกครองหญิงสาวให้เป็นเรื่องเป็นราวเพื่อให้เกียรติฝ่ายหญิง แต่ก็กลัวลูกชายจะทิ้งๆ ขว้างๆ นันท์นภัสเหมือนผู้หญิงคนอื่น จึงจำต้องรอให้มั่นใจเสียก่อนว่าลูกชายคนนี้จะไม่ทิ้งหล่อนจริงๆ


            “ขอแม่กอดหนูได้ไหมจ๊ะน้องหนู”


            “คะ?” หญิงสาวมองอย่างฉงนแต่เมื่อวรรณนายิ้มเอ็นดูหญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงความเมตตา นันท์นภัสจึงเดินเข้าไปให้วรรณนาสวมกอดอย่างว่าง่าย พลันความรู้สึกอบอุ่นก็แล่นวาบไปทั่วหัวใจ และสัมผัสได้ถึงความรักและเอ็นดูที่วรรณนามีต่อเธอ


            “พ่อตัวดีนั่นอาจจะเจ้าชู้ไปสักหน่อย ยังไงก็อดทนหน่อยนะลูก...แต่ดูเหมือนหนูจะเริ่มเปลี่ยนแปลงเขาทีละน้อย...แม่เชื่อว่าหนูนี่แหละคือคนที่จะมาเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตของลูกชายแม่” วรรณนากระซิบบอก


            “หนูคงไม่...”


            “รอดูไปก่อนเถอะจ้า อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปเลย...แล้วนี่หนูลูกจันทร์ยังไม่ลงมาอีกเหรอ” ท้ายประโยควรรณนาหันไปเรียกหาหญิงสาวที่มาด้วย


            “อยู่นี่ค่ะคุณป้า” ลูกจันทร์เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็ก วรรณนายิ้มก่อนพาออกไปขึ้นรถที่จอดรอหน้าบ้าน


            “ไปนะลูก”


            “สวัสดีครับแม่ ไว้ว่างๆ จะไปเยี่ยมที่ไร่” วีรวิทย์บอกและโบกมือลามารดา แต่เมื่อรถตู้เคลื่อนออกไปใบหน้าบึ้งตึงก็หวนกลับมาอีกรอบ


            นันท์นภัสมองคนหน้าบึ้งอย่างไม่เข้าใจ ก่อนเดินกลับขึ้นไปข้างบน วีรวิทย์แปลกใจแต่ก็ไม่ทักท้วง ชายหนุ่มยืนพิงสะโพกกับหน้ากระโปรงรถอย่างไม่รีบร้อนเพื่อรอหญิงสาว ทว่าพอร่างบางเดินลงมาอีกครั้งในมือกลับมีกระเป๋าใบโตติดมาด้วย ทำเอาคนรอปรี่เข้าไปถามทันทีอย่างไม่ไว้ใจ


            “เก็บกระเป๋าจะไปไหน”


            “แม่คุณก็กลับแล้วฉันจะอยู่ทำไม”


            “ถามว่าจะไปไหน” วีรวิทย์จับกระเป๋าไว้ นันท์นภัสจึงตวัดสายตามองอย่างหงุดหงิด


            “เมื่อคืนฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ...ฉันจะออกไปอยู่ข้างนอก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไม่ได้คิดจะกลับเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว ฉันทำตามคำพูดของฉันทุกอย่าง คุณก็ควรจะทำตามที่พูดด้วย” หญิงสาวทวงสิ่งที่เขารับปากไว้เมื่อคืนทำเอาวีรวิทย์จ๋อยสนิท จำต้องปล่อยมือจากกระเป๋าหากแต่ก็ไม่วายชักแม่น้ำ


            “มันก็ไม่ใช่ว่าผมจะผิดคำพูดกับคุณหรอกนะน้องหนู แต่แม่ผมท่านเข้าใจว่าเราอยู่ด้วยกันแล้ว เกิดวันดีคืนดีท่านโผล่มาแบบเมื่อคืนนี้อีกความก็แตกกันพอดี”


            “สักวันท่านก็ต้องรู้อยู่ดีนั่นแหละ เพราะยังไงเรื่องของเรามันก็เป็นแค่เรื่องที่คุณกุขึ้นมา ทางที่ดีรีบไปจดทะเบียนหย่าให้เร็วที่สุดแล้วพอแม่คุณมาก็บอกท่านไปว่าเราเข้ากันไม่ได้ ไม่เห็นยากเลย” หญิงสาวบอกอย่างไม่ใส่ใจทำเอาคนฟังนึกโมโหขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล


            “ไม่ได้ยินหรือไงล่ะว่าคุณแม่ท่านอยากให้เรามีลูกด้วยกัน!” วีรวิทย์เผลอเสียงดังใส่คนตัวเล็ก


            “แล้วคุณคิดจะให้ฉันท้องกับคุณจริงๆ หรือไงล่ะ!” หญิงสาวตอกกลับทันควันทำเอาคนโมโหอึ้งพูดไม่ออก นันท์นภัสจ้องเขาอย่างไม่ลดละ สุดท้ายคนเถียงไม่ออกจึงสะบัดหน้าหนี


            “โอเค...ไปสิ! ผมไม่ห้ามแล้ว”


            “ก็แค่นี้แหละ!” หญิงสาวบอกอย่างฉุนๆ ก่อนจะเดินออกไปรอรถหน้าบ้านด้วยหน้าตาบึ้งตึง  


วีรวิทย์มองตามอย่างหงุดหงิดระคนเป็นห่วงเพราะที่เขาหาเรื่องให้หญิงสาวเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากให้เธออยู่ในสายตาตลอดเวลา กันไม่ให้คุณนายบ้านฤทธิ์ฤกษ์ส่งคนมารังแกหญิงสาว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเอาซะเลย มันน่าโมโหนัก!





 


e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย 

โปรโมชั่น 179 บาท ตอนนี้หมดแล้วนะคะ 

ขายราคาปกติที่ 209 บาท ค่ะ

ขออภัยในความผิดพลาดด้วยนะคะ แจงลืมเปลี่ยนข้อมูลค่ะ



สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

263 ความคิดเห็น