ตอนที่ 20 : ตอนที่ 10 โดนมัดมือชก [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 พ.ค. 62

ตอนที่ 10 โดนมัดมือชก



              วรรณนามองว่าที่ลูกสะใภ้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าหลังลูกชายแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการ นันท์นภัทยกมือไหว้แล้วนั่งสงบเงียบข้างสามีจำเป็น แม้รู้สึกเกร็งแต่ก็จำต้องโกหกให้ตลอดรอดฝั่งเพื่อแลกกับอิสรภาพและลบข้อครหาทั้งหลายหลังได้เลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบ


            “นี่หนูลูกจันทร์ลูกสาวของพ่อเลี้ยงไกรที่อยู่ข้างไร่ของแม่ ส่วนนี่ทะนายชัชวาลจะมาทำหน้าที่เขต จะมาทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย”


            “ทะเบียนสมรส!” นันท์นภัสโพล่งอย่างตกใจ หันขวับมองวีรวิทย์อย่างตั้งคำถาม ซึ่งชายหนุ่มทำหน้าขอร้องให้เธอใจเย็นไว้อยู่ก่อนแล้วหญิงสาวจึงฮึดฮัดและนิ่งฟัง


            “โถๆๆ เจ้าวิทย์มันคงไม่เคยเอ่ยเรื่องทะเบียนสมรสให้หนูฟังเลยสินะน้องหนู นี่จ้ะลูก แม่มาวันนี้ก็เพื่อจะมาเรียกร้องสิทธิ์ให้กับหนูเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวพ่อลูกชายตัวดีของแม่มันย่ำยีหนูโดยไม่คิดรับผิดชอบ แม่นี่แหละจะจัดการให้มันทำถูกต้องเอง” อดีตประธานสมาคมคนเรียกร้องสิทธิ์สตรีเอ่ยอย่างมั่นใจและทำเสียงแข็งใส่ลูกชาย


            “โธ่แม่...ยังไงผมก็มีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนสมรสหรอกน่า ผมรับรองเลยว่าผมไม่มีวันทอดทิ้งเมียตัวเองอย่างแน่นอน” วีรวิทย์บอกเสียงอิดออด พยายามขัดแย้งกับความต้องการของมารดา


            “ไม่ได้! ฉันยอมให้แกสำมะเลเทเมามานานแล้ว และที่สำคัญแกบังอาจโกหกฉันมานานถึงสามปีว่ามีคนที่คบหาดูใจอยู่ และสัญญากับแม่บังเกิดเกล้าว่าจะพาไปดูตัว หลอกให้ฉันจัดงานแต่งให้ที่เชียงใหม่แต่แกก็ไม่โผล่หัวไป...ล่าสุดแกหนีหน้าฉันเป็นเดือนๆ”


            “โกหกอะไรกันล่ะแม่ ผมมีคนคบหาดูใจแล้วจริงๆ ก็น้องหนูนี่ไงที่ผมคบมาตั้งนาน และตอนนี้ก็ตกล่องปล่องชิ้นกันเรียบร้อยแล้วแม่จะเอาอะไรอีก น้องหนูเธอไม่อยากได้ทะเบียนสมรสหรอกน่า...ใช่ไหมน้องหนู” เมื่อกล่อมคนเดียวทำท่าจะไม่สำเร็จ ชายหนุ่มจึงหันไปหาตัวช่วย แต่ยังไม่ทันที่นันท์นภัสจะได้เอ่ยปาก วรรณนาก็พูดแทนหญิงสาวเสร็จสรรพอย่างฉุนๆ


            “แกไม่ต้องมาพูดจาเห็นแก่ตัวต่อหน้าแม่เลยนะ...ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่ไม่อยากได้รับการยอมรับยกย่องออกหน้าออกตา ฉะนั้นแล้วแกเลือกมาเลยว่าแกจะยอมจดทะเบียนรับผิดชอบน้องหนูหรือว่าจะแต่งกับหนูลูกจันทร์...แต่ถ้าแกไม่เลือกแกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ เอาสิ!” วรรณนายื่นคำขาดทำเอาวีรวิทย์แทบพูดไม่ออก หันมามองนันท์นภัสก็รู้สึกเกรงใจและหนักใจเพราะหญิงสาวเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นเรื่อยๆ


            “แม่...การใช้ชีวิตคู่บางทีมันไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาการันตีขนาดนั้นหรอกครับ แค่รักกันอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขแค่นี้ก็พอแล้ว” ชายหนุ่มบอกอย่างจริงจังแต่คนเป็นแม่กลับมองอย่างไม่เชื่อ


            “แกไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้าหรอกนะ อย่านึกว่าฉันหูหนวกตาบอดจนมองไม่เห็นว่าก่อนหน้านี้แกเป็นข่าวแทบทุกวัน ส่วนกับน้องหนูแกก็เพิ่งจะพาเขาเข้ามาอยู่ในบ้าน ไม่ใช่คบมานานหลายปีอย่างที่ปั้นเรื่อง...และเพราะแกมีพฤติกรรมแบบนี้แหละเจ้าวิทย์ แม่ถึงต้องยื่นคำขาดกับแก เกิดวันดีคืนดีเมียแกท้องขึ้นมา ลูกของแกก็จะกลายเป็นลูกนอกทะเบียน แล้วอะไรจะมาการันตีคุณภาพชีวิตหลานของฉันว่ามันจะมีความสุขถ้าพ่อมันไปหาเศษหาเลยบ่อยๆ แม่ของมันก็จะไม่มีความสุข”  


  ยิ่งวรรณนาพูดเท่าไรวีรวิทย์ยิ่งไม่เห็นด้วยมากเท่านั้น ต่างจากนันท์นภัสที่ฟังอย่างสะเทือนใจจนน้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัวเพราะสิ่งที่มารดาของชายหนุ่มพูดมามันไม่ผิดเลย...มันคือสิ่งที่ผู้ชายดีๆ ควรรับผิดชอบต่อลูกและภรรยาซึ่งคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเธอไม่เคยทำเลยสักครั้ง


            วรรณนาตั้งท่าจะพูดขึ้นอีกเพราะพูดเท่าไรลูกชายก็ไม่เข้าใจเสียที ทว่ายังไม่ทันอ้าปากก็ต้องตกใจและเห็นใจนันท์นภัสที่ร้องไห้ต่อหน้านางอย่างกลั้นไม่อยู่


            “เห็นไหมเจ้าวิทย์ แกเห็นไหม แม่พูดผิดซะที่ไหน...โธ่...หนูคงกำลังรู้สึกอย่างที่แม่พูดอยู่แน่ๆ”


            “น้องหนู...” ชายหนุ่มเรียกหญิงสาวเบาๆ ทำให้คนเผลอร้องไห้เริ่มรู้สึกตัว


            “เอ่อ...ขะ ขอโทษค่ะ”


            “จะมาซึ้งอะไรตอนนี้ รู้ไหมคุณแม่เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว” วีรวิทย์ต่อว่าหญิงสาวเสียงเบา คนที่เพิ่งรู้ตัวจึงมองเขางงๆ ก่อนจะเข้าใจในวินาทีต่อมาเมื่อถูกบังคับจดทะเบียนสมรสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง


            “คุณชัชวาลคะเตรียมเอกสารพร้อมแล้วใช่ไหม” วรรณนาหันไปถามทนายความส่วนตัวซึ่งชัชวาลก็เอาเอกสารออกมาวางลงตรงหน้าอย่างรู้หน้าที่


            “เรียบร้อยแล้วครับ ทั้งของฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย”


            “คะ?” นันท์นภัสมองอย่างงุนงง วรรณนาเห็นเข้าจึงรีบอธิบายอย่างเต็มใจ


            “แม่ให้คุณชัชวาลสืบประวัติของหนูเองล่ะจ๊ะ พอรู้ว่าหนูทำงานที่บริษัทกับพ่อตัวดีเลยให้ฝ่ายบุคคลเอาเอกสารที่หนูใช้สมัครงานมาให้...ทีนี้ก็หมดข้อสงสัยแล้วนะ เจ้าวิทย์มาเซ็นซะให้เรียบร้อย แม่ คุณชัชและหนูลูกจันทร์จะช่วยเป็นพยานให้”


            “แม่ครับ...อย่าเล่นมัดมือชกกันแบบนี้สิ อย่างน้อยก็ให้ผมได้ตั้งตัวบ้าง”


            “ไม่ได้! ถ้าแกไม่ถือว่าฉันเป็นแม่แล้วก็เก็บข้าวของออกจากบ้านหลังนี้ไปได้เลย ส่วนงานที่บริษัทฉันจะขอให้ยายวิวช่วยหารือกับผู้ถือหุ้นเลือกประธานบริษัทคนใหม่” วรรณนายื่นคำขาดอีกครั้งทำเอาลูกชายพูดไม่ออกกระฟัดกระเฟียดไม่อยากตามใจแม่


            “เซ็นเถอะค่ะพี่วิทย์ คุณน้องหนูเธอจะได้สบายใจ” ลูกจันทร์ที่เงียบอยู่นานสนับสนุนอีกแรง เพราะที่มาวันนี้ก็เพื่อช่วยวรรณนาบังคับลูกชายให้สำเร็จเท่านั้น เห็นแบบนี้เธอคงไม่กล้าแต่งกับเขาหรอก เพราะกลัวชายหนุ่มไม่ยอมรับและไม่เต็มใจ  


นันท์นภัสรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่กล้าผลีผลามทำอะไรเพราะอย่างไรเสียวรรณนาก็เป็นมารดาของวิราราช ซึ่งให้ทุนการศึกษาจนเธอเรียนจบปริญญาตรีและมีงานทำอย่างทุกวันนี้


ขณะเดียวกันวีรวิทย์ก็นิ่งคิดและมองมารดาอย่างไม่มีทางเลือก ครั้นหันมามองหญิงสาวก็เห็นว่าเธอสงบนิ่งจนผิดวิสัย เขาจึงตัดสินใจในที่สุด


            “ถือว่าช่วยผมสักครั้งแล้วกันนะคุณ...รอดเงื้อมมือคุณแม่ได้เมื่อไรเราค่อยหย่ากัน” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูก่อนจะมองหญิงสาวอย่างขอร้อง นันท์นภัสถึงกับอึ้งและไม่เห็นด้วยอย่างที่สุด แต่ก่อนที่หญิงสาวจะตอบปฏิเสธเสียงของวรรณก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน


            “แม่ก็เคยบอกแกแล้วนะเจ้าวิทย์ว่าพี่ต้องแต่งก่อนน้อง แต่นี่แกกลับมาโกหกแม่ว่ามีคนรักแล้วเพื่อจะให้เจ้าวิวได้แต่งก่อน จนตอนนี้น้องมันมีลูกมีเต้าไปแล้วแต่แกก็ยังลอยชายอยู่ ฉะนั้นแม่จึงยื่นคำขาดกับยายวิวเช่นกันโทษฐานที่พวกแกรวมหัวกันโกหกฉัน...ถ้าแกไม่แต่งงานออกเรือนตอนนี้ละก็ ยายวิวกับตานุจะต้องหย่าขาดจากกัน ส่วนลูกชายยายวิวแม่จะเอามาเลี้ยงเอง”


            “ตายแล้ว!” นันท์นภัสอุทานอย่างตกใจเมื่อรู้ว่าคนที่รักและเทิดทูนอย่างวิราราชกำลังตกที่นั่งลำบาก หญิงสาวครุ่นคิดอยู่นานสุดท้ายจึงยอมตัดสินใจเพราะไม่อยากให้ครอบครัวที่น่ารักต้องพังครืน


            “จดทะเบียนสมรสเถอะค่ะคุณวิทย์...ฉันไม่อยากให้คุณวิวต้องเดือดร้อนเพราะคุณกับฉัน...แล้วเราค่อยมาว่ากันทีหลัง” หญิงสาวบอกอย่างจริงจัง


            “เอางั้นเหรอ?” วีรวิทย์ถามเพื่อให้โอกาสคนตัวเล็กได้ไตร่ตรองให้ดีอีกครั้ง หากหญิงสาวกลับพยักหน้าอย่างมั่นใจ ชายหนุ่มจึงหันไปมองเอกสารเบื้องหน้าก่อนตัดสินใจเซ็นชื่อลงไป


เมื่อนันท์นภัสเห็นชายหนุ่มเซ็นชื่อเรียบร้อยเธอจึงเซ็นบ้าง ทว่าเรื่องกลับไม่จบลงแค่นั้นเมื่อมารดาของชายหนุ่มเกิดอยากเลี้ยงหลานขึ้นมาดื้อๆ


            “ทีนี้ก็เหลือแค่รอลูกของแกมาเกิดเท่านั้น” พูดจบวรรณนาก็ทำสายตาเจ้าเล่ห์ สองสามีภรรยาจำเป็นจึงหันมองหน้ากันอย่างผวา ก่อนจะหันกลับมามองหน้ามารดาใหม่อีกครั้งแล้วถามขึ้นพร้อมกัน


            “มีลูก!!”


            “ก็ใช่น่ะสิ ทำเป็นตกอกตกใจไปได้ ตอนแม่แต่งกับพ่อแกใหม่ๆ ไม่ถึงสองเดือนก็ติดแล้ว ไม่ยากหรอกลูกแค่ทำใจให้สบาย”


            “ไปกันใหญ่แล้วแม่ ยังไงผมกับน้องหนูก็ยังไม่มีลูกกันตอนนี้หรอก สาบานเลย”


            “ไม่มีไม่ได้ เกิดฉันตายขึ้นมาวันนี้พรุ่งนี้ก็พลาดโอกาสเห็นหน้าหลานกันพอดี ไม่รู้ล่ะ แกกับน้องหนูต้องมีลูกด้วยกันภายในปีนี้และห้ามไปหย่าหลังจากนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะถือว่าแกตัดแม่ตัดลูกกับฉัน”


            “โธ่แม่...” วีรวิทย์พูดไม่ออกได้แต่มองมารดาอย่างขัดใจ และยิ่งอยากกลั้นใจตายมากขึ้นไปอีกเมื่อท่านบอกว่าคืนนี้จะนอนที่ห้องของลูกสาวคนเล็กซึ่งตอนนี้วีรวิทย์ยกให้นันท์นภัสเป็นเจ้าของไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวจึงจำต้องขนย้ายข้าวของส่วนตัวของนันท์นภัสเข้าไปไว้ในห้องนอนของวีรวิทย์อย่างรวดเร็ว  


ค่ำคืนนั้นจึงเป็นอะไรที่วุ่นวายเอาการทีเดียว กว่าจะได้นอนก็เกือบค่อนเช้าเพราะต่างคนต่างไม่คุ้นเคยกับการมีเพื่อนร่วมห้องต่างเพศ แม้วีรวิทย์จะผ่านผู้หญิงมามากมาย หากชายหนุ่มกลับไม่ชินเอาเสียเลยเมื่อผู้หญิงที่ชื่อนันท์นภัสเข้ามานอนร่วมห้องกับเขา คืนนี้จึงกลายเป็นคืนที่สองที่เขายังตาค้างอย่างต่อเนื่อง

 

 



 


e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย 

โปรโมชั่น 179 บาท ตอนนี้หมดแล้วนะคะ 

ขายราคาปกติที่ 209 บาท ค่ะ

ขออภัยในความผิดพลาดด้วยนะคะ แจงลืมเปลี่ยนข้อมูลค่ะ



สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

263 ความคิดเห็น