เสน่ห์เล่ห์ร้าย [Re - Up] [E book]

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 รักแรกพบ...มั้ง! [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

ปุกาศ ปุกาศ
ทั้งหมดนี้คือผลงานของปัณฑารีย์นะคะ

จิ้มซื้อได้ตามใจชอบเลยจ้าาาาา

     

       


     




ตอนที่ 1 รักแรกพบ...มั้ง! 



หลังจากรู้จักกันได้ไม่นานวีรวิทย์ก็มีโอกาสเข้าไปในบ้านของแอมมิกา ชายหนุ่มเข้าออกบ้านฤทธิ์ฤกษ์อยู่หลายครั้ง ทว่าคนที่เขาอยากพบกลับไม่ปรากฏในบ้านหลังนั้นอย่างที่คิด เจ้าของสายการบินหนุ่มเลยออกอาการหงุดหงิดและผิดหวังอยู่ลึกๆ จนในที่สุดต้องหลอกถามเอากับเจ้าของบ้านไปอย่างแนบเนียน


            “ที่บ้านคุณมีคนรับใช้กี่คนหรือครับ”


            “ก็เท่าที่เห็นนี่แหละค่ะวิทย์ ทำไมคะ? คุณหมายถึงใครเป็นพิเศษหรือเปล่า” แอมมิกาถามอย่างรู้ทันและเริ่มริษยาใครบางคนขึ้นมาครามครัน


            “ไม่ได้หมายถึงใครเป็นพิเศษหรอกครับ แค่รู้สึกเหมือนยังไม่เคยเห็นคนที่ไปตามคุณกลับบ้านที่ผับวันนั้นที่นี่เท่านั้นเอง เลยแปลกใจนิดหน่อย” ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นไม่เห็นสายตาจับผิดของแอมมิกา กระนั้นหญิงสาวก็ยังรู้เท่าทันเพราะผู้ชายของเธอแทบทุกคนเมื่อพบกับนันท์นภัสก็หันเหไปหาผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นเสมอ


            “แอมไล่มันออกไปแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างไม่ใส่ใจด้วยอารมณ์คุกรุ่นโดยไม่รู้ตัวเลยว่านั่นเป็นการไล่ผู้ชายที่เธอหมายปองทางอ้อมชัดๆ


            “ไล่ออก?” วีรวิทย์หลุดแสดงสีหน้าตกใจอย่างลืมตัว


            “ใช่ค่ะ! ก็ยายน้องหนูน่ะสิคะแอบพาผู้ชายเข้ามานอนกกกันในบ้าน ดีที่คุณแม่ของแอมจับได้ซะก่อน...ตอนแรกท่านจะให้อภัยแล้วให้สองคนนั้นแต่งงานกันซะ จากนั้นก็ให้เข้ามาทำงานที่นี่เพราะสงสาร...แต่ก็มาสืบทราบว่าผู้ชายคนนั้นมันติดยาแถมยังรวมหัวกับยายน้องหนูขโมยของในบ้าน นี่เครื่องเพชรของคุณแม่แอมก็หายไปตั้งสองชุด แอมไม่อยากเอาคนแบบนี้ไว้ในบ้านอีกเลยไล่ออกไปเพื่อตัดปัญหา” คนแต่งเรื่องพูดไปลอบสังเกตท่าทางอึ้งๆ ของชายหนุ่มไปอย่างพอใจก่อนจะพูดต่อ


            “ถ้าวิทย์ไม่เชื่อแอมก็ไม่ว่าอะไรนะคะ ยังไงมันก็เป็นเรื่องภายในบ้านของแอม แค่เล่าให้วิทย์ฟังเท่านั้นล่ะค่ะ บางทีผู้หญิงหน้าตาซื่อๆ ก็ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คุณคิดเสมอไป”


            “เปล่านี่ครับ”


            ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบหากแต่ยังคงมีรอยยิ้มแจกจ่ายให้หญิงสาวตรงหน้า เมื่อเห็นดังนั้นแอมมิกาจึงยิ้มพรายออกมาอย่างพอใจในผลงาน ทว่าหลังจากวันนั้นวีรวิทย์กลับตีตัวออกห่างชนิดไม่เหลือเยื่อใยเลยทีเดียว ทำเอาสาวเจ้าอารมณ์แทบเต้นทุกครั้งที่ไปหาชายหนุ่มในที่ทำงานแล้วได้รับรู้ว่าเขาอยู่ต่างจังหวัดบ้าง เข้าประชุมบ้าง หรือติดธุระต่างประเทศบ้าง จนในที่สุดก็จำต้องล่าถอยไปเองโดยปริยาย จากนั้นแอมมิกาก็มีคู่ขาคนใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ทว่าหญิงสาวก็ไม่เคยลืมวีรวิทย์ได้...หากมีโอกาสเธอจะรีบคว้าไว้ให้ไวและไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ อีกแน่


ยากๆ อย่างผู้ชายคนนี้ ถ้าเธอพิชิตใจเขาได้ ผู้หญิงในประเทศนี้คงไม่มีใครโชคดีเท่าเธอ... แอมมิกาคิดในใจ


ทางด้านวีรวิทย์หลังสลัดสาวสวยมือกาวอย่างแอมมิกาได้สำเร็จชายหนุ่มก็กลับมาใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสารเหมือนก่อนได้อย่างสะดวกโยธิน และก็ยังคงคติเดิมคือการครองตัวเป็นโสดโดยไม่คิดจะลงหลักปักฐานกับใครสักคนแม้จะถูกเพื่อนรักเป่าหูอยู่บ่อยครั้งก็ตาม


          “รีบหาตัวจริงซะเถอะไอ้วิทย์ แล้วแกจะรู้จักสวรรค์บนดินของจริงเป็นยังไง หึๆ” พานุบอกด้วยใบหน้าเบิกบานมีความสุข เพราะเขาเองก็มีความสุขเช่นกันกับชีวิตคู่ที่กำลังผลิบานกับวิราราชน้องสาวของวีรวิทย์นั่นละ


          “ไม่ละ! ขอฉันอยู่บนสวรรค์ชั้นเจ็ดอย่างเดิมดีกว่า ผู้หญิงดีๆ อย่างที่พวกแกเจอหายากยิ่งกว่างมเข็มในแปซิฟิก”  


วีรวิทย์บอกอย่างไม่ใส่ใจแม้ชีวิตเรื่อยเปื่อยของเขาจะดูน่าเบื่อไปบ้าง หากแต่มันก็ยังดีกว่าต้องมีผู้หญิงไม่ได้เรื่องสักคนเช่นสาวในคอลเล็กชั่นของเขาที่สวยไปวันๆ คอยตามเป็นเงาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตัวเขาเช่นที่ผ่านมา ถ้าต้องเป็นเช่นนั้น สู้ให้เขาเป็นฝ่ายตามยังจะสนุกเสียกว่า พอเบื่อจะได้เลิกตาม ไร้ซึ่งพันธะ...


เมื่อคิดมาถึงตรงนี้พลันภาพใบหน้าบึ้งตึงที่มาพร้อมสายตาเอาเรื่องของหญิงสาวนาม น้องหนู ก็ปรากฏขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าวีรวิทย์ก็รีบสลัดความคิดพิลึกพิลั่นนั้นออกจากหัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงตัวเองกลับมาเป็นเสือหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์เจ้าเสน่ห์อีกครั้ง



++++++++++++++++++

 

            “นังน้องหนู! เพราะแกมัวแต่ไปเรียนเลยไม่มีใครรีดผ้าให้ฉัน! ต่อไปแกไม่ต้องไปเรียนแล้วนะฉันจะไม่ให้แกเรียนหนังสืออีกแล้ว!” แอมมิกาตวาดลั่นบ้านด้วยความโกรธ ทว่านันท์นภัสกลับไม่ใส่ใจเสียงแหลมแสบแก้วหูนี้สักเท่าไร เนื่องจากชาชินเสียแล้วกับการถูกอีกฝ่ายหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม


            “จะทำอะไรก็แล้วแต่คุณแอมเถอะค่ะ แต่เรื่องเรียนคุณแอมไม่มีสิทธิ์ยุ่งเพราะมันเป็นสิทธิ์ของน้องหนู อีกอย่างน้องหนูก็ได้ทุนเรียนไม่ได้รบกวนเงินของคุณผู้หญิงท่านสักบาท..ขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้”


            “นังเนรคุณ! พอเรียนใกล้จบเข้าหน่อยก็ปีกกล้าขาแข็ง ดี! ฉันจะฟ้องคุณแม่ให้ไล่แกออกจากบ้าน!” แอมมิกาตวาดลั่นอย่างโกรธจัด


    นันท์นภัสไม่ได้มีท่าทีกริ่งเกรงนายสาวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หญิงสาวรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำที่ได้ยินแบบนี้ เพราะการอยู่บ้านหลังนี้ของเธอไม่ทำให้อะไรดีขึ้นนอกจากถูกข่มเหงรังแกทั้งร่างกายและจิตใจ แม้จะสำนึกเสมอว่าเจ้าของบ้านหลังนี้มีพระคุณต่อเธอและแม่ หากหญิงสาวก็ไม่เคยประสงค์ตอบแทนบุญคุณด้วยการทำทุกอย่างที่เขาต้องการโดยไม่ดูว่าถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควร


   “ขอบคุณมากค่ะ น้องหนูรอเวลานี้มาตลอด กลัวแต่ว่าพอถึงเวลาที่น้องหนูจะไปจริงๆ มันจะเข้าอีหรอบเดิมทำให้น้องหนูต้องทนอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปอย่างไร้เหตุผลน่ะสิคะ”


             “นี่แก!” แอมมิกาพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่นันท์นภัสพูดมาหาใช่ความเท็จ หากแต่เป็นความจริงจนเธอเองก็เคยสงสัยเช่นกัน


            “ถ้าไม่มีอะไรแล้วน้องหนูขอตัวนะคะ” พูดจบนันท์นภัสก็เดินกลับไปที่เรือนคนใช้ สถานที่ที่หญิงสาวอาศัยมาจนเติบใหญ่โดยไม่คิดสนใจเสียงกรีดร้องอย่างขัดใจของแอมมิกาแม้แต่น้อย


            เมื่อมาถึงห้องนอนอันคับแคบร่างบางก็ถอดชุดกระโปรงอันน่าอึดอัดออกอย่างรวดเร็ว ความจริงแล้วนันท์นภัสไม่ใช่สาวหวานที่ต้องแต่งตัวหวานแหววอยู่ตลอดเวลา ทว่าก็ไม่ใช่สาวห้าวก๋ากั่นอะไรมากมาย หญิงสาวจึงมีบุคลิกไม่หวานหรือห้าวจนเกินไป แต่จะออกไปทางแก่นแก้วตามวัยเสียมากกว่า ทว่าที่เธอจำต้องแต่งกายตัดบุคลิกเนื่องจากหญิงสาวเรียนคณะการโรงแรม ซึ่งต้องแต่งหน้าทำผมและรักษาบุคลิกภาพให้ดูดีสมกับเป็นหญิงยุคใหม่อยู่ตลอดเวลา อาจารย์ที่ปรึกษาจึงพยายามเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพให้เธอเป็นสาวสวยสะพรั่งเต็มตัวเพื่อจะผลักดันให้เป็นแอร์โฮสเตสอย่างสมบูรณ์แบบในภายภาคหน้านั่นเอง


            แรกเริ่มเดิมทีนันท์นภัสรู้สึกราวกับคนบ้าเมื่อต้องแต่งหน้าทำผมในแบบที่เธอไม่เคยคิดจะแต่งมาก่อนในชีวิต เพื่อนหลายคนต่างหัวเราะและพวกเขาก็ลงความเห็นว่าเธอเป็น กะเทยสวมกระโปรง นันท์นภัสรู้สึกไม่ดีเท่าไรแต่เมื่อเวลาผ่านไปความเปลี่ยนแปลงก็ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ทำให้หญิงสาวแก่นแก้วคนหนึ่งกลายเป็นสาวสวยสะพรั่งสมกับเป็นกุลสตรีไทยยุคใหม่ทุกกระเบียดนิ้ว  

 จากที่ไม่มีใครสนใจเท่าไรก็เริ่มมีหนุ่มๆ มาติดพัน หากหญิงสาวไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษเนื่องจากกำลังสนุกกับการเรียนและรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเพื่อชดใช้ทุนการศึกษา แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคำพูดฝังใจของมารดาที่เอ่ยเอาไว้ก่อนตาย ทำให้เธอไม่คิดจะคบหากับใครต่อให้รูปหล่อพ่อรวยหรือดีแสนดีแค่ไหนก็ตาม


            “แม่จ๋า...น้องหนูเรียนใกล้จบแล้วนะคะ แม่ดีใจหรือเปล่า...น้องหนูคิดถึงแม่จัง” หญิงสาวเอ่ยกับรูปของมารดาด้วยความอาวรณ์


            หลายครั้งหญิงสาวรู้สึกเหนื่อยล้าและท้อแท้ใจแต่ที่เธอยังคงอยู่ได้ก็คงเป็นเพราะเชื่อว่ามารดาผู้ล่วงลับคอยเป็นกำลังใจและคอยมองความสำเร็จของลูกสาวคนนี้อยู่บนสวรรค์ และที่สำคัญหญิงสาวมีคุณผู้ชายของบ้านที่ดีกับเธอทุกอย่างราวกับนันท์นภัสคือลูกสาวคนหนึ่งของเขา...ศักดิ์ชัย ฤทธิ์ฤกษ์ จึงเป็นบุคคลเดียวในบ้านที่เธอรักมาก และหวังว่าสักวันจะต้องตอบแทนบุญคุณของเขาให้ได้





อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไร ฝากเม้นเป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะคะ 

ขอบคุณมากค่ะ ^^

=============================================================




ทวงสิทธิ์รัก / ปัณฑารีย์ ราคา 255 บาท สำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ

พบกันในงานสัปดาห์หนังสือ  30 มีนาคม ช่วง 10.30 - 12.00 น. จ้า

ปล. สำหรับท่านใดที่รออ่าน e book อดใจรออีกนิดน้าา

หลังจากหนังสือวางแผงสักระยะ ทางสำนักพิมพ์จะวางขาย e book จ้า แต่ถ้าใครไม่อยากรอ สอยหนังสือไปก่อนได้เลยจ้า อิอิ 

ปล. หนังสือทวงสิทธิ์รัก ออกในงานหนังสือช่วงต้นเมษานะคะทุกคน 


เอาล่ะ มาสปอยกันเบาๆ ดีกว่า อิอิ



เสียงหายใจสม่ำเสมอของทั้งสองสาวดังขึ้นสลับกัน บวกกับสายตาของเควินเริ่มปรับสภาพเข้ากับความมืดได้ทำให้มองเห็นรายละเอียดภายในห้องได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นและชะโงกหน้าดูลูกสาว เมื่อแน่ใจว่าน้องอุ่นหลับสนิทแล้วจึงฉวยโอกาสขโมยแม่ของลูกลงมานอนกอดด้านล่างทันที ภัทราวดีรู้สึกตัวทันทีที่ถูกช้อนอุ้ม หญิงสาวสะดุ้งตกใจแต่กลับไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวลูกตื่นขึ้นมาเห็นพฤติกรรมอุกอาจของคนเป็นพ่อ

“ชู่...” ชายหนุ่มยังมีหน้ามาส่งสัญญาณให้เธอเงียบ หญิงสาวหมั่นไส้จึงหยิกเนื้อบริเวณแขนแกร่งอย่างไม่ออมแรง เควินถึงกับสะดุ้งแต่เม้มปากกลั้นเสียงไว้

“อย่าหยิกครับอุ้ม...ผมเจ็บ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนที่นอนที่หญิงสาวปูให้เขานอนอย่างเบามือ ทว่ายังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ขยับหนีคนตัวโตก็รีบทิ้งตัวนอนลงข้างๆ และสวมกอดเธอไว้แน่นทันที

“ปล่อยนะคะเดี๋ยวลูกตื่นมาเห็น” ภัทราวดีกระซิบเสียงเบาอย่างดุๆ แต่เวลานี้เควินไม่คิดว่าลูกจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ จึงใช้โอกาสนี้หอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่

“ขอกำลังใจนิดหนึ่งนะครับอุ้ม...สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรมากกว่านี้”

“ทำได้ก็เกินไปแล้วค่ะ ลูกนอนอยู่บนเตียงแค่นี้” หญิงสาวอดว่าอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ แต่แทนที่จะรู้สึกอะไรบ้างหากชายหนุ่มกลับยิ้มรับอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะคลอเคลียปลายจมูกโด่งกับแก้มนุ่มของคนดุจนภัทราวดีถึงกับอ่อนใจในความหน้ามึนของเขา 


อันดับแรก ปรบมือรัวๆ ให้ความใจกล้าหน้าด้าน ด้านได้อายอดของอีพ่อวินกันค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ในเล่มยังมีความน่ารักอีกมากมาย ฝากติดตามและอุดหนุนผลงานด้วยนะคะ สิ้นเดือนนี้จะลาออกไปเขียนหนังสือแล้ว ทางเราจะรอดหรือจะร่วง มาเอาใจช่วยปัณฑารีย์ด้วยนะคะ 555555

ปล. สถานีต่อไป คือเรื่อง เสน่หาใกล้ใจค่ะ
เรื่องนี้พระเอกน่าหมั่นไส้มากพูดเลย 
แต่นางเอกของเราก็แอบรักเขามานาน ไปเอาใจช่วยหนูฟางกันค่ะ ว่าจะทำให้เจ้านายผู้แสนเย็นชาและรักใครไม่เป็นอย่างฐานัสได้หรือไม่




ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ 

เสน่หาใกล้ใจ >> เป็นเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งที่แอบรักเจ้านายผู้แสนเย็นชา หัวใจของเขาไม่เคยรู้จักคำว่ารัก ฐานัสพร้อมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวและตัวเขาคิดว่าเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ...ทว่าเมื่อได้ใกล้ชิดกับยายเลขาฯ ตัวน้อยที่แสนจืดชืด วันๆ เอาแต่ยิ้มเหมือนโลกใบนี้สดใสเสียเต็มประดา ก็ทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นแปลกๆ แต่กว่าเขาจะรู้ตัวว่าถูกเธอขโมยหัวใจไปแล้ว ก็เมื่อตอนที่รู้ความจริงว่าหญิงสาวตั้งท้องโดยไม่มีพ่อ ฐานัสโกรธจนแทบคลั่ง ใครมันบังอาจมาทำลายเธอลับหลังเขาตอนไหน มันช่างเก่งและไม่กลัวตายเหลือเกิน ทั้งที่หญิงสาวอยู่กับเขาแทบตลอดเวลาแท้ๆ แต่เขาสาบานว่าจะลากคอมันมากระทืบให้สาสมกับความโกรธที่มีอย่างแน่นอน!

เปลวรักไฟพิศวาท >> หล่อนเป็นลูกสาวของคนขับรถที่ต้องมาตายแทนเขาโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มจึงอุปการะสาวน้อยวัย 15 ปี ต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่ไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้หล่อนเข้าใจว่าเขาเป็นพ่อคนที่สอง ถึงมาเรียกกันว่า 'คุณป๋า' และเรียกร้องความรักจากเขาราวกับชายหนุ่มเป็นพ่อของหล่อนจริงๆ ซึ่งเขาไม่มีทางให้ความรักในแบบที่หล่อนต้องการได้ เพราะวันแรกที่ไปรับเด็กสาวมาร่วมชายคา เขาก็รู้ตัวแล้วว่าใจไม่ได้มองหล่อนเป็นอื่นเลย นอกจากอยากครอบครองเจ้าของร่างแน่งน้อย ใบหน้าผุดผ่องน่ามองนั่น...ครั้นจะทำตามใจตัวเองก็เป็นห่วงขาอีกข้างที่ทำท่าจะยื่นเข้าไปในคุก เลยต้องหาวิธีเอาหล่อนออกห่างตัวเองเสียก่อน เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

263 ความคิดเห็น