ตอนที่ 15 : ตอนที่ 8 ครั้งแรกในชีวิต [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 พ.ค. 62

ตอนที่ 8 ครั้งแรกในชีวิต

 


            “ขอน้องหนูรบกวนสักคืนนะคะพี่จุน” นันท์นภัสบอกอย่างเกรงใจทว่าจุฬาลักษณ์กลับยิ้มส่ายหน้า


            “หลายๆ คืนก็ได้จ้าไม่ต้องเกรงใจหรอก...แต่แน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้” คนให้ที่พักเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจหลังฟังเหตุผลจากนันท์นภัสว่าทำไมอีกฝ่ายจึงขอนอนกับเธอกะทันหันแบบนี้


            “แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกค่ะพี่จุน...หึๆ ป่านนี้คงย่ามใจคิดว่าน้องหนูเป็นหนูน้อยเชื่องๆ เคี้ยวง่ายๆ ไม่รู้ซะแล้วว่าเล่นอยู่กับใคร” หญิงสาวบอกอย่างนึกสนุกหารู้ไม่ว่ากำลังทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว


จุฬาลักษณ์มองรุ่นน้องสาวอย่างอ่อนใจและนึกเสียวสันหลังแทนคนตรงหน้าที่แกล้งหลอกให้วีรวิทย์กลับไปรับที่งานทั้งที่เจ้าตัวหนีออกมาแล้ว แถมยังมาก่อคดีซ้อนด้วยการปิดโทรศัพท์มือถือหนีชายหนุ่มอีกต่างหาก พรุ่งนี้ถ้าวีรวิทย์รู้ว่าเธอช่วยนันท์นภัสมีหวังศพไม่สวยแน่ๆ


            ด้านคนถูกหลอกให้กลับเข้ามาในงาน หลังจากส่งแอมมิกาถึงบ้านก็รีบกระตือรือร้นกลับมารับหญิงสาวทันที ทว่าพอมาถึงงานกลับไม่พบแม้แต่เงาคนที่สัญญาดิบดีว่าจะยอมทำทุกอย่างที่เขาต้องการ วีรวิทย์เริ่มเดินตามหานันท์นภัสด้วยความเป็นห่วงเพราะรู้ดีว่าหญิงสาวมีคนปองร้ายอยู่ ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววของหญิงสาว ชายหนุ่มพยายามโทรศัพท์หานันท์นภัสอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับจนความเป็นห่วงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลใจ


            “หรือว่าจะกลับไปบ้านหลังนั้น?” วีรวิทย์พึมพำกับตัวเองสีหน้าเคร่งเครียดก่อนโทร.กลับไปหาแอมมิกาอย่างไม่มีทางเลือก เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวเหลือเกิน


            “คิดถึงแอมหรือคะวิทย์ เราเพิ่งจากกันเองนะคะ” แอมมิกาเอ่ยถามชายหนุ่มอย่างลำพองใจ


            “น้องหนูกลับไปที่บ้านหรือเปล่าครับ” วีรวิทย์ไม่ตอบแต่ถามกลับด้วยประโยคแทงใจทำเอาแอมมิกาขบกรามแน่นด้วยความโกรธ แต่ก็จำต้องข่มความริษยาเอาไว้


            “จะไปรู้หรือคะ ก่อนมาเห็นมันชม้ายชายตามองผู้ชายคนนั้นคนนี้ไปทั่ว...ป่านนี้ก็คงลงเอยกับใครสักคนในโรงแรมม่านรูดแถวนั้นล่ะค่ะ!” แอมมิกาบอกอย่างไม่ใส่ใจหวังใส่ร้ายบุคคลที่กล่าวถึง แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงข้ามจากที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง


            “ไม่มีทาง! น้องหนูไม่ใช่คนแบบนั้น...แต่ถ้าถูกคนอื่นหลอกล่อไปมันก็ไม่แน่!” คราแรกชายหนุ่มตั้งใจจะพูดกระทบใจแอมมิกาเพราะคิดว่าหญิงสาวอาจมีส่วนรู้เห็นกับมารดา แต่กลับเป็นเขาเสียเองที่เป็นห่วงคนตัวเล็กจนแทบทนไม่ไหวเมื่อคิดว่าหญิงสาวอาจถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้ายจริงๆ อย่างที่เขาเพิ่งพูดประชดแอมมิกาออกไป


            “พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะวิทย์...คุณพูดเหมือนแอมหลอกยายน้องหนูไปปู้ยี้ปู้ยำอย่างนั้นล่ะ!” แอมมิกาถามกลับอย่างโกรธๆ แต่วีรวิทย์ขี้เกียจเถียงและไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มจึงกดตัดสายอย่างไม่ไยดี ก่อนจะขับรถวนหานันท์นภัสตามถนนรอบๆ สถานที่จัดงาน ทว่ากลับไม่พบแม้แต่เงา พยายามติดต่อครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เป็นผลจนต้องโทร.ไปถามเอากับน้องสาวอย่างวิราราช เพราะเป็นความหวังสุดท้ายที่คิดว่านันท์นภัสจะไปหา


            “ได้ข่าวว่าวันนี้พี่วิทย์พาน้องหนูเข้าไปอยู่ที่บ้านแถมยังเลื่อนตำแหน่งไปเป็นผู้ช่วยท่านประธานโดยไม่ฟังคำทัดทานจากวิว แล้วจะมาถามหาน้องหนูกับวิวได้ยังไงคะ” คนเป็นน้องบ่นอย่างเคืองๆ ที่พี่ชายไม่ยอมฟังแถมยังขโมยเอาเด็กในปกครองของเธอไปไว้ในครอบครองหน้าตาเฉย


            “เถอะน่ายายวิว อย่าบ่นนักเลย ไม่เจอก็บอกไม่เจอสิ” วีรวิทย์ตอบอย่างหงุดหงิด


            “นี่ก็ดึกมากแล้ว ป่านนี้น้องหนูคงกลับบ้านแล้วมั้งคะ ลองโทร.ไปถามที่บ้านดูหรือยัง ได้ข่าวว่าพี่ยึดกระเป๋าเสื้อผ้าข้าวของส่วนตัวของน้องมันไปหมดเลยนี่” อดแขวะพี่ชายไม่ได้ หากวีรวิทย์กลับไม่สนใจ พลันชายหนุ่มก็ยิ้มกริ่มเมื่อคิดตามคำพูดน้องสาว


            “เออนั่นสิ! ทำไมฉันนึกไม่ออกแต่แรกนะว่ายึดเสื้อผ้าของยายนั่นมาไว้ที่บ้านแล้ว...ถ้าไม่กลับบ้านจะไปไหนได้ หึๆ งั้นแค่นี้แหละขอบใจมากน้องรัก”


            “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี แค่เอาคนของวิวคืนมาก็พอ” วิราราชทวงซึ่งๆ หน้า แต่วีรวิทย์กลับยักไหล่


            “เรื่องส่วนตัวของพี่แกไม่ต้องยุ่งหรอกน่า แค่นี้นะ” พูดจบวีรวิทย์ก็วางสายอย่างรวดเร็วก่อนจะโทร.เข้าเบอร์บ้านตัวเอง


            “ฮัลโหลปิ่น คุณน้องหนูกลับบ้านแล้วใช่ไหม”


            “คนที่คุณวิทย์พาเข้ามาตอนเย็นใช่ไหมคะ...ยังไม่เห็นกลับมานี่คะ เอ๊ะ! ปิ่นเห็นเธอออกไปกับคุณวิทย์ไม่ใช่หรือคะ”


            คำถามของสาวใช้ทำเอาเจ้านายหนุ่มเบิกตากว้าง


            “ว่าไงนะ! ยังไม่กลับงั้นหรือ...หายไปไหนของเธอเนี่ย!” ความกังวลเริ่มกลับเข้ามาอีกรอบ ชายหนุ่มกดตัดสายโดยไม่ฟังเสียงของปิ่นก่อนจะขับรถวนหาหญิงสาวอีกครั้งอย่างเป็นห่วง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววของนันท์นภัสแม้แต่น้อย


            เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงรถยนต์คันหรูยังคงวิ่งวนไปรอบเมืองโดยไม่รู้จุดหมาย จากที่รถวิ่งเต็มถนนก็เริ่มบางตาลงเรื่อยๆ จากความมืดเริ่มเปลี่ยนเป็นสว่าง วีรวิทย์ปรือตาสะบัดหน้ามองทางอย่างเบลอๆ เพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน พลันเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น


            “ว่าไง”


            “เจอตัวน้องหนูที่ไหนคะ” วิราราชถามพี่ชายเสียงสดใสเพราะมั่นใจว่านันท์นภัสไม่ได้หายไปไหนอย่างที่วีรวิทย์หวั่นวิตก ทว่าคำตอบที่ได้กลับทำเอาคนตั้งใจจะแหย่พี่ชายถึงกับตกใจ


            “เจออะไรล่ะ ขับรถตามหาจนทั่วกรุงเทพฯ มาทั้งคืนยังไม่มีวี่แววเลย ป่านนี้ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง...ยายคุณนายยิ่งจ้องจะทำร้ายอยู่ด้วย”


            “หมายความว่ายังไงพี่วิทย์” วิราราชถามเสียงเครียด หากวีรวิทย์กลับบอกปัดเพราะต้องใช้เวลาอธิบายพอสมควรกว่าน้องสาวจะเข้าใจ


            “ช่างเถอะ! ตอนนี้เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าน้องหนูหายไปไหนถึงติดต่อไม่ได้ทั้งที่รับปากดิบดีว่าจะรอพี่อยู่ที่งาน” วีรวิทย์บอกด้วยน้ำเสียงร้อนใจอย่างปิดไม่มิดทำเอาวิราราชหน้าเครียดตามไปด้วย


            “แจ้งความหรือยังพี่วิทย์”


            “คนหายยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยตำรวจเขาไม่รับเรื่องหรอก โทร.มาก็ดีแล้ว วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัทนะ ถ้าหายายนั่นไม่เจอฉันนอนไม่หลับแน่ๆ และคงไม่มีอารมณ์จะทำงานด้วย” ชายหนุ่มบอกตามความรู้สึกสีหน้าเคร่งเครียดทำเอาวิราราชสะดุดกึกกับน้ำเสียงเป็นกังวลและประโยคสุดแสนจะเป็นห่วงเกินหน้าเกินตาของพี่ชาย ทว่าหญิงสาวก็ไม่กล้าทักท้วงเพราะตนก็เป็นห่วงนันท์นภัสเช่นเดียวกัน และรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาจับผิดพี่ชาย


            “ค่ะๆ เดี๋ยววิวจัดการให้ พี่วิทย์ตามหาน้องหนูทั้งคืนแบบนี้เดี๋ยวก็น็อกกลางทางหรอก วิวว่ากลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่าค่ะ” คนเป็นน้องบอกอย่างเป็นห่วง


            “อืมๆ ไว้ไม่ไหวแล้วพี่จะกลับไปนอนเอง แค่นี้นะขับรถอยู่” ชายหนุ่มพูดเท่านั้นก็กดตัดสายก่อนจะมองหาร่างบางต่อไป แม้รับปากน้องสาวว่าจะกลับไปพักผ่อนแต่วีรวิทย์กลับขับรถต่ออย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก จนอดนึกแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าเหตุใดต้องลงทุนตามหาอีกฝ่ายเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ  


แทนที่ชายหนุ่มจะกลับบ้านไปนอนพักผ่อนให้สบายและรอให้หญิงสาวกลับไปเอง แต่ทันทีที่รู้ว่านันท์นภัสหายตัวไปเขากลับวิ่งโร่ตามหาเสียทั่วเมืองทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความจริงนันท์นภัสหายไปไหนกันแน่


“ความจริงยายนั่นอาจจะไม่ได้ถูกจับตัวไปแต่ไปนอนค้างกับเพื่อนที่ไหนสักแห่งในกรุงเทพฯ ก็ได้...เราคิดมากไปเอง ใช่เราต้องคิดมากไปเองแน่ๆ” คนเป็นห่วงพยายามปลอบใจตัวเองแต่กระนั้นก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ อีกทั้งยังหงุดหงิดตัวเองที่ไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลยแถมยังกระวนกระวายตื่นตูมจนเกินเหตุ


            “คอยดูนะ ถ้าเจอตัวเมื่อไรพ่อจะจับจูบซะให้เข็ด...แต่ถ้าเจอยายนั่นกลายเป็นศพข้างทางถูกข่มขืนแล้วฆ่าล่ะ...อึ๊ย! ไม่ๆๆ ฉันไม่ทำอะไรเธอก็ได้ ขอแค่เธอปลอดภัยนะน้องหนู” วีรวิทย์พึมพำกับตัวเองอย่างสับสนกว่าจะยอมกลับไปนอนพักเอาแรงที่บ้านได้ก็ขับรถวนดูบริเวณใกล้ๆ กับสถานที่จัดงานที่มาเมื่อคืนอยู่หลายรอบ

 

+++++++++++++++++


            วิราราชหลังทราบจากวีรวิทย์ว่าตามหานันท์นภัสไม่เจอตั้งแต่เมื่อคืนก็เริ่มร้อนใจ ก่อนจะเดินเร็วๆ ตั้งใจจะไปสั่งงานแทนพี่ชาย ทว่าพอไปถึงกลับพบว่าคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เสือจอมเจ้าเล่ห์อย่างวีรวิทย์ไม่ได้นอนทั้งคืนกำลังนั่งทำงานอยู่หน้าห้องอย่างไม่ทุกข์ร้อนทำเอาวิราราชฉุนกึกทันที


            “คุณวิวสวัสดีค่ะ” นันท์นภัสไหว้ทักทายผู้เป็นเจ้านายอีกทั้งยังมีบุญคุณให้ทุนการศึกษาก่อนขมวดคิ้วแปลกใจเมื่อถูกคนที่มองตนด้วยสายตาเอ็นดูมาตลอดมองมาอย่างโกรธจัด


            “เมื่อคืนหายไปไหนมา รู้หรือเปล่าว่าทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงกันไปหมด!”


            “คะ?” นันท์นภัสมองวิราราชอย่างงุนงงก่อนจะเข้าใจความหมายในนาทีต่อมาเมื่อนึกถึงเรื่องที่เธอทำไว้กับวีรวิทย์เมื่อคืนนี้ หญิงสาวหน้าซีดเผือดก้มหน้าลงอย่างลุแก่โทษ


วิราราชพยายามระงับอารมณ์โกรธก่อนเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างตั้งสติ


            “เธอรู้หรือเปล่าน้องหนูว่าทำให้พี่วิทย์ต้องวิ่งวุ่นรอบเมืองเพราะตามหาเธอทั้งคืน”





 


e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย 

โปรโมชั่น 179 บาท ตอนนี้หมดแล้วนะคะ 

ขายราคาปกติที่ 209 บาท ค่ะ

ขออภัยในความผิดพลาดด้วยนะคะ แจงลืมเปลี่ยนข้อมูลค่ะ


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

263 ความคิดเห็น